*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5576
  • จำนวนผู้ชม : 3355805
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 371 , 18:17:21 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         นักการเมืองชอบขุดเอาเบื้องหลังของฝ่ายตรงกันข้ามมาเรียกร้องให้ตรวจสอบ และเพราะเรื่องมันหมกอยู่นานก็เลยผิดพลาด

ได้เหมือนกัน

 

 

"ธนกร" สวน "พิชัย" รู้ดีใครตัวการปล่อยกู้กรุงไทย

วันที่ 23 มิถุนายน 2562 - 12:39 น.
ธนกร,พิชัย,ปล่อยกู้กรุงไทย,อุตตม,ดิสเครดิต

 

"ธนกร" สวน "พิชัย" คดีปล่อยกู้กรุงไทย ศาลตัดสินแล้ว ป้อง "อุตตม" ไม่ผิด ไม่มีส่วนร่วมอนุมัติ ชี้รู้ดีอยู่แล้วใครตัวการใหญ่ ซัดดิสเครดิต หวังตีกิน

          วันที่ 23 มิ.ย.62 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่นายพิชัย นริพทะพันธ์ อดีตคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ เรียกร้องให้นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เคลียร์ประเด็นปัญหาคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยในสมัยที่เป็นคณะกรรมการบริหารของธนาคารกรุงไทยว่า เรื่องดังกล่าวศาลฎีกาได้ตัดสินจบไปแล้ว นายอุตตมไม่ผิดและไม่ได้ถูกฟ้องดำเนินคดี เรื่องนี้ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งจากแบงก์ชาติ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) และป.ป.ช. ซึ่งได้สรุปเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ต้นแล้วว่านายอุตตมไม่ได้มีส่วนร่วมอนุมัติ และไม่ได้มีส่วนร่วมกระทำความผิดดังกล่าวแต่อย่างใด จึงเป็นเหตุให้นายอุตตมไม่ได้ถูกฟ้องดำเนินคดี และไม่ได้ถูกพิพากษาโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย รวมทั้งไม่ได้ถูกกันเป็นพยานตามที่นายพิชัยกล่าวหา

          นายธนกร กล่าวอีกว่า เรื่องนี้จริงๆ แล้วนายพิชัยรู้เรื่องทั้งหมดดีอยู่แล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวการใหญ่ตัวจริงที่ได้กระทำผิดเรื่องเงินกู้กรุงไทย แต่นายพิชัยกลับเลือกที่จะพูดไม่หมด พูดแบบตัดต่อเพื่อดิสเครดิตนายอุตตม หวังตีกินไปวันๆ นายพิชัยน่าจะเอาเวลาและสมองไปช่วยพรรคพวกจะดีกว่า ซึ่งทราบว่าถูกอัยการสูงสุดฟ้องอยู่หลายคดี และบางคดีอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาทางการเมืองใช่หรือไม่ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับธนาคารกรุงไทยอย่างมาก ทั้งนี้ ตนไม่เข้าใจนายพิชัยว่าทำไมออกมาพูดอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่สุดท้ายแล้วพรรคพวกของนายพิชัยนั่นแหละที่จะยิ่งเสียหาย หรือหวังดีแต่ประสงค์ร้ายหรือไม่ จึงไม่แปลกใจที่หมดบทบาทกับพรรคไทยรักษาชาติแล้วหายเงียบเข้ากลีบเมฆ ยืนยันว่านายอุตตมไม่ได้มีมลทินอะไรตามที่นายพิชัยกล่าวหา.

ไลฟ์สไตล์

เภสัชกรยุคใหม่ต้องมีความรู้มากกว่าเรื่องยา

วันที่ 22 มิถุนายน 2562 - 06:00 น.
สถาบันแบลคมอร์ส,CMEd,Complementary Medicines Education,โภชนเภสัชภัณฑ์

หลักสูตร Complementary Medicines Education (CMEd) เสริมองค์ความรู้ให้กับเภสัชกรไทย

          ปัจจุบันคนส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การรับประทานวิตามิน เกลือแร่ สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เภสัชกรจึงจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนบทบาทตามไปด้วย มหาวิทยาลัยหลายแห่งที่จัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับเภสัชศาสตร์ เริ่มมีการเสริมองค์ความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับวิตามิน เกลือแร่ สมุนไพรให้กับนักศึกษา แต่ยังเป็นสัดส่วนที่ไม่มากนัก ดังนั้น ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สถาบันแบลคมอร์ส จึงเข้ามามีบทบาทที่จะเสริมองค์ความรู้เหล่านี้ให้กับเภสัชกรของไทย โดยเปิดหลักสูตร Complementary Medicines Education (CMEd) ขึ้น 

          ดร.ภญ.อโนมา เจริญทรัพย์ ผู้จัดการด้านการศึกษา สถาบันแบลคมอร์ส ประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า สถาบันฯ ถูกจัดตั้งขึ้น เป็นองค์กรอิสระทำหน้าที่พัฒนาภาพรวมด้านสุขภาพของสังคมให้ดีขึ้น ผ่านทางการใช้โภชนเภสัชภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย โดยสถาบันฯจะเป็นแรงขับเคลื่อนด้านงานวิจัย การให้ความรู้ และให้คำแนะนำสำหรับการดูแลสุขภาพ พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้ให้กับเภสัชกรและบุคลากรทางการแพทย์ ปัจจุบันสถาบันฯ ได้จัดตั้งขึ้นในหลายประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ไทย มาเลเซีย

บรรยากาศการในห้องเรียน

          “ในประเทศไทย พบว่าในร้านจำหน่ายยามีสัดส่วนของวิตามิน เกลือแร่ สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เภสัชกรชุมชนที่ปฏิบัติหน้าที่ในร้านยาซึ่งมีจำนวนประมาณ 10,000 คน มีความต้องการที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการสำรวจเกี่ยวกับความต้องการของเภสัชกรชุมชนทั่วประเทศ ถึงความสนใจที่จะเพิ่มความรู้เกี่ยวกับโภชนเภสัชภัณฑ์ ผลปรากฏว่ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มีความต้องการที่จะเรียนรู้ในเรื่องนี้ โดยระบุว่าผู้บริโภคมีการถามถึงผลิตภัณฑ์เสริมตลอดจนวิธีการการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นโภชนาการหรือการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น” ผู้เชี่ยวชาญกล่าว

บรรยากาศการในห้องเรียน

          ดร.ภญ.อโนมา กล่าวต่อว่า เนื้อหาที่เภสัชกรไทยต้องการเรียนรู้ต่อเนื่อง มีลักษณะสอดคล้องกับโปรแกรมที่สถาบันฯ ได้วางหลักสูตร CMEd ไว้ จึงนำมาถ่ายทอดความรู้ โดยหลักสูตร แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ขั้นพื้นฐาน กลางและสูง โดยในขั้นพื้นฐาน เป็นการเรียนผ่านทางออนไลน์ 7 บทเรียน อาทิ ความรู้เกี่ยวกับโภชนเภสัชภัณฑ์ ความรู้เกี่ยวกับวิตามิน เกลือแร่ สมุนไพร การใช้โภชนเภสัชภัณฑ์อย่างปลอดภัย เป็นต้น หลังจากนั้นจะเป็นการเข้าอบรมในชั้นเรียน ด้วยรูปแบบพิเศษโดยการใช้กรณีศึกษา และองค์ความรู้ทั้งหมดมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติ ซึ่งเภสัชกรที่ผ่านในระดับมาสเตอร์คลาส สามารถสะสมหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ เพื่อต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมในการประกอบอาชีพ และการอบรมระดับมาสเตอร์คลาสถือเป็นจุดเด่นของหลักสูตร เพราะจะมีการหยิบยกกรณีศึกษาของผู้รับบริการจริงที่อาจจะมีการใช้ยาแผนปัจจุบันร่วมด้วย

          “ทั้งนี้ สถาบันฯ มีเป้าหมายที่จะให้หลักสูตร CMEd มีส่วนในการช่วยยกระดับคุณภาพของเภสัชกรชุมชนไม่น้อยกว่า 3,000 คนให้มีความรู้ในเรื่องนี้อย่างแท้จริง เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้ารับบริการ ว่าเภสัชกรที่ผ่านมาอบรมหลักสูตรดังกล่าวสามารถให้ความรู้ การใช้โภชนเภสัชภัณฑ์อย่างถูกต้องและถูกวิธี” ดร.ภญ.อโนมา กล่าวปิดท้าย

ไทย : หลุมขยะพลาสติกอันดับ3ของอาเซียน

ไทย : หลุมขยะพลาสติกอันดับ3ของอาเซียน
21 มิถุนายน 2562
 1,235

กรีนพีซ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผยแพร่รายงานที่ชวนให้ตกใจเมื่อวันอังคาร (18มิ.ย.) ว่า ในช่วง3ปีคือตั้งแต่ปี 2559-2561 อาเซียน ยังคงเป็นแหล่งทิ้งขยะพลาสติกของประเทศตะวันตก

และปริมาณขยะพลาสติกที่หลายประเทศในอาเซียนนำเข้ามาก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมาเลเซีย นำเข้าขยะพลาสติกมากเป็นอันดับหนึ่ง ปริมาณ 872,797 ตัน รองลงเป็นเวียดนาม ปริมาณ 492,839 ตัน อันดับ3 ไทย ปริมาณ 481,381 อันดับ4 อินโดนีเซีย ปริมาณ 320,452 ตัน และอันดับ5 เมียนมา ปริมาณ 71,050 ตัน

 



ทุกวันนี้การค้าขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายในนามของการรีไซเคิล หรือการใช้ประโยชน์ของวัสดุที่เป็นวัตถุดิบ แต่กากของเสียที่นำเข้ามาส่วนใหญ่มีปลายทางที่หลุมฝังกลบหรือถูกนำไปเผาในพื้นที่อย่างผิดกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนและสิ่งแวดล้อมบริเวณรอบๆโดยตรง

การเป็นหลุมขยะพลาสติกใหญ่สุดอันดับ3ของอาเซียนของไทย ไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจ และประเทศไทยเองก็ไม่ควรปล่อยให้ การเป็นประเทศที่มีการบังคับใช้กฎหมายหละหลวม มีแรงงานราคาถูก และมีมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและโรงงานต่ำมาเป็นตัวการที่ทำให้เราต้องถูกกดดันในเรื่องนี้จากชาติตะวันตก

 

โมเดลธุรกิจยั่งยืน "ภูมิใจ" วิสาหกิจชุมชนปลายด้ามขวาน

โมเดลธุรกิจยั่งยืน
23 มิถุนายน 2562
 400

“ภูมิใจ” วิสาหกิจชุมชน โมเดลใหม่ ส่งเสริมชุมชนเลี้ยงปลา ทำเลปลายด้ามขวาน “เชื่อมโยง ต้น-กลาง-ปลายน้ำ" จากบ่อเลี้ยงสู่ร้านอาหารดัง เล็งแปรรูปเกล็ด-กระดูกปลา สู่ธุรกิจยา (Zero waste) ใช้ดิจิตอลบริหารจัดการดันมาร์จิ้น สร้างชุมชนเข้มแข็งยั่งยืน

Social Venture Institution (SI)หรือ เอสไอ สถาบันพัฒนาธุรกิจเพื่อชุมชน สร้างนวตกรรมทางธุรกิจ ด้วยการปั้น บริษัท “ภูมิใจ” วิสาหกิจชุมชน ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกร มีบทบาทในฐานะพันธมิตร หุ้นส่วน และเจ้าของ หน่วยธุรกิจ (Business Unit)โดยสร้างดิจิตอล แพลตฟอร์ม ให้เป็นฐานในการบริหารจัดการ เพื่อเศรษฐกิจโปร่งใส จริงใจ

“ภูมิใจ” ปักธงนำร่องโครงการชุมชนในสมรภูมิ ใต้สุดชายแดนไทย ยะลา-เบตง ยกระดับผลผลิตทางการเกษตร ปลาแบล็กเพิร์ล (ไซอะมีส ทิลาเพีย) หรือ Black Pearl (Siamese Tilapia)ทางเลือกของโปรตีนคุณภาพ สู่ผู้บริโภคในประเทศ ก่อนมุ่งสู่ตลาดส่งออก

“เริ่มที่ยากและเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้...ที่เหลือจะง่ายหมด” ศศิญา ศิลานุรักษ์ ผู้เริ่มก่อตั้งและผู้บริหารองค์กร เผยเมื่อคิดจะสร้างความแตกต่าง สิ่งที่ทำต้องแตกต่างอย่างมีนัยยะ

เธอเล่าว่า ความสำเร็จก้าวแรกในการเป็น Start up วิสาหกิจชุมชน ของกลุ่ม บริษัท ภูมิใจ ในพื้นที่เสี่ยง ต้องใช้ใจนำทาง และการเรียงร้อย เชื่อมโยงศักยภาพของชุมชน ให้เข้าถึงการพัฒนาธุรกิจอย่างเป็นระบบ เข้าใจกลไกลการตลาด และความร่วมมือในการที่จะผลักดันให้ชุมชนเติบโตจากรากฐานที่มีความเข้าใจ มีการพัฒนา ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ด้วยการวางใจ เชื่อใจซึ่งกันและกัน และยอมรับในความเป็นมืออาชีพ บูรณาการความร่วมมือของทั้ง ชุมชน เอกชน และภาครัฐ ในการขับเคลื่อน

ศศิญา ได้วางแนวทางให้ บริษัท ภูมิใจ เติบโตโดยกลุ่มเกษตรกร และชุมชนที่เข้ามามีส่วนร่วม มีส่วนเป็นเจ้าของ เปลี่ยนภูมิปัญญาและผลผลิตเป็นทุน ใช้ ดิจิตอล แพลตฟอร์ม เข้ามาช่วยบริหารจัดการ ประมวลผล และเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน

“ผลสำเร็จในครั้งนี้ ถูกขับเคลื่อนด้วย เจตจำนงที่ต้องการสร้างความรุ่งเรือง และสันติสุขในการอยู่ร่วมกันของชุมชน สิ่งแวดล้อม และทุกชีวิตอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ ในเวลาเพียง 1ปี กับ 2เดือน ที่ผ่านมา สิ่งที่สร้างความสำเร็จและความแตกต่าง อย่างมีนัยยะ มีดังต่อไปนี้

เสริมศักยภาพของกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงปลา ในการพัฒนาผลผลิตระดับพรีเมี่ยม ยกระดับคุณภาพปลาน้ำจืด โดยวางตำแหน่งทางการตลาด ด้วย “ปลาแบล๊กเพิร์ล” (ไซอะมีส ทิลาเพีย) ซึ่งกำลังจะพร้อมเสิร์ฟในร้านอาหารชื่อดัง ในเร็วๆนี้ "ภูมิใจ" จึงมิได้เป็น เพียงผู้ซื้อผลผลิตเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของการทำงานปลายน้ำที่บริษัทภูมิใจ ต้องการที่จะบูรณาการ นวตกรรมทางธุรกิจ ที่ทำให้เกิดการพัฒนาการทำงานกับกลุ่ม เกษตรกรต้นแบบ ที่เบตงได้อย่างเป็นรูปธรรม

อีกประการ คือการเล็งเห็นความสำคัญในเรื่อง Zero Waste หรือขยะเป็นศูนย์ ทำให้การทำงานเบื้องหลัง ประสานสอดคล้องได้เป็น อย่างดี ด้วยรูปแบบการจัดซื้อและการบริหารวัตถุดิบให้ขยะเป็นศูนย์ เกิดขึ้นได้จริง

"เราสามารถทำให้เกษตรกรเข้าถึงการสื่อสารและการทำงานผ่าน ระบบ online conference เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง หน่วยงานกลางที่ กรุงเทพฯ กับชุมชน ภาพฝันที่เห็นเกษตรกรอยู่ท่ามกลางหุบเขา เชื่อมโยงกับทีมงาน ที่อยู่ในตัวเมือง เกิดขึ้นจริงไม่ใช่แค่จินตนาการนำระบบดิจิทัล เข้ามาบริหารจัดการข้อมูล (Data Log) สร้างศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยน ข้อมูลที่เกี่ยวกับการบริหารฟาร์ม การบริหารต้นทุนการผลิต การแจ้งยอด ค่าใช้จ่ายและรายได้ เพื่อสร้างความคุ้นเคยในการทำงานด้วยระบบดิจิตอล สร้างวินัย และความโปร่งใสในการทำงานร่วมกันได้ความไว้วางใจจากกลุ่มเกษตรกรเบตง ระยะทาง และสถานะการณ์ ของท้องถิ่น"

เธอยังกล่าวว่า พื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้เป็นข้อจำกัด ในการทำงานของอีกต่อไป เจ้าหน้าที่ส่วนกลางของภูมิใจ สามารถเข้าถึงชุมชน โดยทำงานทั้งภาคสนาม และการทำ workshop เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ ให้กับเกษตรกร ในการปรับทัศนคติ และการเข้าถึงข้อมูล ได้เป็นอย่างดีสร้างกลุ่ม เกษตรกร ต้นแบบ “เบตง111” ที่มีทั้งไทยจีน ไทยมุสลิมสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ด้วยการเชื่อมโยงศักยภาพและ ความชำนาญของคนในชุมชนเข้าด้วยกันดี สานต่อไม่หยุด กับเป้าหมาย “ภูมิใจ” เสริมสร้างเศรษฐกิจเกื้อกูล เพื่อชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน (Road Map)

โครงการที่อยู่ในสายการผลิต ต่อยอดมูลค่าผลผลิตจากปลาสด ด้วยการ สร้างมูลค่าเพิ่มในการใช้ประโยชน์สูงสุดจากวัตถุดิบที่เหลือในขบวนการแปรรูป เพื่อให้ขยะเป็นศูนย์ ด้วยการนำ เกล็ดและกระดูกปลา มาทำผลิตภัณฑ์ในหมวด อาหารและยา มูลค่าเพิ่มนี้จะเกิดการแบ่งปัน ผลประโยชน์กลับสู่ชุมชน ด้วยนวตกรรมทางโมเดลธุรกิจ เพื่อวิสาหกิจชุมชน ภายใต้การดูแลของ บ.ภูมิใจ

ในส่วนของการเลี้ยงปลาน้ำจืด บ.ภูมิใจ กำลังขยายการนำรูปแบบ ธุรกิจดังกล่าว เพื่อเข้าพัฒนาชุมชนในพื้นที่อื่นๆ ด้วยการเข้าสำรวจพื้นที่ในจังหวัด นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง และพะเยา เพื่อให้ชุมชนที่ห่างไกลแต่มีศักยภาพในการ พัฒนาเกษตรชุมชน ได้มีโอกาสเข้าถึงโครงการดังกล่าวและ “ภูมิใจ” จะยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อสนับสนุนผลผลิต จาการทำเกษตรผสมที่นอกเหนือจากปลาน้ำจืด ซึ่งจะนำเสนอในวาระต่อไป

เร่งสร้างเขื่อนวังร่มเกล้า แก้มลิง 7 แห่ง กักเก็บน้ำ ได้กว่า 24 ล้านลบ.ม.

เร่งสร้างเขื่อนวังร่มเกล้า แก้มลิง 7 แห่ง กักเก็บน้ำ ได้กว่า 24 ล้านลบ.ม.
23 มิถุนายน 2562 | โดย คมชัดลึกออนไลน์
 262

"กรมชลฯ" เร่งสร้างเขื่อนวังร่มเกล้า แก้มลิง 7 แห่ง กักเก็บน้ำ ได้กว่า 24 ล้านลบ.ม. แก้แล้งท่วม นครสวรรค์ อุทัยธานี

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการเขื่อนวังร่มเกล้า  ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี

สำหรับ โครงการเขื่อนวังร่มเกล้า เดิมชื่อว่า “ฝายวังรอ” ก่อสร้างในปี 2523 มีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก 40,600 ไร่ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี และอำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์

ลักษณะโครงการเป็นเขื่อนทดน้ำ ทำหน้าที่ทดน้ำเข้าคลองส่งน้ำทั้ง 2 ฝั่ง ได้แก่ คลองส่งน้ำฝั่งซ้ายส่งน้ำให้พื้นที่ในเขตจังหวัดนครสวรรค์ และคลองส่งน้ำฝั่งขวาส่งน้ำให้พื้นที่ในเขตจังหวัดอุทัยธานี อีกทั้งยังมีแก้มลิงในพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 7 แห่ง สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 24.6 ล้านลูกบาศก์เมตร

นายทองเปลว กล่าวว่า โครงการชลประทานอุทัยธานี ได้ดำเนินการจัดทำแผนการพัฒนาแหล่งน้ำปี พ.ศ. 2562-2566 โดยแบ่งเป็นงานปรับปรุงระบบชลประทาน จำนวน 9 โครงการ การจัดการน้ำชลประทาน จำนวน 23 โครงการ โครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน จำนวน 16 โครงการ และโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ จำนวน 16 โครงการ

 อาทิเช่น โครงการปรับปรุงระบบส่งน้ำฝั่งซ้ายและขวา โครงการแก้มลิงหินกอง โครงการคันกั้นน้ำแม่น้ำตากแดดเหนือเขื่อนวังร่มเกล้า เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากการมีน้ำกินน้ำใช้อย่างเพียงพอ รวมทั้งเกษตรกรได้รับประโยชน์จากระบบส่งน้ำกระจายน้ำอย่างทั่วถึง อย่างยั่งยืน

 

 .......................................................

23 มิถุนายน 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน