*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5419
  • จำนวนผู้ชม : 3304014
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 5 กรกฎาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 279 , 10:01:15 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ฝนตกชุ่มฉ่ำทั้งวันทั้งคืนตั้งแต่เมื่อวาน อากาศจึงเย็นยะเยือกเลยทีเดียว เล่นเอาคนที่ร่างกายไม่แข็งแรงมีอาการจับไข้หนาวๆ

ร้อนๆไปตามกัน แต่ที่สภาฯไม่ยอมหนาวกลับสร้างความร้อนด้วยการที่มีคนใช้เป็นที่แฟชั่นโชว์ไปเสียแล้ว และไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้าเก่า

'ช่อ' พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่นั่นเอง

 

 

'ปารีณา'ฝากความหวัง'ประธานชวน' ชี้สภาฯต้องมีกฎระเบียบแต่งกาย

'ปารีณา'ฝากความหวัง'ประธานชวน' ชี้สภาฯต้องมีกฎระเบียบแต่งกาย

วันศุกร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 08.40 น.
 
 

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ความหวังอยู่ที่ท่านประธานชวนฯ นักเรียนมาโรงเรียนก็มีกฎระเบียบ สภาก็ควรจะรักษากฎระเบียบ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งกาย ชักจะไปกันใหญ่แล้ว ควรมิควร ได้โปรดพิจารณาคะ

 

 
คนสติแตก!  'หมออั้ม'เหน็บแรง'ปารีณา' งานการไม่ทำจ้องแต่อิจฉาริษยาไปวันๆ

คนสติแตก! 'หมออั้ม'เหน็บแรง'ปารีณา' งานการไม่ทำจ้องแต่อิจฉาริษยาไปวันๆ

วันศุกร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 08.05 น.
 
 

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายอิราวัต อารีกิจ หรือ หมออั้ม  อดีตนักร้องค่ายอาร์เอส  ได้โพสต์ภาพในเฟซบุ๊ก “อั้ม อิราวัต”  เป็นภาพที่ ส.ส.หญิงแต่งชุดไทย และภาพ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ พร้อมแคปชั่นบนภาพว่า “ใส่ชุดไทยมาประชุม มันยังไม่ใช่เทศกาล มาประชุมสภา เราไม่ได้มาเดินแฟชั่นโชว์” 

พร้อมข้อความระบุว่า บางคน ก็ #ลืมใส่สติ มาประชุม

หลังทำ #แตก ไป ก็ไม่เคยเอามาสภาฯอีกเลย

แววตาเลื่อนลอย รั่ว งานการไม่ทำ พูดวกไปวนมา

จ้องแต่ติ อิจฉาริษยาไปวันๆ อย่างที่สังคมเห็นกัน

#ไม่ได้ว่าใคร #ว่าคนแถวบ้าน

#แถวนี้เค้าเรียกคนสติแตก แบบนี้

 
นายกฯเตือน ‘ปชช.’อย่าเชื่อข่าวลวง  แจก3พันรับเข้าพรรษา

นายกฯเตือน ‘ปชช.’อย่าเชื่อข่าวลวง แจก3พันรับเข้าพรรษา

วันศุกร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
 
 

“นายกฯ”เตือนประชาชนอย่าเชื่อข่าวลวงในโซเชียล หลังแพร่สะพัด“รัฐแจก 3 พันรับเข้าพรรษา” สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้อง เตือนคนในท้องถิ่น เร่งตรวจสอบต้นตอเพื่อจับกุมผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีให้ได้ ขณะที่ชาวนากาฬสินธุ์วอน

’นายกฯ-บิ๊กป้อม’รัฐบาลใหม่เดินหน้าโครงการคืนความสุขฯลดความเหลื่อมล้ำของสังคม เร่งปรามนายทุนเงินกู้นอกระบบ คืนโฉนดต่อไป ชาวบ้านยังรอคอยอีกจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเตือนประชาชนใช้วิจารณญาณในการติดตามข่าวสารโดยเฉพาะข้อความที่ส่งต่อกันผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียและข่าวที่บอกกันปากต่อปากซึ่งไม่มีแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้เช่นบัตรพลังงานช่วยรักษาโรคหรือล่าสุดมีข่าวลือว่า รัฐบาลแจกเงินสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นของขวัญวันเข้าพรรษา3,000บาททำให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการจำนวนมากเดินทางไปยังธนาคารเป็นต้น

“ทั้งนี้ นายกฯได้กำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละเรื่องและหน่วยงานระดับท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับประชาชน หมั่นติดตามข่าวและแจ้งเตือนสร้างการรับรู้อย่างทั่วถึงรวมทั้งเร่งตรวจสอบต้นตอของข่าวที่ไม่ถูกต้อง เพื่อจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้”รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ย้ำ

พล.อ.วีรชน กล่าวด้วยว่า สำหรับเงินสวัสดิการแห่งรัฐนั้นขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีการจ่ายเงินเพิ่มใดๆ นอกเหนือจากที่เคยกำหนดไว้แล้ว เช่น ค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ค่ารถโดยสาร ค่าน้ำ ค่าไฟฯลฯและอยู่ระหว่างเตรียมการลงทะเบียนรอบต่อไปจึงขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวหลอกลวงและหากต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขอให้ติดต่อหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบโดยตรงหรือCall Center บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร.0 2109 2345หรือศูนย์บริการข้อมูลของรัฐ 1111

สำหรับความคืบหน้ากรณีนายประภาส ยงคะวิสัย ตัวแทนชาวบ้านใน ต.สงเปือย อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เข้าดูความเป็นอยู่ การใช้ชีวิตของชาวบ้านสงเปือย ต.สงเปือย หนึ่งในประชาชนที่ได้รับโฉนดที่ดินคืนจากนายทุน ตามโครงการ“คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม”ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รับผิดชอบ และดำเนินการขับเคลื่อน เพื่อพิสูจน์ว่า ชาวบ้านได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวจริง หลังมีผู้กล่าวหาว่าการดำเนินโครงการดังกล่าว เป็นการจัดฉากและสร้างภาพนั้น

เมื่อวันที่ 4กรกฎาคม นายประภาส ยงคะวิสัย เข้าสอบถามความเป็นอยู่ของครอบครัวนายสนิท ชินคีรี อายุ 57ปี และนางสาวสาคร ไชยนามน อายุ 48ปี สองสามีภรรยา ที่มีอาชีพเกษตรกรชาวนา อยู่บ้านเลขที่ 124 หมู่1บ้านสงเปือย ต.สงเปือย หนึ่งในครอบครัวที่ได้รับโฉนดที่ดินบ้าน และโฉนดที่นาจากนายทุนเงินกู้นอกระบบกลับคืน ตามโครงการดังกล่าว จากการสอบถาม ทั้งสองคน ยังคงรู้สึกดีใจที่ได้โฉนดกลับคืนมารวมทั้ง ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ให้เป็นธรรมตามกฎหมายพร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ ที่กำลังจะมีการจัดตั้ง ได้ขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว และเดินหน้าการปราบปรามนายทุนเงินกู้นอกระบบ นำโฉนดที่ดินจากนายทุนคืนให้กับประชาชนต่อไป

นางสาวสาคร กล่าวว่า ครอบครัวได้นำโฉนดที่ดินซึ่งเป็นที่ปลูกบ้านพักอาศัยเนื้อที่40ตารางวา ไปจำนองไว้กับนายทุน5,000บาทและนำโฉนดที่นาเนื้อที่ 4ไร่ ไปจำนองกับนายทุนแห่งเดียวกันจำนวนเงิน 60,000บาทเพื่อนำมาลงทุนปลูกข้าว ปลูกอ้อย และจ่ายค่าเทอมลูก 3คนโดยได้จำนำมานานกว่า10ปีแล้ว ที่ผ่านมาครอบครัวติดภาระค่าใช้จ่ายในการส่งลูกเรียน อีกทั้งผลผลิตทางการเกษตรก็ไม่ได้ผลขาดทุนจึงทำได้เพียงจ่ายค่าดอกเบี้ยเท่านั้น ส่วนเงินต้นที่ยืมมา ก็ยังอยู่เหมือนเดิม

“กระทั่งครอบครัวได้รับการช่วยเหลือโครงการ“คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม”ของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนอกจาก จะได้โฉนดที่ดินบ้านและโฉนดที่นาคืนแล้ว ยังได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่และนายทุนในการปรับโครงการหนี้ให้เป็นปัจจุบัน ทั้งการลดเงินต้น และลดดอกเบี้ย จนทำให้เงินที่กู้มาเหลืออยู่55,000บาท ทั้งนี้แม้เงินต้นจะลดลงไม่มาก แต่ครอบครัวก็ดีใจเพราะได้จ่ายค่าดอกเบี้ยถูกลงรวมถึงโฉนดที่ดินก็ได้คืนมาอยู่ที่บ้าน การประกอบอาชีพทำนา ปลูกอ้อย ก็มีกำลังใจมากขึ้น ในฐานะเป็นชาวบ้านได้รับประโยชน์อยากเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ ขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว และเดินหน้านำโฉนดที่ดินคืนสู่ประชาชน เพราะยังคงมีประชาชนที่เดือดร้อนเฝ้ารอคอยการช่วยเหลืออีกจำวนมาก”นางสาวสาคร ย้ำ

ด้านนายประภาส ยงคะวิสัย ตัวแทนชาวบ้านกล่าวว่าในฐานะตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับโฉนดที่ดินคืนและได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ทั้งการลดดอกเบี้ย การปรับโครงสร้างนี้ จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินหน้าและขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวต่อไป เพราะเท่าที่สอบถามชาวบ้าน ล้วนแต่ได้รับประโยชน์เพราะมีความลำบากจริงๆ อย่างเช่นครอบครัวนี้เดือดร้อนไม่มีเงิน จำเป็นต้องนำโฉนดที่บ้านไปจำนองในราคาเพียง5,000บาทแต่กลับถูกเอาเปรียบ ซึ่งตนยังขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานเรื่องนี้และให้ทำงานอย่างเต็มที่ เพราะยังมีประชาชนอีกมากที่ยังต้องการความช่วยเหลือ

ผู้ตรวจการแผ่นดินติดดาบ! จับมือ5ชาติอาเซียน ตั้ง SEAOF ยกระดับองค์กร

ผู้ตรวจการแผ่นดินติดดาบ! จับมือ5ชาติอาเซียน ตั้ง SEAOF ยกระดับองค์กร

วันพฤหัสบดี ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 21.25 น.
 
 

ผู้ตรวจการแผ่นดินติดดาบ! จับมือ5ชาติอาเซียน ตั้ง SEAOF ยกระดับองค์กร

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ผู้ตรวจการแผ่นดินไทยจับมือ 5 ประเทศอาเซียนเดินหน้าจัดตั้งเวทีผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ South East Asian Ombudsman Forum (SEAOF) อย่างเป็นทางการในกุมภาพันธ์ปีหน้า พร้อมเป็นประธานคนแรกของ SEAOF ยืนหยัดสร้างกลไกคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนของประเทศสมาชิก ยกระดับการทำงาน ลดปัญหาความไม่เข้าใจในภาครัฐ

พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า จากการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ASEAN Ombudsman Dialogue เมื่อวันที่ 2 - 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อผลักดันให้เกิดความร่วมมือในระดับพหุภาคี มุ่งดูแลสิทธิเสรีภาพและอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนของแต่ละประเทศที่กระจายอาศัยอยู่ในประชาคมอาเซียน

โดยมีคณะผู้แทนจาก 5 องค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน (ASEAN) ได้แก่ ผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งราชอาณาจักรไทย ผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย สำนักรับเรื่องร้องเรียนภาครัฐ ประเทศมาเลเซีย ผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และหน่วยงานตรวจสอบของรัฐ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งที่ประชุมมีฉันทามติดำเนินการจัดตั้งเวทีผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้ชื่อว่า “South East Asian Ombudsman Forum” (SEAOF) แทนชื่อ “ASEAN Ombudsman Forum” (AOF) ที่เคยเสนอไปก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ด้วยต้องการขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบคลุมองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินหรือองค์กรจัดการเรื่องร้องเรียนในภูมิภาคที่อาจสนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกในอนาคต แต่ไม่ได้เป็นประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งสาธารณรัฐติมอร์-เลสเต ทั้งนี้ ที่ประชุมยังให้เกียรติผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นประธาน SEAOF ในวาระแรกภายหลังการจัดตั้งอย่างเป็นทางการที่จะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 โดยตำแหน่งประธาน SEAOF จะมีวาระ 2 ปี หมุนเวียนกันไปตามอักษรนำชื่อประเทศ

พลเอกวิทวัส กล่าวต่อว่า การจัดตั้ง South East Asian Ombudsman Forum หรือ SEAOF นั้นเป็นการแสดงถึงจุดยืนขององค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมิได้มุ่งให้ความเป็นธรรมหรือดูแลเฉพาะประชาชนทุกคนที่พำนักในประเทศตนเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาชนของตนที่พำนักในประเทศสมาชิกอื่นด้วย เป็นการดูแลซึ่งกันและกัน โดยปัจจุบันองค์กรที่มีหน้าที่ดูแลตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐนั้นอาจจะมีรายละเอียดอำนาจตามกฎหมายแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญกับการบูรณาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจตามกฎหมายของสมาชิก การจัดกิจกรรมเชิงวิชาการควบคู่กับการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้อำนาจรัฐ การศึกษาเชิงระบบในประเด็นที่มีผลกระทบต่อส่วนรวมในระดับภูมิภาคแล้วนำผลการศึกษาเชิงระบบไปพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานรัฐในภาพรวม เพื่อยกระดับกระบวนการให้บริการภาครัฐของประเทศสมาชิกให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนหรือประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง

 
 
 
 
 
แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันศุกร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
 

“ประเทศไทยในอยู่ในจุดที่เรียกว่ายังมีโอกาสเปิดกว้าง วันนี้เรื่องการเมืองเราก็เดินหน้า เรื่องเศรษฐกิจผมเชื่อว่าทุกฝ่ายทั้งรัฐบาลและภาคเอกชนมองเห็นพ้องกันว่า ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ให้ก้าวหน้า โอกาสการเติบโตของ SME ต่อจากนี้ ผมเชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะให้ความสำคัญต่อยอดกับการพัฒนา SME”

นายอุตตม สาวนายน

หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

 
ต้องลอง! 'สาลิกา'สุดยอดทุเรียนพื้นเมืองพังงา ออกสู่ตลาดแล้วของแท้G.I.ต้องที่อ.กะปง

ต้องลอง! 'สาลิกา'สุดยอดทุเรียนพื้นเมืองพังงา ออกสู่ตลาดแล้วของแท้G.I.ต้องที่อ.กะปง

วันศุกร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 09.59 น.
 
 

อำเภอกะปงเป็นอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดพังงา เป็นแหล่งผลิตผลไม้มากที่สุดของจังหวัดพังงา ที่อำเภอกะปงแห่งนี้ มีผลไม้พื้นเมืองที่ขึ้นชื่อ และโด่งดังเป็นที่ต้องการของประชาชนทั่วไปคือ ทุเรียนพันธุ์ “สาลิกา” หรือที่เรียกกันในท้องถิ่นว่า “เรียนสากา” เป็นทุเรียนที่มีรสชาติหวานมัน และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และผู้ที่ชื่นชอบทุเรียนจะมีคำพูดว่า ““ถ้ามาพังงาแล้วไม่ได้กินทุเรียนสากา เหมือนมาไม่ถึงเมืองพังงา” และขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ทุเรียนสาลิกาออกสู่ตลาดมากแล้วทำให้สองข้างทางใน อ.กะปง เกษตรกรได้นำออกมาวางขายเป็นจำนวนมากทั้งประเภททุเรียนหล่นและทุเรียนแบบตัด ซึ่งพบว่าทุเรียนหล่นจะขายกันกิโลกรัมละ 100-180 บาท ทุเรียนตัด 150-300 บาท ราคาแตกต่างกันไปตามขนาดและการดูแลจัดการผลผลิตในสวน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี

นายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า หลังจากที่ทุเรียนสาลิกาเริ่มมีชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการของตลาดทำให้เกษตรกรชาวพังงาและจังหวัดใกล้เคียงก็ตื่นตัวหันมาปลูกทุเรียนชนิดนี้กันอย่างแพร่หลายและบางสวนก็มีผลผลิตออกมาบ้างแล้ว ขอยืนยันว่าทุเรียนสาลิกาของแท้นั้นจะต้องเป็นของอำเภอกะปงเท่านั้น โดยทุเรียนสาลิกาของแท้นั้น มีลักษณะผลค่อนข้างกลม คล้ายลูกแอปเปิล ซึ่งสามารถตั้งได้โดยไม่ล้ม ความยาวผลประมาณ 30 เซนติเมตรรวมขั้วผล มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 เซนติเมตร เปลือกผลบาง หนามสั้น และค่อนข้างถี่ ผลดิบเปลือกจะมีสีเขียวเข้ม เมื่อผลแก่สีจะอ่อนลงเล็กน้อย และมีสีน้ำตาลอ่อนบริเวณร่องพู เมล็ดภายในส่วนใหญ่จะลีบ ขนาดเล็กเกือบทั้งหมด รสชาติหวานมัน และมีความหวานมากกว่าทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ แต่ละพูมีความยาวประมาณ 6-7 เซนติเมตร เนื้อทุเรียนมีสีเหลือง เนื้อหนา ละเอียด ไม่มีเส้นใย เนื้อแน่น ไม่เละ มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์แต่ไม่ฉุน น้ำหนักต่อผลโดยเฉลี่ยประมาณ 1-2 กิโลกรัม


และที่สำคัญ ทุเรียนสาลิกาพันธุ์ของแท้ดั้งเดิมที่ปลูกในพื้นที่อำเภอกะปง บริเวณตรงกลางแกนเปลือกทุเรียนจะมีสนิมแดงทุกผล หากใครซื้อทุเรียนสาลิกาไปปอกเนื้อกินที่บ้าน ถ้าเจอรอยสนิมแดง ก็มั่นใจได้เลยว่า ได้กินทุเรียนสาลิกาของแท้จากอำเภอกะปงอย่างแน่นอน และเป็นที่น่ายินดีว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศรับขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ( G.I. ) สินค้าทุเรียนสาลิกาพังงา ซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองชื่อดังอันดับ 1 ในภาคใต้ เรียบร้อยแล้ว เมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา โดยสภาเกษตรกรจังหวัดพังงาได้ยื่นจดทะเบียนมาตั้งแต่ปี 2547 นับเป็นสินค้าทางการเกษตรตัวแรกของจังหวัดพังงา ที่ได้รับเครื่องหมายนี้

ด้านนายอำนวย วัยวัฒน์ เจ้าของสวนทุเรียนสาลิกา “ลุงอำนวย”อ.กะปง กล่าวว่า ผลผลิตทุเรียนสาลิกาในสวนปีนี้ค่อยข้างดีกว่าปีที่ผ่านมา ทางสวนได้เริ่มตัดทุเรียนทยอยส่งให้ลูกค้า ซึ่งมียอดจองมาแล้วกว่า 1,000 ลูก โดยทางสวนมีการควบคุมดูแลคุณภาพตั้งแต่เริ่มออกดอก โดยเน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ไม่ใช้สารเคมีภายในสวน ทำให้ลูกค้าติดใจในคุณภาพถึงขนาดจองข้ามปี ในการตัดทุเรียนนั้นจะตัดลูกที่แก่จัดนั้นจะสังเกตที่ขั้วผลอวบๆร่องพูสีน้ำตาล เส้นพูชัดเจน ในส่วนคนที่ซื้อทุเรียนแบบตัดไปทานนั้น จะต้องรอให้มีกลิ่นหอม ขั้วผลเริ่มแยกหรือหลุด หรือเคาะผลดู ถ้าหลวมๆก็สามารถผ่าทุเรียนกินได้เลย

นายเฉลิมชาติ เจนเจนประเสิรฐ MD.บริษัทประชารัฐรักสามัคคีพังงา กล่าวว่า ทางบริษัทฯ จับมือกับเกษตรใน อ.กะปง จัดทำบรรจุภัณฑ์ทุเรียนสาลิกาให้เป็นของฝาก ซึ่งสามารถจัดส่งได้ทั่วประเทศโดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทไปรษณีย์ไทยคิดค่าจัดส่งแบบอีเอ็มเอสในราคาพิเศษเพียง 100 บาทเท่านั้น ในหนึ่งกล่องบรรจุทุเรียนสาลิกา 2 ลูก น้ำหนักรวมไม่เกิน4กิโลกรัม ราคา 990 บาท โดยได้เปิดช่องทางในการสั่งทุเรียนสาลิกาผ่าน แอพพิเคชั่นไลน์ เฟซบุ๊ก และโทร 063-5969269
 

 
 
 
 
 
  •  
 
ชุ่มฉ่ำยามเช้า! เปิดภาพฝนตกทั่วกทม.-ปริมณฑล เจ้าพระยาน้ำขึ้นสูง (ชมคลิป)

ชุ่มฉ่ำยามเช้า! เปิดภาพฝนตกทั่วกทม.-ปริมณฑล เจ้าพระยาน้ำขึ้นสูง (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 09.29 น.
 
 

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ เกิดเหตุฝนตกหนักทั่วกทม.และปริมณฑล ทำให้จราจรบางพื้นที่ติดขัดเป็นจำนวนมาก ขณะที่แม่น้ำเจ้าพระยาจากท่าน้ำนนท์มุ่งหน้าเข้า กรุงเทพฯ มีทั้งลม ทั้งฝนจากท่าน้ำนนท์มุ่งหน้าเข้า กรุงเทพฯ 

ทั้งนี้  พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ขอบคุณภาพ : @js100radio , สวพ.f91, Cr.นู๋ตัวเล็ก นู๋ตัวเล็ก

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
วิดีโอที่ฝังไว้
.........................................................
5 กรกฎาคม 2562


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน