*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5417
  • จำนวนผู้ชม : 3303593
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 26 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 326 , 21:46:44 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน พุธทรัพย์ , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         รู้ๆกันอยู่ว่า พรรคเพื่อไทยเป็นของใคร ต้องรอรับคำสั่งจากใคร แต่ไม่ใครจะห้ามได้ แม้จะผิดกฎหมายรธน.ก็ตาม

ล่าสุดมีการมอบตำแหน่งหัวหน้าพรรคให้แก่  “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์”  แทน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ส่วนคนอื่นๆยังไม่เข้าที่

เข้าทางก็รอกันไปก่อน

         มีข่าวศาลรธน.ดังพาดหัว : ศาลรธน.สั่งรับเรืองวินิจฉัยส.ส.ถือหุ้นสือ 32 ราย จาก 41 ราย รอด 9 ราย แต่ไม่ต้อง

หยุดปฏิบัติหน้าที่

 

 

 

"หน่อย" ถอยไป "สมพงษ์" สายตรง "แดงแดนไกล"

วันที่ 26 มิถุนายน 2562 - 10:46 น.
สมพงษ์,สมพงษ์ อมรวิวัฒน์,พรรคเพื่อไทย,หัวหน้าพรรคเพื่อไทย,หญิงหน่อย,คุณหญิงหน่อย,เจ๊หน่อย สุดารัตน์,พลตทวิโรจน์ เปาอินทร์,ท่องยุทธภพ

คอลัมน์ "ท่องยุทธภพ" โดย "ขุนน้ำหมึก" หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 26 มิถุนายน 2562

          จบข่าวเมื่อคนแดนไกลเคาะชื่อ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” นั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แทน พล...วิโรจน์ เปาอินทร์ ที่จะเซ็นใบลาออกจากหัวหน้าพรรคในสัปดาห์นี้ ส่วนเลขาธิการพรรคน่าจะเป็น “อ้วนเจ้าเก่า”

          เหมือนรู้ว่ามีสายตรงมาจากลอนดอน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย จึงให้สัมภาษณ์สื่อที่ใกล้ชิดว่า ไม่เคยเสนอชื่อ น..อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รับตำแหน่งใดในพรรคทั้งสิ้น

โตมากับทหารแก่

          นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า พรรคเพื่อไทยในสถานการณ์วันนี้ สมควรแล้วที่จะดัน “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ผู้ที่คร่ำหวอดการเมืองไทยมายาวนาน และมากไปด้วยคอนเนกชั่น จะสามารถประคองพรรคให้อยู่รอดปลอดภัยได้

          40 ปีกว่าที่แล้ว “สมพงษ์” เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง มีภรรยาชื่อ “เพ็ชรี เตชะไพบูลย์” จึงได้เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยอมฤตบริวเวอรี่ อาณาจักรธุรกิจเบียร์ของกลุ่มเตชะไพบูลย์ 

          นักข่าวรุ่นหลัง อาจไม่ทราบว่า สมพงษ์มีความรอบรู้เชี่ยวชาญเรื่องเบียร์มาก เพราะเคยไปอยู่เยอรมนีมาหลายปี จึงนำเบียร์คลอสเตอร์ เข้าสู่ตลาดเมืองไทยอีกครั้งหนึ่งเมื่อปี 2518

          ปี 2524 พล..เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ได้จดทะเบียนตั้งพรรคชาติประชาธิปไตย โดยมีสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นกรรมการพรรคชุดแรก และขยับเป็นรองเลขาธิการพรรค นั่นหมายตระกูลเตชะไพบูลย์ ได้ให้การสนับสนุนพรรคการเมืองของอินทรีบางเขน

          เส้นทางทุนไทยในยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ สมพงษ์ก็มาตามวิถีที่เจ้าสัวอุเทนได้กำหนดไว้ 

สัมพันธ์ลึก“กำนันเป๊าะ”

          คืนวันที่ 18 มิถุนายน 2562 ที่วัดแจ้งเจริญดอน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งมีการสวดพระอภิธรรมคืนแรกของกำนันเป๊าะ สมชาย คุณปลื้ม ปรากฏว่า มีนักการเมืองที่ใกล้ชิดตระกูลคุณปลื้ม ไปร่วมงานกันมากหน้า รวมถึง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์

สมพงษ์ร่วมงานสวดอภิธรรมกำนันเป๊าะ

          เลือกตั้ง 2529 สมพงษ์ในวันที่สวมหัวโขนเลขาธิการพรรคชาติประชาธิปไตย หิ้วกระเป๋ามาสมัคร ส..ชลบุรี เขต โดยกำนันเป๊าะลาออกจากตำแหน่งมาช่วยสมพงษ์หาเสียง เพราะตัวกำนันเอง ติดหนี้บุญคุณเจ้าสัวอุเทน และ “โป้ยเสี่ย” ไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์

          สมพงษ์เป็น ส..ชลบุรี อยู่สมัยเดียว ก็ย้ายไปลงสนามเชียงใหม่ ปี 2531 โดยสังกัดพรรครวมไทย ของพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ ปี 2534 สมพงษ์ช่วยพ่อเลี้ยงณรงค์ ตั้งพรรคสามัคคีธรรม

          เลือกตั้ง 2535/1 สมพงษ์ไปเจรจากับกำนันเป๊าะ ขอตัว “แป๊ะ” สนธยา คุณปลื้ม ลูกชายคนโตของกำนัน ลงสมัคร ส..ชลบุรี ในสังกัดพรรคสามัคคีธรรม

สมพงษ์กับกำนันเป๊าะ ร่วมตั้งกลุ่ม 16

          หลังพฤษภาทมิฬ มีเลือกตั้ง 2535/2 สมพงษ์ย้ายไปสังกัดพรรคชาติพัฒนา พร้อมกับลูกชายสองคนของกำนันเป๊าะคือ สนธยา-วิทยา คุณปลื้ม เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2535 สมพงษ์รวบรวม ส..จากพรรคชาติพัฒนา และพรรคชาติไทย จำนวน 21 คน มาก่อตั้ง “กลุ่ม 16”

          จริงๆ แล้ว คณะผู้ก่อการกลุ่ม 16 ตัวจริงคือ สมพงษ์กำนันเป๊าะ และไพโรจน์ เปี่ยมพงศ์สานต์

ศิษย์เก่าค่ายน้าชาติ

          สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อยู่กับพรรคชาติพัฒนา จนถึงการเลือกตั้ง2539 เมื่อทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคไทยรักไทยในปี 2542 โดย “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้มาชักชวนสมพงษ์ให้มาก่อร่างสร้างพรรค เพื่อปั้นนายกฯ คนเมือง ด้วยกัน

          นับแต่การเลือกตั้งปี 2544 สมพงษ์จึงปักหลักอยู่พรรคไทยรักไทยหรือพรรคของทักษิณมาจนถึงวันนี้ โดยปี 2550 ได้ส่งลูกชาย “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ลงสมัคร ส..เชียงใหม่ด้วย

          ในพรรคของทักษิณ สมพงษ์มีนักการเมืองรุ่นน้อง ที่สนิทชิดเชื้อกันมาแต่พรรคชาติพัฒนา คือ “พงศกร อรรณนพพร” บิดาของสรัสนันท์ อรรณนพพร ส..ขอนแก่น เขต และพี่ชายของบัลลังก์ อรรณนพพร ส..ขอนแก่น เขต 10

พงศกร อรรณนพพร คนสนิทของสมพงษ์

          พงศกร” ทายาทกงสี “หจก.อื้องี่กี่” พ่อค้าพืชไร่รายใหญ่แห่ง อ.หนองสองห้อง เป็น ส..ขอนแก่น สมัย และปี 2554 ได้ส่งต่อให้ภรรยา “ดวงแข อรรณนพพร” ลง ส..เขตแทน

          ปลายปี 2561 สมพงษ์รับใบสั่งให้นั่งหัวหน้าพรรคเพื่อธรรม จึงชวนพงศกรมาเป็นเลขาธิการพรรค บังเอิญนายใหญ่ปรับแผนใหม่ให้เหลือสองพรรคพี่น้อง “เพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ” พงศกรจึงกลับมาที่เพื่อไทยพร้อมสมพงษ์ อมรวิวัฒน์

 

สมพงษ์และพงศกร สมัยก่อการพรรคเพื่อธรรม

          หากไม่ติดขัดว่า นายใหญ่ให้ “อ้วน” เป็นแม่บ้าน สมพงษ์คงอยากได้ “พงศกร” เป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย

 

หน้าแรก / การเมือง
พุธ 26 มิถุนายน 2562

ด่วน! มติศาลรธน.รับวินิจฉัย32ส.ส.ถือหุ้นสื่อ-ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

ด่วน! มติศาลรธน.รับวินิจฉัย32ส.ส.ถือหุ้นสื่อ-ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
26 มิถุนายน 2562
 

ศาลรธน.สั่งรับเรืองวินิจฉัยส.ส.ถือหุ้นสือ 32 ราย จาก 41 ราย รอด 9 ราย แต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.62 ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาพิจารณาคดี กรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคําร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๒ จํานวน ๒ คําร้อง โดยขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) จํานวน ๔๑ คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (5) ประกอบ มาตรา ๙๘ (๓) หรือไม่

ข้อเท็จจริงตามคําร้องและเอกสารประกอบคําร้องปรากฏว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เข้าชื่อร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ร้อง ขอให้ส่งคําร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๔๑ คน ผู้ถูกร้อง สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ วรรคหนึ่ง เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๔๑ คน เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องทั้งสี่สิบเอ็ดคน สิ้นสุดลงตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๔๔ (๓)

ศาลประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๘ (๓) บัญญัติลักษณะต้องห้ามของ บุคคลที่จะใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ว่า “เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการ หนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ” มิใช่เพียงมีเจตนาหรือความประสงค์จะทํากิจการดังกล่าวเท่านั้น ถึงแม้การถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่มีวัตถุที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจพอที่จะใช้เป็นเหตุให้มีการยื่นคําร้อง ต่อศาลได้ แต่ก่อนที่จะรับคําร้องไว้พิจารณาต่อไปได้ยังจําเป็นต้องตรวจสอบวัตถุที่ประสงค์ของห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทที่ผู้ถูกร้องทั้งสี่สิบเอ็ดคนถือหุ้นอยู่ว่าเป็นวัตถุที่ประสงค์ที่จะประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือ สื่อมวลชนใด ๆ หรือไม่ ซึ่งเมื่อตรวจสอบจากเอกสารประกอบคําร้องของผู้ร้องแล้ว

ปรากฏว่าหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งออกให้แก่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ของนายศาสตรา ศรีปาน ผู้ถูกร้องที่ ๑๔ , นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ผู้ถูกร้องที่ ๑๖ , นางสาวภริม พูลเจริญ ผู้ถูกร้องที่ ๑๗, นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ผู้ถูกร้องที่ ๒๐, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ผู้ถูกร้องที่ ๒๖ และ นายจักรพันธ์ พรนิมิต ผู้ถูกร้องที่ ๒๗ ตามคําร้องที่หนึ่ง (เรื่องพิจารณาที่ ๑๒/๒๕๖๒) และนายกรณ์ จาติกวณิช ผู้ถูกร้องที่ ๒ , นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ผู้ถูกร้องที่ ๓ และนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ผู้ถูกร้องที่ ๘ ตามคําร้องที่สอง (เรื่องพิจารณาที่ ๑๓/๒๕๖๒) โดยมีข้อความระบุรายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ไว้ ทํานองเดียวกันว่า “การประกอบกิจการค้า กระดาษ เครื่องเขียน แบบเรียน แบบพิมพ์ หนังสือ อุปกรณ์ การเรียนการสอน อุปกรณ์ถ่ายภาพและภาพยนตร์ เครื่องคํานวณ เครื่องพิมพ์ อุปกรณ์การพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ตู้เก็บเอกสาร และเครื่องใช้สํานักงานทุกชนิด เครื่องมือสื่อสาร คอมพิวเตอร์ รวมทั้งอุปกรณ์ และอะไหล่ของสินค้าดังกล่าว” ซึ่งเป็นวัตถุที่ประสงค์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ ที่จะเป็นลักษณะเข้าข่าย อันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องจํานวน ๔ คน ต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (5) ประกอบมาตรา ๙๘ (๓) แต่อย่างใด

จึงมีคําสั่งไม่รับคําร้องในส่วนของผู้ถูกร้อง จํานวน ๙ คน ไว้พิจารณาวินิจฉัย สําหรับคําร้องของผู้ร้องในส่วนของผู้ถูกร้องที่เหลือ จํานวน ๓๒ คน เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาล รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗ (๕) แล้ว ศาลจึงสั่งรับคําร้องของผู้ถูกร้อง จํานวน ๓๒ คน ไว้พิจารณา วินิจฉัย และแจ้งให้ผู้ร้องทราบพร้อมส่งสําเนาคําร้องให้ผู้ถูกร้องทั้งสามสิบสองคนยื่นคําชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสําเนาคําร้อง

สําหรับคําขอให้ผู้ถูกร้องทั้งสามสิบสองคนหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๒ วรรคสอง บัญญัติเงื่อนไขไว้ว่าจะต้อง “ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง” แต่ในคดีนี้ผู้ร้องไม่ได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงคงมีเอกสารประกอบคําร้องเพียงหนังสือรับรอง ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทระบุรายละเอียดวัตถุที่ประสงค์กับสําเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเท่านั้น ไม่ปรากฎแบบแสดง รายการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของห้างหุ้นส่วนบริษัท ฯ (แบบ สสช.๑) และแบบนําส่งงบการเงินของ ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทว่ามีรายได้จากการประกอบกิจการใด กรณีจึงยังไม่มีความชัดเจนว่า ผู้ถูกร้องประกอบ ธุรกิจใด ซึ่งศาลจะต้องดําเนินการไต่สวนเพื่อหาข้อเท็จจริงให้ยุติต่อไป เมื่อยังไม่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่า ผู้ถูกร้อง จํานวน ๓๒ คน มีกรณีตามที่ถูกร้อง ในชั้นนี้ จึงยังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้งสามสิบสองคน หยุดปฏิบัติหน้าที่

อนึ่ง คดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง ยื่นคําร้องขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้อง สิ้นสุดลง (เรื่องพิจารณาที่ ๑๐/๒๕๖๒) ได้ผ่านการสอบสวนของคณะกรรมการ การเลือกตั้งซึ่งมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงมาก่อนยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีเอกสารประกอบคําร้อง เช่น แบบ สสช.๑ ระบุสินค้าหรือบริการที่ประกอบการว่า ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ โรงพิมพ์ รับพิมพ์ หนังสือ พิมพ์หนังสือจําหน่าย ประกอบกับแบบนําส่งงบการเงินที่บริษัทของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้อง ยืนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ๒๕๕๔ - ๒๕๕๘ ระบุไว้ชัดเจนว่ามีรายได้จากการขายนิตยสาร และรายได้ จากการให้บริการโฆษณา กรณีจึงมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้อง มีกรณีตามที่ ถูกร้อง ศาลรัฐธรรมนูญจึงได้มีคําสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ วรรคสอง

หน้าแรก / การเมือง
พุธ 26 มิถุนายน 2562

'คมนาคม' แจงจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำทดแทนของเก่า-หวังลดต้นทุน

'คมนาคม' แจงจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำทดแทนของเก่า-หวังลดต้นทุน
26 มิถุนายน 2562
 727

"รมช.คมนาคม" แจงการบินไทยจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำทดแทนของเก่า-หวังลดต้นทุน 

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้มีการพิจารณากระทู้ถามสดของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ในเรื่องการจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำ วงเงิน 1.56 แสนล้านบาท ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

โดยนายมงคลกิตติ์ ตั้งคำถามในเรื่องความจำเป็นในการจัดซื้อเครื่องบินกล่าวทั้งนี้จากการลงพื้นที่พบว่าขณะนี้ยังมีเครื่องบินรุ่นแอร์บัส เอ 340 ที่จอดอยู่ที่สนามบินอู่ตะเภาจำนวน 8ลำ ซึ่งการบินไทยซื้อมาในราคา8,000ล้านบาทต่อลำ แต่กลับจะขายในราคาลำละ 500 ล้านบาทจึงมองว่า กรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นความผิดพลาดแต่เป็นการทุจริตมากกว่า

ขณะที่การจัดซื้อเครื่องบินจำนวน 38ลำมีการท้วงติงว่าให้ซื้อเฉพาะเท่าที่จำเป็นรวมถึง มีคำถามว่า ได้เช็คเส้นทางการบินหรือไม่ ซึ่งฝากรัฐมนตรีช่วยว่าการกะทรวงคมนาคมชี้แจงถึงความจำเป็นในเรื่องดังกล่าวรวมถึงกรณีทุจริตที่เกิดขึ้นในอดีต

ด้านนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม ชี้แจงว่า การจัดซื้อเครื่องบินจำนวน 38 ลำ ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นต้อนการพิจารณาของรัฐบาล โดยทั้ง 38 ลำมี 31 ลำที่เป็นการจัดซื้อเพื่อทดแทนเครื่องบินเก่า และมีอีก 7 ลำเป็นการจัดซื้อใหม่

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงไม่นำเครื่องบินแอร์บัส เอ 340 มาใช้ ขอเรียนว่า เครื่องบินดังกล่าวเป็นรุ่นที่เหมาะใช้งานเพื่อบินในระยะยาว เมื่อนำมันราคาสูงขึ้น การบินรวดเดียว 17 ชั่วโมงก็ไม่คุ้มค่า หากนำมาบินในระยะสั้นก็จะเป็นภาระในเรื่องต้นทุนการบินไทยจึงมีแผนปลดระวาง และมีการจัดซื้อเพื่อความเหมาะสม

“เชื่อว่าการจัดซื้อเครื่องบินทั้ง38 ลำซึ่งเป็นเครื่องบิน 2เครื่องยนต์น่าจะเหมาะสภาพการบินในปัจจุบันมากกว่า โดยขั้นตอนในการจัดซื้อยังต้องต้องมีขั้นตอนการพิจารณาของรัฐบาลซึ่งต้องรอการเสนอเข้าที่ประชุมครม.อีกครั้ง” นายไพรินทร์กล่าว

หน้าแรก / การเมือง
พุธ 26 มิถุนายน 2562

นายกฯ แจงรมต. หลุดโผเหตุเสนอมากว่า 40 คน

นายกฯ แจงรมต. หลุดโผเหตุเสนอมากว่า 40 คน
26 มิถุนายน 2562
 1,099

"ประยุทธ์" แจงว่าที่ “รมต.” หลุดโผ เหตุเสนอมากว่า 40 คน ระบุต้องหลุดบ้าง เพราะมี 36 ตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.62 เวลา 16.00 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่ามีรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีที่แต่ละพรรคส่งมาหลุดโผจำนวน 2 คน โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ไม่ใช่แบบนั้น เขาเสนอมา 40 กว่าคน ก็ต้องหลุดบ้างแหละมั้ง เพราะมี 36 ตำแหน่ง"

 

หน้าแรก / Recommended
พุธ 26 มิถุนายน 2562

 

‘ประเทศไทย’ ชาติแรกอาเซียน ชูวาระสู้ ‘ขยะทะเล’

 

‘ประเทศไทย’ ชาติแรกอาเซียน ชูวาระสู้ ‘ขยะทะเล’
26 มิถุนายน 2562

ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน ตระหนักถึงปัญหา “ขยะทะเล” ที่ส่งผลกระทบต่อมหาสมุทรทั่วภูมิภาค และเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เสนอประเด็นนี้ต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์พิเศษเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อปัญหาขยะทะเล และเป็นประเทศแรกที่เสนอประเด็นนี้เป็นวาระสำคัญทั้งในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ที่กรุงเทพฯ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน สมัยพิเศษด้านขยะทะเลที่ จ.ภูเก็ต เมื่อเดือน มี.ค.

“นอกจากประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มการจัดประชุมประเด็นขยะทะเลในฐานะประธานอาเซียนปี 2562 แล้ว ยังทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยที่จะแสดงบทบาทนำในภูมิภาคเพื่อจัดการและแก้ไขปัญหาขยะทะเล”  อธิบดีจตุพรเผย และกล่าวว่า ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ไทยได้รับเสียงชื่นชมจากนานาประเทศ

อธิบดี ทช. ระบุว่า เหตุที่การประชุมอาเซียนจำเป็นต้องมีการหารือเรื่องความร่วมมือลดขยะทะเล เพราะมีข้อมูลวิชาการว่า ไทยทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดอันดับ 6 ของโลก และใน 10 อันดับแรก ครึ่งหนึ่งยังมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย และมาเลเซีย สะท้อนให้เห็นว่าอาเซียนเป็นต้นตอใหญ่ของปัญหานี้

เมื่อปีที่แล้ว กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายงานอ้างผลการสำรวจของ เจนนา อาร์. แจมเบ็ก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยจอร์เจียของสหรัฐ พบว่า จีน ปล่อยขยะพลาสติกลงมหาสมุทรมากที่สุด 8.82 ล้านตันต่อปี รองลงมาเป็นอินโดนีเซีย 3.22 ล้านตันต่อปี อันดับ 3 ฟิลิปปินส์ 1.88 ล้านตันต่อปี อันดับ 4 เวียดนาม 1.83 ล้านตันต่อปี อันดับ 5 ศรีลังกา 1.59 ล้านตันต่อปี

ส่วนไทยรั้งอันดับ 6 ปล่อยขยะพลาสติกลงมหาสมุทร 1.03 ล้านตันต่อปี อันดับ 7 อียิปต์ 0.97 ล้านตันต่อปี อันดับ 8 มาเลเซีย 0.94 ล้านตันต่อปี อันดับ 9 ไนจีเรีย 0.85 ล้านตันต่อปี และอันดับ 10 บังกลาเทศ 0.79 ล้านตันต่อปี

ในด้านการรณรงค์ อธิบดีจตุพร กล่าวว่า รัฐบาลและ ทช.ได้ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำ (แคปซีล) งดใช้กล่องโฟมและถุงพลาสติกหูหิ้วในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ รณรงค์ให้เลิกใช้หลอดพลาสติก ใช้ถุงผ้า และพกแก้วน้ำมาเอง

นอกจากนั้น รัฐบาลยังจับมือกับภาคธุรกิจงดแจกถุงพลาสติกใส่สินค้าเพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก เช่น ร่วมมือกับ “เซเว่น อีเลฟเว่น” จัดแคมเปญรณรงค์ให้ลูกค้าปฏิเสธรับถุงพลาสติกเพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้นำผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษด้านขยะทะเล ซึ่งประกอบด้วยปฏิญญากรุงเทพว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน และกรอบปฏิบัติงานอาเซียนว่าด้วยขยะทะเล เข้าสู่การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ซึ่งผู้นำได้รับรองปฏิญญากรุงเทพฯ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาขยะทะเลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังจากที่ประชุมรับรองปฏิญญากรุงเทพฯ ว่า ปฏิญญานี้แสดงถึงเจตนารมณ์ของอาเซียนที่มุ่งมั่นจะแก้ไขปัญหาขยะทะเลอย่างจริงจังและยั่งยืน โดยอาเซียนจะสนับสนุนนวัตกรรม งานวิจัย ตลอดจนการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาขยะทะเลอาเซียน ซึ่งประเทศไทยมีโรดแมปการจัดการขยะพลาสติกระหว่างปี 2561-2573 เช่น ตั้งเป้าการเลิกใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง และยกเลิกการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ 200% ภายในปี 2570 เนื่องจากพลาสติกเป็นขยะที่ย่อยสลายยาก

อธิบดีจตุพร เสริมว่า มาตรการเลิกใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกอื่น ๆ ที่พบมากในประเทศไทยและส่งผลกระทบเลวร้ายต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ยังรวมไปถึงการตั้งเป้าเลิกใช้ไมโครบีดจากพลาสติกภายในปีนี้ การเลิกใช้กล่องโฟมบรรจุอาหารภายในปี 2565 และการเลิกใช้แก้วน้ำพลาสติก (ใช้ครั้งเดียว) และหลอดพลาสติกภายในปี 2568

ขณะเดียวกันยังตั้งเป้าจัดการขยะไหลลงทะเล ด้วยการติดตั้งทุ่นกักขยะ (บูม) ตามปากแม่น้ำต่าง ๆ ซึ่งปริมาณขยะ 80% ที่ไหลลงสู่ทะเลมาจากแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ ที่มาจากการชะล้างของฝน

“สำหรับปีงบประมาณ 2562 เราได้รับงบประมาณในการจัดหาบูมจำนวน 10 ชุดเพื่อติดตั้งในพื้นที่ปากแม่น้ำบริเวณทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยร่วมมือกับชุมชนเครือข่ายและหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อการจัดการที่ยั่งยืนและดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม” อธิบดี ทช. เผย

ในเดือนนี้ ทช. ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมเจ้าท่า องค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง จ.สมุทรปราการ และเอกชน ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) โครงการจัดการขยะลอยน้ำด้วยทุ่นกักขยะ บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ ต.บางน้ำผึ้ง

ส่วนแนวทางในการแก้ปัญหาขยะทะเลอย่างเป็นรูปธรรมหลังการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34 อธิบดีจตุพรระบุว่า ไทยในฐานะประธานอาเซียนจะเร่งผลักดันโครงการต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สมาชิกอาเซียนได้แสดงเจตนารมย์ร่วมกันในปฏิญญากรุงเทพฯ

“เมื่อต้นปีนี้ ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการดำเนินงานจัดการมลภาวะทางทะเล รวมถึงขยะทะเล และได้สมัครเป็นประธานคณะทำงานอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งในปีหน้าด้วย ซึ่งคาดว่าชาติสมาชิกจะเห็นชอบในฐานะที่เราเป็นผู้ริเริ่มการแก้ปัญหาขยะทะเล”

นอกจากนั้น อธิบดี ทช. เผยว่า รัฐบาลยังแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานและแหล่งทุนต่าง ๆ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการแก้ปัญหานี้ด้วย

“ณ ปัจจุบัน เราในฐานะประธานอาเซียนได้รับการสนับสนุนสำหรับโครงการแก้ปัญหาขยะทะเลทั้งจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก ธนาคารโลก และรัฐบาลญี่ปุ่น”

ทั้งนี้ ไทยตั้งเป้าที่จะลดปริมาณขยะลงทะเล 50% ภายในปี 2570 ซึ่งความร่วมมือจากประชาชนถือเป็นกลไกสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายนี้

“การแก้ไขปัญหาขยะที่ได้ผลที่สุดต้องมาจากความร่วมมือของประชาชน ควรตระหนักในการลดใช้พลาสติกเกินความจำเป็น การใช้ซ้ำ และการคัดแยกเพื่อรีไซเคิล รวมถึงทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง” อธิบดีจตุพรกล่าว พร้อมกับชื่นชมภาคประชาชนและธุรกิจที่พยายามปรับตัวเพื่อลดการสร้างขยะพลาสติก ซึ่ง ณ ขณะนี้ผลลัพธ์ถือว่าน่าพอใจมาก แต่ขอให้ทุกฝ่ายพยายามกันต่อไป


......................................................

26 มิถุนายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน