*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5486
  • จำนวนผู้ชม : 3330354
  • จำนวนผู้โหวต : 1713
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1713 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 305 , 12:27:19 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

 สวัสดีครับ

         อยากจะขอเรียนนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ท่านกวดขันการทำงานแกนนำพรรคพปชร.ให้มากสักหน่อย

เพราะหากเผลอเพียงชั่วครู่ชั่วยาม ก็อาจจะทำเรื่องเสียหายมาถึงท่านก็ได้ ดังตัวอย่างข่าว : ‘ทวี’แฉซ้ำ! เจ้าของรีสอร์ทดังวังน้ำเขียว ที่

แท้นายทุนโต๊ะจีน‘พปชร.’ ประเด็นข่าวนี้ ทำให้เกิดคำถามว่า ที่อื่นมีถมไป เหตุใดจึงเลือกที่ที่มันกำลังมีปัญหาเช่นนี้ด้วย เอาครม.ทั้งคณะเข้า

ไปแปดเปื้อนกับเรื่องอัปรีย์ขนาดหนักเช่นนี้

นายกฯประธานพิธี5ศาสนามหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษาร.10

นายกฯประธานพิธี5ศาสนามหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษาร.10

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.47 น.
 
 

“นายกฯ”ประธานพิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา ถวายเป็นพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.15 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว  เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562 โดยมี ผู้นำและผู้ประกอบพิธีทางศาสนา คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนข้าราชการทุกหมู่เหล่า และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี 

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี  ได้เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล โดยได้กล่าวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อสร้างความสุขสวัสดีให้พสกนิกรชาวไทยถ้วนหน้าและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก  ทรงทำนุบำรุงทุกศาสนาในพระราชอาณาจักรให้มีความเจริญรุ่งเรืองปวงข้าพระพุทธเจ้าจักเทิดทูนสถิตเสถียรไว้ในดวงใจสืบไป ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เริ่มพิธีทางศาสนา 5 ศาสนา ประกอบด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นผู้นำประกอบพิธีศาสนาพุทธ นายวุฒิ ฐิตะลักขณะ ผู้แทนจุฬาราชมนตรี ประกอบพิธีดุอาอ์ขอพร (ศาสนาอิสลาม)  บาทหลวงเสนอ ดำเนินสดวก สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย อธิษฐานภาวนาขอพร (ศาสนาคริสต์)  พระครูสุริยาเทเวศร์ สำนักพราหมณ์พระราชครู ในสำนักพระราชวัง สวดมนต์ถวายพระพร (ศาสนาพราหมณ์–ฮินดู) และพิธีสวดอัรดาสขอพรจากพระศาสดา โดย Mr.Satpal Singh สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา เป็นผู้นำสวดของศาสนาซิกข์ เสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรี  ได้ถวายและมอบของที่ระลึกให้กับผู้นำศาสนา 5 ศาสนา และกราบลาพระรัตนตรัย พร้อมถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นอันเสร็จพิธี

‘ทวี’แฉซ้ำ! เจ้าของรีสอร์ทดังวังน้ำเขียว ที่แท้นายทุนโต๊ะจีน‘พปชร.’

‘ทวี’แฉซ้ำ! เจ้าของรีสอร์ทดังวังน้ำเขียว ที่แท้นายทุนโต๊ะจีน‘พปชร.’

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 12.09 น.
 
 

‘ทวี’แฉซ้ำ! เจ้าของรีสอร์ทดังวังน้ำเขียว ที่แท้นายทุนโต๊ะจีน‘พปชร.’

24 กรกฎาคม 2562 พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการใช้ 88 กามองเต้ รีสอร์ท อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เป็นสถานที่จัดงานสัมมนาพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) มีเนื้อหาดังนี้

การจัดสัมมนาของรัฐมนตรีและ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลในพื้นที่ป่าวังน้ำเขียวเป็นการเย้ยหยันประชาชนและกฎหมายบ้านเมือง!!!

กรณี การจัดงานสัมมนาเมื่อวันที่ 21-22 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมาเพื่อเตรียมสมาชิกในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 25-26 ก.ค. 2562 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมในพิธีปิดงานสัมมนาด้วย เพราะสถานที่จัดงานสัมมนาที่ 88 กามองเต้ รีสอร์ท อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งถูกกรมอุทยานฯ สั่งให้รื้อถอน เนื่องจากบุกรุกที่ป่า ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครองสูงสุด

จากเว็ป ข่าวสด ออนไลน์ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา กล่าวยอมรับว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นที่ดิน ส.ป.ก. ใช้ประโยชน์ไม่ถูกต้องจริง เพราะทำประโยชน์อื่น..

“เรื่องนี้ทางหัวหน้าพรรคก็สอบถามผมว่าจะถูกโจมตีถ้ามาที่นี่ ผมก็บอกว่าพร้อมที่จะชี้แจงหากคิดว่าถ้าจะถูกโจมตีก็ไม่ได้แก้ปัญหา รู้ว่าผิดแต่ก็พาไปให้เห็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เพราะที่ดิน ส.ป.ก. จะให้ไปทำเกษตรอย่างเดียวในเวลานี้ก็ลำบาก เพราะบางพื้นที่มีศักยภาพที่จะพัฒนา ไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ประชาชน เรียกว่าเป็นวังน้ำเขียวโมเดล”

และสำนักข่าวอิศรา ได้เสนอข่าว เกี่ยวกับ 88 กามองเต้ รีสอร์ท อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ว่า “จากข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (ข้อมูล ณ วันที่ 22 ก.ค. 2562) พบว่า 88 การ์มองเต้ รีสอร์ท จดทะเบียนในชื่อบริษัท 88 การ์มองเต้ จำกัด ปรากฏชื่อ นายวราวุธ เจนธนากุล ร่วมเป็นกรรมการ และนายวรพจน์ อำนวยพล ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY-F โดยบริษัทในเครือ SKY-F เป็นผู้สนับสนุนเงินระดมทุนโต๊ะจีนพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา รวม 7 ล้านบาท”

พฤติกรรมการจัดสัมมนาไปจัดงาน ในที่ส่อรุกป่าของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและรัฐมนตรี เพราะข้อมูลราชการเป็นที่ ส.ป.ก.และที่ป่าอุทยานทับซ้อนกันอยู่ ร่วมถึงการคงอยู่ของรีสอร์ทในพื้นที่ป่า ซึ่งเกี่ยวข้องเป็นผู้บริจาคเงินสนับสนุนพรรครัฐบาลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงบริหารจัดการธรรมชาติ ของผู้ที่เป็นรัฐบาล ที่กีดกันคนจำนวนมากจากชุมชนและท้องถิ่นเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเท่าเทียมกัน

เมื่อพิจารณาจากเอกสารคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เตรียมสมาชิกในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 25-26 ก.ค. 2562 นโยบาย ในข้อ 10 การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยังยืน กรณีการลดความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดินตามหลักการของ “คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ” ขณะที่ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม วันที่ 19 ก.ค. 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล ให้ยกเลิก พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพราะไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต สิทธิชุมชน และการจัดการทรัพยากรที่ดิน โดยสรุปไม่มีนโยบายที่เป็นรูปธรรมในการปฏิรูปโครงสร้างและการกระจายอำนาจการบริหารจัดการทรัพยากรแต่อย่างใด

การกระทำของรัฐมนตรีและ ส.ส.รัฐบาล ที่จัดสัมมนาในป่าวังน้ำเขียว มีกิจกรรมบันเทิงสนุกสนานในขณะที่ประชาชนภาคอีสานทุกข์ระทมจากปัญหาภัยแรงอย่างรุนแรง ปัญหาถูกรัฐบาลจับกุมชาวบ้านและชุมชนทจากนโยบายทวงคืนผืนป่าของ คสช ปัญหาขาดที่ดินทำกิน ซึ่งการจัดสัมมนาของรัฐมนตรีและ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลในพื้นที่ป่าวังน้ำเขียวเป็นการเย้ยหยันประชาชนและกฎหมายบ้านเมือง ที่เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมฯ ซึ่งตามมาตรฐานจริยธรรมฯ ข้อ 19 กำหนดว่า

“ข้อ 19 ไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติ หรือผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่”

ป.ป.ช. เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ไต่สวนและมีความเห็นกรณี รัฐมนตรีและ ส.ส. ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 234 ซึ่ง ป.ป.ช. จะต้องไม่ปล่อยให้เรื่องการกระทำผิดผ่านไป ดังนั้น ความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. ในการทำหน้าที่ เพื่อ “ให้บุคคลทุกคนต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน” ซึ่งความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ยังเป็นนิยามของ “ความยุติธรรม” ที่เหมาะสมกับยุคปัจจุบันอีกด้วย!!

 
‘พี่ศรี’ฟิตบุกกกต.ยื่นยุบ‘พปชร.’อีกกระทง ฐานปล่อย‘บิ๊กป้อม’ครอบงำ

‘พี่ศรี’ฟิตบุกกกต.ยื่นยุบ‘พปชร.’อีกกระทง ฐานปล่อย‘บิ๊กป้อม’ครอบงำ

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 08.18 น.
 
 

‘พี่ศรี’ฟิตบุกกกต.ยื่นยุบ‘พปชร.’อีกกระทง ฐานปล่อย‘บิ๊กป้อม’ครอบงำ

24 กรกฏาคม 2562 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า เวลา 10.00 น.วันนี้ สมาคมฯจะยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพิ่มอีก 1 คำร้อง กรณีที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เชิญให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังไม่มีสถานะเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐตามกฎหมาย ให้ไปเปิดการสัมมนาเมื่อวันที่ 22 กรกฏาคม 2562 ที่ผ่านมา ที่ 88 การ์มองเต้ รีสอร์ต ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

นายศรีสุวรรณ อ้างว่า ในการกล่าวเปิดการสัมมนาดังกล่าว พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวเปิดใจกลางวงสัมมนา สส.พลังประชารัฐว่า “เราเป็นครอบครัวเดียวกัน วันนี้มาในฐานะผู้สนับสนุน แต่หลังจากแถลงนโยบายแล้ว จะพิจารณาเรื่องการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ขอให้ทุกคนสามัคคีกลมเกลียวกัน อย่าได้แตกเป็นกลุ่ม เป็นก๊วนอีก” ซึ่งคำพูดดังกล่าวเป็นหลักฐานที่สำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า พล.อ.ประวิตร ยังไม่มีสถานะเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแต่อย่างใด

“ดังนั้นการที่พรรคพลังประชารัฐให้ พล.อ.ประวิตร มาเป็นประธานและกล่าวเปิดการสัมมนาของพรรค พร้อมกับคำชี้แนะอื่นๆให้ สส.ปฏิบัติอีกมากมาย จึงมีลักษณะเป็นการควบคุม  ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมือง หรือสมาชิกขาดความอิสระโดยชัดแจ้ง อันเป็นลักษณะต้องห้ามตาม ม.28  แห่ง พรป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งมีความผิดตาม ม.92(3) ซึ่งเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคที่ชัดเจนยิ่ง” นายศรีสุวรรณ กล่าว

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นเมื่อ พล.อ.ประวิตร ซึ่งยังไม่มีสถานะเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐและนายทะเบียนพรรคการเมือง คือ กกต.ยังไม่รับรอง แต่กลับไปกระทำการอันเป็นการควบคุม  ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระด้วยนั้น ย่อมเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืน ม.29 แห่งพรป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ตามไปด้วย ซึ่งมีความผิดตาม ม.108 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 10 ปี  และปรับตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  และศาลจะสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งด้วย

“ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯจึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปยื่นร้องเรียนต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองและ กกต. เพื่อดำเนินการไต่สวนและให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ และเอาผิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ด้วยต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันพุธที่ 24 ก.ค.2562 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.” นายศรีสุวรรณ กล่าว

 
‘บิ๊กตู่’ยังไม่ตัดสินใจไปวิ่งขึ้นเขา เข้าป่า เทรล เมืองกาญจนบุรี

‘บิ๊กตู่’ยังไม่ตัดสินใจไปวิ่งขึ้นเขา เข้าป่า เทรล เมืองกาญจนบุรี

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.56 น.
 
 

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น. ที่สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) จตุจักร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มอบหมายให้กระทรวงกลาโหม จัดงาน Trail running ที่จังหวัดกาญจนบุรี ในกลางเดือนกันยายน นี้ หลังจากมีดำริให้จัดการวิ่งในพื้นราบ วิ่งขึ้นเขา วิ่งในป่า ว่า “ส่วนตัวยังไม่ไปวิ่ง”

 
‘พิชัย’ปากกล้าหยัน‘บิ๊กตู่’ยิ่งอยู่ส่งออกยิ่งทรุด ‘เป็นไปไม่ได้’แก้ศก.สำเร็จ

‘พิชัย’ปากกล้าหยัน‘บิ๊กตู่’ยิ่งอยู่ส่งออกยิ่งทรุด ‘เป็นไปไม่ได้’แก้ศก.สำเร็จ

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 09.13 น.
 
 

‘พิชัย’ปากกล้าหยัน‘บิ๊กตู่’ยิ่งอยู่ส่งออกยิ่งทรุด ‘เป็นไปไม่ได้’แก้ศก.สำเร็จ

24 กรกฎาคม 2562 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังคงตกต่ำต่อเนื่อง การส่งออกของไทยเดือนมิถุนายนยังคงติดลบต่อเนื่องที่ 2.15% ซึ่งเป็นการติดลบติดต่อกันตั้งแต่ต้นปี ทำให้ครึ่งปีแรกการส่งออกของไทยติดลบ 2.9% หากไม่รวมการส่งคืนยุทโธปกรณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ และการส่งออกทองคำเดือนมิถุนายน การส่งออกครึ่งปีแรกน่าจะติดลบถึง 5% และปีนี้โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้แค่ 3% อาจเป็นไปได้ยาก

ทั้งนี้ แม้จะอ้างว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน มีส่วนทำให้การส่งออกติดลบ แต่หลายประเทศ เช่น เวียดนามกลับได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ การส่งออกของเวียดนามไปสหรัฐขยายตัวถึง 36% ตั้งแต่ต้นปี และปีนี้จะเป็นปีแรกที่ยอดการส่งออกของเวียดนามจะแซงหน้ายอดการส่งออกของไทย จากฝีมือการบริหารของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ตลอด 5 ปีนี้

นอกจากนี้ การที่เวียดนามมีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปี ในขณะที่การลงทุนของไทยหดหายมาตลอด จะทำให้การส่งออกของเวียดนามจะแซงไทยมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆทุกปี แบบแซงแล้วแซงเลย เพราะความสามารถในการบริหารประเทศของผู้นำเวียดนาม อีกทั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศที่มีต่อเวียดนามมีมากกว่าของประเทศไทยมาก

“จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้ศึกษาว่าทำไมประเทศเวียดนามถึงได้บริหารประเทศได้ขยายตัวมากกว่าประเทศไทยมาก และอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้ฟังการวิเคราะห์ของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่บอกตรงว่าทีมเศรษฐกิจชุดเดิมของรัฐบาลประสบความล้มเหลวอย่างหนักในการบริหารเศรษฐกิจ จึงควรที่จะเปลี่ยนและไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องนำกลับมาใช้อีก” นายพิชัย กล่าว

นายพิชัย กล่าวอีกว่า นอกจากประเทศไทยจะเจอปัญหาทางเศรษฐกิจที่จะเติบโตต่ำแล้ว ปัญหาภัยแล้งในปีนี้จะยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากขึ้นไปอีก หากย้อนหลังกลับไปปีที่แล้ว องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ได้เตือนแล้วว่าปีนี้จะเกิดปรากฏการณ์เอลนิโญ ซึ่งจะทำให้อากาศแปรปรวนและจะแล้งมาก ซึ่งได้มีสื่อหลายสำนักได้เสนอข่าวนี้ อีกทั้งทราบว่ามีนักวิชาการหลายท่านได้เตือนรัฐบาลแล้ว แต่รัฐบาลกลับไม่ใส่ใจและไม่ได้มีการเตรียมการรับมือกับปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงกับประชาชน โดยประชาชนเดือดร้อนกันอย่างมากจากภัยแล้งนี้ และอาจจะเดือดร้อนเพิ่มขึ้นกันอีก หากรัฐบาลจะได้ใส่ใจและเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้า ประชาชนคงไม่ลำบากเท่านี้ ไม่อยากให้พลเอกประยุทธ์ตอบเหมือนในอดีตที่ไม่แสดงความรับผิดชอบเมื่อเกิดภัยแล้ง เพราะคราวนี้ได้มีการเตือนแล้ว

“ดังนั้นไม่ว่านโยบายจะเขียนสวยหรูอย่างไร แต่หากหลักคิดและการปฏิบัติยังเป็นเหมือน 5 ปีที่ผ่านมา ที่นอกจากจะไม่ผลงานอะไรแล้ว ประชาชนยังลำบากกันอย่างมาก และจากผลงานในอดีต ก็พอจะเห็นได้ว่าโอกาสที่รัฐบาลจะดำเนินนโยบายและแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้สำเร็จได้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย” นายพิชัย กล่าว

‘บิ๊กตู่’ห่วงเกษตรกร!ประสาน‘ลาว-เมียนมา– จีน’ปล่อยน้ำช่วยแก้ภัยแล้งไทย

‘บิ๊กตู่’ห่วงเกษตรกร!ประสาน‘ลาว-เมียนมา– จีน’ปล่อยน้ำช่วยแก้ภัยแล้งไทย

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.37 น.
 
 

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น. ที่สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) จตุจักร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในช่วงนี้ว่า ได้เจรจาขอความร่วมมือกับเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมียนม่า และจีน โดยขอให้ปล่อยน้ำในประมาณที่มากกว่าเดิม เพื่อให้น้ำไหลมาถึงตอนท้าย โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แม้หลายประเทศจะปริมาณน้ำที่ไม่มากเหมือนกัน ขณะนี้ได้ให้กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานทรัพยกรน้ำแห่งชาติ ดำเนินการต่อ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม ตั้งศูนย์บรรเทาภัยพิบัติแก้ปัญหาโดยได้ดำเนินการแล้ว ทั้งแจกจ่ายน้ำและขุดลอกคูคลอง จากนั้นจะมีการหารือใน ครม.เพราะบางโครงการต้องใช้งบประมาณ

“วันนี้ยอมรับว่าห่วงเกษตรกร เพราะได้ลงทุนกันมากแต่เกิดปัญหาน้ำแล้ง และระบบชลประทานจำเป็นต้องเก็บกักน้ำไว้ ให้อยู่ในเกณฑ์ จึงปล่อยออกไปไม่ได้ ส่วนที่ได้รับความเสียหายนั้น รัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือเยียวยา โดยได้สั่งการให้เร่งสำรวจแล้ว วันนี้รัฐบาลต้องเตรียมทุกมาตรการ รวมถึงแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำซาก เพราะเรามีพื้นที่ชลประทานไม่เกิน 40% ในการทำการเกษตร อีก 60% ต้องพึ่งน้ำฝน ฝนไม่ตกทุกอย่างก็จบ ปัญหาสำคัญของเราคือประชาชนยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง ผมเป็นห่วงเกษตรกรจริงๆ ปู่ย่าตายายผมก็เป็นเกษตรกรในภาคอีสานมาก่อน เมื่อก่อนไม่มีปัญหาเรื่องน้ำ แต่วันนี้น้ำน้อยลงทุกปี ถ้าปล่อยน้ำเกินเกณฑ์ก็จะมีปัญหาต่อน้ำประปา ส่งผลต่อผู้บริโภค ทั้งนี้ รัฐบาลใหม่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นระบบ ส่วนการทำฝนหลวงได้ดำเนินการมา 5,000 กว่าครั้ง และจะทำต่อไป คาดว่าสิ้นเดือนนี้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ก็ต้องเฝ้าระวังพายุ รัฐบาลยืนยันจะดูแลให้ดีที่สุด ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

'นิด้าโพล'เผยประชาชนส่วนใหญ่ติดตามนโยบายกัญชาไม่ถึง 50%

'นิด้าโพล'เผยประชาชนส่วนใหญ่ติดตามนโยบายกัญชาไม่ถึง 50%

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.24 น.
 
 

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ร่วมกับ คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “นโยบายกัญชา” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 – 19 กรกฎาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,257 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับนโยบายกัญชา การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” ด้วยวิธีแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified  Random Sampling) โดยแบ่งชั้นภูมิตามภูมิภาค จากนั้นในแต่ละภูมิภาค สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงการติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกัญชา/ผลิตภัณฑ์กัญชา/นโยบายกัญชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 47.73 ระบุว่า ติดตามบ้าง รองลงมา ร้อยละ 34.77 ระบุว่า ไม่ได้ติดตาม และร้อยละ 17.50 ระบุว่า ติดตาม

สำหรับความเชื่อของประชาชนต่อกัญชาว่าจะสามารถรักษาโรคร้ายแรงได้ (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าติดตาม และติดตามบ้าง) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.03 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ รองลงมา ร้อยละ 22.68 ระบุว่า เชื่อมาก ร้อยละ 16.46 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 8.54 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่แน่ใจ และร้อยละ 2.68 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ด้านกลุ่มแพทย์/หมอที่รัฐบาลควรอนุญาตให้ผลิตยากัญชาและนำไปใช้รักษาโรคได้ (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าเชื่อมาก ค่อนข้างเชื่อ ไม่ค่อยเชื่อ ไม่แน่ใจ และไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 65.73 ระบุว่า แพทย์แผนปัจจุบัน รองลงมา ร้อยละ 46.40 ระบุว่า แพทย์แผนไทย ร้อยละ 21.60 ระบุว่า หมอพื้นบ้าน ร้อยละ 4.67 ระบุว่า ไม่ควรอนุญาตกลุ่มใดเลย ร้อยละ 0.13 ระบุว่า ควรจัดตั้งหน่วยงานโดยเฉพาะ และร้อยละ 3.07 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ส่วนวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลควรกำหนดเกี่ยวกับนโยบายกัญชา (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าติดตาม และติดตามบ้าง) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.68 ระบุว่า เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการรักษาโรค รองลงมา ร้อยละ 19.02 ระบุว่า เพื่อสนับสนุนการสร้างผลิตภัณฑ์กัญชาที่ถูกกฎหมาย ร้อยละ 16.10 ระบุว่า เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้ประชาชนทั่วไป ร้อยละ 7.68 ระบุว่า รัฐไม่ควรออกนโยบายเพื่อสนับสนุนกัญชา/ผลิตภัณฑ์กัญชา ร้อยละ 3.41 ระบุว่า เพื่อสนับสนุนความบันเทิงในสังคม เช่น การเสพกัญชาได้ถูกต้องตามกฎหมาย การมีบุหรี่กัญชา เป็นต้น และร้อยละ 1.34 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ     

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายอนุญาตให้ปลูกกัญชาเสรีได้ 6 ต้นต่อบ้าน (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าติดตาม และติดตามบ้าง) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.85 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย รองลงมา ร้อยละ 24.76 ระบุว่า เห็นด้วยมาก ร้อยละ 18.17 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 15.37 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.85 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลว่าจะสามารถควบคุมการปลูก/การใช้กัญชาหรือผลิตภัณฑ์กัญชาให้เป็นไปตามกฎหมาย (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าติดตาม และติดตามบ้าง) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.10 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย รองลงมา ร้อยละ 22.44 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 15.12 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 9.39 ระบุว่า เชื่อมาก และร้อยละ 1.95 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 8.75 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 25.78 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑล และภาคกลาง ร้อยละ 18.46 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.57 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 13.44 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 49.09 เป็นเพศชาย และร้อยละ 50.91 เป็นเพศหญิง

ตัวอย่างร้อยละ 8.75 มีอายุ 18 – 25 ปี ร้อยละ 17.74 มีอายุ 26 – 35 ปี ร้อยละ 22.59 มีอายุ 36 – 45 ปี ร้อยละ 30.47 มีอายุ 46 – 59 ปี  และร้อยละ 20.45 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 94.99 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.42 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 0.64 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ และร้อยละ 0.95 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่างร้อยละ 24.26 สถานภาพโสด ร้อยละ 69.77 สมรสแล้ว ร้อยละ 4.86 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 1.11 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส

ตัวอย่างร้อยละ 32.30 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 31.11 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 8.43 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 22.20 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 4.30 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 1.66 ไม่ระบุการศึกษา 

ตัวอย่างร้อยละ 8.91 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 13.52 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 20.45 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 17.18 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 16.47 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 17.98 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 3.18 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 0.08 เป็นองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไร และร้อยละ 2.23 ไม่ระบุอาชีพ 

ตัวอย่างร้อยละ 19.57 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 26.57 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 23.71 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ 10.74 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ 4.38 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 – 40,000 บาท ร้อยละ 6.44มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 8.59 ไม่ระบุรายได้

 
 
 
 
'เขื่อนลำปาว'ยังเฝ้าระวัง! เพิ่มระบายน้ำหล่อเลี้ยงการเกษตร-วอนประหยัด

'เขื่อนลำปาว'ยังเฝ้าระวัง! เพิ่มระบายน้ำหล่อเลี้ยงการเกษตร-วอนประหยัด

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.30 น.
 
 

24 กรกฎาคม 2562 พ.อ.มานพ ไขขุนทด รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.กาฬสินธุ์ นายพงศ์ศักดิ์ ณ ศร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ลงพื้นที่เข้าติดตามสถานการณ์น้ำและการส่งน้ำให้กับประชาชนและเกษตรกร รวมทั้งการระบายน้ำลงสู่ลำน้ำปาวของเขื่อนลำปาว หลังจากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ทำให้เขื่อนลำปาวเข้าสู่ภาวะเฝ้าระวัง

พ.อ.มานพ ไขขุนทด รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.กาฬสินธุ์ (รองผอ.รมน.กาฬสินธุ์) กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า น้ำที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางต่างๆทั้ง 18 แห่ง และเขื่อนลำปาว ซึ่งเป็นอย่างเก็บน้ำขนาดใหญ่นั้น สามารถสนับสนุนส่งน้ำในการอุปโภค บริโภค ให้กับประชาชนได้มากกว่า 30 วัน ซึ่งยังไม่เข้าสู่วิกฤต โดยสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ขณะนี้อยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งภาพรวมน้ำในเขตชลประทาน อยู่ที่ระดับ 425.33 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 25 น้ำนอกเขตชลประทาน อยู่ที่ระดับ 171.48 ล้านลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 49 อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทหน่วยงานต่างๆได้มีการลงพื้นที่ชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจถึงสถานการณ์และใช้น้ำอย่างประหยัดคุ้มค่ามากที่สุด

พ.อ.มานพ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้สำหรับพื้นที่การทำนาของเกษตรกรนอกเขตชลประทานที่กำลังประสบปัญหาต้นข้าวขาดน้ำแห้งเฉา เนื่องจากฝนทิ้งช่วงนั้น ขณะนี้ทางรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทีมฝนหลวงนำเครื่องขึ้นบิน ทำฝนหลวงให้กับพี่น้องเกษตรกร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนกรณีต้นข้าวที่กำลังจะแห้ง ทำให้ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาฝนเริ่มตกในหลายพื้นที่บางแล้ว ซึ่งสร้างความชุ่มชื้น ทำให้ต้นข้าวสามารถฟื้นตัวได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามทราบจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าทีมฝนหลวงยังคงทำงานขึ้นบินทำฝนหลวงอยู่ตลอดเวลา

ด้านนายพงศ์ศักดิ์ ณ ศร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงที่ผ่านมา ทำให้ลำน้ำปาวยาวไปจนถึงแม่น้ำชี ในเขตพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ จ.มหาสารคาม และ จ.ร้อยเอ็ด จนถึง จ.ยโสธร มีสภาพปริมาณน้ำน้อยทำให้หลายพื้นที่มีผลกระทบกับระบบประปา ดังนั้นทางเขื่อนลำปาวได้เพิ่มการส่งน้ำเข้าไปยังลำน้ำปาวเพื่อรักษาระบบนิเวศและผลิตน้ำอุปโภค บริโภคจากเดิมเฉลี่ยวันละ 400,000 ลบ.ม. ต่อวันเป็น 800,000 ลบ.ม.ต่อวัน

โดยได้เริ่มส่งมาตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา และจะส่งน้ำในลักษณะดังกล่าวไปจนกว่าฝนจะตกลงมาในพื้นที่ และสถานการณ์เริ่มดีขึ้น  ทั้งนี้ในส่วนของการส่งน้ำในการอุปโภค บริโภค และการเกษตรในพื้นที่ชลประทานผ่านคลองส่งน้ำของเขื่อนลำปาวนั้นยังคงมีการส่งน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 4.5 ล้าน ลบ.ม.และจะมีมาตรการจัดระบบส่งน้ำแบบรอบเวรและแบ่งปัน เพื่อให้ทุกคนได้ใช้น้ำอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตามสำหรับสถานการณ์ของเขื่อนลำปาว ล่าสุดมีน้ำไหลเข้าอ่าง 2.88 ล้าน ลบ.ม.

ปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 482.15 ล้าน ลบ.ม.จากความจุ 1,980 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 24.35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องเฝ้าระวัง ทั้งนี้หากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงยาวนานไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ก็จะเข้าสู่ระดับการเฝ้าระวังน้ำน้อย ซึ่งประชาชนและเกษตรกรจะต้องช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่ามากที่สุด

 
 
‘อัศวิน’เตรียมแถลงวันนี้เคลียร์ทุกประเด็น ตั้ง‘พล.ต.ท.โสภณ-ศักดิ์ชัย’เสียบรองผู้ว่าฯ

‘อัศวิน’เตรียมแถลงวันนี้เคลียร์ทุกประเด็น ตั้ง‘พล.ต.ท.โสภณ-ศักดิ์ชัย’เสียบรองผู้ว่าฯ

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 11.09 น.
 
 

‘อัศวิน’เตรียมแถลงวันนี้เคลียร์ทุกประเด็น ตั้ง‘พล.ต.ท.โสภณ-ศักดิ์ชัย’เสียบรองผู้ว่าฯ

24 กรกฎาคม 2562 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยก่อนเริ่มกิจกรรม “จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2562 ที่สวนวชิรเบญจทัศ ถึงกรณีรองผู้ว่าฯกทม. ลาออก 2 คน ว่า ตนได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่แทนแล้ว คือ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. และนายศักดิ์ชัย บุญมา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา ตามที่เป็นข่าว

ทั้งนี้ นายศักดิ์ชัยจะดูงานในส่วนสำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ และสำนักสิ่งแวดล้อม แทนนายจักกพันธุ์ ส่วน พล.ต.ท.โสภณ จะดูงานด้านการแพทย์และการสาธารณสุข และโยกงานด้านงบประมาณมาให้ดูแลด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ว่าฯเสียใจหรือไม่ที่รองผู้ว่าฯ ลาออกถึง 2 คน พล.ต.อ.อัศวิน มีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้ตอบอะไร แต่กล่าวถึงนายจักกพันธุ์ ว่าเต็มใจลาออก ที่ผ่านมาทำงานหนักเหนื่อยมาก คงอยากพัก ส่วนนายทวีศักดิ์ อาจปรับเปลี่ยนมาเป็นที่ปรึกษาต้องดูอีกที

ขณะที่โฆษกกรุงเทพมหานครแจ้งว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมวันนี้ โดยจะพูดถึงทุกประเด็นตามที่เป็นข่าว รวมถึงโครงการเตาเผาขยะ ขนาด 1,000 ตัน/วัน 2 โรง มูลค่ากว่า 13,000 ล้านบาทด้วย

 

‘วราวุธ’หาช่องชงอัยการฟื้นคดีรีสอร์ตฉาว เหน็บนิ่มๆ‘เป็นผม คงไม่ไปใช้บริการ’

‘วราวุธ’หาช่องชงอัยการฟื้นคดีรีสอร์ตฉาว เหน็บนิ่มๆ‘เป็นผม คงไม่ไปใช้บริการ

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 12.38 น.
 
 

“วราวุธ”สั่งกรมอุทยานฯ-ฝ่ายกฎหมายคัดความเห็นอัยการสั่งฟ้องรีสอร์ตฉาว หวังหาช่องชงอัยการฟื้นคดี เหน็บนิ่มๆถ้าเป็นตนเอง รู้ทั้งรู้ว่าสถานที่ไม่ถูกต้อง คงไม่ไปใช้บริการ

24 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีที่พรรคพลังประชารัฐจัดงานสัมมนาพรรค เมื่อวันที่ 21-22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่รีสอร์ต 88 การ์มองเต้ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในรีสอร์ตที่ถูกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยจับกุมมาแล้ว 2 ครั้ง ว่า ขณะนี้คดีดังกล่าวอยู่ในชั้นอัยการ และกรมอุทยานฯ ออกคำสั่งประกาศให้รื้อถอนตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติแล้ว แต่ผู้ประกอบการยื่นขอคุ้มครองชั่วคราว เท่าที่ตนได้รับทราบรายงานจากกรมอุทยานฯ ทราบว่าอัยการมีมติสั่งไม่ฟ้องแล้ว ซึ่งในมุมมองของกฎหมาย ถือว่าคดีนี้จบสิ้นแล้ว แต่ถ้ามีพยานหลักฐานใดเพิ่มมาใหม่ ก็สามารถขอร้องให้อัยการนำคดีมาพิจารณาใหม่ได้

“ผมจะสั่งการให้กรมอุทยานฯและฝ่ายกฎหมายขอคัดสำเนาความเห็นของอัยการที่สั่งไม่ฟ้อง จากนั้นจะให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาตามข้อกฎหมายว่ารีสอร์ตดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ของฝ่ายใด และฝ่ายใดเป็นผู้อนุญาต แล้วนำเรื่องเสนอตนต่อไป” นายวราวุธ กล่าว

เมื่อถามว่ามีบางฝ่ายระบุการที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง เป็นเรื่องทางอาญา แต่ยังต้องดำเนินคดีทางแพ่ง รมว.ทรัพยากรฯ กล่าวว่า  คดีที่มีการฟ้องร้องกันมีคดีเดียว ซึ่งอัยการสั่งไม่ฟ้อง ทำให้เราไม่สามารถดำเนินคดีต่อได้ นอกจากมีหลักฐานใหม่ แต่หลังจากคัดสำเนาความเห็นของอัยการมาแล้ว และให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณา ก็คงจะได้รู้ว่ามีประเด็นใดบ้างที่เราจะมีหลักฐานใหม่ในการขอให้อัยการพิจารณาคดีนี้อีกครั้ง

ต่อข้อถามว่ากรณีนี้อาจถูกมองว่าเป็นความจงใจที่จะผลักดันนโยบายโฉนดทองคำของพรรคแกนนำรัฐบาล นายวราวุธ กล่าวว่า กรณีลักษณะดังกล่าวไม่ได้เกิดที่นี่ที่เดียว ยังมีความขัดแย้งเกิดขึ้นหลายที่ โดยกรณีดังกล่าวคงนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการทับซ้อนหลายๆอย่างในประเทศ

เมื่อถามว่าจะต้องมีการไปสำรวจรีสอร์ตหรือพื้นที่อื่นๆซึ่งยังมีปัญหาการฟ้องร้องค้างเช่นนี้ นายวราวุธ กล่าวว่า  ให้กรมอุทยานฯและฝ่ายกฎหมายที่เป็นผู้มีรายละเอียดไปพิจารณาว่ามีอะไรที่เราสามารถดำเนินการได้เพิ่มเติมหรือไม่

เมื่อถามว่ามองอย่างไรว่าการที่นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม สส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ยอมรับว่าพื้นที่รีสอร์ตนี้เป็นพื้นที่ที่ไม่ถูกต้อง แต่พรรคนี้ยังไปจัดงานที่นั่น นายวราวุธ กล่าวว่า “ผมคงตอบแทนไม่ได้ ต้องสอบถามเจ้าตัว แต่ถ้าเป็นผม ผมก็คงไม่ไป”

 

ตลาดสีเขียวเศรษฐกิจชุมชน ทางรอดของเกษตรกร

ตลาดสีเขียวเศรษฐกิจชุมชน ทางรอดของเกษตรกร

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 10.59 น.
 
 
 

วันนี้ 24 กรกฎาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่บริเวณถนนจรัสศรี ด้านข้างศาลากลางจังหวัดเลย คึกคักเต็มไปด้วยแม่ค้าและประชาชนออกมาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าเกษตร “ตลาดสีเขียว” เป็นตลาดเพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดการใช้จ่ายในชุมชน และเพื่อให้เศรษฐกิจในชุมชนมีความเข้มแข็งมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงและกระจายผลผลิต เป็นช่องทางในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้และสร้างงานให้แก่คนในชุมชน ซึ่งเป็นจุดเด่นที่จะดึงดูดคนในท้องถิ่น มาจับจ่าย ใช้สอยสินค้าภายในตลาดด้วยความสบายใจ และมั่นใจ

“ตลาดต้องชม” ตลาดสีเขียวเมืองเลยนับเป็นตลาดต้องชมที่สามารถสร้างรายได้ให้คนท้องถิ่น ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเลย ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเลย ได้บูรณาการทำงานร่วมกับทั้งภาครัฐและเอกชนในรูปแบบประชารัฐ ที่ช่วยให้ชาวบ้านฐานรากมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะตลาดสีเขียวจังหวัดเลยแห่งนี้ แม่ค้า พ่อค้าจะนำสินค้าและผลผลิตทางการเกษตรที่ผลิตได้ เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว และอาหารแปรรูป อาหารปรุงสุกมาจำหน่ายในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรได้มีแหล่งขายตรงสู่ผู้บริโภค เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ เกิดการสร้างเครือข่ายทางด้านการผลิต การแปรรูปและการตลาดแก่เกษตรกร ให้เกิดความเข้มแข็งยั่งยืน และเพื่อเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยแก่ผู้บริโภค

ซึ่งตลาดสีเขียวจะเปิดตลาด ทุกวันจันทร์และวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ให้สอดรับกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะดำเนินการจัดหาตลาดเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ภายใต้มาตรฐานและปลอดภัยให้แก่เกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง โดยให้เกษตรกรสมาชิกกลุ่มเกษตรกร สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สมาชิกกลุ่ม young smart farmer หรือผู้ผลิตและจำหน่าย เป็นประจำแบบถาวรและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นให้นำผลผลิตการเกษตรที่ปลอดภัยมาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค เป็นแหล่งซื้อขายสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานและปลอดภัย.

จากการดำเนินกิจกรรมตลาดสีเขียวเมืองเลยที่ผ่านมา ก่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพของสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น จนนำมาสู่รายได้ อีกทั้งเพิ่มช่องทางทางการตลาดอีกด้วย แม้ว่าตลาดนัดสีเขียวจะไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในสังคมไทยแต่ตลาดนัดสีเขียวคืออีกหนึ่งทางรอดของเกษตรกร และอีกทางเลือกของผู้บริโภค ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วจาก “ตลาดนัดสีเขียวเมืองเลย”

 

 

'หลี่ เผิง'นักฆ่าแห่งกรุงปักกิ่ง ลาโลกด้วยวัย90ปี

'หลี่ เผิง'นักฆ่าแห่งกรุงปักกิ่ง ลาโลกด้วยวัย90ปี

วันพุธ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 09.49 น.
 
 

24 ก.ค.62 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายหลี่ เผิง อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562 ด้วยวัย 90 ปี โดยสาเหตุของการเสียชีวิตทางด้านสื่อจีนยังไม่มีการเปิดเผยที่แน่ชัด ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่าหลี่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

สำหรับ นายหลี่ เผิง เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2472 อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน คนที่ 4 ระหว่าง พ.ศ. 2530 – 2541 และประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีนระหว่าง พ.ศ. 2541 – 2546 ในช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งถือว่าเป็นบุคคลผู้มีอำนาจเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน หลี่

เป็นที่รู้จักมากที่สุดในชื่อของ "นักฆ่าแห่งกรุงปักกิ่ง" ในเหตุการณ์เทียนอันเหมินเมื่อปี 2532 เมื่อใช้อำนาจในฐานะนายกรัฐมนตรีประกาศกฎอัยการศึก เพื่อใช้กำลังทหารปราบปรามผู้ชุมนุมไร้อาวุธเสียชีวิตจำนวนมาก อาจถึงพันราย

การประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2532
การประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2532
 
...........................................................
 
24 กรกฎาคม 2562 

 

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน