*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5489
  • จำนวนผู้ชม : 3331785
  • จำนวนผู้โหวต : 1713
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1713 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 436 , 11:43:31 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Chaoying โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         วันนี้ผมขออนุญาตบ่นตำหนิการให้บริการประชาชนเชิงลบของรัฐวิสาหกิจ TOT อุทัยธานีอีกสักครั้งเถิดครับ เพราะหวังว่าเสียง

บ่นของผมคงจะเข้าหูผู้บริหารระดับสูงทางส่วนกลางเข้าบ้าง แล้วต่อจากนั้นก็สุดแล้วแต่ว่าท่านจะสั่งการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องที่มี

อยู่หรือไม่ก็สุดแต่จะพิจารณา แต่ขอเรียนว่าผู้ใช้บริการ TOT อุทัยธานีต้องทนลำบากเรื่อยมา

         สาเหตุที่ผมต้องบ่นครั้งนี้ ก็เพราะสังเกตได้ว่า ในช่วงวันหยุด ไม่ว่าจะเป็นช่วงสั้นๆ วันเสาร์ - อาทิตย์ หรือวันหยุดที่ติดต่อกัน

หลายวันก็ตาม การแพร่สัญญาณอินเตอร์เน็ตหรือ WiFi ของชุมสายแห่งนี้ มักจะมีการบกพร่องอยู่เสมอ แล้วก็ไม่มีการแก้ไขแต่อย่างไร

เสียด้วย ครั้นเมื่อผู้ใช้บริการโทรฯไปที่ศูนย์ฯก็ยังไม่มีคนรับเสียอีก คล้ายกับว่าไม่การจัดเวรยามคอยแก้ไขเหตุบกพร่องแต่อย่างไรเลย

ไม่สมกับเป็นการบริการประชาชนเท่าที่ควร ไม่สมกับที่ผมมอบความเชื่อถือกับ TOT ในฐานะรัฐวิสาหกิจเสียบ้างเลย

 

 

 

 

อุตุเตือน! ใต้-ตะวันออก-กลางรับมือฝนหนัก/น้ำป่าไหลหลาก กทม.โดนด้วย60%

อุตุเตือน! ใต้-ตะวันออก-กลางรับมือฝนหนัก/น้ำป่าไหลหลาก กทม.โดนด้วย60%

วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 07.10 น.
 
 

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานลักษณะอากาศทั่วไป ประจำวันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2562 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย ซี่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีปริมาณฝนน้อย 

สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออก ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

+ ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย กำแพงเพชร ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

+ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

+ ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

+ ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

+ ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

+ ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

+ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

ฮือฮา! ‘จุรินทร์’ไหว้พระพรหมหน้าทำเนียบ เกิดพระอาทิตย์ทรงกรด-อีกาส่งเสียงร้อง

ฮือฮา! ‘จุรินทร์’ไหว้พระพรหมหน้าทำเนียบ เกิดพระอาทิตย์ทรงกรด-อีกาส่งเสียงร้อง

วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 10.56 น.
 
 

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม เวลา 07.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าเมื่อเวลา09.12 น. นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์รองนายกฯและรมว.พาณิชย์พร้อมคณะทำงานเดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาลโดยเริ่มจากการสักการะพระพรหมซึ่งอยู่บนตึกไทยคู่ฟ้าจากนั้นลงมาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ศาลตาศาลยายเพื่อเป็นสิริมงคล 

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายจุรินทร์สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นซึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควรทำให้คณะทำงานวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นฤกษ์ที่ดีในการที่

นายจุรินทร์ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่รองนายกฯครั้งนี้โดยนายจุรินทร์ได้มองดูปรากฏการณ์ดังกล่าวพร้อมระบุว่าเป็นฤกษ์ที่ดีในการเข้าสักการะถือว่าครบพิธีพร้อมยอมรับว่ารู้สึกแปลกใจที่เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติแต่ถือเป็นฤกษ์ยามที่ดีและตนก็ตั้งใจที่จะทำดีเพื่อแผ่นดินต่อไป 

นอกจากนี้หลังจากที่นายจุรินทร์ชสักกาะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯเสร็จแล้วยังได้ชี้ชวนคณะทำงานดูพระอาทิตย์ทรงกลดอีกครั้งพร้อมชูสัญลักษณ์  2 นิ้วแบบมิตรภาพด้วย

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
'บิ๊กตู่'ถอนหายใจ'เฮ้'มีความสุข ลั่นแม้จะไม่ชอบผม-เบื่อผมก็ขอให้อยู่กับผมไปก่อน (ชมคลิป)

'บิ๊กตู่'ถอนหายใจ'เฮ้'มีความสุข ลั่นแม้จะไม่ชอบผม-เบื่อผมก็ขอให้อยู่กับผมไปก่อน (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 07.57 น.
 
 

เมื่อวันที่16 กรกฏาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดพิเศษ กรณีรู้สึกอย่างไรที่ได้นั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีประชาธิปไตยวันแรก

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับหัวเราะ แล้วกล่าวว่า วันนี้วันแรกหรือ ที่ผ่านมาไม่เคยเป็นประชาธิปไตยเลยหรือ ที่ผ่านมาตนก็เป็นประชาธิปไตย วันนี้เรามาเริ่มต้นในสิ่งที่ดีดีกว่า ขอให้ช่วยกันและช่วยรัฐบาลด้วย อะไรที่เป็นความขัดแย้งและเป็นปัญหาขอให้จบ วันนี้เรามาเริ่มต้นเดินหน้าใหม่ ก้าวใหม่ของเรา แม้จะไม่ชอบตน เบื่อตน ก็ขอให้อยู่กับตนไปก่อน โอเคไหม วันนี้ตนยิ้มพอได้มั๊ย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พูดถึงตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับหัวเราะ พร้อมถอนหายใจ “เฮ้” “มีความสุข” พร้อมกล่าวว่า จริงๆนะ อยากบอกว่าวันนี้มีความสุข เพราะทุกคนน่ารัก ส่วนการทำงานร่วมกับสื่อ ตนก็มีความใกล้ชิด แต่คงไม่ไกลมาก เพราะจะเป็นอันตราย สามารถใกล้ชิดได้ในวาระสำคัญ แต่ไม่ใช่จะตามใกล้ชิดกันทุกวันและทุกเรื่อง  อย่างนั้นทำไม่ได้ เพราะความขัดแย้งมีสูง ขออย่าให้ใครมาขยายความขัดแย้งเลย แต่ขอร้องอย่าเปิดประเด็นในสิ่งที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ  เพราะถ้าเปิดมา ก็รัวกันหมด

ทั้งนี้ บางอย่างเราจำเป็นต้องมีหลักการและเหตุผล การทำงานต้องมีหลักกฎหมาย ตนระมัดระวังที่สุด อย่าบอกว่าตนไม่ถูกตรวจสอบ หลายอย่างสามารถไปดูได้ ว่าถูกตรวจสอบและได้ชี้แจงต่อสู้คดีอย่างไร

ขอบคุณคลิป : Wassana Nanuam

'อุตตม'ประกาศจากนี้ไป'ครม.'ทุกคน พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเพื่อปชช.เต็มที่

'อุตตม'ประกาศจากนี้ไป'ครม.'ทุกคน พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเพื่อปชช.เต็มที่

วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 08.56 น.
 
 

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก หลังเข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ โดยระบุว่า

16 ก.ค. 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดมิได้

 

ขณะที่ในช่วงเวลาหลังจากนั้น ครม.ทั้งหมดได้ถ่ายภาพหมู่บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับเริ่มการประชุม ครม.นัดแรก โดยมีวาระการหารือในเรื่องนโยบายรัฐบาล เพื่อจะนำเสนอต่อรัฐสภา ในวันที่ 25 ก.ค.62 นี้

นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถือว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันรับหน้าที่บริหารประเทศอย่างสมบูรณ์ ผมและรัฐมนตรีทุกท่านพร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนงานนโยบายเพื่อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ประเทศชาติอย่างเต็มที่และสุดความสามารถครับ

 

 

 

 
หนุ่มใหญ่ผวา! เด็กถือระเบิดแกว่งเล่น แจ้งจนท.ตรวจสอบพบเป็นระเบิดขว้างสังหาร

หนุ่มใหญ่ผวา! เด็กถือระเบิดแกว่งเล่น แจ้งจนท.ตรวจสอบพบเป็นระเบิดขว้างสังหาร

วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 10.39 น.
 
 
 

17 กรกฎาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งจากนายสมพร จันทดูลย์ อายุ 60 ปี อาชีพช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ ในชุมชน ปากคอลง เขตเทศบาลนครระยอง ว่ามีผู้พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด ขอให้ไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้ง จึงประสาน เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดมาร่วมตรวจสอบและเดินทางไปยังที่เกิดเหตุบริเวณ ปากซอยสุเหร่า1พบว่า มีผู้นำยางล้อรถยนต์มาวางล้อมวัตถุดังกล่าว ซึ่งอยู่ในถุงผ้าสีเขียววางไว้บนโต๊ะมีประชาชนมุงดูเป็นจำนวนมาก

นายสมพร กล่าวว่า เห็นเด็กนำมาถือเล่น โดยไม่ทราบว่าเป็นของจริงหรือของปลอม จึงเกรงว่าจะเกิดอันตรายได้บอกให้เด็กนำมาวางไว้ โดยหาที่วางให้เห็นเด่นชัดและรีบนำล้อยางมาวางล้อม กันพื้นที่ ไม่ให้ใครเข้ามาใกล้ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ให้มาตรวจสอบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบข้อมูลของวัตถุดังกล่าวทราบว่า แม่ของเด็กเป็นผู้พบและเก็บระเบิด จากซอยหินอ่อน เขตเทศบาลนครระยอง และนำมาเก็บไว้ที่บ้าน ประมาณหนึ่งเดือนที่แล้ว เพราะคิดว่าเป็นระเบิดของเล่น กระทั่งเด็ก ไปนำออกมาถือเล่น และนายสมพร เห็น จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ EOD ทำการตรวจสอบ พบว่าเป็นระเบิดขว้างสังหาร ที่พร้อมใช้งาน มีซีรี่ย์ นำเบอร์ จึงได้ทำการเก็บกู้เรียบร้อย ส่วนที่มาต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียด

 
 
 
เพจติ่งแม้วปัด'สมพงษ์'บินพบทักษิณ  ประกาศหน.เพื่อไทยไม่ใช่'นอมินี-สตันท์แมน'ของใคร

เพจติ่งแม้วปัด'สมพงษ์'บินพบทักษิณ ประกาศหน.เพื่อไทยไม่ใช่'นอมินี-สตันท์แมน'ของใคร

วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 09.45 น.
 
 

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม  เฟซบุ๊ก "ณัฐพันธุ์ กรุงเทพ กรุงเทพ ทันใจ" ซึ่งมักรายงานความเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรโพสต์ข้อความถึงกรณี นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บินไปพบนายทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง โดยมีเนื้อหาดังนี้

สื่อลือมั่ว!!!

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ 
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธ
ไม่เคยไปพบ "ทักษิณ" ที่ฮ่องกง
ตามที่เป็นข่าว ที่สื่อบางสำนักเสนอ 
ยันไม่ได้เจอตัวมานานแล้ว
หากใครมีหลักฐานขอให้นำออกมาแสดง

ยืนยันเข้ามารับตำแหน่ง
หัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริง 
ไม่ใช่นอมินีหรือสตันท์แมนของใคร

สมาชิกพรรคคนไหน
จะเดินทางไปพบกับนายทักษิณหรือไม่ 
เป็นเรื่องของเขา ห้ามกันไม่ได้

แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ใส่ยาแรงในโทษยุบพรรค 
โดยมีการพ่วงคดีอาญา
กับกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบด้วย

ก็จำเป็นที่จะต้องเรียกประชุม
เพื่อทำความเข้าใจ
กับกรรมการบริหารพรรคในส่วนนี้ด้วย

แม้ส่วนตัวจะเชื่อว่า 
โอกาสที่พรรคการเมืองจะถูกยุบไม่ใช่เรื่องง่าย

ก่อนหน้านี้สื่อก็มั่วว่า 
คุณหญิงสุดารัตน์ เดินทางไปพบลุงแม้ว ที่ฮ่องกง
ผมก็บ่นไปทีแระ

 
 
‘จุรินทร์’เชื่อ‘รัฐบาล’หนุนแก้‘รธน.’ช่วง1ปีสะเดาะกุญแจประตูสู่ปชต.

‘จุรินทร์’เชื่อ‘รัฐบาล’หนุนแก้‘รธน.’ช่วง1ปีสะเดาะกุญแจประตูสู่ปชต.

วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.34 น.
 
 

เมื่อวันีท่ 17 กรกฎาคม 2562 เวลา09.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาลนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาลถึงร่างนโยบายที่รัฐบาลจะเสนอต่อรัฐสภาว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 16 ก.ค. เห็นชอบร่างนโยบายที่จะนำเสนอต่อรัฐสภาแล้ว 

เมื่อถามว่า มีกรอบเวลาการดำเนินนโยบายโดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่นายจุรินทร์ กล่าวว่า มี2 ส่วนคือนโยบายที่ดำเนินการโดยภาพรวม ที่ต้องดำเนินการภายในเวลา 4  ปีของรัฐบาลและนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการใน 1 ปี 

“ผมมองว่า นโยบายที่ออกมาเป็นไปตามที่พรรคได้พูดคุยระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 3 ข้อที่พรรคประชาธิปัตย์แจ้งให้พรรคแกนนำรัฐบาลทราบ มีการบรรจุไว้ทั้งหมดทั้งการประกันรายได้เกษตรกรการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว 

นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ในส่วนนโยบายเร่งด่วนแล้ว 

เมื่อถามว่า การเริ่มต้นแก้ไขรัฐธรรมนูญจะดำเนินการอย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป็นรายละเอียดที่ต้องพูดคุยกันอีกครั้งใครจะเป็นผู้เริ่มต้นต้องมาดูในรายละเอียดแต่เขียนไว้ชัดว่ารัฐบาลจะสนับสนุนหากมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลก็พร้อมสนับสนุนอาจเริ่มต้นด้วยพรรคการเมืองพรรคร่วมรัฐบาล เล็งที่หมวดแก้รัฐธรรมนูญเปิดประตูสู่ประชาธิปไตย 

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญมีการระบุชัดเจนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นอะไรต้องทำประชามติหรือไม่ต้องทำประชามติ แต่อย่างน้อยที่สุดได้ระบุไปว่า ประเด็นที่ควรได้เริ่มต้นคือหมวดที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถือเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่แก้ได้ยากมากหรือแก้ไม่ได้เลย และอาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคตได้ถ้าต้องการที่จะแก้อาจต้องใช้วิธีที่เราประสงค์ไม่ให้เกิดขึ้นอีกในประเทศนี้ ดังนั้นการเริ่มต้นหมวดที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ทำได้ง่ายขึ้นเป็นส่วนช่วยให้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น 

“สามารถทำได้เป็นการสะเดาะกุญแจปิดประตูตาย สำหรับการแก้รัฐธรรมนูญถ้าไม่เริ่มที่หมวดนี้การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นสามารถทำได้ง่ายขึ้นเข้าเงื่อนไขปกติที่รัฐธรรมนูญหลายฉบับในอดีตกำหนดไว้ใช้แค่เสี่ยงเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภาก็สามารถแก้ไขได้เป็นการเริ่มสะเดาะกุญแจให้ประตูประชาธิปไตยเปิดออกได้ต่อไปใครจะแก้ว่าอย่างไรก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น” นายจุรินทร์ กล่าว

ไฟไหม้อุโบสถวัดราชบูรณะ เขม่าดำเต็มฝาผนังหวั่นกระทบจิตรกรรมโบราณ

ไฟไหม้อุโบสถวัดราชบูรณะ เขม่าดำเต็มฝาผนังหวั่นกระทบจิตรกรรมโบราณ

วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 09.05 น.
 
 

เกิดเหตุไฟไหม้โต๊ะหมู่บูชาในอุโบสถวัดราชบูรณะ จนท.ดับเพลิงเทศบาลนครพิษณุโลกรุดควบคุมเพลิง คาดเกิดจากธูปเทียนที่มีผู้จุดไว้หลังจากมาเวียนเทียนวันอาสาฬหบูชา ปกติจะปิดไม่ให้คนเข้าเพราะอยู่ระหว่างช่วงบูรณะจิตรกรรมฝาผนังโดยกรมศิลปากร ที่หลังจากไฟไหม้ได้รับความเสียหายจากเขม่าควันสีดำที่เกาะเต็มฝาผนัง

17 กรกฏาคม 2562 ได้เกิดเหตุไฟไหม้ในอุโบสถวัดราชบูรณะ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่เกิดเหตุพบกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากชายคาด้านบนของอุโบสถ จนท.ดับเพลิงของเทศบาลนครพิษณุโลกรุดนำสายน้ำเข้าไปฉีดควบคุมเพลิงภายในอุโบสถ โดยต้นเพลิงเกิดบริเวณโต๊ะหมู่บูชาหน้าพระประธานหลวงพ่อทองดำ ไฟลุกไหม้ได้รับความเสียหายจนท.ดับเพลิงใช้เวลาควบคุมเพลิงประมาณ 20 นาที และใช้เครื่องดูดควัน ดูดควันดำภายในอุโบสถออกมาภายนอก โดยมีร้อยเวรพนักงานสอบสวนสภ.เมืองพิษณุโลก มาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุจากนั้นได้ประสานจนท.ตำรวจวิทยาการมาตรวจสอบสาเหตุเพลิงไหม้อีกครั้งหนึ่ง

พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ อ.เมืองจ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า เหตุไฟไหม้ครั้งนี้ที่น่าห่วงคือ จิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถน่าจะได้รับผลกระทบด้วย เพราะมีคราบเขม่าสีดำ เกาะเต็มจิตรกรรมฝาผนังที่อยู่ระหว่างการบูรณะโดยกรมศิลปากร ปกติแล้วภายในอุโบสถไม่ได้เปิดให้คนเข้าไป เพราะกรมศิลปากร อยู่ระหว่างการบูรณะจิตรกรรมฝาผนังด้วยงบประมาณ 1.5 ล้านบาท จึงไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้า และห้ามจุดธูปเทียน เพราะภายในมีวัตถุไวไฟที่ใช้ในการบูณะจิตรกรรมฝาผนัง แต่เมื่อคืนเป็นวันอาสาฬหบูชา มีการเวียนเทียน คาดการณ์ว่าญาติโยมจะเข้าไปจุดธูปเทียนแล้วไม่ได้ดับ จึงเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น ยังไม่ทราบว่าจิตรกรรมฝาผนังจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด ต้องรอจนท.กรมศิลปากรมาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง 

พระครูสิทธิธรรมวิภัช เผยต่อว่า วันนี้วันเข้าพรรษา ทางวัดจะต้องทำพิธีมหาปวารณาเข้าพรรษา ที่พระภิกษุสงฆ์ต้องทำพิธีในภาคเย็นภายในอุโบสถ ต้องรอดูก่อนว่าจะทำพิธีได้หรือไม่ สำหรับอุโบสถวัดราชบูรณะเป็นโบราณสถานเก่าแก่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง สมัยอยุธยา ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่คาดว่าเป็นจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่งในภาคเหนือ ด้านล่างเป็นภาพวาดกามกรีฑา ด้านบนเป็นรามเกียรติ์ และมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง  ฝาแฝดอินจัน ในยุคต้นรัตนโกสินทร์อยู่ด้วย

กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดราชบูรณะไว้เป็นโบราณสถาน  ในราชกิจจานุเบกษา  เล่มที่  53ตอน  34  วันที่  27 กันยายน  พ.ศ. 2479 และกรมศิลปากรได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบูรณะ  ดังนี้  คือ ปี พ.ศ. 2528  บูรณะวิหารหลวง  ปี พ.ศ. 2530  อนุรักษ์ภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ และปี พ.ศ. 2533  บูรณะเจดีย์หลวง  โดยเสริมความมั่นคงทางรากฐาน  และต่อยอดพระเจดีย์ทรงลังกาซึ่งหักชำรุดหายไปให้บริบูรณ์ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นสันนิษฐานว่าได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์  ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4   เพราะได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ แล้วให้ช่างเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง  เรื่องรามเกียรติ์  และมีการบูรณปฏิสังขรณ์พระวิหารแล้วให้ช่างเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง  เรื่องพระพุทธประวัติ    โดยจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถนั้น ได้รับความเสียหายจากน้ำฝนและความชื้น จากสภาพหลังคาที่อายุเก่าแก่ จึงนำมาสู่การบูรณะครั้งหลังคาอุโบสถล่าสุดในปี 2556 และงานอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังในปี 2562

 

คำเดียวสั้นๆจาก 'ผู้ว่าฯฮีโร่ถ้ำหลวง' ถูกทาบลงศึกชิงผู้ว่า กทม.'ผมไม่สามารถเล่นได้'

คำเดียวสั้นๆจาก 'ผู้ว่าฯฮีโร่ถ้ำหลวง' ถูกทาบลงศึกชิงผู้ว่า กทม.'ผมไม่สามารถเล่นได้'

วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 09.54 น.
 
 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพะเยาว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้พบกับนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนาธร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ระหว่างเดินทางมาร่วมพิธีเวียนเทียนทางน้ำที่บริเวณท่าเรือวัดติโลกอาราม ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เนื่องในวันอาสาฬหบูชาประจำปี 2562 และได้ติดตามขอสัมภาษณ์นายณรงค์ศักดิ์ ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวในเรื่องถูกทาบทามในการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ก่อนหน้านี้

แต่นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนาธร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามกับผู้สื่อข่าวต่อกรณีดังกล่าว โดยกล่าวเพียงแต่กล่าวสั้นๆว่า "ผมไม่สามารถเล่นได้" และไม่ยอมให้เหตุผลใดๆ ถึงกรณีดังกล่าว ทั้งนี้ คาดว่าการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คงไม่อยู่ในความคิดของนายณรงค์ศักดิ์ ในการที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เนื่องจากคุณสมบัติที่ไม่สามารถลงรับสมัครเลือกตั้งได้ ประกอบกับเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และยังคงมีอายุราชการที่เหลืออีกหลายปี จึงไม่มีแนวคิดดังกล่าวและได้ตอบปฏิเสธการให้เหตุผลกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีดังกล่าว

 
 
 
 
 
 
สื่อฮ่องกงตีข่าวนทท.อินเดียในไทยจ่อพุ่งแซงจีน แต่ต้องทำใจพฤติกรรม‘ต่อรองราคา’

สื่อฮ่องกงตีข่าวนทท.อินเดียในไทยจ่อพุ่งแซงจีน แต่ต้องทำใจพฤติกรรม‘ต่อรองราคา’

วันจันทร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 16.28 น.
 
 

วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เว็บไซต์ นสพ. South China Morning Post ของฮ่องกง เผยแพร่บทความ “Why Indian tourists are flocking to Thailand, where they may soon outnumber Chinese visitors” เล่าถึงปริมาณนักท่องเที่ยวชาวอินเดียในประเทศไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น จากเดิมปีแล้วปีเล่าที่ชาวจีนเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักมาโดยตลอด ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุเรือล่มเมื่อเดือน ก.ค. 2561 ณ จ.ภูเก็ต มีผู้เสียชีวิต 47 ศพ

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่าหากนับเพียงเดือน มิ.ย. 2562 เดือนเดียว พบชาวอินเดียมาเที่ยวประเทศไทยถึง 180,000 คน ซึ่งเป็นผลมาจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า รวมถึงจำนวนชาวอินเดียที่มีกำลังซื้อสูงยังเพิ่มขึ้น โดย ททท. คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์นักท่องเที่ยวอินเดียจะคล้ายสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวจีน กล่าวคือ ในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2571 น่าจะมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมาไทยถึง 10 ล้านคน เช่นเดียวกับเมื่อปี 2561 ที่มีนักท่องเที่ยวจีน 10 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 10 ปีก่อนหรือปี 2551 ที่มีนักท่องเที่ยวจีนมาไทย 8 แสนคน

ในมุมหนึ่ง ปรีชา จำปี กรรมการสมาคมโรงแรมไทย (Thai Hotels Association) กล่าวว่า นักท่องเที่ยวชาวอินเดียคล้ายกับนักท่องเที่ยวจีนหลายอย่าง อาทิ ทั้ง 2 ประเทศสามารถเดินทางมายังประเทศไทยโดยใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง เป็นประเทศที่มีจำนวนประชากร และขนาดเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม มีชาวอินเดียถึง 600 ล้านคนที่อายุน้อยกว่า 25 ปี ซึ่งคนกลุ่มนี้คืออนาคตของภาคการท่องเที่ยวไทย

ไม่เพียงแต่การไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงต่างๆ เท่านั้น แต่คู่รักชาวอินเดียยังนิยมมาจัดพิธีแต่งงานในประเทศไทยอีกด้วย โดยการจัดงานแต่งงานในโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่กรุงเทพฯ , เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รวมถึง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ใช้จ่ายตกอยู่ที่ 8-9 ล้านบาท มีแขกร่วมงานราว 300-400 คน ฉลองกัน 3-4 วัน ซึ่งสาเหตุที่เลือกมาประเทศไทยเพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างประหยัด  

สำนักข่าวจากฮ่องกง ยังได้สัมภาษณ์หนุ่ม-สาวอินเดียที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย เช่น พาร์ฟ เจน (Parv Jain) หนุ่มวัย 18 ปี จากรัฐปัญจาบ เดินทางมากับกลุ่มเพื่อนรวม 7 คน บินตรงจากอินเดียไป จ.ภูเก็ต ก่อนเดินทางต่อไปยัง จ.กระบี่ และปิดท้ายที่กรุงเทพฯ เล่าว่า พวกตนอยู่เมืองไทย 8 วัน ใช้จ่ายเงินคนละ 15,000 บาท ขณะที่ ทูฮิน มิตรา (Tuhin Mitra) หนุ่มวัย 27 ปีจากเมืองกัลกัตตา กล่าวว่า ตนไปเที่ยวเมืองพัทยา และชอบดื่มแอลกอฮอล์บนชายหาด ซึ่งสิ่งนี้ไม่สามารถทำที่บ้านเกิดได้

แต่ในอีกมุมหนึ่ง กิตติศัพท์เรื่องพฤติกรรมการ “ต่อรองราคา” ของชาวอินเดียเป็นที่รับรู้กันในหมู่พ่อค้า-แม่ค้า อาทิ ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยรายหนึ่ง ในย่านประตูน้ำ กรุงเทพฯ เล่าว่า ตั้งราคาเสื้อกันฝนไว้ที่ 4 ตัว 156 บาท สุดท้ายต้องยอมลดเหลือ 4 ตัว 100 บาท เพราะอย่างน้อยการมีลูกค้าก็ยังดีกว่าไม่มี เช่นเดียวกับ ผิง (Ping) แม่ค้าขายของที่ระลึก ณ เมืองพัทยา ระบุว่า นักท่องเที่ยวอินเดียสนุกกับการช็อปปิ้งในประเทศไทยโดยไม่ต้องใช้เงินมาก ถึงกระนั้นชาวอินเดียก็นิยมเดินเลือกซื้อสินค้าในตลาด ต่างจากชาวจีนที่มักซื้อสินค้าตามร้านค้าที่กรุ๊ปทัวร์พาไปเสียมากกว่า

รายงานจากสื่อฮ่องกง ปิดท้ายว่า อย่างไรก็ตาม ชาวจีนยังมีสัดส่วนทางเศรษฐกิจของไทยมากกว่านักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ อาทิ ในปี 2561 พวกเขาใช้จ่ายเงินในประเทศไทยมากถึง 1.2 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24 ของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด แต่ปีนี้มีสิ่งที่ต้องกังวลคือค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นทำให้ราคาสินค้าและบริการแพงขึ้น ชาวจีนที่ใส่ใจเรื่องราคาอาจลดลงก็เป็นได้ 

และแม้ว่านักท่องเที่ยวจากอินเดียน่าจะมากขึ้นจากจำนวนชนชั้นกลางชาวอินเดียที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ ก้องศักดิ์ คู่พงศกร (Kongsak Khoopongsakorn) รองประธานสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการยังคงต้องกระจายความเสี่ยงให้ดีระหว่างนักท่องเที่ยวสัญชาติต่างๆ เพราะไม่อาจคาดหวังจากนักท่องเที่ยวกลุ่มใดเพียงกลุ่มเดียว

 
ทั่วทิศถิ่น ส.ป.ก. : ‘ธนาคารน้ำใต้ดิน’แก้แล้งในพื้นที่ส.ป.ก.

ทั่วทิศถิ่น ส.ป.ก. : ‘ธนาคารน้ำใต้ดิน’แก้แล้งในพื้นที่ส.ป.ก.

วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
 
 

ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ถือเป็นภัยธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกรเป็นอย่างมาก จากข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า โดยปกติประเทศไทยมีปริมาณฝนรวมตลอดปีเฉลี่ยทั่วประเทศมีค่าประมาณ 1,572.5 มิลลิเมตร ปริมาณฝนแต่ละพื้นที่ เปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะภูมิประเทศแต่เนื่องจากในปี 2562 ฤดูร้อนมาเร็วอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติ ซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญ จึงคาดการณ์ว่าปริมาณฝนน้อยลงต่ำกว่าค่าปกติเฉลี่ยรอบ 30 ปี ร้อยละ 5 อาทิ ภาคเหนือ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรวม 30 ปี เดิม 1,230.9 มิลลิเมตร ในปีนี้ลดลงเหลือ 1,000 มิลลิเมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรวม 30 ปี เดิม 1,400 มิลลิเมตร ปีนี้ลดลงเหลือ 1,100 มิลลิเมตร ภาคกลาง ค่าปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรวม 30 ปี เดิม 1,275 มิลลิเมตร ในปีนี้ลดลงเหลือ 1,000 มิลลิเมตร

ในขณะที่รายงานของกรมชลประทานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ระบุว่า สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ รวม 37,376 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 49 ของความจุอ่างและสำหรับปริมาตรน้ำใช้การได้มีเพียง 13,452 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 26 ของความจุใช้งานได้โดยปริมาตรน้ำในอ่างเมื่อเทียบกับปี 2561 (46,003 ล้าน ลบ.ม.) พบว่าปี 2562 มีปริมาตรน้ำน้อยกว่าปี 2561 จำนวน 8,627 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเพียง 98.46 ล้าน ลบ.ม แต่มีปริมาณน้ำระบายมากถึง 103.82 ล้าน ลบ.ม. จึงต้องระวังเรื่องภัยแล้งใกล้ชิดและจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้มีน้ำใช้ช่วงหน้าแล้ง ซึ่งการทำ “ธนาคารน้ำใต้ดิน”เป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาภัยแล้ง แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำขัง

โดยการขุดหลุมที่มีลักษณะก้นครก เพื่อกักเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาช่วงฤดูฝนลงสู่ใต้ดิน เป็นการกักเก็บน้ำ รักษาความชุ่มชื้นให้ผิวดินที่แห้งแล้ง ทำให้ต้นไม้บริเวณนั้นอุดมสมบูรณ์ เมื่อมีฝนตกหนักก็มีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใต้ดิน เหมือนเป็นการฝากน้ำไว้แล้วค่อยถอน(สูบ) เอามาใช้หน้าแล้ง ซึ่งจากการทดสอบในหลายๆ พื้นที่ พบว่า ธนาคารน้ำใต้ดินที่มีขนาดกว้างเพียง 1.5 เมตร ยาว 1.5 เมตร ลึก 1.5 เมตร สามารถเติมน้ำลงเข้าใต้ดินได้ไม่น้อยกว่า 5 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมงหรือประมาณ 5,000 ลิตร/ชั่วโมง ซึ่งสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี สำหรับการทำธนาคารน้ำใต้ดินทำได้หลายขนาด ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และความจำเป็นในการใช้น้ำเพื่อการเกษตรหากเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่เกษตรกรนิยมทำคือ บ่อขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร ลึก 7 เมตร มีความลาดชัน 45 องศา ไม่มีขอบบ่อสามารถเก็บน้ำได้ถึง3,300 ลูกบาศก์เมตร โดยต้องขุดให้ผ่านชั้นดินเหนียวไปจนถึงชั้นหินอุ้มน้ำ และที่ตั้งของบ่อให้อยู่ในทิศทางที่รับน้ำฝนที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำได้ ซึ่งจากหลักการไหลของน้ำที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ และการเคลื่อนที่ของโลก ทำให้น้ำใต้ดินไหลลงไปรวมกันและเก็บไว้ในชั้นใต้ดินกลายเป็นน้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาล

ทั้งนี้ ขนาดความกว้าง ความยาวของบ่อขึ้นอยู่กับพื้นที่ แต่ต้องขุดให้ลึกเลยชั้นหินอุ้มน้ำที่มีรูพรุน จึงจะกักเก็บน้ำและไหลผ่านรูพรุนเพื่อสูบขึ้นมาใช้ได้ โดยการขุดบ่อเพื่อทำธนาคารน้ำใต้ดินนั้น เพียง 1 ปีสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดหลายปี เพราะน้ำยังซึมลงไปเป็นน้ำใต้ดินได้ตลอดเวลา ส่วนน้ำบาดาลจะเกิดอยู่ในชั้นหินที่อิ่มตัว จึงกักเก็บน้ำได้ โดยหินที่จะเก็บน้ำบาดาลได้ดีต้องมีจำนวนช่องว่างมากและมีขนาดใหญ่ติดต่อถึงกัน เพื่อให้น้ำบาดาลไหลถ่ายเทได้ดี หากเป็นหินที่มีช่องว่างขนาดใหญ่ แต่ไม่ติดต่อถึงกัน ถึงแม้เก็บน้ำไว้ได้มากก็ไม่มีประโยชน์ในการเป็นแหล่งน้ำบาดาล

สำหรับในพื้นที่ส.ป.ก.ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรนำระบบธนาคารน้ำใต้ดินมาใช้แก้ปัญหาภัยแล้งหลายพื้นที่ ซึ่งช่วยแก้ภัยแล้งในพื้นที่ ส.ป.ก.ได้ดี ยกตัวอย่าง คุณกุหลาบทิพย์ แก่นลา ผู้นำเกษตรกรรุ่นใหม่ในพื้นที่ คทช.อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ซึ่งสมัครเข้าร่วมโครงการเกษตรกรรุ่นใหม่เพื่อเข้าฝึกอบรมเป็นเวลา 6 เดือน และได้รับการจัดสรรที่ดินให้เข้ามาทำกินเมื่อปี 2561 โดยมีสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดชลบุรี เข้ามาดูแลให้คำแนะนำ แต่ช่วงแรกที่เข้ามาทำกินในพื้นที่ประสบปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำใช้เพื่ออุปโภค บริโภคและทำการเกษตร เนื่องจากพื้นที่เดิมไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ แม้ทดลองขุดบ่อน้ำเพื่อกักเก็บน้ำ แต่เก็บได้ไม่นาน เมื่อหมดฤดูฝน ก็ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเหมือนเดิม กระทั่งได้รับองค์ความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรจากการเข้าอบรมที่ศูนย์กสิกรรมมาบเอื้องและหาข้อมูลเพิ่มจากอินเตอร์เนต ทำให้ทราบว่าโดยธรรมชาติ เมื่อมีฝนตกลงมาน้ำจะซึมลงไปใต้ดินอยู่แล้ว และเมื่อขุดเจาะน้ำบาดาลมาใช้จำนวนมาก ทำให้น้ำบาดาลลดน้อยลงจนเกิดภาวะภัยแล้ง

ดังนั้น วิธีแก้ก็คือ ต้องเติมน้ำลงไปทดแทนด้วยการขุดบ่อลงไปเพื่อเติมน้ำหรือฝากน้ำไว้ในดินหรือที่เรียกว่าธนาคารน้ำใต้ดิน จึงนำมาปรับใช้ในพื้นที่ภายใต้การส่งเสริมและสนับสนุนทั้งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จากส่วนกลางและสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดชลบุรี ผลจากการจัดทำธนาคารน้ำใต้ดิน ทำให้มีน้ำใช้เพียงพอตลอดทั้งปี ปัจจุบันคุณกุหลาบทิพย์ สามารถทำการเกษตรได้โดยไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำ พื้นดินชุ่มชื้น เน้นทำเกษตรแบบผสมผสาน ทำกินในพื้นที่ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจัดสรรให้ได้อย่างยั่งยืน

 
 
 
 
น้ำโขงวิกฤติหนักในรอบ 10 ปี! แห้งจนเห็นแก่งคุดคู้ สันดอนทราย โขดหินโผล่ยาว

น้ำโขงวิกฤติหนักในรอบ 10 ปี! แห้งจนเห็นแก่งคุดคู้ สันดอนทราย โขดหินโผล่ยาว

วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 10.51 น.
 
 

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเลยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งในขณะนี้เริ่มส่อเค้าทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามลุ่มน้ำโขงได้รับผลกระทบ เนื่องจากปีนี้แม่น้ำโขงลดลงและแห้งเร็วกว่าปกติในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาจนไม่สามารถสูบน้ำมาใช้การเกษตรได้ โดยเฉพาะแม่น้ำโขงตั้งแต่อำเภอเชียงคาน ถึงอำเภอปากชม น้ำแห้งจนเห็นสันดอนทรายเป็นทางยาว และเกาะแก่งกลางน้ำโขง แก่งคุดคู้ โผล่ขึ้นให้เห็นโขดหินอย่างชัดเจนถือว่าหนักสุดในรอบ 10 ปี

นายอดุลย์ ผลคำ ผู้ใหญ่บ้านน้อย หมู่ที่ 4 ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย เผยว่า ในช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา แม่น้ำโขงได้ลดระดับลดลงอย่างรวดเร็ว ลดลงไปแล้วเกือบ 2 เมตร หลังจากมีกระแสข่าวว่าเขื่อนจีนไม่ระบายน้ำออกมา ประกอบแม่น้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำโขงต่างเหือดแห้งลง จึงทำให้แม่น้ำโขงลดลงจนน่าตกใจ และแห้งลงเร็วกว่าปกติ 

"ปกติช่วงเดือนแปดหรือเดือนกรกฎาคมน้ำโขงจะยังเต็มตลิ่งอยู่ แต่มาปีนี้ต้องบอกว่าแห้งสุดในรอบ 10 ปี ขนาดผมอายุเข้า 40 ปีแล้วยังไม่เคยเห็นน้ำโขงแห้งเท่านี้ เหือนแห้งจนเห็นสันดอนทราย เกาะแก่งกลางแม่น้ำโขง ซึ่งปกติแก่งคุดคู้น้ำจะท่วมตลอด พอมาปีนี้ผมเพิ่งได้เห็นแก่งคุดคู้และหาดทรายโผล่ หลังไม่เคยเห็นมากว่า 10 ปี ต้องยอมรับว่าปีนี้ถือว่าแม้น้ำโขงแล้งสุดๆ จนไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ในการเกษตรได้ เพราะน้ำโขงลดลงทุกวันจนน่ากลัวจนเห็นหาดทรายเป็นทางยาวจนถึงอำเภอปากชมแล้ว" นายอดุลย์ กล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่สำรวจอุทกวิทยาที่ 8 เชียงคาน เผยว่า สถานการณ์น้ำโขงในจุดอำเภอเชียงคาน ระดับแม่น้ำโขงยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ระดับน้ำโขงได้ลดลงเฉลี่ยวันละ 30-40 ซม.ต่อวัน และมีแนวโน้มที่จะลดลงต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการทำเกษตรของชาวบ้านอยู่ติดกับลำน้ำได้
 

 
 
 
 ..........................................................
 
17 กรกฎาคม 2562
 
 
 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/07/2019 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

Chaoying
.....................................
สาเหตุลำน้ำโขงแห้งขอดเพราะจีนเป็นตัวต้นเหตุครับ สร้างเขื่อนเก็บกักน้ำไว้ที่ตอนบนของลำน้ำโขงเป็นระยะๆ ตั้ง 7 - 8 เขื่อน แล้วบริหารจัดการน้ำให้พอใช้ในประเทศของเขา โดยไม่คำนึงถึงประเทศตอนล่างของแม่น้ำโขง ที่มีทั้งพม่า เขมร ไทย ลาว และเวียตนามแต่อย่างไร เป็นประเด็นที่ชาติมหาอำนาจจะทำการตามใจชอบของเขาครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 17/07/2019 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

น้ำที่แก่งคุดคู่ ตามปกติจะแห้งเห็นดิน ทราย หิน แบบนี้แค่ช่วงเดือนมีนาคม เมษายน เท่านั้น แต่นี่เดือนกรกฎาคมแล้ว ก็น่าเป็นห่วงมากๆค่ะ ถึงสถานการณ์น้ำแล้ง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน