*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3570124
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 1 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 335 , 14:52:48 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         เนื่องจากคำสั่งคสช.แต่งตั้งผู้ว่าการกทม.ตั้งแต่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559 โดยกำหนดให้ดำรงตำแหน่งจนกว่าจะมีการเลือกตั้งผู้

ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นประการอื่น ดังนั้น ปัจจุบันจึงมีเสียงเรียกร้องให้

มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯใหม่ในปี 2562 และมีการทำโพลหยั่งเสียงคะแนนนิยมดังท้ายนี้

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คิดว่าบุคคลที่เหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมากที่สุด อันดับที่หนึ่ง คือ คุณหญิง

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 21.3 อันดับที่สองคือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 20.8 อันดับที่สามคือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง

ร้อยละ 16.3 อันดับที่สี่คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 14.8 และอันดับที่ห้าคือ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ร้อยละ 8.7 โดยปัจจัย

ที่ทำให้ตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด คือ ตัวผู้สมัคร ร้อยละ 62.5 รองลงมาคือ

พรรคการเมืองที่สังกัด ร้อยละ 37.5        

 

กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพฤหัสบดี ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 02.00 น.

เสน่ห์รัฐสภาใหม่

 
 

 นับถอยหลังที่จะเริ่มใช้ห้องประชุมใหญ่ ในอาคารรัฐสภาใหม่(เกียกกาย)

เมื่อวานนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร นำคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ไปตรวจระบบความพร้อมสำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมวุฒิสภา

ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ภาพรวมของห้องประชุมจันทรา นับว่ามีความพร้อมสำหรับการประชุม โดยได้เสริมเก้าอี้สำหรับ สส. จากเดิม 350 ที่นั่ง เป็น 500 ที่นั่ง เรียบร้อยแล้ว

สังเกตว่า เมื่อวานนี้ พลาสติกบนพนักพิงเก้าอี้ ยังไม่แกะออกเลย ใหม่สดจริงๆ

ในวันที่ 1 ส.ค. เจ้าหน้าที่จะทำการทดสอบระบบห้องประชุมอาทิ เครื่องบันทึกการลงคะแนน ไมโครโฟน

1. ได้เคยเล่าเรื่องประเด็นปัญหา ข้อครหา ประเด็นที่ถูกตรวจสอบในการดำเนินโครงการก่อสร้างรัฐสภาใหม่ไปแล้ว วันนี้ ขอนำเสนอข้อมูลด้านที่เป็นความงดงาม และเสน่ห์ของรัฐสภาใหม่

เฉพาะห้องประชุมจันทรา นั้น คุณ Boonchai Tienwang ได้ให้ข้อมูลประกอบภาพถ่ายในเฟซบุ๊คอย่างคมคาย ลึกซึ้ง น่าสนใจมาก ระบุว่า

“ห้องประชุมจันทรา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 36 เมตรสูงประมาณ 30 เมตร

เปลือกภายในของห้องประชุมถูกปิดผิวด้วยแผ่นอะคูสติกไม้สักทำสีฟ้าซีด พร้อมซ่อนไฟด้านหลัง ทำให้ฝ้าเรืองแสงสุกสลัวออกมาราวกับพระจันทร์ในคืนเพ็ญ โดยส่วนตัว เห็นแล้วนึกถึงการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร และจรรโลงใจให้นึกถึงสัจธรรมของชีวิต

แผ่น acoustic ไม้สักแต่ละแผ่น จะถูกจัดเรียงเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นมีขนาดไม่เท่ากัน โดยจะค่อยๆ ลดหลั่นลงมาจากยอดโดม เพื่อให้สอดคล้องกับสัณฐานทรงกลม 3 มิติ ดูแล้วให้อารมณ์งาน HANDMADE CRAFT

เส้นกลมเวียนขวาตามเข็มนาฬิกาในแต่ละแผ่นนั้น ได้แรงบันดาลใจมากจากขดก้นหอยบนเศียรพระพุทธรูป”

2. คุณ Boonchai Tienwang ยังได้เช่าถึงความน่าสนใจในด้านสถาปัตยกรรมของรัฐสภาได้ให้ข้อมูล

ฉายให้เห็นแนวคิดเบื้องหลัง และเสน่ห์ในงานออกแบบและก่อสร้างรัฐสภาใหม่แห่งนี้ ว่าด้วยเรื่อง “สัปปายะสภาสถาน-บังอบาย-เบิกฟ้า-ฝึกฟื้น-ใจเมือง” ความบางตอนว่า

“...วันเสาร์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมอาคารรัฐสภาแห่งใหม่-สัปปายะสภาสถาน- ที่กำลังก่อสร้างกันอยู่อย่างขะมักเขม้น สถาปัตยกรรมแห่งนี้เป็นผลงานของกลุ่มบริษัทที่นำโดยสถาบันอาศรมศิลป์และสถาปนิกต้นศิลป์ และบริษัทอื่นๆ อีกกว่า 20 แห่ง ซึ่งชนะเลิศการประกวดแบบระดับประเทศในปี 2553 จากผู้เข้าร่วมทั้งหมด 133 ชิ้น ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ไม่บ่อยครั้งนัก ในวงการออกแบบก่อสร้างอาคารของรัฐไทยที่คัดเลือกผลงานมาด้วยวิธีนี้

แบบที่ชนะเลิศที่กำลังก่อสร้างนี้ ได้นำเสนอสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นมาเพื่อประกอบกรรมดี โดยใช้คติความเชื่อด้านศาสนา เรื่องไตรภูมิ อันเป็นความเชื่อเรื่องสัณฐานของโลก ที่เข้ามากำกับ ความสัมพันธ์ระหว่างโลกมนุษย์ + สวรรค์ + นรก อันมีเขาพระสุเมรุ อยู่ตรงกลาง มาใช้จัดวางผังอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นอาคารที่มีรูปแบบการใช้งานที่สลับซับซ้อนอย่างยิ่ง ทั้งห้องประชุมสส. และ
สว., สำนักงาน, ศูนย์ประชุม, พิพิธภัณฑ์, ศูนย์กีฬา, โรงอาหาร หรือแม้กระทั่งโรงพิมพ์ ฯลฯ เข้าด้วยกัน โดยต้องจัดลำดับชั้นด้านระบบรักษาความปลอดภัยภายในอาคารขั้นสูงสุด

….ชั้นบนสุดของอาคาร อันเป็นที่ตั้งของเครื่องยอดสถาปัตยกรรมแบบไทยประเพณี สูง 81 เมตร ที่เสียดแทงขึ้นไปกินอากาศได้อย่างสง่างาม สมกับอุดมคติของโครงการ ที่กล่าวไว้ว่า “บังอบาย-เบิกฟ้า-ฝึกฟื้น-ใจเมือง”

Hilight อย่างแท้จริงของการเยี่ยมชมครั้งนี้ คงไม่พ้นห้องประชุมจันทรา ที่รองรับการประชุมของเหล่าสว. ที่ใกล้จะก่อสร้างเสร็จแล้วนั้น ถูกออกแบบมาในทรงโดมขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 36 เมตร ปิดผิวภายในโดยรอบด้วยไม้สักทำสีฝ้าซีด พร้อมซ่อนไฟด้านหลัง ที่เรืองแสงออกมาราวพระจันทร์ในคืนเดือนเพ็ญ เห็นแล้ว รู้สึกเหมือนสถาปัตยกรรมกำลังสื่อสารเรื่องวัฏสงสาร การเวียนว่ายตายเกิด ผลลัพธ์ที่ได้น่าอัศจรรย์มาก เห็นแล้วแทบลืมหายใจ ต้องย่นระย่อให้กับความอลังการและพลังแห่งสถาปัตยกรรมเลยทีเดียว…

FINAL THOUGHT - ผมเคยมีวาสนา ได้เข้าเยี่ยมชมอาคารรัฐสภา มาแล้ว 3 ประเทศ ที่เยอรมนี (Foster&Associates) สกอตแลนด์ (EMBT) และศรีลังกา (Geoffrey Bawa) ผมเชื่อว่าหากรัฐสภาแห่งนี้สำเร็จเสร็จลงได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้น จะสามารถนำเสนอคุณค่าสูงสุดด้านศิลปวัฒนธรรมและโลกทัศน์ของไทย ที่ไม่น้อยหน้าสถาปัตยกรรมระดับโลกทั้ง 3 แห่งแต่อย่างใดเลย

ด้วยขนาดของโครงการ 424,000 ตร.ม. สูง 11 ชั้น ทอดตัวยาวกว่า 500 เมตร บนที่ดินประมาณ 120 ไร่ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้การมาเยี่ยมชมงานของผมครั้งนี้ กินเวลาตั้งแต่เช้า จนเสร็จเอาช่วงเย็นย่ำค่ำ พอขับรถกลับถึงบ้านเล่นเอาสลบไสลไม่ได้สติยันสว่าง เหนื่อยข้ามวันข้ามคืน ซึ่งเทียบกันไม่ได้เลยกับทุกฝ่ายที่ต้องลงมือลงแรงในโครงการนี้

สุดท้ายนี้ ก็ขอให้กำลังใจกับทีมงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ทั้งทีมงานสถาปนิก, มัณฑนากร, วิศวกร กว่า 200 ชีวิต รวมถึงผู้รับเหมาทั้งหลาย ที่เปรียบเสมือนตัวแทนทั้งสายวิชาชีพ และประชาชนคนไทยจำนวนมาก ในการทำโครงการนี้ให้สำเร็จ โดยส่วนตัวเชื่อว่า รัฐสภาแห่งใหม่จะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญด้านสถาปัตยกรรมและงานก่อสร้างระดับประเทศของไทย และเป็นที่กล่าวขานไปอีกหลายชั่วอายุคน”

รัฐสภาใหม่ เป็นมรดกของประเทศชาติ ควรทำให้เป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของคนในชาติ 

สารส้ม

เปลี่ยนวิธีคิด! 'เชาว์'ชงนโยบาย'4จัด'ปฏิรูปทางเท้า คืนอาชีพพ่อค้าแม่ขายหาบเร่แผงลอย

เปลี่ยนวิธีคิด! 'เชาว์'ชงนโยบาย'4จัด'ปฏิรูปทางเท้า คืนอาชีพพ่อค้าแม่ขายหาบเร่แผงลอย

วันพฤหัสบดี ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 13.40 น.
 
 

"เชาว์"เสนอรัฐเปลี่ยนวิธีคิด ปฏิรูปทางเดินเท้าด้วยนโยบาย4จัด "จัดผัง-จัดแผน-จัดงบ-จัดให้ปชช.มีส่วนร่วม" คืนอาชีพพ่อค้าแม่ขายหาบเร่แผงลอย-ปชช.ใช้ทางเท้าสะดวก ฟื้นเศรษฐกิจชุมชน หวั่นปล่อยยืดเยื้อทำชาวบ้านเข้าใจผิด ไล่รื้อหาบเร่เพิ่มรายได้ร้านสะดวก

ซื้อ

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 นายเชาว์ มีขวด ทนายอาสา อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟสบุ๊กส่วนตัว สะท้อนปัญหาหาบเร่แผงลอยใน กทม.ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายจัดระเบียบทางเท้าตั้งแต่ยุค คสช.มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนเพื่อคืนอาชีพให้พ่อค้าแม่ค้า ช่วยลดค่าครองชีพให้คน กทม.บนพื้นฐานเคารพสิทธิคนเดินเท้า โดยใช้ชื่อบทความว่า "คืนหาบเร่แผงลอยให้คนจน ปฏิรูปทางเท้า ด้วยนโยบาย 4 จัด...แก้ปัญหาหาบเร่แผงลอย ได้ประโยชน์ทั้งพ่อค้าแม่ขายและคนใช้ทางเท้า" มีเนื้อหาดังนี้

แม้ผมจะไม่สนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาลกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เมื่อทุกอย่างผ่านไปแล้ว รัฐบาลกำลังเดินหน้าทำงานก็เอาใจช่วยให้ทำงานเพื่อชาติอย่างแท้จริง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีแถลงหลังประชุมครม.ว่า จะมีการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ สิ่งที่ผมอยากฝากถึงรัฐบาล คือไม่ควรคิดแค่อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ เพราะทำมากว่าห้าปีแล้วก็ยังไม่ได้ผล ต้องกระตุ้นกันตลอดเวลา สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์กลับกลายเป็นกลุ่มทุนใหญ่ไม่ใช่เศรษฐกิจฐานราก จึงควรทบทวนนโยบายที่ทำแล้วส่งผลกระทบต่อรายได้และอาชีพของประชาชน โดยเฉพาะหาบเร่แผงลอยในกทม.ที่เดิมมีมากถึง 1.2 แสนราย ปัจจุบันล้มหายตายจากไปกับนโยบายจัดระเบียบทางเท้าเกือบหมดแล้ว มีเหลือจุดผ่อนผันอยู่ไม่กี่แห่ง แต่ล่าสุดกองบัญชาการตำรวจนครบาลก็ทำหนังสือถึง กทม.ให้ยกเลิกจุดผ่อนผันทั้งหมด อ้างถึงเรื่องการกีดขวางจราจรทั้งทางเดินรถและทางเท้า ขณะที่ความรู้สึกของพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยที่มีต่อรัฐบาลก็เป็นไปในทางลบ มีพ่อค้าขายบะหมี่คนหนึ่งบอกกับผมว่าเขาเคยขายบะหมี่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง แต่เมื่อถูกห้ามขาย ลูกค้าก็เข้าไปซื้อบะหมี่ปรุงสำเร็จในร้านสะดวกซื้อดังกล่าวแทน พร้อมกับบ่นว่านี่เป็นการเอาเงินจากคนจนไปเข้ากระเป๋าคนรวย ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลคงไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้เกิดความเข้าใจไปเช่นนั้น จึงเห็นได้ว่าวิธีคิดเรื่องการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยผิดมาตลอดซึ่งต้องเร่งแก้ไขและเยียวยาให้พ่อค้าแม่ขายราบแร่แผงลอยหาเช้ากินค่ำอยู่ได้ และยังเป็นทางเลือกในการเลือกซื้อของกลุ่มคนรากหญ้ารายได้น้อย ขณะเดียวกันประชาชนก็ได้รับความสะดวกในการสัญจรทางเท้าด้วย

ผมขอเสนอแนวทางแก้ปัญหาบนหลัก 4 จัดคือ จัดผังแผงลอย จัดแผนการใช้พื้นที่สาธารณะ จัดงบประมาณสำหรับพัฒนาพื้นที่ และจัดให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่ เริ่มจาก 1. จัดผังแผงลอย โดยใช้โอกาสที่รัฐบาลจัดระเบียบทางเท้าไปแล้วทั่วกรุงเทพ สำรวจพื้นที่ให้ชัดเจนว่ามีทางเท้าบริเวณใดกว้างมากพอที่จะจัดระเบียบพร้อมกับตีกรอบกำหนดพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้าขายของได้ โดยไม่รบกวนทางเดินเท้าของประชาชน 2. จัดแผนการใช้พื้นที่สาธารณะ โดยสำรวจว่าทางเท้าบริเวณใดที่พื้นที่น้อยเกินไปแต่อยู่ในจุดที่ควรผ่อนผันเพื่อรองรับต่อความต้องการของประชาชนที่มีรายได้น้อย โดยไม่รบกวนพื้นผิวจราจรมากจนเกินไป เช่น ขยายออกมาสักครึ่งเมตร เพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเท้าให้ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและผู้สัญจรใช้ร่วมกันได้ 3. จัดงบประมาณสำหรับการพัฒนาพื้นที่ โดยหลังจากพบว่ามีจุดใดอยู่ในข่ายที่ต้องพัฒนาแล้วจัดระเบียบปรับปรุงสถานที่ให้สะอาดสวยงาม และ 4. จัดให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่ โดยกระจายการมีส่วนร่วมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจเชิงนโยบายกับรัฐ ซึ่งนอกจากจะเป็นไปตามนโยบาย ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชนแล้วยังช่วยลดความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับภาครัฐลงด้วย

เชื่อว่าหากดำเนินการได้ตามแนวทางที่เสนอไป นอกจากเงินในชุมชนจะหมุนเวียนแล้วยังเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมและลดคนจนที่รัฐบาลต้องใช้เงินไปช่วยเหลือลงด้วย อีกทั้งยังเป็นการเปิดช่องทางให้คนที่ไม่สามารถเข้าถึงที่ทำกินมีโอกาสมากขึ้น ถือเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมทางอ้อม

ที่ผ่านมารัฐบาลคำนึงถึงแต่ตัวเลขการเติบโตของจีดีพี จนละเลยเรื่องเศรษฐกิจฐานราก ตอนนี้มีนโยบายประกันรายได้ที่จะช่วยยกระดับราคาสินคาเกษตรแล้ว ก็อยากให้กลับมา ทบทวนนโยบายที่ทำให้รายได้ประชาชนหายไป คืนอาชีพให้หาบเร่แผงลอยให้กับผู้มีรายได้น้อย ด้วยนโยบาย 4 จัด แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ พ่อค้าแม่ขายได้อาชีพกลับคืนประชาชนได้ทางเดินเท้า แถมลดค่าครองชีพให้กับคนกรุงที่มีรายได้น้อย ได้ประโยชน์ทุกด้านเพียงแค่รัฐบาลเปลี่ยนวิธีคิด

 
คนกรุงหนุน'หญิงหน่อย'นั่งผู้ว่าฯกทม. ลุยสางปัญหาการคอรัปชั่น

คนกรุงหนุน'หญิงหน่อย'นั่งผู้ว่าฯกทม. ลุยสางปัญหาการคอรัปชั่น

วันพฤหัสบดี ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.54 น.
 
 

64.5%อยากให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในปี2562 อยากได้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,218 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 23 - 24 กรกฎาคม 2562 ซึ่งกลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่าประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เนื่องจากการเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เสียงสะท้อนของคนกรุงเทพมหานครในด้านปัญหาต่างๆ ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ 1. กำหนดนโยบายและบริหารราชการของกรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามกฎหมาย 2. สั่ง อนุญาต อนุมัติเกี่ยวกับราชการของกรุงเทพมหานคร 3. แต่งตั้งและถอดถอน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งและถอดถอนผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานที่ปรึกษา หรือคณะที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือเป็นคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติราชการใดๆ 4. บริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย 5. วางระเบียบเพื่อให้งานของกรุงเทพมหานครเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร 6. อำนาจหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ใน พรบ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และกฎหมายอื่นๆ ซึ่งผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ อยากให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในปี 2562 ร้อยละ 64.5 และอยากได้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มีคุณสมบัติมีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ร้อยละ 22.8 มากที่สุด อันดับที่สองคือ มีความซื่อสัตย์โปร่งใส ร้อยละ 18.9 อันดับที่สามคือ มีการปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม ร้อยละ 15.5 อันดับที่สี่คือ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ร้อยละ 15.4 และอันดับที่ห้าคือ มีความขยันทุ่มเทในการทำงาน ร้อยละ 15.3

ในส่วนของนโยบายที่อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญ อันดับที่หนึ่ง คือ ด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมอาชีพ ร้อยละ 30.9 อันดับที่สองคือ ด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิต ร้อยละ 19.4 อันดับที่สามคือ ด้านความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 17.4 อันดับที่สี่คือ ด้านการจราจรและขนส่งมวลชน ร้อยละ 16.0 และอันดับที่ห้าคือ ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 8.2

ในส่วนของนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่อยากให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนมากที่สุด อันดับที่หนึ่ง คือ ปัญหาการคอรัปชั่น ร้อยละ 28.8 อันดับที่สองคือ ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 23.4 อันดับที่สามคือ ปัญหาการจัดการน้ำเสีย ร้อยละ 9.0 อันดับที่สี่คือ ปัญหาสถานบริการฝ่าฝืนกฎหมาย ร้อยละ 8.6 และอันดับที่ห้าคือ ปัญหาการกีดขวางทางเท้า (ฟุตบาท) ร้อยละ 8.0

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คิดว่าบุคคลที่เหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมากที่สุด อันดับที่หนึ่ง คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 21.3 อันดับที่สองคือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 20.8 อันดับที่สามคือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ร้อยละ 16.3 อันดับที่สี่คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 14.8 และอันดับที่ห้าคือ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ร้อยละ 8.7 โดยปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด คือ ตัวผู้สมัคร ร้อยละ 62.5 รองลงมาคือพรรคการเมืองที่สังกัด ร้อยละ 37.5

รายละเอียดของการสำรวจความคิดเห็นกับเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ในปี 2562 ท่านอยากให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือไม่ 

อยาก                                                    ร้อยละ  64.5

ไม่อยาก                                                ร้อยละ  13.0

ไม่แน่ใจ                                                 ร้อยละ  22.5

ท่านอยากได้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มีคุณสมบัติแบบใดมากที่สุด

มีความซื่อสัตย์โปร่งใส                                  ร้อยละ  18.9             

มีความขยันทุ่มเทในการทำงาน                         ร้อยละ  15.3

มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์                              ร้อยละ  15.4

มีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้               ร้อยละ  22.8

มีการปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม                    ร้อยละ  15.5

มีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว                           ร้อยละ  12.1

ท่านคิดว่านโยบายใดที่เป็นนโยบายที่อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญ

ด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิต                        ร้อยละ  19.4   

ด้านศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาเมือง               ร้อยละ  8.1
ด้านความสะอาดและสิ่งแวดล้อม                      ร้อยละ  17.4

ด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมอาชีพ                   ร้อยละ  30.9
ด้านการจราจรและขนส่งมวลชน                      ร้อยละ  16.0

ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน               ร้อยละ  8.2

ปัญหาใดที่อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนมากที่สุด

ปัญหาการคอรัปชั่น                                    ร้อยละ  28.8

ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย                         ร้อยละ  7.6

ปัญหาสถานบริการฝ่าฝืนกฎหมาย                     ร้อยละ  8.6

ปัญหาการจัดการน้ำเสีย                               ร้อยละ  9.0

ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน             ร้อยละ  23.4   

ปัญหาการจัดการน้ำท่วม                              ร้อยละ  6.7

ปัญหาการกีดขวางทางเท้า (ฟุตบาท)                  ร้อยละ  8.0     

ปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะ                       ร้อยละ  3.4

ปัญหาการตัดต้นไม้ริมทาง/การเพิ่มพื้นที่สีเขียว       ร้อยละ  4.0     

อื่นๆ                                                     ร้อยละ  0.5

ท่านคิดว่าปัจจัยที่ทำให้ท่านตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด

ตัวผู้สมัคร                                              ร้อยละ  62.5             

พรรคการเมืองที่สังกัด                                  ร้อยละ  37.5

ท่านคิดว่าบุคคลใดเหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมากที่สุด

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง                               ร้อยละ  16.3

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์                                  ร้อยละ  20.8   

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ                                ร้อยละ  14.8

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์                          ร้อยละ  21.3

นายกรณ์ จาติกวณิช                                   ร้อยละ  6.2

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร                           ร้อยละ  8.3

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน                                ร้อยละ  8.7

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล                                 ร้อยละ  3.0

อื่นๆ                                                     ร้อยละ  0.6

 
 
 
เลขาฯชทพ.ยินดี'จองชัย'คัมแบ็ค บอกพร้อมทำงานร่วมกัน-เน้นแก้ปัญหาปชช.

เลขาฯชทพ.ยินดี'จองชัย'คัมแบ็ค บอกพร้อมทำงานร่วมกัน-เน้นแก้ปัญหาปชช.

วันพฤหัสบดี ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 14.42 น.
 
 

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 1 สิงหาคม 2562 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่ นายจองชัย เที่ยงธรรม อดีตสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เตรียมย้ายกลับเข้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน แต่ยินดีต้อนรับ คนสุพรรณบุรี เลือดสุพรรณบุรี มีอะไรคุยกันได้ ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านั้นเป็นคู่ชิงเลือกตั้งในพื้นที่เดียวกันนั้น เป็นธรรมดาของการเมือง การแข่งขันเลือกตั้งต้องมีเรื่องขัดใจกันบ้าง แต่เราโตและเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว อะไรที่อภัยกันได้ ก็อภัยไป หมั่นทำความดีและเป็นตัวอย่างให้กับคนรุ่นหลังดูดีกว่า ขณะนี้บ้านเมืองต้องการความปรองดองและต้องการเดินไปข้างหน้า

 

"ที่ถามว่าให้อภัยกันได้หรือไม่นั้น ผมยังไม่รู้ว่าผมผิดอะไร และเขาผิดอะไร จึงไม่รู้ว่าจะให้อภัยกันอย่างไร เพราะที่ผ่านมาต่างคนต่างหาเสียง การกระทบกระทั่งเป็นเรื่องธรรมดา การแข่งขันเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาหรอก หากหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก ซึ่งหมายถึงทีมงาน หากไม่ยุ หรือแหย่ฝ่ายใด ก็จะไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น สิ่งสำคัญผมมองว่าถ้าเราสองคนไม่กระดิก ผมคิดว่าทีมงานไม่มีปัญหาแน่นอน" นายประภัตร กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีที่นายจองชัย กลับพรรคจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายประภัตร กล่าวว่า ต้องถาม น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เพราะการสมัครเป็นสมาชิกพรรคได้หรือไม่นั้น ต้องให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจ และเข้ามาแล้วจะช่วยพัฒนาพรรคแบบใด เพราะเอาเข้าจริงวันนี้อายุเยอะกันทุกคนแล้ว แต่เรื่องงานในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ตนมั่นใจว่าสามารถร่วมมือกันทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ โดยเฉพาะชาวนาที่ต้องช่วยกันให้อยู่รอด จากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น

ส่วนงานวันคล้ายวันเกิดปีที่ 70 นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ฐานะบุตรชายนายจองชัย เข้ามาร่วมงานอวยพร แต่ไม่ได้พูดคุยกันเนื่องจากมีคนมาร่วมงานจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่าเหตุที่นายจองชัยกลับเข้าพรรคจะไม่มีอะไร เพราะไม่มีปัญหาภายในพรรค ส่วนการทำงานก็สามารถทำงานในส่วนรับผิดชอบได้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาให้กับประชาชน

 
 
‘อนุทิน’ฟิต!ลุยตรวจรพ.ตรัง ประกาศเพิ่ม‘หมอ-พยาบาล’เพิ่มประสิทธิภาพบริการ

‘อนุทิน’ฟิต!ลุยตรวจรพ.ตรัง ประกาศเพิ่ม‘หมอ-พยาบาล’เพิ่มประสิทธิภาพบริการ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 14.34 น.
 
 

‘อนุทิน’ฟิต!ลุยตรวจรพ.ตรัง ประกาศเพิ่ม‘หมอ-พยาบาล’เพิ่มประสิทธิภาพบริการ

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 สิงหาคม 2562 ที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการสาธารณสุข , นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะ เดินทามาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน พร้อมตรวจความพร้อมการบริการผู้ป่วย โดยมีนายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง , นายแพทย์บรรเจิด สุขพิพัฒน์ปานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง ผู้บริหาร คณะแพทย์ พยาบาล ข้าราชการ เจ้าหน้าทีสังกัดกระทรวงสาธารณสุขให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ โรงพยาบาลตรังเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาด 55 เตียง มีผู้รับบริการโอพีดีจำนวน 2,200-2,300 คนต่อวัน ผู้ป่วยในจำนวน 530 คนต่อวัน อัตราการครองเตียงร้อยละ 93 พัฒนาการจัดบริการผู้รับบริการ OPD โดยยกเลิกการใช้ OPD Card (OPD Paperless) ลงทะเบียนด้วยตู้ Kiosks ลงทะเบียน Online ผ่าน web หรือ MOPH Connect สำหรับผู้ป่วยนัด แจ้งเตือนคิวรับบริการ คิวรับยา คิวนัด ค่าใช้จ่ายผ่าน Line Notify ระบบนัดตามช่วงเวลา Scheduled Appointment ในบางคลินิก พัฒนาการจัดบริการเภสัชกรรม ฉลากยาพูดได้  โดย sticker หน้าซองยามี QR code ให้ Scan ผู้ป่วยสามารถรับฟังการใช้ยาในซองได้อย่างเหมาะสม ถูกต้อง

นายอนุทิน กล่าวว่า การเดินทางมาโรงพยาบาลศูนย์ตรังในวันนี้ เพื่อตรวจเยี่ยมทำงานของโรงพยาบาลจังหวัดตรัง ในการให้บริการประชาชน ทราบว่าทางโรงพยาบาลมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆและเครื่องมือเครื่องใช้ในการให้บริการประชาชนให้ได้รับความสะดวกมากขึ้น ประหยัดเวลามากขึ้นและลดภาระของแพทย์และพยาบาลเจ้าหน้าที่ต่างๆในโรงพยาบาล โดยรัฐบาลมีนโยบายให้โรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศมีการพัฒนาศักยภาพของการให้บริการอย่างเต็มที่ ในแต่ละพื้นที่ก็มีการใช้เทคโนโลยีใช้วิธีการที่แตกต่างกันไป แต่เป้าหมายคือความสะดวกของพี่น้องประชาชน ที่มารับบริการทางสาธารณสุข และทางเราก็พร้อมที่จะสนับสนุนในทุกๆเรื่อง ที่จะทำให้เกิดความสะดวกเกิดความรวดเร็วทำให้ประชาชนแข็งแรง

สำหรับปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์นั้น กระทรวงฯมี นโยบายการบรรจุแพทย์ และขออัตราเพิ่มมากขึ้น มีการขยายการให้บริการพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลความเจริญมากขึ้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รพ.สต.ให้มีแพทย์ไปประจำให้มากยิ่งขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ ตรวจคัดกรองและลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเดินทางมารับบริการให้มากที่สุด ซึ่งพยายามจะขยายขอบข่ายการบริการไปให้ได้มากที่สุด

เมื่อถามว่าขณะนี้การปฏิบัติของแพทย์มักจะได้รับการร้องเรียนจากผู้ป่วยว่ามีความล่าช้า นายอนุทิน กล่าวว่า ในส่วนเรื่องของการที่แพทย์มาให้บริการช้าหรือไม่ เชื่อว่าแพทย์ทุกท่านพยายามที่จะให้บริการอย่างเต็มที่อยู่แล้ว และมีภาระมากมายในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มารักษาจำนวนมาก ก็จะพยายามที่จะรักษาให้เร็ว แต่ที่สำคัญที่สุดต้องสร้างเสริมสุขภาพตนเองให้แข็งแรงก่อน สิ่งสำคัญที่สุดเราจะต้องพึ่งตนเอง กินอาหารให้ถูกวิธีออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รักษาดูแลตัวเองอยู่เสมอ สำหรับนโยบายเรื่องของกัญชานั้นก็กำลังดำเนินการไปเรื่อยๆ และหลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายและเริ่มทำงานนั้นการบริหารประเทศมีความมั่นคงและแข็งแรง

จากนั้นนายอนุทิน และคณะ เดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาโยงใต้ ซึ่งเป็นหน่วยปฐมภูมิในทีมคลินิกหมอครอบครัวโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกหล่อ เครือข่ายโรงพยาบาลตรัง ให้บริการงานรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ควบคุมโรค คลินิกพิเศษโรคเรื้อรัง ทันตกรรม แพทย์แผนไทยและกายภาพบำบัด ให้กับชาวบ้านในชุมชน ให้เข้าถึงการบริการและลดการไปรับบริการในโรงพยาบาลที่ไม่จำเป็น

 

 
 
 
 
 
 
'โฆษกเพื่อชาติ'ซัด'บิ๊กตู่-ครม.'ชอบกลับคำพูด ทำปชช.ขาดความเชื่อมั่น

'โฆษกเพื่อชาติ'ซัด'บิ๊กตู่-ครม.'ชอบกลับคำพูด ทำปชช.ขาดความเชื่อมั่น

วันพฤหัสบดี ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.07 น.
 
 

"โฆษกเพื่อชาติ"ชี้ผลสำรวจ"กรุงเทพโพลล์"ที่ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อการบริหารประเทศของ"รัฐบาลประยุทธ์2"ทุกด้าน ทั้งการเมือง-สังคม-เศรษฐกิจ-ปัญหาปากท้อง มาจากผลงานและพฤติกรรม5ปีที่ผ่านมา ที่ชอบกลับคำพูดไปมาของ"ประยุทธ์-ครม."แบบเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า จากผลการสำรวจ ของ "กรุงเทพโพล" สอบถามประชาชน 1,176 คน ว่ามีความเชื่อมั่นต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลประยุทธ์ 2 มากน้อยเพียงใด ผลสำรวจสอบตกคะแนนต่ำกว่าครึ่งทุกทุกด้าน ทั้งการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง โดยผลสำรวจ "ด้านการเมือง" คะแนนเต็ม 10 ประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาลใหม่ 4.80 คะแนน ความเชื่อมั่นด้านการปราบทุจริตได้ 3.85 คะแนน "ด้านสังคม" คะแนนเต็ม 10 ประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาลประยุทธ์ 2 4.6 คะแนน ความเชื่อมั่นด้านกระบวนการยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมายได้ 4.12 คะแนน "ด้านเศรษฐกิจ" ประชาชนเชื่อมั่นฝีมือรัฐบาลใหม่ 4.18 คะแนน ความเชื่อมั่นด้านแก้ปัญหาปากท้องได้ 3.20 คะแนน 

จากคะแนนสำรวจที่ต่ำกว่าครึ่งทุกด้าน แต่ด้านที่แย่ที่สุดคือการแก้ปัญหาปากท้องที่ได้เพียง 3.20 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนความเชื่อมั่นที่ต่ำที่สุด และคะแนนต่ำสุดอันดับถัดมาคือ ความเชื่อมั่นด้านการปราบทุจริตได้ 3.85 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ผลสำรวจคะแนนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ 2 บอกอะไรกับสังคม บอกว่า ประชาชนไม่เชื่อว่าความสามารถของ ค.ร.ม. ประยุทธ์จะนำพาประชาชนและประเทศรอดพ้นจากทุกปัญหาได้ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจและการปราบปรามทุจริต

อะไรคือสาเหตุที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลประยุทธ์ ตอบได้ง่ายๆ เลยคือ ผลงานและพฤติกรรม 5 ปีที่ผ่านมา เอาเรื่องใกล้ตัวเลยคือการชอบกลับคำพูดของคุณประยุทธ์ เช่น วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 คุณประยุทธ์พูดในการแถลงนโยบายจะมีประโยคหนึ่งว่า "ทั้งหมดเนี่ยอะไรที่เป็นของคนจนเราไม่เคยได้ภาษีหรอกครับ..." ผ่านมา 5 วันในวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 คุณประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เผยแพร่ในข่าวสดว่า "ผมไม่เคยไปดูถูก​ว่าคนจนไม่เคยเสียภาษี​ ขอให้จำไว้ด้วย​ ในวันที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา​ ผมพูดว่า​ภาษีมีกี่ประเภท​ ภาษีบุคคลและคนที่มีรายได้น้อยก็ไม่ต้องเสียตรงนี้​ แต่ไปเสียตรงอื่น​ ผมไม่ได้บอกว่าคนจนไม่ได้เสียภาษี​ ก็มีการไปบิดเบือนคำพูด​ จึงอยากขอร้องให้ทุกคนฟังคำพูดที่เป็นข้อเท็จจริง​"

การพูดกลับไปกลับมาเช่นนี้เป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่เป็นผู้รับฟังทั้งประเทศ แล้วปรากฏการณ์พูดกลับไปมามีหลายครั้งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของคุณประยุทธ์ เรื่องรับปากเลือกตั้ง เรื่องขอเวลาไม่นาน เรื่องความปรองดองที่ไม่แท้จริงที่มีการไล่ล่าฝ่ายตรงข้าม ฯลฯ ทั้งหมดนี้คือการทำลายเครดิตและความเชื่อมั่นของคุณประยุทธ์ และ ครม.ดังนั้น คุณประยุทธ์ไม่ต้องโทษฝ่ายตรงข้ามว่าทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นรัฐบาล เพราะความจริงคือผลการกระทำใน 5 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลคุณประยุทธ์ได้ทำให้ประชาชนทั้งประเทศประจักษ์ ตนก็ได้แต่หวังว่าผลสำรวจนี้จะทำให้คุณประยุทธ์และ ครม.คิดได้เลิกพฤติกรรมพูดกลับไปมาเอาแต่ได้เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมา เศรษฐกิจจะได้ฟื้นตัวแบบคุณสมคิดบอกว่าเศรษฐกิจประเทศจะดีได้ประชาชนต้องเชื่อมั่นและร่วมมือกับรัฐบาล จำนวนคนได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เรียกว่า "บัตรคนจน" จะได้ลดลงจาก 14.5 ล้านคน นางสาวเกศปรียากล่าวทิ้งท้าย

พายุ'ดีเปรสชัน'ยกระดับเป็นโซนร้อน  เตือนทั่วไทยฝนตกหนักระวังน้ำป่า-ดินถล่ม

พายุ'ดีเปรสชัน'ยกระดับเป็นโซนร้อน เตือนทั่วไทยฝนตกหนักระวังน้ำป่า-ดินถล่ม

วันพุธ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 09.47 น.
 
 

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (31 ก.ค. 62) พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 300 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะไหหลำตอนบน ประเทศจีน หรือที่ ละติจูด 18.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้าๆ คาดว่า พายุนี้จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แล้วเคลื่อนผ่านประเทศจีนตอนใต้ และขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562 ซึ่งจะทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือก่อน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะไหหลำ ประเทศจีนตอนใต้ และประเทศเวียดนามตอนบน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 31 กรกฎาคม-6 สิงหาคม 2562 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น จะทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ประกาศ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.

 
อธิบดีกรมชลฯหายกลุ้ม พายุ'วิภา'ทำฝนตกทั่วทุกภาค แก้ภัยแล้ง

อธิบดีกรมชลฯหายกลุ้ม พายุ'วิภา'ทำฝนตกทั่วทุกภาค แก้ภัยแล้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 15.02 น.
 
 

1 สิงหาคม 2562 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะน้ำ กรมชลประทาน รายงานข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุเมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้ (1 ส.ค. 62) พายุโซนร้อน “วิภา”มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเกาะไหหลํา ประเทศ จีน คาดว่าในวันที่ 2 ส.ค.พายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ซึ่งจะทําให้บริเวณประเทศไทยมีฝนต่อเนื่องและมี ฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ประกอบกับในช่วงวันที่ 1 - 6 ส.ค.มีอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าว ไทยจะมีกําลังแรงขึ้น จะทําให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

สภาพฝน ปริมาณสูงสุด5อันดับ ต.เปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน265มม. ต.น้ำรัด อ.หนองม่วงใข่ จ.แพร่75.5มม.ต.สวด อ.บ้านหลวง จ.น่าน75.0มม. ต.โซ่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ74.0มม. ต.ไผ่โทน อ.ร้องกวาง จ.แพร่69 มม.

ทั้งนี้ล่าสุดมีปริมาณน้ําไหลลงอ่างฯจํานวน 145.80 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน ปริมาณน้ําระบาย จํานวน 109.40 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ในอ่างสามารถรับน้ําได้อีก 40,373 ล้าน ลบ.ม.

แบ่งเป็นสภาพนํ้าในอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ 35แห่ง ปริมาตรน้ําในอ่างฯ 33,887 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 48 (ปริมาตรน้ํา ใช้การได้ 10,374 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 22) ปริมาตรน้ําในอ่างฯ เทียบกับปี 2561 (48,909 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น ร้อยละ 69) น้อยกว่าปี 2561 จํานวน 15,021 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ําไหลลงอ่างฯจํานวน 129.50 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน ปริมาณ น้ําระบายจํานวน 94.17 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับนํ้าได้อีก 37,039 ล้าน ลบ.ม.

แบ่งเป็นอ่างเก็บน้ำหลักในลุ่มเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล มีน้ำ4,383 ล้านลบ.ม.หรือ33% เป็นน้ำใช้ได้583ล้านลบ.ม.หรือ6% น้ำไหลเข้า1.66ล้านลบ.ม.ต่อวัน น้ำระบาย21ล้านลบ.ม. ยังมีช่องว่างรับน้ำได้อีก9,097ล้านลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ 3,207 ล้านลบ.ม.หรือ34% น้ำใช้การ 357ล้านลบ.ม.หรือ5% น้ำไหลเข้า15.84 ล้านลบ.ม. ระบายออก14ล้านลบ.ม.รับน้ำได้อีก 6,303ล้านลบ.ม. รวมสองเขื่อน มีน้ำ7,590ล้านลบ.ม.33% น้ำใช้การ940ล้านลบ.ม.น้ำไหลเข้า17.50ล้านลบ.ม.นำ้ระบาย34.87ล้านลบ.ม.สองเขื่อนรับน้ำได้อีก 15,328ล้านลบ.ม.
เขื่อนแควน้อยฯมีน้ำ117ล้านลบ.ม.4%ใช้การได้74 ล้านลบ.ม.8%น้ำไหลเข้า6.3ล้านลบ.ม.น้ำระบาย1.73ล้านลบ.ม. รับน้ำได้อีก 822ล้านลบ.ม. เขื่อนป่าสักฯ34ล้านลบ.ม. 4%ใช้การได้ 31ล้านลบ.ม.3% ไม่มีน้ำไหลเข้า น้ำระบาย4.4แสนลบ.ม. รับน้ำได้926ล้านลบ.ม.

รวม4เขื่อนใหญ่ มีน้ำ7,741ล้านลบ.ม.31%ใช้การได้1,045ล้านลบ.ม.6%น้ำไหลเข้ารวม18.13ล้านลบ.ม.ระบาย37.18ล้านลบ.ม.ต่อวัน รับน้ำได้อีห17,130ล้านลบ.ม.

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างขนาดใหญ่มีน้ำใช้การน้อยกว่า30%จำนวน20เขื่อน เช่นเขื่อนแม่งัด 25%เขื่อนแม่กวง 11%เขื่อนกิ่วคอหมา19% เขื่อนจุฬาภรณ์3%เขื่อนป่าสัก3%เขื่อนสิริธร8%เขื่อนแควน้อย8%เขื่อนกระเสียว9%เขื่อนขุนด่าน14%เขื่อนน้ำพุง15%เขื่อนลำพระเพลิง14%เขื่อนห้วยหลวง16%เขื่อนอุบลรัตน์-1% เขื่อนแม่มอก เขื่อนคลองสียัด 6%เขื่อนนฤบดินทรจินดา 16%เขื่อนลำปาว 18%เขื่อนลำนางรอง 17%เขื่อนมูลบน 21% เขื่อนลำแซะ24%

นายทองเปลว กล่าวว่าพายุโซนร้อนวิภา และอิทธิพลมรสุมในอ่าวไทย อันดามัน มีกำลังแรงขึ้นทำให้ฝนตกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ 35 แห่ง ช่วงวันที่ 30 – 31 ก.ค.รวม 100.93 สำหรับ 4 เขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยาได้แก่ ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำไหลเข้าตั้งแต่ วันที่ 30 ก.ค. – 1 ส.ค. รวม 42.20 ล้านลบ.ม. 

นายทองเปลว กล่าวว่า ขณะนี้กรมอุตุฯประเมินแนวร่องฝน ยังอยู่บริเวณจีนตอนใต้ซึ่งช่วงเดือนนี้ จะขยับลงสู่ประเทศไทย ภาคเหนือ ภาคกลางของไทย และร่องฝนอยู่จนถึงต้นเดือนต.ค.จะมีปริมาณฝนตกเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ทิศทางพายุที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก ระหว่างนี้มีแนวโน้มเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง  1-2 ลูก เป็นผลดีกับเขื่อนทั่วประเทศได้รับน้ำเพิ่มขึ้น โดยเมื่อเข้าหน้าฝนเต็มตัวจะลดระบายน้ำเขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยา เหลือวันละ 18 ล้านลบ.ม และทะยอยปรับลดลง กักเก็บฝนเข้าเขื่อนให้มากที่สุด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอทุกกิจกรรมในอีก9เดือนข้างหน้า

ทางด้านนายสุรพงศ์ สารปะ ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลข กรมอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า พายุโซนร้อน​วิภาที่กำลัง​เคลื่อนผ่านจีนตอนใต้และจะอ่อนกำลังลงเป็น​พายุ​ดีเปรสชัน​เมื่อเข้าสู่เวียดนามตอนบนในวันที่ 2 ส.ค. ต่อมาจะกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณสปป.ลาว ปกคลุม​ถึงภาคเหนือของไทยจะส่งผลให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกมากขึ้น ทั้งนี้ต้นลำน้ำปิงจะมีน้ำเพิ่มขึ้น แล้วไหลเข้าสู่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก ส่วนที่จ.น่านหลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงเกินกว่า 100 มม.ทำให้น้ำแม่น้ำน่านที่ไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือขณะนี้ ฝนยังตกอยู่เฉพาะบริเวณชายขอบประเทศ ส่งผลให้สถานการณ์น้ำของแม่น้ำสายหลักที่เชื่อมกับแม่น้ำโขงดีขึ้นแล้ว ช่วยให้ข้าวที่รอน้ำฝนอยู่ฟื้นตัวได้ ส่วนตอนกลางของภาคนั้นฝนยังน้อยอยู่ ดังนั้นเขื่อนที่มีน้ำอยู่ในเกณฑ์วิกฤติอย่างเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่นต้องรอฝนจากพายุที่จะเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง ขณะนี้บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีพายุก่อตัวถี่ขึ้นแล้ว โดยเฉลี่ยจะมีพายุก่อตัวปีละประมาณ 25 ลูก โดยพายุ “วิภา” เป็นลูกที่ 7 ของปีนี้ จึงยังมีพายุที่จะก่อตัวได้อีก 18 ลูก ปกติแล้วพายุที่จะเคลื่อนตัวเข้าไทยโดยตรงเฉลี่ย 1.9 ลูกต่อปี เมื่อเขื่อนมีน้ำมากขึ้นในช่วงปลายฤดูฝนนี้คาดว่า น้ำจะเพียงพอใช้จนถึงสิ้นฤดูแล้งหน้าปี63

 
OR No.9 เรื่องเล่าจากห้องผ่าตัด
เมื่อวันพุธ

สัปดาห์ที่แล้ว มีคนไข้ผู้หญิงคนหนึ่งมาตรวจหลังผ่าตัดมะเร็งลำไส้ ซึ่งผ่าตัดเสร็จไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ตัดไหมเรียบร้อย และผลชิ้นเนื้อออกมาว่าเป็นมะเร็งระยะที่ 3 ต้องรักษาต่อด้วยยาเคมีบำบัด
คนไข้บอกกับผมว่า "คุณหมอคะ จะมาขออนุญาตคุณหมอไปรักษาต่อด้วยน้ำมันกัญชา"
ผมได้ฟังก็แปลกใจ เพราะเคสนี้เป็นเคสฝากดูแลจากพยาบาลท่านหนึ่ง เคยบอกว่าเป็นญาติของพี่พยาบาล
ผมเลยถามต่อไปว่า "อ้าว พี่เขาไม่ได้บอกเหรอครับ ว่าหลังจากผ่าตัดอาจต้องให้ยาเคมีบำบัดต่อ แล้วได้ปรึกษากับเขาหรือยังที่จะไปใช้น้ำมัน...

ดูเพิ่มเติม
 
 
ผุดไอเดีย! กองทัพภาคที่ 3 แข่งขันเพาะกายทหารใหม่ สร้างบุคคลแข็งแกร่ง-สง่างาม

ผุดไอเดีย! กองทัพภาคที่ 3 แข่งขันเพาะกายทหารใหม่ สร้างบุคคลแข็งแกร่ง-สง่างาม

วันพฤหัสบดี ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.44 น.
 
 

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 พล.ท. ธวัช ศรีสว่าง รองผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 พร้อมด้วย พอ.ดร.รุ่งคุณ มหาปัญญาวงศ์ โฆษกกองทัพภาคที่ 3 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 แถลงข่าวเตรียมจัดการแข่งขันการเพาะกายทหารใหม่ สร้างบุคคลต้นแบบดี แข็งแกร่ง สง่างาม “Smart Soldiers Strong Army” ตามที่ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้ความสำคัญต่อกำลังพลและหน่วยทหาร ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และการประพฤติตน

เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีวินัย และเกิดประสิทธิภาพมากขึ้นตามนโยบาย “Smart Soldiers Strong Army” นั้นซึ่งแม่ทัพภาคที่ 3 จึงได้มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลทุกระดับ โดยเฉพาะพัฒนาการทางร่างกายของทหารกองประจำการ ซึ่งได้เข้ามารับราชการตั้งแต่ 1 พ.ค. เป็นต้นมา เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนจากสภาพการเป็นวัยรุ่นพลเรือนทั่วไปสู่การเป็นทหารต้นแบบ         

1.จัดสรรเวลาในห้วงการฝึกทหารใหม่ 10 สัปดาห์ ให้ทหารใหม่ได้มีโอกาสเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยจัดให้มีห้องออกกำลังกาย (Fitness Room) และอุปกรณ์ออกกำลังกายสำหรับหน่วยฝึกทหารใหม่ทุกหน่วย (เน้นประเภทลูกเหล็กบาร์เบล หรือดรัมเบล )

2.ให้มีการจัดการแข่งขันเพาะกายของทหารใหม่ระหว่างหน่วยฝึกฯ โดยหน่วยกองพล, มณฑลทหารบก และกองบัญชาการช่วยรบ เป็นหน่วยจัดการแข่งขัน

โดยการแข่งขันการเพาะกายทหารใหม่ รุ่นปี พ.ศ. 2562 ผลัดที่ 1 ของหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3  ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย ในห้วงเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา โดยจัดหน่วยฝึกทหารใหม่เข้าแข่งขัน เป็นกลุ่มพื้นที่ เพื่อคัดเลือกทหารกองประจำการ ที่มีพัฒนาการทางร่างกายดีเด่น เข้ารับรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ เป็นบุคคลต้นแบบของการรักสุขภาพและการออกกำลังกายที่ดี ซึ่งในการจัดการแข่งขันถือว่าประสบความสำเร็จในการจัดโครงการ โดยให้ทหารใหม่ได้ออกกำลังกายด้วยการเพาะกายในห้วงเวลา 10 สัปดาห์ เท่านั้น  ก็สามารถสร้างความสง่างามให้แก่ทหารได้เป็นอย่างดี  ซึ่งเตรียมต่อยอดให้ทหารใหม่ที่เข้าประการกองทัพเป็นประจำทุกปี 

 

 
 
 
 
............................................................
 
1 สิงหาคม 2562
 
 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน