*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5575
  • จำนวนผู้ชม : 3354977
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 20 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 246 , 22:19:02 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

link @: นัดถกกก.ยุทธศาสตร์พปชร.สัปดาห์ละครั้ง // นายกฯเตรียมเสนอแจกรางวัลคนทำดี

สวัสดีครับ

         ผมเก็บเอาเรื่องของคนที่อื้อฉาวสุดๆในช่วงเวลานี้ เขาคือ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ นายสิระ รังจาคะ มาแปะไว้ที่ท้ายเพจ

นี้ เพราะเส้นทางชีวิตของเขาผกผันจนยากที่จะเชื่อว่าเป็นความจริง ดังหัวเรื่อง : ปูมหลัง “สิระ” เด็กยากจน สู่เสี่ยอู้ฟู่ พลิกผันตกอับ เก็บ

ขวดขาย ชิงชัยได้ ส.ส.

          ประเด็นที่เขาพิพาทกับตำรวจสภ.อ.กะรน ภูเก็ต จะเข้ารอยจุดผกผันของนายสิระอีกครั้งหรืออย่างไร

 

แห่แชร์รูป'ชวน'ไม่ร้องขอกำลังตร. 'ท่านใหม่'ชี้ควรเดินตามรอย ไปกลับเองนักเลงพอ!

แห่แชร์รูป'ชวน'ไม่ร้องขอกำลังตร. 'ท่านใหม่'ชี้ควรเดินตามรอย ไปกลับเองนักเลงพอ!

วันอังคาร ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 20.47 น.
 
 วันที่ 20 สิงหาคม 2562 จากกรณีนายสิระ เจนจาคะ สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แล้วมีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะรน จ.ภูเก็ต  เรื่องการอารักขาส.ส.

ล่าสุดโลกโซเชียลแห่แชร์ภาพนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เดินทางคนเดียวโดยไม่มีการอารักขา ในโลกออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง รวมไปถึงม.จ.จุลเจิม ยุคล  ก็ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ดูเอาเองก็แล้วกัน ครับ สส ผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ทำไมไม่เดินตามรอย ท่านอาวุโส

*อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย

*อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร

*อดีตรองนายก และ รัฐมนตรีหลายกระทรวง 

*อดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภา

*สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิบกว่า สมัย

*ปัจจุบันประธานรัฐสภา

ด้วยความเคารพครับ ลุงชวน

ม.จ. จุลเจิม ยุคล

Cr : เพื่อนผมคนหนึ่ง

 
'ปิยบุตร'ตามขย่ม! ลั่นต้องหาช่องจี้'บิ๊กตู่'ถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่

'ปิยบุตร'ตามขย่ม! ลั่นต้องหาช่องจี้'บิ๊กตู่'ถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่

วันอังคาร ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 19.29 น.
 
 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการดำเนินการกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า เมื่อตนตั้งกระทู้สดไปแล้วสองครั้ง ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ได้มาตอบ หากเราตั้งกระทู้สดไปอีกก็เกรงว่าจะไม่ได้รับคำตอบ เราก็จะใช้ช่องทางอื่นต่อไป อย่างเช่น มาตรา 152 ดำเนินการต่อไป ซึ่งเราก็หวังว่าทางรองประธานสภา ซึ่งรับผิดชอบการบรรจุญัตติต่างๆ นั้น จะดำเนินการให้แล้วเสร็จตามระเบียบข้อบังคับ ที่ระบุว่า หากมีการยื่นญัตติไปแล้ว ภายใน 7 วัน ก็ต้องตอบมา ซึ่งตนคิดว่าวันศุกร์นี้น่าจะได้รับคำตอบ หรืออย่างช้าอาจจะเป็นในสัปดาห์หน้าที่ ญัตติดังกล่าวจะได้รับการบรรจุเข้าไป

ส่วนกรณีอื่นๆ เช่น ใครจะร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็เป็นเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดินไป ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินจะวินิจฉัยอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งสามารถใช้การตีความทางรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น หากสภาฯ เปิดอภิปรายมาตรา 152 แล้วรัฐมนตรีมาชี้แจง อาจจะเป็นหนทางที่ดีกว่าก็ได้ เพราะเราจะได้แก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งตนขอเสนอว่า นายกฯ ควรใช้ช่องทางขอพระบรมราชานุญาต ขอถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ เมื่อได้รับโอกาสเมื่อไรเรื่องนี้จะได้จบโดยเร็วที่สุด เพราะหากศาลตัดสินว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งหลายจะเป็นโมฆะ และใช้ระยะเวลาแก้ปัญหาอย่างยาวนาน

"เราพยายามถึงที่สุดแล้วในการใช้ช่องทางการตั้งกระทู้ เพราะเป็นวิธีการที่สะดวกที่สุด ทั้งด้านรัฐบาล และ ส.ส.ในการชี้แจงในสภาฯ หากจี้แจงเสร็จแล้วก็หาทางแก้กันต่อไป หากนายกฯ ติดภารกิจจริง เราก็ต้องหาช่องทางอื่นในการทำงานร่วมกับรัฐบาลกันต่อไป อย่างเช่นการใช้มาตรา 152" นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ชี้ว่าถูกหรือผิด แต่อำนาจในการใช้รัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของทุกองค์กร ซึ่งมาตรา 152 มีอำนาจอยู่ในสภาฯ เรามีความคาดหวังว่าการเปิดอภิปรายในมาตรา 152 จะทันปิดประชุมสภาฯ สมัยแรก ในวันที่ 18 กันยายนนี้ อย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้ตนได้ยื่นญัตติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนทางด้านการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรมีแค่ 7 พรรคฝ่ายค้าน เป็นเจ้าของ ภาคประชาสังคมต้องร่วมมือกัน เพียงแต่ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพียงเท่านั้น และพรรคอนาคตใหม่จะเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่

'ปิยบุตร'มั่นใจ! เด็กอนค.มีอุดมการณ์-ไม่แตกแถว หลังกระแสพรรคจะถูกยุบ

'ปิยบุตร'มั่นใจ! เด็กอนค.มีอุดมการณ์-ไม่แตกแถว หลังกระแสพรรคจะถูกยุบ

วันอังคาร ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 20.31 น.
 
 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกระแสการซื้อตัว ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ว่า ตนยังมั่นใจอุดมการณ์ของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ไม่มีแตกแถว สำหรับคนที่จินตนาการไปว่าพรรคจะถูกยุบ เราเชื่อว่ายังมีอีกหลายยก และสมาชิกพรรคก็พร้อมสู้ไปด้วยกัน

ส่วนกรณีของ นางจุมพิตา จันทรขจร ส.ส.นครปฐมเขต 5 พรรคอนาคตใหม่ ที่ประสบอุบัติเหตุและรักษาตัวอยู่ในเวลานี้ ตนขอเรียนว่า แม้ทางด้านสุขภาพของนางจุมพิตา ยังไม่แข็งแรง และยังไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ แต่ตนยังยืนยันว่ายังไม่ลาออกในเวลานี้ และต้องถามความสมัครใจจากเจ้าตัวอีกครั้ง ซึ่งการลาออกจะไม่กระทบระบบปาร์ตี้ลิสต์อย่างแน่นอน เพราะการที่จะกระทบระบบปาร์ตี้ลิสต์นั้น ต้องได้ใบเหลืองหรือใบแดงจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพียงเท่านั้น

นักการเมืองเต็มตัว! 'บิ๊กป้อม'โวรัฐบาลอยู่4ปี เลือกตั้งครั้งหน้าได้ส.ส.เยอะกว่าเดิมแน่

นักการเมืองเต็มตัว! 'บิ๊กป้อม'โวรัฐบาลอยู่4ปี เลือกตั้งครั้งหน้าได้ส.ส.เยอะกว่าเดิมแน่

วันอังคาร ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 19.08 น.
 
 "บิ๊กป้อม"ประกาศเป็นนักการเมืองเต็มตัว ประสานพรรครัฐบาลเป็นหนึ่งเดียว โวรัฐบาลอยู่4ปี เลือกตั้งครั้งหน้าได้ส.ส.เยอะกว่าเดิมแน่
 
เมื่อเวลา 17.50 น.วันที่ 20 สิงหาคม 2562 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พปชร.แถลงข่าวครั้งแรกร่วมกับ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และนายอนุชา นาคาศัย กรรมการบริหารพรรค ภายหลังการประชุมพรรคครั้งแรก ว่า ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร.หลังจากนี้จะทำหน้าที่ ทำงานเพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีกันภายในพรรค โดยจะพยายามทำให้ดีที่สุด และหวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกคน เพื่อให้พรรคเกิดความเข้มแข็ง อยู่เป็นหลักชัยให้กับประเทศชาติและประชาชนต่อไป

"การเข้ามาสู่พรรค พปชร.ในครั้งนี้ ถือว่าผมได้เป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว ซึ่งวันนี้สมาชิกพรรคให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ทั้งนี้ หวังว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรค พปชร.จะได้ ส.ส.มากขึ้นกว่าเดิม อย่างน้อยต้องได้ ส.ส.มากกว่า 116 คน จากที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ แต่ท้ายที่สุดก็ขึ้นกับประชาชน อย่างไรก็ตาม ผมได้ฝากกับ ส.ส.พรรค พปชร.ทุกคน ให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี โดยให้ทำเสมือนว่าสภาเป็นบ้านของ ส.ส.ที่จะต้องทำทุกอย่าง เพื่อให้เกิดประโยชน์"

เมื่อถามว่า ถือว่ายากหรือไม่ เพราะส่วนตัวเป็นทหารมาก่อน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้เลยว่ายากหรือไม่ เพราะตนเพิ่งเข้ามาพรรคเป็นครั้งแรก แต่ยืนยันว่าพรรค พปชร.ไม่ใช่พรรคทหาร เพราะมีเพียงตนที่เป็นอดีตนายทหารที่สมัครเข้ามา ซึ่งตนมีความคิดที่จะทำงานช่วยบ้านเมือง หลังจากที่ช่วยมาแล้ว 50 กว่าปี โดยตลอดเวลาที่รับราชการ ได้พยายามทำสิ่งดีๆ ให้เกิดแก่ประชาชน และจากนี้ก็ถือเป็นนักการเมืองเต็มตัว

เมื่อถามว่า ได้ชักชวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีการชักชวน เพราะเป็นเรื่องที่นายกฯ จะตัดสินใจเอง และตนไม่รู้ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดที่ พล.อ.ประยุทธ์ ควรจะเข้ามา เพราะตนไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า เลือกตั้งครั้งหน้าจะลงสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อีกกว่า 4 ปี ถึงจะเลือกตั้ง และมั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ครบ 4 ปี ซึ่งเป็นความตั้งใจไว้แล้ว ไม่ใช่จะเลือกตั้งเดือนเมษายน ปี 2563  ซึ่งจุดประสงค์ที่มาครั้งนี้ คือ ต้องการให้พรรคเป็นหนึ่งเดียว มีความเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องร่วมมือร่วมใจกันอย่างดี เพราะมีหลายพรรคด้วยกัน และที่มาวันนี้ก็เพื่อต้องการให้ ส.ส.ได้ลงพื้นที่ไปดูแลประชาชน ดูว่าเขาต้องการอะไร แล้วมานำเสนอต่อพรรค โดยต้องเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับพรรค

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีข้อครหาว่าทหารมาเล่นการเมืองมักไม่ประสบความสำเร็จ จะทำอย่างไรจึงจะแก้ข้อครหาตรงนี้ได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนเองก็ไม่ได้มีข้อครหาอะไร แต่ได้ทำงานให้บ้านเมืองมาแล้ว 50 กว่าปี การเข้ามาในพรรคครั้งนี้ยังไม่ทราบว่าจะทำงานได้มากน้อยเพียงใด แต่จะทำงานอย่างเต็มที่ เท่าที่กำลังกาย ใจ และสมอง จะทำได้

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่พรรคเศรษฐกิจใหม่จะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกับทางพรรคเศรษฐกิจใหม่

ด้าน นายอุตตม กล่าวเสริมอีกครั้งว่า "เมื่อ พล.อ.ประวิตร มาเราก็อุ่นใจ"

หยุดตำรวจผูกขาดอำนาจอาญา เลิกขัง ‘แพะ’ จับ ‘แกะ’

หยุดตำรวจผูกขาดอำนาจอาญา เลิกขัง ‘แพะ’ จับ ‘แกะ’

วันอังคาร ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 17.23 น.
 
 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ที่โรงแรมเดอะเซส บางแสน จ.ชลบุรี สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ร่วมกับมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา จัดเสวนาวิชาการ และ บรรยายพิเศษโดย ศ.ดร.คณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด ในหัวข้อ "สายพานกระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหาอะไร จึงไม่สามารถคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้จริง?"  

ศ.ดร.คณิต กล่าวว่า สิ่งที่ก่อให้เกิดการเบี่ยงเบนกระบวนการยุติธรรมไทย  คือ  “ระบบตรวจสอบการพิสูจน์ความจริง” โดยเฉพาะ อัยการ และ ตำรวจไม่ได้ทำงานสืบสวนสอบสวนร่วมกัน กล่าวคือก่อนคดีจะขึ้นสู่ศาล ทางอัยการ และ ตำรวจ ต้องทำงานร่วมกัน เพื่ออำนวยความยุติธรรม ไม่ใช่ปล่อยให้ โจทย์ หรือ จำเลยต่อสู้กันเอง แต่ที่ผ่านมา ตำรวจ อัยการ หรือ ศาล ไม่เคยจะออกมาพิสูจน์ความจริง หรือ อำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน กลับปล่อยให้ประชาชนต่อสู้คดีกันเองระหว่างโจทย์ และ จำเลย นี่คือปัญหาสำคัญในกระบวนการยุติธรรมไทย  

ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า บทบาทหน้าที่สำคัญของอัยการ คือ ต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐาน ต้องปกป้องความเท่าเทียมกันในการต่อสู้คดีระหว่างโจทย์และจำเลย เพราะทั้งอัยการมิใช่ทนายรัฐเท่านั้น แต่อัยการ ต้องอยู่ฝ่ายประชาชนที่มีฐานยากจนด้วย เพราะหน้าที่สำคัญอัยการ คือ การสร้างความไม่เท่าเทียมทั้งสองฝ่าย ด้วยการ “ค้นหาความจริง” กับ “การต่อสู้คดี” ในความเป็นจริงทั้งสองอย่างไม่ใช่เฉพาะแค่คดีอาญาหรือแพ่ง แนวคิดดังกล่าว ไม่ใช่การแข่งขันแพ้ หรือ ชนะ แต่คือการให้ความยุติธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย แต่ประเทศไทยการพิสูจน์ความจริงตกอยู่กับประชาชนที่ต้องแบกรับภาระ 

ดร.น้ำแท้ กล่าวอีกว่า ปัญหากฎหมายไทยที่เห็นชัด คือ การจับผู้ต้องหา พยานหลักฐานต่างๆทางตำรวจไทย จับก่อน ขังก่อน แจ้งข้อหาก่อน และ ฟ้องที่หลัง แต่หากอัยการสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาก็ติดคุกฟรี ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่ต้องแจ้งข้อหาก่อน พยานหลักฐานต้องพร้อมจึงสั่งฟ้อง เช่น ญี่ปุ่น หรือ สหรัฐอเมริกา ภายใน 10 วัน ต้องสั่งฟ้อง ไม่ใช่จับเข้าคุกก่อน เช่นเดียวกับ การขอหมายค้น หรือ หมายจับ ต้องมีเหตุและผลที่จะนำไปสู่การพิสูจน์ความจริงได้ นี่คือข้อบกพร่องสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย  

ดร.น้ำแท้ กล่าวอีกว่า สังคมไทยมีทัศนะที่น่าเป็นห่วง คือ สังคมเร่งรัดให้มีการฟ้องโดยปราศจากการพินิจพิเคราะห์ ว่าหากฟ้องไปแล้วจะสามารถดำเนินการเอาผิด​ พยานหลักฐานพร้อมมูลหรือไม่ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกดำเนินคดี จนนำไปสู่ความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นแนวทางการปฏิรูปไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มโทษให้หนัก แต่ต้องทำให้ระบบกฎหมาย ผู้ปฏิบัติละเว้นไม่ได้ เจ้าหน้าที่ชั่วๆทำเลวไม่ได้ คือ อัยการ ฝ่ายปกครอง และ ตำรวจ มาร่วมกันเก็บพยานหลักฐาน ความยุติธรรมที่ดีที่สุด เก็บโดยสมบูรณ์ และ รับรู้ร่วมกันหลายๆหน่วยงาน

ด้าน พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) กล่าวว่าปัญหาสายพานกระบวนการยุติธรรมไทย  คือ คดีอาญา ถูกผูกขาดโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ทั้งการสืบสวนสวนสอบสวน สั่งจับออกหมายเรียก หรือ ออกหมายค้น หรือ การสั่งฟ้อง รวมถึงการกล่าวหาจับคุมคนไทยทั้งประเทศ ตกอยู่ในอำนาจตำรวจ เท่านั้นยังไม่พอ ตำรวจ ยังควบคุมการจัดเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่ ผ่าศพ จนไปถึงเก็บลายนิ้วมือ หรือ ดีเอ็นเอ 

อย่างไรก็ตามกระบวนการสอบสวนทั้งผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้อย่างมาก เพราะหากพยานหลักฐานถูกผิดเบือน ถามว่าพี่น้องประชาชนจะไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อใครเพื่อดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ แม้ประชาชนจะร้องทุกข์กล่าวโทษต่อตำรวจ เพื่อขอให้นำสำนวนมาตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานกลับมาทำใหม่ ในทางกฎหมายของตำรวจไม่อาจทำได้ ซึ่งขัดต่อหลักนิติรัฐ หรือ นิติธรรม ในแง่ของความเป็นธรรมและการตรวจสอบการทำงาน ดังนั้นจึงควรให้กระบวนการสอบสวนแยกออกจากตำรวจ นี่คือข้อเสนอของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม คือ แยกอำนาจสอบสวนออกจากตำรวจ 

พ.ต.อ.วิรุตม์  กล่าวอีกว่า คำฟ้องที่ศาลอ่านในปัจจุบันนี้ คือ “นิยาย”ที่ตำรวจแต่งขึ้น ยิ่งปัจจุบันพนักงานสอบหมดความน่าเชื่อถือศรัทธา เพราะใช้วิจารณญาณส่วนตัวและทำตามใบสั่ง ที่มีใครบางคนกดรีโมท จากผู้มีอำนาจรัฐและอำนาจเงิน ที่สามารถพลิกคดีจาก “แพะเป็นแกะ” หรือ จาก “แกะเป็นแพะ” ทั้งหมดล้วนโยนภาระให้คนจนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส นี่คือที่มาของคำพูด ปล่อยคนชั่วสิบคนดีกว่าลงโทษผู้บริสุทธิ์เพียงคนเดียว ดังนั้นเมื่อใดที่ศาลยกฟ้องดำเนินคดีใด คือ ความเสียหายในกระบวนการยุติธรรม จึงก่อให้เกิดคำถามและข้อกังขาต่อสายพานกระบวนการยุติธรรมไทย เพราะกระบวนการยุติธรรมตำรวจ และ อัยการ ไม่อาจพิสูจน์ได้ แต่กลับไม่คืนความเป็นธรรมแก่ประชาชนตั้งแต่ในชั้นสอบสวนแต่กลับสั่งสอบแบบเลื่อนลอย 

ขณะที่ นายจาตุรนต์  ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าประสบการณ์ตัวเองกับประชาชน คดีพนัน ที่ไม่ให้ประกันตัวภายใน 3 วัน โทษปรับไม่เท่าไร แต่ตำรวจตัดสินจำคุกไปแล้ว 5 วัน เหตุใดเป็นเช่นนี้ เมื่อถามว่าทำไมไม่ปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องประกันตัวเพราะไม่ใช่คดีร้ายแรง แต่เมื่อมาเป็นผู้ต้องคดีในศาลทหาร เมื่อ 5 ปีก่อน ถือว่าเป็นการดำเนินคดีผิดศาล เหตุใดตำรวจจึงพาไปขึ้นศาลทหาร โดยอ้างว่า สอบไม่เสร็จ และ ถูกตั้งข้อหาโดยใช่เหตุ ที่สำคัญผู้ต้องหาไม่มีสิทธิ์คัดค้านคำสั่งของศาลว่าไม่ควรสั่งขัง จนต่อมาเมื่อได้ประสบการณ์ในคดีความมั่นคงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานได้เพียงคืนเดียว พร้อมตั้งข้อหามาตรา 116 โดยอ้างคำสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.) กล่าวคือ ตั้งข้อหาเกินความจริง สั่งฟ้องไปก่อนแม้จะไม่มีพยานหลักฐาน นี่คือระบบกฎหมายไทยจะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาการตั้งข้อตามใจชอบแบบนี้ได้ เพราะผู้มีอำนาจบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ตัวเองอยู่ได้ เพราะไม่ต้องการรับฟังความคิดเห็นต่างทางการเมือง โดยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ หรือ ฎีกา 

“ความยุติธรรม กับ ความยากจน เพราะคนจนเจอปัญหาจากกระบวนการยุติธรรมหนักกกว่าคนรวยเยอะมาก พูดกันไปถึงกันว่าแม้การลงโทษที่เท่ากัน แต่ในความจริงแล้วไม่ยุติธรรมเท่ากับคนจน เช่น ปรับ 5 พันบาทต่อคนจน กับคนรวยต่างกัน เพราะคนรวยมีเงินจ่ายแต่คนจนติดคุกแทนค่าปรับ นี่คือความยุติธรรมในแงเศรษฐศาสตร์รวมกับกระบวนการยุติธรรมไทยแล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้”  นายจาตุรนต์ กล่าว

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า คุกทั้งหลายในประเทศไทย “ขังผิดคน” ไม่ใช่ “ขังคนผิด” เช่น คดียาเสพติดส่วนใหญ่ เกิน 70% ในคดีเหล่านี้ผิดคนเพราะส่วนใหญ่เป็นผู้เสพยาเสพติดไม่ใช่ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ กลับกลายเป็นว่าเมื่อออกจากคุกมาแล้วทำให้คนเหล่านี้บ่มเพาะอาชีพอาชญากรรมกลับมาด้วย เช่น ลักทรัพย์ นี่คือปัญหาที่สะสมและหมักหม่นมานาน เพราะผู้มีอำนาจบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมเพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง จึงเป็นอุปสรรคที่ยากลำบากในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม หรือ การปฏิรูปตำรวจ แต่มีความจำเป็นต้องเริ่มในการปฏิรูปเพราะยังไม่สาย

หน้าแรก / ในประเทศ

เกษตรฯผนึกมท.-ทส.วางแผนเผชิญหน้ารับมือน้ำน้อย สู้วิกฤติภัยแล้ง

เกษตรฯผนึกมท.-ทส.วางแผนเผชิญหน้ารับมือน้ำน้อย สู้วิกฤติภัยแล้ง

วันอังคาร ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 21.25 น.
 
 รมว.เกษตรฯร่วมถกมหาดไทย กระทรวงทรัพย์ฯ รับมือสภาวะน้ำน้อยสุด ผนึกกำลังทุกหน่วย วางแผนเผชิญเหตุแก้ไขภัยแล้งยาวนาน

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมเตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้งว่ากระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยมุ่งเน้นการวางแผนเผชิญเหตุและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับการจัดสรรน้ำอุปโภคบริโภคถึงระดับครัวเรือนการเชื่อมโยงการบริหารจัดการการน้ำในแต่ละลุ่มน้ำ การดูแลแหล่งกักเก็บน้ำในระดับหมู่บ้าน ทั้งการขุดลอกคูคลองและสระน้ำ การกำจัดวัชพืช และโคลนตมในคลองส่งน้ำการจัดหาภาชนะกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ประจำครัวเรือน รวมถึงการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯโดยกรมชลประทาน ได้รายงานการคาดการณ์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 412 แห่งในช่วงฤดูฝน 2562 โดยได้คาดการณ์จาก Inflow น้ำไหลเข้าของปี 2558 ซึ่งมีปริมาณน้ำใกล้เคียงกับปัจจุบันว่าในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 จะมีปริมาณน้ำใช้การได้ 19,342 ล้านลบ.ม. หรือ 41% ซึ่งมีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่าปี 2561 จำนวน 13,052 ล้านลบ.ม. และจากการณ์คาดการณ์ปริมาณน้ำใช้การได้ใน 4 เขื่อนหลักได้แก่เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณ 4,149 ล้านลบ.ม. สำหรับการคาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีปริมาณน้ำใช้การณ์1,923.22 ล้านลบ.ม.

อย่างไรก็ตาม ได้มีมาตรการและการวางแผนการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2562/63 กรณีสถานการณ์น้ำน้อยที่สุดให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนตามลำดับความสำคัญของกิจกรรมการใช้น้ำ ได้แก่ 1) การจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคฤดูแล้ง 2) การจัดสรรน้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศฤดูแล้ง 3) การสำรองน้ำไว้สำหรับการใช้น้ำในช่วงต้นฤดูฝนเพื่ออุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศเดือนพฤษภาคม- กรกฎาคม 4) การจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรกรรม และ 5) การจัดสรรน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม

สำหรับฤดูแล้งปี 2562/63 (เดือนพฤศจิกายน 2562 - เมษายน 2563) ปริมาณน้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่จัดสรรให้กับทั้ง 3 กิจกรรมหลักคืออุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศและอื่นๆ และเกษตรต่อเนื่องอ้อย และอื่นๆวันละ 18 ล้านลบ.ม. ไม่เพียงพอที่จะจัดสรรน้ำให้ใช้เพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปรัง จึงจำเป็นต้องงดส่งน้ำเพื่อปลูกข้าวนาปรังในลุ่มน้ำเจ้าพระยาในช่วงฤดูแล้งนี้ การจัดสรรน้ำจึงจำเป็นต้องพิจารณาความต้องการปริมาณน้ำต่ำสุดในกิจกรรมการใช้น้ำประเภทต่างๆ และควบคุมการระบายน้ำให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดคือวันละ 18 ล้านลบ.ม. ซึ่งกรมชลประทานได้ดำเนินการควบคุมติดตามให้เป็นไปตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้และสามารถทำให้มีน้ำใช้ในกิจกรรมที่จำเป็นได้ตลอดจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2563

ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถส่งน้ำเพาะปลูกข้าวนาปรังฤดูแล้งได้มีทั้งหมด 18 เขื่อนคือ ภาคเหนือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์เขื่อนแควน้อยฯ เขื่อนแม่งัดฯ เขื่อนแม่กวงฯ เขื่อนกิ่วคอหมา และเขื่อนแม่มอก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนลำปาว เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแซะ และเขื่อนลำนางรอง ภาคกลาง เขื่อนกระเสียว เขื่อนทับเสลา และเขื่อนป่าสักฯ

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯมีกรอบมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งปี2562/63 ได้แก่ 1) การจ้างแรงงานชลประทาน 2) การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ เช่น การปลูกข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้งสร้างการรับรู้ผ่านสื่อแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำแนวทางการบริหารจัดการน้ำการช่วยเหลือการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักคิดในการการส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย และ3) การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเช่นร่วมกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการปฏิบัติการฝนหลวงและสนับสนุนรถบรรทุกน้ำ

 
 
 
'เกษตรกร'รวยแน่ๆ! จีนสั่งนำเข้า'โค'วันละ2พันตัวจากไทย รับกก.ละ100บาท

'เกษตรกร'รวยแน่ๆ! จีนสั่งนำเข้า'โค'วันละ2พันตัวจากไทย รับกก.ละ100บาท

วันอังคาร ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 21.26 น.
 
 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ , นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.และ นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมหารือกับ นายสมชาย ดวงเจริญ บริษัท LS trading export import Co Ltd สปป.ลาว และนายหยางเจียง บริษัท LS chengkang ประเทศจีน บรรลุข้อตกลง ส่งออกโคมีชีวิต ไปประเทศจีน โดยผ่าน สปป.ลาว ดังนี้ 1.ฝ่ายไทยจัดหาโคเนื้อมีชีวิต น้ำหนัก 370 - 430 กิโลกรัม วันละ 2,000 ตัว ราคากิโลกรัมละ 100 บาท
2.กรมปศุสัตว์มีหน้าที่ตรวจสารเร่งเนื้อแดง และโคต้องไม่มีรอยโรคปากและเท้าเปื่อย 3.สัตวแพทย์ สปป.ลาว จะเดินทางมาตรวจคอกกักสัตว์ที่ไทยก่อนมีการส่งออก และ
4.ให้มีการตั้งคณะทำงานร่วมไทย - ลาว เพื่อดำเนินการต่อไป

4.ให้มีการตั้งคณะทำงานร่วมไทย - ลาว เพื่อดำเนินการต่อไป

'​อธิบดีปศุสัตว์'สั่งช่วยสุนัข13ชีวิต พร้อมแจ้งดําเนินคดีเจ้าของข้อหา'ทารุณสัตว์'

'​อธิบดีปศุสัตว์'สั่งช่วยสุนัข13ชีวิต พร้อมแจ้งดําเนินคดีเจ้าของข้อหา'ทารุณสัตว์'

วันอังคาร ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 21.45 น.
 
"​อธิบดีปศุสัตว์"สั่งเข้าช่วยชีวิต13สุนัข ขาดสารอาหารอย่างรุนแรง พร้อมแจ้งความดําเนินคดีเจ้าของข้อหา"ทารุณกรรมสัตว์"

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ได้รับข้อร้องเรียนจากองค์กรด้านพิทักษ์สุนัขและสัตว์ WATCHDOG THAILAND หรือ WDT ผ่านแอพพลิเคชั่น "DLD 4.0" มีเจ้าของสุนัขในบ้านหลังหนึ่ง ต.ลาดหลุมแก้ว อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เลี้ยงสุนัขพันธุ์เกรทเดนเพื่อจําหน่าย แต่จําหน่ายไม่ได้ จึงไม่สนใจปล่อยให้อดอาหารตายคากรงไปบ้าง ส่วนที่เหลือ มีอาการน่าเป็นห่วง ผอมจนไม่มีแรงเดิน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สํานักงานปศุสัตว์จังหวัดปทุมธานี ร่วมกับเจ้าหน้าท่ีกองสารวัตร และกักกัน และตัวแทน WDT เข้าตรวจสอบบ้านหลงั ดังกล่าวภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดภิ าพสัตว์ พ.ศ. 2557 ผลการตรวจสอบพบว่ามีการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์เกรทเดน จํานวน 13 ตัว เป็นเพศผู้ 5 ตัว เพศเมีย 8 ตัว อายุระหว่าง 5 เดือน - 2 ปี 3 เดือน ทุกตัวอยู่ในสภาพผอมโซ ขาดสารอาหารและน้ําอย่างรุนแรง ซึ่งมีสุนัขอยู่ 3 ตัว ที่อาการอ่อนเพลีย ป่วย รุนแรงมาก และยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องให้สารน้ํา สารอาหาร ยาบํารุง และยาปฏิชีวนะเข้าทางหลอดเลือด โดยมีสัตวแพทย์ดูแล เป็นพิเศษอย่างใกล้ชิด

นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ดูแลสุนัขให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ว่า เจ้าของสุนัขกําลังประสบปัญหาทางด้านการเงิน ทําให้ไม่สามารถเลี้ยงดูแลสุนัขท้ังหมดให้มีความเป็นอยู่ที่ดีได้ โดยผู้ดูแลสุนัขท้ังหมดยินยอมให้เจ้าหน้าท่ีกรมปศุสัตว์นําสุนัขออกไป รักษาฟื้นฟูและให้การดูแลสภาพร่างกายให้มีสุขภาพดีขึ้นกว่าท่ีเป็นอยู่ ณ สถานพยาบาลสัตว์ของกรมปศุสัตว์ (กองสวัสดิภาพสัตว์ และสัตวแพทย์บริการ) ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์ จังหวัดปทุมธานี และเมื่อสัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์ทําการรักษาให้สภาพร่างกายสัตว์ ดีข้ึนแล้ว จะดําเนินการด้านจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสมกับสุนัขทั้งหมดเหล่านี้ต่อไป ส่วนทางด้านคดีความเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าท่ีได้ทําการร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าของสุนัข ต่อพนักงานสอบสวนท่ีสถานีตํารวจภูธรในพ้ืนที่ เนื่องจาก การกระทําดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557

"กรมปศุสัตว์ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า ปัจจุบัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสํานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและ อาหารแห่งชาติ (มกอช.) อยู่ในระหว่างจัดทํามาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์ที่ดีสําหรับคอกสุนัข ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้ในปี 2562 นี้ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการคอกสุนัขมีการจัดการเลี้ยงที่เหมาะสม จะส่งผลดีต่อสุขภาพสุนัข สวัสดิภาพสัตว์และป้องกันการ ระบาดของโรคที่สําคัญ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า โรคไข้หัดสุนัข โรคลําไส้อักเสบติดต่อของสุนัข ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการผลิตลูกสุนัขที่มี สุขภาพแข็งแรง และสุขอนามัยที่ดี ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้เลี้ยงและลดปัญหาด้านสาธารณสุข ซ่ึงผู้ท่ีมีความประสงค์จะซื้อสุนัข ควรเลือกซื้อจากคอกสุนัขที่ได้มาตรฐาน ซ่ึงจะได้ลูกสุนัขที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย เมื่อนําไปเลี้ยงแล้วผู้ที่เป็นเจ้าของควรมี ความรับผิดชอบต่อสังคมและส่ิงแวดล้อมส่วนรวม และหากนําสัตว์ท่ีเลี้ยงไว้มาปล่อยท้ิงจะเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย สร้างปัญหา ให้กับสังคม ส่งผลต่อเนื่องถึงการป้องกัน ควบคุม และกําจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศไทย จะทําได้ยากยิ่งขึ้น" นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าว

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือพบเห็นการกระทําผิดด้านปศุสัตว์ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับข้อมูล หรือแจ้ง เบาะแสการกระทําความผิดเพื่อดําเนินการตามกฎหมายผ่านแอพพลิเคชั่น (Application) "DLD 4.0" ที่สามารถดาวน์โหลด และติดตั้งได้ทั้งระบบ iOS ผ่าน App Store และระบบ Android ผ่าน Google play เพื่อให้เจ้าหน้าท่ีสามารถเข้าตรวจสอบ การกระทําความผิดและดําเนินการตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที

 
 
 

msn

โดย Microsoft News
 

ปูมหลัง “สิระ” เด็กยากจน สู่เสี่ยอู้ฟู่ พลิกผันตกอับ เก็บขวดขาย ชิงชัยได้ ส.ส.

ชื่อชั้นของ “สิระ เจนจาคะ” ถูกพูดถึงตลอดช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ เขาคือ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งที่มาที่ไปไม่ได้ไก่กา หรือเพิ่งเป็นที่รู้จักของผู้คนในสังคม ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงเรื่องราวชีวิต “สิระ เจนจาคะ” ส.ส.ที่มีคนพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้

- จากเด็กบ้านนอก สู่เศรษฐีธุรกิจรถหรู -

“สิระ” เคยเล่าว่า เขาเกิดที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ในครอบครัวใหญ่ เขาเป็นลูกคนที่ 9 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 13 คน ฐานะทางบ้านยากจน เมื่อเรียนจบ ม.3 ที่บ้านไม่มีเงินส่งเสีย และไม่มีงานให้ทำ เขาจึงตัดสินใจเข้ามาเสี่ยงดวงในเมืองกรุง

“ผมจับรถไฟเข้ากรุงเทพฯ เลย ตอนนั้นอายุแค่ 15 ปี ทำมาหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นขายก๋วยเตี๋ยว เซลล์ขายรถยนต์ รวมถึงช่วงหนึ่งยังเคยเดินแบบหาเลี้ยงตัวเองด้วย” สิระ เคยบอกเล่าผ่านสื่อเอาไว้

หลังจากใช้ชีวิตกับงานหลากหลายอาชีพได้ระยะหนึ่ง เขามีโอกาสได้ทำงานตำแหน่งเซลล์ขายรถยนต์ และด้วยความที่เขาเป็นคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน เขาได้เป็นเจ้าของกิจการรถเบนซ์ วอลโว่ และรถยุโรปในที่สุด

- ฮือฮาทั้งวงการมวย สิระ แจกวอลโว่นักชก -

เมื่อชีวิตกำลังรุ่งโรจน์ โชคชะตาพัดพาเขาไปพบกับ “วังจั่นน้อย ส.พลังชัย” ซึ่งภายหลังเปลี่ยนมาเป็น วังจั่นน้อย ส.สิระดา ซึ่งสิระนั้น ชอบแม่ไม้มวยไทยอยู่แล้ว จึงเข้าสนับสนุนเต็มที่

“ต้องยอมรับว่า ช่วงหนึ่ง วังจั่นน้อยยิ่งใหญ่จริงๆ ขึ้นชกในรายการเงินล้านตลอด ค่าตัวสูงสุด 2 แสนกว่าบาท และสามารถเอาชนะนักมวยระดับยอดมวยไทยไปได้มากมาย กระทั่งผมมอบรถวอลโว่สุดหรู 1 คัน ราคา 1.5 ล้านบาท หลังจากที่วังจั่นน้อย ชนะติดต่อกัน 3 ไฟต์” สิระ บอกเล่าถึงช่วงชีวิตที่เขาไม่มีวันลืม

ภายหลังวังจั่นน้อยแขวนนวม การอำลาวงการมวยของวังจั่นน้อย ถือว่าเป็นการอำลาวงการมวยของสิระเช่นกัน แต่สำหรับ สิระ เขามีมรสุมลูกใหญ่(วิกฤติฟองสบู่แตก)เข้ามาในชีวิตอย่างจัง

- ชีวิตพลิกผัน เร่ร่อน นอนป้ายรถเมล์ -

สิระ เคยบอกเล่าถึงช่วงชีวิตเวลานั้นว่า “ผมต้องยอมเจ็บปวดอยู่คนเดียว การใช้ชีวิตประจำวันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ต้องไปกินนอนอยู่ที่ท้องสนามหลวง ต้องใช้ใต้สะพานปิ่นเกล้าเป็นที่อาบน้ำ หาเงินด้วยการเก็บขวดพลาสติกขาย และนอนที่ป้ายรถเมล์ ประมาณ 2 เดือน ชนิดที่ว่าเครียดจนอยากขับรถพุ่งชนสิบล้อ เพื่อที่จะเอาเงินประกัน 20 ล้านบาท”

“ผมคิดแก้ปัญหา โดยเริ่มจากไปหาเจ้าหนี้และขอประนอมหนี้ เชื่อไหม หนี้จำนวน 3 ล้านบาท ผมทำงานหาใช้คืนเขาไม่นาน โดยหันมาเปิดสำนักงานกฎหมายที่พัทยา และงานนี้ไปได้สวยมาก ทำอยู่ 3 ปี ผมจึงฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง”

- มือหนึ่งบ้านทรงไทย -

ต่อมา เกิดไอเดียบรรเจิด หลังจากได้เดินทางไปดูบ้านทรงไทยจากสถานที่ต่างๆ จึงหันมาเอาดีธุรกิจบ้านทรงไทย โดยเริ่มจากการซื้อเศษไม้เก่าๆ มาสร้างเป็นศาลาทรงไทยหลายรูปแบบ โดยราคาขายมีให้เลือกเริ่มจาก 5 แสนบาทถึง 10 ล้านบาทต่อหลัง จนเขาสามารถเป็นเบอร์ต้นๆ ของวงการบ้านทรงไทย

- เส้นทางการเมือง -

“สิระ” เคยสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต 11 กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรครักษ์สันติ เมื่อปี 2544 แต่ไม่ได้รับเลือก ต่อมา หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 “สิระ” ได้รับเลือกเป็น สปช.ด้านสังคม มีผลงานที่ผู้คนจำได้ คือ ออกโรงขวางการเปิดบ่อนกาสิโนของ สปช.กลุ่มรักชาติ และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.แบบเต็มตัว

กระทั่งล่าสุด สิระ ดำรงตำแหน่ง ส.ส. กทม. เขต 9 พรรคพลังประชารัฐ (ด้วยคะแนน 34,907)

- ศิษย์เอกหลวงปู่ -

ย้อนไปช่วงรอยต่อปี 2556-2557 ที่มีการชุมนุมของมวลมหาประชาชน “หลวงปู่พุทธะอิสระ” แห่งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้ตั้งเวทีด้านหน้ากองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน(ปตอ.1) ถนนแจ้งวัฒนะ โดย สิระ ได้เปิดบ้านทรงไทยที่ตนเองเป็นเจ้าของให้หลวงปู่ได้เข้าไปพัก และได้มีการอำนวยความสะดวกให้หลวงปู่พุทธะอิสระ อีกทั้งยังเป็นคนกลางในการเจรจากับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ด้วย

เวลานั้น “สิระ” รับหน้าที่เป็นทนายความให้หลวงปู่พุทธอิสระ และต่อมา เมื่อมีการเสนอชื่อเข้าเป็นสมาชิก สปช. “สิระ” ก็สมัครในนามมูลนิธิธรรมอิสระ วัดอ้อน้อย เขาจึงถูกเรียกขานว่า “สปช.สายหลวงปู่”.

ทั้งหมด คือ ฉากชีวิตอันมีสีสันยิ่งของ “สิระ”

ผู้ทรงเกียรติที่มีผู้คนพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้

...............................................................

20 สิงหาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน