*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5481
  • จำนวนผู้ชม : 3324919
  • จำนวนผู้โหวต : 1713
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1713 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 330 , 12:51:20 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         เราได้เห็นทหารนอกแถวมาแล้ว เข่น เสธ.แดงเป็นต้น ส่วนปัจจุบันก็มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหรณ์ ที่ได้

เห็นกันอยู่ ซึ่งก็น่าเป็นห่วงว่า นายกฯ 'ลุงตู' อยู่ในภาวะแวดล้อมที่ไม่ค่อยจะสะดวกสบายเสียเลย แม้ว่าทางด้านกองทัพรวมทั้ง

ตำรวจประกาศสนับสนุนรัฐบาลก็ตาม

 

ส่องความสวย'จุ๊บจิ๊บ'นางสาวไทยปี59 เลขาฯส่วนตัว-คนรู้ใจ'ธรรมนัส'

ส่องความสวย'จุ๊บจิ๊บ'นางสาวไทยปี59 เลขาฯส่วนตัว-คนรู้ใจ'ธรรมนัส'

วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 12.17 น.
 
 

21 ก.ค.62 หลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหรณ์ ได้เดินทางลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำที่เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ พร้อมกับ น้องจุ๊บจิ๊บ ธนพร ศรีวิราช นางสาวไทยคนที่ 50 ในฐานะเลขาฯส่วนตัว และคนรู้ใจ ทำเอาหลายคนต่างจับจ้องในความสวยของน้องจุ๊บจิ๊บ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ฮือฮาเลขาฯสวย!‘ธรรมนัส’ควง‘น้องจุ๊บจิ๊บ’นางสาวไทยคนที่50ลงพื้นที่ภาคเหนือ

โดย "จุ๊บจิ๊บ" หรือ "นางสาวธนพร ศรีวิราช" อายุ 24 ปี เป็นเจ้าของตำแหน่ง นางสาวไทย 2559 คนที่ 50 ของประเทศ แถมยังมีดีกรีเป็นว่าที่คุณหมอ สาขาแพทย์แผนจีนคู่ขนานศิลปศาสตร์ภาษาจีน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา อีกทั้งก่อนหน้านี้เธอยังเคยคว้าตำแหน่ง รองอันดับ 2 Miss Teen Thailand 2012 มาแล้ว เรียกว่า โปรไฟล์ดีแบบสุดๆ วันนี้แนวหน้าออนไลน์จะพามาส่องภาพความสวยของ น้องจุ๊บจิ๊บ แบบจัดเต็มเลยทีเดียว 

 
 
 
‘หญิงหน่อย’เสนอ3 มาตรการส.ส.เพื่อไทยแนะ‘บิ๊กตู่’นำแก้ภัยแล้ง

‘หญิงหน่อย’เสนอ3 มาตรการส.ส.เพื่อไทยแนะ‘บิ๊กตู่’นำแก้ภัยแล้ง

วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 10.41 น.
 
 

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2562  คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊ก Sudarat Keyuraphan ระบุเนื้อหาว่า มาตรการแก้ภัยแล้งที่นายกฯ สั่งการเมื่อวาน ไม่เพียงพอ ไม่มีมาตรการอะไรเป็นรูปธรรม ที่จะแก้ปัญหาภัยแล้ง และช่วยเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้งทั่วประเทศได้ ขอเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน ให้ พล.อประยุทธ์ รับไปดำเนินการ เพื่อช่วย เหลือเกษตรกรให้ทันท่วงที 

นี่คือภาพสถานการณ์ภัยแล้งล่าสุดจากหลายจังหวัด ที่ ส.ส. ทีมเพื่อไทยพรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่ดูแลปัญหาภัยแล้งที่พี่น้องทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคกลาง กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก และ ส.ส.ทีมเพื่อไทย ได้ส่งภาพเข้ามาให้ดิฉันดูในกลุ่มไลน์เช้าวันนี้

สภาพในหลายที่ไม่ต่างกัน นั่นคือ น้ำในคูคลองแห้งขอด ข้าวในนาเหี่ยวเฉา ในหลายที่ยืนต้นตาย เก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้ หลายพื้นที่ ชาวนาหว่านข้าวและต้องไถทิ้งไม่ต่ำกว่า 3-4 รอบ ทางภาคเหนือลำไยก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาภัยแล้งมาหลายเดือนแล้ว

เมื่อสัปดาห์ก่อนดิฉันได้ลงพื้นที่ไปดูปัญหาภัยแล้งที่จังหวัดขอนแก่นด้วยตัวเอง และได้เรียกร้องให้รัฐบาลพูดความจริง เพื่อลดความเสียหายของพี่น้องเกษตรกรให้น้อยที่สุด พูดความจริงว่าเหลือน้ำอยู่เท่าไหร่ พูดความจริงว่าน้ำในเขื่อนแทบทุกแห่งมีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคเท่านั้น ไม่ได้เหลือเพียงพอสำหรับทำการเกษตร 

เมื่อรัฐบาลไม่พูดความจริงตั้งแต่ต้น พี่น้องเกษตรกรก็กู้หนี้ยืมสินมาทำการเกษตร เพราะหวังว่าจะมีน้ำ เพราะหวังว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาภัยแล้งได้สำเร็จ แต่สถานการณ์ในวันนี้เวลานี้ ต้องบอกว่า รัฐบาลบริหารวิกฤติได้ไม่ทันต่อความทุกข์ของพี่น้องประชาชน ความเสียหายกำลังขยายเป็นวงกว้างทั่วทั้งประเทศ ขอย้ำตรงนี้อีกครั้งว่าทำได้ทันทีในวันนี้ 3 เรื่อง

1) ทำฝนหลวงโดยเร่งด่วน ไม่ใช่แค่ทำฝนหลวงเฉพาะที่บริเวณเหนือเขื่อนเท่านั้น แต่ต้องทำฝนหลวง กระจายและครอบคลุมในพื้นที่ภัยแล้งให้ได้

2) ประกาศให้พื้นที่ที่เผชิญวิกฤติภัยแล้งหนักหน่วง ชนิดไม่มีน้ำเพื่อทำการเกษตร เป็นพื้นที่ภัยพิบัติทันที ภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมสรุปข้อมูลให้เห็นถึง จำนวนครัวเรือนที่ประสบภัย ข้อมูลพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งทั้งหมด

3) เร่งรัดจ่ายเงินชดเชยให้พี่น้องเกษตรกรทันที เพื่อช่วยเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที ขณะเดียวกันพี่น้องเกษตรกร ก็จะได้วางแผนเพื่อประกอบอาชีพอื่นๆ แทนในเวลาที่เหลือของปีนี้

ประชาชนฝากความหวังว่ารัฐบาลใหม่จะแสดงฝีมือแก้วิกฤติภัยแล้ง แต่จนถึงนาทีนี้ ชักไม่มั่นใจ ภาพพี่น้องประชาชนปิดถนน ประท้วงภัยแล้ง ช่วยสะท้อนภาพการทำงานได้ดี

ก่อนขึ้นแถลงนโยบายรัฐบาลใหม่ในวันพฤหัสบดีนี้ ดิฉันขอฝาก นายกรัฐมนตรี และ ครม.ใหม่ แก้ปัญหาเร่งด่วนคือ มาตรการที่นายกรัฐมนตรีเพิ่งสั่งการเมื่อวานนี้ ไม่เพียงพอ และไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม ที่จะแก้ปัญหาภัยแล้ง ให้สำเร็จได้ และจะอ้างเหตุว่าพึ่งอยู่มา 5 วัน เลยแก้ปัญหาได้ล่าช้า ก็คงจะไม่ใช่ เพราะหลายๆ คน ทั้งนายกฯ และ ครม. ก็หน้าเดิมกับเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา และปัญหาภัยแล้งก็ไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่เป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการวางแผนเพื่อแก้ไขอย่างเป็นระบบมาก่อนหน้านี้ !!
 

ด่วน! ระทึก'จะแนะ' ตร.-ทหารพรานเปิดฉากปะทะเดือดโจรใต้นราธิวาส

ด่วน! ระทึก'จะแนะ' ตร.-ทหารพรานเปิดฉากปะทะเดือดโจรใต้นราธิวาส

วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 12.10 น.
 
 

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่  21 กรกฏาคม 2562 สภ.จะแนะ จว.นราธิวาส รับแจ้งว่า จนท.ทหารพราน ฉก.ทพ.45 พร้อมกองกำลัง 3 ฝ่ายได้สนธิกำลังเข้าติดตามจับกุมและปฏิบัติตามกฎหมายในพื้นที่และได้เกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่บริเวณ บ้านลิแง ม.3 ต.ผดุงมาศ อ.จะแนะ จว.นราธิวาส ยังไม่มีรายงานความเสียหาย หรือการสูญเสีย เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจของ จนท.  ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนตรวจสอบจะรายงานให้ทราบต่อไป

 

‘กัญจนา’เข้มจัดแถว‘ลูกพรรค-รมต.’เกาะติดแถลงนโยบายรัฐบาล

‘กัญจนา’เข้มจัดแถว‘ลูกพรรค-รมต.’เกาะติดแถลงนโยบายรัฐบาล

วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.21 น.
 
 

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2562  น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ ว่า ได้เรียกประชุมส.ส.และรัฐมนตรีของพรรคชาติไทยพัฒนาที่มีกันอยู่ 10 คน ในวันอังคารที่ 21 ก.ค. เวลา 14.00 น. เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมสภา ซึ่งครั้งนี้คงขอกำชับเป็นพิเศษให้นั่งอยู่ฟังการประชุมแถลงนโยบายรัฐบาลโดยตลอดไม่แว็บไปไหน และขอให้ฟังอย่างวิเคราะห์ถี่ถ้วน และลุกขึ้นอภิปรายนโยบายทั้งในส่วนที่เป็นของพรรคชาติไทยพัฒนาเอง และของพรรคร่วมรัฐบาลในภาพรวม โดยเน้นให้เป็นรูปแบบของการเสนอแนะ ปฏิบัติและติดตามผลให้เกิดการปฏิบัติอย่างแท้จริงด้วย นอกจากนั้นยังจะต้องสามารถตรวจสอบได้ 

สำหรับนโยบายในช่วงนี้ที่ต้องปฏิบัติเร่งด่วนคือแก้ปัญหาภัยแล้ง เชื่อว่าคงมีการอภิปรายว่ารัฐบาลจะดำเนินการดูแลปัญหาความเดือดร้อนภัยแล้งของประชาชนในช่วงนี้อย่างไร ซึ่ง นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะรมช.เกษตรและสหกรณ์ จะได้บอกกล่าวว่าได้ดำเนินการสิ่งใดไปแล้วบ้าง และมีแนวทางจะดำเนินการอะไรต่อไปเพื่อประชาชน เพราะปัญหาภัยแล้งคงต้องมีทั้งระยะเร่งด่วน และระยะยาว เพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปี แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งเกิดเพราะภาวะจากธรรมชาติเป็นปัจจัยประกอบด้วย จึงทำให้เป็นปัญหาหนักกว่าปีอื่นๆ ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องปรับมาตรการแก้ไขให้เข้มข้น ขึ้นตามภาวการณ์ที่เกิดขึ้นจริง 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องนโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจ ขยะสารพิษ สิ่งแวดล้อม ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนาจะได้ร่วมอภิปรายเสนอแนะด้วย ขณะเดียวกันเราต้องรับฟัง ข้อท้วงติงและข้อเสนอแนะของฝ่ายค้าน สิ่งใดที่เป็นประโยชน์และเป็นสิ่งที่ดีหากเรานำมาปรับแก้ได้ก็นำมาพิจารณาและดำเนินการ “เราจะฟัง อย่างถี่ถ้วนทั้งหมด ทั้งของรัฐบาลและของฝ่ายค้าน เพื่อนำมาวิเคราะห์และเสนอแนะ ส่วนตัวเองก็จะติดตามรับฟังการแถลงนโยบายอยู่นอกสภา” หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าว

 

20 กระทรวงอ่านหน่อย!!‘สวนดุสิตโพล’แซะ‘ปชช.’คาดหวังอะไรจาก‘รมต.’

20 กระทรวงอ่านหน่อย!!‘สวนดุสิตโพล’แซะ‘ปชช.’คาดหวังอะไรจาก‘รมต.’

วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 08.56 น.
 
 

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 สวนดุสิตโพล มองความเคลื่อนไหวของ ครม.ชุดใหม่ในช่วงนี้เห็นได้ว่าเป็นข่าวที่สังคมให้ความสนใจ  อีกทั้งประชาชนต่างมีความหวังว่า รมต.ใหม่ที่เข้ามาจะบริหารบ้านเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ หาก รมต.ทุกตำแหน่งมีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างเต็มที่ ก็จะส่งผลให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า  ประชาชนอยู่ดีมีสุข เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่สนใจติดตามข่าวการเมือง 

ดังนั้น“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ กรณี เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อรัฐมนตรี 20 กระทรวง จำนวนทั้งสิ้น 1,586 คน ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2562 สรุปผลได้ ดังนี้ 

1. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ สำนักนายกรัฐมนตรี คือ

อันดับ 1 พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ดำเนินการตามนโยบายของรัฐ 63.93%

อันดับ 2 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดกฎหมาย กฎระเบียบอย่างเคร่งครัด 35.03%

อันดับ 3 บริหารจัดการงบประมาณให้คุ้มค่า มีระบบติดตามตรวจสอบได้ 20.76%

2. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงกลาโหม คือ

อันดับ 1 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ทำงานเต็มความสามารถ ทำเพื่อประชาชน 45.43%

อันดับ 2 ดูแลความมั่นคง ช่วยเหลือประชาชน พัฒนาประเทศ 31.85%

อันดับ 3 รักษาความสงบ ความสามัคคี สร้างความปรองดองให้กับประเทศ 24.72%

3. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงการคลัง คือ

อันดับ 1 ซื่อสัตย์ สุจริต สามารถตรวจสอบการทำงานและงบประมาณได้ 38.98%

อันดับ 2 มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ป้องกันไม่ให้เกิดเงินเฟ้อ ดูแลค่าครองชีพของประชาชน 36.61%

อันดับ 3 ควบคุมการใช้จ่ายไม่ให้รั่วไหล ควบคุมค่าใช้จ่ายของกระทรวงต่างๆ 26.77%

4. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงการต่างประเทศ คือ

อันดับ 1 สร้างความเชื่อมั่นในเวทีระดับนานาชาติ สร้างสัมพันธ์ด้านการต่างประเทศให้ดีขึ้น 65.40%

อันดับ 2 ส่งเสริมด้านการส่งออก สร้างความร่วมมือกับต่างชาติ ลดภาษีการนำเข้า 23.08%

อันดับ 3 สนับสนุนให้ชาวต่างชาติมาเที่ยวประเทศไทย 15.38%

5. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงมหาดไทย คือ

อันดับ 1 ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แก้ปัญหาอาชญากรรม ทำให้บ้านเมืองสงบ 44.30%

อันดับ 2 ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ เร่งสะสางคดีที่คั่งค้าง ทำงานอย่างต่อเนื่อง 32.64%

อันดับ 3 ปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด 25.39%

6. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ

อันดับ 1 ส่งเสริมราคาผลผลิตทางการเกษตรให้ดีขึ้น เช่น ยางพารา ข้าว ปาล์ม 65.86%

อันดับ 2 ช่วยให้เกษตรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถช่วยเหลือตนเองได้ 21.34%

อันดับ 3 พัฒนาระบบการเกษตรให้ทันสมัย ควบคุมผลผลิตทางการเกษตรให้ได้มาตรฐาน 13.91%

7. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงศึกษาธิการ คือ 

อันดับ 1 สร้างโอกาสทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา 43.08%

อันดับ 2 พัฒนาการศึกษาไทยให้ดีมีคุณภาพ ทัดเทียมกับต่างประเทศ นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ 33.94%

อันดับ 3 ปฏิรูปการศึกษา พัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับเด็กไทย เลิกท่องจำ 26.11%

8. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คือ

อันดับ 1 พัฒนาการศึกษาอย่างเป็นระบบ พัฒนาหลักสูตรให้มีความทันสมัย 60.29%

อันดับ 2 เปิดโอกาสทางการศึกษา สนับสนุนให้มีการเรียนฟรีถึงระดับอุดมศึกษา 30.88%

อันดับ 3 ป้องกันดูแลด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา เข้มงวดการรับน้องที่ใช้ความรุนแรง 22.06%

9. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงแรงงาน คือ

อันดับ 1 สร้างความเป็นธรรมและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้มีรายได้น้อย ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 45.14%

อันดับ 2 เน้นส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ แก้ปัญหาการว่างงาน 30.00%

อันดับ 3 แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมาย 26.49%

10. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงวัฒนธรรม คือ

อันดับ 1 ส่งเสริมและรักษาขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณีไทย 66.67%

อันดับ 2 ร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยอย่างจริงจัง 33.36%

อันดับ 3 อนุรักษ์และสร้างค่านิยมที่เหมาะสมกับสังคมไทย 25.00%

11. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คือ

อันดับ 1 ทำให้คนในสังคมมีความเท่าเทียมกัน พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ 51.64%

อันดับ 2 ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ส่งเสริมอาชีพให้ผู้ด้อยโอกาส แก้ปัญหาคนไร้บ้าน 33.61%

อันดับ 3 แก้ปัญหาความรุนแรงในสังคม ปัญหาภายในครอบครัว สตรี เด็ก และคนชรา 17.21%

12. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือ

อันดับ 1 พัฒนาด้านการท่องเที่ยวให้มีมาตรฐาน มีความปลอดภัย ทำให้เกิดความเชื่อมั่น 50.38%

อันดับ 2 พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้สวยงาม สะอาด การเดินทางสะดวก 31.30%

อันดับ 3 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง สนับสนุนสินค้าชุมชน 25.19%

13. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงคมนาคม คือ

อันดับ 1 มีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อทั่วประเทศ พัฒนาระบบการคมนาคมให้ดีขึ้น 51.09%

อันดับ 2 แก้ปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองใหญ่ จัดระเบียบการจราจร 31.52%

อันดับ 3 ส่งเสริมการใช้รถสาธารณะ พัฒนาคุณภาพและการบริการ ปรับลดค่าโดยสาร 23.91%

14. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คือ

อันดับ 1 ดูแลควบคุมสื่อที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน 53.85%

อันดับ 2 มีกฎหมายคุ้มครองเรื่องการลงทุน การค้าขายออนไลน์ที่เป็นธรรม 32.31%

อันดับ 3 ส่งเสริมปัญญาประดิษฐ์ พัฒนาเด็กไทยให้ก้าวทันเทคโนโลยี 23.08%

15. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ

อันดับ 1 ฟื้นฟูป่าไม้ที่เสื่อมโทรม ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น เพิ่มพื้นที่ป่าในเมืองและทั่วประเทศ 53.25%

อันดับ 2 เพิ่มบทลงโทษกับผู้ที่กระทำความผิด ล่าสัตว์ บุกรุกตัดไม้ทำลายป่า 38.96%

อันดับ 3 บริหารทรัพยากรธรรมชาติให้สมดุลกับจำนวนประชากร 23.38%

16. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงพลังงาน คือ

อันดับ 1 ควบคุมราคาพลังงาน เช่น ลดราคาน้ำมัน ลดค่าไฟฟ้า 59.28%

อันดับ 2 ส่งเสริมพลังงานทดแทน ผลักดันพลังงานสะอาด 22.75%

อันดับ 3 ซื่อสัตย์ โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ 21.56%

17. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงพาณิชย์ คือ

อันดับ 1 พัฒนาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าทางการเกษตร 66.35%

อันดับ 2 ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีผลงานเป็นรูปธรรม แก้ปัญหารวดเร็ว 22.54%

อันดับ 3 ปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย ลดการจัดเก็บภาษีครัวเรือนให้ต่ำลง 15.34%

18. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงยุติธรรม คือ

อันดับ 1 มีความยุติธรรมในการตัดสินคดี โปร่งใส ไม่สองมาตรฐาน 64.39%

อันดับ 2 ซื่อสัตย์ในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่รับสินบน 25.90%

อันดับ 3 บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ให้มีบทลงโทษตามกฎหมาย 12.95%

19. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงสาธารณสุข คือ

อันดับ 1 มีแพทย์ พยาบาลที่เพียงพอ อุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย 48.23%

อันดับ 2 พัฒนาโรงพยาบาลทุกแห่งให้มีคุณภาพ มาตรฐาน 32.43%

อันดับ 3 เพิ่มงบประมาณให้กับกระทรวง เพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุขให้ดีขึ้น 22.45%

20. เรื่องที่ประชาชนคาดหวังต่อ กระทรวงอุตสาหกรรม คือ

อันดับ 1 พัฒนาระบบอุตสาหกรรมไทยให้ได้มาตรฐาน ผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้ 48.50%

อันดับ 2 พัฒนาด้านการส่งออก ส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตร 33.33%

อันดับ 3 ควบคุมปริมาณมลพิษ ตรวจสอบมลภาวะอากาศ ขยะ ลดการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ 21.19%

 
‘กรมกร๊วก-นิด้า’สำรวจ6ข้อปชช. รู้ทราบมี‘พ.ร.บ.ไซเบอร์’ใช้ป้องละเมิดสิทธิ

‘กรมกร๊วก-นิด้า’สำรวจ6ข้อปชช. รู้ทราบมี‘พ.ร.บ.ไซเบอร์’ใช้ป้องละเมิดสิทธิ

วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 07.51 น.
 
 

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” โดยเริ่มทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7 – 12 มิถุนายน 2562 จากประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และเป็นผู้ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,507 หน่วยตัวอย่าง

ทั้งนี้สอบถามการรับรู้ ความเข้าใจ และความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยการสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็น ด้วยวิธีแบบหลายขั้นตอน (Multistage Sampling) และเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการลงพื้นที่สัมภาษณ์แบบพบตัว โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.00

จากการสำรวจเมื่อถามถึงการรับรู้หรือเคยได้ยินเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.89 ระบุว่า เคยได้ยิน ขณะที่ ร้อยละ 17.11 ระบุว่า ไม่เคยได้ยิน

ในจำนวนของผู้ที่ระบุว่า เคยได้ยินเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พบว่า ร้อยละ 55.58 ระบุว่า พอทราบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์หลักของ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ร้อยละ 26.71 ระบุว่า ทราบดี และร้อยละ 17.71 ระบุว่า ไม่ทราบเลย

และสำหรับช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของผู้ที่ ระบุว่า ทราบดีและพอทราบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พบว่า ประชาชน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 73.27 ระบุว่า รับรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ รองลงมา ร้อยละ 58.65 ระบุว่า รับรู้ผ่านสื่อโทรทัศน์ ร้อยละ 10.82 ระบุว่า รับรู้ผ่านสื่อเว็บไซต์ ร้อยละ 7.37 ระบุว่า รับรู้ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ ร้อยละ 5.26 ระบุว่า รับรู้ผ่านสื่อบุคคล และร้อยละ 2.63 ระบุว่า รับรู้ผ่านสื่อวิทยุ

เมื่อถามประชาชนถึงการรับรู้สาระสำคัญเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยแบ่งเป็นประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

(1) ประเด็น พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยดูแลและปกป้องระบบคอมพิวเตอร์ของภาครัฐและเอกชน ให้มีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 94.80 ระบุว่า ทราบ และร้อยละ 5.20 ระบุว่า ไม่ทราบ

(2) ประเด็น พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ไม่ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐในการเฝ้าระวัง สอดส่องติดตามข้อมูลเนื้อหาในโลกโซเชียลของประชาชน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 72.87 ระบุว่า ทราบ และร้อยละ 27.13 ระบุว่า ไม่ทราบ

(3) ประเด็น สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ มีหน้าที่ดูแล และเฝ้าระวัง การโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับ สาธารณูปโภค การบริการทางการเงิน และความมั่นคงของประเทศ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 74.91 ระบุว่า ทราบ และร้อยละ 25.09 ระบุว่า ไม่ทราบ

(4) ประเด็น ในกรณีเกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง สามารถอุทธรณ์ยกเลิกคำสั่งคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ได้ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 51.75 ระบุว่า ไม่ทราบ และร้อยละ 48.25 ระบุว่า ทราบ

(5) ประเด็น ในกรณีเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ระดับร้ายแรง เจ้าหน้าที่ต้องมีหมายศาลในการ ตรวจค้น ยึดอุปกรณ์ และการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 51.05 ระบุว่า ทราบ และร้อยละ 48.95 ระบุว่า ไม่ทราบ

(6) ประเด็น กรณีเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ระดับวิกฤติ เจ้าหน้าที่ไม่ต้องมีหมายศาลในการตรวจค้น ยึดอุปกรณ์ และการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ แต่หลังจากดำเนินการแล้วต้องแจ้งรายละเอียดต่อศาลโดยเร็ว พบว่า ประชาชน ร้อยละ 51.87 ระบุว่า ไม่ทราบ และร้อยละ 48.13 ระบุว่า ทราบ

ด้านความคิดเห็นที่มีต่อ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ว่าจะช่วยสร้างความมั่นคงปลอดภัยและแก้ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.80 ระบุว่า ช่วยได้ค่อนข้างมาก รองลงมา ร้อยละ 23.10 ระบุว่า ช่วยได้มาก ร้อยละ 20.47 ระบุว่า ช่วยได้ค่อนข้างน้อย และร้อยละ 2.63 ระบุว่า ช่วยไม่ได้เลย

เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ในประเด็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 24.09 ระบุว่า ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เพราะ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มีไว้เพื่อป้องกัน และรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ และเศรษฐกิจ รวมถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไม่เกี่ยวกับการสอดส่องดูข้อมูลส่วนตัวของประชาชน อีกทั้งมีกฎหมายควบคุมไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ รวมถึงเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช้อำนาจในทางมิชอบ ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน รองลงมา ร้อยละ 21.00 ระบุว่า ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เพราะ มองว่า พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้สิทธิและอำนาจเจ้าหน้าที่รัฐเกินไป ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถเข้าถึงข้อมูลประชาชนได้ง่าย เลยกังวลว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล รวมถึงไม่มีหน่วยงานอิสระที่ถ่วงดุลอำนาจ และตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐเลย เลยกลัวว่ารัฐบาลจะใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ และร้อยละ 54.91 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ 

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 62.22 ระบุว่า ควรสร้างความรู้/จิตสำนึกให้กับประชาชนเกี่ยวกับโทษในการคุกคามความมั่นคงทางไซเบอร์ รองลงมา ร้อยละ 61.99 ระบุว่า ควรควบคุมไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐนำไปใช้ในทางมิชอบ ร้อยละ 56.84 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ควรบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและลงโทษขั้นรุนแรงกับผู้ที่กระทำผิด ร้อยละ 42.63 ระบุว่า ควรมีหน่วยงานภายนอกที่เป็นองค์กรอิสระเข้ามาถ่วงดุลอำนาจและตรวจสอบการทำงาน ร้อยละ 0.53 ระบุว่า ควรมีการรายงานผลความสำเร็จของ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนเล็งเห็นถึงความสำคัญและให้ความร่วมมือต่อหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายต่อไป และร้อยละ 10.41 ไม่ระบุ/ไม่สนใจ 

เมื่อพิจารณาลักษณะข้อมูลทั่วไปของประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 50.86 เป็นเพศหญิง และร้อยละ 49.14 เป็นเพศชาย โดยร้อยละ 33.43 มีอายุ 26 - 35 ปี รองลงมา ร้อยละ 25.73 มีอายุ 36 - 45 ปี ร้อยละ 21.54 มีอายุ 18 - 25 ปี ร้อยละ 15.32 มีอายุ 46 - 59 ปี และร้อยละ 3.98 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 34.98 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา/เทียบเท่า รองลงมา ร้อยละ 29.80 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี/เทียบเท่า ร้อยละ 18.71 จบการศึกษาระดับอนุปริญญา/เทียบเท่า ร้อยละ 11.53 จบการศึกษาระดับประถมศึกษา/ต่ำกว่า และร้อยละ 4.98 จบการศึกษา สูงกว่าปริญญาตรี/เทียบเท่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 28.29 ประกอบอาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ รองลงมา ร้อยละ 20.34 เป็นพนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ 18.59 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 16.11 เป็นข้าราชการ/ลูกจ้างของรัฐ/รัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 6.02 ประกอบอาชีพเกษตรกร ร้อยละ 5.86 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 4.23 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณ/ว่างงาน และร้อยละ 0.56 ประกอบอาชีพประมง ส่วนใหญ่ร้อยละ 39.05 มีรายได้ 10,001 - 20,000 บาท/เดือน รองลงมา ร้อยละ 22.02 มีรายได้ 5,001 - 10,000 บาท/เดือน ร้อยละ 19.55 มีรายได้ 20,001 - 30,000 บาท/เดือน ร้อยละ 6.58 มีรายได้มากกว่า 30,000 บาท/เดือน ร้อยละ 5.58 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 3.79 ไม่ระบุรายได้ และร้อยละ 3.43 มีรายได้ไม่เกิน 5,000 บาท/เดือน

 

................................................................

21 กรกฎาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน