*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5632
  • จำนวนผู้ชม : 3374921
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 390 , 12:35:08 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Chaoying โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         บอลโลกหญิงแมตช์เมื่อคืนไทย - สวีเด็น สร้างประวัติศาสตร์ให้ทีมไทยที่สามารถยิงประตูได้ 1 ลูกโดยกาญจนา สังข์เงิน  แม้

จะแพ้สวีเด็น 5:1 ก็ตาม เพิ่มสถิติที่ทีมไทยยิงได้ในบอลหญิงโลกเป็นประตูที่ 3 ในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางความยินดีด้วยน้ำตาอาบ

แก้ม ทั้งผู้เล่น ผู้จัดการทีมโค้ช และผู้ชมคนไทยครั้งนี้

 

 
สื่อโลก'BBC'ชื่นชมบอลหญิงไทย! ทำได้ตามความฝัน

สื่อโลก'BBC'ชื่นชมบอลหญิงไทย! ทำได้ตามความฝัน

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 10.36 น.

สื่อต่างประเทศชื่อดังอย่าง บีบีซี เขียนโพสต์ชื่นชมทีมฟุตบอลหญิงไทย ผ่านทางโลกออนไลน์ดังอย่าง "ทวิตเตอร์" หลังจากที่ กาญจนา สังข์เงิน ทำประตูให้ทีมไทย และกล้องจับภาพไปที่การฉลองข้างสนามของ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ กับ "โค้ชหนึ่ง" หนึ่งฤทัย สระทองเวียน รวมถึงบรรดานักเตะสำรองและสต๊าฟฟ์

ข้อความดังกล่าวระบุว่า 
18 conceded.
One scored.

Wonderful scenes for Thailand.

Look what it means to them  [❤]

Read all about it: https://bbc.in/2WJ6rhf  #FIFAWWC #ChangeTheGame

เป็นการชื่นชมแนวคิดของฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ที่เป็นรองทุกอย่างในการมาแข่งขันฟุตบอลหญิงโลก ที่ฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพ แต่สามารถทำประตูได้ในเกมกับ สวีเดน ดีกรีรองแชมป์โลก ก่อนจะพ่ายไป 1-5 แต่ชนะใจผู้ชมทั่วโลก

ซึ่งรายการ Match of the Day ซึ่งเป็นรายการฟุตบอลระดับโลกของ บีบีซี อังกฤษ ได้ทำคลิปภาพชื่นชมแนวคิดในการเล่นฟุตบอลของไทย ที่มาแข่งขันเพื่อต้องการบรรลุเป้าหมายของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องอิงผลการแพ้ชนะเป็นหลัก พร้อมติดแฮชแทคคำว่า  #ChangeTheGame

 

สวีเดน 5-1 ไทย | ไฮไลท์ฟุตบอลโลกหญิง https://youtu.be/RlOBxXsjPNA

*

 

 

รบ.ชี้ พ.ร.ก.ประมงเป็นผลดีต่อประเทศ ติงกลุ่มการเมืองเสนอยกเลิกบางมาตรา ส่อทำลายทรัพยากร

รบ.ชี้ พ.ร.ก.ประมงเป็นผลดีต่อประเทศ ติงกลุ่มการเมืองเสนอยกเลิกบางมาตรา ส่อทำลายทรัพยากร

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 11.20 น.

รัฐบาลแจง พ.ร.ก.ประมง เป็นผลดีต่อประเทศ ติงกลุ่มการเมืองเสนอยกเลิกบางมาตรา ส่อทำลายล้างทรัพยากร ฝ่าฝืนกติกาสากล

17 มิ.ย. 62 พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส. ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประมงที่ จ.ตราด เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 62 โดยเสนอให้แก้ไข พ.ร.ก.ประมง มาตรา 34 69 81 ว่า สังคมไทยจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าการแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายบางมาตรานั้นจะเป็นผลดีหรือส่งเสริมการทำลายล้างทรัพยากรทางทะเล ฝ่าฝืนมาตรฐานแรงงาน และเปิดช่องให้มีการค้ามนุษย์เหมือนในอดีตกันแน่

“การลงพื้นที่หรือหาประโยชน์ทางการเมืองนอกสภานั้น อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของทรัพยากรและเศรษฐกิจการประมงของชาติโดยไม่รู้ตัว หากศึกษาข้อกฎหมายอย่างแท้จริงจะพบว่า ถ้ายกเลิกมาตรา 81 จะทำให้การประมงกลับไปไร้การควบคุมเหมือนที่ผ่านมา ถ้าไม่มีอุปกรณ์ VMS ก็จะไม่รู้ว่าเรือประมงลำใดออกนอกน่านน้ำหรือไปทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นกติกาสากล”

นอกจากนี้ การเขียน Lockbook ก็มีไว้เพื่อใช้พิสูจน์แหล่งที่มาของสินค้าประมง และยังนำข้อมูลไปจัดสรรวันทำประมงได้ ส่วนการที่เรือประมงต้องแจ้งศูนย์ PIPO นั้น จะช่วยตรวจสอบให้แรงงานเข้าออกอย่างถูกต้อง

สำหรับมาตรา 69 ที่ห้ามจับปลากะตักในเวลากลางคืน ก็เพื่อรักษาปริมาณปลากะตักให้เหมาะสม มีปลาเหลือให้ลูกหลาน เพราะกลางคืนปลากะตักจะรวมเป็นฝูงขนาดใหญ่ หากจับในเวลานี้จำนวนปลาจะลดลงเร็วขึ้น

ส่วนมาตรา 34 ที่ห้ามชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับอนุญาตแล้วออกไปทำประมงนอกชายฝั่ง ขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้ ชาวประมงพื้นบ้านยังออกไปทำประมงได้ตามปกติ และภาครัฐกับชาวประมงพื้นบ้านกำลังทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย

จบข่าว!‘บิ๊กป้อม’สั่งการล้อมคอก‘วินจยย.’ ยกพวกตีกันย่านอุดมสุข

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 10.19 น.

17 มิ.ย. 62 เมื่อเวลา 09.45น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยและการจราจรในการประชุมสุดยอดอาเซียน ถึงกรณีวินมอเตอร์ไซค์ปิดถนนตีกันบนถนนสุขุมวิท ช่วงสุขุมวิท 103/1 (อุดมสุข) โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ผมได้สั่งการไปแล้ว”

 

‘บิ๊กตู่’เข้มหน่วยงานทำงานเชิงรุก สั่งเกาะติดโซเซียล สกัดปลุกระดม

‘บิ๊กตู่’เข้มหน่วยงานทำงานเชิงรุก สั่งเกาะติดโซเซียล สกัดปลุกระดม

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.43 น.

17 มิ.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กำชับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่นอกเหนือจากการตอบโต้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆจากข่าวบิดเบือนต่างๆในโซเชียลมีเดียที่ทำกันอยู่แล้วนั้น 

“ขอให้ติดตามอย่างต่อเนื่องระวังอย่าให้มีการปลุกระดม เพราะมีกลุ่มคนที่ต้องการสร้างสถานการณ์ภายในประเทศและวิเคราะห์ให้ดี ชี้แจงให้ทันการณ์ ที่ผ่านมาถือว่า ดีอยู่แล้วแต่อยากให้เร็วกว่านี้ ทำทั้งเชิงรุกและเชิงรับที่ต้องทันการณ์ด้วย”  รายงานข่าว ระบุ

 

‘ประชาธิปัตย์ทรยศประชาชน’จริงหรือ? เด็กปชป.ถามหรือจะให้ลงโรงกับพวกทุจริตจำนำข้าว

‘ประชาธิปัตย์ทรยศประชาชน’จริงหรือ? เด็กปชป.ถามหรือจะให้ลงโรงกับพวกทุจริตจำนำข้าว

วันอาทิตย์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 22.32 น.

‘ประชาธิปัตย์ทรยศประชาชน’จริงหรือ? เด็กปชป.ถามหรือจะให้ลงโรงกับพวกทุจริตจำนำข้าว

16 มิ.ย.62 นายพรพล เอกอรรถพร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.สระแก้ว พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์บทความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “ประชาธิปัตย์ทรยศประชาชน” จริงหรือ? เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.62 ที่ผ่านมา มีเนื้อหาดังนี้

“ประชาธิปัตย์ทรยศประชาชน” จริงหรือ?

ได้อ่านบทวิจารณ์ในเชิงโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ เรื่อง “ประชาธิปัตย์ทรยศต่อประชาชน” ของ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร (ดร.โกร่ง) โดยท่านได้นำเหตุการณ์การลาออกจาก ส.ส. ของ “พี่มาร์ค” มาเป็นประเด็นเดินเรื่อง ซึ่งผมเองไม่ได้ให้ค่ากับบทวิจารณ์นี้นัก เพราะทราบดีถึงเส้นทางของ ดร.โกร่ง ที่ได้ตำแหน่งมาจากผู้มีอำนาจในแทบทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, พล.อ.ชาติชาย ชุณหวัณ, คุณอานันท์ ปันยาชุน, พล.อ.สุจินดา คราประยูร, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, คุณทักษิณ และ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนในรัฐบาลประชาธิปัตย์ ท่านไม่ได้มีตำแหน่งใดๆ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ กำลังถูกโจมตีอย่างหนักในขณะนี้ คือ เรื่องการเข้าร่วมรัฐบาลกับ “ลุงตู่” ผมจึงขอแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา แบบไม่มีดราม่าปน เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ลองพิจารณาดู

ก่อนอื่น ผมขอปูพื้นให้ทราบว่า ผมไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมการสืบทอดอำนาจของ “ลุงตู่” แม้แต่น้อย รับไม่ได้กับการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่หมกเม็ดกติกาเพื่อสืบทอดอำนาจ จึงได้พยายามบอกต่อสังคมถึงผลที่จะตามมา แต่เสียงทักท้วงไม่ดังพอ และเมื่อประชาชนกว่า 16 ล้านคน ได้ลงประชามติรับร่าง รธน.ฉบับนี้ พรรคการเมืองทุกพรรค จึงเหมือนถูกบังคับให้เดินสู่สนามแข่งขันที่ไม่มีวันชนะ แต่ต้องหาวิธีให้ได้คะแนนที่สูงที่สุด

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่นำทีมโดย “พี่มาร์ค” ก็ได้นำเสนอนโยบายที่จับต้องได้ และตรงใจประชาชนยิ่งกว่าทุกพรรค ซึ่งนับว่าได้วางแผนมาอย่างดี

ขณะที่ผลโพลในแต่ละช่วงเวลา ก็ได้แสดงให้เห็นว่า คนที่เบื่อ “ลุงตู่” มีจำนวนมากกว่าคนที่รัก ชนิดทิ้งระยะห่างพอสมควร

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ อาจเป็นเหตุที่ทำให้ “พี่มาร์ค”ตัดสินใจประกาศไม่สนับสนุน “ลุงตู่” เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งคงหวังให้ประชาชนส่วนใหญ่ที่เบื่อ “ลุงตู่” หันมาสนับสนุนนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์แทน

แต่คนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิต การประกาศครั้งนี้กลับทำให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องตอบคำถามที่ตามมาอย่างมาก อาทิ

“ทำไมต้องประกาศอย่างนั้น ? ไม่ต้องประกาศดีกว่า หาเสียงของเราไป”

“ถ้าไม่ร่วมมือกัน แล้วจะสู้พวกนั้นได้หรือ?”

“ไม่เข้ากับ “ลุงตู่” แล้วจะไปเข้ากับอีกฝั่งหรือ?”

และเมื่อผลคะแนนออกมา พรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส. 53 คน และคะแนนเสียงทั่วประเทศเหลือเพียง 3.9 ล้านคะแนน น้อยลงกว่าเดิมเกือบ 3 เท่าตัว จึงพอวิเคราะห์ได้ว่า ในภาวการณ์ทางการเมืองที่แบ่งเป็นฝักฝ่ายเช่นนี้ คนที่ไม่เอา “ลุงตู่” ในโพล ส่วนใหญ่เขาก็ไม่เอาพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน เพราะเขามองว่าพรรคประชาธิปัตย์ กับ “ลุงตู่” นั้นอยู่ตรงข้ามกับเขา ส่วนคนที่เอา “ลุงตู่” ก็คือคนที่ชอบพรรคประชาธิปัตย์เป็นทุนเดิม และมีบางส่วนเกรงว่าจะพ่ายแพ้ให้แก่ฝ่ายตรงข้าม จึงตัดสินใจลงคะแนนให้กับ “ลุงตู่” แทน

พรรคประชาธิปัตย์ จึงเป็นพรรคการเมืองพรรคเดียวที่แพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้ ขณะที่ทุกพรรคได้ชัยชนะทั้งหมด เข้าตำรา “เดินหมากผิดตาเดียว แพ้ทั้งกระดาน”

หลังจากการเลือกตั้ง “พี่มาร์ค” จึงได้ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค และพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ “พี่อู๊ดด้า” มาเป็นหัวหน้าพรรคแทน ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุ

ในส่วน 3.9 ล้านเสียง ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เหลืออยู่นั้น นับเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพรรคตัวจริง เพราะขนาดมีคนมายื่นเงินซื้อเสียงให้ถึงหน้าบ้าน ก็ยังคงไม่ไปไหน

ส่วนเหตุผลที่ยังเลือกพรรคประชาธิปัตย์อยู่ เชื่อว่าผู้สมัครในระบบเขตแต่ละท่าน ที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน คงมีคำตอบอยู่ในใจ อาทิ บางส่วนเป็นสายเลือดแท้ ที่รักและเชื่อมั่นในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะสนับสนุน หรือไม่สนับสนุน “ลุงตู่”

บางส่วนเลือกเพราะชื่นชอบผลงานในอดีต เช่น เบี้ยยังชีพผู้ชรา, ประกันราคาข้าว ราคามัน หรือ เรียนฟรี 15 ปี ฯลฯ

บางส่วนเลือกเพราะเป็นแฟนคลับนายหัวชวน, พี่มาร์ค หรือแกนนำคนอื่นๆ

บางส่วนเลือกเพราะคุ้นเคยกับผู้สมัคร ส.ส.เขต ที่ขยันเข้าถึงทุกบ้าน

บางส่วนเลือกเพราะชอบในนโยบาย อยากให้ลูกได้เรียน ปวส.ฟรี หรือ อสม.จะได้เดือนละ 1,200

ในส่วนที่เลือก เพราะไม่เอา “ลุงตู่” ก็คงมีอยู่ไม่น้อย เช่นเดียวกับส่วนที่เอา “ลุงตู่”

ด้วยเหตุผลที่หลากหลายเช่นนี้ จึงไม่อาจสรุปว่า 3.9 ล้านเสียง คือผู้ที่ไม่เอา “ลุงตู่” ทั้งหมด แต่สามารถบอกได้ว่า เขาคือคนที่รักและเชื่อมั่นในพรรคประชาธิปัตย์จริงๆ มุ่งหวังให้พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองที่ดี มีอุดมการณ์ ทำงานเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

พรรคประชาธิปัตย์ จึงมีหน้าที่พิสูจน์สิ่งเหล่านี้ให้แฟนๆได้เห็น หากไม่ดำเนินการ นั่นแหละคือการ ทรยศต่อศรัทธาของเขา

แต่ดราม่า ของการเลือกตั้งครั้งนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ เมื่อจำนวน ส.ส. ของขั้วการเมืองทั้งสองฝ่าย มีจำนวนที่ใกล้เคียงกัน และไม่มีฝ่ายใด ได้คะแนนเสียงเกินครึ่งของสภาผู้แทนราษฎร

พรรคประชาธิปัตย์จึงต้องตัดสินใจเลือกว่าจะร่วมหอลงโรงกับฝ่ายใด ซึ่งคงทำใจไม่ได้ หากต้องร่วมงานกับฝ่ายที่มีประวัติทุจริตจำนำข้าว และล้มเจ้า

แต่หากอยู่เฉยๆ ไม่เลือกฝ่ายใดเลย ก็จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เสียที เศรษฐกิจของประเทศก็จะชะงักงัน เกิดปัญหาซ้อนปัญหาขึ้นมาอีก

ส่วนจะเลือกฝ่าย “ลุงตู่” ก็จะถูกมองว่าร่วมมือกับเผด็จการ ทั้งที่มาถูกต้องตามกติกาในรัฐธรรมนูญ ที่มีคนเห็นชอบกว่า 16 ล้านคน ซึ่งบางคนที่ต่อว่า ก็อาจหลวมตัวลงมติเห็นชอบด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้น พรรคประชาธิปัตย์ยังถูกกระแสโจมตีว่าตระบัดสัตย์ จากการที่ “พี่มาร์ค” เคยประกาศไม่สนับสนุน “ลุงตู่” แม้ “พี่มาร์ค” ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคไปแล้วก็ตาม ซึ่งความจริงแล้ว พรรคประชาธิปัตย์นั้นมีประชาธิปไตยภายในพรรค การจะตัดสินใจร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ต้องเป็นไปตามมติของที่ประชุมร่วมระหว่าง กรรมการบริหาร และ ส.ส.ของพรรค

แม้แต่ “พี่มาร์ค” หากยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ ก็ไม่อาจทำตามที่ตนประกาศไว้ได้ เพราะเรื่องนี้ไม่เคยมีมติมาก่อน จึงต้องนำเข้าหารือที่ประชุมพรรค และเมื่อที่ประชุมมีมติเช่นไร พรรคก็จะต้องดำเนินการไปตามนั้น

เมื่อหันมาดูโครงสร้างของที่ประชุมใหญ่ ที่ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายภาคส่วน เช่น ประธานสาขาพรรค, ตัวแทนองค์กรท้องถิ่น, ส.ส.ปัจจุบัน อดีต ส.ส. และอดีตรัฐมนตรีของพรรค ฯลฯ ซึ่งแต่ละท่านล้วนมีวุฒิภาวะ และมีที่มาจากประชาชนทั้งสิ้น จึงมีโอกาสรับฟังความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างรอบด้าน แล้วนำเหตุผลมาพิจารณาเพื่อลงมติร่วมกัน ซึ่งในครั้งนี้ ที่ประชุมพรรค ได้มีมติด้วยเสียงส่วนใหญ่ให้ร่วมรัฐบาลกับ พรรค พปชร.โดยมีเงื่อนไข ขอดูแลนโยบายประกันรายได้เกษตรกร เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวเกษตร และขอให้แก้ไขปลดล๊อครัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย

ส่วน “พี่มาร์ค” จึงต้องลาออกจาก ส.ส.ไป ด้วยไม่ยอมรับในมติของพรรคที่ไม่เป็นไปตามที่ได้ประกาศไว้

พรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการทุกอย่างบนหลักการ กฎระเบียบ ที่ปฏิบัติต่อเนื่องมานานเช่นนี้ แล้วยังถูกวิจารณ์ว่า “ประชาธิปัตย์ ทรยศต่อประชาชน” จนต้องนึกแปลกใจ

อย่างไรก็ตาม ผมขอฝากความเห็นพ่วงท้ายถึง ดร.โกร่ง ว่าอยากให้ท่าน หันมาช่วยกันเขียนบทวิจารณ์ เพื่อเตือนสังคมไทย ถึงอันตรายของประชาธิปไตยทุจริต และ แนวทางประชาธิปไตย ที่แฝงไว้ด้วยการดูหมิ่นสถาบันหลักของประเทศ ที่กำลังเป็นข่าว กันดีกว่า

เพราะสิ่งเหล่านี้กำลังจะนำพาประเทศไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ ที่อาจหนักขึ้นกว่าเดิม......

เปิดประวัติ ‘กำนันเป๊าะ’...เจ้าพ่อเมืองชลผู้กว้างขวางแห่ง ‘บูรพาทิศ’

เปิดประวัติ ‘กำนันเป๊าะ’...เจ้าพ่อเมืองชลผู้กว้างขวางแห่ง ‘บูรพาทิศ’

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 12.58 น.

นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ “กำนันเป๊าะ” ผู้กว้างขวางในภาคตะวันออก บุตรคนที่ 2 แต่เป็นบุตรชายคนแรกของ นายชาญชัย และนางท้วม คุณปลื้ม  เกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2480 โดยบิดาเป็นผู้ใหญ่บ้านใน ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี  ขณะที่มารดามีอาชีพขายหมูในตลาดหนองมน จนกระทั่งมี “โรงฆ่าสัตว์” ขนาดเล็กเป็นของตนเอง

เมื่อกำนันเป๊าะเรียนจบชั้น ป.4 จากโรงเรียนวัดกลางดอน ก็ได้ลาออกจากโรงเรียนมาทำงานเป็นกระเป๋ารถเมลสายบางแสน-ศรีราชา-ชลบุรี ก่อนจะเลื่อนขั้นมาเป็นคนขับรถ ต่อมาได้ผันตัวเองมาทำ “ธุรกิจเรือประมง” จากนั้นได้พบกับชาวฝรั่งเศสรายหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจค้าน้ำมันที่ประเทศกัมพูชาขณะที่เขามาเที่ยวบางแสน  กำนันเป๊าะจึงได้ “สัมปทาน” จับปลาในน่านน้ำกัมพูชาแต่ทำได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้นก็ต้องเลิกเพราะราคาน้ำมันแพง  จากนั้นได้หันไปจับธุรกิจทำบ่อลูกรังจนประสบความสำเร็จและนำไปสู่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างก่อนจะขยายไปเป็นธุรกิจเหล้า โรงแรม พัฒนาที่ดิน จนสามารถขยายกิจการครอบคลุมเกือบทุกกิจการในท้องที่บางแสนและพัทยา

ต่อมากำนันเป๊าะได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข ทำผลงานมากมายจนทำให้ชลบุรีเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และยังเป็นผู้สนับสนุนบุตรชายและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของนักการเมืองในท้องถิ่นภาคตะวันออกอีกหลายคน

ขณะที่...ชีวิตส่วนตัวของกำนันเป๊าะ ได้สมรสกับนางสติล คุณปลื้ม มีบุตรธิดา รวม 5 คน ซึ่งลูกชายทั้ง 4 คนของกำนันเป๊าะล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่น โดยลูกคนแรก

นายสนธยา คุณปลื้ม เป็นถึงอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี, อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา), อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม, และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (คนแรก) , อดีตประธานสโมสรฟุตบอลศรีราชา, อดีตประธานสโมสรฟุตบอลพัทยา ยูไนเต็ด, อุปนายกราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา

นายวิทยา คุณปลื้ม ลูกคนที่สอง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี, ประธานสโมสรฟุตบอลชลบุรี เอฟซี

นางสาวจิราภรณ์ คุณปลื้ม ลูกคนที่สามลูกสาวเพียงคนเดียวของกำนันเป๊าะ  ที่ถึงแม้จะไม่มีบทบาททางการเมือง แต่สำหรับชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจก็อยู่ในระดับแถวหน้าของประเทศ และยังเป็นผู้ “กุมบังเหียนกงสี” ของตระกูลคุณปลื้มอีกด้วย

นายอิทธิพล คุณปลื้ม ลูกคนที่สี่ อดีตนายกเมืองพัทยา ขณะนี้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ พรรคพลังประชารัฐ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี อยู่ในบังคับบัญชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นอกจากนี้ยังถูกวางตัวให้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมอีกด้วย

และ นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม ลูกคนที่ห้า นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข

                กระทั่งวันที่ 30 มกราคม พ.ศ.2556 ได้เป็นข่าวครึกโครมเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ ผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีจ้างวานฆ่า นายประยูร สิทธิโชติ หรือกำนันยูร อดีตกำนัน ต.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี  เมื่อเดือนมีนาคม 2546 และคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินสาธารณะ ต.เขาไม้แก้ว จ.ชลบุรี เพื่อสร้างเป็นบ่อกำจัดขยะ ในปี 2548  ต่อมาศาลจัดสินจำคุกกำนันเป๊าะ 5 ปี 4 เดือน และยึดทรัพย์ในคดีทุจริตซื้อที่ดินเขาไม้แก้ว และจำคุก 25 ปี คดีจ้างวานฆ่านายประยูร ทั้งนี้ เมื่อปี 2561 กำนันเป๊าะได้รับการพักการลงโทษกรณีพิเศษตามหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์

                โดย กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ชี้แจงว่า ซึ่งศาลพิพากษาลงโทษจำคุกนายสมชาย รวม 28 ปี 4 เดือน ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษรวม 3 ครั้ง คือ ปี 2558 และปี 2559 จำนวน 2 ครั้ง เหลือกำหนดโทษครั้งหลังสุด 10 ปี 18 เดือน 20 วัน ต้องโทษจำคุกมาแล้ว 4 ปี 9 เดือน 25 วัน เหลือโทษจำต่อไป 6 ปี 8 เดือน 25 วัน อีกทั้ง นายสมชายมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์พักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ เนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป เป็นนักโทษเด็ดขาด ชั้นเยี่ยม ต้องจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษครั้งหลังสุด

                และมีอาการเจ็บป่วยร้ายแรงซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาด และอาการอยู่ในระยะอันตรายอาจถึงแก่ความตาย โดยป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และแพร่กระจายไปที่ปอดระยะที่ 4 ทำให้มีอาการปอดบวม บางครั้งหยุดหายใจต้องให้ออกซิเจน เพื่อช่วยหายใจ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องต้องเสียชีวิต จึงเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว

 

‘สมศักดิ์’โหมเตะบอล!สยบป่วน ยัน‘สามมิตร’ไม่ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี

‘สมศักดิ์’โหมเตะบอล!สยบป่วน ยัน‘สามมิตร’ไม่ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 10.46 น.

17 มิ.ย.62 นายสมศักดิ์​ เทพสุทิน​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคพลังประชารัฐ​ โพสต์เฟซบุ๊ก​ส่วนตัวระบุว่า "หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมนั้นอาจดูเงียบหายไปบ้าง ไม่ออกมาให้ข่าว เวลาว่างยังคงไปเตะบอลออกกำลังกายปกติ ไม่เคยไปตั้งกลุ่มก๊วนต่อรอง หรือสร้างประเด็นตีรวนอะไรใดๆทั้งสิ้น แต่ขณะเดียวกันนั้นทุกคนอาจเห็นข่าว ที่กล่าวหาผม และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ถึงการต่อรองเก้าอี้ในคณะรัฐมนตรี ซึ่งทั้งหมดนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง การจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรีผมคงไม่มีอำนาจไปต่อรองใดๆ ตามที่ภาคสังคมนั้นกล่าวอ้างกัน และผมไม่รู้ว่าที่เขานำเสนอออกมาให้เป็นประเด็นทางสังคมนั้น เพียงเพราะต้องการให้ร้าย หรือทำให้คนในสังคมเข้าใจว่าตัวปัญหาคือผม และกลุ่มสามมิตรหรือไม่

ก่อนที่จะมีพรรคพลังประชารัฐ ผมทำงานการเมืองในกลุ่มสามมิตร แต่เวลานี้กลุ่มสามมิตรได้ยุติ และเดินหน้าเป็นหนึ่งเดียวในนามพรรค ที่ผ่านมาตลอดเวลาการทำงานของกลุ่มสามมิตร ลงพื้นที่อยู่ตลอดในภาคเหนือตอนล่าง และภาคอีสาน จนทำให้เราทราบว่าพี่น้องเกษตรกร กำลังลำบากในเรื่องราคาสินค้า เช่น ข้าว อ้อย มัน ยาสูบ ที่ดินทำกิน และยังต้องการอาชีพเสริมระหว่างรอผลผลิตจากการเพาะปลูก พอเมื่อเราตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เราจึงนำปัญหาต่างๆที่ได้รวบรวมมาทำเป็นนโยบายเพื่อแก้ปัญหาให้เกษตรกร

ส่วนนโยบายโคบาลประชารัฐ ผมได้นำเสนอเพราะหวังให้เกษตรกรมีรายได้จากอาชีพเสริม แต่ก็มีการหยิบยกมาโจมตีว่า ผมทำไม่สำเร็จในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย และต้องการนำเรื่องนี้มาทำใหม่เพื่อฟอกตัวเอง ต้องบอกความจริงให้ทุกคนได้รับทราบว่า ผมได้นั่งรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในยุคนั้น แต่ผมยังไม่ได้เริ่มนโยบายนี้เพราะมีการปรับคณะรัฐมนตรีเสียก่อน และพรรคไทยรักไทยก็ไม่ได้ทำนโยบายนี้ตามที่ใช้หาเสียงกับประชาชน ข้อมูลข่าวสารที่ออกมาไม่เป็นความจริงกลับให้ร้ายผมเสียอีก

ผมไม่เคยไปจับจองกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามที่ทุกคนกล่าวอ้าง แต่ช่วงการหาเสียงผมถูกวางให้พูดในเรื่องของเกษตรกร เพราะผมมีประสบการณ์และมีความเข้าใจ เพราะเหตุนี้หรือไม่จึงทำให้ทุกคนเข้าใจว่าผมจับจองกระทรวงเกษตร ถ้าคิดแบบนี้ก็ไม่ยุติธรรมกับผม เวลานี้พอมีข่าว ว่าผมจะไปเป็นรมว.ยุติธรรมก็มีการให้ร้ายป้ายสีเป็นเรื่องเป็นราว ทั้งที่ผมยังไม่รู้เลยว่าเวลานี้ผมจะไปทำงานอยู่ตรงไหน แต่ผมขอยืนยันว่าผมมีความพร้อม ผมมีมันสมองในการบริหารงาน ประสบการณ์การของผมมากพอควร ความดีก็มีปรากฏ (แต่คนจะด่า จะโจมตี คนเสียประโยชน์ จะไม่ยกสิ่งดีดีมาพูดเป็นเรื่องปกติ 55) 

แต่มองในมุมกลับคนที่ออกมาโจมตีหรือให้ข้อมูลนั้นอาจคงเป็นเพราะพวกเขาเสียประโยชน์และกลัวว่าผมจะเอาหน้าที่ไปทำร้ายพวกเขาในคดีต่างๆหรือไม่ ซึ่งผมไม่ทำหรอก เวลานี้จะทำงานในกระทรวงใดยังไม่รู้ เพราะเวลานี้ในสมองของผมคิดแค่เรื่องช่วยเหลือและดูแลประชาชนเท่านั้น อยากให้ทุกคนทบทวนให้ดี เวลานี้ประชาชนเฝ้ารอ การให้มีรัฐบาล เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้พวกเขาให้มีชีวิตคุณภาพที่ดีขึ้น แต่ถ้ายังมัวแต่โจมตีกันไปมาเกี่ยวกับเรื่องกระทรวง ใครจะนั่งนั่นใครจะนั่งนี่ ผมว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง อย่าคิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัวจนลืมประชาชน วันนี้การจัดตั้งรัฐบาลขอให้เป็นหน้าที่ของ พลเอกประยุทธ์ ที่มีอำนาจสิทธิขาดเพียงคนเดียวจะดีกว่าอย่าเล่นใต้ดิน อย่ากวนโคลนในน้ำให้น้ำมันขุ่น การเป็นนักการเมืองที่ดีต้องจริงใจ ทั้งด้านหน้าและลับหลัง เพราะเราทุกคนที่ประชาชนเลือกมาคือตัวแทนที่ต้องทำให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไม่ใช่ประโยชน์เพียงส่วนตัวเท่านั้น

ส่วนใครที่ให้ข้อมูลทำร้ายผม ไม่เป็นไรก็ขออโหสิกรรมให้ และหยุดพฤติกรรมเหล่านี้เสีย เพราะต่อไปผมคงต้องพึ่งกฎหมายให้มากขึ้นแล้วมั้งครับ...." 

 
คนงานไทยใน ‘อิสราเอล’ มีความเป็นอยู่ที่ดีรายได้งาม ส่งเงินกลับบ้านทุกเดือน

คนงานไทยใน ‘อิสราเอล’ มีความเป็นอยู่ที่ดีรายได้งาม ส่งเงินกลับบ้านทุกเดือน

วันจันทร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 11.40 น.
 

17 มิ.ย.62 นายอภิญญา สุจริตตานันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายสุวรรณ์ ดวงตา ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน นายชาคริตย์ เดชา ผู้ตรวจราชการกรม กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นางอุดมลักษณ์ สอนสารี ผู้ตรวจราชการกรม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และนายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) เดินทางไปพบปะนายจ้าง 3 ราย และตรวจเยี่ยมแรงงานไทยที่ทำงานในพื้นที่ภาคกลางของอิสราเอล ที่ Moshav Lackish เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไร่ปลูกองุ่น มีแรงงานไทย จำนวน 35 คน จากการพูดคุย พบว่า แรงงานไทยพอใจกับสภาพการทำงานและสภาพการจ้าง ส่วนใหญ่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถส่งรายได้กลับให้ครอบครัว อย่างน้อย 30,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป จากการตรวจเยี่ยมแรงงานไทยมีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสม

ทั้งนี้ คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้เน้นย้ำให้ลูกจ้างรู้จักสิทธิและหน้าที่ และระเบียบวินัยในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการเปลี่ยนนายจ้างขอให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย อยู่ในระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่เล่นการพนัน ไม่ทะเลาะวิวาท เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทย การใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีในการฉีดพ่นยาทางการเกษตร และเก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้ต่างๆ ด้านเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อนำมาปรับใช้และต่อยอดในการประกอบอาชีพเมื่อกลับมายังประเทศไทย

นอกจากนี้ คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้เยี่ยมแรงงานไทย และให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยที่พึ่งผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ เนื่องจากเกิดภาวะผิดปกติการเต้นของหัวใจ และขอให้แรงงานไทยใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาสุขภาพ โอกาสนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงานได้มอบอุปกรณ์กีฬาแก่แรงงานไทยอีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้กำชับแก่แรงงานไทยกรณีที่มีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ ด้านแรงงานขอให้ปรึกษาฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูตต่อไป

 
 
 
 
 
 
.........................................................................
 
17 มิถุนายน 1562
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน