*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5480
  • จำนวนผู้ชม : 3324351
  • จำนวนผู้โหวต : 1713
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1713 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 7 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 302 , 20:47:53 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

link @: ‘ธีระชัย’จี้ถวายคืนพระราชอำนาจ ชี้‘บิ๊กตู่’จงใจฝ่าฝืนรธน.

สวัสดีครับ

         ข่าว "สาวแชร์ภาพตายายนั่งพื้นกินข้าวเปล่าที่ รพ." เห็นรูปในข่าวแล้วน้ำตาซึมเชียวครับ ตากำลังเปิบข้าวเปล่า ส่วนยาย

ก็คงจะรอให้ตากินให้อิ่มเสียก่อน แต่ก็น่าอนุโมทนาสาธุที่ข่าวบอกว่า "หลังจากเรื่องราวของ 2 ตายายถูกเผยแพร่ออกไปในโลก

ออนไลน์ ก็มีหน่วยงาน​ติดต่อเข้ามาช่วยเหลือ​และได้เข้าไปช่วยเหลือ​คุณตาและคุณยายในเบื้องต้น​ นอกจากนี้ผู้ใจบุญก็ได้ร่วมบริ

จาคช่วยเหลือ 2 ตายาเข้ามาอย่างล้นหลาม 

         ถ้อยคำที่รัฐาลประยุทธ์ 1 & 2 ประกาศก้องว่า "จะไม่ทิ้งใครเอาไว้ข้างหลัง" ก็ดูเหมือนจะเป็นความจริงตลอดมาครับ แต่หาก

ขาดตกบกพร่องแล้ว พี่น้องไทยก็ช่วยกันก่อนละ แล้วรัฐจะเอาอย่างไรก็ว่ากันไป

         ข่าว : คลิประทึก พื้นอาคารทรุด เครื่องจักรล้มทับเจ็บ 2  นับเป็นอุทธาหรณ์เตือนใจอย่างดี เพราะพื้นอาคารทั่วไปไม่แน่ว่าจะรับน้ำ

หนักของหนักๆอย่างเครื่องจักรได้ปรือเปล่า การจะใช้อาคารทั่วไปเป็นโรงงาน ก็ควรจะปรับพื้นให้แข็งแรงเสียก่อน

 

สาวแชร์ภาพตายายนั่งพื้นกินข้าวเปล่าที่ รพ.

วันที่ 7 สิงหาคม 2562 - 15:35 น.
2 ตายาย,กินข้าวเปล่า,โรงพยาบาล

สาวแชร์ภาพตายายนั่งพื้นกินข้าวเปล่าที่ รพ.

" วันนี้มีเรื่องราวมาเล่าให้ฟัง รอระหว่างการนั่งรอตรวจ ก่อนอื่นคุณเห็นภาพนี้แล้วรู้สึก​อย่างไร แอมบอกเลยว่าเห็นครั้งแรกแล้วหดหู่ใจ​มาก ที่แรกเลยเดินผ่านเห็นตายายคู่นึงนั่งอยู่กับพื้นก็เลยมองดูเห็นตาเอาข้าวออกมาจากกระเป๋าพร้อมขวดน้ำเราก็เลยยืนมองดูว่าตากินข้าวกับอะไรคือตากินข้าวเปล่าที่ห่อมาจากบ้านโดยไม่มีกับข้าวเลย ให้กล่องข้าวมีซ้อน 2 อันเพื่อยายกินด้วย เรายืนมองอยู่พักนึงว่าแกมากับใคร มีลูกมาด้วยหรือเปล่า แต่ก็ไม่มีใครเลยมากัน 2 คน เลยเดินเข้าไปถาม

ยายมากับใคร มีญาติมาด้วยไหม ยายบอกมากับตา 2 คน เลยถามว่าบ้านยายอยู่ไหนยายบอกว่าบ้านยายอยู่ อ.คง ขึ้นรถทัวร์มาลง บขส.แล้วนั่งรถ 2 แถวต่อมาโรงพยาบาลมากัน ค่ารถ 2 คน ร้อยกว่าบาทยายอายุ 78 ส่วนตาอายุ 75 ยายเป็นนิ่วส่วนตาไม่ได้เป็นอะไรมาเป็นเพื่อน ยายบอกยายมีลูก 1 คน เขามีครอบครัว​แยกกันไปแล้วมาดูแลบ้างแต่ไม่ได้ส่งเสียอะไรเลย

ถามต่อว่ายายเอาเงินไหนมายายบอกยืมเขามา 300 บาทพอเงินเดือนคนแกออกก็จะไปคืนเขาไม่ได้มีรายได้อะไรหมอนัดก่อนเงินเดือนออกเลยต้องยืมเขาเราก็ได้ให้ค่ารถแกไป 200 แล้วบอกแกว่ายายอันนี้หนูตั้งใจให้เอาไว้เป็นค่ารถกลับบ้านนะค่ะหนูไม่ได้มีเงินมากอะไรแต่ตั้งใจที่จะให้ยายยกมือไว้พร้อมน้ำตาและให้พร เราตั้งใจ​ที่จะทำบุญ​ไม่ใช่แค่ไปที่วัดแต่บุญ​อยู่ทุกทีขึ้นอยู่ที่เราจะเลือกทำ #มันคือความสุขทางใจ"

 

 

การเมือง

(คลิป) "บิ๊กตู่" โชว์คัดแยกทุเรียนจนหนามตำมือเลือดออก

วันที่ 7 สิงหาคม 2562 - 16:17 น.
บิ๊กตู่,ทุเรียน,คัดแยกทุเรียน,พันธุ์พื้นเมือง,กลาแต,ยาตงซูซู,โชว์คัดแยกทุเรียน

"บิ๊กตู่" ลั่น "รบ.ใหม่" ทุ่มทุกสรรพวิธี ดูแลปชช. ก่อนลองคัดแยกทุเรียน จนหนามตำเลือดออก พร้อมชิมพันธุ์พื้นเมือง "กลาแต-ยาตงซูซู"

          วันที่ 7 ส.ค.62 เวลา 13.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการทุเรียนคุณภาพและการบริหารจัดการทุเรียนคุณภาพของเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร ณ ตลาดกลางยางพารา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

 

          ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า วันนี้มาเยี่ยมเยียนในฐานะรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้ง ขอบคุณมิตรไมตรีที่มีให้กับตน ใครฟังไม่รู้เรื่องก็ของให้ยกมือ แต่ถ้ามีคนยกมือเพียงคนเดียวก็รู้สึกเสียใจ ตนอาจจะพูดเร็วไปนิด ต้องปรับตัวหากัน อยากให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ มีกำลังใจที่เข้มแข็ง ร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาบ้านเมือง รักกันไว้เถิดเราเกิดเป็นคนไทยด้วยกัน ทั้งนี้ ยืนยันรัฐบาลใหม่จะทุ่มทุกสรพพวิธีดูแลประชาชน แต่การแก้ปัญหาด้วยเงินอย่างเดียวมันไม่ยั่งยืน ต้องทำให้ถูกวิธี อย่างไรก็ตาม ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สำคัญที่สุด โดยช่วงหนึ่งนายกฯ บอกให้ชาวบ้านที่มาต้อนรับ ปรบมือให้กับรัฐมนตรีใหม่หน่อย พร้อมกับระบุด้วยว่า แต่ก็อย่าทิ้งคนเก่าๆ อีกหลายคน 

         นอกจากนี้ นายกฯ ได้เยี่ยมชมการคัดแยกทุเรียน พร้อมใช้ไม้เคาะเพื่อเช็กความสุกของทุเรียน พร้อมกับโยนทุเรียนเพื่อขนขึ้นรถ และทดลองป้ายน้ำยาที่ขั้ว พร้อมชิมทุเรียนพันธุ์กลาแต (ดอกทุเรียนสีชมพู) และทุเรียนพันธ์ุยาตงซูซู (ทุเรียน 300 ปี) ซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองของนราธิวาสและยะลา โดยเมื่อนายกฯ ได้ชิมถึงกับออกปากว่าอร่อย หวานมัน 

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งจังหวะที่นายกฯ ได้หิ้วทุเรียนโดยไม่สวมถุงมือ ทำให้หนามตำมือจนเลือดออกอย่างเห็นได้ชัด แต่นายกฯ ระบุว่าไม่เจ็บ ไกลหัวใจเยอะ ไม่เป็นไร

          จากนั้นนายกฯ ได้ถ่ายรูปร่วมกับประชาชนและข้าราชการ พร้อมกับบอกว่า "รักนายกฯ ก็ต้องรักครม.ของผมด้วย ทุเรียนมีเกรดเอ เกรดบี เกรดซี สำหรับผมน่ะเกรดเอ"

คลิประทึก พื้นอาคารทรุด เครื่องจักรล้มทับเจ็บ 2

วันที่ 7 สิงหาคม 2562 - 18:39 น.
เครื่องจักร,เครื่องกลึงเหล็ก,ล้ม,พื้นทรุด,รับน้ำหนักไม่ไหว

นาทีชีวิต พื้นอาคารทรุดทำเครื่องกลึงเหล็กล้มทับ เจ้าของโรงงาน-ลูกค้าบาดเจ็บทั้งคู่ คาดสาเหตุเกิดจากรับน้ำหนักเครื่องจักรร่วม 5 ตันไม่ไหว

                 เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 7 สิงหาคม 2562 ศูนย์วิทยุพระราม (สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร) ได้รับแจ้งเหตุเครื่องจักรล้มทับคนงาน มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดใต้เครื่องจักร จุดเกิดเหตุ บ้าน74 ซอยเทียนทะเล8 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

                 เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 2 ราย โดยรายแรกชื่อ นายมนู แก้วสิทธิ อายุ 51 ปี เป็นเจ้าของกิจการ โดนเครื่องจักรทับปริเวณขา เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือออกมาได้ ก่อนนำส่งโรงพยาบาลบางประกอก8 และยังมีอีก 1 ราย ซึ่งติดอยู่ใต้เครื่องจักร ทราบชื่อต่อมาคือนายศิริชัย กลิ่นบุญสด อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นลูกค้า เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเร่งนำอุปกรณ์ตัดถ่างช่วยผู้บาดเจ็บออกมา โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงนำร่างออกมาได้ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลพระราม2

                 จากการสอบถามนายจิตร ทองอุไร อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านให้การว่า ช่วงเกิดเหตุเวลาประมาณ 14.30 น. ตนเองนั้นอยู่บนบ้าน ได้ยินเสียงดังเหมือนมีวัตถุล้ม จึงรีบลงมาดูก็พบว่าข้างบ้านเกิดเหตุเครื่องจักรล้ม โดยพื้นของอาคารทรุดตัว แล้วเครื่องจักรได้ล้มลงทับร่างผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายดังกล่าว ตนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่

                 ทางด้าน นายนิธิเมธ หัศไทย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมอาคาร สำนักงานเขตบางขุนเทียน ได้เดินทางมาจุดเกิดเหตุ แล้ว พร้อมได้สั่งการห้ามใช้อาคารเพื่อรอการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาเขตฯ อีกครั้ง

                 เบื้องต้นพบว่าพื้นของตัวอาคารได้ทรุดลงประมาณ 70 เชนติเมตร ทำให้เครื่องจักรที่มีขนาดความยาว 6 เมตร น้ำหนักประมาณ 5 ตัน ซึ่งเป็นเครื่องกลึง ทำให้พื้นที่รับน้ำหนักมาก เกิดอาการทรุดตัว ก่อนที่ทับทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

กล่องประหยัดไฟฟ้านวัตกรรมแหกตาเบอร์5

วันที่ 7 สิงหาคม 2562 - 13:55 น.
กล่องประหยัดไฟฟ้า,การไฟฟ้า

รายงาน...

          การไฟฟ้าเก็บค่าไฟแพงไปหรือเปล่า ชาวบ้านจึงพยายามคิดหาสารพัดวิธีลดตัวเลขในบิลเรียกเก็บเงินลง แต่ตัวเองยังคงรักที่จะมีความสุขอยู่กับการพึ่งพาเครื่องอำนวยความสะดวกที่ทำงานด้วยกระแสไฟฟ้าไม่เคยเปลี่ยน

          ก่อนหน้านี้มี 18 มงกุฎหลอกขายบัตรพลังงานรักษาโรค ลักษณะเป็นบัตรสมาร์ทการ์ดหน้าตาคล้ายบัตร เอทีเอ็ม อ้างว่าถ้านำไปแปะตามปลั๊กไฟในบ้านจะประหยัดค่าไฟลงได้ ใครเจ็บไข้ได้ป่วย ปวดเมื่อยตามไขข้อ หรือโรคอะไรก็รักษาได้ชะงัดนัก

          คนเฒ่าคนแก่ได้ยินสรรพคุณแห่ซื้อไปใช้อย่างแพร่หลาย หวังเป็นทางเลือกใหม่ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้ดีกว่าเดิม

          แต่แล้วประกายความหวังหลังกินน้ำแช่บัตรสารพัดนึกผ่านไปไม่ถึงเดือนก็ดับวูบ ลุง ป้า น้า อา ทั้งหลาย ถูกต้ม!

          การ์ดวิเศษใช้การอะไรไม่ได้ แถมยังพาชีวิตเสี่ยงตายโดยไม่รู้ตัว เมื่อผลตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ระบุอย่างน่าสะพึงกลัวว่า ในการ์ดลวงโลกใบนั้นพบสารกัมมันตภาพรังสี หากเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เป็น มะเร็ง!

          สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับบัตรพลังงานรักษาโรค พบว่าเคยถูกนำมาเข้ามาขายในประเทศไทยโดยนักธุรกิจชาวมาเลเซียหลายปีมาแล้ว คนไทยหลงซื้อไปใช้กันมากมาย เมื่อถูกกวาดล้างก็เงียบหายไปเป็นพักๆ ก่อนโผล่มาหลอกขายชาวบ้านแถบภาคอีสานอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ โดยฝีมือของแก๊งลวงโลกชาวไทย

          ในห้วงเวลาที่ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งถูกหลอกขายบัตรพลังงานรักษาโรค ด้วยวิธีการสมัครสมาชิกขายตรง บอกต่อความเชื่อกันเป็นทอดๆ และแม้จะถูกฝ่ายปกครองและตำรวจกวาดล้างจนเงียบหายไปแล้ว 

          อีกด้านหนึ่งในโลกการค้าออนไลน์ ธุรกิจขาย อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน กลับสร้างรายได้ให้แก่ผู้ค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

          กล่องประหยัดไฟ เป็นสินค้าตัวหนึ่งที่ได้รับความสนใจในหมู่คนที่หวังแต่จะประหยัดค่าไฟ แต่ไม่เคยเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟในชีวิตประจำวันลงเลย

          ในตลาดออนไลน์ เจ้ากล่องวิเศษตัวนี้มีผู้นำเข้ามาเสนอขายหลายรุ่น สนนราคาตั้งแต่หลายร้อยบาทจนถึงหลักพัน แต่อ้างคุณสมบัติเหมือนกันคือ เมื่อนำไปเสียบตามปลั๊กไฟในบ้านจะทำให้มิเตอร์ไฟฟ้าหมุนช้าลง นั่นหมายถึงค่าไฟก็จะถูกลงไปด้วย

          กลยุทธ์การตลาดของผู้ค้าอุปกรณ์ประหยัดพลังงานชนิดนี้ จะใช้วิธีบรรยายคุณสมบัติตามหลักวิทยาศาสตร์ว่าสามารถลดรังสีอันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาจากสายไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญช่วยลดค่าไฟลงได้ 30-50% บางรายให้ถึง 60%

          นอกจากนี้ผู้ค้ายังการันตีว่าการลดรอบมิเตอร์ไฟฟ้าด้วยอุปกรณ์สุดพิเศษตัวนี้ ไม่ผิดกฎหมาย แน่นอน

          นั่นคือคำโฆษณาอวดอ้างของผู้ค้าซึ่งปรากฏอยู่ในเว็บช็อปปิ้งออนไลน์ทั่วไป แต่ยังมีบางรายเพิ่มความน่าเชื่อถือด้วยการนำสัญลักษณ์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มาตัดต่อสร้างเพจโฆษณา ให้เข้าใจผิดว่า สินค้าตัวนี้ได้รับการรับรองจาก กฟผ.แล้ว 

          นอกจากนี้ยังมีบางรายนำภาพพิธีกรรายการข่าวชื่อดังพร้อมโลโก้สถานีโทรทัศน์มาตัดต่อโฆษณาในลักษณะเดียวกัน ร้อนถึงเจ้าตัวต้องใช้ช่วงเวลาข่าวของตัวเองชี้แจงเป็นพัลวันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และย้ำเตือนประชาชนด้วยว่า อย่าได้หลงเชื่อซื้อสินค้าเหล่านี้ไปใช้ เพราะได้รับการพิสูจน์และยืนยันจากนักวิชาการ รวมทั้งวิศวกรของการไฟฟ้าแล้วว่า อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นเพียงตัวเก็บประจุไฟฟ้า ไม่สามารถลดค่ากระแสไฟฟ้าได้จริง

          จากการตรวจสอบข้อมูลสินค้าที่เรียกว่ากล่องประหยัดไฟฟ้าดังกล่าวพบว่า เคยวางขายย่านคลองถมและเว็บไซต์ต่างๆ นานหลายปีมาแล้ว แต่ไม่มีการจับกุมดำเนินคดี ทำให้ปัจจุบันมีผู้ค้าเปิดเพจขายสินค้าตัวนี้อย่างคึกคักทั้งรายเก่าและรายใหม่ไม่ต่ำกว่า 20 ราย และยังมีลูกค้าจำนวนมากซื้อไปใช้ไม่ขาดสาย ทั้งที่มีคำเตือนจากทั้งวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์อยู่เป็นระยะว่าอย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาด จะเสียเงินฟรี!

          เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า มีคนถามมาเรื่อยๆว่า กล่องประหยัดไฟฟ้า ที่เห็นโฆษณาในอินเทอร์เน็ต ใช้ได้ผลจริงหรือเปล่า ก็ได้ตอบไปว่าไม่จริง ไม่สามารถลดค่าไฟได้ และเคยโพสต์เตือนในเฟซบุ๊กหลายครั้งแล้ว 

          ล่าสุด เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2562 นักวิทยาศาสตร์ท่านนี้ได้เจอเข้ากับตัวเอง เมื่อเฟซบุ๊กของเขาได้รับเพจโฆษณาขายสินค้าตัวนี้เหมือนกับชาวบ้านคนอื่นๆ  

          “โพสต์เตือนเรื่อง กล่องประหยัดไฟฟ้า หลอกลวง เกือบทุกเดือน วันนี้มันขึ้นโฆษณาที่หน้าฟีดผมเองเลย ฮะๆๆ อย่าหลงเชื่อนะครับ"

          ก่อนหน้านี้ อาจารย์เจษฎา เคยโพสต์เตือนและอธิบายว่า มีลูกค้าคนหนึ่งซื้ออุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้ามาในราคาพันกว่าบาท  พอลองแกะดู ข้างในมีแค่วงจรแปลงไฟ (สลับ-ตรง) กับหลอดไฟ LED สองดวง กับตัวต้านทาน (R) ที่ตั้งให้ลดโวลต์ลงไปเท่านั้นเอง ... ชัดเจนว่าไม่ได้จะช่วยลดค่าไฟอะไร

          นอกจากพวกกล่องเล็กๆ แบบนี้แล้ว ยังมีอีกหลายยี่ห้อที่เอามาหลอกขาย มีทั้งแบบที่ผิดกฎหมายชัดเจน เพราะใช้การสลับสายกราวด์ ขโมยไฟใช้ ซึ่งการไฟฟ้าเขาเช็กง่ายมาก และแบบที่อ้างว่าได้ผลจริง มีหลักฐานจากการไปติดที่โรงงานโน่นนี่มายืนยัน แต่จริงๆ แล้ว แค่ใส่ ตัวเก็บประจุ capacitor (C) มา ซึ่งพวก C นี้จะช่วยปรับค่าทางไฟฟ้าที่เรียกว่า ค่า power factor (PF) ให้ดีขึ้น เหมาะกับโรงงานที่ใช้มอเตอร์ใหญ่ๆ เพราะค่า PF มีผลต่อค่าไฟด้วย แต่ไม่เกี่ยวกับไฟบ้าน เพราะค่า PF ไม่ได้ส่งผลต่อการคิดค่าไฟ แต่คิดค่าไฟตามจำนวนวัตต์ที่ใช้เท่านั้น

          “สรุปย้ำชัดๆ อย่าไปเชื่อว่ากล่องประหยัดไฟฟ้าพวกนี้ใช้ได้จริง คิดง่ายๆ ถ้าดีจริง การไฟฟ้าซื้อแจกให้ติดแล้ว ไม่ต้องมารณรงค์ให้ช่วยกันประหยัดไฟหรอก”

          เว็บไซต์ กฟผ.เคยให้ข้อมูลตรงกับอาจารย์เจษฎาว่า  อุปกรณ์ประหยัดพลังงานที่โพสต์ขายกันเอิกเกริกนี้ มีตัวคาปาซิเตอร์(C)หรือตัวเก็บประจุไฟฟ้าเป็นส่วนประกอบ หากออกแบบอย่างเหมาะสมจะช่วยปรับปรุงคุณภาพไฟฟ้าให้อุปกรณ์บางชนิด เช่น มอเตอร์ไฟฟ้าอุตสาหกรรม แต่ไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ไฟฟ้าตามบ้าน ทั้งเรื่องการประหยัดพลังงานและการลดค่าไฟฟ้า เพราะไม่ช่วยให้การใช้พลังงานลดลง และการคิดค่าไฟฟ้าครัวเรือนไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพทางไฟฟ้าแต่อย่างใด

          กฟผ.ย้ำว่า ไม่มีอุปกรณ์เสริมที่สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้จริง ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยประหยัดพลังงานได้นั้น มักมาจากการออกแบบให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากที่สุด อีกทั้งต้องได้รับการตรวจสอบและการรับรองตามหลักวิชาการจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพเบอร์ 5 ส่วนการดัดแปลงมิเตอร์ให้หมุนช้าลงเพื่อให้ค่าไฟฟ้าลดลง ด้วยวิธีการใดๆ นั้นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย

          ปัจจุบันตลาดอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ที่เรียกว่ากล่องประหยัดไฟฟ้า ยังมีการโฆษณาค้าขายอย่างแพร่หลายในแหล่งช็อปปิ้งออนไลน์และโซเชียลมีเดีย โดยปราศจากการควบคุมใดๆ

 

สื่อมวลชนกับการคุ้มครองผู้บริโภค

วันที่ 7 สิงหาคม 2562 - 14:00 น.
สายตรวจระวังภัย,นักข่าว,สคบ,ผู้บริโภค
Shares : 
10
เปิดอ่าน 342 ครั้ง

คอลัมน์...  สายตรวจระวังภัย 

          ในปัจจุบันมีการแข่งขันกันในเชิงธุรกิจมากมาย ทำให้ผู้ผลิตแข่งกันผลิตสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แต่ในทางกลับกันพบว่า มีผู้ผลิตจำนวนไม่น้อยที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค หลายคนถูกเอาเปรียบไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสินค้าและบริการ ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีความปลอดภัย เป็นอันตรายต่อชีวิต จำนวนไม่น้อยตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา(เกินจริง) โดยเฉพาะปัจจุบันที่ธุรกิจบนโลกออนไลน์เติบโตและเป็นที่นิยม ซึ่งปรากฏเป็นข่าวให้เห็นเป็นประจำ

          การคุ้มครองผู้บริโภค นอกจากนโยบายของรัฐบาล หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ยิ่งแล้วเป็น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อีกสิ่งหนึ่งที่จะทำหน้าที่เป็น “กระบอกเสียง” นำเสนอข้อมูลให้คนในสังคมรู้เท่าทัน รู้จักป้องกันตัวไม่ตกเป็นเหยื่อถูกเอาเปรียบฉ้อโกงจากสินค้าและบริการ คือ “สื่อมวลชน” หรือ “นักข่าว” ที่ชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ

          ด้วยเหตุนี้ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จึงจับมือ สคบ. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการสื่อมวลชนกับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมุ่งหวังให้สื่อมวลชนมีความรู้ความเข้าใจสาระของการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อเป็นกระบอกเสียงและเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริโภค ภายใต้ชื่อโครงการ “นักข่าวใหม่กับการคุ้มครองผู้บริโภค”

          สำหรับการอบรมดังกล่าว มีทั้งการบรรยายโครงสร้างภารกิจการคุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายที่ผู้บริโภคควรรู้ โดยมี นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการ สคบ. พร้อมด้วย นายพัสกร ทัพมงคล ผู้อำนวยการส่วนบังคับคดี และ นายณัชภัทร ขาวแก้ว นิติกรชำนาญการ เป็นผู้ให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม ขณะเดียวกันยังมีกิจกรรม “ประตูสู่การเป็นนักข่าวเชิงข้อมูล (data journalism)” และการวางแผนข่าวแบบ Design Thinking โดย ดร.เอกพล เธียรถาวร อาจารย์ประจำสาขาวารสารศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และ ผศ.สกุลศรี ศรีสารคาม หัวหน้าสาขาวารสารศาสตร์คอนเวอร์เจนท์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ 


          นายพิฆเนศ บอกว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นจากความต้องการส่งต่อความรู้เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคให้แก่สื่อมวลชน โดยหวังว่าจะมีการนำไปสื่อสารต่อให้แก่ประชาชนผู้บริโภค เพื่อให้เท่าทันเหตุการณ์และป้องกันไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ รวมถึงอยากสื่อสารมิติอื่นๆ ในงานของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นอกเหนือจากเรื่องการรับเรื่องร้องเรียน อาทิ มิติด้านสังคม การช่วยให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการเยียวยาตามสิทธิที่ควรได้รับ

 

          ขณะที่ นายมงคล บางประภา นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มองว่า หน้าที่ของสื่อมวลชนไม่มีวันสูญหายไป ตราบเท่าที่ประชาชนยังต้องติดตามข่าวสารอยู่ แม้สภาพสังคมในปัจจุบันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แต่หน้าที่ของสื่อมวลชนยังต้องดำเนินต่อไป เพียงแต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม การอบรมนักข่าวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ที่มุ่งหวังให้นักข่าวรุ่นใหม่มีโอกาสเรียนรู้ข้อมูล ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และทักษะในการทำข่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่เน้นการเติมองค์ความรู้ด้านต่างๆ ให้แก่สื่อมวลชน เพื่อนำไปต่อยอดสำหรับการรายงานข่าวช่วยเหลือประชาชน

          ความรู้ที่ได้ ประสบการณ์ที่มี จะทำให้สื่อมวลชนได้ทำหน้าที่ “ผู้คุ้มครอง” ช่วยป้องกันบรรเทาผลกระทบที่เกิดกับผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคต้องได้รับการคุ้มครองจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่หน่วยงานภาครัฐ..!!

 

 
หน้าแรก / การเมือง
พุธ 7 สิงหาคม 2562

มท.ยุค3พรรค! ตบรางวัล16ผู้ว่าฯคุมจังหวัดใหญ่ พ้นกรุ7ผวจ.-ลดชั้น3พ่อเมือง

มท.ยุค3พรรค! ตบรางวัล16ผู้ว่าฯคุมจังหวัดใหญ่ พ้นกรุ7ผวจ.-ลดชั้น3พ่อเมือง
7 สิงหาคม 2562 | โดย ราษฎร์ บำรุงรัฐ
 7,066

กระทรวงมหาดไทย ยุค "3รมต.3พรรค" ซึ่งมีพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรมว. โควต้าพรรคพลังประชารัฐ , นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช. จากพรรคประชาธิปัตย์ และนายทรงศักดิ์ ทองศรี จากพรรคภูมิใจไทย

ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับบริหารสูง30 กว่าราย หากไล่เรียงตำแหน่งอธิบดี และผู้ว่าฯ ที่น่าสนใจ ดังนี้

สลับเก้าอี้คุมกรม
1.นายธนาคม จงจิระ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมการปกครอง
2.นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นอธิบดีกรมที่ดิน
3.นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมที่ดิน เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
4.นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน

จากจังหวัดเล็กขึ้นจังหวัดใหญ่
5.นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
6.นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
7.นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร 
8.นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
9.นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถวร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
10.นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตาก
11.นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร
12.นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
13.นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์

ADVERTISEMENT

 

ออกจากกรุ-ขึ้นชั้นพ่อเมือง
14.ว่าที่ร.ต.พิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตราด
15.นายกมล เชียงวงค์ ผู้ตรวจการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา
16.นายสุธี ทองแย้ม ที่ปรึกษาด้านการปกครอง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ
17.นายสนิท ขาวสะอาด ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ
18.นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ตวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ 
19.นายสุวพงศ์ กิตติภัทย์พิบูลย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน
20.นายชรัส บุญณสะ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม

สลับใกล้เคียงเดิม
21.นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน 
22.นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ
23.นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
24.นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี
25.นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
26.นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร
27.นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว

ย้ายดูแลจังหวัดขนาดเล็ก
28.นายจำเริญ ทิพยพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา
39.นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล
30.นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร

โยกเข้ากระทรวง
31.นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นรองปลัดกระทรวง

 ....................................................

7 สิงหาคม 2562



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 08/08/2019 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ
ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

vinitvadee
...................................
ยายแกถือธรรมเนียมที่ว่า สตรีเป็นช้างเท้าหลัง แกจึงให้สามีกินข้าวก่อนครับ ... เราเห็นอะไรๆที่เป็นสภาพของคนไทยปัจจุบันมากทีเดียวนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 08/08/2019 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

อ่านข่าวตายายกินข้าวเปล่าแล้วตันคอตันใจมากค่ะ
เลยรีบกินข้าว ที่เรายังมีกับข้าว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน