*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5525
  • จำนวนผู้ชม : 3341185
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 16 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 268 , 15:00:56 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ในช่วงเวลานี้คงจะไม่มีใครปิดปากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หน.พรรคอนค. ในการแขวะรัฐบาล ทหาร รธน. ตลอดจนอีก

หลายๆอย่างที่ขวางหน้าได้เลย เหมือนปล่อยเสือเข้าป่าก็ว่าได้ เพราะมีเวลาที่ถูกห้ามเข้าสภา พอดีกับจังหวะที่กำลังจะมีการเลือก

ตั้งอปท.ทั่วไป นายธนาธรจึงเข้าสวมรอยประกบเอาอปท.เอาไว้ในกำมือของตัวเสียเลย

อนาคตใหม่ ?

'ธนาธร'ขายฝันอปท.! ล้างระบบรวมศูนย์อำนาจ ชูเลือกตั้งผู้ว่าฯ-ทวงคืนศักดิ์ศรีท้องถิ่น
 
"ผมไปที่ไหน พี่น้องมักจะมาถามว่าเลือก ส.ส.คนนี้มาแล้วทำไมบ้านเมืองไม่ดีขึ้นเลย ถ้าใครทำการเมืองระดับชาติไปเดินตลาด จะเจอคำถามนี้ทุกคน คำตอบง่ายๆ ส.ส.กับประชาชนนี่ไกลกันมาก เพราะความจริง ส.ส.ไม่ได้มีหน้าที่บริหารพื้นที่ อยู่ๆ ส.ส.จะไปสั่งหน่วยงานต่างๆไม่ได้ ส.ส.คือฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้า ส.ส.จะทำ วิธีที่ทำได้คือการไปตั้งกระทู้ถามหรือตั้งข้อปรึกษาหารือในสภา มันต้องขึ้นไปถึงตรงนั้นถึงจะลงไปถึงจังหวัดของตัวเองได้"นายธนาธร กล่าว

และว่า กลไกที่ ส.ส.จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนไกลมากและไม่ตอบสนองกับปัญหาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่า แต่สิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นนักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน มีศักดิ์ศรีและเกียรติยศ แต่อาชีพนี้ในปัจจุบันต้องไปรายงานนายอำเภอ รายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งๆที่คนเหล่านั้นไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง นี่คือรูปแบบของรัฐที่ทำงานไม่ได้

ทั้งนี้ ตนขอยกตัวอย่างให้เห็นถึงปัญหาของรัฐราชการรวมศูนย์ กรณีทะเลน้อย จ.พัทลุง-สงขลา เป็นทะเลสาบน้ำจืด ปัญหาที่เกิดขึ้นคือวัชพืชในทะเลสาบเต็มไปหมด คนที่มีครื่องจักรจะจัดการได้คือกรมโยธาธิการและผังเมือง แต่เข้าไปทำไม่ได้เพราะอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ในสังกัดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอำนาจงบประมาณอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย คุณจะแก้ปัญหาทะเลน้อยสุดท้ายแล้วต้องกลับไปที่กรุงเทพฯ ผ่านกรมโยธาฯ ไปกระทรวงทรัพย์ฯ ไปมหาดไทย

"การจะจัดการปัญหานี้เรื่องเดียวต้องวิ่งผ่านกี่กระทรวง แล้วกระทรวงทุกวันนี้มาจากคนละพรรคกันไม่เคยคุยกัน สุดท้ายคนที่มีอำนาจในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ มีแต่นายกรัฐมนตรีสั่งการได้ นี่คือปัญหาที่มาจากการออกแบบสถาปัตยกรรมทางการเมืองที่รวมศูนย์ทุกอย่างไว้ที่ส่วนกลาง  และถ้าเราไม่ปฏิรูประบบรัฐราชการที่รวมศูนย์อำนาจจริงๆ ประเทศเราเดินต่อไปไม่ได้ รูปแบบรัฐปัจจุบันที่รวมอำนาจไว้สู่ศูนย์กลางพาประเทศเราไปไกลกว่านี้ไม่ได้"นายธนาธร กล่าว

และว่า ตนอยากให้เรากลับมาตรึกตรองว่าอะไรคือความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็นระหว่างท้องถิ่นกับรัฐส่วนกลาง ความสัมพันธ์ที่ถูกต้องควรไม่มีใครสำคัญกว่าใคร ไม่มีใครอยู่เหนือใคร สถานะเท่ากัน ศักดิ์และศรีเท่ากัน แบ่งงานกันตามที่ตกลงไว้ อะไรที่ไมได้เขียนห้ามไว้ท้องถิ่นต้องมีอิสระที่จะทำได้ แต่ทุกวันนี้ ท้องถิ่นต่ำต้อยกว่า ต้องรายงานต่อราชการส่วนกลาง  เราต้องต่อสู้ทางความคิดก่อน ว่าท้องถิ่นและส่วนกลางศักดิ์ศรีเท่ากัน เพียงแต่แบ่งงานกันทำ

นอกจากนี้ นายธนาธร ยังชูข้อเสนอเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งกระทรวงท้องถิ่น และมีข้อเสนอเรื่อง พ.ร.บ.จัดการตนเองทีละจังหวัด ซึ่ง 3 ตัวนี้มีปัญหาหมดเลย คือ 1.ข้อเสนอเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าทำได้ก็จะยังคงเกิดความตึงเครียดและขัดแย้งกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อยู่ดี แม้ผู้ว่าจะมาจากการเลือกตั้งฯ แต่ยังต้องขึ้นอยู่กับกฎกระทรวง ถ้าเลือกตั้งผู้ว่าฯอย่างเดียว แต่ไม่เอาอำนาจมาฝั่งนี้ด้วยจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้

2. ข้อเสนอการมีกระทรวงท้องถิ่นยิ่งมีปัญหา สิ่งที่ตนอยากให้คิด คือ เราต้องการอิสระหรือเราต้องการการขึ้นตรงกันแน่ ทุกวันนี้ท้องถิ่นคิดจะทำอะไรต้องให้ส่วนกลางอนุมัติแผน ถามว่าส่วนกลางรู้ไหมว่าบ้านของท่านมีอะไรดี ไม่รู้หรอก ท่านไม่ได้ต้องการการขึ้นตรงต่อ ท่านต้องการอิสระ ในฐานะที่เท่ากัน ท่านมีฐานะที่ได้รับการแต่งตั้งจากประชาชน ไม่ควรต้องขึ้นตรงต่อใคร การมีกระทรวงจะทำให้ปัญหายิ่งแล้วใหญ่ ท้องถิ่นจึงไม่ควรต้องอยู่ในสายบังคับบัญชาการของหน่วยงานราชการ

และ 3. ข้อเสนอเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งตนเชื่อว่าทุกที่มีศักยภาพ วิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติที่แตกต่างสวยงามกันหมด ดังนั้น ไม่มีจังหวัดไหนพิเศษกว่าจังหวัดไหน สิ่งที่คิดกันว่าเป็นความพิเศษคือความปกติ ดังนั้น เป็นอำนาจปกติที่ทุกจังหวัดพึงมีอยู่แล้ว ปัญหาคือ การทำรายจังหวัดจะไม่สำเร็จ ต้องทำเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ไปพร้อมๆกัน เริ่มจากเรื่องง่ายที่สุดคือ เปิดเผยฐานภาษีเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มเท่าไหร่ ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา ภาษีรายได้นิติบุคคล ที่เก็บในจังหวัดท่านได้เท่าไหร่ แล้วต้องมาแบ่งกับส่วนกลางกันใหม่ ให้อำนาจ ให้ภาษีท้องถิ่นเป็นคนจัดการบริหารเอง ค่อยๆดึงอำนาจ ถ่ายเทอำนาจ ถ่ายเทงบ ถ่ายเทคนมาที่ท้องถิ่น

“เราจะก้าวหน้าไปไกลกว่านี้ไม่ได้เลยถ้าแข็งแต่หัวแล้วข้างล่างอ่อนแอ ประเทศจะเข้มแข็งก้าวหน้าไปได้ต้องเริ่มจากส่วนที่เล็กที่สุด ดังนั้น สิ่งที่พรรคอนาคตใหม่อยากเสนอคือการดึงภาษีให้ท้องถิ่นนำมาบริหารได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องเอาไปรวมที่กรุงเทพฯแล้วค่อยแบ่ง ไม่ต้องเอาไปรวมในสภาแล้วไปแย่งกันในสภา เราต้องค่อยๆดึงอำนาจมาจากรัฐราชการทีละอำนาจทีละตัว เพื่อเปิดให้ท้องถิ่นค่อยๆเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตัวเอง แต่การจะทำได้ก็ต้องแก้ที่รัฐธรรมนูญเนื่องจากการรัฐประหารตั้งแต่ปี 49 และปี 57  การกระจายอำนาจถูกดึงถอยหลัง เราจึงต้องหยุดการสืบทอดอำนจของคสช.ต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อยุติการรวมศูนย์อำนาจที่กรุงเทพ ดึงอำนาจกลับมาสู่ท้องถิ่น”นายธนาธร กล่าว

'ไพศาล'ย้อน'ลุงตู่'แจกเงิน1.5พันวงเงิน5หมื่นล้าน ผลเป็นไง!คนจนหมดประเทศหรือยัง?

'ไพศาล'ย้อน'ลุงตู่'แจกเงิน1.5พันวงเงิน5หมื่นล้าน ผลเป็นไง!คนจนหมดประเทศหรือยัง?

วันศุกร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 08.57 น.
 
 วันที่ 16 สิงหาคม นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์ สุวรรณ โพสต์ เฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol กรณีรัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ระบุว่า

ความคิดที่จะเอาเงินไปแจกให้คนไปเที่ยวคนละ 1,500 บาทเป็นวงเงิน 50,000ล้านบาทนั้น

ถ้าสามารถทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นขึ้นมาได้ภายใน 2 เดือนจริงแล้วไซร้ 

ป่านนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยคงรุ่งเรืองมานานแล้ว

เพราะเราได้ใช้วิธีการเดียวกันนี้ มาหลายปีแล้ว และใช้เงินไปแล้วหลายแสนล้านบาท แล้วผลเป็นไงละ

คนจนเกือบหมดทั้งประเทศแล้วหรือยัง!

และในขณะนี้เมื่อมีข่าวว่ามหาวิทยาลัยของรัฐถึง 20 แห่ง กำลังขาดเงินจ่ายเงินเดือน หากยังเอาเงิน 50,0 00ล้าน ไปแจกให้ไปเที่ยว จะทำให้ภาพความเหลื่อมล้ำและความพิลึกพิลั่นเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นไหมล่ะ

ผู้คนมิก่นด่าและเย้ยหยัน กันหรือครับ

ขอวอนลุงตู่ว่าควรเอาวงเงิน 50,000 ล้านบาทนี้ไปช่วยพี่น้องเกษตรกรให้เพาะปลูกใหม่หลังจากเสียหาย เพราะข้าวกล้าแห้งตายหมด และนำเงินไปใช้ขุดลอกแหล่งน้ำ ในพื้นที่ต่างๆให้เร็วที่สุดเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ต่อไปจะดีกว่า!!!

 
มท.เตรียมผนึก'กษ.'เคาะช่วยลดรายจ่าย เพิ่มประสิทธิภาพเกษตรกร

มท.เตรียมผนึก'กษ.'เคาะช่วยลดรายจ่าย เพิ่มประสิทธิภาพเกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 14.17 น.
 
‘มท.’ พร้อมดันแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ เน้นแก้ปัญหาฐานราก เตรียมผนึก ‘กษ.’ เคาะช่วยลดรายจ่าย-เพิ่มประสิทธิภาพเกษตรกร

วันที่ 16 สิงหาคม 2562 เวลา 13.00 น. ที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมของกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจว่า วันนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เศรษฐกิจ มีวาระเกี่ยวกับการมาตรการการดำเนินการทางเศรษฐกิจ มีกรอบอยู่ 7 ด้าน 

เช่น การใช้จ่ายภาครัฐ  โดยเฉพาะงบลงทุนในเรื่องของเศรษฐกิจฐานราก   ที่จะต้องใช้กลไกไปทำให้ดีขึ้นทางด้านการเกษตร การท่องเที่ยว การลงทุน หน่วยงานต่างๆ จะต้องไปพิจารณาว่า จะสามารถทำแผนงานโครงการ  เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ  เช่น การใช้จ่ายภาครัฐ กระทรวงมหาดไทยมีเงินสะสมอยู่ที่ท้องถิ่น เราจะต้องหาแนวทางว่าจะใช้ได้อย่างไร  และต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง  และทำแผนงานเสนอเข้า ครม. 

ซึ่งในวันนี้กระทรวงการคลังได้เสนอเข้ามาแล้ว  ทั้งเรื่องบัตรสวัสดิการคนจน การดูแลผู้สูงอายุ และเด็ก และบางส่วนเป็นโครงการที่ไม่ได้ใช้เงินงบประมาณ เช่นโครงการชะลอหนี้ของธกส. และวีซ่าฟรีให้สำหรับบางประเทศที่กระทรวงมหาดไทยจะต้องไปออกกฎกระทรวงเพื่อรองรับ   

“กระทรวงมหาดไทยจะหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อลดรายจ่ายของเกษตรกรและทำการเพิ่มประสิทธิภาพ ว่าจะใช้เงินจากท้องถิ่นหรือจะขอจากรัฐบาล รวมถึงงานโอทอปที่ไปเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว  ที่จะมีแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย” รมว.มหาดไทย กล่าว

รมว.ยธ.กำชับ'ดีเอสไอ'! ทำงานเชิงรุก-สอบสวนเป็นธรรมเสมอภาคทุกคดี

รมว.ยธ.กำชับ'ดีเอสไอ'! ทำงานเชิงรุก-สอบสวนเป็นธรรมเสมอภาคทุกคดี

วันศุกร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 14.42 น.
 
 "สมศักดิ์"ตรวจเยี่ยมมอบนโยบาย เน้นย้ำ"ดีเอสไอ"และหน่วยอื่นๆทำงานเชิงรุกมากกว่าปีที่ผ่านมา ให้ความเป็นธรรมเสมอภาคกับทุกภาคส่วน พร้อมยืนยันไม่มีการฮั้วประมูลหน่วยงานรัฐ เพราะใช้ระบบประมูลทางอีเล็คทรอนิคส์

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 16 สิงหาคม 2562 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม มาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายด้านการปฏิบัติงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยมี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม , พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ , พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีดีเอสไอ และนายธนกฤต​ จิตรอารีย์รัตน์​ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปภารกิจและภาพรวมผลงานดีเอสไอที่ผ่านมา

โดย นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า มามอบนโยบายและดูภาพรวมของดีเอสไอ ซึ่งที่ผ่านมาดีเอสไอมีผลงานและการปฎิบัติงานดีอยู่แล้ว เพียงแต่ประชาชนอาจไม่ค่อยทราบ จึงให้นโยบายไปว่าควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบมากขึ้น ส่วนเรื่องการรับเรื่องเป็นคดีพิเศษนั้น มีคณะกรรมพิจารณาว่าเรื่องไหนควรจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ จึงไม่น่าห่วง โดยเน้นย้ำให้ดีเอสไอและหน่วยอื่นๆ ภายใต้กระทรวงยุติธรรม ทำงานเชิงรุกให้มากกว่าปีที่ผ่านมา และให้ความเป็นธรรมเสมอภาคกับทุกภาคส่วน และอำนวยความยุติธรรมกับประชาชนด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการยื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องฮั้วประมูลในหน่วยงานรัฐหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบ และยังไม่เห็นตัวเอกสาร แต่ปกติเท่าที่ทราบการฮั้วประมูลในหน่วยงานรัฐค่อนข้างยาก เพราะหน่วยงานราชการใช้ระบบอี-บิดดี้ง (E-Bidding) หรือประมูลงานทางอิเล็คทรอนิคส์อยู่แล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังและหน่วยงานรัฐตรวจสอบอีกด้วย

 
 
 
ฝนหลวงบรรเทาแล้ง! นายกฯไปสุรินทร์-บุรีรัมย์19ส.ค. 'อ่างห้วยเสนง-อำปืด'แห้งขอด

ฝนหลวงบรรเทาแล้ง! นายกฯไปสุรินทร์-บุรีรัมย์19ส.ค. 'อ่างห้วยเสนง-อำปืด'แห้งขอด

วันศุกร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 14.04 น.
 
16 สิงหาคม 2562 นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า วันนี้อากาศยานมาเสริม อีก 6 ลำ ของกองทัพอากาศ(ทอ. )5 ลำ และกองทัพบก(ทบ.) 1 ลำ พร้อมกำลังพล 88 นาย ได้เข้าปฏิบัติการที่หน่วยฝนหลวงจ.เชียงใหม่ 1 ลำ จ.นครราชสีมา 4 ลำ และ จ.ลพบุรี 1 ลำ ซึ่งประชาชนอาจสงสัยว่า ทำไมอากาศยานมาสนับสนุนไม่มากเพราะต้องมีการดัดแปลงเจาะท้องเครื่องบินติดกรวยโปรยสาร และ ทอ.เคยร่วมปฏิบัติการกับกรมฝนหลวงฯ ส่วนเครื่องบินอื่นๆถ้ายังไม่มีการดัดแปลงจึงมาร่วมไม่ได้ 

พร้อมกันนี้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปปัญหาภัยแล้ง มาตรการแก้ไขเฉพาะหน้าระยะกลางและระยะยาว เพื่อเตรียมการสำหรับการเดินทางของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชน และเกษตรกร ขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค การเกษตร เพราะสภาพน้ำแห้งขอดของอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง อ่างเก็บน้ำห้วยอำปืด ไม่สามารถส่งน้ำดิบผลิตประปา จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ วันที่ 19 ส.ค.นี้

นายสุรสีห์ กล่าวว่า การปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวานนี้ (15ส.ค.) ทำฝนตก 23 จังหวัดถือว่าประสบผลสำเร็จในการขึ้นบินทำฝนหลวง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรได้รับผลกระทบจากพื้นที่การเกษตรประสบภัยแล้ง โดยหลายพื้นที่มีฝนตกเฉลี่ย 5-20 มม.และภารกิจเติมน้ำเขื่อน ส่งผลให้เขื่อนขนาดกลางมีน้ำเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีน้ำใช้การต่ำกว่า 30% จำนวน 170 แห่ง ลดเหลือ 167 แห่ง

อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กล่าวว่า แผนปฏิบัติการทำฝนหลวงได้วางแผนให้ครอบคลุมพื้นที่ประกาศภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง และฝนแล้ง 10 จังหวัด และเติมน้ำเขื่อน ลุ่มน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ ต่ำกว่า 30% มี 19แห่ง และเขื่อนขนาดกลางในอีสาน มีน้ำน้อยมากถึง 114 แห่ง ทั้งนี้จากปริมาณฝนสะสม 1 สัปดาห์ พบว่าจะเห็นพื้นที่ภาคกลางบางส่วน มีฝนน้อย และภาคอีสาน จ.นครราชสีมา ภาคตะวันออก จ.สระแก้ว มีปริมาณฝนค่อนข้างน้อย จะนำข้อมูลใช้ประกอบการวางแผนทำฝนหลวงช่วยพื้นที่กำลังประสบปัญหา

“ช่วงนี้ประเทศไทยยังมีอิทธิพลจากลมมรสุมที่มีความชื้นสัมพัทธ์เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติการได้ดี และได้จำนวนเครื่องบินมาเพิ่มขึ้นในการทำฝนหลวง จะได้จำนวนเที่ยวบินมากขึ้น ส่งผลในการปฏิบัติการได้ฝนมากขึ้นในการเติมน้ำเขื่อน ดูแลพื้นที่การเกษตร กำหนดแผนการบินในแต่ละเที่ยวบินขึ้นทำฝน ถ้าใช้เครื่องบินขนาดเล็กจะใช้ 3 ลำ ต่อพื้นที่กว่า 2 แสนไร่ ถ้าขนาดกลาง 2 ลำ ขนาดใหญ่1ลำ” นายสุรสีห์ กล่าว

สำหรับการขึ้นทำฝนหลวง ได้ตรวจสภาพอากาศช่วงเช้านี้พบว่าหน่วยฝนหลวงจ.เชียงใหม่ พิษณุโลก ตาก มีเมฆชั้นกลางปกคลุมหนาแน่น ไม่มีแสงแดดส่องลงมาช่วยขบวนการพัฒนาตัว จึงไม่ขึ้นในขั้นตอนการก่อเมฆ รอให้ฟ้าเปิดมากกว่านี้ในช่วงบ่าย ส่วนหน่วยภาคกลาง ได้ขึ้นบินก่อเมฆ กำหนดพื้นที่เป้าหมาย สองภารกิจ ช่วยพื้นที่การเกษตร และเติมน้ำเขื่อนห้วยท่าเดื่อ เขื่อนกระเสียว เขื่อนห้วยเคียน  จ.กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และหน่วยลพบุรี พร้อมขึ้นปฏิบัติการแต่ท้องฟ้ายังไม่เปิด ติดตามสภาพอากาศช่วงบ่าย ในภาคอีสาน หน่วยขอนแก่น ขึ้นบินขั้นตอนก่อเมฆ ช่วยพื้นที่เกษตรประสบฝนทิ้งช่วง จ.ชัยภูมิ และหน่วยฝนหลวงจ.สุรินทร์ ขึ้นบิน ช่วยพื้นที่ฝนทิ้งช่วงจ.บุรีรัมย์ เร่งเติมน้ำอ่างน้ำห้วยเสนง อ่างอำปืด

สำหรับหน่วยฝนหลวงจ.นครราชสีมา ติดตามสภาพอากาศ มีเมฆชั้นกลางปกคลุม และมีอากาศยานมาสนับสนุน เพิ่ม 4 ลำ ถ้ามีสภาพอากาศเอื้อ พร้อมขึ้นทันที เพราะจ.นครราชสีมา มีพื้นที่ประสบภัยแล้งวงกว้าง ส่วนภาคใต้ พบว่าความชื้นสองระดับอยู่ในเกณฑ์ดี กระแสเร็วลมดี แต่อากาศยานครบรอบการซ่อมบำรุง ต้องให้ซ่อมเสร็จก่อนจึงวางแผนขึ้นบิน

หน้าแรก / ข่าว Like สาระ

ถนนคนเดินเซราะกราว ทม.บุรีรัมย์รับรางวัลมาตรฐานอาหารริมบาทวิถีสนับสนุนเศรษฐกิจ ท่องเที่ยวไทย

ถนนคนเดินเซราะกราว ทม.บุรีรัมย์รับรางวัลมาตรฐานอาหารริมบาทวิถีสนับสนุนเศรษฐกิจ ท่องเที่ยวไทย

วันศุกร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 15.06 น.
 
ถนนคนเดินเซราะกราว เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ รับรางวัลมาตรฐานอาหารริมบาทวิถีปลอดภัย สนับสนุนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยววิถีไทย ของกรมอนามัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อพัฒนาต้นแบบการจัดบริการอาหารริมบาทวิถีที่ได้มาตรฐานสุขาภิบาล

16 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสิรินันท์ มณีราชกิจ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เข้ารับรางวัลมาตรฐานอาหารริมบาทวิถีปลอดภัย สนับสนุนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยววิถีไทย ซึ่งกรมอนามัย ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดขึ้น โดยมี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ที่ห้องเอเวอร์กรีน ชั้น 5โรงแรมเอเซีย แอร์พอร์ต จังหวัดปทุมธานี (ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต)

ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2561 กรมอนามัย ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ได้จัดทำโครงการพัฒนาอาหารริมบาทวิถีปลอดภัย สนับสนุนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยววิถีไทย เพื่อพัฒนาต้นแบบการจัดบริการอาหารริมบาทวิถี ที่ได้มาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร และสนับสนุนเศรษฐกิจของพื้นที่ กระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในการพัฒนาสถานประกอบกิจการด้านอาหารส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย

โดยได้ดำเนินการพัฒนาการจัดบริการอาหารริมบาทวิถีในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ชลบุรี บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ตรัง และสงขลา โดยมีเกณฑ์มาตรฐานต้นแบบอาหารริมบาทวิถี 4 มิติ ประกอบด้วย ด้านสุขภาพ ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านวัฒนธรรม

โดยพบว่ามีรูปแบบการจัดการอาหารริมบาทวิถี จำนวน 3 รูปแบบ คือ พื้นที่เฉพาะ, พื้นที่ปิดถนน และพื้นที่ไม่ปิดถนน รวมถึงได้พิจารณาเกณฑ์มาตรฐานอาหารริมบาทวิถี เพื่อนำไปทดลองใช้ในพื้นที่ดังกล่าว  โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาได้แนวทางการพัฒนาการจัดการอาหารริมบาทวิถีในด้านต่าง ๆ เช่น การใช้มาตรการทางกฎหมาย การสร้างภาคีเครือข่าย รูปแบบและการบริหารจัดการอาหารริมบาทวิถีรวมถึงมาตรฐาน ข้อกำหนดสุขาภิบาลอาหารสำหรับอาหารริมบาทวิถีที่จะนำไปสู่การจัดทำเป็น (ร่าง) กฎกระทรวงสุขลักษณะการจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางทางสาธารณะ พ.ศ. .... ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ต่อไป   

สำหรับถนนคนเดิน “เซราะกราว วอล์คกิ้ง สตรีท” อยู่หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จะมีขึ้นในทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. – 22.00 น. เพื่อให้นำเสนอสินค้า 9 ประเภท ประกอบไปด้วย สินค้าหัตถกรรม, เครื่องประดับ, สิ่งประดิษฐ์ , ของที่ระลึก , อาหารปรุงสำเร็จ , อาหารปรุงแต่ง,เครื่องดื่ม, ตลาดสีเขียว และสินค้าเบ็ดเตล็ด จากผู้จำหน่ายกว่า 430 ราย มาจำหน่ายให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยวและผู้มาเยี่ยมเยียนได้ซื้อหาและเลือกชม ซึ่งถนนคนเดินเซราะกราว ถือเป็นถนนของคนบุรีรัมย์ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน ปีละกว่า 50 ล้านบาท พร้อมเป็นถนนแห่งการศึกษาเรียนรู้การบริหารจัดการให้แก่ท้องถิ่นและส่วนราชการต่างๆ อีกด้วย

เที่ยวหน้าฝน!! ปักหมุดเมืองสีเขียวสัมผัสสายหมอกชมบ้านของพ่อ ‘พระตำหนักปางตอง’

เที่ยวหน้าฝน!! ปักหมุดเมืองสีเขียวสัมผัสสายหมอกชมบ้านของพ่อ ‘พระตำหนักปางตอง’

วันศุกร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.27 น.
 
 ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน ชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวแม่ฮ่องสอนในช่วงฤดูฝน Green Season เพื่อมาสัมผัสกับความเขียวขจีของธรรมชาติ รวมถึงบรรยากาศที่เย็นสบาย ท่ามกลางสายฝนและไอหมอก ตามเส้นทางการท่องเที่ยวทางธรรมชาติของ จ.แม่ฮ่องสอน

16 สิงหาคม 2562 นายโยธิน ทับทิมทอง ผอ.ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ขอชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวแม่ฮ่องสอนในช่วงฤดูฝน Green Season เพื่อมาสัมผัสกับความเขียวขจีของธรรมชาติ รวมถึงบรรยากาศที่เย็นสบาย ท่ามกลางสายฝนและไอหมอก ตามเส้นทางการท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดแม่ฮ่องสอน 

ชมความชุ่มฉ่ำของสายน้ำที่น้ำตกผาเสื่อ ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา – น้ำตกผาเสื่อ ที่ไหลลงมาจากแม่น้ำแม่สะงา มี 6 ชั้น  น้ำตกผาเสื่อ เป็นน้ำตกขนาดกลาง สูงประมาณ 10 เมตร กว้าง 15 เมตร ช่วงฤดูฝนจะมีน้ำไหลเต็มหน้าผากว้างทำให้มีรูปร่างคล้ายเสื่อ จึงเรียกว่า “น้ำตกผาเสื่อ” บริเวณแอ่งน้ำด้านล่างของน้ำตกยังเป็นที่อยู่อาศัยของปลาพลวงจำนวนมาก น้ำตกอยู่ท่ามกลางสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ บรรยากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่

เยี่ยมชมบ้านของพ่อ ที่ พระตำหนักปางตอง หรือ “ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ” ตั้งอยู่ที่ ต.หมอกจำแป่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2523 โดยเป็นศูนย์บริการและพัฒนาแห่งที่สองของโครงการพัฒนาตาม พระราชดำริ จ.แม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ทั้งหมด 5,353 ไร่ โดยใช้เป็นสถานที่สำหรับการทดลองค้นคว้าวิจัย และสาธิตชาวไทยภูเขาในพื้นที่สูง

ดื่มด่ำกับการชิมชาที่บ้านรักไทย ต.หมอกจำแป่ หมู่บ้านชาวจีนยูนนาน ในหมู่บ้านยังคงรักษาวัฒนธรรมจีนอย่างเหนียวแน่น มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย และมีอาหารการกินแบบจีนยูนาน บ้านรักไทยมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาสัมผัสอากาศที่เย็นสบายและชิมชารสเยี่ยม

สุดยอด Unseen ชมต้นไผ่ที่ใหญ่ที่สุดที่ปางอุ๋ง  “ปางอุ๋ง” หรือ “บ้านรวมไทย” เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 หากได้มาเที่ยวปางอุ๋งแล้ว นอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติที่งดงาม ยังมีกาแฟสดของลุงปาละที่ปลูกเอง คั่วเอง และบดเองให้คอกาแฟได้ชิมแบบสดๆ  พร้อมกับชมสุดยอด Unseen ต้นไผ่ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็น “ไผ่ตงดำ” ที่ได้รับพระราชทานนำมาปลูกไว้ ณ ที่ปางอุ๋งแห่งนี้

................................................

16 สิงหาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน