*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5480
  • จำนวนผู้ชม : 3324351
  • จำนวนผู้โหวต : 1713
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1713 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 7 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 211 , 14:05:01 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         คนสำคัญๆในพรรคฝ่ายค้าน ถือเป็นหน้าที่หรืออย่างไรที่จะต้องโจมตีนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธุ์ จันทร์โอชา อย่างต่อ

เนื่องตลอดมา คงมีทีมจับผิดนายกฯตลอดเวลา การเมืองไทยจะมีธรรมเนียมปฏิบัติเช่นนี้ไปถึงไหนกันเล่า แล้วไม่น่าจะถือว่าเป็น

การสร้างสรรค์แม้แต่น้อย

         มีรายงานข่าวส่วนหนึ่งเกี่ยวกับ 'กำนันสุเทพ' ว่า ...  นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม

การทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด กรณีทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน

396 แห่ง เป็นเหตุให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ได้รับความเสียหาย เป็นเงิน จำนวน 1,728 ล้านบาท ว่า ตนได้เข้าไปชี้แจง

หลายครั้งหลายหนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในที่สุด ป.ป.ช.ก็ได้สรุปและมีมติชี้มูล ทำให้ตนเองจะได้มีโอกาสไปพิสูจน์ความจริงใน

ศาล เรื่องราวจะได้จบ เพราะว่าตนเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียงมาเยอะแล้ว

         

 

‘สุเทพ’ยันโรงพักสร้างไม่เสร็จ ไม่เกี่ยวคนอนุมัติ เสียงแข็งพร้อมพิสูจน์ในศาล

‘สุเทพ’ยันโรงพักสร้างไม่เสร็จ ไม่เกี่ยวคนอนุมัติ เสียงแข็งพร้อมพิสูจน์ในศาล

วันพุธ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.25 น.
 
 ‘สุเทพ’ยันโรงพักสร้างไม่เสร็จ ไม่เกี่ยวคนอนุมัติ เสียงแข็งพร้อมพิสูจน์ในศาล

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 7 สิงหาคม 2562 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวก เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้าย มั่วสุมเพื่อก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ในฐานะคนที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เรื่องที่เกิดขึ้นขอเรียนกับประชาชนว่าไม่มีความซับซ้อนอะไรเลย แต่เดิม ป.ป.ช.พยายามกล่าวหาว่าตนเองกระทำผิดมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ในที่สุดก็ไม่มีความผิด เพราะว่ามติ ครม.เกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่มีอยู่จริง เพราะฉะนั้นฟังจากการแถลงของ ป.ป.ช.เมื่อวานนี้ กลายเป็นว่าตนเองเสนอเรื่องขออนุมัติ ครม.เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงวิธีจัดซื้อจัดจ้างใหม่ กลับไม่เสนอขอมติที่ประชุม ครม.อีก คล้ายกับว่าตนเองใช้อำนาจโดยมิชอบ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าการใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีดังกล่าว จะทำให้การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ซึ่งตนเห็นว่าอาจจะผิดจากข้อเท็จ

“เพราะข้อเท็จจริง คือ ครม.มีมติครั้งเดียวเมื่อวันที่ 17 ก.พ.2552 ให้สร้างสถานีตำรวจ 396 แห่งในวงเงิน 6,000 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติ แล้วผูกพันงบประมาณเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งครม.อนุมัติเพียงครั้งเดียว เรียกว่าครม.อนุมัติโดยหลักการ” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างไม่ใช่อำนาจของ ครม.ในการอนุมัติ ไม่มีการอนุมัติในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการใด ที่จะต้องไปขออนุมัติจากมติ ครม. เพราะมีกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างว่าด้วยระเบียบพัสดุของสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่แล้วว่าเป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงาน คืออธิบดี หรือถ้าเกินอำนาจของอธิบดี ก็เป็นอำนาจของรัฐมนตรีที่คุมกระทรวงนั้น ดังนั้นที่กล่าวหาว่าตนเสนอครม.ครั้งหนึ่งแล้ว แต่พอจะเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดซื้อจัดจ้างกลับไม่เสนอขอมติครม.นั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งประเด็นนี้ตนจะนำไปพิสูจน์ให้ศาลได้เห็น

“ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจ เพราะทั้งหมดนี้ที่ ป.ป.ช.กล่าวหาตนเอง ไม่เกี่ยวกับการทุจริตเลย เป็นเพียงประเด็นว่าตนใช้อำนาจหน้าที่ชอบหรือไม่ชอบเท่านั้น เรื่องการทุจริตนั้นเป็นเรื่องที่ป.ป.ช.แจ้งมติชี้มูลตำรวจ ข้าราชการ หรือพ่อค้าคนอื่นในวันเดียวกัน ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าตนเองไปสมคบทุจริตกับเขาด้วย” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ ระบุว่า ประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะชี้ให้ประชาชนได้เห็น คือ มีการประมูลกันโดยวิธี (อีอ๊อกชั่น) e-Auction โดยมีผู้เข้าประมูลหลายรายและแข่งขันกัน 70 กว่าครั้งในการประกวดราคา ผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดนั้น ได้เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริง

“การก่อสร้างที่ไม่แล้วเสร็จ ไม่ได้เกี่ยวกับการอนุมัติสั่งการของตน แต่เกี่ยวกับการบริหารสัญญาคือการกำกับควบคุมดูแลการก่อสร้าง เป็นที่น่าสังเกตว่าระหว่างการก่อสร้างกว่าจะทำสัญญาได้ก็นาน และเวลาก่อสร้างมีการขยายสัญญาหลายครั้ง โดย ผบ.ตร.หลายคน ซึ่งตนจะไม่พูดว่าใครถูกใครผิดอย่างไร เพราะเป็นหน้าที่ของตนที่จะต้องไปพิสูจน์ความจริงกันในศาล ด้วยพยานหลักฐานที่มีอยู่” นายสุเทพ กล่าว

หยุดค่าโง่!‘หมอระวี’หนุนอัยการรื้อคดีโฮปเวลล์ แนะถอดบทเรียนสกัดโง่ซ้ำซาก

หยุดค่าโง่!‘หมอระวี’หนุนอัยการรื้อคดีโฮปเวลล์ แนะถอดบทเรียนสกัดโง่ซ้ำซาก

วันพุธ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 13.04 น.
 

“หมอระวี”หนุนอัยการรื้อคดีค่าโง่โฮปเวลล์ หวังศาลปกครองพลิกคำพิพากษา รัฐไม่ต้องจ่าย 1.2 หมื่นล้าน เหมือนค่าโง่คลองด่าน แนะ ถอดบทเรียนสารพัดค่าโง่ แก้กฎหมายอนุญาโตตุลาการป้องกันเสียค่าโง่ในอนาคต หยุดโกงแบบ 3 ประสาน อย่าใช้ข้อตกลงคุณธรรมเป็นแค่พิธีกรรมสร้างภาพ

7 สิงหาคม 2562 นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่อัยการสูงสุดยื่นศาลปกครองเพื่อรื้อคดีค่าโง่โฮปเวลล์ 1.2 หมื่นล้านให้มีการพิจารณาใหม่ ว่า เป็นบทเรียนของภาครัฐซ้ำรอยกรณีค่าโง่คลองด่าน ซึ่งผลของเรื่องคลองด่านศาลปกครองกลางได้กลับคำพิพากษาเดิมของศาลปกครองสูงสุด ที่ให้กรมควบคุมมลพิษปฏิบัติตามมติของอนุญาโตตุลาการ เนื่องจากมีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้รัฐบาลยังไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายจำนวนกว่า 9 พันล้านให้เอกชน แต่คดียังไม่ยุติ ต้องรอศาลปกครองสูงสุดตัดสินก่อน นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าตกลงรัฐบาลได้เรียกเงินที่จ่ายชดเชยไป 2 งวดก่อนที่จะมีการรื้อคดีกลับมาหรือไม่ ซึ่งความจริงรัฐบาลควรทำความกระจ่างในเรื่องนี้ต่อสังคมด้วย เพื่อยืนยันถึงการรักษาผลประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชน

นายแพทย์ระวี กล่าวด้วยว่า ทุกค่าโง่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ค่าโง่คลองด่าน ค่าโง่ทางด่วน รวมถึงค่าโง่โฮปเวลล์ เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับโครงการขนาดใหญ่ของรัฐอีก โดยในส่วนของโฮปเวลล์ ถือเป็นเรื่องดีที่อัยการยื่นเรื่องให้มีการรื้อคดีใหม่ เพราะมีหลักฐานใหม่ที่จะส่งให้ศาลปกครองพิจารณาเพื่อทบทวนคำพิพากษา แต่ก็ยังต้องลุ้นกันต่อว่าศาลปกครองกลางจะรับไว้พิจารณาหรือไม่

หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวด้วยว่า บทเรียนค่าโง่ของรัฐ ที่เกิดขึ้นซ้ำซากต้นทางก็มาจากการทุจริตแบบสามประสาน ที่สมรู้ร่วมคิดกันระหว่างรัฐเอกชน แล้วก็ข้าราชการ แต่สุดท้ายเมื่อโครงการไปไม่รอดคนที่เสียประโยชน์ที่สุดคือประชาชนที่ไม่ได้ใช้โครงการและยังต้องเสียค่าโง่จากการที่รัฐบาลทุจริต ทำสัญญาที่รัฐเสียเปรียบ ดังนั้นนอกจากจะตามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไปแล้วควรจะพิจารณาในเชิงหลักการว่าจะมีการตรวจสอบดูแลอย่างไรให้การจัดทำสัญญาระหว่างรัฐกับเอกชนไม่ให้รัฐเสียเปรียบ

นอกจากนี้ควรพิจารณาข้อเสนอของสมาคมนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ขอให้รัฐบาลพิจารณาแก้กฎหมายเพื่อกำหนดว่า กรณีที่ศาลเห็นว่าคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยขัดหรือไม่ขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีนั้น เมื่อคู่กรณีแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือ ศาลจะต้องตรวจสอบถึงข้อเท็จจริงกับข้อกฎหมายว่าถูกต้องหรือไม่ มิใช่ดูแต่เพียงผลของคำวินิจฉัยว่าขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือไม่ แล้วตัดสินให้บังคับตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการโดยไม่ตรวจสอบลงไปในรายละเอียด

นายแพทย์ระวี กล่าวด้วยว่า ข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชนที่ให้อนุญาโตตุลาการเป็นผู้ชี้ขาด ส่วนใหญ่จะจบลงที่รัฐเป็นฝ่ายแพ้ และหลายโครงการมีการกระทำไม่สุจริตมาตั้งแต่ต้น จึงมีการเสนอว่าควรแก้ไข พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการฯ ให้ครอบคลุมเฉพาะข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรศึกษาผลดี ผลเสีย เพื่อหาบทสรุปที่ดีที่สุดโดยไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งนี้ควรมีการถอดบทเรียนและสร้างกลไกขึ้นมาตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา โดยมีเรื่องที่รัฐบาลเริ่มต้นได้ทันทีจากการทำโครงการอย่างเปิดเผย โปร่งใส ภายใต้กฎระเบียบ มีความรัดกุมในการจัดทำสัญญา เปิดให้สาธารณชนตรวจสอบได้

ทั้งนี้ การมีข้อตกลงคุณธรรมร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เปิดทางให้คนกลางที่ไม่มีส่วนได้เสียเข้าไปสังเกตการณ์ เสนอแนะ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติและประชาชน แต่ต้องทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่ใช้ข้อตกลงคุณธรรมเป็นพิธีกรรมสร้างภาพให้กับรัฐบาลเท่านั้น

'นายกฯ' ลงพื้นที่ยะลา เปิดศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้

'นายกฯ' ลงพื้นที่ยะลา เปิดศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้

วันพุธ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 13.15 น.
 
 เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 สิงหาคม 2562 ที่ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเตรียมเป็นศูนย์รวมของหน่วยงานราชการต่างๆ ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่ โดยมีบรรดาข้าราชการ ประชาชน เดินทางมาต้อนรับกันเป็นจำนวนมาก 

สำหรับอาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายในมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 1 หมื่นตารางเมตร มีทั้งหมด 16 ชั้น แบ่งเป็น ส่วนงานบริการประชาชนทั่วไป ส่วนงานบริการด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่วนงานบริการด้านการพัฒนาสังคม ส่วนงานบริการด้านการพัฒนาการศึกษา และส่วนงานพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคง

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้พบปะพี่น้องประชาชนและส่วนราชการต่างๆ รวมทั้งรับฟังสรุปความก้าวหน้า การพัฒนาจังหวัดยะลา โดยนายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และรับฟังสรุปการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมิติต่างๆ โดย พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานมอบเงินสนับสนุนค่าตอบแทนการทำงานของผู้นำศาสนาในพื้นที่ 5 จังหวัดให้กับประธานคณะกรรมการอิสลาม ประจำ 5 จังหวัด และได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้แทนของกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 3 ราย มอบบัตรส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และมอบหนังสือขอบคุณภาคเอกชนในการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

 

 

ประกอบด้วย บริษัท ดีลักซ์ จำกัด บริษัท Supreb Creation Furniture Limited (Hongkong Based Company) บริษัท ม่าน กู่ หวาง ฟู้ด จำกัด บริษัทหนองจิกพัฒนา จำกัด และบริษัท ฟรอนท์ อินเตอร์ วู๊ด จำกัด ตลอดจนมอบหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน (โฉนดที่ดิน) ให้กับผู้นำศาสนาและผู้แทนประชาชนของ จ.ยะลา และ ปัตตานี จำนวน 3 ราย

ต่อมา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานและบริการการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ (OSOS) ซึ่งเป็นหน่วยที่เป็นศูนย์กลางการบริหารการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเร่งรัดการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ให้สามารถรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม สร้างการรับรู้และสร้างโอกาส การเข้าถึงบริการทางด้านเศรษฐกิจ อำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป ตลอดจนให้คำปรึกษา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งเป็นประธานเปิดศูนย์ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการดำเนินการในเรื่องขั้นตอนการได้รับสิทธิการ ช่วยเหลือเยียวยา
 

‘ธีระชัย’จี้ถวายคืนพระราชอำนาจ ชี้‘บิ๊กตู่’จงใจฝ่าฝืนรธน. พ้นสภาพนายกฯอัตโนมัติ

‘ธีระชัย’จี้ถวายคืนพระราชอำนาจ ชี้‘บิ๊กตู่’จงใจฝ่าฝืนรธน. พ้นสภาพนายกฯอัตโนมัติ

วันพุธ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 09.28 น.
 
 ‘ธีระชัย’จี้ถวายคืนพระราชอำนาจ ชี้‘บิ๊กตู่’จงใจฝ่าฝืนรธน. พ้นสภาพนายกฯอัตโนมัติ

7 สิงหาคม 2562 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกมาแสดงความเห็นตอบโต้ นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุหากไม่จบกรณีนายกฯถวายสัตย์ไม่ครบ ถือว่ายังไม่ถวายสัตย์สถานะของรัฐบาลประยุทธ์ 1 คสช. และ ม.44 ยังอยู่ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อภินิหารทางกฎหมาย!‘ไพศาล’ถอดรหัส ทำไม‘ลุงตู่’เตือนปมถวายสัตย์อย่าให้บานปลาย)

ผ่านมา ดังนี้

“คสช.ยังอยู่ ม.44ยังอยู่ แต่จะเหมือนเดิมหรือไม่?”

คุณไพศาล พืชมงคล นักกฎหมายและอดีตสนช. โพสต์เฟซบุ๊คเช้านี้ ระบุว่า ถ้าถือว่ายังไม่มีการถวายสัตย์

ก็จะถือว่ารัฐบาลลุงตู่(2)ยังไม่ได้เข้ารับหน้าที่!!! – และหมายความว่า

1.รัฐบาลลุงตู่(1) ยังอยู่

2.คสช.ยังอยู่

3.มาตรา 44 ยังอยู่

แต่ผมตั้งข้อสังเกต กรณีอย่างนี้ เนื่องจากลุงตู่ตั้งใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ อันเป็นการฝ่าฝืนทั้งมาตรา 157 และมาตรา 112 ดังนั้น จึงขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีอัตโนมัติ

ต้องลาออกจากนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.!!!

ถวายคืนพระราชอำนาจให้ทรงแต่งตั้งทั้งสองตำแหน่งใหม่ เพื่อให้มีความสง่างาม ใช่หรือเปล่า?

 
เปิดศึก‘วัน’!ปารีณาแขวะ3ข้อ วางคิว10โมงวันนี้ขึ้นโรงพักฟ้อง‘ช่อ’

เปิดศึก‘วัน’!ปารีณาแขวะ3ข้อ วางคิว10โมงวันนี้ขึ้นโรงพักฟ้อง‘ช่อ’

วันพุธ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 08.55 น.
 
 เปิดศึก‘วัน’!ปารีณาแขวะ3ข้อ วางคิว10โมงวันนี้ขึ้นโรงพักฟ้อง‘ช่อ’
7 สิงหาคม 2562 นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา ระบุวันนี้(7 สิงหาคม 2562) จะเดินทางเข้าแจ้งความนางสาวพรรณิการ์ วานิช หรือ “ช่อ” โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ฐานหมิ่นประมาท โดยระบุข้อความว่า “พรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. สส ปารีณา จะไปแจ้งความช่อ อนาคตใหม่ที่ สน.ลุมพินี คะ”

นอกจากนี้นางสาวปารีณา ยังแปะลิงก์ข่าวที่มีความเกี่ยวข้องกับนายวัน อยู่บำรุง สส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย บุตรชายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พร้อมข้อความระบุว่า “1.ใหญ่จัง 2.คุ้นเคยกับที่แคบๆ 3.พ่อแม่รังแกฉัน จึงเป็น...”

ก่อนหน้านี้นายวัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.ขาดคุณสมบัติลงสมัครเป็นนายกฯ 2.ถวายสัตย์ไม่ครบ 3.รัฐบาลเป็นโมฆะ

 

 
กลิ่นไหม้คลุ้ง!‘บิ๊กตู่’ระทึกยกคณะ!เยือน‘ยะลา’บันไดเลื่อนเสีย-ไฟฟ้าลัดวงจร

กลิ่นไหม้คลุ้ง!‘บิ๊กตู่’ระทึกยกคณะ!เยือน‘ยะลา’บันไดเลื่อนเสีย-ไฟฟ้าลัดวงจร

วันพุธ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 10.02 น.
 
 “บิ๊กตู่”ลงพื้นที่จ.ยะลา มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ระทึกอีกไฟฟ้าลัดวงจรบันไดเลื่อนเสียก่อนนายกฯมา 

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 เวลา 07.00 น ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6  (บน.6)  ดอนเมือง กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผบ.ตร. เดินทางไปลงยังท่าอากาศยานปัตตานี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อตรวจราชการ จ.ยะลา ถือเป็นการลงพื้นที่ต่างจังหวัดครั้งแรก พร้อมรัฐมนตรีหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา 

โดยจุดแรกเวลา 09.45 น.นายกฯเป็นประธานพิธีเปิดอาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมืองยะลา โดยมีพล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. และนายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าฯจ.ยะลา และส.ส.ภาคใต้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้แก่ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.เขต 1 ยะลา นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.เขต 1 นราธิวาส นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.เขต 2 นราธิวาส มาร่วมให้การต้อนรับ 

ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างอย่างเข้มงวด ใช้การรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด บุคคลที่จะเข้ามาภายในบริเวณศูนย์ราชการต้องผ่านการตรวจอย่างละเอียด ทั้งการติดสติ๊กเกอร์ การผ่านเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัย  ภายในห้องจัดงานได้จัดโซนที่นั่งแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน ระหว่างเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการอิสลาม และประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องให้ปลดอาวุธทั้งหมด แต่ทั้งนี้ในการเตรียมพร้อมเต็มร้อยก็สะดุด โดยก่อนที่นายกฯจะเดินทางมาถึงเมื่อเวลา 08.30 น. ปรากฏว่า บันไดเลื่อนที่จะขึ้นมาบริเวณห้องประชุมชั้น 2 หลังผ่านเครื่องสแกนและติดบัตรสติ๊กเกอร์ ได้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ส่งกลิ่นไหม้คละคลุ้ง และทำให้บันไดเลื่อนใช้การไม่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหา โดยใข้เวลาแก้ไขประมาณ30นาที ซึ่งเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในความไม่พร้อม จากนั้นเวลา9.10นาที เจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าจะมีการตัดไฟภายในอาคารเป็นช่วงๆและใช้เครื่องปั่นไฟสำรองแทน เพื่อให้สามารถมีไฟฟ้าใช้ได้เพียงพอตลอดการจัดงาน

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
......................................................
 
7 สิงหาคม 2562
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน