*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5415
  • จำนวนผู้ชม : 3303271
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 25 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 299 , 16:00:23 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ตามรายงานข่าววันนี้ รายชื่อครม.ใหม่ยังไม่ยุติ แล้วยังมีคนที่ได้คะแนนดีๆออกมาทวงตำแหน่งอีกด้วย และสำหรับที่

เป็นข่าวดังมากๆต่อเนื่องกันหลายวันอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานีครับ พรรคภูมิใจไทยอาจจะต้องหาคนใหม่แทน น้องสาวชาดา ไทย

เศรษฐ์ คือ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานีปัจจุบัน

 

บิ๊กตู่" ลั่น ไม่ถึงขั้นติดโซเชียลฯมีลูกน้องดูแทน

วันที่ 25 มิถุนายน 2562 - 15:18 น.
บิ๊กตู่,โซเชียล

"บิ๊กตู่" ชม"กระเป๋ารถเมล์" มือไม้อ่อน ไหว้ผู้โดยสาร ลั่น ตัวเองไม่ถึงขั้นติดโซเชียลฯ มีลูกน้องดูแทน ชี้ ดูทุกอันลำบาก เครียด ปัญหาเยอะ


             25 มิ.ย.62 -ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า มีการเสนอในที่ประชุมครม.ถึงเรื่องป้ายรถเมล์อัจฉริยะที่กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการมาในขั้นต้นแล้ว ซึ่งทราบว่าประชาชนมีความพึงพอใจ หลายคนก็รอเวลารถเมล์แอร์มา ก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรจึงมีงบประมาณไปซื้อรถเมล์ใหม่ให้ได้ทั้งหมด รวมไปถึงรถเมล์ของผู้ประกอบการร่วมด้วย ถ้าจะรอว่าต้องทำให้ดีก่อน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงต้องเปลี่ยนรถเมล์ และการบริการต่างๆ ให้มันดียิ่งขึ้น        
          “ต้องขอชื่นชมกระเป๋ารถเมล์บางสายที่ยกมือไหว้ผู้โดยสาร เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ซึ่งเห็นมีการรายงานผ่านโซเชียลฯมา แต่สำหรับผมคงไม่ถึงขั้นติด โซเชียลฯ ลูกน้องผมดูแทนอยู่แล้ว ถ้ามีอะไรดีเขาก็ส่งต่อมา ถ้าผมดูทุกอันก็ลำบากเหมือนกัน เครียด เพราะรู้ว่าปัญหามีเยอะแยะ”

เอ๊ะยังไง รมต.ค่ายเสี่ยหนู "มนัญญา" แน่หรือ

วันที่ 25 มิถุนายน 2562 - 10:48 น.
ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก,ชาดา,นายชาดา ไทยเศรษฐ์,รมต,เสี่ยหนู อนุทิน,พรรคภูมิใจไทย

คมลัมน์ "ท่องยุทธภพ" โดย "ขุนน้ำหมึก" หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก 25 มิถุนายน 2562

          เป็นข่าวพรายกระซิบมาหลายวันแล้ว ค่ายภูมิใจไทยอาจต้องหาผู้เล่นสำรองแทนน้องสาวสุดรักของ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” เพราะขัดข้องปัญหาทางเทคนิคบางประการ

          ไม่ทันไรมีชื่อเสี่ยใหญ่เจ้าของตลาดศรีเมือง ราชบุรี โผล่แทรกเข้ามา ทำให้ค่ายภูมิใจไทยมีรัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์ คน ทำไมเป็นอย่างนั้นใครปล่อยข่าว?

เบแหม่ม” นายกเล็กคนสวย

          พลันที่มีข่าว “ชาดา ไทยเศรษฐ์” ยินดีเสียสละยกตำแหน่ง “รมช.เกษตรฯ” ให้น้องสาว “เบแหม่ม” หรือ “นายกแหม่ม” มนัญญา ไทยเศรษฐ์ แอดมินแฟนเพจนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ได้จัดทำคลิปชุด “พี่ชายที่แสนดี” ประกอบเพลงดังโพสต์ทันที คนแห่แชร์กันมากมาย

ชาดา มนัญญา และเจเศรษฐ

          “ชาดา” ลูกชายของพ่อเดชา และแม่ปาลี้ ไทยเศรษฐ์ คหบดีรายใหญ่ใน จ.อุทัยธานี ชีวิตเติบโตมากลางดงคนค้าเนื้อวัว-ควาย ย่านลุ่มน้ำสะแกกรัง

          “คุณพ่อผมเป็นคนอุทัยธานี คุณแม่เป็นคน จ.กาญจนบุรี คุณปู่ผมมีเชื้อสายปากีสถาน ส่วนย่ามีเชื้อมอญ ยายเป็นไทยแท้ ผมมีพี่น้อง คน คนโตชื่อชัยยศ ผมเป็นคนที่ ส่วนคนสุดท้อง น้องสาวผมชื่อมนัญญา” ส..เมืองอุทัยฯ เล่าประวัติตัวเองให้สื่อสายมุสลิมฟัง

มนัญญา กับลูกชาย เจเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยฯ

          “มนัญญา” มีลูกชายชื่อ “ชาร์จ” เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส..เขต อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเดิมที ชาดาต้องการให้ลูกชาย “ฟารุต” ลงสนามการเมืองที่เขต แต่โชคร้าย ฟารุตถูกยิงเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน

           ปี 2550 ชาดา ลาออกจากนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ไปเล่นการเมืองระดับชาติ “เบแหม่ม” จึงเป็นนายกเล็กเมืองอุทัย สานงานต่อ และนำกลุ่มคุณธรรม ชนะเลือกตั้งในปี 2554 

 

เบแหม่มหรือมนัญญา กับ พี่ชายที่แสนดี

          ในความโชคดีก็มีข่าวไม่ดี เมื่อสำนักข่าวอิศรานำเสนอโครงการบ่อบำบัดร้าง จ.อุทัยธานี เป็นมหากาพย์

          “เบแหม่ม” จะไปถึงฝั่งฝันหรือไม่คนบ้านใหญ่ “ดอนหมื่นแสน” ลุ่มน้ำสะแกกรังลุ้นระทึก

สัจจะกลุ่มคุณธรรม

          นับแต่ “ชาดา” ลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา มาเดินเคียงข้าง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หาเสียงแถว จังหวัดภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย ได้มอบตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคให้นักการเมืองดังจากอุทัยฯ

          “เสี่ยหนู” มอบหมายให้ “ชาดา” ดูแลพื้นที่รอยต่อภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง โดยวางเป้าหมายไว้ที่อุทัยธานีและนครสวรรค์

ชาดา พาเสี่ยหนู หาเสียงนครสวรรค์ 

          นัยว่ามีสัญญาใจกันเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะชาดาเป็น ส..2สมัย และได้เป็นประธานกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ มาแล้ว

          สำหรับชาดาเอง ในเขต อุทัยฯ ไม่กังวัลเท่าไหร่ จึงทุ่มสรรพกำลังมาที่เขต ช่วยหลานชาย-เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัครหน้าใหม่ แต่อาศัยฐานเดิมของมารดา-มนัญญา บวกกับแรงอัดฉีดจากชาดา พรรคภูมิใจไทยก็ซิวเก้าอี้ เขตเมืองอุทัยไปได้

          ที่นครสวรรค์ ชาดาได้ “มานพ ศรีผึ้ง” อดีตนายก อบจ.นครสวรรค์ จัดทีม ส..ลงครบทุกเขต เฉพาะเขต (ท่าตะโก ไพศาลี และหนองบัวมานพ ลงชน พ...นุกูล แสงศิริ อดีตส..พรรคเพื่อไทย ปรากฏว่า มานพ เอาชนะแชมป์เก่าไปได้

          เมื่อได้ ที่นั่ง บวกคะแนนบัญชีรายชื่ออีกหลายแสนคะแนน ย่อมต้องได้ตำแหน่งรัฐมนตรี 

 

มานพ ศรีผึ้ง ส.ส.นครสวรรค์

นภินทร” สีไหนกันแน่?

          ที่น่าประหลาดใจกรณี “โผรายชื่อรัฐมนตรี” ของค่ายภูมิใจไทย มีชื่อของ “นภินทร ศรีสรรพางค์” อดีตส..ราชบุรี และอดีต ส..บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย อยู่ในลิสต์รายชื่อ “รมช.เกษตรและสหกรณ์”

          “นภินทร” เป็นเจ้าของตลาดศรีเมือง ตลาดกลางผักและผลไม้ จ.ราชบุรี เมื่อสองปีก่อน นภินทร จับมือ “วิสาร เตชะธีราวัฒน์” ส..เชียงราย พรรคเพื่อไทย เปิดตลาดล้านเมือง ที่เชียงราย บนเนื้อที่กว่า 160 ไร่

 

นภินทร ศรีสรรพางค์

          เมื่อปี่กลองการเมืองดังขึ้น นภินทรก็ยังนิ่ง ขณะที่กลุ่มอดีต ส..ในราชบุรี แยกออกเป็น สายคือ กลุ่มมัฌชิมาเดิมไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ส่วนกลุ่มสรอรรถ กลิ่นประทุม สังกัดพรรคภูมิใจไทย

          “สรอรรถ” ในฐานะแม่ทัพภาคกลาง มอบให้ เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ อดีตส..ราชบุรี และบุญลือ ประเสริฐโสภา รับผิดชอบเมืองโอ่ง

          จู่ๆ วันปราศรัยใหญ่ที่ราชบุรี “เสี่ยหนู” ยกเวทีเคลื่อนที่ไปตลาดศรีเมือง ราชบุรี และวันนั้น เสี่ยหนู ได้มอบเสื้อพรรคภูมิใจไทยให้นภินทร ในฐานะสมาชิกพรรคคนหนึ่ง

          นั่นคือการเปิดตัวของนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นผู้สนับสนุนทีมภูมิใจไทย ราชบุรี ว่ากันตามจริง นภินทรไม่ได้มีชื่อในบัญชีรายชื่อส..ของพรรค 

          เมื่อวันที่ค่ายภูมิใจไทยตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลลุงตู่ 2/1 ก็มีชื่อเจ้าตลาดศรีเมืองติดอยู่ในโผ ครม.สายสีน้ำเงินด้วย

          มาถึงวันนี้ยังมีชื่อนภินทร ในตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ อยู่ ซึ่งดูแปลกๆ พิกล

รัฐธรรมนูญ 2540 กำเนิด "เจ้าพ่อยุคใหม่" 

วันที่ 25 มิถุนายน 2562 - 09:15 น.
กระดานความคิด,รัฐธรามนูญ,ทักษิณ ชินวัตร,นักการเมือง,ประชาธิปไตย

คอลัมน์...  กระดานความคิด  โดย...  บางนา บางปะกง 

          นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้วทั้งสิ้น 20 ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

          บรรดานักวิชาการที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย จะยกย่องว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ดีเลิศประเสริฐศรี ประหนึ่งรัฐธรรมนูญเทวดา 

          เมื่อเร็วๆ นี้ ประจักษ์ ก้องกีรติ รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า ยุครุ่งเรืองของ “นักการเมืองแบบเจ้าพ่อ” สิ้นสุดลง หลังจากมีรัฐธรรมนูญปี 2540 ถือว่าทำได้สำเร็จมากในการเปลี่ยนการเมืองและลดอิทธิพลของเจ้าพ่อลง โดยกลไกสำคัญคือการให้ประชาชนเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และการห้ามผู้สมัคร ส.ส.ย้ายพรรคก่อนการเลือกตั้ง

          โดยภาพรวม การเลือกตั้ง 2544 มี ส.ส.เก่าสอบตกเยอะ โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือ เพราะกระแสอัศวินควายดำ และมนต์รักประชานิยม ทำให้พรรคไทยรักไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด 

          แต่อาจารย์ประจักษ์ ลืมลงรายละเอียด ก่อนการเลือกตั้ง 2544 “ทักษิณ ชินวัตร” ได้กวาดต้อน “นักการเมืองบ้านใหญ่” เข้าไปอยู่ในสังกัดจำนวนหนึ่ง เช่น ตระกูลเทียนทอง, สะสมทรัพย์, หาญสวัสดิ์ เป็นต้น

          ระหว่างบริหารประเทศ 4 ปี “ทักษิณ” ได้ส่งทูตไปเจรจากับกลุ่มชิดชอบ, กลุ่มคุณปลื้ม และกลุ่มอัศวเหม ให้มาอยู่ใต้ร่มธงพรรคไทยรักไทย แต่กลุ่มอัศวเหม ไม่ยอมย้ายมา

          นับแต่การเลือกตั้ง 2518 นักการเมืองแบบเจ้าพ่อ ได้เข้าสู่สภาผู้แทนฯ จำนวนมาก และได้ย้ายพรรคไปเรื่อยๆ ตามสถานการณ์การเมืองห้วงเวลานั้น นักเลือกตั้งไทยเป็นยอดนักกลยุทธ์ รู้จักปรับตัวเองอยู่ตลอดเวลา


          สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ รัฐธรรมนูญ 2540 มีปรากฏการณ์ “เจ้าพ่อเหนือเจ้าพ่อ” เมื่อ “บ้านใหญ่” ถูกกวาดต้อนเข้าไปอยู่ใต้ร่มธง “พรรคทักษิณ” กลายสภาพเป็นซุ้มวังบัวบาน, ซุ้มวังน้ำยม, ซุ้มวังพญานาค, ซุ้มวังน้ำเย็น, ซุ้มนครปฐม, ซุ้มชลบุรี, ซุ้มเมืองหลวง, ซุ้มบุรีรัมย์, ซุ้มวังมะนาว, ซุ้มวาดะห์ ฯลฯ

          มีการเลือกตั้งท้องถิ่น “ทักษิณ” จะปล่อยซุ้มต่างๆ ส่งคนไปต่อสู้กันเอง ใครชนะเป็นนายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 

          กระทั่งการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก ซุ้มไหนอยากส่งใครลงสนามก็ได้ บางจังหวัดเลยกลายเป็นการแข่งขันกันเอง ระหว่างผู้สมัคร ส.ว.ต่างซุ้มในพรรคไทยรักไทย 

          “นักการเมืองแบบเจ้าพ่อไม่ได้เล่นการเมืองเชิงนโยบาย เขาไม่มีนโยบาย ไม่มีอุดมการณ์ทางการเมือง ไม่มีแนวคิดเรื่องการพัฒนาประชาธิปไตย เป็นการเล่นการเมืองเพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้าจริงๆ คือ เพื่อคุ้มครองธุรกิจของตัวเองและพวกพ้อง” อาจารย์ประจักษ์วิเคราะห์ถูก

          แต่ประเด็นที่ว่า “นักการเมืองแบบเจ้าพ่อเติบโตได้ในสภาวะที่พรรคการเมืองอ่อนแอ เขาก็เลยมีอำนาจต่อรองสูง แต่ถ้าพรรคการเมืองเข้มแข็ง มีนโยบายชัดเจน และคนเลือกพรรคเพราะนโยบาย เจ้าพ่อก็จะสอบตก” เรื่องนี้ไม่จริง และแสดงว่า รู้ไม่ลึก รู้ไม่รอบด้าน

          ดังที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น “นักการเมืองบ้านใหญ่” ใช้กลยุทธ์ชูธงประชานิยม ชูภาพทักษิณ เข้าสภาสบายๆ แต่พวกเขาอาศัยการเป็นพรรครัฐบาล วางเครือข่ายอำนาจสู่ท้องถิ่น ยึดตั้งแต่ อบต.ยัน อบจ. เนื่องจากทักษิณไม่เข้ามายุ่งเรื่องท้องถิ่น

          นักการเมืองแบบเจ้าพ่อ ใช้ยุทธวิธีเหมือนอาจารย์ประจักษ์วิเคราะห์ “วิธีที่เจ้าพ่อชนะเลือกตั้ง คือ การใช้เงินกับใช้อิทธิพล สร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้เลือกตั้ง สร้างบุญคุณ ให้คนรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณแล้วเลือกเขา” ในการเลือกตั้งท้องถิ่น 


          เมื่อถึงการเลือกตั้งระดับชาติ นักการเมืองแบบเจ้าพ่อ ก็สวมเสื้อพรรคไทยรักไทยลงสนาม ไม่ต้องเหนื่อยแรง ไม่ต้องใช้ปัจจัยพิเศษ เพราะชาวบ้านชอบพรรค ชอบนโยบายประชานิยม และชอบผู้นำพรรค พวกเขาได้เป็น ส.ส.ผูกขาดยกจังหวัด 


          การที่อธิบายแบบตัดตอน ไม่ใช่วิถีนักประวัติศาสตร์ การพยายามสรุปว่า รัฐธรรมนูญ 2540 เจ้าพ่อหายไปเยอะ แต่รัฐธรรมนูญ 2550 และรัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้นักการเมืองแบบเจ้าพ่อฟื้นคืนมาอีก นี่ก็ไม่ใช่การคิดแบบนักวิชาการ


          นักการเมืองบ้านใหญ่ที่สูญพันธุ์ เพราะไม่รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคม วันนี้ ได้เกิด “เจ้าพ่อยุค 4G” ที่ใช้การตลาดนำการเมือง ทำได้เนียนกว่าทักษิณเสียอีก นักวิชาการฝ่ายประชาธิปไตยรู้บ้างมั้ย ?

'ท่าดี ทีเหลว' สะท้อนเลือกตั้ง ภายใต้ 'รธน.60'

วันที่ 25 มิถุนายน 2562 - 10:10 น.
รธน60,เลือกตั้ง,คสช,คณะรัฐบาล
Shares : 
40
เปิดอ่าน 1,094 ครั้ง

โดย...  ขนิษฐา เทพจร

          หลังการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 24 มีนาคม แม้ผลการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างเป็นทางการ จะปรากฏผลทั้งหมดแล้ว และการเมืองขณะนี้ ก้าวสู่การตั้ง “คณะรัฐบาล” ชุดใหม่ ที่มีผู้นำคนเดิม คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็น "นายกรัฐมนตรี" และโฉมหน้า “รัฐมนตรี” ที่คาดการณ์ว่า จะเป็นคนหน้าเดิม

          กับควันหลงของการเลือกตั้ง ภายใต้กติกาฉบับใหม่ ทั้ง “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560” และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง จำนวน 4 ฉบับ ยังถูกหยิบยกมาวิจารณ์ว่า เป็นกติกาที่สมบูรณ์และเหมาะสมต่อการใช้ “การเลือกตั้ง” เป็นโจทย์ที่ถูกตอบได้ตรงจุดต่อประเด็นเป็นกลไกพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยในระยะเปลี่ยนผ่าน หรือไม่ ?

          ในงานรำลึกเชิดชูครูกฎหมาย ศาสตราจารย์ไพโรจน์ ชัยนาม ครั้งที่ 9 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเวทีอภิปราย สะท้อน “บทเรียนการเลือกตั้งในรัฐธรรมนูญฉบับ 60” เพื่อร่วมถอดบทเรียน ผ่านการศึกษาในมิติที่สำคัญ คือ “การออกแบบระบบเลือกตั้ง” และ “การดำเนินการเลือกตั้ง” ที่มีบทสรุปร่วมกันว่า ไม่ว่ากลไกสูงสุด รวมถึงกติกาที่มาเคียงคู่กัน จะออกแบบมาด้วยความตั้งใจดี เพื่อแก้โจทย์การเมืองที่เป็นปัญหาได้ดีเพียงใด สุดท้ายภายใต้กระบวนการเลือกตั้ง ที่เป็นปัญหาคาใจของคนในสังคม ย่อมส่งผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเมืองไทยหลังจากนี้ รวมถึง ความเชื่อถือใน “รัฐบาล” ที่เตรียมเข้ามาบริหารประเทศหลังการเลือกตั้ง

          รศ.ดร.ณรงค์เดช สรุโฆษิต นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ทัศนะตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคม 2562 ยังพบสิ่งที่เป็นปัญหา โดยเฉพาะการกำหนดสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ทั้งนี้เข้าใจว่าการยึดหลักของระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมคือ ให้ทุกคะแนนเสียงมีค่า ทุกคะแนนเสียงถูกนับ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการเลือกตั้งสากล

          “แต่ปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ ต้องคำนึงต่อการเคารพสิทธิของประชาชนที่ออกเสียงลงคะแนนด้วย เพราะการเคารพดังกล่าวเป็นปัจจัยขั้นต้นที่ส่งผลต่อระบบการเมืองที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ เพราะหากก้าวข้ามหลักการสำคัญ คือ การเลือกตั้งทางตรง ออกแบบโจทย์ที่บิดเบือนการออกเสียงของประชาชน ลดคุณค่าของคนให้ไม่เท่ากัน จะทำให้กลายเป็นปัญหาต่อการยอมรับในกระบวนการเลือกตั้ง และจะทำให้การเลือกตั้งถูกใช้เป็นฐานสร้างความชอบธรรมให้บุคคลเท่านั้น”

          ดร.ณรงค์เดช เสนอมุมมองด้วยว่า ในกระบวนการจัดการเลือกตั้งตั้งแต่ต้น คือ การแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ในทางปฏิบัติสามารถกำหนด “ผู้ชนะเลือกตั้ง” ได้ ตามหลักสากลพึงคำนึงถึงความเป็นผู้แทน, จำนวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่พบปัญหาเรื่องการใช้อำนาจของ กกต. ทำให้ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ปัญหาด้วยการให้ กกต.เดินหน้าแบ่งเขตได้ พร้อมรับรองการกระทำของ กกต.นั้นถูกต้องชอบธรรม และห้ามบุคคลใดนำไปฟ้องร้องในทางคดี

          “การเลือกตั้งในประเทศไทยมีปัญหา เพราะมีใบเสร็จชัดเจน ซึ่งดูได้จากการแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่มีลักษณะบิดเบี้ยว ทำให้สะท้อนไปถึงผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งขัดต่อหลักการสากล ส่วนการประกาศผลเลือกตั้ง และการประกาศผลนับคะแนนยังพบปัญหา ตรวจสอบไม่ได้ ทั้งที่ประชาชนอยากมีส่วนร่วม” ดร.ณรงค์เดช กล่าว

          กับมุมมองต่อระบบและกระบวนการเลือกตั้งที่เป็นปัญหา “นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” สรุปไว้ในสาระสำคัญว่า ตัวปัญหาอยู่ที่กฎหมาย พร้อมยกตัวอย่างที่อนาคตควรแก้ไขคือ การกำหนดเพดานค่าใช้จ่ายหาเสียงเลือกตั้ง และลักษณะการหาเสียงเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งที่ผ่านมากำหนดเพดานค่าใช้จ่าย ที่ ส.ส. 1 คน มีค่าใช้จ่ายไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ขณะที่พรรคไม่เกิน 35 ล้านบาท เพื่อให้เกิความเสมอภาค และพบการเขียนเกณฑ์ปฏิบัติอื่นๆ เช่น กำหนดขนาดป้ายหาเสียง, จำนวนป้ายหาเสียง, จำนวนรถหาเสียง, สถานที่ติดป้ายหาเสียง ซึ่งมองว่าเป็นการตัดเสื้อโหลให้คนใส่ เพื่อให้เกิดความเสมอภาค แต่คนที่คิดหลักเกณฑ์ดังกล่าวลืมไปว่า ต้องคำนึงถึงเสรีภาพด้วย ที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสามารถออกแบบการหาเสียงเลือกตั้งให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และเหมาะสมกับยุคเทคโนโลยีสมัยใหม่ ขณะเดียวกันการไม่เขียนกติกาที่ครอบคลุมถึงการใช้จ่ายของกลุ่มกองเชียร์ และกองแช่ง ทำให้เห็นว่า การเขียนกติกาเลือกตั้งแม้จะวางหลักการไว้ดี แต่เมื่อบังคับใช้ยังเกิดปัญหาจำนวนมาก

          “แม้ประชาธิปไตย ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่การเลือกตั้งคือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดความเป็นประชาธิปไตยในประเทศ โดยสิ่งที่สะท้อนการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยคือ พลเมืองไทยต้องมีสิทธิเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง ภายใต้ข้อจำกัดบางประการ เช่น อายุ, ไม่เป็นคนฟั่นเฟือน ขณะเดียวกัน พลเมืองที่ได้สิทธิเลือกตั้ง ต้องได้ใช้สิทธิเลือกตั้งทางตรง ไม่ใช่เลือกคนกลาง เพื่อให้คนกลางตัดสินใจเลือกบุคคลอื่นแทน ขณะที่การแสดงเจตจำนงในการเลือกตั้ง ตามพื้นฐานระบอบประชาธิปไตยคือ คนต้องมีคุณค่าเท่ากัน หมายถึง คะแนนเสียงที่ประชาชนโหวตต้องเท่าเทียมกัน 1 คน 1 เสียง นอกจากนั้นการใช้สิทธิต้องมีอิสระ ผ่านการตัดสินใจบนข้อมูลที่รอบด้าน ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม และการกำกับการเลือกตั้งภายใต้กติกาที่เป็นธรรม” ดร.ณรงค์เดช กล่าว

          ขณะที่ ผศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองบทเรียนเลือกตั้ง ภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และกฎหมายประกอบที่ใช้เลือกตั้งว่า ท่าดี ทีเหลว เพราะสิ่งที่เขียนไว้ เพื่อวางกรอบกติกาซึ่งเป็นแนวทางการปฏิรูปการเลือกตั้ง เป็นแนวทางที่จะขับเคลื่อนการเมืองไปในทิศทางที่ดีขั้นได้ แต่กติกาหรือแนวทางดังกล่าวไม่สามารถบังคับใช้ได้ เพราะ “คสช.” ออกประกาศและคำสั่ง เพื่อยุติการใช้แนวทางนั้น เช่น สั่งให้งดการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรรคการเมือง หรือ ไพรมารีโหวต, การใช้เกณฑ์จำนวนสมาชิกพรรคในพื้นที่เพื่อได้สิทธิส่งตัวแทน ส.ส.ลงแข่งขันเลือกตั้ง ทั้งนี้การเขียนรัฐธรรมนูญ เข้าใจว่ามีโจทย์ที่ผู้ยกร่างต้องการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความหวังและความเป็นจริง แต่กติกาที่เขียนไว้ ไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริงทุกครั้ง ดังนั้นจึงเป็นบทเรียนที่ควรต้องเรียนรู้อย่างสำคัญ

          “หลายประเทศพบความล้มเหลวของการออกแบบระบบเลือกตั้ง เพราะคนไม่เลือกตามที่ออกแบบไว้ เนื่องจากมีลักษณะความคิด ความเชื่อ ค่านิยมที่ทำให้กติกาใช้ไม่ได้ผล บทเรียนของสิ่งที่ว่าเมื่อเทียบกับของประเทศไทย คือความไม่ชัดเจนในกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนขาดความมั่นใจ อาทิ มีบัตรเขย่ง, นับคะแนนเลือกตั้งหลายรอบและได้ผลลัพธ์ไม่เท่ากัน, การจัดการเลือกตั้งที่ประชาชนขาดชุดความรู้ที่สำคัญก่อนการใช้สิทธิ รวมถึงประชาชนไม่สามารถตรวจสอบผล หรือการจัดการเลือกตั้งได้ ทำให้กลายเป็นความไม่มั่นใจ หากคนไม่เชื่อใจในการเลือกตั้ง จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อใจต่อรัฐบาล และ ส.ส. ซึ่งความเชื่อใจที่ว่า คือสิ่งสำคัญต่อการดำรงอยู่ของรัฐบาล” ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าว

          ขณะที่โจทย์ของการเลือกตั้ง ที่ถูกออกแบบกติกาให้ใช้ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม มีบัตรเลือกตั้งใบเดียว “ดร.อรรถสิทธิ์” เชื่อว่าผลลัพธ์ของโจทย์คือ ได้หลายพรรคการเมืองเข้าสู่ระบบสภา และนำไปสู่รัฐบาลผสม โดยการกำหนดกติกาที่ว่านั้นสะท้อนเป็นบทสรุปของข้อมูลได้ว่า ก่อนการเลือกตั้ง มี 88 พรรคการเมืองที่จดทะเบียนกับ กกต., มี 77 พรรคการเมืองที่ส่งตัวแทนลงเลือกตั้ง และมี 26 พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งเข้าสภา ซึ่งพรรคที่ได้รับคะแนนสูงสุด คือ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 8.4 ล้านคะแนน ขณะที่พรรคการเมืองซึ่งได้คะแนนน้อยที่สุด คือ พรรคกสิกรไทย ได้ 182 คะแนน ขณะที่การทำงานในสภานั้น จะมีเพียง 11 พรรคการเมืองที่มีบทบาทสำคัญ

          “การเปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้ง ส่งผลต่อจำนวนพรรคการเมืองที่เข้าสู่สภา ล่าสุดมีถึง 26 พรรคการเมือง ซึ่งสัดส่วน ส.ส.ที่เกิดขึ้นนั้นบิดเบี้ยว แต่ไม่ร้ายแรง หากการเลือกตั้งครั้งหน้า 26 พรรคการเมืองส่งตัวแทนลงเลือกตั้ง เชื่อว่าจะมีเพียง 6 พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้ง ขณะที่การทำงานในสภา ที่มีบทบาท ทำงานได้ คือ 11 พรรคการเมืองเท่านั้น แต่ ส.ส.ของพรรคการเมืองขนาดเล็กมีบทบาทในระดับมากเช่นกัน เพราะถือเป็นงูเห่า แต่สิ่งที่ต้องกลัวไม่ใช่การกลัวงูเห่า แต่กลัวงูป่วยดีกว่า ภายใต้รัฐบาลและสภาเสียงข้างมากปริ่มน้ำ การใช้สิทธิไม่มาประชุม ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งที่เทียบได้กับการโหวตสวนมติพรรค ขณะที่การลาประชุมนั้นไม่ต้องห่วงว่า หากขาดประชุมโดยไม่ได้รับอนุญาต เกิน 1 ใน 4 ของจำนวนวันประชุมของสมัยประชุม ต้องถูกพ้นสมาชิกภาพ เพราะการทำใบลาประชุมสามารถทำย้อนหลังได้ โดยให้เพื่อน ส.ส.รับรอง ขณะที่การตรวจสอบนั้นทำได้ยาก เพราะเขาอ้างว่า ส.ส.ไม่ใช่บุคคลสาธารณะ” ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าวปิดท้าย


          ขณะที่นักเคลื่อนไหวด้านกฎหมายเพื่อประชาชน “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์" ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ชี้ว่าปัญหาของการเลือกตั้งที่ผ่านมา เกิดจาก “กกต.” ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง ที่พบความผิดพลาด แต่ไม่ออกมายอมรับผิดหรือขอโทษต่อประชาชน อาทิ การแจกบัตรเลือกตั้งผิดเขตในวันเลือกตั้งล่วงหน้า ทำให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งผิดพื้นที่เลือกตั้งแม้หลังการเลือกตั้งจะขอตรวจสอบกรณีบัตรเสียที่มีมากถึง 2.5 ล้านใบ เพื่อทราบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดบัตรเสีย เช่น ลงคะแนนผิดเขต, สัญลักษณ์กาบัตรไม่เป็นไปตามที่กำหนด เพื่อแก้ไขในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่ กกต.กลับไม่ดำเนินการนำบัตรเสียมาตรวจสอบเพื่อหาทางแก้ไขข้อผิดพลาด ขณะที่การจัดการเลือกตั้งที่มีปัญหา เช่น การนับคะแนนรายหน่วยผิดพลาด แต่ กกต.ไม่ยอมเปิดเผยคะแนนรายหน่วยที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ในขั้นตอนของ กกต. เมื่อนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ต้องส่งคะแนนดิบไปรวมที่ส่วนกลาง ซึ่งในกระบวนการประกาศผลเลือกตั้ง มีข้อสงสัยว่า อาจเพิ่มคะแนนให้แก่บางพรรคการเมืองได้หรือไม่ ดังนั้นมองว่าไม่มีเหตุผลใดที่ กกต.จะเลี่ยงการเปิดเผยคะแนนรายหน่วย ยกเว้น การประกาศคะแนนเลือกตั้งรวมเกินกว่าคะแนนที่ได้รับจริง

          นอกจากนั้น “ยิ่งชีพ” ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเขียนกติกาอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเมืองหลังจากนี้คือ การกำหนดประมวลจริยธรรม ที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ยกร่าง และมีผลบังคับใช้กับนักการเมือง ดังนั้นหากฝ่ายใดต้องการให้ ส.ส.ฝ่ายตรงข้ามออกจากสภาผู้แทนราษฎร สามารถใช้กลไกการร้องเรียนปัญหาจริยธรรม หรือทำความผิดด้านจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งผู้ที่จะวินิจฉัยคือ คนกลุ่มเดียวกัน นอกจากนั้นการทำร่างกฎหมายของฝ่ายค้านที่เสนอต่อสภา หากฝ่ายผู้มีผลประโยชน์ไม่ต้องการให้ผ่านพิจารณา สามารถอ้างได้ว่า ร่างกฎหมายฉบับนั้น ขัดกับบทบัญญัติว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปได้ ซึ่งการตีความกรณีดังกล่าว ยังเป็นคนกลุ่มเดิม

          สุดท้ายในเวทีอภิปรายนั้น แม้จะไม่ฟันธงว่า “ทิศทางการเมือง” และ “รัฐบาลใหม่ หน้าเดิม” จะอยู่ต่อ หรือเดินหน้าทำงานให้ราบรื่นได้อย่างไร ท่ามกลางกระแสสังคมที่ยังเคลือบแคลงและสงสัย ต่อกระบวนการได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง ผ่านการเลือกตั้งที่หลายคนตั้งข้อสงสัย แต่เชื่อว่า ปัญหาของรัฐธรรมนูญ และกติกาทางการเมืองหลังจากนี้ จะถูกหยิบยกมาพิจารณา อย่างน้อยเพื่อเป็นการหาทางออกและสร้างกติกาใหม่ที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม เสมอภาค มีเสรีภาพ และอิสรภาพ

นายกฯสั่งลากรถเก่าจอดตายข้างถนน "กทม." ทิ้งให้หมด

วันที่ 25 มิถุนายน 2562 - 15:06 น.
บิ๊กตู่,รถเก่า,ลากรถเก่า

"บิ๊กตู่" ลั่น แก้ปัญหาจราจร "กทม." สั่ง ลากรถเก่าจอดตายข้างถนน  ทิ้งให้หมด 

           25 มิ.ย.62 -ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า การจอดรถบริเวณข้างถนนในถนนที่ไม่ควรจอด หรือบางทีก็จอดตายทิ้งไว้ไม่มีคนดูแล ได้สั่งการไปแล้วให้ลากทิ้งให้หมด รถเก่าๆ สับปะรังเค ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ไม่มีคดีที่จอดทิ้งไว้ใต้ทางด่วน ทำให้บ้านเมืองไม่เรียบร้อยต้องลากไปทิ้ง ถ้าไปทิ้งที่ไหนไม่ได้ก็เอาไปทำปะการัง ส่วนรถของประชาชนนั้นทิ้งไม่ได้อยู่แล้วแต่ต้องไปเสียค่าปรับ ไม่อย่างนั้นการจราจรก็ติดอยู่อย่างนี้ ทุกคนต้องการความสะดวกทั้งหมดแล้วจะทำอย่างไร ถ้าไม่ใช้กฎหมายก็ไม่มีทางอื่น

 

ต่างประเทศ

เยอรมนีเศร้า"ยูโรไฟท์เตอร์"ชนกันกลางอากาศนักบินดับ 1 

วันที่ 25 มิถุนายน 2562 - 09:27 น.
ยูโรไฟท์เตอร์,เยอรมนี

นักบินสองคนดีดตัวได้ แต่คนหนึ่งเสียชีวิต อีกคนห้อยติดต้นไม้ 

 

คลิปที่ 1
 

( คลิป @THFChippy ) 

เครื่องบินขับไล่ ยูโรไฟท์เตอร์ ของกองทัพอากาศเยอรมนี 2 ลำ ประสบเหตุตกในรัฐ มคเลินบวร์ค-ฟอร์พ็อมเมิร์น  ทางตอนเหนือ หลังชนกันกลางอากาศโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังขึ้นบินในภารกิจฝึกรบ

 
วิดีโอที่ฝังไว้
M27@M27Unchained
 
 

Collided 20min after take off. ArmedForces: too early to say why
Based at Laage near Rostock. Trains all pilots flying Germany’s 140 /s. First 2 jets Germany has lost since started flying'em in 2004

Trees have come to many a paratroop's rescue during times

นักบินสองคนดีดตัวออกมาจากเครื่องได้ แต่รอดชีวิตคนเดียวหลังจากลงไปห้อยติดอยู่กับต้นไม้ ได้รับการช่วยเหลือหลังจากนั้น อีกคนเสียชีวิต  

ทั้งสองสังกัดกองบินยุทธวิธี 73 หรือ “ชไตน์ฮอฟฟ์” ที่เชี่ยวชาญการป้องกันทางอากาศทั่วไป และเป็นศูนย์ฝึกหลักสำหรับนักบินยูโรไฟท์เตอร์ ไทฟูน ในเยอรมนี 

เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ราว 20 นาทีหลังจากเครื่องบินยูโรไฟท์เตอร์ 3 ลำ ขึ้นบินจากศูนย์ฝึก ใกล้ทะเลสาบมือริตซ์ ห่างจากกรุงเบอร์ลิน ไปทางเหนือประมาณ 120 ก.ม. 

ผู้เห็นเหตุการณ์แชร์คลิปวิดีโอ จาก 2 จุดที่อยู่ห่างกันราว 10 ก.ม. ชิ้นส่วนเครื่องบินอย่างน้อย 1 ชิ้นตกในเขตมัลโชว์ ตำรวจเตือนประชาชนไม่ให้เข้าใกล้ ด้านกองทัพอากาศยืนยันว่าเครื่องบินไม่ได้บรรทุกระเบิด 

( ภาพ AFP ) 

เครื่องบินรบรุ่นนี้ ผลิตโดยกลุ่มร่วมทุนยุโรป ได้แก่ แอร์บัส บีเออี ซิสเต็มของอังกฤษ และ เลโอนาร์โด ของอิตาลี ราคาตกประมาณ 90 ล้านยูโร ( 3,150 ล้านบาท ) 

 

เยอรมนีมียูโรไฟท์เตอร์  140 ลำ และประสบปัญหาหนักในการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมรบ รายงานเมื่อปีที่แล้วระบุว่า มียูโรไฟท์เตอร์ 4 ลำเท่านั้นที่ใช้ได้ เพราะปัญหาสารหล่อเย็นในเซ็นเซอร์ปีกรั่วไหล 

( ภาพ AFP ) 

( ภาพ AFP ) 

 .........................................................

25 มิถุนายน 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน