*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3570141
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 367 , 12:41:16 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ข่าวฝนตก - ฝนแล้งวุ่นกันไปหมดขณะนี้ แล้วยังปรากฏชาวบ้านต่างหมู่บ้านวิวาทกันเพราะแย่งน้ำทำนา ที่ร้ายแรงถึงขนาด

ทางจังหวัดต้องขอให้ชาวนาเลิกสูบน้ำเข้านาไว้ก่อน เพราะกำลังขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ที่จำเป็นมากกว่า

นายกฯขอบคุณจนท.ทุกฝ่าย หลังบึ้มป่วนกรุงคลี่คลาย สั่งเยียวยาผู้บาดเจ็บ

นายกฯขอบคุณจนท.ทุกฝ่าย หลังบึ้มป่วนกรุงคลี่คลาย สั่งเยียวยาผู้บาดเจ็บ

วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 07.46 น.
 
 

นายกฯขอบคุณจนท.ทุกฝ่าย หลังบึ้มป่วนกรุงคลี่คลาย สั่งเยียวยาผู้บาดเจ็บ

เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 3 สิงหาคม 2562 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์การลอบวางระเบิดหลายจุดในกทม.ที่ผ่านมาอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้เหตุการณ์เริ่มคลายลงแล้ว และนายกฯ ยังให้กำลังใจผู้ปฎิบัติหน้าที่ทุกคน ตลอดจนความร่วมมือร่วมใจของประชาชน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น    

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า นอกจากการเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว นายกฯ ยังแสดงความห่วงใยต่อผู้บาดเจ็บและได้รับความเสียหาย จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหาแนวทางเยียวยาต่อไปด้วย

ฉะ‘เสรีพิศุทธ์’!ธนกรอัดเป็นผู้ใหญ่คิดได้แค่นี้ ปูดรบ.อาจโยงบึ้มกรุงกลบข่าว

ฉะ‘เสรีพิศุทธ์’!ธนกรอัดเป็นผู้ใหญ่คิดได้แค่นี้ ปูดรบ.อาจโยงบึ้มกรุงกลบข่าว

วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 10.14 น.
 
 
 

“ธนกร”ผิดหวัง“เสรีพิศุทธ์”เป็นผู้ใหญ่คิดได้แค่นี้ จับรัฐบาลโยงส่ออยู่เบื้องหลังบึ้มป่วนเมืองหวังกลบข่าว“บิ๊กตู่”ถวายสัตย์ไม่ครบ อัดเด็กเพื่อไทยไร้จิตสำนึก เอาแต่ความสะใจ

4 สิงหาคม 2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุรัฐบาลอาจจะอยู่เบื้องหลังสถานการณ์วางระเบิดป่วนกรุงเทพฯ เพื่อกลบข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวคำถวายสัตย์ไม่ครบ ว่า ตนรู้สึกผิดหวังกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มาก ทั้งที่ตัวเองเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และเคยเป็นถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) แต่กลับคิดได้แค่นี้ เพราะไม่มีรัฐบาลที่ไหนที่คิดทำร้ายประเทศและประชาชนแบบนี้ ไม่มีใครเอาชีวิตพี่น้องประชาชนมาเล่นเกม ที่ผ่านมาบ้านเมืองสงบ ประชาชนมีความสุขมากว่า 5 ปีแล้ว ขอสาปแช่งให้คนทำและคนที่อยู่เบื้องหลังให้ได้รับกรรมที่ก่อโดยเร็วด้วย                                    

นายธนกร กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีพระสยามเทวาธิราชปกป้องดูแล ใครที่คิดร้ายประเทศมีจุดจบที่ไม่ดีแน่นอน การกระทำดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย เป็นการกระทำในช่วงการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนมีความชื่อมั่น รัฐบาลจะทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศสงบ ปลอดภัย และเชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถคลี่คลายคดีได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญ หากพี่น้องคนไทยมีความรักความสามัคคีกัน ก็จะไม่มีใครมาทำลายประเทศเราได้

“นอกจากนี้ผมรู้สึกหดหู่กับพฤติกรรมของสส.บางคน และนักการเมืองพรรคเพื่อไทยบางคนที่ขาดวุฒิภาวะ ขาดจิตสำนึก ไร้มนุษยธรรม กรณีที่ออกมาแสดงคิดเห็นโดยเอาชีวิตประชาชนมาล้อเล่น มาเยาะเย้ย มาสะใจกับความเจ็บปวดของประชาชน ขอให้กลับตัวกลับใจเสียใหม่ ไม่เช่นจะไม่มีที่ยืนในสังคม” นายธนกร กล่าว

‘พี่เสรีพิศุทธ์’มาแล้ว! ไล่‘น้องตู่’ออกไป ถล่มยับอยู่มา6ปียังมีบึ้ม ล้มเหลวทุกด้าน

‘พี่เสรีพิศุทธ์’มาแล้ว! ไล่‘น้องตู่’ออกไป ถล่มยับอยู่มา6ปียังมีบึ้ม ล้มเหลวทุกด้าน

วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 08.00 น.
 
 

‘พี่เสรีพิศุทธ์’มาแล้ว! ไล่‘น้องตู่’ออกไป ถล่มยับอยู่มา6ปียังมีบึ้ม ล้มเหลวทุกด้าน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ลงในเฟซบ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกลุ่มก่อเหตุระเบิดเป็นกลุ่มการเมืองเดิมๆ หวังผลทางการเมือง ว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรเลย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ บริหารงานมา 5 ปีเศษเข้าปีที่ 6  มีเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาได้ มีคำถามว่า 5 ปีที่ผ่านมานั้นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำอะไรอยู่ ในตอนแรกอ้างว่าบ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อยจึงเข้ามาจัดการ แต่ผ่านมาแล้วบ้านเมืองก็ยังไม่สงบ ดังนั้นจะมาบริหารประเทศต่อไปทำไม ให้ลาออกไป

นอกจากนั้น รัฐบาลยังไม่ได้ถวายสัตย์ฯ เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ขาดประโยคสำคัญไป รัฐบาลไม่มีอำนาจแถลงนโยบาย ในการอภิปรายตนก็ถูกสกัดกั้นทุกวิถีทาง ไม่ให้พูดประเด็นนี้ เพราะเห็นหลักฐานที่ยื่นผ่านเพื่อนำเสนอในที่ประชุม อย่างนี้เรียกว่าเผด็จการรัฐสภา  วันนี้แม้ไม่มีอำนาจ มาตรา 44 แต่มีทหารปักหลังไว้ให้คุณพิง อย่างกรณีของ ผบ.ทบ.ก็ออกมาแสดงความคิดเห็น ซึ่งตนคิดว่าไม่ถูกต้อง

“สรุป 5 ปีที่ผ่านมาบอกว่ามีพวกที่ก่อกวน หรือว่าคุณทำกันเองเพื่อป่วนปิดข่าวถวายสัตย์ฯ เพราะคุณไม่สามารถทำนโยบายให้ประสบความสำเร็จตามนโยบายที่บอกไว้ โทษใครไม่ได้ ต้องโทษที่ตัวเองอยากเป็น อยากมีอำนาจ อีกทั้ง 5 ปีที่ผ่านมาพวกที่คุณเรียกว่าฝ่ายก่อกวนก็ไม่อยู่แล้ว หนีไปต่างประเทศหมดแล้ว เรียกว่า 5 ปีที่ผ่านมาล้มเหลวทุกด้าน ยกเว้นด้านการทหารเพราะคุณเอางบประมาณไปทุ่มเทจนมากเกินเหตุ ทหารพวกนี้ไม่รู้จักคำว่าพอเพียง” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าว

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวอีกว่า ส่วนนายกฯจะต้องรับผิดชอบหรือไม่นั้น ขนาดกรณีถวายสัตย์ฯ ยังไม่แก้ไขให้ถูกต้อง กรณีระเบิด พล.อ.ประยุทธ์ จะรับผิดชอบหรือ และคงคิดจะโยนให้คนอื่นมากกว่า   ตนเสนอว่าหนทางที่ดีที่สุดขอแนะนำให้ถอยดีกว่าขอพระราชทานอภัยโทษ ถวายสัตย์ฯ และแถลงนโยบายใหม่ ทำให้ถูกขั้นตอน

“ตอนนี้รู้ว่าผิด แต่เดินหน้าลุยไฟต่อไปก็เป็นสิ่งที่ไม่ควร นายกฯ และ ครม.จะมีแผนงาน หรือเซ็นสัญญากับต่างชาติจะโมฆะ” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

ถกรมต.อาเซียนฉลุย  ‘ดอน’ย้ำไทยมีประชาธิปไตย

ถกรมต.อาเซียนฉลุย ‘ดอน’ย้ำไทยมีประชาธิปไตย

วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
 

“ดอน” เผยผลการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เป็นไปด้วยดี พร้อมย้ำกับนานาชาติ ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยมาตลอด ผ่านการเลือกตั้ง จัดรัฐบาลร่วมและแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ด้าน “สมศักดิ์” เผยรู้มาว่า “บิ๊กตู่” ดูแลดีเอสไอ ก่อนนั่ง รมต.ปัดต้องการคุมคดี แต่เพื่อให้งานความมั่นคงทั้งหมดรวดเร็ว เชื่อ สส.อดนั่งขรก.การเมือง ไร้ปัญหา

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศเปิดเผยผลการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 52 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมว่า การประชุมเป็นไปด้วยดี ภาพรวมของการประชุม มีทั้งเรื่องการหารือประเด็นการส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับรัฐยะไข่ มุมมองอาเซียนอินโดแปซิฟิก และทะเลจีนใต้ ซึ่งภาคีเครือข่ายส่งเสริมการร่วมมือร่วมใจ และไทยก็พยายามส่งเสริมให้ทะเลจีนใต้ เป็นทะเลแห่งสันติ ยั่งยืน และมั่นคง ยอมรับว่าสถานการณ์ในทะเลจีนใต้นั้นยังมีอยู่ แต่ทุกคนก็หวังว่า สถานการณ์จะดีขึ้น

ย้ำไทยเป็น’ประชาธิปไตย’มาตลอด

นายดอน กล่าวอีกว่า สำหรับมุมมองด้านการเมืองของประเทศที่เข้าร่วมประชุมที่มีต่อประเทศไทยนั้น ย้ำว่า ประเทศไทยมีความเป็นประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งและตั้งรัฐบาลร่วม ที่ประกอบด้วยพรรคการเมืองต่างๆสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาที่ผ่านมาซึ่งตอกย้ำว่าประชาธิปไตยของประเทศไทยมีมาโดยตลอด

ส่วนกรณีสงครามทางการค้าระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้นั้น ในการประชุมครั้งนี้ ส่วนตัวคิดว่าไม่มีอะไรที่ชัดเจน แต่ก็ไม่มีความขัดแย้งกันของระหว่างทั้งสองประเทศ ยืนยันทั้งสองประเทศอย่างแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นที่ดีต่อกันได้ ส่วนในมุมมองของที่ประชุมก็เห็นว่าทั้งสองฝ่ายควรจะพูดคุยหารือกันมากขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อใจกันและกัน พร้อมระบุอีกว่า ความขัดแย้งใดใดสามารถแก้ปัญหาด้วยความพยายามของทุกภาคส่วนที่จะพูดคุยกัน ยืนยันว่า ทุกคนจะต้องชนะด้วยกันทั้งหมด ไม่มีใครที่จะมีผลลัพธ์เป็นศูนย์ ทุกคนจะต้องพยายามคุยกันมากขึ้น และลดความขัดแย้งตลอดจนแก้ปัญหาเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย จึงหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี

อาเซียนร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมสมดุล

นายดอน ยังกล่าวอีกว่ากรณียุทธศาสตร์ของอาเซียนกับภูมิภาคอื่น สามารถเปรียบได้กับสิ่งมีชีวิตในทะเลที่มีความหลากหลาย มุมมองอาเซียนเหมือนสัตว์ทะเลกินพืชที่รักสันติ ไม่มีอันตราย อาเซียนจึงต้องเน้นพัฒนาด้านการค้าและร่วมมือกันเพื่อไม่ให้เป็นอาหารของปลาใหญ่ แต่ท้ายที่สุดทั้งสัตว์ที่กินพืชและกินเนื้อก็จะต้องอยู่ร่วมกันได้เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่แข็งแรง สันติและสมดุลให้กับโลกที่สวยงาม

พร้อมย้ำว่า อาเซียนไม่มีเป้าหมายควบคุม หรือท้าทายคนอื่น ไม่สนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ไม่เป็นภัยต่อผู้อื่น อาเซียนจะต้องร่วมมือพัฒนาไปข้างหน้า โดยไม่ทำร้ายใครที่จะทำให้เกิดการตอบโต้ตามมา อีกทั้งอาเซียนจะต้องมีเป้าหมายในการสร้างประโยชน์ร่วมกันด้วย

ทุกปท.เห็นพ้องปลดอาวุธนิวเคลียร์

ส่วนเหตุผลที่ผู้แทนของเกาหลีเหนือ มาร่วมเป็นผู้ฟังแต่ไม่ได้มาร่วมหารือในที่ประชุมด้วยนั้น นายดอน กล่าวว่า อาจคาดเดาเหตุผลได้มากมาย แต่ยอมรับว่าทุกประเทศเห็นพ้องต้องกันในเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ แล้วก็สนับสนุนให้ผู้นำของทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้พบประกันตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทุกคนก็ให้กำลังใจให้การพบประกันนั้นมีผลลัพธ์ในเชิงบวก ไม่มีใครอยากเห็นการยิงขีปนาวุธระหว่างกัน จึงหวังว่าถ้าหากได้หารือกันมากขึ้นก็จะมีความเข้าใจกันมากขึ้น

รัฐสภาเตรียมประชุมAIPA

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขานุการประธานรัฐสภา ในฐานะกรรมการอำนวยการจัดการประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน( AIPA) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่2 ส.ค.มีการประชุมคณะกรรมการฯ จัดประชุม AIPA ครั้งที่40 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-30 ส.ค.ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กทม. โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าแต่ละด้าน อาทิ ด้านพิธีกร ด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ต่อสาธารณะ และด้านการรักษาความปลอดภัย ในภาพรวมมีความพร้อมมากกว่าร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์

นายอิสระ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังหยิบยกประเด็นเหตุระเบิดหลายจุดทั่ว กทม.เมื่อวันที่2ส.ค.มาพูดหารือถึงแนวทางและมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยในช่วงจัดงานประชุม ซึ่งพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกส.ว.ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัยและการแพทย์ ได้ให้ความมั่นใจต่อที่ประชุมว่า รัฐสภาร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) เตรียมการในเรื่องนี้อย่างรัดกุม เพื่อรองรับสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่จะมีการทบทวนแผนการปฏิบัติกับทีมรักษาความปลอดภัย เพื่อยกระดับมาตรการต่างๆ ให้เข้มงวดตลอดช่วงการจัดประชุมอีกครั้ง โดยจะมีการแถลงความคืบหน้า ในวันที่ 7 ส.ค. นอกจากนี้ในที่ประชุม นายชวน ยังได้กำชับว่า นอกจากเรื่องเข้มงวดการรักษาความปลอดภัยเเล้ว ให้ดูแลเรื่องทีมเเพทย์ฉุกเฉินให้มีความพร้อมด้วย

ชี้‘บิ๊กตู่’คุมDSIงานรวดเร็วชัดขึ้น

ทางด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเข้าไปดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะต้องการดูคดีเองว่า คงไม่ใช่ เพราะส่วนตัวทราบมาก่อนจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมแล้ว ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะดูแลรับผิดชอบด้วยตัวเองเพราะที่ผ่านมาหน่วยงานความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ ได้ขึ้นกับหลายคน ทาง พล.อ.ประยุทธ์ ทราบปัญหาจึงเข้ามาดูแลเอง เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันได้รวดเร็วชัดเจนมากขึ้น

เชื่อส.ส.อดนั่งขรก.การเมืองไร้ปัญหา

นายสมศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีส.ส.ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองจะเกิดการเคลื่อนไหวหรือไม่ หลังก่อนหน้านี้ ได้มีการวางตัวให้ส.ส.ไปดำรงตำแหน่งว่า กฎหมายได้มีการตีความแล้วว่า ส.ส.ไม่สามารถดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองได้ ซึ่งการพูดคุยในคณะกรรมยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐก็พูดคุยกันดี ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนรัฐมนตรี ต้องลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ยังไม่มีการพูดคุยกัน โดยขอยังไม่แสดงความคิดเห็นเพราะพูดไป ก็กังวลจะเกิดปัญหาซึ่งรอให้กรรมการบริหารพรรค พิจารณาดีกว่า

พท.บี้ไม่เลิกซัดรัฐบาลขัด รธน.

ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมาว่า รัฐบาลมีการกระทำขัดรัฐธรรมนูญในหลายมาตรา ไม่ว่าจะเป็น มาตรา 161 เรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนทำงานของคณะรัฐมนตรี รวมถึงการจัดทำนโยบายที่ขัดกับรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ในมาตรา 162 และ 164เนื่องจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลไม่มีการพูดถึงในส่วนของงบประมาณที่จะนำมาใช้ในแผนงานที่รัฐบาลประกาศไว้ว่าจะนำงบประมาณมาจากที่ใด

“รัฐบาลเลือกที่จะไม่ลงรายละเอียดที่มาของงบประมาณเป็นการกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าแต่ละนโยบายที่รัฐบาลประกาศออกมาจะใช้งบประมาณจากที่ใด การแสดงเจตนาของรัฐบาล เป็นการกระทำที่ไม่รับผิดชอบต่อประชาชนและรัฐสภาทั้งนี้สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย มีการบรรจุถึงโครงการนโยบายและที่มาของงบประมาณอย่างชัดเจนแต่รัฐบาลนี้กลับไม่ให้ความสำคัญ”นายจุลพันธ์ ย้ำ

 

เพิ่ม‘100แก้มลิง-6อ่างฯ’แก้วิกฤตแล้ง สร้างความมั่นคง‘ลุ่มน้ำชี’ยั่งยืน

เพิ่ม‘100แก้มลิง-6อ่างฯ’แก้วิกฤตแล้ง สร้างความมั่นคง‘ลุ่มน้ำชี’ยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.28 น.
 
 

อธิบดีกรมชลประทาน เผยกรมฯเดินเครื่องเร่งพัฒนาลุ่มน้ำชี เพิ่มความจุแก้มลิง-สร้างอ่างฯใหม่แก้วิกฤตแล้ง เพิ่มความจุแก้มลิง 11 แห่ง ให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย.นี้ พร้อมเตรียมแผนพัฒนาแก้มลิงเพิ่มอีกกว่า 100 แห่ง และเร่งสร้างอ่างเก็บน้ำอีก 6 แห่ง หวังสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำให้กับลุ่มน้ำชีอย่างยั่งยืน

4 สิงหาคม 2562 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้เร่งแก้ไขปัญหาสภาพน้ำตื้นเขินในลำน้ำชี เนื่องจากฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ ด้วยการระบายน้ำจากเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ และเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น รวมทั้งเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนมหาสารคาม และเขื่อนร้อยเอ็ด ลงสู่ลำน้ำชี เพื่อให้สถานีสูบน้ำสำหรับการประปาที่อยู่ตลอด 2 ข้างลำน้ำชี มีน้ำเพียงพอในการผลิตน้ำประปา และการอุปโภคบริโภค ตลอดจนการรักษาระบบนิเวศของลำน้ำด้วย

นอกจากนี้ ยังได้นำเครื่องจักร เครื่องมือเข้าไปดำเนินการขุดลอกเปิดทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำไปยังพื้นที่ขาดแคลนได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับเกษตรกรและประชาชน ขอความร่วมมือให้เกษตรกรชะลอการปลูกข้าวออกไปเนื่องจากจะต้องสำรองน้ำไว้เพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับหนึ่ง

นายทองเปลว กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ภายในเดือนกันยายน 2562 กรมชลประทานและหน่วยงานทหารพัฒนา จะเร่งดำเนินการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณ 2 ฝั่งลำน้ำชี ให้แล้วเสร็จ 11 แห่ง อาทิ การขุดลอกอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน อ่างเก็บน้ำหนองบ่อ และอ่างเก็บน้ำห้วยเชียงคำ จ.มหาสารคาม เป็นต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำรองรับฝนระลอกใหม่ที่กำลังจะมาถึงให้ได้มากที่สุด ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถกักเก็บน้ำได้อีกประมาณ 1.34 ล้านลบ.ม. สำหรับใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งถัดไป 

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวต่อว่า แหล่งน้ำหลักของประชาชนและเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และยโสธร คือลำน้ำชีและหนองน้ำสาธารณะที่กระจายอยู่โดยรอบ ซึ่งมักจะประสบปัญหาน้ำล้นตลิ่งในช่วงฤดูน้ำหลาก และน้ำแห้งขอดในช่วงฤดูแล้งเป็นประจำ ดังนั้น การพัฒนาปรับปรุงเพิ่มความจุให้กับแก้มลิงหรือหนองน้ำสาธารณะจะสามารถช่วยแก้ปัญหาให้กับราษฎรได้ โดยที่ผ่านมากรมชลประทานได้พัฒนาปรับปรุงแก้มลิงพร้อมอาคารประกอบเพื่อเพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำไปแล้วจำนวน 138 แห่ง สามารถเก็บน้ำได้ถึง 136 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 113,236 ไร่

อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า ยังมีหนองน้ำสาธารณะและแก้มลิงกระจายอยู่สองฝั่งลำน้ำชีอีกมากกว่า 100 แห่ง ที่ยังสามารถพัฒนาเพิ่มความจุให้เต็มศักยภาพได้อีก เช่น แก่งละว้า สามารถเพิ่มความจุจากเดิมประมาณ 46 เป็น 48 ล้าน ลบ.ม. , แก่งน้ำต้อน สามารถเพิ่มความจุจาก 5 เป็น 14 ล้าน ลบ.ม. และบึงกุดเค้า สามารถเพิ่มความจุจาก 22 เป็น 30 ล้าน ลบ.ม. เป็นต้น ซึ่งภายในปี 2565 สำนักงานชลประทานที่ 6 และ 7 จะดำเนินโครงการพัฒนาแก้มลิงพร้อมอาคารประกอบอีกจำนวน 129 แห่ง คาดว่าจะสามารถเก็บกักน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพประมาณ 258 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่รับประโยชน์มากถึง 171,583 ไร่

นอกจากความพยายามในการพัฒนาแหล่งเก็บน้ำเดิมแล้ว กรมชลประทาน ยังมีโครงการพัฒนาแหล่งเก็บน้ำใหม่ควบคู่ไปด้วย  โดยในปีนี้ มีโครงการอ่างเก็บน้ำที่กำลังดำเนินการก่อสร้างในเขตจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำสะพุง อ.หนองบัวแดง อ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อ.บ้านเขว้า และอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชรอ.หนองบัวระเหว

ทั้งนี้ หากโครงการแล้วเสร็จจะสามารถกักเก็บน้ำได้รวมกันประมาณ 160 ล้านลบ.ม. และมีพื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 127,000ไร่ขณะนี้มีผลงานความก้าวหน้าไปแล้วประมาณร้อยละ 50 นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2562-2565 จะดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เพิ่มอีก 3 แห่ง  ได้แก่ อ่างเก็บน้ำพระอาจารย์จื่อ  อ่างเก็บน้ำห้วยจอมแก้ว และอ่างเก็บน้ำลำเจียง ความจุรวมกันประมาณ 74 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ได้ถึง 49,000ไร่”

“สภาพลำน้ำชีมีความยาวตลอดลำน้ำถึง 1,047 กิโลเมตร ไหลผ่าน จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่นมหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ไปจนถึงยโสธรและบรรจบกับแม่น้ำมูลที่ จังหวัดอุบลราชธานีตลอดลำน้ำมีแหล่งเก็บน้ำช่วยชะลอน้ำอยู่บ้าง แต่ไม่มากพอและหลายแห่งตื้นเขิน ทำให้เกิดภาวะวิกฤติทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งแทบทุกปี จำเป็นต้องวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเพื่อความมั่นคงในเรื่องน้ำให้กับลุ่มน้ำชีอย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมชลประทาน กล่าว

 

 

สนับสนุนข่าวโดย
แนวหน้าวาทะเด็ด

 

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 02.00 น.
 
 

“ส่วนตัวไม่เห็นด้วยในเรื่องของความรุนแรง อยากจะออกมาเรียกร้องพี่น้องประชาชนทุกคนให้ร่วมกันต่อต้าน ออกมาทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เพื่อยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในประเทศทั้งหมด อยากเห็นประเทศก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องการการแก้ไขต่อไป”

น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี
พิษไฟไหม้ป่าพรุ! เสียหายแล้วเกือบ5พันไร่

พิษไฟไหม้ป่าพรุ! เสียหายแล้วเกือบ5พันไร่

วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.15 น.
 
 

เสียหายเกือบ 5 พันไร่ พิษไฟไหม้ป่าพรุ เมืองคอน - กรมควบคุมมลพิษติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ - ส.ส.พปชร.ชี้เพิ่มน้ำในป่าพรุแนวทางแก้ถาวร

4 ส.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ไฟลุกไหม้ป่าพรควนเคร็งใน อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่า ตำรวจ ทหาร ฝายปกครอง กรมชลประทาน มูลนิธิ และประชาชนจิตอาสาจากทั่วประเทศ ได้ระดมกำลังแยกย้ายกันลงพื้นที่เฝ้าระวังและร่วมดับไฟไหม้ที่ยังคงลุกลามขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ โดยความรุนแรงมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และแรงลมที่พัดกรรโชกว่ารุนแรงมากน้อยแค่ไหน โดยพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งและพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านถูกไฟไหม้เสียหายแล้วเกือบ 5,000 ไร่ โชคดีที่เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นไฟที่ลุกไหม้เข้าไปใกล้บ้านเรือนของชาวบ้านหลายจุดเอาไว้อย่างหวุดหวิด

โดยแนวทางในการดับไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งในขณะนี้มีทั้งการระดมกำลังเจ้าไปฉีดน้ำดับไฟ และการสูบผลัดดีนน้ำเข้าไปในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งเพื่อความระดับน้ำใต้ดิน ทำให้สามารถควบคุมไฟในหลายจุดให้อยู่ในวงจำกัด โดยจุดที่สามารถควบคุมไฟได้แล้วเจ้าหน้าที่จะยังคงฉีดน้ำเพิ่มเติมเพื่อให้น้ำไหลซึมลงไปดับไฟที่ไหม้คกครุ่นอยู่ใต้ดิน สำหรับพื้นทีที่ได้รับควาเสียหายใน ต.การะเกด ประกอบด้วยหมู่ 4 ,6 ,7,8  และหมู 11

ขณะเดียวกันกรมควบคุมมลพิษ ได้นำหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่ มาติดตั้งเพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ โดยติดตั้งที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขาพระบาท อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช และจะรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศให้ทราบอย่างเป็นทางการต่อไป

ด้านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกาศสรุปตัวเลขไฟไหม้ในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งมีพื้นที่รวม 309,415 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย อ.ชะอวด อ.เชียรใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ หัวไทร และร่อนพิบูลย์ หลังจากฝนทิ้งช่วงทำให้พื้นที่แห้งแล้ง กระทั้งเกิดไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งมาตั้งวันที่ 30 ก.ค.62 และลุกลามขายวงกว้างรวมเกดเหตุ  87 ครั้ง รวมพื้นที่เสียหาย 4,783 ไร่  จึงประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ประสบสาธารณะภัย (เขตประสบภัยพิบัติ) แล้ว

รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การระดมกำลังทุกภาคส่วนทั่วประเทศมาร่วมปฏิบัติการดับไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งตนได้ลงพื้นที่ไปร่วมปฏิบัติการด้วยนั้นเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น โดยตนเก็บข้อมูลในด้านต่าง ๆ เพื่อนำเสนอต่อพลังพลังปรารัฐและรัฐบาลในการหามาตรการแก้ไขปัญหาอย่างถาวรต่อไป โดยแนวทางที่จะทำให้ปัญหาไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งลดน้อยลงหรือไม่เกิดขึ้น ทางฝ่ายนักวิชาการและฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ร่วมในการศึกษาวิจัย สรุปในภาพกว้าง ๆ ว่าจะต้องหาทางในการเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดินให้สูงขึ้น แต่จะใช้รูปแบบ วิธีการใดนั้นจะมีการพิจารณาเพื่อสรุปแนวทางและนำไปสู่การปฏิบัติอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งฝ่ายนักวิชาการที่ทำการศึกษา วิจัยแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง ระบุแนวทางหนึ่งคือการผลักดันน้ำจากแม่น้ำปากพนังเข้าสู่คลองชะอวด-แพรกเมือง และคลองสาขาต่าง ๆ ในเขตป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งจะทำให้น้ำในป่าพรุมีความชุ่มชื่นเพราะน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นปัญหาไฟไหม้ป่าพรุก็จะลดน้อยลงไปโดยปริยาย  อย่างไรก็ตามในส่วนของสาเหตุการเกิดไฟไหม้นอกจากเกิดจากธรรมชาติแล้ว มีข้อมูลหลักฐานชัดเจนว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ที่ตั้งใจจุดเพื่อนำพื้นที่มาในการประกอบอาชีพทางการเกษตร แต่บุคคลที่ก่อเหตุมีทั้งชาวบ้านธรรมดาที่อาจจะต้องการพื้นที่ป่าเสท่อมโทรมเพียงไม่กี่สิบไร่  แต่ที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มนี้มีเป้าหมายต้องการพื้นที่นับพันนับหมื่นไร่

“นอกจากนี้ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านยังระบุว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนที่จุดเพื่อเอางบประมาณในการปฏิบัติการดับไฟป่าแต่ไม่มีพยานหลักฐานยืนแน่ชัด ทางรัฐบาลจะต้องมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อร่วมสอบสวนสืบสวนและหาพยานหลักฐานมัดตัวผู้ที่ร่วมกระทำผิดเพ่อดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมืองอย่างเฉียบขาดต่อไป ”

 
 
 
ชาวลพบุรีแห่นางแมวขอฝน หลังทิ้งช่วงนานกว่า2เดือน

ชาวลพบุรีแห่นางแมวขอฝน หลังทิ้งช่วงนานกว่า2เดือน

วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.57 น.
 
 

เกษตรกรที่ทำนาและชาวบ้านประกอบพิธีตามความเชื่อมาแต่โบราณขอฝน โดยจัดพิธีแห่นางแมวไปรอบหมู่บ้านเพื่อขอให้ฝนตกลงมานาข้าวและแหล่งน้ำที่ใช้ขาดแคลนกว่า 2 เดือน

4 ส.ค.62 เกษตรกรที่ทำนาและประชาชนชาวบ้านบ้านโคกสุข หมู่ที่ 2 ต.หนองเต่า อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ซึ่งนำโดยนายบุญทาน พุฒหอม อายุ 75 ปี ได้รวบรวมชาวบ้านจัดพิธีที่มีมาแต่โบราณ "แห่นางแมว" หลังจากที่ฝนไม่ตกมานานกว่า 2 เดือนทำให้นาข้าวกว่า 2 พันไร่ที่เกษตรกรที่ทำนาข้าวได้รับผลกระทบต้นข้าวกำลังจะยืนต้นตาย

โดยข้าวที่หว่านลงในนาข้าวที่กำลังจะโตและข้าวเปลือกที่หว่านแห้งในนาที่รอฝนเสียหายไปด้วย นอกจากนี้แหล่งน้ำที่ชาวบ้านได้ใช้กันในคลองสาธารณก็กำลังจะแห้งขอดก้นคลองแล้วไม่สามารถนำน้ำมาใช้ได้ สำหรับพิธีกรรมแห่นางแมว นั้นเป็นพิธีกรรมที่โบราณกาลทำพิธีดังกล่าวเป็นการขอฝนมาเป็นเวลานาน โดยได้นำแมวเพศเมียมาใส่ในตะกร้าแห่ออกจากศาลในหมู่บ้านไปรอบหมู่บ้านแล้วร้องเพลงพื้นบ้านขอฝน รวมทั้งมีนำกลองยาว พิณ และนางรำที่เป็นคนในหมู่บ้านร่วมแห่ในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ เชื่อว่าในเร็ววันนี้พระพิรุณคงจะโปรยปรายลงมาคลายความเดือดร้อนให้กับชาวนาที่รออย่างมีความหวัง เพื่อให้ข้าวในนาข้าวได้รอดจากการยืนต้นตายที่เกษตรกรที่ทำนาจะต้องขาดทุนเป็นหนี้สินและมีน้ำใช้ในหมู่บ้าน ขณะที่ทางสำนักงานชลประทานที่ 10 ได้จัดเครื่องสูบน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 นิ้วสูบน้ำจากคลองชลประทานสายชัยนาท – ป่าสัก ส่งไปตามคลองซอย เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้น้ำจากคลองซอยสูบลงนาข้าวรอฝนที่คาดว่าจะตกลงในในสัปดาห์นี้

ระวัง‘วิภา’! เตือน5อำเภอพะเยา เตรียมรับมือท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

ระวัง‘วิภา’! เตือน5อำเภอพะเยา เตรียมรับมือท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.18 น.
 
 

ระวัง‘วิภา’! เตือน5อำเภอพะเยา เตรียมรับมือท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

4 สิงหาคม 2562 นายกร มหาวงศ์นันท์ หัวหน้าสำนักงานบรรเทาและสาธารณภัย(ปภ.) จังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ปภ.พะเยา ขอเตือนให้กับประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์พายุวิภาที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งในช่วง 1-2 วันนี้ จะมีฝนตกในพื้นที่ และอาจจะมีปริมาณมาก อาจจะก่อให้เกิดภาวะน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอปง , เชียงคำ , ภูซาง และจุน และยังมีบางส่วนของ อ.เชียงม่วน เนื่องจากมีสภาพหมู่บ้านที่อยู่อาศัยบริเวณริมลำห้วยใกล้หุบเขา จึงควรเพิ่มความระมัดระวังและเฝ้าสังเกตการณ์ในช่วงนี้ด้วย

นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารพยากรณ์อากาศของทางหน่วยราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากมีฝนตกลงมาในปริมาณที่มาก ควรระมัดระวังและเตรียมความพร้อมในการที่จะอพยพหากมีน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งบางพื้นที่อาจจะมีน้ำท่วมซ้ำได้ หลังจากเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมาได้เกิดน้ำท่วมขึ้นในพื้นที่จังหวัดพะเยาหลายจุด จึงอยากให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างเต็มที่

ขณะที่สภาพบรรยากาศโดยทั่วไปของจังหวัดพะเยา ในช่วงเช้ามืดของวันนี้ ได้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ยังมีฝนตกอยู่ตลอด

 
 
 
 
 
 
 .........................................................

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน