*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5482
  • จำนวนผู้ชม : 3325854
  • จำนวนผู้โหวต : 1713
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1713 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 15 กรกฎาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 290 , 11:24:50 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         เมื่อถึงเวลาที่พรรคภูมิใจไทยต้องผลักดันนโยบายกัญชาเสรีของตัวเอง ให้เป็นนโยบายร่วมของรัฐบาล ก็ต้องปรับแก้เป็น

'เสรีทางการแพทย์' ไม่เสรีเต็มที่อย่างที่โฆษณาหาเสียง จึงมีความขัดๆเขินๆจนกลายเป็นคนละเรื่องเดียวกันไปแล้ว

 

'บิ๊กตู่'ถกครม.เก่านัดพิเศษ  ปัดตอบพปชร.ดึงผู้ว่าหมูป่าสู้'ชัชชาติ'

'บิ๊กตู่'ถกครม.เก่านัดพิเศษ ปัดตอบพปชร.ดึงผู้ว่าหมูป่าสู้'ชัชชาติ'

วันจันทร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 09.19 น.
 
 

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 08.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดพิเศษ โดยเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย ก่อนที่ ครม.ชุดใหม่ จะเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนในวันที่ 16 กรกฎาคม โดย คสช.สิ้นสุดสภาพลงด้วย

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงเหตุผลที่ต้องประชุมครม.นัดพิเศษในวันนี้ว่า เพราะมีเรื่องต้องพิจารณา เมื่อถามว่ามีเรื่องเกี่ยวกับเกษตรกรด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ พยักหน้าตอบ  

อย่างไรก็ตามนายกฯ ปฏิเสธตอบคำถามกรณีกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เตรียมทาบทามนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ พะเยา มาลงสมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. สู้กับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่คาดว่าจะเป็นตัวแทนลงชิงชัยจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ก่อนขึ้นห้องประชุมทันที

 
แง้มใจ!!!‘อนุทิน’ทิศทาง‘กัญชาเสรี’เพื่อการแพทย์  ชี้อนาคตพรรคปฏิบัติการ‘ภูมิใจไทย’

แง้มใจ!!!‘อนุทิน’ทิศทาง‘กัญชาเสรี’เพื่อการแพทย์ ชี้อนาคตพรรคปฏิบัติการ‘ภูมิใจไทย’

วันจันทร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 10.38 น.
 
 

นโยบายกัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ เป็นนโยบายสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ที่ได้ใช้รณรงค์หาเสียงไปทั่วประเทศ ได้เสียงตอบรับอย่างมากมายจนทำให้ได้ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถึง 51 ที่นั่ง และได้มีโอกาสเป็นรัฐบาลทำงานให้ประชาชนตาที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้

การทำให้นโยบาย “กัญชาเสรีเพื่อการแพทย์” เป็นรูปธรรมได้นั้น เป็นแรงกดดันไปสู่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานตรงที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยตรง

จากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ กัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ ที่จัดโดยพรรคภูมิใจไทย  เมื่อวันที่ 12ก.ค. มีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อทำเวิร์คช็อปครบทุกมิติ ประกอบไปด้วย 1. กัญชา คือ ยา แพทย์แผนปัจจุบัน และ แพทย์แผนไทย 2. กัญชา คือ พืชเศรษฐกิจ สำหรับเกษตรกรไทย 3. กัญชา และสารสกัดจากกัญชา คือ การค้นพบที่มีคุณค่าต่อมนุษยชาติ 4. กัญชากับกฎหมายที่เกี่ยวข้องและการปลดปล่อยกัญชา ออกจาก พ.ร.บ.ยาเสพติด 5. กัญชา คือ การสร้างงาน สร้างรายได้ และ สร้างธุรกิจใหม่และ 6. กัญชา กับ ผลกระทบ และมาตรการควบคุม ทางสังคม

ผลสรุปการเวิรค์ช็อป ในทุกกลุ่มล้วนแต่ออกมาตรงกันว่า ความสำคัญสูงสุดที่จะทำเรื่อง กัญชาเสรีทางการแพทย์ ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม คือ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” จุดนี้ ... จุดเดียว!!! ที่ ชี้เป็น ชี้ตายเนื่องจากเป็นผู้ที่เข้าใจในความตัองการของประชาชนในเรื่องนี้ และมีอำนาจมอบหมายและสั่งการราชการได้ ดังคำพูดที่ว่า  “หากหัวไม่ส่าย หางย่อมไม่กระดิก”

การที่ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข มีโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนากัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ ตั้งแต่ระดับปลัดกระะทรวง ไปจนถึงอธิบดี รองอธิบดี กรมต่างๆ และส่วนราชการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ได้เห็นและรับรู้ ความต้องการของนักวิชาการ และองค์กรภาคประชาชน ที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ ใหญ่โตขนาดไหน วิทยากรร่วมเจ็ดสิบคน ประชาชนนับพัน

หมุดหมายแรก ในการทำงานของพรรคภูมิใจไทย มีเป้าหมาย 1. กัญชา ต้องเป็นยารักษาโรค ที่ถูกต้องตามกฎหมาย 2. กัญชา ต้องเป็นยารักษาโรค ที่ประชาชนเข้าถึงได้ และอยู่ในบัญชียาหลักที่ผู้ถือบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค และ ผู้ถือบัตรประกันสังคม จะต้องนำมาใช้ได้

3. กัญชา ต้องเป็นยารักษาโรค ที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนคนไทยอย่างเท่าเที่ยมกัน ไม่ใช่สิทธิหรือลิขสิทธิ์ของผู้ใดผู้หนึ่ง 4. กัญชา ต้องเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประชาชนคนไทย 5. กัญชา ต้องได้รับการวิจัยและพัฒนาต่อยอดในทุกๆ มิติ ทั้งการพัฒนาสายพันธุ์ที่เหมาะสม การปลูก การแปรรูป การสกัดสารสำคัญ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้ง ยา อาหาร และเครื่องดื่ม เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องชาวไทย

ขณะที่นายอนุทิน รู้ดีว่านโยบายกัญชาเสรี เป็นความกดดันสำคัญ และความท้าทายที่ต้องทำให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ว หากทำไม่ประสบผลสำเร็จอาจจะถึงขั้นทำให้พรรคภูมิใจไทย สูญพันธุ์ไปจากสาระบบทางการเมือง

แต่หากทำให้เรื่อง “กัญชาเสรีเพื่อการแพทย์” ประสบความสำเร็จ ไปพร้อมๆกับนโยบายด้านอื่นๆที่ได้หาเสียง ไม่ว่าจะเรื่อง อสม.หมอประจำบ้าน ขับแกร็บถูกกฎหมาย บุรีรัมย์โมเดล และอื่นๆ หากทำได้สำเร็จ เห็นผลเป็นรูปธรรม พรรคภูมิใจไทย จะกลายเป็น “พรรคการเมืองเชิงปฏิบัติการ” ในทันที แตกต่างจากทุกพรรคการเมือง ในสาระบบ ที่บางพรรคเป็นพรรคอุดมการณ์ บางพรรคเป็นสำนักงานทนายความ และบางพรรคดีแต่พูด 

ล่าสุด เฟซบุ๊ค Anutin Charnvirakul ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ได้โพสต์ภาพตัวเอง กำลังพูดคุยกับนายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมข้อความว่า 

“หารือและขอคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องระบบประกันสุขภาพกับ นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญยิ่งต่อการผลักดันเรื่องนี้ตั้งแต่แรก เป้าหมายจากนี้ไปคือการยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย ความสะดวกของประชาชนผู้มาขอรับบริการ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของบรรดาแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้ได้มาตรฐานที่ทุกฝ่ายมีความพึงพอใจ” 

โดยก่อนหน้านี้ ในเฟซบุ๊คดังกล่าวมีภาพของนายอนุทิน ถ่ายภาพคู่กับดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมแคพชั่นว่า “อาจารย์ ดร.อนันต์ชัย อัศวเมฆินจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ที่ศึกษาเรื่องการใช้กัญชาทางการแพทย์และการรักษาโรค ได้กรุณาตอบรับคำเชิญเพื่อมาร่วมภารกิจในคณะทำงานเพื่อผลักดันให้นโยบาย กัญชาเสรีทางการแพทย์และการรักษาโรค ให้บรรลุผลสำเร็จโดยเร็ว นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีมากสำหรับงานอันท้าทายนี้ ชื่นชมและมั่นใจในตัวอาจารย์ครับ” 

ในขณะที่พรรคการเมืองอื่นๆยังวุ่นวายกับปัญหาการเมือง  แต่พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เดินหน้าผลักดันนโยบายต่างๆตามที่หาเสียงไว้ทันที  และหากทำสำเร็จเชื่อว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะมีผลต่อการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนที่มีต่อ  “พรรคการเมืองเชิงปฏิบัติการ” แห่งนี้อย่างแน่นอน..!!   

 
'บิ๊กป๊อก'การันตี'ผู้ว่าฯหมูป่า' ความสามารถเพียบ-อยู่ไหนก็ทำงานได้

'บิ๊กป๊อก'การันตี'ผู้ว่าฯหมูป่า' ความสามารถเพียบ-อยู่ไหนก็ทำงานได้

วันจันทร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 09.50 น.
 
 

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ทาบทามนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา มาลงสมัครผู้ว่ากทม.ในนามพรรคว่า ตนไม่เคยเข้าร่วมประชุมกับพรคพลังประชารัฐ ดังนั้นเขาจะเอาใครลงสมัคร ตนจึงยังไม่ได้พูดคุย และไม่ทราบว่าจะตอบยังไง และตนก็ยังไม่เคยได้พูดคุยกับนายณรงค์ศักดิ์เลย

“แต่ถ้าถามว่าท่านเป็นคนอย่างไร ผมบอกได้ว่าท่านเป็นคนมีความสามารถที่จะทำงานได้ดีไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดก็ตาม ตั้งแต่อยู่ในตำแหน่งรองอธิบดีกรมที่ดิน จนไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด อีกทั้งยังเชี่ยวชาญในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการปกครอง หรือความรู้ด้านวิศวะ หากท่านจะลงสมัครผู้ว่ากทม. จะต้องไปดูคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ารับสมัคร ว่าต้องลาออกจากตำแหน่งหรือไม่” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

 
'วิษณุ'เผยถกครม.มอบอำนาจปลัดพม.   ต้องไปลงนามเอ็มโอยูที่ สปป.ลาว

'วิษณุ'เผยถกครม.มอบอำนาจปลัดพม. ต้องไปลงนามเอ็มโอยูที่ สปป.ลาว

วันจันทร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 10.00 น.
 
 

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 08.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การประชุม ครม.วันนี้ (15 ก.ค.) เป็นการหารือกรณีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในนามรัฐบาลไทยต้องไปประชุมที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว การประชุมดังกล่าวผูกมัดกับประเทศไทย มีเรื่องที่ต้องลงนามเอ็มโอยู ซึ่งหากต้องรอรัฐบาลหน้าที่ยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา รมว.พม.คนใหม่จะยังไปไม่ได้ จึงได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวง พม.ไปแทน จึงต้องประชุม ครม.เพื่อมอบอำนาจให้ ส่วนวาระอื่นๆ ไม่ได้มีการแจ้งเข้ามา

 
ร้อยเอ็ดเฮ!‘อธิบดีกรมชลฯ’เร่งระบายน้ำเพิ่มช่วยบรรเทาทุกข์ฝนตกน้อย

ร้อยเอ็ดเฮ!‘อธิบดีกรมชลฯ’เร่งระบายน้ำเพิ่มช่วยบรรเทาทุกข์ฝนตกน้อย

วันจันทร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.50 น.
 
 

“อธิบดีกรมชลฯ” ระบุสถานการณ์แม่น้ำชีตอนล่างบริเวณจ.ร้อยเอ็ด เริ่มดีขึ้นหลัง ชลประทานระบายน้ำเพิ่มจากเขื่อนตอนบน ย้ำปีนี้แนวโน้มฝนตกน้อย ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันประหยัดน้ำอย่างจริงจัง ลดเสี่ยงขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีตอนล่างบริเวณ     อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด เริ่มดีขึ้นโดยลำดับ หลังจากที่กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ดำเนินการมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ด้วยการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เป็นวันละ 0.80      ล้านลูกบาศก์เมตร(ล้าน ลบ.ม.) พร้อมกับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนร้อยเอ็ด เป็นวันละ 0.35 ล้าน ลบ.ม. และยังได้เพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนมหาสารคาม มาช่วยอีกวันละ 0.40 - 0.45 ล้าน ลบ.ม. เพื่อเติมน้ำให้กับแม่น้ำชีเหนือเขื่อนวังยาง รวมถึงหยุดสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำเขื่อนวังยาง ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค. 62 เป็นต้นมา

ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีตอนล่างในบริเวณดังกล่าว เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปริมาณน้ำได้ไหลไปถึงตอนล่างบริเวณแพตาพลู อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ดแล้ว ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 62 เป็นต้นมา นอกจากนี้ สำนักงานชลประทานที่ 6 โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง ยังได้นำเครื่องจักร เครื่องมือเข้าไปทำการขุดเปิดร่องชักน้ำ เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น อีกทั้งได้ประสานไปยังส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 3 สำนักเครื่องจักรกล เข้าดำเนินการกำจัดวัชพืชและขุดลอกตะกอนดินบริเวณด้านท้ายเขื่อนร้อยเอ็ด เพื่อให้น้ำไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างได้สะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมกับย้ำให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจกันรณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัดและจริงจัง เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ให้มากที่สุดด้วย

ยังไม่จบ! 'หมวดจรูญ'ควง'ทนายตั้ม'ขึ้นศาล หลังถูก'เจ๊บ้าบิ่น'พยานหวย30ล้านฟ้องกลับ

ยังไม่จบ! 'หมวดจรูญ'ควง'ทนายตั้ม'ขึ้นศาล หลังถูก'เจ๊บ้าบิ่น'พยานหวย30ล้านฟ้องกลับ

วันจันทร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.41 น.
 
 

หมวดจรูญ คู่กรณี ครูปรีชา คดีหวย 30 ล้านอลเวง ควงทนายตั้มขึ้นศาลอีกครั้ง หลังถูกเจ๊บ้าบิ่นฟ้องเอาคืน  ในข้อหาฐานความผิด แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ส่วนทนายตั้มพร้อมยื่นเอกสาร ให้ศาลพิจารณายกฟ้อง เหตุฟ้องซ้ำ ด้านทนายเจ๊บ้าบิ่น มั่นใจในหลักฐาน

วันที่ 15 กรกฎาคม 62 จากกรณี ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี นำสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ ไปขึ้นเงินที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาล ด้วยการนำเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขากาญจนบุรี เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท หลังจากหักภาษีแล้วเหลือเงิน จำนวน 29,850,000 ล้านบาท โดยหมวดจรูญได้เบิกเงินออกมาจากธนาคาร จำนวน 5,500,000 บาท ยังคงเหลือเงินอยู่ในบัญชีธนาคารอีก จำนวน 24,350,000 บาท

แต่ต่อมาปรากฏว่า ร.ต.ท.จรูญ วิมูล กลับถูกนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในคดีแพ่ง เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ พ.1230/2560 ในข้อหา ละเมิดลาภมิควรได้ ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้มีหนังสือถึงธนาคารกรุงไทย ให้ทำการอายัดเงินในบัญชีของ ร.ต.ท.จรูญ ซึ่งคงเหลือในบัญชี จำนวน 24,350,000 บาท เอาไว้ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.2560 นอกจากนี้นายปรีชา ยังได้ขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อทำการอายัดเงินในบัญชีของ ร.ต.ท.จรูญ อีกครั้งหนึ่ง โดยศาลจังหวัดกาญจนบุรี คดีแพ่ง ได้นัดให้ทั้งคู่ไปพบเป็นนัดแรกเมื่อ วันที่12 ก.พ. 61

นอกจากคดีแพ่งแล้ว ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ ยังถูกนายปรีชา ใคร่ครวญ ฟ้องคดีอาญาอีก 1 คดี ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้ประทับรับฟ้องในคดีอาญา หมายเลขดำ ที่ อ.1863/61 ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร คดีอาญาจึงถือว่าเป็นคดีหลัก ศาลจึงจำหน่ายคดีแพ่ง เพื่อรอฟังคำพิพากษาในคดีอาญา และในวันที่ 4 มิ.ย.62 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้มีคำพิพากษายกฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล แต่การยกฟ้อง ในวันดังกล่าว ศาลจังหวัดกาญจนบุรีไม่ได้ชี้ขาดว่าลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เจ้าปัญหานั้นเป็นของใคร ซึ่งฝ่ายของครูปรีชา ได้ใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ในคดีอาญาไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา วันที่ 11 ธ.ค. 60 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการทีมงานทนายประชาชนฯ ทนายความส่วนตัวของ ร.ต.ท.จรูญ ได้เข้าพบ พ.ต.ต.ชัยวัชริศ สิงห์สังข์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น ในคดีอาญา โดยแจ้งว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 60 นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น ได้ขายสลากกินแบ่งฯ หมายเลข 533726 จำนวน 5 ใบ ให้แก่ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในราคา 700 บาท ซึ่งเกินราคากว่าที่กฎหมายกำหนด

ต่อมาวันที่ 25 ต.ค.61 อัยการจังหวัดกาญจนบุรี พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีดังกล่าวพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้มีการเปรียบเทียบปรับไปแล้ว จึงเป็นกรณีที่ตามกฎหมายถือว่าคดีอาญานี้ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว จึงมีคำสั่งไม่ฟ้อง นางสาวรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น

จากนั้นนางสาวรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น ได้เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ ในคดีอาญา หมายเลขคดีดำที่ อ.1095/2562 ในข้อหาฐานความผิด แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้นัดไต่สวนมูลฟ้อง วันนี้ 15 ก.ค.62 เวลา 9.00 น. ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

นายวชิระ ทานท่า ทนายความส่วนตัวของเจ๊บ้าบิ่น ได้เดินทางมาถึงศาล พร้อมกับกล่าวว่า วันนี้ศาลได้นัดไต่สวน ในกรณีที่เจ๊บ้าบิ่นยื่นฟ้องหมวดจรูญ ในข้อหาฐานความผิด แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งในวันนี้เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับศาล ส่วนตัวเจ๊บ้าบิ่นไม่ได้เดินทางมาด้วย แต่ได้มอบอำนาจให้คนอื่นมาดำเนินการแทน ซึ่งครั้งนี้จะมีการสืบพยานฝ่ายโจทก์จำนวน 2 ปาก คือปากที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ๊บ้าบิ่น และปากของ พ.ต.ต.ชัยวัชริศ สิงห์สังข์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ที่รับเรื่องจดข้อความ

นายวชิระ ทานท่า กล่าวว่า ในส่วนของตรงนี้เราเชื่อว่าจะสามารถที่จะนำเอพยานหลักฐาน เพื่อที่จะให้ศาลได้พิจารณา ว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริง จากการที่เราทราบคดีในสังคมว่าจำเลยได้มีการยืนยันมาโดยตลอดว่า จำหน้าแม่ค้าขายลอตเตอรี่ไม่ได้ แต่มาในวันนี้มันมีหลักฐานที่ปรากฏชัดว่าจำเลย ได้มีการไปแจ้งข้อเท็จจริงว่าหมวดจรูญได้ไปซื้อมาจากเจ๊บ้าบิ่น

ผู้สื่อข่าวถามว่าการฟ้องคดีในครั้งนี้มันเกี่ยวพันกับคดีหวย 30 ล้านหรือไม่”นายวชิระ ทานท่า ตอบว่า ไม่เกี่ยวพันกัน แต่เป็นการมารักษาสิทธิ์ของเจ๊บ้าบิ่น แต่ว่ามันเป็นสลากฯชุดเดียวกันที่ถูกรางวัลที่ 1 เป็นเงิน 30 ล้านบาท สำหรับการไต่สวนในวันนี้คาดว่าประมาณครึ่งวันก็จะแล้วเสร็จ”นายวชิระ ทานท่า ทนายความเจ๊บ้าบิ่นกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลาประมาณ 09.00 น.นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการทีมงานทนายประชาชนฯ ทนายความ พร้อมด้วย นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ และ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล จำเลย ได้เดินทางมาถึงศาล

โดยทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เปิดเผยว่า วันนี้มาไต่สวนมูลฟ้องตามที่เจ๊บ้าบิ่นฟ้องคุณลุงจรูญ คนเดียว ในเรื่องของการ แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งคดีนี้อันที่จริงแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน ได้มีการฟ้องในข้อหาเดียวกันมาแล้ว ที่จริงแล้วหลักของการดำเนินคดีทางอาญา การกระทำอันเดียวกัน สามารถดำเนินคดีได้แค่ครั้งเดียว แต่ปรากฏว่าเขาได้แยกฟ้องมา ซึ่งแยกระหว่างการแจ้งความรอบหนึ่งและการให้การของคุณลุงอีกรอบหนึ่ง ซึ่งอันที่จริงแล้วมันเป็นเจตนาเดียวกัน

ดังนั้นวันนี้เราก็จะยื่นเอกสาร เพื่อให้ศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้ชี้ขาด ว่ามันเป็นการฟ้องซ้อนกัน ซึ่งมันไม่สามารถที่จะทำได้ หากศาลเห็นด้วยอาจจะมีคำสั่งไม่มีมูล หรือยกฟ้องไปเลย ซึ่งต้อรอดูว่าศาลท่านจะพิจารณาอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ศาลยกฟ้องคดีอาญา ของหมวดจรูญไปแล้ว และมันจะมาเกี่ยวข้องกับคดีแพ่งหรือไม่”ทนายตั้มตอบว่า คือมันไม่ได้เกี่ยวข้องกัน คือสำหรับคดีแพ่งในตอนนั้นเราได้มีการขอให้ศาลถอนอายัดเงินในบัญชีแล้ว ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ซึ่งเราก็จะเอาผลของคดีอาญามาให้กับศาลด้วย

 
วันหยุดนักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง หลังฝนตกอากาศเป็นใจ

วันหยุดนักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง หลังฝนตกอากาศเป็นใจ

วันจันทร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.59 น.
 
 

นักท่องเที่ยวชาวไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ จำนวนมากในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เดินทางมาชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ชมสถานที่การก่อสร้างสกายวอล์กที่ยาวที่สุดในโลก คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2563

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 ภายหลังจากที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกิดทะเลหมอกสวยงามบนยอดภูเขาไมโครเวฟ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลามี นักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติ ทราบข่าวต่างพาครอบครัวขึ้นชมทะเลหมอกเป็นจำนวนมาก โดยสภาพอากาศเย็นสบาย มีลมพัด โดยในช่วงเช้าวันนี้อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ 22 องศาเซลเซียส มีหมอกหนาปกคลุม สามารถมองเห็นได้เป็นมุมกว้างเกือบ 360 องศาฯ

...................................................
 
15 กรกฎาคม 2562

 

ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างมาชมสถานที่การก่อสร้างสกายวอล์ก เมื่อแล้วเสร็จสามารถชมทัศนียภาพของทะเลหมอกที่งดงาม โดยการงก่อสร้างสกายวอล์ก ซึ่งจะใช้งบประมาณ 98 ล้านบาท คาดว่าแล้วเสร็จในปี 2563  ซึ่งการดำเนินการก่อสร้างสกายวอล์กบนทะเลหมอกอัยเยอร์เวงนั้น เป็นความหวังของคนเบตงซึ่งเป็นโครงการนวัตกรรมของจังหวัดยะลา และเป็นความภูมิใจของคนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่จะมีแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของประเทศ และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของอาเซียน เป็นระเบียงกระจกที่ยื่นไปในอากาศยาวที่สุดในโลก เพื่อสนองนโยบายสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพื่อก้าวไปสู่ประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

 

 

ทางด้านนางกมลวรรณ สาลิทร นักท่องเที่ยวชาวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า มาเที่ยวเบตงเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากอำเภอเบตง มีอากาศดี แหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากทั้งทางวัฒนธรรมและ แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์  จึงอยากพาครอบครัวและเพื่อนๆที่ยังไม่เคยมามาเที่ยวให้เห็นด้วยตาตัวเอง

โดยเริ่มออกเดินทางมาชมทะเลหมอกตั้งแต่ตี 4 มาถึงตอนเช้าได้สัมผัสอากาศที่เย็นสบายประมาณ 21 องศาเซลเซียส และมองเห็นเป็นทะเลหมอกในมุมกว้างได้อย่างสวยงาม สร้างความประทับใจอย่างมากที่ได้มาสัมผัส ซึ่งไม่ต่างกับที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และคนอำเภอเบตง เป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และมีความปลอดภัย เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชาวบ้านให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่น่ากลัวอย่างที่เป็นข่าว จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวชมความงามของทะเลหมอกอัยเยอร์เวงบนยอดภูเขาไมโครเวฟได้ตลอดปี

 
 
 
 
 
 
..................................................
 
15 กรกฎาคม 2562
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน