*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5536
  • จำนวนผู้ชม : 3343914
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 21 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 450 , 20:01:19 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

link @: ‘ชวน’เคาะซักฟอกนัดพิเศษ‘บิ๊กตู่’ // ‘จุรินทร์’ยันนายกฯอนุมัติโครงการประกันรายได้

สวัสดีครับ

          การให้มีทีมโฆษกพบประชาชน แท็คทีม 3 สาว นับว่าคิดถูกอย่างยิ่งเชียวครับ คงมีคนติดตามชมมากสมความมุ่งหมาย

         การที่พล.ต.เสรีย์พิศุทธฺื ถูกประธานฯชวนเชิญออกจากห้องประชุมรัฐสภาน้้น เป็นความเต็มใจของคนถูกเชิญออกด้วย เพราะ

ไม่ยอมถอนคำพูด โดยที่คุณชวนพูดเพียงเริ่มต้นเบาๆ "ถ้าเช่นนั้น ..." ท่านเสรีย์ก็เดินออกทันที เสมือนเป็นการเดินออกเองก็ว่าได้

จึงเมื่อเป็นเช่นนี้ คุณเสรีย์ก็ไม่น่ามีเคืองประธานสภาที่ทำตามระเบียบอย่างมิอาจเลี่ยงได้

การเมือง

วันศุกร์ ที่ไม่มี ลุงตู่ พบ 3 สาวโฆษกรบ.

วันที่ 21 สิงหาคม 2562 - 17:59 น.
ตึกไทยคู่ฟ้า,3สาว,3พรรค,3 สาวโฆษกรบ,ลุงตู่,วันศุกร์,อแหม่ม,ดรรัชดา,ศดรนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

วันศุกร์ ที่ไม่มี "ลุงตู่" แต่เตรียมพบ 3 สาวโฆษกในรัฐบาล 3 ป.จาก 3 พรรคการเมือง ทาง "ไทยคู่ฟ้า" 

การปรับเปลี่ยนช่องทางการสื่อสาร ระหว่างรัฐบาลถึงประชาชน ที่จากเดิมทุกวันศุกร์จะพบกับนายกฯพบกับประชาชน ผ่านรายการ “คืนความสุข” แต่หลังการเลืิอกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  รายการดังกล่าวฯได้ระงับการออกอากาศไป ขณะที่ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกสื่อแจกแจงว่ามีกระแสเรียกร้องให้ฟื้นรายการทุกวันศุกร์ เพื่อให้นายกฯได้พูดคุยกับประชาชน ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้   

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2562- วาสนา นาน่วม นักคิด นักเขียน คนข่าวสายทหารข้อมูลแน่นปึก ได้โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว ใจความว่า .. 

3 สาว

3 พรรค

เป็นหนึ่งเดียว ทีมโฆษกฯ ”รัฐบาลบิ๊กตู่”....ชี้แจง ไม่ตอบโต้ ไม่ขัดแย้ง
ขอ พลังหญิง สร้างการเมืองใหม่ เชื่ออะไรๆ ก็จะ ซอล์ฟ ลง

แถลงข่าวร่วมกันเป็นครั้งแรกถึงการทำงานในทีมโฆษกรัฐบาล

ดร.นฤมล กล่าวว่า วันนี้มี 3 นารีทีมโฆษก ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้กำชับในที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ให้ทีมโฆษกฯมีการสื่อสารกัน ทำงานร่วมกันและไปในทิศทางเดียวกัน

โดยเฉพาะในภาพของการนำเสนอผลงานของรัฐบาล ถึงแม้ว่าจะมาจากคนละพรรค แต่จะทำงานร่วมเป็นทีมเดียวกัน เราจะเสนอผลงานให้กับพรรคร่วมของรัฐบาลทุกพรรค

"นายกฯ ยังได้กำชับอีกว่า ในการตอบคำถามต่างๆ ช่วยพิจารณา อย่าให้มีความขัดแย้งเพิ่มเติมเกิดขึ้นในสังคม ซึ่งเราก็เห็นพ้องต้องกัน

ส่วนการแบ่งงานจะเป็นในลักษณะเหมือนในอดีต คือกระทรวงที่มีรัฐมนตรีของพรรคใดดูแล ทีมโฆษกก็จะรับผิดชอบในเนื้อหารายละเอียด งานในส่วนนั้น แต่บางครั้งดิฉันก็อาจจะเสริมเพิ่มเติมในภาพรวม

ส่วนการตอบโต้ประเด็นการเมืองนั้น ต้องดูว่าเป็นประเด็นไหน คงจะต้องหารือกัน เพื่อให้ออกมาในทิศทางที่สร้างสรรค์"

 

นางนฤมล กล่าวว่า นายกฯ ยังได้ฝากว่า อยากให้ทีมโฆษกฯ ประชาสัมพันธ์การทำงานของรัฐบาลเชิงรุก ไม่อยากให้เห็นภาพการทำงานแบบแยกพรรค

และในทุกวันศุกร์ เวลา 15.00 น. ทีมโฆษกฯ จะนำเสนอสิ่งต่างของรัฐบาลโดยการไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า นอกจากนี้ส่วนตัวเห็นว่า การทำงานในยุคนี้ยังไม่เห็นว่ามีอะไรยาก เราต้องอยู่กับปัจจุบันและยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ตนไม่เห็นว่ามีตรงไหนที่จะยากกว่าที่เราจะก้าวข้ามไปได้ นี่คือแนวทางของตน

ดร.รัชดา กล่าวว่า การทำงานของทีมโฆษกจะทำในนามของรัฐบาล เน้นทำความเข้าใจทบบาทและการทำงานของรัฐบาลที่มีต่อประชาชนและสิ่งที่จะเพิ่มเติมจากที่ผ่านมา คือจะเข้าหาประชาชนมากขึ้น ถ้ามีโอกาสลงพื้นที่ล่วงหน้าที่จะมีการประชุมครม.สัญจร หรือการพบปะเครือข่ายต่าง ๆ

การทำงานร่วมกับโฆษกแต่ละกระทรวง เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึก เพื่อจะได้ข้อมูลในรายละเอียดภาพรวมได้ เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของนายกฯ ที่ต้องการให้การทำงานเป็นภาพเชิงบวก เราต้องก้าวข้ามความขัดแย้งประเด็นที่จะตอบโต้อย่างรุนแรง เพราะอยากให้เป็นมิติใหม่ของการทำงานของผู้หญิง

นายกฯ เน้นทำงานการเมืองแบบไม่ขัดแย้ง สร้างแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์

จากนั้น วาสนา นาน่วม ได้โพสต์เฟสบุ๊คอีกว่า 

วันศุกร์ ที่ไม่มี”ลุงตู่”
แต่...
เตรียม พบ 3 สาว
โฆษกในรัฐบาล 3 ป.
ทาง”ไทยคู่ฟ้า”

เตรียมพบ 3 โฆษกหญิง ....“อ.แหม่ม” ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.กานต์ รัชดา ธนาดิเรก และ “กวาง” น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนใหม่

ในทุกวันศุกร์ เวลา 15.00 น. ทีมโฆษกฯ จะนำเสนอสิ่งต่างของรัฐบาลโดยการไลฟ์สด ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ไทยคู่ฟ้า”

ดร.แหม่ม เผย จะมีการใช้โซเชี่ยลฯ ฝช้เฟสบุ้ค ให้มากขึ้น ในการให้ข้อมูลข่าวสาร และชี้แจงข้อมูลต่างๆ

การเมือง

เด็กชวน เย้ย เสรีพิศุทธิ์ ส.ส.คนแรก ถูกไล่จากห้องประชุม

วันที่ 21 สิงหาคม 2562 - 18:13 น.
เสรีพิศุทธิ์,เด็กชวน,กล่าวหาไม่เป็นกลาง,สสคนแรก,ถูกไล่จากห้องประชุม

"เด็กชวน"​ โต้ "เสรีพิศุทธิ์" ปมกล่าวหา "ชวน" ไม่เป็นกลาง เย้ย เป็นส.ส.คนแรก ถูกไล่จากห้องประชุม จี้หยุดใช้เวทีสภา เล่นการเมือง

          วันที่ 21 ส.ค. 62 - นายสมบูรณ์​ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงเรียกร้องให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยุติการใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเล่นเกมทางการเมืองและร่วมมือกับสภาเพื่อใช้เป็นเวทีทำงานการเมืองที่สร้างสรรค์ ส่วนกรณีที่พรรคเสรีรวมไทย เรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลาออกจากตำแหน่งเพราะปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลางระหว่างการประชุมรัฐสภา เพื่อให้ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี และการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อให้รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นั้น นายชวนพร้อมรับการตรวจสอบหากปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามสำหรับบุคคลที่จะนำประเด็นร้องเรียนหรือฟ้องร้อง ต้องเข้าใจต่อกติกาและข้อบังคับการประชุมด้วย

          นายสมบูรณ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการประชุมรัฐสภา ช่วงการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถูกประธานในที่ประชุม คือ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ฐานะรองประธานรัฐสภา สั่งให้ออกจากห้องประชุมเพราะไม่ยอมถอนคำพูดนั้น ถือเป็นข้อปฏิบัติที่ทำได้ ซึ่งวันดังกล่าวหากพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ยอมถอนคำพูดที่ถูกทักท้วง การอภิปรายจะสามารถเดินหน้าได้ และการทักท้วงเวลาที่เหลืออภิปรายภายหลังจากนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามตนมองว่ากรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ถูกไล่ออกจากห้องประชุมเป็นคนแรกของรัฐสภานั้น ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ที่ไม่ดี

     ขณะที่ นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ กล่าวเรียกร้องให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ยุติการให้ข่าวหรือรายละเอียดต่อประเด็นที่กล่าวหานายชวน ว่าปฏิบัติตนไม่เป็นกลาง หลังจากที่ส่งเรื่องให้องค์กรอิสระเพื่อตรวจสอบ เพราะต้องให้สิทธิหน่วยงานพิจารณาและตรวจสอบตามข้อเท็จจริง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการแถลงข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ แถลงข่าวเรียกร้องให้นายชวน และนายพรเพชร ลาออก เพราะปฏิบัติตนไม่เป็นกลางระหว่างการประชุมรัฐสภา ที่ผ่านมา ทั้งกรณีการเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกฯ และ ให้ครม.​แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ หลังจากเกิดกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วน และหากไม่ลาออก จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้พิจารณาตรวจสอบต่อไป.

 
การเมือง

ไม่ลดงบ แต่ขอเพิ่มเป็น 1.2หมื่นล้าน ตกแต่งสภาใหม่

วันที่ 21 สิงหาคม 2562 - 18:26 น.
ไม่ลดงบ แต่ขอเพิ่ม,เรื่องร้องเรียนไม่ลด,ตกแต่งรัฐสภาใหม่,เพิ่มค่าอาหารรับรองสส

"เลขาสภาฯ​" ไม่ลดงบ แต่ขอเพิ่ม เป็น 1.2 หมื่นล้าน ระบุใช้เพื่องานตกแต่งรัฐสภาใหม่-เพิ่มค่าอาหารรับรองส.ส. แจงตัดงบกองทุนส.ส. 46 ล้าน, ตัดงงบวิจัยหน้าที่ส.ส. ออก

          รัฐสภา เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสรศักดิ์​ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ออกเอกสารข่าวชี้แจงต่อกรณีการทบทวนคำเสนอของบประมาณส่วนของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ประจำปี 2563 ตามที่สำนักงบประมาณส่งเรื่องให้ทบทวน โดยเอกสารดังกล่าวระบุว่า ได้พิจารณาปรับวงเงินเสนอของบประมาณลง จากเดิมที่เสนอขอไป 10,313 ล้านบาท เป็นจำนน 12,241 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้น 1,927 ล้านบาท

          แบ่งเป็นงบประมาณส่วนของสำนักงาน 1.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 1.ส่วนแผนงานบุคลากรภาครัฐ เช่น เงินเดือน ส.ส. ข้าราชการการเมือง ค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 2,961 ล้านบาทซึ่งไม่ได้ทบทวนหรือแก้ไข 2.แผนงานพื้นฐาน อาทิ เบี้ยประชุม ค่าเช่าที่พัก และยานพาหนะ ค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าสิ่งก่อสร้าง จำนวน 7,863 ล้านบาท ซึ่งได้ทบทวนและปรับเพิ่มจากเดิม 1,793 ล้านบาท จากเดิมที่เสนอขอ 6,069 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส่วนของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการและงานระบบประกอบอาคารและภายนอกอาคาร เพิ่มเติม เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ระบบรักษาความปลอดภัย อุปกรณ์ตรวจจับโลหะ งานผ้าม่าน ระบบสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงโสตทัศนูปกรณ์

เอกสารข่าวระบุด้วยว่า 3.แผนยุทธศาสตร์ เช่น ค่ารับรองประธานสภาฯ เบี้ยประชุมกรรมาธิการ ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายเพื่อศึกษาดูงานของกมธ. จากเดิมที่ตั้งของบประมาณ 996 ล้านบาท ได้ทบทวนโดยให้เพิ่มงบประมาณส่วนดังกล่าว เพิ่มจำนวน 185 ล้านบาท รวมเป็นคำของบฯ ใหม่ 1,182 ล้านบาท เหตุผลคือ ต้องปรับค่าอาหารและเครื่องดื่มให้ ส.ส.​จากเดิมที่คิดรายหัว ที่ 200 บาท เป็น 350 ล้านบาท และเพิ่มส่วนค่าเดินทางของกมธ. เพื่อปฏิบัติหน้าที่ภายในประเทศ กมธ. จำนวน 30 คณะ และ 4.แผนบูรณาการ เช่นโครงการวิจัยบทบาทหน้าที่ของส.ส. ซึ่งเสนอขอทั้งสิ้น 5.4 ล้านบาท ได้ตัดออกทั้งหมด

          ขณะที่งบประมาณส่วนกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา จำนว 234 ล้านบาท ซึ่งส่วนของงบกองทุนฯ ได้ปรับลดลง 46 ล้านบาท จากเดิมที่เสนอขอ 280 ล้านบาท ทั้งนี้ท้ายเอกสารข่าวของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ยืนยันว่าการพิจารณาเสนอของบประมาณ ปี 2563 เป็นไปอย่างรอบคอบ. 

เศรษฐกิจ

ซีพี' วืด ชิงเมืองการบินอู่ตะเภา 2.9 แสนล้าน

วันที่ 21 สิงหาคม 2562 - 16:35 น.
ซีพี,สนามบินอุ๋ตะเภา,เมืองการบินอู่ตะเภา 29 แสนล้าน,ศาลปกครองกลางสั่ง

ศาลปกครองกลาง ยกฟ้องคดีตัดสิทธิเปิดซอง "ซีพี" ชิงประมูลโครงการสนามบินอู่ตะเภา ชี้ กองทัพเรือเดินหน้าเปิดซองประมูลรายอื่นต่อ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม  2562 ศาลปกครองกลางมีคําพิพากษาในคดีหมายเลขดําที่ 757/2562 หมายเลขแดงที่ 1066/2562 ระหว่าง บริษัทธนโฮลดิ้ง จํากัด ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ บริษัทบี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จํากัด ผู้ฟ้องคดีที่ ๒ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดีที่ ๓ บริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดีที่ ๔ และบริษัทโอเรียนท์ ซัคเซส อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด ผู้ฟ้องคดีที่ ๔ คณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ผู้ถูกฟ้องคดี

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าในนาม กลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัทธนโฮลดิ้ง จํากัด และ พันธมิตร ได้ยื่นข้อเสนอร่วมลงทุนกับรัฐในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน ภาคตะวันออก ตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดเปิดการยื่นซองในวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๒ เวลา ๔.๐๐ นาฬิกา และปิดการรับซองในวันเดียวกัน เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ซึ่งผู้ฟ้องคดีทั้งห้าได้ยื่นซองข้อเสนอ ประกอบด้วย เอกสารซองที่ไม่ปิดผนึก เอกสารซองที่ ๑ คุณสมบัติทั่วไป เอกสารซองที่ ๒ ข้อเสนอด้าน เทคนิคและแผนธุรกิจ เอกสารซองที่ ๓ ข้อเสนอด้านราคา และเอกสารซองที่ ๔ ข้อเสนออื่น ๆ รวม ๑๑ กล่อง พร้อมกล่องสําเนา และเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้ออกหลักฐานการยื่นซองข้อเสนอให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าแล้ว 

แต่ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือแจ้งผลการยื่นข้อเสนอว่า ผู้ถูกฟ้องคดีมีมติไม่รับข้อเสนอในส่วนของ ซองที่ ๒ ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ กล่องที่ 5 และซองที่ ๓ ข้อเสนอด้านราคา กล่องที่ ๔ เนื่องจาก เป็นเอกสารที่ยื่นภายหลังกําหนดเวลาการยื่นข้อเสนอ
ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าเห็นว่า คําสั่งดังกล่าวไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย จึงนําคดีมาฟ้องต่อศาล ขอให้ศาลมีคําพิพากษาเพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ไม่รับซอง ข้อเสนอดังกล่าว และให้ผู้ถูกฟ้องคดีรับซองข้อเสนอของผู้ฟ้องคดีทั้งห้าไว้พิจารณาตามขั้นตอนการคัดเลือก ผู้ร่วมลงทุนต่อไป 

คดีมีประเด็นวินิจฉัยว่า มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ไม่รับซองข้อเสนอบางส่วนของ ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ศาลปกครองกลางพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เอกสารการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการนี้ ในส่วนของสถานที่ วัน เวลาเปิดการรับซอง ปิดการรับซอง และการเปิดซองข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ กําหนดว่า จะเปิดให้การรับซองข้อเสนอในวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๒ เวลา ๙.๐๐ นาฬิกา และปิดการรับ ซองข้อเสนอในวันเดียวกัน เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย ผู้ถูกฟ้องคดีจะไม่รับ ซองเอกสารข้อเสนอที่ยื่นภายหลังกําหนดเวลาการยื่นซองเอกสารข้อเสนอตามที่ระบุไว้

ข้อเท็จจริงในคดีนี้รับฟังได้ว่า ในวันยื่นซองข้อเสนอเวลาประมาณ ๑๒.๒๑ นาฬิกา ผู้ฟ้องคดีทั้งห้า ได้นําข้อเสนอซองไม่ปิดผนึกมายังสถานที่รับซอง และเวลา ๑๓.๕๒ นาฬิกา ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าได้นํา ซองข้อเสนออีกจํานวน ๘ กล่อง เข้ามา ต่อมาในเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา คณะทํางานรับและจัดเก็บเอกสาร ข้อเสนอตรวจสอบหมายเลขซองข้อเสนอที่ระบุบนกล่องข้อเสนอทั้งหมดของผู้ฟ้องคดีทั้งห้าที่มาถึงสถานที่ รับซองแล้ว พบว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งห้ามีความประสงค์ที่จะยื่นข้อเสนอจํานวนทั้งหมด ๑๑ กล่อง แต่ข้อเสนอ มีเพียง ๙ กล่องเท่านั้นที่มาถึง โดยขาดข้อเสนอ ๒ กล่อง ได้แก่ กล่องที่ 5 (ซองที่ ๒ ข้อเสนอด้านเทคนิค และแผนธุรกิจ) และกล่องที่ ๙ (ซองที่ ๓ ข้อเสนอด้านราคา) ต่อมา เวลาประมาณ ๑๕.๐๙ นาฬิกา ซองข้อเสนอ ๒ กล่อง ได้แก่ กล่องที่ 5 และกล่องที่ ๙ มาถึงยังสถานที่รับซอง ซึ่งผู้ฟ้องคดีทั้งห้ายอมรับ ตามคําชี้แจงเพิ่มเติมว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าส่งมอบเอกสารดังกล่าวล่าช้า เนื่องจากการจราจรติดขัด

จึงรับฟัง ได้ว่า เอกสารซองข้อเสนอของผู้ฟ้องคดีทั้งห้า จํานวน ๒ กล่อง ดังกล่าว มาถึงยังสถานที่รับซองภายหลัง เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา อันเป็นกําหนดเวลาปิดการรับซองตามที่ระบุไว้ในข้อ ๓๑ (๑) ของเอกสารการคัดเลือก ผู้ถูกฟ้องคดีย่อมมีหน้าที่ปฏิเสธไม่รับกล่องดังกล่าวไว้พิจารณาในขั้นตอนต่อไปตามที่ระบุไว้ใน ข้อ ๓๑ (๓) โดยไม่สามารถพิจารณายกเว้นให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าเป็นกรณีพิเศษได้ มิเช่นนั้นจะเป็น การเลือกปฏิบัติต่อเอกชนรายใดรายหนึ่ง และทําให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ดังนั้น มติของผู้ถูกฟ้องคดี ในการประชุม ครั้งที่ ๖/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๒ ที่ไม่รับซองข้อเสนอร่วมลงทุนกับรัฐ ในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกของผู้ฟ้องคดีทั้งห้าในส่วนของซองที่ ๒ ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ กล่องที่ 5 กับฉบับสําเนา และซองที่ ๓ ข้อเสนอด้านราคา กล่องที่ ๔ กับ ฉบับสําเนา จึงชอบด้วยกฎหมาย

 ส่วนข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีทั้งห้าที่ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีได้รับซองข้อเสนอทั้งหมดไว้แล้วในวันนั้นโดยไม่ได้ อิดเขื่อนหรือมีท่าที่ปฏิเสธ และได้เลื่อนการเปิดซองข้อเสนอซองที่ ๑ (คุณสมบัติทั่วไป) ของผู้ยื่นข้อเสนอ ทุกรายออกไป ทั้งผู้ถูกฟ้องคดียังให้ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าชําระค่าธรรมเนียมประเมินซองข้อเสนอและหลักประกัน ซอง พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ได้ถือเอากําหนดเวลายื่นและรับซองข้อเสนอ ในเอกสารคัดเลือกฯ ข้อ ๓๑ (๑) เป็นสาระสําคัญ และถือว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้ขยายระยะเวลารับซอง โดยปริยายแล้วนั้น เห็นว่า กระบวนการยื่นและรับข้อเสนอซองไม่ปิดผนึกรวมทั้งซองปิดผนึก (ซองที่ ๑ ถึงซองที่ ๔) ซึ่งต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา เป็นกระบวนการหรือขั้นตอน ที่แยกต่างหากออกจากกระบวนการตรวจสอบเอกสารในซองไม่ปิดผนึก ทั้งการตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของเอกสารของไม่ปิดผนึกก็ไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่จะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมี การยื่นข้อเสนอซองปิดผนึก หากแต่เป็นขั้นตอนภายหลังในชั้นของเงื่อนไขการพิจารณาให้คะแนนเท่านั้น

ประกอบกับความล่าช้าของการดําเนินการที่ส่งผลให้กําหนดการเปิดซองข้อเสนอซองที่ ๑ ต้องล่าช้าออกไป จนต้องมีการแจ้งเลื่อนนั้น เป็นเรื่องของการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารซองไม่ปิดผนึก เพราะเอกสารที่ยื่นมีเป็นจํานวนมาก ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือแจ้งขยายเวลา กําหนดการยื่นซองเอกสารข้อเสนอตามข้อ ๓๑ (๒) ประกอบกับการปฏิเสธไม่รับข้อเสนอที่ยื่นเกินเวลา ดังกล่าว ไม่จําต้องกระทําในเวลาที่มีการยื่นแต่อย่างใด หากข้อเท็จจริงปรากฏชัดในภายหลัง ผู้ถูกฟ้องคดี ย่อมมีสิทธิปฏิเสธไม่รับได้ ข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีทั้งห้าไม่อาจรับฟังได้

ข่าวด่วน

ปมเงินกู้ ธนาธร-อนค. ยังอยู่ชั้นสืบสวน

วันที่ 21 สิงหาคม 2562 - 17:22 น.
กกต,ปมเงินกู้ อนค,ธนาธร,เลือกตั้งท้องถิ่น,อบจ

กกต.เตรียมพร้อมเลือกตั้งท้องถิ่น รอแค่รัฐบาลส่งสัญญาณ คาดเลือกตั้งสนาม อบจ.ก่อน ส่วนประเด็นร้อง "ธนาธร" ให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงินยังอยู่ในชั้นสืบสวน

          โรงแรม เดอะ ไทด์ รีสอร์ท จ.ชลบุรี -21 ส.ค. 62 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า ขณะนี้มีคำร้องเข้ามายังสำนักงาน กกต. จำนวน 581 คำร้อง ซึ่ง กกต.ได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้วไปเกินครึ่ง โดยคำร้องใดที่มีพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ก็ยกคำร้อง ส่วนคำร้องใดที่ กกต.เห็นว่าสามารถดำเนินการไต่สวนต่อไปได้ก็ให้ดำเนินการต่อไป ทั้งนี้การดำเนินการไต่สวนต้องใช้เวลา ถ้าเรื่องไหนเสร็จก็สามารถเสนอเข้าที่ประชุม กกต.พิจารณาได้

          สำหรับแนวโน้มเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น นายอิทธิพร กล่าวว่า เมื่อมีความพร้อมทางรัฐบาลก็จะแจ้งมาที่ กกต.เพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้งต่อไป ซึ่งขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้แจ้งมา แต่ กกต.ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ตลอด ส่วนจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับใดก่อนนั้น รัฐบาลต้องเป็นผู้กำหนดและแจ้งมา แต่ส่วนตัวเข้าใจว่าน่าจะเป็นการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ก่อน อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าวันนี้ (21 ส.ค.) ตนได้ไปตรวจเยี่ยมสำนักงาน กกต.ชลบุรี และได้รับรายงานว่าได้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยในส่วนของจังหวัดชลบุรีมีประชากรเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเขตเลือกตั้งก็อาจจะต้องมีการขยายจาก 36 เป็น 41 เขต โดยเชื่อว่านอกจากชลบุรีแล้วจังหวัดอื่นๆ ก็พร้อมเช่นกัน หากมีการเลือกตั้งก็ไม่น่าจะมีปัญหา

          นายอิทธิพร ยังกล่าวถึงคำร้องเกี่ยวกับพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กรณีเงินกู้ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ว่า ทางสำนักงาน กกต. อยู่ระหว่างการสืบสวนและไต่สวนคำร้องดังกล่าว ซึ่งเข้าใจว่ามีประเด็นที่จะต้องพิจารณาและดำเนินการอยู่ จึงยังไม่สามารถเสนอเข้าที่ประชุม กกต.เพื่อพิจารณาได้

รางวัลนำจับ..แจ้งเบาะแสปราบเด็กแว้น

วันที่ 21 สิงหาคม 2562 - 11:10 น.
สายตรวจระวังภัย,เด็กแว้น,รางวัลนำจับ,พลตทดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์,พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา,แข่งรถ

คอลัมน์...  สายตรวจระวังภัย     โดย...  เจษฎา จันทรรักษ์

          ปัญหา “เด็กแว้นป่วนเมือง” เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนานกับสังคมไทย ยิ่งในยุคโซเชียลมีเดียปัจจุบัน ทำให้การนัดรวมกลุ่มนำรถจักรยานยนต์แต่งซิ่งท่อดังออกไปประลองความเร็วท้าทายกฎหมายบ้านเมืองตามถนนหลวงของเหล่าวัยรุ่นวัยคะนองง่ายขึ้น โดยเฉพาะในค่ำคืนวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวต่อกันหลายวัน สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่คนใช้รถใช้ถนน และสุ่มเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งกับกลุ่มเด็กแว้นด้วยกันเองและประชาชนทั่วไปที่เดินทาง 

          การป้องกันปราบปรามยังคงดำเนินการมาตลอด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ “ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ” ประหนึ่งมีความสนุกตื่นเต้นเมื่อถูกไล่ต้อนกวดจับ หลายคนถูกจับซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงขั้นเอาผิดผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยบุตรหลานออกมาสร้างความเดือดร้อนรำคาญ แต่ก็ยังไม่เห็นผลเท่าที่ควร ทว่ารัฐบาลยุคปัจจุบันเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหามากขึ้น ฝ่ายตำรวจเองก็ขานรับ ซึ่ง “แม่ทัพสีกากี” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็สั่งเป็นนโยบายให้ทุกท้องที่ดำเนินการเด็ดขาด ชนิดที่เรียกว่า “เด็กแว้นต้องสูญพันธุ์” ถ้าท้องที่ไหนยังปล่อยปละละเลยต้องถูกคาดโทษตั้งแต่ ผู้กำกับการ (ผกก.) ไปจนถึง ผู้บังคับการ (ผบก.)

          เรื่องนี้คล้ายๆ จะเป็นอีกหนึ่งนโยบายเร่งด่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ทั้งเรื่องการป้องกันและปราบปราม จากนั้นได้มีการประชุมติดตามผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่น ที่ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธาน โดยมีวาระที่น่าสนใจ คือ เสนอตั้งรางวัลนำจับสำหรับการแจ้งข้อมูลเบาะแสปราบ “เด็กแว้น-แข่งรถ”

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า มีการหารือเรื่องการตั้งรางวัลนำจับให้แก่ประชาชนที่ให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งทางโทรศัพท์ที่สายด่วนหมายเลข 191 หรือหมายเลข 1599 และถ่ายคลิปวิดีโอ หรือกล้องหน้ารถยนต์ ส่งมายังช่องทางเพจเฟซบุ๊ก "ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.” โดยจะมอบเงินรางวัลตอบแทนให้ 3,000 บาท หากสามารถนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเกณฑ์ให้รางวัล โดยคาดว่าภายในเดือนกันยายนนี้จะเริ่มดำเนินการได้

          “เงินรางวัลดังกล่าวจะใช้เงินจากกองทุนสืบสวน และจากกองทุนต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากพบว่ามีการแจ้งเท็จจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท นอกจากนี้สำหรับประชาชนที่แจ้งข้อมูลให้ตำรวจนั้น ยืนยันว่าจะรักษาความลับเป็นอย่างดี ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้แจ้งหลุดออกไปเพื่อความปลอดภัย” พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ อธิบาย และว่า ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาซึ่งในอดีตมักมีกลุ่มเด็กแว้นออกมาแข่งรถ ล่าสุดในพื้นที่กรุงเทพฯ มีการร้องเรียนในเรื่องนี้ลดลง แต่ในพื้นที่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น นครราชสีมา และ ชัยภูมิ ยังคงมียอดการร้องเรียน และ ยอดการจับกุมจำนวนมาก ซึ่งได้สั่งการให้ทุกพื้นที่อย่าปกปิดเหตุเพื่อหวังให้ยอดการจับกุมลดลง เพราะจะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการวางมาตรการแก้ไขและป้องกัน โดยจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อมูลหากพบว่ามีการปกปิดหรือบิดเบือนสถิติในช่วงแรกจะตักเตือนก่อน หากพบซ้ำจะพิจารณาบทลงโทษต่อไป

          หวังว่ามาตรการที่เข้มงวดจริงจัง ตลอดจนแรงจูงใจ “รางวัลนำจับ” จะช่วยให้การแก้ปัญหา “เด็กแว้น” เห็นเป็นรูปธรรม และสูญพันธุ์ในอนาคตอย่างที่ “แม่ทัพตำรวจ” คาดหวัง..!!

ประชาสัมพันธ์

“สมคิด” มอบนโยบายกระทรวงการอุดมฯ เน้นนวัตกรรม – สตาร์ทอัพ

วันที่ 19 สิงหาคม 2562 - 15:37 น.
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์,กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

สภานโยบายการอุดมฯ ตั้ง ”วีระพงษ์ – ศักรินทร์” คุมงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ กับ อุดมศึกษา

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมามอบนโยบายให้กับผู้บริหาร อว. ว่า มหาวิทยาลัยต้องสร้างคน ตอบโจทย์ ประเทศ โดยเฉพาะกำลังคนด้านนวัตกรรม วิศวกรรม เพราะขณะนี้ โอกาสการลงทุนจากต่างประเทศมาถึงหน้าบ้านทั้ง จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น ดังนั้น ต้องเร่งสร้างคน โดยเฉพาะกำลังการผลิตในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ให้ได้จำนวนตามต้องการ ระหว่างปี 2563 – 2565 โดยในส่วนของกลุ่มมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ ขอ 25,000 คนต่อปี มหาวิทยาลัยราชภัฎ 17,000 คนต่อปีและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 10,000 คนต่อปี รวมทั้งต้องผลิตกำลังคนแบบไม่มีปริญญา เช่นอาชีวะ ที่มีฝีมือเฉพาะด้านควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัย อย่างจุฬาฯ มหิดล เกษตรศาสตร์ ควรไปตั้งสำนักงานที่ อีอีซี ไม่อย่างนั้น นักลงทุนหนีไปเวียดนามกันหมด ที่สำคัญ มหาวิทยาลัย ต้องไม่เน้นไปที่ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ของประเทศเท่านั้น แต่ต้องทำทั้งระบบ และมหาวิทยาลัยต้องสร้างฐานให้ภาคเอกชน  เพราะที่ผ่านมามีงานวิจัย แต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ขณะที่จากนี้ในอนาคตคือเรื่องนวัตกรรม สตาร์ทอัพ 

 

ต่อมาเป็นการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษาฯ ครั้งที่ 1/2562 โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อว.แถลงข่าวที่ประชุมมีมติแต่งตั้ง รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) เป็นประธานกรรมการพิจารณางบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ แต่งตั้ง  รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นประธานกรรมการพิจารณางบประมาณด้านการอุดมศึกษา และแต่งตั้งให้ตนเป็นประธานกรรมการบริหารสภานโยบายฯนอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2563 รวมทั้งสิ้น 37,000 ล้านบาท ทำใน 4 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ 30 เปอร์เซ็นต์ 2.การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม 15 เปอร์เซ็นต์ 3.การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน 25 เปอร์เซ็นต์ และ 4.การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ  20 เปอร์เซ็นต์ โดยมีตัวอย่างโปรแกรมสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ อาทิ BCG Action เช่น ระบบเกษตรปลอดภัยมาตรฐานส่งออก โปรตีนทางเลือกจากแมลง ประเทศไทยไร้ขยะ นวัตกรรมเพื่อผู้สูงวัย เป็นต้น และอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องของการยกเครื่องมหาวิทยาลัย

 

...................................................................

21 สิงหาคม 2562

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 22/08/2019 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

vinitvadee
..........................................
หลายๆดอกแบบเป็นช่อใช่ไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 22/08/2019 เวลา : 07.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

สามสาวโฆษกรัฐบาล แต่งตัวดี สวยงาม ถูกกาล ถูกเวลา
แต่งตัวดูดี ดีกว่า นางดอกหลายๆดอก ... มากมาย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน