*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5570
  • จำนวนผู้ชม : 3353122
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 383 , 16:40:05 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ข่าวเจ้าของร.ร.กวดวิชาทำร้ายเด็กเสียชีวิตยังไม่มีรายละเอียด ข่าวรายงานเบื้องต้นตามที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหา แต่คนอ่านก็

เดือดปุดๆกันแล้ว ทั้งนี้ เป็นการร่วมกันทำร้ายอีกด้วย ดังรายงานข่าวท้ายนี้

ตำรวจนครสวรรค์พร้อมกองปราบ นำกำลังบุกสถาบันกวดวิชาเตรียมทหาร จับกุมนายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ เจ้าของสถาบัน พร้อม น.ส.

พีรญา พละแสน ภรรยาและ น.ส. นงลักษณ์ พละแสน แม่ยาย ร่วมกันทำร้ายน้องชายแดน ถึงแก่ความตาย

ผ่าคลื่นชีวิต เจ้าพ่อบูรพา  สมชาย คุณปลื้ม

วันที่ 18 มิถุนายน 2562 - 09:55 น.
กำนันเป๊า,สมชาย คุณปลื้ม

"คนในข่าว" กำนันเป๊าะ สมชาย คุณปลื้ม

********************

          นับจนถึงนาทีที่ไม่มีคนชื่อ สมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ คนใหญ่ผู้วางฐานรากกลุ่มการเมืองตระกูล “คุณปลื้ม” ที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในภาคตะวันออก ก็ไม่ได้หมายความว่าพลังของบ้านนี้จะเหือดหายไป

https://www.komchadluek.net/news/regional/375780

          ตรงกันข้าม การที่ อิทธิพล คุณปลื้ม หนึ่งในทายาทของเขา ผู้ซึ่งสอบตกเก้าอี้ ส.ส.ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่กลับมีชื่อว่าอาจได้นั่งดูแลกระทรวงวัฒนธรรมใน ครม.บิ๊กตู่ หนนี้ ก็ทำให้พอเห็นภาพได้ระดับหนึ่งแล้ว

         อย่างไรก็ดี เส้นทางที่ผ่านมาของคนชื่อ “กำนันเป๊าะ” แม้ในทางหนึ่ง จะสะท้อนถึงฉากชีวิตของนักลุย นักเลง ที่สุดท้ายก็ลงเอยที่เส้นทางเดียวกันกับทุกชีวิตที่ไม่มีใครหนีพ้น

          แต่บางแง่มุม เรื่องราวของเขาก็บอกเล่าถึงการต่อสู้ของคนไม่ยอมถอย จนได้มายืนสูดกลิ่นหอมของความสำเร็จได้ในที่สุด

หนุ่มแสนสุข

          ฉากบ้านเมืองชลบุรี ที่ ต.แสนสุข มีเรื่องราวของ สมชาย แซ่ตั้ง ลูกคนที่ 2 ของ ชาญชัย คุณปลื้ม ผู้ใหญบ้าน ต.แสนสุข และ นางท้วม แม่ค้าเขียงหมูในตลาดหนองมน และเจ้าของโรงฆ่าสัตว์เล็กๆ แบบพอเพียง     

          สมชายเติบโตมาในครอบครัวที่จัดว่ามีอันจะกิน แต่หลังจบป. 4 จาก ร.ร.วัดกลางดอน เขาเลือกขีดเส้นทางชีวิตตนเอง ไปคลุกคลีอยู่ตามวินรถเมล์ จนได้เป็นกระเป๋า โลดแล่นอยู่ในพื้นที่ ต.แสนสุข จากนั้นเปิดเส้นทางเองโดยขอเงินทางบ้านมาซื้อรถ 1 คัน วิ่งประจำชลบุรี–ศรีราชาช่วงหนึ่ง

          อย่างว่า ช่วงชีวิตของคนหนุ่มมีอะไรให้เรียนรู้เยอะ ตอนที่กำนันเป๊าะเห็นทางมืดมนว่ารถเมล์ไม่น่าใช่ช่องรวย เขาก็แอบไปหัดเล่นลิเกอยู่พักหนึ่ง

 

http://www.komchadluek.net/news/hotclip/375816

          แต่แล้วหลังจากพังทั้งรถเมล์ ลิเกก็ไม่รุ่ง หนทางของคนลุยไม่มีวันหมด กำนันเป๊าะหันไปจับอาชีพประมง เส้นทางคล้ายๆ ทำรถเมล์ คือไต่เต้าจากลูกเรือสู่เถ้าแก่ที่มีเรือของตนเอง 1 ลำ

          แต่นั่นยังรวยไม่พอในน่านน้ำขุนคลั่กของไทย กำนันเป๊าะโชคติดปีก ได้พบกับนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งผู้ซึ่งค้าน้ำมันอยู่ในเขมร ชวนไปหาปลาในน่านน้ำกัมพูชาที่ยังใสแจ๋วอยู่มาก

          ด้วยกำลังภายในของเพื่อนใหม่ จากเรือ ลำ มาสู่การได้สัมปทานนำเรือ 15 ลำ จากการชวนเพื่อนเข้าไปทำด้วยกันชิลๆ แบบไม่ต้องเสี่ยงโดยสอยจากเจ้าถิ่นแบบพวกลักลอบเข้าไป

          ที่สุด กำนันเป๊าะร่ำรวยจากค่าหัวคิวเงินขายปลา 20 เปอร์เซ็นต์ ว่ากันว่าช่วงนั้นเหนาะๆ เที่ยวละ 2 แสนบาทจากพันธมิตร 14 ลำดังกล่าว ที่นำเรือขนปลาเต็มลำเข้าท่า 2 วันครั้ง คนตกเลข คิดออกยังตกใจ

          4 ปีในน่านน้ำเขมร ไวเหมือนโกหก และคำเล่าลือว่าเขามีชื่อไปเกี่ยวกับการค้าขายของหนีภาษีในเส้นทางบินอู่ตะเภา ก็ยังเป็นคำเล่าลือ

          หากคฤหาสน์หรูบนที่ดิน 7 ไร่ ริมทะเลบางแสน ที่คนชลบุรีเรียกว่า บ้านใหญ่” และนักบู๊เรียกว่า ซุ้มแสนสุข” คือของจริงแท้แน่นอน

แนวรบด้านตะวันออก

          เมื่อเงินมา อำนาจต้องมี กำนันเป๊าะเบนเข็มจากการหาปลาทำเงิน ส่วนหนึ่งเพราะราคาน้ำมันที่สูงลิบยุคนั้น อีกส่วนเพราะต้องการสร้างอำนาจบารมี

          ปี 2509 สมชายในวัย 29 ได้เป็นผู้ใหญ่บ้านตามอย่างบิดา และไม่กี่ปีต่อมาก็ได้เป็นกำนันเป๊าะที่เราเรียกกันทุกวันนี้

         แต่บ้านเมืองช่วงปี 2510 เป็นต้นมา ชลบุรีได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่ดงเสือแดนสิงห์ ข้อมูลเจ้าหน้าที่ระบุ ที่เมืองชลฯ มีซุ้มมือปืนรับจ้างสั่งตายราว 11 ซุ้มใน 21 ซุ้มทั้งภาครวม ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และ ตราด

         เดิมเริ่มมาจาก หลงจู๊” ไร่อ้อยไร่มันสำปะหลัง ที่เลี้ยงดูไว้เป็นคนคุ้มกันเวลาตัดอ้อยไปขายแทนแรงงานในไร่ที่มักทำงานไม่นาน แน่นอนรวมไปถึงดูแลคุ้มภัยทั้งจากคู่แข่งธุรกิจและการเมือง

          ช่วงนั้นในพื้นที่เมืองชล เลยมีข่าวคราวคนใหญ่เจอ “ไข้ควันปืน” หลายราย จากการแก่งแย่งกันดูแลธุรกิจสินแร่ที่กำลังบูมในพื้นที่ ต.บ่อพลอย อย่างแร่พลวง

          เช่นช่วงปี 2524 จุมพล สุขภารังษี หรือ เสี่ยจิว อดีตเจ้าพ่อหมายเลข 1 แห่งภาคตะวันออก ถูกยิงตายบนเส้นบายพาส ชลบุรี

          เขาไม่เพียงเป็นหัวคะแนน บุญชู โรจนเสถียร (อดีตนายแบงค์ที่เอาดีการเมืองเป็น ส.ส.ชลบุรีหลายสมัย) แต่ยังเป็นผู้ค้ารายใหญ่แร่พลวง มีเรือขนถ่ายส่วนตัวไปถึงสิงคโปร์ แต่ไปขัดใจกลุ่มคนมีสี ไม่ยอมให้มีเอี่ยวด้วย

บุญชู โรจนเสถียร

          เมื่อสิ้นเสี่ยจิว กำนันเป๊าะซึ่งเป็นหนึ่งในลูกน้องของเขา เคยแท็คทีมช่วยหาเสียงให้บุญชูมาตั้งแต่ปี 2518 ตอนลง ส.ส. ครั้งแรกที่ชลบุรีในนามพรรคกิจสังคม จึงโดดเด่นขึ้นมาแทน

          ท่ามกลางข่าวป่วยไข้โป้งของคนใหญ่พื้นที่หลายคน ต่างกรรมต่างวาระ ไม่จากเรื่องผลผลิต ก็ หิน, ดิน, ไม้, แร่ หลังๆ ก็งานรับเหมาก่อสร้าง เว้นกำนันเป๊าะที่ไมใช่แค่หูไวตาสับปะรด แต่ยังบารมีมากพอจะรับมือด้วย

คนใหญ่แดนบูรพา

          ขณะที่กำนันเป๊าะสร้างชื่อสั่งสมมิตร บริวาร มีทั้งอำนาจทางธุรกิจ เช่น โรงแรม พัฒนาที่ดิน, บ่อดินลูกรัง มีกิจการครอบคลุมในท้องที่บางแสนและพัทยา เป็นที่ยอมรับของชาวเมืองชล

          ด้านหนึ่งในพื้นที่ชลบุรี กำนันเป๊าะยังเป็นเอเยนต์รายใหญ่จำหน่ายสุราแม่โขง จากบริษัทสุรามหาราษฎร ครั้งที่โรงงานสุราบางยี่ขันยังอยูในมือของ เจ้าสัวอุเทน เตชะไพบูลย์ ประมูลชนะมาตั้งแต่ปี 2523

          และสิ่งนี้ยังเชื่อมโยงเขาเข้ากับอำนาจในเส้นทางการเมืองใหญ่ด้วย เมื่อนักธุรกิจหนุมอย่าง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” เขยเจ้าสัวอุเทน ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรีสมัยแรกในปี 2529 พรรคชาติประชาธิปไตย กำนันเป๊าะก็เป็นหัวคะแนนให้ นอกจากเคยเป็นพรีเซนเตอร์เบียร์ขุนแผนของ บริษัทไทยอมฤตบริวเวอรี่ ที่สมพงษ์ เคยนั่งเป็นเอ็มดีดูแลมาก่อน อีกด้วย (อ่าน http://www.komchadluek.net/news/scoop/375905)

          ที่สุด ด้วยพลังของกำนันเป๊าะเอง ที่เป็นนายกเทศมนตรีตำบลแสนสุขอยู่แล้ว สมพงษ์จึงชนะเลือกตั้งตั้งแต่ลงครั้งแรก ผลงานกำนันคนดังยอดเยี่ยม เหมือนตอนที่หนุน “นิคม แสนเจริญ” น้องเมีย จนได้เป็น ส.อบจ.ชลบุรีในปี 2524 ก่อนดันลง ส.ส. ในนามของพรรคกิจสังคมได้ในปี 2526

          หลังจากนั้น เรื่องราวของกำนันเป๊าะ มีแต่รุ่งๆๆ แม้ในปี 2535 นิคมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต แต่ทายาททางการเมืองของคนบ้านใหญ่แสนสุขไม่เคยหมด

          กำนันเป๊าะส่งลูกชายคนโต “สนธยา คุณปลื้ม” ลง ส.ส. พรรคสามัคคีธรรม (ตามสมพงษ์ที่ย้ายมา) ครั้งแรกปี 2535/1 ก็ชนะ แต่หลังพฤษภาทมิฬ ก็ย้ายมาพรรคชาติไทย พาน้องชาย“วิทยา คุณปลื้ม” มาลงเลือกตั้งปีเดียวกัน 2535/2 ก็ชนะทั้งคู่

          ปี 2539 พรรคชาติไทยที่ทายาทสังกัด ยังสร้างเสียงฮือฮาได้ ส.ส. ยกทีม 7 คน ทั้ง 3 เขตรวมสองลูกชายคนโตและคนรองด้วย

          ภายหลัง หนุ่มคุณปลื้ม ยังเข้าร่วม “กลุ่ม 16” กับ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ที่มีทั้ง สุชาติ ตันเจริญเนวิน ชิดชอบวราเทพ รัตนากรสรอรรถ กลิ่นประทุม ฯลฯ สร้างพลังต่อรองทางการเมืองเป็นประวัติศาสตร์

ห้วงสุดท้ายปลายทาง

          กำนันคนดัง รุ่งเรือง สูงสุด มองดูการเติบโตอย่างงดงามของทายาท ทั้ง 5 ที่เกือบทุกคนเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างดีงาม

          สนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงในสมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

          วิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และประธานสโมสรฟุตบอลชลบุรี เคยเป็น ส.ส.ชลบุรี 5 สมัย ตั้งแต่ปี 2535-2549 ในนามพรรคชาติไทย

          อิทธิพล คุณปลื้ม เคยเป็น ส.ส.ชลบุรี 2 สมัย เคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีหลายกระทรวง ก่อนกลับมาเป็นนายกเมืองพัทยา ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ มีรายชื่อเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีวัฒนธรรม

          ส่วน ณรงค์ชัย คุณปลื้ม เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข ตำแหน่งเดียวกับผู้พ่อเคยทำมาก่อน

          แต่ระหว่างนั้น เส้นทางของผู้เป็นพ่อ ตามแบบฉบับของคนใหญ่ ก็ประสบชะตากรรมพลิกผันจากคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินสาธารณะเขาไม้แก้ว และคดีจ้างวานฆ่า “กำนันยูร” ประยูร สิทธิโชติ

          เขาเลือกเส้นทางหลบหนีคดี จนมาถูกรวบตัวได้ในวันที่ร่างกายป่วยล้าเต็มที ขณะเดินทางเข้ามารักษาตัวในกรุงเทพ ช่วงปี 2556

 

          กระทั่งในปี 2560 กำนันเป๊าะได้พักโทษ โดยให้เหตุผลว่าเขาอายุเกิน 70 ปี และไม่อยู่ในสภาพที่ช่วยตัวเองได้ เพราะป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

          บางคนบอก งานนี้มีการใช้อำนาจพิเศษ เพื่อต่อรองบางอย่างทางการเมือง ที่มีฉากหลังเป็นยุคสมัยของ คสช. ทำให้ที่สุดเขาก็ได้รับการปล่อยตัวออกมา

http://www.komchadluek.net/news/breaking-news/305867

          แต่บางคนบอก นี่อาจเป็นการคืนความสุขให้พ่ออีกครั้งของทายาทคุณปลื้ม ในวันที่ตัดสินใจสวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ ก่อนที่ผู้มากบารมีแห่งบูรพาจะสิ้นใจในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา

บุกจับเจ้าของ สถาบันกวดวิชา ทำร้ายเด็กดับ

วันที่ 18 มิถุนายน 2562 - 14:57 น.
 

ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมด้วยกองปราบปราม นำกำลังไปที่สถาบันกวดวิชาเตรียมทหาร ชื่อ "กวดวิชาบ้านพี่ณัฐ" เพื่อจับกุมนายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ อายุ 27 ปี เจ้าของสถาบันกวดวิชาเตรียมทหาร  น.ส.พีรญา พละแสน ภรรยา และ น.ส.นงลักษณ์ พละแสน แม่ยาย  โดยกล่าวหาร่วมกันทำร้าย ด.ช.ฐปกร หรือน้องชายแดน ทรัพย์สิน อายุ 15 ปี ถึงแก่ความตาย

นักวิชาการชี้"กับดัก"การเมืองคือรธน.แนะแก้ผ่าน"ฉันทามติร่วม"

วันที่ 18 มิถุนายน 2562 - 12:25 น.
การเมือง,กับดัก,รัฐธรรมนูญ

โดย...  ขนิษฐา เทพจร

          เนื่องในวันสถาปนา คณะรัฐศาสตร์ และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบ 70 ปี ร่วมจัดเวทีเสวนา หัวข้อ "มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจการเมืองไทย : กับดักหรือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์"โดยมีนักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทั้งประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นที่คาบเกี่ยวกับประเด็นเศรษฐกิจ-การเมือง รวมถึงช่วยชี้ทางออกจากวังวนปัญหาการเมือง ที่หลายฝ่ายโฟกัสไปที่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่สิ่งที่เหนือไปกว่านั้นคือ การจัดสรรอำนาจของกลไกต่างๆ ผ่าน “กติกาสูงสุด” ของประเทศ ที่ถูกออกแบบไว้ล่าสุด ว่าคือตัวปัญหาของการเมืองไทย

          โดย ผศ.ดร.วรรณภา ติระสังขะ นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนมุมมองทางวิชาการ ต่อประเด็นกับดักการเมืองไทย ที่มีจุดเริ่มจาก “รัฐธรรมนูญ”

          “สิ่งสำคัญของการเมืองไทย สังคมไทยไม่เห็นค่ากฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้เชื่อมั่น ศรัทธา ต่อระบอบการปกครองแบบนี้ ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ความเป็นกฎหมายสูงสุดไม่ได้รับความเชื่อมั่น คือ การออกแบบรัฐธรรมนูญที่ไม่สมดุลทางอำนาจ ทั้งฝ่ายประชาชน ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายศาล ถูกเปลี่ยนแปลงไป นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญของประเทศยังพบการถูกทำลายอยู่บ่อยครั้ง เพราะขาดการมีฉันทามติร่วมกัน รวมถึงไม่มีเซ้นส์ยึดมั่น ถือมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีคนหลากหลายวัยต้องอยู่ภายใต้กติกาดังกล่าว ทั้งที่การออกแบบรัฐธรรมนูญต้องทำให้เสียงประชาชนเท่ากันและถูกเห็นค่าอย่างเท่าเทียม รวมถึงสิทธิ เสรีภาพของประชาชนต้องได้รับการเคารพ” ผศ.ดร.วรรณภา กล่าว

          นักวิชาการสาวจากคณะรัฐศาสตร์ กล่าวต่อว่า ภาพรวมของกับดักการเมืองไทย ส่วนตัวเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแบบไม่สมดุล ทั้งนี้มองว่า กับดักทางการเมืองยังมีทางออก เหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ คือ ต้องสร้างดุลทางอำนาจ ให้มีการตรวจสอบถ่วงดุล และทำให้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือแบบเป็นทางการที่ทำให้การเมืองไทยเป็นประชาธิปไตย รวมถึงเป็นเครื่องมือที่แก้ปัญหาในอดีต ไม่เฉพาะการแก้ไขความขัดแย้งเท่านั้น เนื่องจากในอนาคตยังอาจเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาได้อีก โดยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีทางออกตามกลไกของรัฐธรรมนูญ คือ ใช้อำนาจของคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 166 เพื่อทำประชามติเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การยกระดับการพูดคุยระดับชาติ เกิดฉันทามติร่วม และสาธารณะยอมรับ รวมถึงกำจัดข้อครหาว่า บางฝ่ายคือผู้ที่สืบทอดอำนาจ หรือบางฝ่ายต้องการล้มล้างระบอบที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ


ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ

          ขณะที่ ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งฉายภาพจากมุมมองของนักวิชาการต่างประเทศว่า ความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลง จะซ่อนแฝงอยู่ในปัจจุบัน เมื่อดูปัจจุบันคิดถึงสิ่งที่เห็น และไม่เห็น แต่มีแนวโน้มที่ซ่อนแฝง จากความใฝ่ฝันของคนในทางการเมือง

          “หากขับรถอยู่ ไม่สามารถมองผ่านกระจกหน้าได้ เพราะมีความมืด อย่างเดียวที่มองเห็นคือ มองกระจกหลัง นี่เป็นชะตากรรมของมนุษย์ เราไม่รู้อนาคตคืออะไร ที่พอรู้บ้างคืออดีตที่ผ่านมา แล้วพยายามคิดว่าคล้ายอดีตที่ผ่านมา ซึ่งการมองไปข้างหน้าย่อมมีข้อจำกัด เหมือนคำของนักวิชาการที่เคยบอกว่าประเพณีของคนรุ่นก่อน หน่วงทับสมองของผู้มีชีวิตอยู่เหมือนฝันร้าย ทั้งนี้การเมืองไทยในมุมมองของผม ที่เข้าใจได้คือ มีการเปลี่ยนย้าย ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และนำไปสู่การเมือง รวมถึงระบอบที่เปลี่ยนแปลงตามปรากฏการณ์และความเคลื่อนไหวทางสังคม ตั้งแต่ปี 2475, ปี 2516 เป็นต้นมา”

          ศ.ดร.เกษียร กล่าวด้วยว่า แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ มีได้ แม้จะริบหรี่ คือ การรักษาสิทธิเสรีภาพของประชาชน จากอำนาจรัฐ ทั้งกระบวนการผ่านกฎหมาย และให้ใช้กระบวนการของรัฐสภาเป็นที่ถกเถียง นอกจากนั้นคือต้องไม่มีรัฐประหาร ไม่มีตุลาการธิปไตยปกครองโดยเสียงข้างน้อย ไม่มีการฉวยโอกาสใช้สถาบันหลักของบ้านเมืองเป็นเครื่องมือทำร้ายกันในทางการเมือง

          “กับที่มีคนถามว่าเราจะสร้างระบบใหม่ขึ้นได้หรือไม่ ผมว่าเกิดขึ้นได้ แต่การสร้างระบอบใหม่จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากการสรุปบทเรียน จากประสบการณ์ใหม่และประสบการณ์เก่า ส่วนผู้มีอำนาจที่ยึดและมองมุมเศรษฐกิจ ผมว่า เขาจะไม่ยอมหากไม่สามารถทำให้เอื้อต่อเขาในส่วนแบ่งที่คุ้มค่า มีคนถามด้วยว่าฐานะที่เกิดในยุคประชาธิปไตย จะยอมรับกับระบบใหม่ได้หรือไม่นั้น สิ่งที่ต้องตอบคำถามให้ได้คือ นิยามคำว่าประชาธิปไตยระบบนี้ กับตัวคุณเหมือนกันหรือต่างกันหรือไม่ รวมถึงนิยามประชาชนของระบอบนี้กับประชาชนเหมือนกันหรือไม่” ศ.ดร.เกษียร กล่าว

          ส่วน รศ.ดร.อภิชาติ สถิตนิรามัย นักวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉายความคิดจากข้อมูลทางเศรษฐกิจที่พบว่า เศรษฐกิจไทยโตช้า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีค่าเฉลี่ยการเติบโต เพียง 3 เปอร์เซ็นต์ และโตต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคใกล้เคียง โดยปัจจัยสำคัญคือ วิกฤติจากภาคเกษตรกรรม และระบบอุตสาหกรรมที่โตช้า เนื่องจากไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันที่ได้จากค่าแรงราคาถูก เมื่อค่าแรงของประเทศเพิ่มสูงขึ้นจึงทำให้กลายเป็นผลกระทบที่ส่งผลต่อศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่การลงทุนโดยรวมลดลง เพราะโครงสร้างพื้นฐานในรอบ 20 มีมีการลงทุนน้อย ทำให้เกิดผลในเชิงประจักษ์ คือ กระทบต่อจีดีพีของประเทศ นอกจากนั้นคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยเสื่อมถอยลง เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค ทำให้การลงทุนถดถอยตามไปด้วย นับจากการรัฐประหาร ปี 2549

          ศ.ดร.อภิชาติ กล่าวด้วยว่าปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอื่นๆ อาทิ คุณภาพทางการศึกษาลดต่ำ มีความเหลื่อมล้ำ และมีความไม่เท่าเทียมของคุณภาพการศึกษาเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ปัญหาสุขภาพพบการเกิดโรคใหม่มากขึ้น และคาดว่าประชาชนจะตายเพิ่มมากขึ้นในช่วงอายุที่ต่ำกว่า 60 ปี ทั้งนี้คณะเคยสำรวจความเห็นต่อความมั่นคงในชีวิตของประชาชน คนส่วนใหญ่ที่มีฐานะเป็นชนชั้นกลางระดับบน ตอบว่า ชีวิตไม่มั่นคง และมองว่าภายใต้สถานการณ์บางอย่างการใช้ระบอบเผด็จการจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า โดยมีคำอธิบายได้ว่าความรู้สึกไม่มั่นคง เกิดจากความท้าทายจากกระแสโลกาภิวัตน์


          “เมื่อคุณภาพทุกด้านลดประสิทธิภาพลง ทั้งการมีเสถียรภาพทางการเมือง คุณธรรมของผู้ปกครอง คุณภาพทางการศึกษา ระบบราชการที่ไม่มีคุณธรรม ทำให้ไม่มีใครที่กล้าเข้ามาลงทุน ระบอบเผด็จการประชาธิปไตยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ขับเคลื่อนโดยรัฐราชการนั้น ไม่สามารถกระตุ้นหรือสร้างสมรรถภาพของการแข่งขันในประเทศได้ เพราะส่วนหนึ่งเกิดจากกลไกในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่สร้างกับดักจนไม่เห็นแสงสว่างของปลายอุโมงค์ได้” ศ.ดร.อภิชาติ กล่าว


          ส่วน ศ.ดร.อารยะ ปรีชาเมตตา นักวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้มุมมองต่อทิศทางข้างหน้า ว่าด้วยเศรษฐกิจการเมืองไทย ว่าวิสัยทัศน์ทางการเมืองและกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ต้องเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ แต่ต้องยอมรับในข้อจำกัด ที่ไม่สามารถกระจายไปทั่วประเทศภายใต้เวลาที่มีอย่างจำกัด ดังนั้นสิ่งที่เขามองคือ ต้องเพิ่มการลงทุนจากต่างประเทศให้มากขึ้น นอกจากนั้นกลุ่มชนชั้นนำหวังลึกๆ ว่า การลงทุนจะเกี่ยวข้องกับบีอาร์ไอ หรือถนนสายไหม ของประเทศจีน ดังนั้นวิสัยทัศน์ที่ระบุนั้นคือแผนอีอีซี เพื่อตอบโจทย์การลงทุน สร้างอุตสาหกรรมใหม่ รวมถึงกระจายศูนย์กลางเศรษฐกิจไปยังรอบนอก โดยเฉพาะเมืองใกล้ชายทะเล เป็นต้น

 

ศ.ดร.อารยะ ปรีชาเมตตา

          ขณะที่ประเด็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเมืองไทย นั้น “ศ.ดร.อารยะ” กล่าวว่า มีทั้งปัจจัยภายนอก และนโยบายฝ่ายการเมืองรวมถึงฝ่ายทุนที่กุมอำนาจทางการเมือง อาทิ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน, เศรษฐกิจการเมืองโลก รวมถึงการตัดสินใจทางการเมืองและกลุ่มทุนต่อนโยบายขับเคลื่อนประเทศ ดังนั้นสิ่งที่ต้องพิจารณาและระวังคือ โจทย์และความท้าทายใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงปัญหาในอดีต เช่นความเหลื่อมล้ำที่มีโครงสร้างแตกต่างจากอดีต


          “โอกาสของประเทศที่จะก้าวข้ามกับดักทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นได้ แม้จะกุมอำนาจได้ทั้งประเทศ แต่ตัวแปรของปัจจัยภายนอก หากระบบการค้าของโลกเป็นเสรี สามารถสร้างความเสถียรได้ แต่ต่อไปนั้นบริษัทขนาดใหญ่จะกุมอำนาจแบบข้ามพรมแดน แม้จะคุมภายในได้ จะไม่ตกเป็นของบริษัทต่างประเทศ หากไม่เพิ่มขีดความสามารถของแรงงานให้ทัดเทียมกับคู่แข่งขัน” ศ.ดร.อารยะ กล่าว

 ท่องเที่ยว

"ท่องเที่ยวบ้านโพนสูง นิเวศน์ เกษตรขอบเมือง"@โคราช
วันที่ 14 มิถุนายน 2562 - 14:00 น.
"บ้านโพนสูง" แหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของโคราชที่ต้องมาเช็กอิน !!!
  • 'ดอยตุง'แหล่งวัฒนธรรมที่ห้ามพลาด!!
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 - 11:00 น.
  • ดูตะไลล้าน แวะชมความงามวัดวังคำ สถาปัตยกรรมล้านช้าง
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 - 10:00 น.
อ่านทั้งหมด
 
 
 ........................................................
 
18 มิถุนายน 2562
 
 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน