*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5411
  • จำนวนผู้ชม : 3302478
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 16 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 229 , 11:42:43 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         การทำงานของสำนักโพลต่างๆในปัจจุบันจนได้ผลสำรวจออกมาสู่สายตาสาธารณชน ส่วนใหญ่แล้วเป็นที่ยอมรับได้ทั่วกัน แม้

จะเป็นการทำเป็นงานที่ไร้สิ่งตอบแทนก็ตาม แต่จะอยู่กรอบทางวิชาการของสำนักวิชาการที่มีการเรียนการสอนด้านนี้ ซึ่งนับเป็นประ-

โยชน์ ต่อส่วนรวมมิใช่น้อยเลย เพราะจะช่วยชี้ให้รัฐบาลเห็นว่าประชาชนคิดเห็นอย่างไรตามประเด็นที่ตั้งไว้แต่ละคราว

โพลจัด20อันดับ‘รมต.’ปชช.มองสำคัญที่สุด ‘พวกโกง’ไม่ควรได้เป็นเสนาบดี

โพลจัด20อันดับ‘รมต.’ปชช.มองสำคัญที่สุด ‘พวกโกง’ไม่ควรได้เป็นเสนาบดี

วันอาทิตย์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 08.12 น.

โพลจัด20อันดับ‘รมต.’ปชช.มองสำคัญที่สุด ‘พวกโกง’ไม่ควรได้เป็นเสนาบดี

16 มิ.ย.62 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “รัฐมนตรีที่ควรเฝ้าจับตามอง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,256 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับรัฐมนตรีที่ควรเฝ้าจับตามอง ในรัฐบาล ชุดใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อตำแหน่งรัฐมนตรีที่สำคัญมากที่สุดในรัฐบาลชุดใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 41.16 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

อันดับ 2 ร้อยละ 19.82 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

อันดับ 3 ร้อยละ 17.68 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

อันดับ 4 ร้อยละ 16.88 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

อันดับ 5 ร้อยละ 15.53 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

อันดับ 6 ร้อยละ 14.17 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

อันดับ 7 ร้อยละ 13.69 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

อันดับ 8 ร้อยละ 11.70 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

อันดับ 9 ร้อยละ 9.79 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

อันดับ 10 ร้อยละ 6.61 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

อันดับ 11 ร้อยละ 6.13 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

อันดับ 12 ร้อยละ 3.34 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

อันดับ 13 ร้อยละ 2.79 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในสัดส่วนที่เท่ากัน

อันดับ 14 ร้อยละ 1.67 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

อันดับ 15 ร้อยละ 1.43 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

อันดับ 16 ร้อยละ 1.35 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

อันดับ 17 ร้อยละ 0.56 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

อันดับ 18 ร้อยละ 0.48 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

อันดับ 19 ร้อยละ 0.40 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

อันดับ 20 ร้อยละ 0.32 ระบุว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงลักษณะของบุคคลที่ไม่ควรให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 52.39 ระบุว่าเป็น บุคคลที่มีข่าวหรือภาพลักษณ์ในอดีตไม่โปร่งใส ไม่ซื่อสัตย์ รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 39.89 ระบุว่าเป็น บุคคลที่ไม่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีที่ได้รับ อันดับ 3 ร้อยละ 27.31 ระบุว่าเป็น บุคคลที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน (เช่น คนที่มีธุรกิจหรือมีคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง ทำธุรกิจเกี่ยวพันกับกระทรวงที่จะเข้าไปดูแล) อันดับ 4 ร้อยละ 24.92 ระบุว่าเป็น บุคคลที่มีชื่อเสียงว่าเป็นเจ้าพ่อ มาเฟีย ผู้มีอิทธิพล

อันดับ 5 ร้อยละ 16.72 ระบุว่าเป็น บุคคลที่มีชื่อเสียงว่าสนใจแต่ผลประโยชน์ของจังหวัดของตนเองมากกว่าของทั้งประเทศ อันดับ 6 ร้อยละ 13.38 ระบุว่าเป็น บุคคลที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อนแต่ไม่มีผลงานอะไรเลย อันดับ 7 ร้อยละ 5.65 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 8 ร้อยละ 3.74 ระบุว่าเป็น บุคคลที่มีปัญหาสุขภาพ และอันดับ 9 ร้อยละ 0.24 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ บุคคลที่หมิ่น/โจมตีสถาบัน และบุคคลที่เข้าข้างพวกพ้องตนเองมากกว่าส่วนรวม

ฝากถึง‘บิ๊กตู่’!ปชช.หวังอะไรกับ‘ครม.ประยุทธ์2’ ชี้‘จุดเด่น-จุดอ่อน’ กับ5ข้อขอให้เร่งแก้

ฝากถึง‘บิ๊กตู่’!ปชช.หวังอะไรกับ‘ครม.ประยุทธ์2’ ชี้‘จุดเด่น-จุดอ่อน’ กับ5ข้อขอให้เร่งแก้

วันอาทิตย์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 08.43 น.

ฝากถึง‘บิ๊กตู่’!ปชช.หวังอะไรกับ‘ครม.ประยุทธ์2’ ชี้‘จุดเด่น-จุดอ่อน’ กับ5ข้อขอให้เร่งแก้

16 มิ.ย.62 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ กรณี “ประชาชน กับ ความหวังต่อรัฐบาลใหม่” จำนวนทั้งสิ้น 1,226 คน ระหว่างวันที่ 12-15 มิถุนายน 2562 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่สนใจติดตามข่าวการเมือง จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2  การจัดตั้งรัฐบาล จึงเป็นที่จับตามองของสังคม โดยเฉพาะประชาชนซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงต่างก็มีความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่ ในการบริหารบ้านเมืองและคำนึงถึงผลประโยชน์โดยรวมเป็นสำคัญ สรุปผลได้ ดังนี้ 

1. ประชาชนคิดอย่างไร?  กับ การแบ่งกระทรวงให้กับพรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาล ณ วันนี้

อันดับ 1 มีแต่การแก่งแย่งตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์ ขัดแย้ง วุ่นวาย 61.45%

อันดับ 2 ควรเลือกคนให้เหมาะกับงาน มีความรู้ความสามารถ ทำงานได้จริง 20.77%

อันดับ 3 การจัดตั้งรัฐบาลย่อมมีทั้งคนพอใจและไม่พอใจ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายก 12.46%

อันดับ 4 ขอให้คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ไม่เห็นแก่พวกพ้อง 11.69%

อันดับ 5 อยากได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เข้มแข็ง บริหารบ้านเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ 9.08%

2. “จุดเด่น” ของการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ที่ประชาชน “พึงพอใจ” คือ

อันดับ 1 เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 42.86%

อันดับ 2 พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี สานต่องานเก่า ทำงานได้ต่อเนื่อง 40.00%

อันดับ 3 ได้หลายพรรคเข้ามาร่วมรัฐบาล มีนักการเมืองที่มีฝีมือมาช่วยทำงาน 23.85%

3. “จุดอ่อน” ของการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ที่ประชาชน “ยังไม่พอใจ” คือ

อันดับ 1 ที่มาไม่สง่างาม ไม่เป็นที่ยอมรับ สืบทอดอำนาจ 56.08%

อันดับ 2 จัดสรรตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์ แบ่งโควต้ากัน เห็นแก่พวกพ้อง 36.17%

อันดับ 3 ไม่มีเสถียรภาพ เป็นรัฐบาลปริ่มน้ำ 20.24%

4.  “5 อันดับ” เรื่องที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการมากที่สุด

อันดับ 1 แก้ปัญหาเศรษฐกิจ พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า  64.52%

อันดับ 2 ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ปากท้อง เงินเดือน รายได้ 52.78%

อันดับ 3 ปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ตรวจสอบการทำงานได้ 48.81%

อันดับ 4 แก้รัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนมีสิทธิมีเสียง เป็นประชาธิปไตย 18.67%

อันดับ 5 พัฒนาการคมนาคม ระบบขนส่ง การจราจร 16.90%

5. เรื่องใดบ้างที่ประชาชนคิดว่าจะ “สมหวัง” “ผิดหวัง” กับ รัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ

# เรื่องที่คิดว่าจะ “สมหวัง”

อันดับ 1 ได้นายกรัฐมนตรี มีรัฐบาลใหม่มาจากการเลือกตั้ง 41.78%

อันดับ 2 ทำงานได้ต่อเนื่อง สานต่องานจากรัฐบาลชุดเดิมได้ 35.50%

อันดับ 3 บ้านเมืองอยู่ในความสงบ เรียบร้อย 28.40%

# เรื่องที่คิดว่าจะ “ผิดหวัง”

อันดับ 1 ได้นักการเมืองหน้าเดิม ๆ รูปแบบการทำงานเหมือนเดิม ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง 50.37%

อันดับ 2 แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ค่าครองชีพแพง ความเป็นอยู่ลำบาก 35.16%

อันดับ 3 ไม่สามารถทำตามที่หาเสียงไว้ ทำงานล่าช้า 25.81%

6. ประชาชนอยากฝากบอกอะไร? กับ รัฐบาลใหม่ ณ วันนี้ 

# สิ่งที่อยากฝากบอก “นายกรัฐมนตรี”

อันดับ 1 พัฒนาบ้านเมือง ทำเพื่อส่วนรวม ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี 54.06%

อันดับ 2 เป็นผู้นำที่ดี ควบคุมอารมณ์ ฟังเสียงประชาชน 40.52%

อันดับ 3 ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ ทำตามนโยบายที่หาเสียง 27.61%

# สิ่งที่อยากฝากบอก “คณะรัฐมนตรี”

อันดับ 1 ช่วยกันทำงาน เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าพวกพ้อง 56.31%

อันดับ 2 ไม่ทุจริตคอรัปชั่น โปร่งใส ตรวจสอบได้ 42.80%

อันดับ 3 ไม่ถูกครอบงำ ทำงานเป็นอิสระ ยึดหลักการทำงานที่ถูกต้อง 31.59%

 

คาใจ!‘สุทิน’หนักใจโผรมต.‘ปชป.’ ละเลย3มือศก. ‘จุรินทร์’ทำไมต้องควบ

คาใจ!‘สุทิน’หนักใจโผรมต.‘ปชป.’ ละเลย3มือศก. ‘จุรินทร์’ทำไมต้องควบ

วันอาทิตย์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 10.46 น.

คาใจ!‘สุทิน’หนักใจโผรมต.‘ปชป.’ ละเลย3มือศก. ‘จุรินทร์’ทำไมต้องควบ

16 มิ.ย.62 นายสุทิน วรรณบวร อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโสสังกัดสำนักข่าวเอพี เจ้าของฉายา “นักข่าวสายโจร” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Sutin Wannabovorn” แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ว่า Please put the right man on the right job

เห็นภาพการจัดตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์แล้วรู้สึกหนักใจเหมือนคนจำนวนมาก บุคลากรของพรรค ผู้ที่มีความรู้สามารถ เหมาะกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจการค้าของโลกในยุคใหม่อย่างนายกรณ์ จาติกวณิช , นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน , นายเกียรติ สิทธิอมร ที่มีความเชี่ยวชาญโดดเด่นในเวทีสากลเรื่องเศรษฐกิจการค้า ทำไมถูกละเลยไม่นำขึ้นมาพิจารณาจัดสรรตำแหน่งให้

นายจุรินทร์ หัวหน้าพรรคมีความจำเป็นอย่างไรจึงต้องควบตำแหน่งรองนายกฯกับ รมว.พาณิชย์ (ตามข่าว) เอาตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งไม่ดีกว่าหรือ รมว.เกษตรฯควรมีคนมีความรู้ความสามารถมากกว่าที่เป็นข่าวไหม นี้เป็นคำถามที่คาใจคนจำนวนมาก

 

สลับโผแบ่งเค้กกลางดึก  ปชป.จัดลงตัว  ส่งรายชื่อ7รมต.ให้‘บิ๊กตู่’

สลับโผแบ่งเค้กกลางดึก ปชป.จัดลงตัว ส่งรายชื่อ7รมต.ให้‘บิ๊กตู่’

วันอาทิตย์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สลับโผแบ่งเค้กกลางดึก

ปชป.จัดลงตัว

ส่งรายชื่อ7รมต.ให้‘บิ๊กตู่’

เผย10พรรคเล็กกินแห้ว

ไม่มีเก้าอี้รัฐมนตรีให้นั่ง

ดำรงค์ขู่ทบทวนร่วมรบ.

‘ช่อ’ประกาศลั่นสู้ไม่ถอย

ยุติแล้วหลังถกเครียด ประชาธิปัตย์ ได้รายชื่อ 7 รัฐมนตรี เตรียมส่งให้นายกฯ ตามขั้นตอน เผยมีการสลับตำแหน่งกันกลางดึก “นิพนธ์” เบียดนั่ง มท.2 ส่วน “ถาวร” เป็น รมช.คมนาคม ในขณะที่“ดำรงค์ พิเดช” ขอเป็นฝ่ายค้านอิสระ หลัง พปชร.ไม่ชัดเจนให้ช่วยงาน ท่ามกลางกระแสข่าว 10 พรรคเล็กกินแห้วไม่มีเก้าอี้รัฐมนตรีให้นั่ง ด้าน “ช่อ-อนาคตใหม่” ประกาศสู้เต็มที่ไม่มีถอย

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน เวลา 10.40น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) แถลงผลการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริการพรรค และส.ส.ของพรรคเพื่อพิจารณาคัดบุคคลให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีโดยระบุว่าที่ประชุม มีมติเสนอบุคคล 7 รายชื่อ และขอไม่เปิดเผยรายชื่อ โดยเตรียมจะส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต่อไป ส่วนจะส่งเมื่อไหร่นั้นขณะนี้อยู่ในระหว่างกระบวนการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ส่วนการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีจะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งในการทำงานของพรรคหรือไม่ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าการพูดคุยกันในพรรคเป็นการสะท้อนปัญหาและทิศทางการทำงานว่าบุคคลที่ได้รับมติจากพรรคให้ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจะต้องนำนโยบายต่างๆของพรรคไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนมากที่สุด ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นเอกภาพและเดินไปข้างหน้าอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า ส่วนกระแสข่าวให้มีการสลับตำแหน่งระหว่างนายนิพนธ์ บุญญามณี กับนายจุติ ไกรฤกษ์นั้น ทุกอย่างยุติ ตามมติของที่ประชุมหรือไม่ นายราเมศกล่าวว่ายืนยันขณะนี้ทุกอย่างยุติแล้ว การเสนอชื่อบุคคลทั้ง7รายชื่อ เป็นไปตามข้อบังคับพรรค ส่วนกรณีที่เกิดความไม่พอใจหรือไม่นั้น มองว่าการถกเถียง เป็นเรื่องปกติเพราะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล แต่สุดท้ายต้องหยุดที่มติของที่ประชุม

โผ7ชื่อปชป.-นิพนธ์นั่งมท.2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ7รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ประกอบด้วย1.จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นั่งรอง นายกรัฐมนตรีควบกับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 2.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ3.จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 4.นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 5.คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 6.ถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและ7. นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ตั้ง’ถวิล’หน.ทีมกม.สู้คดีหุ้นสื่อ

ทั้งนี้ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ถูกยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาความเป็นสมาชิกภาพ กรณีที่ถือครองหุ้นสื่อ ว่า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายถวิล ไพรสณฑ์ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกประชุม ส.ส.ทั้ง 10 คนที่ถูกยื่นให้ตรวจสอบคุณสมบัติการถือครองหุ้นสื่อ โดยบุคคลที่ถูกยื่นคำร้องนั้น ยืนยันว่าไม่ได้มีการประกอบกิจการสื่อแต่อย่างใด โดยจากนี้ให้ทุกคนไปเตรียมพยานหลักฐานเบื้องต้น เพื่อรอคำร้องจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน จะได้ทราบว่าที่ยื่นคำร้องไปนั้นมีประเด็นใดบ้าง เพื่อเป็นหลักในการทำคำชี้แจงต่อศาล ทั้งนี้คาดว่าในวันที่ 18 มิ.ย.นี้จะมีการเรียกประชุมส.ส.กลุ่มนี้อีกครั้ง

เทพไทชี้7ว่าที่รมต.ปชป.เหมาะ

ด้าน นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมร่วมของ ส.ส.กับ กรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)เพื่อพิจารณาผู้เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรี ว่าเป็นการประชุมที่สะท้อนว่าพรรคมีวัฒนธรรมและความเป็นสถาบันที่เข้มแข็ง ใช้เวลาประชุมนานกว่า 10 ชั่วโมง มีความเห็นที่หลากหลาย มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของแคนดิเดต แต่ละคนอย่างกว้างขวาง ในที่สุดก็หาขอสรุปกันได้ แม้จะมีความเห็นต่างอยู่บ้าง แต่สุดท้าย ก็มีข้อสรุปตรงกัน เห็นชอบแคนดิเดตทั้ง 7 คนตามที่ กก.บห.เสนอมาอย่างราบรื่นขอแสดงความยินดีกับเพื่อนสมาชิกทั้ง7คน ที่ได้รับมอบหมายให้ไปทำหน้าที่แทนเพื่อนๆในรัฐบาลชุดนี้ ขอให้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ผลักดันเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคให้สำเร็จทั้ง 3 ข้อ

ปลอบใจคนอกหักรอโอกาสหน้า

นายเทพไท กล่าวอีกว่า สำหรับคนที่พลาดตำแหน่ง ขอให้มีกำลังใจในการทำหน้าที่ส.ส.ที่ดี ฝ่ายนิติบัญญัติก็สามารถทำหน้าที่ออกกฎหมาย ตรวจสอบ ถ่วงดุลฝ่ายบริหารได้สมาชิกมีความสามารถหลายคน แต่ตำแหน่งมีจำกัด ก็ต้องรอโอกาสในครั้งต่อไป เชื่อมั่นว่าพรรคจะต้องให้โอกาสกับสมาชิกที่มีความรู้ความสามารถที่ยังเหลืออยู่

อย่างไรก็ตาม นายเทพไทยังกล่าวด้วยว่าขอขอบคุณในน้ำใจและสปิริตของ ส.ส.ทุกคน ที่ยอมรับกติกาและมติของที่ประชุม อาจจะไม่ถูกใจเพื่อน ส.ส.ทุกคน แต่ถือได้ว่ามติของพรรคครั้งนี้ เป็นความลงตัว และเหมาะสมทุกประการ ผลงานเท่านั้นที่ จะพิสูจน์ฝีมือของท่าน มีการคาดเดาจากหลายฝ่ายว่า รัฐบาลชุดนี้อาจจะมีอายุสั้น อยู่ไม่ครบเทอม ดังนั้นรัฐมนตรีของพรรคทุกคนจะต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อกู้ศรัทธาจากพี่น้องประชาชนกลับมาโดยเร็วที่สุดอย่างมีประสิทธิภาพ

‘ดำรงค์’จวก พปชร.ไม่ชัดเจน

วันเดียวกันที่พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พร้อมด้วย นายสันติภาพ อินทรพัฒน์ เลขาธิการพรรคฯให้สัมภาษณ์ถึงการทบทวนจุดยืนในการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)หลังโผ ครม.ล่าสุด พบมีชื่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา” จาก พรรคชาติไทยพัฒนา จะได้ดำรงตำแหน่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ โดยนายดำรงค์ย้ำว่าจุดประสงค์ของการตั้งพรรคคือดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมและป่า เราเป็นพรรคที่มีนโยบายเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม เมื่อพรรคพลัง พปชร.เชิญให้ไปร่วมรัฐบาลเพื่อช่วยกันทำงานจึงตอบรับเพราะเข้าใจว่า พปชร.จะรับผิดชอบดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับคำตอบจาก พปชร.ไม่มีการติดต่อว่าจะให้ทำอะไรหรือ มาขอนโยบายของพรรคเราไปพิจารณา เหมือนเป็นพรรคตกสำรวจ และอย่างที่เคยบอกว่าพรรคตนเป็นพรรคเฉพาะกิจ จะให้ไปทำอย่างอื่น ยกตัวอย่างจะให้ไปอยู่กระทรวงวัฒนธรรม หรือที่ไหนคงไม่ได้ และวันนี้ทราบจากสื่อต่างๆว่าจะให้พรรคร่วมรัฐบาลมาดูแลกระทรวงดังกล่าวแล้ว จึงขอให้ พปชร.แสดงท่าทีให้ชัดว่าจะให้พรรคตนมีส่วนร่วมในเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยหรือไม่

ประกาศขอเป็นฝ่ายค้านอิสระ

นายดำรงค์กล่าวว่าพรรครักษ์ผืนป่าจะรอดูไปจนถึงวันที่นำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ หากรัฐมนตรี เป็นชื่อของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่เปลี่ยนแปลง พรรครักษ์ผืนป่า ก็จะประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ เรื่องใดรัฐบาลทำดีก็พร้อมยกมือสนับสนุน เรื่องใดออกนอกลู่นอกทางก็ไม่สนับสนุน เพราะคิดว่าเมื่อพรรคร่วมรัฐบาลมารับผิดชอบแล้ว เขาคงไม่นำนโยบายของพรรคอื่นไปดำเนินการแน่นอน และหากพปชร.จะเสนอให้ไปทำงานในส่วนของกรรมาธิการในสภาฯ ไปนั่งจับผิดคนนั้นคนนี้ คงไม่ตอบรับเพราะไม่มีประโยชน์อะไร

“ผมแถลงผ่านสื่อไปถึงพปชร.เพราะเขาไม่ติดต่อมา การที่มาร่วมงานเพราะคิดว่าพปชร.จะรับผิดชอบกระทรวงดังกล่าวเองแต่ถ้าไปอยู่กับพรรคร่วม ผมจะเข้าไปทำงานได้อย่างไรเพราะจุดยืนผมมี ไปเชิญให้มาร่วมงานแล้วมาทิ้งขว้าง ผมจะไปอย่างไร ที่ประกาศอย่างนี้ ไม่ได้เรียกร้องเป็นรัฐมนตรี เพราะเข้าใจว่า 2 เสียงของพรรค เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ แต่ต้องการทำงานในกระทรวงทรัพยากรฯ มีส่วนเข้าไปผลักดันเรื่องป่า แก้ปัญหาส่วนรวมให้ชาติบ้านเมืองเท่านั้น และเข้าใจพรรคร่วมดีโดยมารยาทคงไม่มีใครนำนโยบายพรรคอื่นไปทำหรอก ผมไม่ได้มีปัญหาอะไร กับพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ต้องการทำงานเท่านั้น หากพรรคชาติไทยพัฒนา บอกว่ามาทำงานร่วมกันได้ ก็พูดคุยกันได้ ไม่ได้โกรธเคืองอะไร แต่ถ้าสมมติให้ไปช่วยแล้วนั่งเฉยๆแล้วไปตบยุงจะไปทำไม”นายดำรงค์ กล่าว

ลั่นประชุมทบทวนร่วมรัฐบาล

ด้านนายสันติภาพกล่าวว่าการตัดสินใจเข้าร่วมกับ พปชร.เพราะเชื่อว่านโยบายของพรรคจะได้รับการผลักดันให้เป็นรูปธรรม แก้ไขปัญหาคนกับป่า แต่หลังจากเลือกนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้รับตำตอบจาก พปชร.ว่านโยบายของพรรครักษ์ผืนป่าที่หาเสียงไว้กับประชาชนจะถูกนำไปปฏิบัติหรือไม่ พรรคจึงประชุมต้องทบทวนการเข้าร่วมรัฐบาลและไม่ได้หมายความว่าต้องการอำนาจรัฐแต่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนจาก พปชร.ว่าจะให้พรรคเราดูแลอย่างไร ถ้าเราไม่ได้รับผิดชอบตรงนี้จะให้ไปทำอะไรเพราะงานถนัดของเราคือ เรื่องป่าไม้

10พรรคเล็ก วืดได้โควต้าเก้าอี้รมต.

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่ม10พรรคเล็ก ภายหลังจากที่ได้ส่งรายชื่อหัวหน้าพรรคทั้ง 10 พรรคพร้อมประวัติให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ไปแล้วเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดมีความเป็นไปได้ว่า 10 พรรคเล็กจะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี หรือตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย เนื่องจากขณะนี้โควต้าตำแหน่งดังกล่าวได้จัดสรรให้พรรคร่วมรัฐบาลลงตัวเรียบร้อยแล้ว โดยหากอีก 1-2 วันนี้ นายกฯไม่เรียกให้ 10 พรรคเล็ก ไปส่งประวัติเพิ่มเติม 10 พรรคเล็ก ก็อาจจะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีและตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยฯ

ลุ้นเลขาฯที่ปรึกษา-ผู้ช่วยรมต.

อย่างไรก็ตาม แต่ยังมีความเป็นไปได้ว่า ภายหลังจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีเสร็จเรียบร้อยแล้ว นายกฯอาจจะมีการจัดสรรตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี หรือตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี เป็นต้น ให้กับทั้ง 10 พรรคเล็กพรรคละ 1 ตำแหน่งอีกครั้ง

โซเชียลติง’รมว.ดีอี’คนใหม่ไม่เหมาะ

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวหลังจากที่มีการปรากฎรายชื่อรัฐมนตรีในหลายๆกระทรวง ปรากฎว่าในแวดวงไอทีและภาคธุรกิจ แสดงความเป็นห่วงถึงความไม่เหมาะสมของ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นชื่อนายอัครา พรหมเผ่า รองนายก อบจ.พะเยา น้องชายของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ภาคเหนือ มีทั้งการเขียนในโลกโซเชียล เฟซบุ๊ก รวมถึงทวิตเตอร์ถึงมาพรรคพลังประชารัฐด้วย

‘ธรรมนัส’โดดป้องน้องชายสเปคได้

ในขณะที่เฟซบุ๊กของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ได้โพสต์คุณสมบัติ คุณวุฒิของ นายอัครา น้องชาย รองนายก อบจ.พะเยา ที่จะมาเป็น รมว.ดีอีว่า มีความเหมาะสม ตอนหนึ่งว่า“อัครา”จบการศึกษาระดับมัธยมโรงเรียนพะเยาวิทยาคม ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นนักเรียนนอกจากประเทศออสเตรเลีย สาขา บริหารธุรกิจจาก TAFE Sydney Australia ปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนด้านการทำงาน“อัครา”เป็นประธานบริหารบริษัทในเครือ บริษัทธรรมนัส กรุ๊ป ที่มีธุรกิจหลายด้าน เป็นผู้วางรากฐาน ด้าน ICTของบริษัท การบริหารจัดการจนบริษัทประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว “

วอนปชช.อย่าเชื่อข่าวลือโจมตีรบ.

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีขบวนการปล่อยข่าวหลอกลวงประชาชน สร้างความสับสนวุ่นวายให้กับสังคมโดยเฉพาะการปล่อยข่าวเท็จเกี่ยวกับโครงการต่างๆที่รัฐบาลดำเนินการและเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยบอกว่ารัฐบาลยกเลิกไม่ทำโครงการดังกล่าวแล้ว เป็นการสร้างความเกลียดชังให้กับรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลเสียหาย การกระทำดังกล่าวเป็นการปล่อยข่าวเท็จ มุ่งโจมตีรัฐบาล

นอกจากนั้น ในโซเชียลมีเดีย ได้มีการโจมตี คนที่มีความคิดเห็นต่างกัน สร้างความเกลียดชัง อยากให้สังคมไทยเคารพคนมีความเห็นต่าง และไม่โจมตีกันในโซเชียลโดยเฉพาะประเด็นทางการเมืองเห็นต่างได้แต่ไม่ควรสร้างความแตกแยกและวันก่อน ทราบว่า ฝ่ายค้าน7พรรคประกาศจุดยืน จะตรวจสอบตามกลไกรัฐสภาไม่นำมวลชนลงถนน ถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศต้องการ ถือเป็นการเมืองมิติใหม่ของเมืองไทย ถ้าทำได้ตนก็ขอชื่นชม

‘ช่อ’ประกาศ’สู้เต็มที่ไม่มีถอย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และ โฆษกพรรค ตกเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเซียลกรณีจากถูกชาวเน็ตเข้าไปรุมถล่มวิพากษ์วิจารณ์ภาพสมัยรับปริญญาที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมจนต้องพักบทบาทไปชั่วขณะ ล่าสุด น.ส.พรรรณิการ์ได้โพสต์ข้อความผ่านทวีตเตอร์ ระบุว่า

“มิตรแท้ย่อมเห็นกันในยามยาก หากไม่เจอคลื่นลมแรงและอุปสรรค ก็จะไม่มีวันรู้เลยว่า มีคนพร้อมเป็นหลักพิงให้เรามากมายขนาดไหน ขอบคุณหลักพิงทุกคน จดหมายทุกฉบับ ของทุกชิ้น รวมถึงกำลังใจจาก #futurista แดนใต้ที่ฝากมากับธนาธรตอนไปพื้นที่ ช่อสู้เต็มที่ไม่มีถอยค่ะ”

หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / บ้านเกิดเมืองนอน
บ้านเกิดเมืองนอน

บ้านเกิดเมืองนอน

สิริอัญญา
วันอาทิตย์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 02.00 น.

จับตาการประชุม G20 ที่โอซาก้า

 

การประชุม G20 หรือการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหญ่ของโลกครั้งใหม่นี้จะมีขึ้นที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในปลายเดือนมิถุนายนนี้ 
ซึ่งปกติการประชุม G20 นี้จะเป็นที่จับตามองของประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพราะย่อมส่งผลต่อสถานการณ์ต่างๆ ของโลก ซึ่งประชาชาติทั้งหลายก็พลอยฟ้าพลอยฝนได้รับผลกระทบตามไปด้วย

การประชุม G20 ในปัจจุบันนี้มีประเทศที่เป็นขั้วอำนาจของโลกเข้าร่วมประชุมด้วย โดยเฉพาะคือสหรัฐ และรัสเซีย รวมทั้งจีน

แต่ทว่าในการประชุม G20 ที่เมืองโอซาก้าครั้งนี้ แทนที่จะเป็นการนัดหมายประชุมหรือเตรียมการประชุมไปตามปกติดังเช่นที่มีมาทุกครั้ง กลับเกิดเหตุพิกลพิการเกิดขึ้น นั่นคือการข่มขู่ประเทศที่จะเข้าร่วมการประชุม จนเป็นที่จับตามองของชาวโลกและแน่นอนว่าเป็นเรื่องทีประเทศไทยและคนไทยก็ต้องสนใจติดตามเช่นเดียวกัน

การประชุม G20 ในครั้งนี้เกิดขึ้นในท่ามกลางสงครามการค้าที่ขยายตัวไปอย่างกว้างขวาง หาใช่เพียงสงครามการค้าเฉพาะสหรัฐกับจีนเท่านั้นไม่เพราะสหรัฐได้ประกาศและขยายผลของสงครามการค้าไปอย่างกว้างขวาง เปิดสงครามการค้าทั้งกับจีน รัสเซีย อินเดีย อิหร่าน เกาหลีเหนือ และอีกหลายประเทศ แม้กระทั่งมิตรประเทศของสหรัฐเอง

ดังนั้น ปัญหาเรื่องสงครามการค้าจึงเป็นวาระและเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีการพูดจากันในที่ประชุม G20 ครั้งนี้ด้วย

เรื่องที่เป็นที่สนใจจับตามองของชาวโลกก็คือคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ว่า ถ้าประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ไม่มาร่วมประชุมและเจรจาในเรื่องการค้ากันในการประชุมครั้งนี้ ก็จะให้มาตรการขึ้นภาษีอากรที่นำเข้าจากจีนมีผลบังคับใช้ในทันที ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ตั้งท่าขยับขยายในอาการถอยเชิงรุกบ้าง ในอาการล่าถอยบ้าง และในท่ามกลางที่มีเสียงคัดค้านจากภาคธุรกิจและภาคสังคมของสหรัฐเองอย่างกว้างขวาง

คำขู่ที่ปรากฏต่อชาวโลกของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีต่อประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ของจีนในครั้งนี้จึงต้องถือว่าเป็นการแสดงท่าทีแบบนักเลงโตและไม่ให้เกียรติกันเลย เพราะท่าทีแบบนี้ทำให้คนจำนวนหนึ่งคิดว่าถ้าหากประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ยอมทำตามคำขู่ก็จะสูญเสียภาวะความเป็นผู้นำทั้งต่อประชาชาติจีนและต่อชาวโลกด้วย

ดังนั้นแม้จะเป็นคำขู่สั้นๆ แต่จะมีความหมายในทางการเมืองและสถานการณ์ต่างๆ ของโลกด้วย

เพราะก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ก็ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าจีนนั้นประดุจดังทะเลใหญ่ ไม่กลัวคลื่น ไม่กลัวลม ได้ผ่านประสบการณ์ในการโต้คลื่นฝืนลมมาแล้วนับพันปี และพร้อมที่จะโต้คลื่นฝืนลมไปอีกนับพันๆ ปีด้วย

จากนั้นก็แสดงสุนทรพจน์สำคัญอีกครั้งหนึ่งว่า จีนพร้อมที่จะทำสงครามยืดเยื้อทางการค้า ซึ่งเป็นการแสดงสุนทรพจน์โดยนำเอายุทธศาสตร์สงครามยืดเยื้อและยุทธศาสตร์สงครามจรยุทธ์ในสงครามต่อต้านญี่ปุ่นมาใช้อย่างองอาจ

ถัดจากนั้นก็ได้แสดงสุนทรพจน์ครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งในระหว่างการเดินทางเยือนมณฑลเจียงซี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทัพทางไกลของกองทัพแดงอันลือโลก โดยได้กล่าวว่าประเทศจีนพร้อมเดินทัพทางไกลในการทำสงครามการค้าจนถึงที่สุด ซึ่งเป็นการปลุกเร้าประชาชาติจีนทั้งในประเทศและทั่วโลกให้เข้าสู่สงครามการค้ากับสหรัฐ

นัยจากท่าทีทั้งสามครั้งนี้ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จึงชัดเจนและหนักแน่นว่าจีนจะไม่มีวันยอมแพ้ในการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ ซึ่งนั่นเป็นการคำนึงถึงผลสุดท้ายของสงครามการค้าในครั้งนี้

แต่ในท่ามกลางวิถีดำเนินแห่งสงครามการค้านั้นก็จะต้องเผชิญกับปรากฏการณ์ต่างๆ อย่างแหลมคม และการเผชิญกับคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์ครั้งนี้ก็จะเป็นการเผชิญหน้าครั้งสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อทั้งฐานะการนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ด้วย โดยมีเป้าหมายสุดท้ายก็คือชัยชนะในสงครามการค้า

มีความคิดเห็นไม่น้อยที่คาดหมายว่าประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง จะไม่ไปร่วมประชุมในครั้งนี้ แต่อาจส่งผู้แทนไปเข้าร่วม หรือไปเข้าร่วมประชุมแต่จะไม่เจรจาทวิภาคีกับประธานาธิบดีทรัมป์ หรือไปประชุมแต่ยืนยันการเจรจาบนหลักการและผลประโยชน์ของประเทศจีนตามยุทธศาสตร์และยุทธวิธีที่ได้ประกาศไว้นั้น

ดังนั้น การไปประชุมหรือไม่ไปประชุมของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง จึงไม่ใช่สัญญาณการยอมจำนนหรือการพ่ายแพ้ดังที่คนทั่วไปคาดคิด เพราะสงครามการค้านั้นเป็นการใหญ่ เป็นเรื่องใหญ่ ไม่อาจคาดหมายด้วยวิธีคิดตามอารมณ์หรือตามกระแสได้ แต่ต้องเป็นไปภายใต้เป้าหมายอันกำหนดแน่นอนแล้ว เป็นไปตามยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และยุทธวิธี ซึ่งย่อมต้องมีการกำหนดแน่นอนแล้ว ทั้งในส่วนแบบแผนและในส่วนพลิกแพลงอันเป็นหลักคิดที่ทางจีนเรียกว่า “ความคิดเหมา เจ๋อ ตุง”

หากจะต้องพิจารณาผลของคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์ว่าจะเกิดผลตามที่ขู่หรือไม่ และทางฝ่ายจีนจะมีปฏิบัติการอย่างไรต่อคำขู่นั้น

เพราะการไปเข้าร่วมประชุมหรือไม่เข้าร่วมประชุม หรือมีตัวแทนไปเข้าร่วมประชุม หรือประชุมแล้วยืนหยัดและมีปฏิบัติการเชิงรุกจากการประชุมนั้น รวมทั้งการคาดหมายถึงผลที่เกิดขึ้นในบั้นปลายต่างหากที่จะเป็นสิ่งบอกผลของการเผชิญหน้าระหว่างสองผู้นำโลกในครั้งนี้

 .............................................................

16 มิถุนายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน