*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5536
  • จำนวนผู้ชม : 3343914
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 17 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 345 , 20:50:14 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

link @: ‘เทพไท’หนุนฝ่ายค้านยื่น‘ซักฟอกทั่วไป’ใช้สภาฯแก้ปัญหารอบด้าน

สวัสดีครับ

         หากการทำงานของ 2 'บิ๊ก' ประยุทธ์ & ประวิทย์ เปรียบกับเกมส์ฟุตบอลแล้วไซร้ มันก็คือการสับขาหลอกอย่างคล่องๆนั่นเอง

กล่าวคือ เมื่อเริ่มรัฐบาลประยุทธ์ 2 'บิ๊กตู่' ก็นั่งว่าราชการที่กระทรวงกลาโหมเสียเอง ตัดตอน 'บิ๊กป้อม' จากที่เคยในสมัยประยุทธ์ 1

แต่ล่าสุดก็มาตั้งให้ 'บิ๊กป้อม' นั่งประธานยุทธศาสตร์ของพรรคพปชร. ซึ่งงานน่าจะมากกว่า ยุ่งกว่ากระทรวงกลาโหมที่เป็นงานหน้า

เดียวเสียอีก อย่างไรก็ตาม 'บิ๊กป้อม' ก็คงจะมีทีมงานพร้อมอยู่แล้ว

 

เจาะประเด็นร้อน

พปชร.จัดทัพใหม่ ประวิตร ปธ.ยุทธศาสตร์  พรรคทหาร เริ่มชัด?

วันที่ 17 สิงหาคม 2562 - 10:00 น.
พปชร,ประวิตร,จัดทัพใหม่

พรรคพลังประชารัฐ ขยับใหญ่ พล.อ. ประวิตร นั่งประธานยุทธศาสตร์พรรค เตรียมดึง พล.อ.ประยุทธ์ นั่ง หน.พรรค อีกคน ภาพพรรคทหาร เริ่มเด่นชัดขึ้น

     "พรรคพลังประชารัฐ" ขยับใหญ่  เมื่อ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  มานั่งในตำแหน่ง "ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ" 

    โดย พล.อ. ประวิตร  บอกว่า จะเข้าปฏิบัติงานวันแรกที่พรรคพลังประชารัฐ ในวันอังคารที่ 20 ส.ค. นี้  

    และปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องมีการแก้ไข พล.อ. ประวิตร บอกว่า ก็คือ ปัญหาเสียงแตก เสียงปริ่มน้ำ ซึ่งทำให้รัฐบาลแพ้โหวตในสภาให้กับฝ่ายค้านมาแล้วถึง 2 ครั้ง 

   ส่วนคณะทำงานยุทธศาสตร์พรรค มีนายอนุชา นาคาศัย , น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ และ น.ส. วทันยา หรือมาดามเดียร์ วงษ์โอภาสี เป็นคณะทำงานยุทธศาสตร์พรรคด้วย    

     และการเข้ามาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคในครั้งนี้  แหล่งข่าวกระซิบว่า เป็นความต้องการของ พล.อ. ประวิตร เอง  เพราะเป็นที่รู้กันว่า พล.อ. ประวิตร เคยมีเรื่องระหองระแหงอยู่กับ“กลุ่มสามมิตร”  ตั้งแต่เมื่อครั้งโหวตนายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร  เนื่องจากตอนนั้น “กลุ่มสามมิตร”  ต้องการให้นายสุชาติ ตันเจริญ  เป็นประธานสภา  แต่คนของ พล.อ. ประวิตร กลับไปเจรจากับพรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนนายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร  

    ดังนั้นการเข้ามานั่งในตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคในครั้งนี้ พล.อ. ประวิตร จึงต้องการมีบทบาทในพรรคพลังประชารัฐเหนือ “ กลุ่มสามมิตร” และต้องการคุมพรรคพลังประชารัฐ

    แต่ พล.อ. ประวิตร คนเดียวอาจมีบารมีไม่พอที่จะคุมพรรคพลังประชารัฐ แบบเบ็ดเสร็จ จึงจะมีการดึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม มาเป็นหัวหน้าพรรคด้วย 

   การให้ พล.อ. ประวิตร  มานั่งเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค จึงเป็นเพียงการปูทางเคลียร์ไปก่อน เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ มานั่งเป็นหัวหน้าพรรค

     และก่อนหน้านี้  ก็เคยมีข่าวมาแล้วว่าหลังจัดตั้งรัฐบาลและแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จเรียบร้อย  พรรคพลังประชารัฐจะมีการประชุมใหญ่และเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้าพรรคแทนนายอุตตม สาวนายน ที่จะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเปิดทางให้   โดยสาเหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจมานั่งหัวหน้าพรรค เพราะมีเป้าหมาย ต้องการทำงานการเมืองระยะยาว และเพื่อจะได้เป็น“นักการเมือง”เต็มตัวลบข้อครหาเสียงวิจารณ์ต่างๆ ออกไป โดยเฉพาะข้อครหาเรื่องการเข้ามา“สืบทอดอำนาจ” และที่ผ่านมาการลงพื้นที่หาเสียงก็ทำได้ไม่เต็มที่

    นอกจากนั้น อีกสาเหตุคือ ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่แบ่งเป็นกลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะจาก “กลุ่มสามมิตร” ที่เคยก่อหวอดเคลื่อนไหวต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีมาแล้ว ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาในการทำงานของพรรค โดยเฉพาะจำนวนเสียงเวลาโหวตเรื่องสำคัญ ๆ ในสภาฯ พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค และควบคุมพรรคพลังประชารัฐทั้งหมด

       แต่ ณ เวลานี้  ยังมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ พล.อ. ประยุทธ์ ยังลังเล เพราะเกรงว่า พรรคพลังประชารัฐจะถูกมองว่ากลายเป็น“พรรคทหาร”อย่างชัดเจน ตามที่คนวิจารณ์และพยายามระบายสีให้พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรค“สีเขียว ” ตลอดมา เมื่อมีทั้ง พล.อ.ประวิตร นั่งประธานยุทธศาสตร์พรรค และ พล.อ. ประยุทธ์ นั่งหัวหน้าพรรค 

         แถมตำแหน่ง “เลขาธิการพรรค” คนต่อไป ก็จะเป็นการชิงกันระหว่าง นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ซึ่งทั้งสองคนก็เป็นรัฐมนตรีคู่กาย พล.อ. ประวิตร ทั้งคู่

       อีกทั้งการมาในตำแหน่งหัวหน้าพรรคของ พล.อ. ประยุทธ์  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯมือกฎหมาย ก็เคยเตือนเรื่องผลดีผลเสียมาแล้ว เช่น ถ้าเกิดพรรคโดนคดีอะไร ผลร้ายก็จะตกไปถึงหน้าพรรคด้วย  ซึ่งในอดีตก็มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วว่า เมื่อพรรคการเมืองถูกยุบ หัวหน้าพรรคจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองด้วย ทำให้คนสำคัญของพรรคระยะหลังจะหลีกเลี่ยงที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรค

      รวมทั้งการที่ พล.อ. ประยุทธ์ มานั่งในตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  ก็เท่ากับไปสังกัดกับพรรคพลังประชารัฐอย่างเต็มตัว การที่จะวางตัวเป็นกลางระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน โดยเฉพาะเวลาที่พรรคร่วมรัฐบาลกระทบกระทั่งกัน และทำหน้าที่เป็นคนคอยไกล่เกลี่ย ก็จะหมดไป 

    และหากเมื่อใดที่พรรคพลังประชารัฐ เด่นชัดถึงขนาดว่าเป็น“พรรคทหาร”  จะมีผลอะไรตามมาเกิดขึ้นบ้างต่อเสถียรภาพของรัฐบาล จะดีขึ้นหรือแย่ลง เป็นเรื่องที่น่าจับตา

"หนู" โกยแต้ม ประชานิยมสายเขียว เอาใจ "เกษตรกรอินทรีย์"

วันที่ 17 สิงหาคม 2562 - 10:10 น.
หนู,เสี่ยหนู อนุทิน ชา,อนุทิน ชาญวีรกูล,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข,เจาะประเด็นร้อน

รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 17-18 ส.ค.62

*****************************

วันนี้ เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล” จากอดีต รมช.สาธารณสุข ในรัฐบาลเสี่ยแม้ว กำลังโกยแต้มสุดฤทธิ์ในฐานะ รมว.สาธารณสุข ในรัฐบาลลุงตู่

ใครจะดูเบาว่าเพราะวิ่งเล่นในกระทรวงคุณหมอมานานก็ตามที แต่ตอนนี้กระแสชื่นชมกำลังมา ถามกันว่านาทีนี้รัฐมนตรีคนไหนงานดี งานไหล เท่าเสี่ยหนูและคนในสังกัดสีน้ำเงิน ยังไม่ค่อยเห็น

ปลดล็อกหมอพื้นบ้าน

อย่างที่รู้ ที่จริงปัญหาหมอพื้นบ้าน มีมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะกระทรวงสาธารณสุขบังคับให้ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และล่าช้า หลายคนสงสัยว่านี่คือการเตะตัดขา

ปรากฏว่าตอนนี้หมอพื้นบ้านได้เฮลั่น วันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา รมต.หนู จัดให้ โดยลงนามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562

การลงนามนี้เกิดขึ้นต่อหน้า เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย และ รสนา โตสิตระกูล กรรมการมูลนิธิสุขภาพไทย 

แน่นอน ระเบียบว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้านฉบับใหม่นี้ จะทำให้หมอพื้นบ้านกว่า 3,000 คน รวมทั้ง เดชา ศิริภัทร ผู้ปรุงน้ำมันกัญชาแจกจ่ายรักษาประชาชน สามารถดำเนินการรักษาต่อไปได้

วันนั้น ท่านรมต.บอกว่า “ที่ผ่านมาอาจมีอะไรติดขัดบ้าง ก็เพราะเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล รัฐมนตรีแต่ละคนก็มีนโยบายต่างกัน ปลัด สธ. และอธิบดีต่างๆ ก็ต้องปฏิบัติตามนโยบายรัฐมนตรี จึงไม่อยากให้โกรธเคืองกัน อะไรที่แล้วก็ให้แล้วไป อย่าตะขิดตะขวงใจ”

หรือที่จริงอยากบอกว่า “หาเสียงยังไง ทำจริงตามนั้น!"

ตามสัญญากัญชาไทย

แต่ยังไม่จบแค่นั้น เพราะเสี่ยหนู ยังลงนามประกาศกระทรวงอีก 2 ฉบับ 1.กำหนดผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน ตามกฎหมายวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ที่จะสามารถปรุง หรือสั่งจ่ายตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ได้ และ 2.เรื่องกำหนดตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ ที่ให้เสพเพื่อรักษาโรค หรือการศึกษาวิจัยได้

เรื่องนี้หมอพื้นบ้านยิ่งเฮลั่นหนักกว่าเก่า เพราะเดิมทีกำหนดให้ใช้วัตถุดิบจากเครื่องกัญชากลาง ซึ่งอาจต้องมีการผสมสมุนไพรอื่น อย่างพริกไทยลงไป ด้วยเจตนาที่จะมีหน่วยผลิตกลาง เพื่อป้องกันการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

แต่จริงๆ หมอพื้นบ้านและแพทย์แผนไทยไม่ได้ใช้เครื่องกัญชากลาง ต้องใช้พืชใบสด และจะได้ปรุงยาเฉพาะรายได้ตรงตามสูตร เพราะหากมีการผสมอย่างอื่นก็อาจจะผิดสูตรไปได้ พอมีการแก้ไขตรงนี้ก็จะทำให้หมอพื้นบ้านและแพทย์แผนไทยปรุงเฉพาะรายดีขึ้ 

แน่นอน ระเบียบและประกาศทั้งหมดจะมีผลทันทีหลังจากประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา แต่ที่เห็นเสี่ยหนูลุยแล้วคือ วันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา เสี่ยหนูได้แถลงเรื่องการส่งสารสกัดน้ำมันกัญชามาตรฐานทางการแพทย์ จากองค์การเภสัชกรรม ไปให้แก่โรงพยาบาลศูนย์ทุกเขตสุขภาพ เขตละ 1 แห่ง รวม 12 แห่ง และผู้ป่วยในโครงการวิจัย 2 ประเภท ได้แก่ การศึกษาวิจัย และการรักษากรณีจำเป็นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย เพื่อให้ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีมาตรฐานแล้วไม่ได้ผล เข้าถึงการรักษาด้วยสารสกัดน้ำมันกัญชา

โดยเป็นแบบหยดใต้ลิ้น ชนิด THC สูง ขนาด 5 มล. 4,500 ขวด และจะได้เพิ่มอีก 2,000 ขวด (ชนิด CBD สูง ขนาด 10 มล. 500 ขวด และชนิด THC : CBD (1:1) ขนาด 5 มล. 1,500 ขวด) รวมเป็น 6,500 ขวดภายในเดือนสิงหาคมนี้

แถมเสี่ยหนูยังลั่นว่าจะเร่งเดินหน้าให้ประชาชนได้เข้าถึงสารสกัดน้ำมันกัญชา ล้านขวด ภายใน 5-6 เดือนนี้ และจะทยอยผลิตสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ออกมาอย่างต่อเนื่อง แสนขวดต่อเดือน ตั้งแต่กันยายนนี้ไป

รมช.สวยเก่ง 

ว่ากันว่า นับจากเข้าทำงานที่กระทรวงคุณหมอวันแรกเมื่อ 18 กรกฎาคม 2562 ลมหายใจเข้าออกของ รมว.สาธารณสุข คนนี้ คือเรื่องกัญชาทางการแพทย์ จนที่สุดก็ออกมาเป็นรูปธรรมให้เราได้เห็นตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น 

ล่าสุดยังสั่งกรมการแพทย์แผนไทยฯ ผลิตน้ำมันกัญชาสูตร “อ. เดชา” 1 แสนขวด พร้อมให้ อ.เดชาเป็นที่ปรึกษาและร่วมผลิตอีกด้วย !

แต่งานนี้หล่อคนเดียวไม่ได้ เพราะงานดีๆ ของพรรคภูมิใจไทย ยังมีคนสวย อย่าง มนัญญา ไทยเศรษฐ์” รมช. เกษตรฯ ที่กำลังออกลีลาสุดฤทธิ์เหมือนกัน

นั่นคือการเดินหน้าแก้ปัญหาสารพิษในภาคการเกษตร คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเสต จากที่ วิวัฒน์ ศัลยกำธร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล (ลุงตู่) ที่แล้ว ได้ต่อสู้ให้ยกเลิกมาตลอด แต่ยังไม่เกิดผลชัดเจน

แต่เบแหม่ม มนัญญา กล้าบอกเลยว่า “การยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ชนิด จะทำให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปีนี้ เพราะมีการใช้มานานเกินไปแล้ว ส่วนตัวแล้วอยากให้ยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิดอย่างถาวร”

โดยวันที่ 20 สิงหาคมที่จะถึง จะมีการทบทวน พ.ร.บ.คุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอันตรายของสารเคมี เช่น การแบ่งโซนพื้นที่อันตราย หรือพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้ได้ เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน

แน่น่อน คำว่า “ทบทวน” อาจแปลว่ายังไม่ได้ยกเลิก แต่ท่าทีที่ชัดเจนของ “เบแหม่ม” ก็ถูกใจคนไทย โดยเฉพาะเอ็นจีโอสายเกษตรกรที่ลุยต้านสารพิษ ตัวนี้มานาน แทบจะเป็นสงครามย่อมๆ กับภาครัฐ

ทั้งหมดนี้ จึงส่งผลไปถึงภาพโดยรวมของคนพรรคภูมิใจไทย ที่น่าจับตามองไปถึงเส้นทางพรรคขนาดกลางที่น่าจะเติบโตไปได้อีกไกลยิ่ง 

คะแนนจาก “ซูเปอร์โพล” ที่เผยผลสำรวจความเห็นของประชาชนในหัวข้อพรรคการเมืองใดเริ่มทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชนได้มากที่สุด

 คำตอบ อันดับ 1 กว่าร้อยละ 40 ก็คือ “พรรคภูมิใจไทย” นี่แหละ!! ไม่ใช่ใครเลย

ลุ้น "กัปตันป้อม" หลอมใจ "12 ก๊ก"

วันที่ 17 สิงหาคม 2562 - 09:27 น.
ก๊ก,บิ๊กป้อม,พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ,ลุงป้อม,พรรคพลังประชารัฐ,เจาะประเด็นร้อน,คมชัดลึก
Shares : 
96
เปิดอ่าน 1,658 ครั้ง

รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 17-18 ส.ค.62

***********************

ได้เวลาเรือเหล็กเผชิญมรสุมฝนฟ้าคะนอง “ลุงป้อม” อาสามาเป็นกัปตันเรือเหล็ก พา 116 ชีวิตมุ่งสู่จุดหมายปลายทาง ระหว่างลอยเรือกลางทะเลคลั่ง ต้องหลอมใจลูกเรือ 12 ก๊กให้เป็นหนึ่งเดียว เป็นเรื่องที่ท้าทายฝีมือลุงป้อมอย่างยิ่งยวด 

หากไม่มีอะไรผิดพลาด สัปดาห์หน้า “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” คงจะได้ฤกษ์เข้าไปที่ชั้น 8 อาคารปานศรี ถ.รัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ

จากนี้ไป พรรคพลังประชารัฐอาจเตรียมการปรับโครงสร้างพรรคครั้งใหญ่ เนื่องจากช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน ทำหน้าที่เสมือน “กรรมการพรรครักษาการ” นักเลือกตั้งในประเทศไทยโดยส่วนใหญ่ทราบดีว่า “บิ๊กป้อม” เป็นแม่ทัพตัวจริง และทำหน้าที่ “เสนาธิการหลังม่าน” 

การปรากฏตัวที่รีสอร์ท 88 การ์มองเต้ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ของบิ๊กป้อม ในงานสัมมนาพรรคพลังประชารัฐ ก็เป็นการส่งสัญญาณว่า “พี่ใหญ่” จะเข้ามาดูแลพรรค เพื่อน้องรัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะได้บริหารรัฐบาลแบบไร้กังวล

เปิด ก๊กใหญ่

ไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่า การเดินทางมารวมตัวที่พรรคพลังประชารัฐ ของนักเลือกตั้งทั้งหลาย ล้วนมาจากทั่วทุกสารทิศ

กลุ่ม กปปส.เดิม อย่าง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” รมว.ศึกษาธิการ และ “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เป็นกลุ่มแรกที่เข้ามาก่อร่างสร้างพรรค ด้วยการเดินสายไปพูดคุยกับนักเลือกตั้งกลุ่มต่างๆ เพื่อดึงเข้ามาร่วมงานกัน

ส่วนหนึ่งของกลุ่มสามมิตร

โชคดีที่ผลเลือกตั้ง 30 เขตในกรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ สามารถกวาด ส.ส.เขตมาได้ 12 ที่นั่ง บวกกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กลุ่มนี้มีกำลังมากถึง 20 คน

กลุ่มสามมิตร ก็เป็นอีกสายหนึ่งที่มาทาง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี มี สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.ยุติธรรม และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.อุตสาหกรรม เป็นแกนนำ

ผนึกกำลังกับ “อุตตม สาวนายน” รมว.คลัง และ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รมว.พลังงาน ทำให้มีกำลังมากถึง 31 คน ส่วนกลุ่มเพชรบูรณ์ นำโดย “สันติ พร้อมพัฒน์” รมช.คลัง มีกำลัง 5 คน เป็นแนวร่วมกับกลุ่มสามมิตร 

พลังชล ส.ส.หาย?

กลุ่มพลังชล ก็เป็นกลุ่มแรกๆ ที่ประกาศเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ กลุ่มพลังชลจึงได้โควตา 1 เก้าอี้ รมว.วัฒนธรรม คือ อิทธิพล คุณปลื้ม” ดำรงตำแหน่ง รมว.วัฒนธรรม

ที่น่าสนใจ พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส.เขต 5 คน ปรากฏว่า ส.ส.เขต 1-3 ประกอบด้วย สุชาติ ชมกลิ่น, จองชัย วงศ์ทรายทอง และ รณเทพ อนุวัฒน์ ได้แยกตัวออกจากกลุ่มบ้านแสนสุข

 

กลุ่ม 4 กุมาร

ส่วนเขต 4 สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ก็สังกัดกลุ่มสามมิตร และเขต 8 “ดร.เอ” สถิระ เผือกประพันธุ์ ลูกชายของ พล.ร.ท.จำรัส เผือกประพันธุ์ ยังไปมาหาสู่กับบ้านแสนสุข

แต่มีข่าวอีกกระแสว่า “ดร.เอ” ขึ้นตรงต่อ “บิ๊กปุ้ม” พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา น้องชายบิ๊กป้อม

กลุ่มบ้านริมน้ำของ “สุชาติ ตันเจริญ” มี ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่ออยู่ในมือเพียง 3 คน จึงทำให้ “พ่อมดดำ” จับมือกับ “สนธยา คุณปลื้ม” พี่ใหญ่ของพลังชล

กลุ่มปากน้ำ มี ส.ส.เขต 6 คน นำโดยตระกูล อัศวเหม” แต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงขอตำแหน่งทางการเมือง มีรายงานว่า ส.ส.ปากน้ำทั้งหมดได้ผนึกกับกลุ่ม ส.ส.เฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น 

แม่ทัพธรรมนัส

กลุ่มผู้กองธรรมนัส อาจนับจำนวน ส.ส.เขต ดูไม่เยอะ แต่จริงๆ แล้ว “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือของพรรค และเป็น “ธรรมนัสผู้สยบพายุ” ในพรรคร่วมรัฐบาล

ผู้กองธรรมนัส” เลือก ภูผา ลิกค์ น้องชาย “ไผ่ ลิคก์” ส.ส.กำแพงเพชร เป็นเลขานุการ ย่อมสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีกับ “กลุ่มกำแพงเพชร” ที่มี “วราเทพ รัตนากร” เป็นกุนซือ

กลุ่มขอนแก่น นำโดย เอกราช ช่างเหลา” ก็ถือว่าเป็นพันธมิตรของผู้กองธรรมนัสมายาวนาน และในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้น ผู้กองธรรมนัสมอบหมายให้เอกราช รับผิดชอบสนามเลือกตั้งท้องถิ่นอีสานเหนือ 

โคราช ก๊ก

 เลือกตั้งที่ผ่านมา สนามเมืองย่าโม พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส.เขต 6 คน แต่เป็นคนในตระกูล “รัตนเศรษฐ” 4 คน ได้แก่ ทัศนียา รัตนเศรษฐ ภรรยาของวิรัช, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนโต, ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนรอง และทัศนาพร เกษเมธีการุณ น้องสาวภรรยาของวิรัช 

อีก 2 คนคือ เกษม ศุภรานนท์ และสมศักดิ์ พันธ์เกษม สังกัดกลุ่มสามมิตร เช่นเดียวกับ ส.ส.ชัยภูมิ 2 คน และ ส.ส.สุรินทร์ 1 คน ก็อยู่ในกลุ่มสามมิตร

บ้านรัตนเศรษฐ

วิรัช” เป็นสายตรงของ “บิ๊กป้อม” คนหนึ่ง และในช่วงหาเสียง “เสี่ยตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ได้ช่วยวิรัช รัตนเศรษฐ สร้างผลงานกวาด ส.ส.เขตโคราช

ด้ามขวานไทยไม่เอกภาพ

แม้จะมีการตั้งกลุ่มด้ามขวานไทย แต่ก็ไม่เป็นเอกภาพ เนื่องจากโครงสร้างการบริหารจัดการมีหลายสายที่เชื่อมตรงถึงผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ 

คนแรกคือ “ผู้การชาติ” พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ที่รับผิดชอบภาคใต้ตอนบน และ “อนุมัติ อาหมัด” นักธุรกิจพลังงาน และสมาชิกวุฒิสภา เป็นแม่ทัพเลือกตั้งชายแดนภาคใต้ และสายตรง “บ้านป่ารอยต่อฯ”

ตรวจเช็กรายชื่อ 13 ส.ส.ภาคใต้ ปรากฏว่า 10 เสียง ส.ส.ใต้ตอนบน ก็แตกเป็น 2 ปีก ส่วน 3 ส.ส.มุสลิม พรรคพลังประชารัฐ แสดงจุดยืนไม่เข้าร่วมกับกลุ่มด้ามขวานไทย

กลุ่มด้ามขวานไทย

ว่ากันว่า มี ส.ส.สงขลา 2 คน และ ส.ส.ยะลาของพลังประชารัฐ ได้เข้าร่วมกับกลุ่มสามมิตรไปแล้วตั้งแต่แรก

นี่คือภาพรวมของกลุ่มก๊วนในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งรอเวลาที่ “บิ๊กป้อม” จะเข้าหลอมรวมใจให้เป็นหนึ่งเดียว เตรียมรับสถานการณ์การเมืองในช่วงต่างๆ เช่นการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือการวางแผนรับมือฝ่ายค้านในโอกาสต่างๆ

 *********************//********************

 

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ พร้อมทำงาน7วัน24ชั่วโมง

วันที่ 16 สิงหาคม 2562 - 12:35 น.
พอดรเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ,พรรคภูมิใจไทย

 

"พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ" พร้อมทำงาน 7 วัน 24 ชั่วโมง คอลัมน์... โชว์กึ๋น

          “เดอะมาร์ช”  พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ขยับทำหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราชษฎร บัญชีรายชื่อ ค่ายสีน้ำเงิน เพราะสองปาร์ตี้ลิสต์ พรรคภูมิใจไทยลาออกไปเป็น รัฐมนตรี  

          โฆษกพรรคภูมิใจไทยคนนี้คุณสมบัติเรียกว่าดีเลิศคนหนึ่งของแวดวงการเมืองวันนี้ เพราะเมื่อดูแฟ้มประวัติแล้วพบว่าในอดีตเคยเป็นรองประธาน กสทช. จบการศึกษานักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 และ “จปร.37” ปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร (เกียรตินิยมเหรียญทอง) แไปเรียนต่อปริญญาโทและเอกจากต่างประเทศในสายงานนี้ ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่าเดอะมาร์ชเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลและด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

          “พร้อมเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชน ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค มอบนโยบายแก่ลูกพรรคทุกคน คือต้องทำงานตลอดทั้ง 7 วัน 24 ชั่วโมง ผมพร้อมทำหน้าที่ ส.ส. สืบทอดเจตนารมณ์ของอดีต ส.ส.ทั้งสองท่าน ในการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รวมทั้งผลักดันนโยบายต่างๆ ของพรรคให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด”

          “รัฐมนตรี, ส.ส. และสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคน เข้าใจและทราบดีถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เราจึงเดินหน้าทำงานเพื่อให้นโยบายของเราเกิดเป็นรูปธรรม โพลล์ล่าสุดบอกว่าชาวบ้านยังติดตามการทำงานของพรรคภูมิใจไทย สะท้อนออกมาที่ผลโพลล์ว่าสังคมสนใจพรรคว่าเร่งทำงาน ถือเป็นกำลังใจการทำงานที่ดีมาก” พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว

ภท.ยัน รมต.-สส.ขาดประชุมสภา มีภารกิจสำคัญ

17 ส.ค. 2562
414 5

"เศรษฐพงค์" ชี้ "รมต.-ส.ส." ขาดประชุมสภาฯ ด้วยภารกิจสำคัญ เผย "อนุทิน" พร้อมปรับสภาพการทำงานให้ลงตัวทั้งงานส.ส.-รมต. วอน ขอให้เข้าใจ ตั้งใจมาทำงานเพื่อปชช. แม้วันเสาร์ก็ไม่ได้หยุด

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าววถึงกรณีมีข่าวว่ารัฐมนตรีและส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยขาดประชุมสภาฯ และไม่ได้ลงมติในการพิจารณาข้อบังคับการประชุมสภาฯ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้มีเฉพาะในส่วนบุคลากรของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่ตนอยากให้มองถึงการทำหน้าที่รัฐมนตรี โดยเฉพาะในส่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ซึ่งสังคมได้เห็นแล้วว่าตั้งแต่รับตำแหน่ง ไม่ได้เว้นว่างจากการทำหน้าที่เลย ทำงานลงพื้นที่ติดตามงานแบบเข้าถึงปัญหาตลอด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโรงพยาบาลสุรินทร์ขาดน้ำ การเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพของอสม. การเดินหน้าเรื่องกัญชาเพื่อรักษาโลก

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ตนเพียงอยากบอกว่าทั้งรัฐมนตรี และส.ส. ที่ไม่ได้เข้าประชุมต่างก็มีเหตุผลความจำเป็น โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ที่ไปทำภารกิจในฐานะรองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วย เช่นเมื่อวันที่ 14 ส.ค. นายอนุทิน มีภารกิจต้องลงนาม MOU กับสภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ เนื้อเยื่อ และดวงตา ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างมาก เป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้มีอวัยวะในการดำรงชีวิตอย่างปกติเหมือนคนทั่วไป และกำหนดการดังกล่าวก็ได้มีการวางไว้ล่วงหน้า เป็นความพร้อมของทั้งสองหน่วยงานในการจะลงนามร่วมกัน ถือเป็นภารกิจสำคัญและจำเป็นที่นายอนุทิน ต้องไปด้วยตัวเอง

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า ในส่วนรัฐมนตรีคืนอื่นๆ ของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และรัฐมนตรีคนอื่นๆ ก็ได้เข้าประชุมตามปกติ เนื่องจากไม่มีภารกิจจำเป็นเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม หากอนาคตรัฐมนตรีของพรรคจะต้องลาประชุมจริงๆ ก็จะอยู่บนพื้นฐานของงานที่มีความจำเป็น มีความสำคัญจริงๆ

"ยืนยันว่ารัฐมนตรีและส.ส.ของพรรคทุกคนให้ความสำคัญกับงานในสภาฯ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเป็นการเริ่มต้นทำงานทั้งในฐานะส.ส. และรัฐมนตรี ก็อยู่ในช่วยการปรับการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกันทั้งงานในหน้าที่ส.ส. และรัฐมนตรี ผมอยากให้สังคมเข้าใจการทำหน้าที่ของเรา ที่ได้พยายามให้ความสมดุลทั้งงานในสภา และงานในหน้าที่รัฐมนตรี ซึ่งเป้าหมายของงานทั้งสองหน้าที่ก็ทำเพื่อประชาชน ขอยืนยันว่าพวกเราชาวภูมิใจไทยเข้ามาทำงานโดยคิดถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนมาก่อน" โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า อย่างวันนี้ เป็นเสาร์ นายอนุทิน ก็ไม่ได้หยุดพักผ่อน เดินหน้าทำงานลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อตรวจเยี่ยมงานตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งเดินทางไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อติดตามโครงการ "ลดแออัดไร้รอยต่อโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา" พร้อมเป็นประธานการลงนาม MOU ระหว่างรพ.มหาราช ฯ กับหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งรพ.เอกชน เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยเพื่อลดความแออัดของรพ.มหาราชนครราชสีมา นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังได้ติดตามการดำเนินนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ โดยได้พบชมรมหมอพื้นบ้าน เพื่อรับยาที่มีส่วนผสมของกัญชาให้ ม.เทคโนโลยีสุรนารี ได้นำไปวิจัยพัฒนาต่อไป รวมทั้งยังได้เปิดคลินิกกัญชา เพื่อการรักษาทางการแพทย์ ที่รพ.มหาราชฯด้วย

...........................................................

17 สิงหาคม 2562

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 18/08/2019 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ
ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

vinitvadee
....................................
ผมกลัวจะเอียนไปตามกันน่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 18/08/2019 เวลา : 07.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

คุณลุงขา

มีแต่ภาพนักการเมืองหนุ่มเริงร่า
ไม่ยักกะมีภาพ E สาวแต่งตัวบ้าบ้า มาประจานบ้างคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน