*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5415
  • จำนวนผู้ชม : 3303271
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 16 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 345 , 20:30:35 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ข่าว "เมื่อเนื้อเทียมจากพืชเริ่มครองโลก" เป็นข่าวน่ายินดีสำหรับคนที่ไม่ชอบเบียดเบียนชีวิตสัตว์โลกด้วยกัน แต่มีอาหารจากพืช

แทนเนื้อสัตว์ได้เสียที

 

เมื่อเนื้อเทียมจากพืชเริ่มครองโลก

วันที่ 16 มิถุนายน 2562 - 07:25 น.
เนื้อเทียม,ครองโลก,บุญรัตน์

โดย ..บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือเอฟเอโอ เคยทำนายว่าในปี 2593 หรืออีกราว 30 ปีข้างหน้า โลกจะเผชิญกับวิกฤติทางด้านอาหาร อันเนื่องจากประชากรโลกล้นโลก โดยคาดว่าในปีนั้น ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 9.7 พันล้านคน

ช่วงหลายปีที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ต่างพยายามแก้ไขปัญหานี้ หนึ่งในนั้นก็คือการผลิตเนื้อเทียมหรือเนื้อสังเคราะห์จากพืชเพื่อเสริมความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ทั่วโลกที่คาดว่าอาจจะเพิ่มสูงขึ้นถึงราว 70% จากปัจจุบัน

ว่าไปแล้ว อาหารเจ, อาหารมังสวิรัติ หรืออาหารจากโปรตีนพืชหรือเนื้อสัตว์เทียม หรือเนื้อสังเคราะห์แล้วแต่จะเรียก เริ่มไม่ใช่อาหารสำหรับคนชายขอบ หรือคนกินมังสวิรัติเพียงกลุ่มเดียวอีกแล้ว หากกำลังเป็นธุรกิจดาวรุ่งที่มีอนาคตสดใสเมื่อกระแสโลกกำลังเปลี่ยนไป กระทั่งกลับกลายเป็นอาหารขายดีตามซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งยังกำลังเป็นอาหารยอดนิยมตามภัตตาคารฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารจานด่วน รวมทั้งอุตสาหกรรมอาหาร ขณะที่นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์วอลสตรีทต่างเพ่งตาเป็นมัน เมื่อเห็นกราฟแสดงราคาหุ้นไต่ระดับสูงขึ้น

ในบรรดาภัตตาคารจานด่วนชื่อดังที่ปรับตัวต้อนรับแนวโน้มอาหารประเภทเนื้อสัตว์เทียมก็คือ เบอร์เกอร์คิง ที่ได้ทดลองวางตลาดอาหารมังสวิรัติ "วอปเปอร์” มาตั้งแต่เดือนเมษายน ขณะที่แมคโดนัลด์เผยโฉมเบอร์เกอร์เนื้อเทียมขึ้นที่เยอรมนี ด้านเคเอฟซี หรือ ไก่ทอดเคนทักกี กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มเมนู "ไก่มังสวิรัติ” เช่นกัน

อาหารเนื้อเทียมไม่ว่าจะเป็นหมูเห็ดเป็ดไก่หรือแม้กระทั่งปลาที่ทำจากพืชในยุคแรกๆ ทำกันเป็นแค่อุตสาหกรรมเล็กๆ หรืออาจจะเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญอย่างเทศกาลกินเจ จึงไม่ได้ขยายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพียงแต่พัฒนารูปแบบให้มีความหลากหลายมากขึ้นทั้งรสชาติและรูปลักษณ์คล้ายของจริงมากขึ้น จนแทบแยกไม่ออกว่าจานไหนเป็นเนื้อจากสัตว์หรือเนื้อจากพืช ยกเว้นต้องทดลองชิม

อย่างไรก็ดี ในช่วง 2-3 ปีมานี้ อุตสาหกรรมเนื้อปรุงแต่งจากพืชกลับกลายเป็นธุรกิจที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่หรือสตาร์ทอัพด้านอาหารที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐ, ยุโรป และอิสราเอล หรือมีผู้เข้ามาลงทุนในธุรกิจประเภทนี้มากขึ้น ทำให้การแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตมีแต่ลดลง จนใกล้เคียงกับราคาเนื้อสัตว์แท้ ดันให้กลายเป็นธุรกิจดาวรุ่งที่มีอนาคตสดใสรออยู่เบื้องหน้า

ส่วนหนึ่งสืบเนื่องจากมีเทคโนโลยีทันสมัยใหม่ๆ เข้ามาช่วยทั้งในการปรุงแต่งรสชาติให้ถูกปากถูกลิ้นมากขึ้น รวมถึงเนื้อสัมผัสของอาหารเทียมที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งมาจากกระแสนิยมของผู้บริโภคที่เลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อเทียมมากขึ้น โดยให้เหตุผลว่า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมโลก หรือเพื่อคุ้มครองสัตว์ หรือเพื่อสุขภาพ ฯลฯ ความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นทำให้บริษัทสามารถขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น สามารถผลิตเนื้อเทียมได้มากขึ้นเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

Impossible Food และ Beyond Meat ถือเป็นบริษัทลงทุนใหม่ด้านอาหารประเภท “ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากพืชที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุด

แต่ 2 บริษัทนี้กำลังประสบปัญหายุ่งยากเมื่อไม่สามารถสนองความต้องการที่พุ่งกระฉูดของนักลงทุนได้ ตอนที่นำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ที่วอลสตรีทในวันแรกของการซื้อขายหุ้นของบริษัท Beyond Meat Inc. พุ่งสูงขึ้นถึง 163% ถือเป็นการพุ่งสูงสุดอย่างเป็นประวัติการณ์ในการเสนอขายหุ้นไอพีโอ หรือการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสองทศวรรษของบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศนี้ นับแต่นั้นราคาหุ้นก็สูงขึ้นกว่า 2 เท่าตอนปิดตลาด และตอนที่มีการแถลงข่าวว่ายอดขายพุ่งขึ้น 140% ราคาหุ้นก็ดีดตัวสูงขึ้นเกือบ 40%

 

ส่วน Impossible Burger ซึ่งเป็นเมนูใหม่ที่วางขายในภัตตาคารจานด่วนกว่า 7,000 แห่งในสหรัฐและเอเชีย เมื่อเร็วๆ นี้ได้เพิ่มทุน 300 ล้านดอลลาร์ในตลาดทุน ทำให้มูลค่าของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นราว 2,000 ล้านดอลลลาร์

ขณะเดียวกัน บรรษัทข้ามชาติผู้ผลิตอาหารยักษ์ใหญ่ระดับโลกต่างไม่ยอมตกขบวนรถด่วนสายนี้ รีบกระโจนสู่อุตสาหกรรมอาหารเนื้อเทียมที่ปรุงจากพืชเป็นแถวๆ อาทิ เนสท์เล บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติสวิสได้เปิดตัว “Incredible Burger” ขึ้นในยุโรปเมื่อเดือนเมษายน โดยผสมผสานถั่วเหลือง ข้าวสาลี สารสกัดจากบีทรูทและพืชอาหารอื่นๆ เนสท์เลวางแผนจะเสนอเมนู “Sweet Earth” เบอร์เกอร์ผักที่ทำจากถั่วตามภัตตาคารจานด่วนในสหรัฐในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ส่วนบริษัทยูนิลีเวอร์ บริษัทข้ามชาติสัญชาติอังกฤษและเนเธอร์แลนด์เมื่อปีที่แล้วก็ได้นำเสนอร้านขายเนื้อเทียมที่ทำจากผัก โดยประกาศว่าจะเป็นเนื้อเทียมรายใหญ่สุดของโลก

 

 

ด้านบริษัทเคลล็อก ได้นำเสนอเนื้อทางเลือกหรือเนื้อเทียมมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2513 หรือเมื่อราว 50 ปีมาแล้วผ่าน MorningStar Farms. แม้ว่าเนื้อเทียมแบรนด์นี้จะไม่โด่งดังเป็นที่ยอมรับเหมือนแบรนด์ใหม่ๆ แต่ก็ยังคงเป็นผู้ผลิตรายใหญ่สุดในสหรัฐ

ธุรกิจอาหารจานด่วนอื่นๆ ที่ไม่ยอมตกขบวนธุรกิจอาหารเนื้อเทียมยังมีอีกไม่ใช่น้อย รวมไปถึงเจบีเอสยักษ์ใหญ่แห่งบราซิล ซึ่งเปิดตัวเบอร์เกอร์ผักในตลาดแดนแซมบ้า และไทสัน ฟู้ดส์ ที่เคยลงทุนใน Beyond Meat ก็วางแผนจะออกผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมของตัวเอง

จากรายงานของสถาบันอาหารเผยว่ายอดขายตลาดเนื้อที่ทำจากผักในอเมริกาพุ่งขึ้น 23% เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าเป็นส่วนแบ่งในตลาดแค่ 1% ของตลาดเนื้อทั่วประเทศ น้อยกว่าผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลือง นมจากอัลมอนด์ และนมมะพร้าว ที่สามารถแทรกตลาดนมสดได้ถึง 13%

 

 

กระนั้นก็มีการเตือนกันถึงเรื่องของความเสี่ยงต่างๆ เพราะแม้ว่าตลาดเนื้อเทียมที่ทำจากพืชจะมีศักยภาพสูงในการเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่นักวิเคราะห์หลายคนเตือนถึงปัจจัยเสี่ยงอีกหลายอย่างที่อาจมองข้ามไป อาทิ ผลิตภัณฑ์เนื้อเทียมหรือเนื้อที่ทำจากพืชอาจจะมีคุณค่าอาหารน้อยกว่าที่อ้างไว้เพียงเพื่อจะดึงดูดให้ผู้บริโภคมาทดลองชิมดูเท่านั้น

นอกจากนี้ ธนาคารบาร์เคลยส์ยังเตือนถึงข้อจำกัดด้านกฎระเบียบต่างๆ รวมไปถึงการตลาดด้วย อาทิ กลุ่มผู้เลี้ยงวัวเนื้อได้พยายามล็อบบี้นักการเมืองในกรุงวอชิงตันให้จำกัดความคำว่า “เนื้อ” ว่าหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์เท่านั้น แถมยังเย้ยหยันเพื่อกดคุณค่าของเนื้อสังเคราะห์จากพืชว่าเป็น “เนื้อซอมบี้” ด้านเจพีมอร์แกนเสริมว่ายังมีความเสี่ยงว่าธุรกิจดาวรุ่งอาจจะถูกบีบให้ต้องเรียกเก็บสินค้า

ทั้งหมดนี้ยังต้องไม่ลืมว่าองค์การอนามัยโลกยังคงจัดให้เนื้อเทียมหรือเนื้อสังเคราะห์จากพืชอยู่ในกลุ่มอาหารประเภทจีเอ็มโอ หรืออาหารดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งหลายประเทศไม่รับประกันความเสี่ยงหรืออาจถึงขั้นกีดกันการนำเข้าด้วยซ้ำ

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดเพื่อชิงส่วนแบ่งนี้ ซึ่งหนีไม่พ้นเรื่องของปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผลกระทบจากความผิดพลาดเล็กน้อยอาจถูกขยายให้ใหญ่เกินเหตุจากบริษัทที่ใหญ่กว่าและมีความหลากหลายมากกว่าที่กำลังแข่งกันอยู่ในตลาดนี้ ซึ่งยังได้เปรียบในเรื่องการจัดส่งที่ทันสมัยพร้อมที่จะเข้าถึงตลาดทุนมากกว่า

อดีตประธานสภาฯอินโดโกงชาติโผล่ช้อปปิ้งกับภรรยาทั้งที่ติดคุก

วันที่ 16 มิถุนายน 2562 - 08:33 น.
อดีตประธานสภา,อดีตประธานสภาอินโดนีเซีย,อินโดนีเซีย

มือดีแชะภาพอดีตประธานสภาอินโดนีเซียคนดังออกมาลั้นลาข้างนอกได้ 

คุุก 15 ปีอดีตประธานสภาอินโดนีเซียรับใต้โต๊ะ 

อดีตประธานสภาฯและอดีตประธานพรรคโกลข่าร์ทรงอิทธิพล ได้ออกจากเรือนจำเรือนจำสุคามิสคินชั่วคราวเพื่อไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลซันโตซา เมื่อวันพุธ ก่อนกลับเรือนจำเวลาประมาณ 19.00 น. 

 

แต่ในระหว่างได้อิสรภาพชั่วคราวนั้น มีภาพสะพัดในสื่อสังคมออนไลน์ จับได้ว่านายเสตยาสวมเสื้อเชิร์ตแขนสันสีขาว สวมหมวกดำและผ้าปิดจมูกปิดบังใบหน้า อยู่ในร้านค้าแห่งหนึ่งในเขต ปาปาลารัง บันดุงตะวันตกเมื่อวันศุกร์ ( 14 มิ.ย.) ร้านค้าแห่งนี้อยู่ห่างจากโรงพยาบาล ซานโตซา ใช้เวลาขับรถ 40 นาที 

เจ้าหน้าที่เรือนจำ ชี้แจงว่า อดีตประธานสภาได้รับอนุญาตให้ออกจากเรือนจำได้ 2-3 ชม. เพื่อไปร่วมการพิจารณาคดีในฐานะพยานในกรณีทุจริตอื่น หรือไปพบแพทย์ ทั้งสองครั้ง เขาเกลี้ยกล่อมเจ้าหน้าที่เรือนจำให้เขามีเวลาอิสระเล็กน้อยก่อนกลับไปห้องขัง  

กรณีล่าสุด ลิเบอร์ตี สิตินจัก หัวหน้าสำนักงานสิทธิมนุษยชนและกฎหมายชวาตะวันตก แถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนทันทีที่เขากลับถึงเรือนจำ จากนั้นได้ย้ายนักโทษรายนี้ไปยังเรือนจำ กุนุง ซินดูร์ ทันที  

เรือนจำใหม่ คือสถานที่เหมาะสม เพราะมีระบบรักษาความปลอดภัยเข้มข้นกว่า เนื่องจากเป็นเรือนจำสำหรับนักโทษคดีอุกฉกรรจ์อย่างก่อการร้าย หรือนักค้ายาเสพติด  นายลิเบอร์ตี กล่าวขอโทษประชาชนและยอมรับความผิดพลาด รับปากจะสอบสวนผู้สมรู้ร่วมคิด 

หลังรับโทษ 5 เดือน ผู้ตรวจการณ์แผ่นดินอินโดนีเซียพบว่า เขาได้รับอภิสิทธิที่เรือนจำสุคามิคิน รวมถึงห้องขังที่มีพื้นที่กว้างขวางและสะดวกสบายกว่าคนอื่นสองเท่า 
 

 

ส่องสาระฯ ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34

วันที่ 16 มิถุนายน 2562 - 16:35 น.
อุศนา พีรานนท์,สมาคมนักข่าวฯ,เสวนา,ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34,ส่องสาระ

สมาคมนักข่าวฯจัดเสวนา "ส่องสาระประเด็นร้อน ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่34" อุศนาย้ำไทยผลักดันแก้ปัญหาขยะทะเลรูปธรรม ลบชื่อพ้นลิสต์กลุ่มประเทศปล่อยขยะทะเลมากในโลก

               วันที่ 16 มิ.ย.62 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อเวลา 10.00 น. สมามคมฯจัดราชดำเนินเสวนา หัวข้อ "ส่องสาระประเด็นร้อน ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34" โดยมี น.ส.อุศนา พีรานนท์ รองอธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ และนายกวี จงกิจถาวร สื่ออิสระและผู้เชี่ยวชาญอาเซียน เป็นวิทยากร ร่วมบรรยาย

               โดย น.ส.อุศนา พีรานนท์ รองอธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวเปิดถึงการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34 (ASEN Summit) ระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย.62 ที่ปีนี้ประเทศไทย เป็นประธานอาเซียนว่า หัวใจหลักในการเป็นปนะธานอาเซียนก็เป็นไปตามแนวคิดหลักคือ ความร่วมมือ ความยั่งยืน จนนำมาสู่เป้าหมายการประชุมอาเซียนที่ว่า "ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน" เพื่อเป็นการวางรากฐานในอีกครึ่งศตวรรษ 50 ปีข้างหน้าให้กับประชาชนกลุ่มอาเซียนได้อยู่อย่างสงบสุข มีความมั่นคงทั้งด้านการเมือง , เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรมและมนุษย์ อย่างยั่งยืน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยการประชุมสุดยอดอาเซียนในอีก 7 วันข้างหน้าที่ไทยเป็นประธานอาเซียนนั้น ในการประชุมจะมีจะหารือร่วมกับ 10 รัฐมนตรีประเทศที่จะมุ่งประเด็นจัดการข้อตกลงต่างๆ ที่จะให้เกิดความเชื่ิอมโยงกันทั้งการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และกฎหมาย กฎระเบียบที่จะสร้างความสะดวกและความปลอดภัยให้กับกลุ่มประเทศอาเซียน และกลุ่มประเทศคู่เจรจาที่มีปฏิสัมพันธ์กันก็ยังได้รับประโยชน์ด้วย ซึ่งสิ่งที่เราจะเห็นในการประชุมก็จะมีทั้งผู้นำและรัฐมนตรี 10 ประเทศ , สมัชชารัฐสภาอาเซียน ที่ถือป็นตัวแทนประชาชนอย่างแท้จริง ที่เป็นหุ้นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ความร่วมมืออาเซียนเป็นไปตามข้อตกลงกติกาเพราะสุดท้ายเมื่ออาเซียนมีข้อตกลงอย่างไรแล้วก็ต้องไปให้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ดังนั้นจึงเชิญประธานรัฐสภาแต่ละประเทศมาพบและหารือกับผู้นำอาเซียน , ผู้นำเยาวชนอาเซียน 20 คนที่มาจากการคัดเลืิอกเยาวชนชาย-หญิงแต่ละประเทศ , สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจอาเซียน (ASEN-BAC) ที่มีตัวแทนนักธุรกิจ กลุ่มสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแต่ละประเทศร่วมอยู่ โดยความร่วมมือร่วมใจเน้นการดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ซึ่งปีนี้ประเทศไทยยังคงสนับสนุนสานต่อเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ และเมืองอัจฉริยะ 

               ส่วนคำว่า "ยั่งยืน" นั้นจะเน้นในทุกมิติของ 3 เสาประชาคมอาเซียน ทั้งความมั่นคง , เศรษฐกิจ , สังคมวัฒนธรรม แง่ความมั่นคงก็สรุปผลช่วง 6 เดือนแรกในฐานะที่ไทยเริ่มเป็นประธานอาเซียน ที่ไทยได้จัดประชุมเรื่องความมั่นคงไซเบอร์ไปแล้ว , เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็จัดประชุมไปแล้วเรื่องต่อต้านการค้าสัตว์ป่าและเรื่องนี้จะได้นำผลลัพธ์มาเสนอให้ผู้นำ 10 ประเทศรับทราบด้วยในการประชุมสุดยอดอาเซียนด้วย , เรื่องที่กระทรวงมหาดไทยแบะกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมจัดการประชุมการบริหารจัดการชายแดน ก็จะเสนอให้ที่ประชุมรับทราบด้วยก่อนจะมีการเสนอออกมาเป็นเอกสารสำคัญ ซึ่งเรื่องนี้ประเทศไทยให้ความสำคัญมาก ตามลักษณะแผนที่เราเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเมื่ิอเราสนับสนุนในการเชื่ิอมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างกลุ่มอาเซียนทั้งทางบก ทางอากาศ เราก็มาเป็น HUB ศูนย์กลาง พร้อมกับการเปิดประตูให้คน เคลื่อนย้ายกันได้อย่างสะดวกเสรี ดังนั้นจะดูว่าทำอย่างให้การเคลื่อนย้ายนั้นอำนวยความสะดวกต่อการลงทุน การค้า การเดินทางของนักท่องเที่ยวอย่างเสรีมากขึ้น จะก่อให้เกิดผลเสียกับเรา และไม่เปิดช่องให้เกิดเป็นอาชญากรรมข้ามชาติใช้ประโยชน์จากเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งจะต้องมีการควบคุมให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยควบคู่กับการอำนวยความสะดวก

               ด้านเศรษฐกิจ ก็พูดถึง "ดิจิตอลอาเซียน" ด้วย ที่จะวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิตอล การเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ต สร้างความร่วมมือด้านประเด็นกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆให้เชื่อมโยงกันได้ เช่น การค้าข้ามแดนโดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ตบางประเทศหากไม่พอใจสินค้าส่งคืนและได้รับเงินคืนได้ แต่บางประเทศไม่เป็นเช่นนั้นขายแล้วขายเลยซึ่งการสร้างความั่นคงทางเศรษฐกิจดิจิตอลจะอำนวยความสะดวกให้กับทั้งผู้ประกอบการค้า , นักธุรกิจ และผู้บริโภค จากการดูแลจัดด้านกฎหมายรองรับที่ชัดเจนเหมาะสม เชื่อมโยงกันได้ รวมทั้งการจัดการกฎหมาย กฎระเบียบเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์ที่จะไม่ให้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นภัยคุกคามบุคคลอื่น เพราะในโลกไซเบอร์ไม่มีตัวตนชัดเจนทุกคนเป็นนักเลงคีย์บอร์ดได้ โพสต์ตำหนิใคร ปล่อยข่าวที่ไม่ถูกต้องซึ่งบางประเทศการตรวจสอบยังเป็นไปได้ยากดังนั้นต้องมีการคุ้มครองผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ด้วยการการ สร้างจิตสำนึกและความตระหนักรู้กับผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ไม่ให้เกิดเป็นช่องทางสำหรับกลุ่มก่อการร้ายในการระดมคน คัดเลือกคน เข้ามาสู่องค์กรแล้วเผยแพร่แนวคิดที่เป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ เราก็ร่วมมือกันทำให้การสร้างดิจิตอลอาเซียนนำมาสร้างประโยชน์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้กลุ่มผู้ค้ารายย่อยค้าขายได้มากขึ้น ขยายตลาดเข้าสู่ตลาดโลกได้ และให้ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกันอยู่อย่างยั่งยืนสงบสุข

 

"ช่อ" กลางพายุ จากนี้สู้ยิบตา

วันที่ 15 มิถุนายน 2562 - 00:00 น.
ช่อ,พรรคอนาคตใหม่,ปารีณา ไกรคุปต์,ชุดดำ,รัฐสภา,พรรณิการ์ วานิช

รายงาน...

          ด้วยปูมหลัง แนวคิด ที่เรารู้กันดี เราจึงไม่แปลกใจกับการแสดงออกในหลายวาระทั้งทางการเมือง และประเด็นอ่อนไหวบางเรื่องของ “ช่อ พรรณิการ์ วานิช” โฆษก และ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่

          และแล้ววันนี้ เรื่องราวเหล่านั้น ได้นำพาเธอมาถึงสถานการณ์ที่แอบเดาว่าเจ้าตัวเองก็แทบไม่อยากเชื่อเหมือนกัน 


++


          เหตุด่วนเหตุร้อน
          กรณี “เอ๋ ปารีณา ไกรคุปต์” กับศัพท์ใหม่ “...ช่อ” หรือเรื่องชุดดำ-ชุดขาวดำ อาจเป็นโจ๊กไปเลย ถ้าเทียบกับกรณีที่กำลังเกิดขึ้นช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

          เมื่อเธอไปโดนมือดี ตาดี และมีเวลา ไปขุดภาพเก่า 9 ปีก่อนในเฟซบุ๊ก Pannikar Chor Wanich ที่ไม่ได้ตั้งค่า “เฉพาะเพื่อน” มาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ แล้วเพจดังรับลูกต่อเอามาขยายความจนเกิดกระแสใหญ่โต

          คงไม่ต้องบรรยายภาพซ้ำ แต่กระแสสังคมที่รับไม่ได้ ก็ได้ทำให้สาวช่อต้องออกมาแถลงขอโทษทางเฟซบุ๊กเดียวกัน ในวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา (เข้าใจว่าเธอเดินทางไปประชุมที่เมียนมาแล้ว)

          เธอระบุว่า ภาพดังกล่าวถูกถ่ายในช่วงเหตุการณ์ที่รับปริญญาปี 2553 ซึ่งเป็นยุคหลังรัฐประหาร 2549 ที่มีกระแสกล่าวหาผู้คนว่าไม่จงรักภักดี

          พร้อมอ้างความเป็นนักเรียนรัฐศาสตร์ผู้เฝ้าติดตามปรากฏการณ์ด้วยความกังวล ทำให้บางครั้ง ก็ได้นำคำถามในใจมาสะท้อนความขื่นขันในโศกนาฏกรรมทางการเมือง


          อย่างไรก็ดี เธอยอมรับว่าภาพนั้นไม่เหมาะสม และกล่าวขอโทษ


          "อยากให้ตระหนักถึงสังคมการเมืองไทยกำลังทำให้หนุ่มสาวเติบโตมาพร้อมคำถาม กับการใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือทางการเมือง ตนและเพื่อนๆ เชื่อในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข วันนี้ตนเป็นนักการเมือง ขอร้องว่าอย่านำประเด็นนี้มาโจมตีกันอีกเลย รวมถึงขอร้องให้ผู้ที่ขุดคุ้ยยุติการกระทำดังกล่าว”


          แต่ดูเหมือนว่า ครั้งนี้ สำหรับคนไทยส่วนใหญ่แล้ว คำพูดของช่อเริ่มฟังไม่ขึ้น!


++


          สืบ สอบ สอย?
          แม้สาวช่อจะโร่ขอโทษและชี้แจงอย่างไม่ลังเล แต่ฝ่ายกฎหมายไปต่อ ไม่รอแล้ว


          รุ่งขึ้นวันที่ 10 มิถุนายน หลังจากเรื่องนี้ถูกพูดถึงในท่วงทำนองว่า "โฆษกพรรคอนาคตใหม่คนนี้กระทำผิดเข้าข่ายผิด ม.112 หรือไม่"?

          ในเวลาเดียวกัน ทางด้านของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ก็ออกมาสั่งการหน่วยงาน 3 หน่วยตรวจสอบ 3 ส่วน

          ส่วนแรก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) รับที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเฟชบุ๊ก อินสตาแกรม ของสาวช่อ ว่าเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่

          ในส่วนของ กองกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบความผิดอาญา ขณะที่ในส่วนของการ พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) ก็จะดำเนินการตรวจสอบในประเด็นความมั่นคง


          ทั้งนี้ ช่วงวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. เปิดเผยว่าเบื้องต้น ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบประวัติย้อนหลัง ภายใต้ความโปร่งใสเป็นธรรมและตรวจสอบได้ 


          ที่สุด วันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซินเธีย เอี่ยมสะอาด ไฮโซชื่อดัง และเตชะ ทับทอง หรือ เต้ จิตอาสาชื่อดัง ได้หอบเอกสารหลักฐานมาที่ บก.ปอท. เพื่อแจ้งความเอาผิดโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ตามความผิดฐาน มาตรา 112 แล้ว


          คนไทยเห็นท่าว่างานนี้น่าจะอีกยาวแน่ๆ ช่อ! เพราะคดีนี้มีอายุความ 20 ปี!


++


          นักร้องต้องมา
          ดูเหมือนว่าช่วงที่ผ่านมาทางฝั่งพรรคอนาคตใหม่ ก็ไม่ได้แอคชั่นเรื่องนี้มากนัก อาจเพราะไม่ต้องการต่อความยาว สาวความเยอะ


          แต่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ก็หนีไม่พ้นไมค์นักข่าว เขาออกมายืนยันตามฟอร์มว่าไม่มีปัญหา พรรณิการ์เป็นส.ส.ที่มีคุณภาพคนหนึ่ง ส่วนเรื่องกฎหมาย ว่ามา พรรคเราเจอมาเยอะ


          ส่วนคนที่ทำตรงกันข้าม คือเรื่องนี้จะต้องต่อให้ยาว ก็คือคนที่เรารู้ว่าจะทำอะไร ว่าแล้ว ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ก็ออกโรง

          11 มิถุนายน หลังจากเข้าให้ถ้อยคำ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่อง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน 110 ล้านบาท ซึ่งอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 แล้ว


          วันเดียวกันก็เดินหน้าไปพบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทันที เพื่อยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า การกระทำของโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อให้เสนอเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยต่อไป


          ศรีสุวรรณระบุกับสื่อว่า  น.ส.พรรณิการณ์เป็นส.ส.ได้รับโปรดเกล้าฯ และได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งในคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนก็ได้ระบุว่า จะปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการ

 

          โดยแม้ว่าเป็นการโพสต์นานแล้ว แต่ข้อความเหล่านั้นไม่ได้ลบทิ้ง ดังนั้นความผิดยังต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ น.ส.พรรณิการ์เป็น ส.ส.อยู่ นั่นเอง


++


          รอตั้งหลัก?
          หลังกล่าวขอโทษคนไทยทางเฟซบุ๊ก สาวช่อก็เงียบไป และปิดค่าสาธารณะ จนช่วงเย็นวันที่ 11 มิถุนายน เราได้เห็นเธออีกครั้งจากหน้าข่าว และเฟซบุ๊กที่กลับมาตั้งค่าสาธารณะอีกครั้ง


          ภาพของสาวช่อในอิริยาบถยิ้มแย้ม ขณะอยู่ที่กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ในการประชุม E-LECTION BRIDGE ASIA-PACIFIC 2019 ระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน 2562 จัดโดยมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์


          โดยงานนี้เธออภิปรายในหัวข้อ “อิทธิพลของกองทัพต่อการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย: บทเรียนจากไทยและเมียนมา”

          น่าสนใจมาก ว่าในขณะที่กองเชียร์ฝ่ายอนาคตใหม่ มองว่า ช่อ เหมือนกำลังโดนไล่ล่าจากการเมืองฝ่ายตรงข้าม แต่ช่อเองก็กลับมาร่ายยาวในเฟซบุ๊กของตนเอง ชนิดที่อ่านแล้วกลุ่ม #Savepannika อาจชื่นชม

          แต่กลุ่ม #...ช่อหนักแผ่นดิน อาจว่าอีกอย่าง โดยเฉพาะในห้วงที่เธอเหมือนมี “ชนัก" ติดหลังไปแบบนี้ แม้ว่ามุมอื่นเธอจะกล่าวถึงเรื่องอื่นๆ เช่น ปัญหาการใช้โซเชียลมีเดียในการหาเสียงว่าเป็นดาบสองคมก็ตาม


          เธอระบุตอนหนึ่งว่า “ตัวแทนจากพรรคการเมืองทั่วโลก รวมถึงเพื่อนชาวเมียนมาจากพรรค NLD ส่วนใหญ่กังวลว่าสถานการณ์ในไทย ว่ายังไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่ทุกฝ่ายคาดหวัง หลังการเลือกตั้ง 24 มีนาคม แต่กลับดูจะเลวร้ายลง”

          ที่แน่ๆ ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ท่ามกลางกระแส่ข่าวก็ลือว่า สาวช่อเลื่อนกำหนดกลับไทยไปเป็นช่วงสิ้นเดือน บ้างก็ว่าไม่กลับ บ้างว่าหลบไปตั้งหลักสักพัก

          จนช่วงบ่ายวันที่ 12 มิถุนายน สาวช่อโผล่ให้สัมภาษณ์สื่อโพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูสิฟ ทำนองที่ฟังแล้วเข้าใจว่า เดี๋ยวเธอกลับไทยแล้วจะลุยงานสภา เปิดหน้าตรวจสอบรัฐบาลหลายประเด็น 

          แล้วรุ่งขึ้น 13 มิถุนายน ช่อก็กลับไทยจริงๆ ทำเอาคนแทงสูงว่า “ไปยาว” โดนไปเยอะ แต่ที่แน่ๆ คนไทยไม่น้อยรอดูสาวช่อกลับเข้าสภา สู้กันแบบแมนๆ ใจจะขาด

 
 

 

สานตะกร้าไม้ไผ่ขาย สร้างรายได้เดือนละหมื่น

วันที่ 16 มิถุนายน 2562 - 18:08 น.
ภูมิปัญญาชาวบ้าน,ว่างทำนา,สานตะกร้า,ตะกร้าไม้ไผ่,โคราช,สร้างอาชีพ,อาชีพน่าสนใจ

นครราชสีมา - คมข่าวทั่วไทย

              วันที่ 16 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมารายงานว่า ชาวบ้านที่มีอาชีพทำนาปลูกข้าว หลังจากอยู่ในช่วงรอคอยการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปี ได้หาอาชีพเสริมทำเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ตำบลด่านคล้า อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ได้รวมกลุ่มญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน ใช้เวลาว่างช่วยกันสานตะกร้าไม้ไผ่

              ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นการจักสานผลิตภัณฑ์ตะกร้าไม้ไผ่สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวอีกทางหนึ่ง โดยตะกร้าไม้ไผ่ที่ทำนั้นจะมีอยู่หลายขนาด แยกเป็นขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และขนาดจัมโบ้ ซึ่งแต่ละขนาดก็จะมีราคาที่แตกต่างกันไป

 

              นางลับ พุทธกลาง อายุ 62 ปี ชาวบ้านตำบลด่านคล้า เผยว่า ตนใช้เวลาว่างจากทำนามาสานตะกร้าขาย และด้วยความที่ตนนั้นตั้งใจทำอย่างประณีต และตะกร้ามีคุณภาพทนทานไม่หลุดง่าย จึงทำให้มีลูกค้าติดต่อสั่งทำให้เป็นจำนวนมาก โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่ และหมู่บ้านใกล้เคียง โดยตะกร้าที่ทำนั้นเป็นตะกร้าที่ทำมาจากไม้ไผ่ที่ผ่าเป็นซี่เล็กๆ แล้วนำมาสานขึ้นลวดลายให้ดูสวยงาม ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้า ขณะที่ตะกร้าใบใหญ่จะขายอยู่ที่ราคา 300 บาท ใบเล็กจะขายในราคา 180 บาท ตะกร้าใบใหญ่จะใช้เวลา 4 - 5 วัน ส่วนใบเล็กใช้เวลา 1 - 2 วัน เดือนหนึ่งจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 7,000 - 10,000 บาท

............................................................

16 มิถุนายน 2562

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน