*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5530
  • จำนวนผู้ชม : 3342329
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 23 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 301 , 13:52:11 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน wullopp , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ข่าวพาดหัว "5 รมต.ไม่ปล่อยหมวกส.ส....ขอสองเก้าอี้" อ่านแล้วมองเห็นธาตุแท้ของรัฐมนตรีพวกนี้ ไม่คิดที่จะทำในสิ่งอันสมควร

บ้างเลย เอาแต่ความโลบเป็นเกณฑ์เสียจริง เพราะการทำงาน 2 บทบาทหน้าที่ในเวลาเดียวกันทำได้อย่างไร ลองคิดกันเสียบ้างซี ชักอยากจะ

ให้มีการแก้รธน.ขึ้นมาบ้างแล้ว ... ผ่าเถอะ .....

 

 

การเมือง

ครป.ประณามมือระเบิดยะลา-โต้เดือดกอ.รมน.

วันที่ 23 สิงหาคม 2562 - 08:03 น.
ครป,คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย,ความไม่สงบ,ภาคใต้

ครป.ประณามคนร้ายลอบวางระเบิดยะลา สวนกอ.รมน.หลงประเด็นบี้เอ็นจีโอแสดงจุดยืนต้านการใช้ความรุนแรง เย้ย 15 ปีแก้ปัญหาไม่ได้

23 สิงหาคม 2562 นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า จากกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า เสาสัญญาณโทรศัพท์และตู้เอทีเอ็ม ในเขตพื้นที่ 4 อำเภอ จังหวัดยะลา นั้น 

ครป.ขอประณามการใช้ความรุนแรงดังกล่าวซึ่งทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบจำนวนมาก การสร้างสถานการณ์ความรุนแรงไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้นอกจากการแก้ไขปัญหาด้วยทางออกทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐใน กอ.รมน.ภาค 4 คงเข้าใจผิดที่ออกมาเรียกร้องให้นักสิทธิมนุษยชนออกมาเคลื่อนไหว เพราะพวกเขาคัดค้านความรุนแรงและรณรงค์เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว แต่หน้าที่รักษาความสงบเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง ในการใช้อำนาจนั้นแก้ปัญหาอาชญากรรมตามกฎหมายและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทุกคน ส่วนองค์กรสิทธิมนุษยชนมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐผู้มีอำนาจว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวโดยชอบหรือไม่ ใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนหรือไม่|

รัฐบาลและ กอ.รมน.ภาค 4 ใช้อำนาจแก้ไขปัญหามากว่า 15 ปี ทำไมแก้ไขปัญหาความรุนแรงไม่ได้ ยิ่งปราบก็ยิ่งมากขึ้น ไม่รู้ทำงานกันอย่างไร ใครแนะนำทางออกในการแก้ไขก็ไม่ฟัง ฝ่ายความมั่นคงในชายแดนภาคใต้คงจะอับจนหนทางแก้ไขแล้วจึงออกมาโยนภาระให้คนอื่นเข้าไปแก้ไขปัญหา ทั้งที่รัฐบาลมีงบประมาณใช้แก้ไขปัญหาปีละนับหมื่นล้านบาท เอาไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ต้องมีการตรวจสอบ ทั้งกำลังคน กำลังอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมหาศาล มีกฎหมายให้อำนาจมากมายหลายฉบับ หากแก้ไขปัญหาความรุนแรงและอาชญากรรมไม่ได้ ก็ควรสั่งย้าย สั่งปลดผู้มีอำนาจที่รับผิดชอบให้หมด

สงสัยว่า ในความไม่สงบมีงบประมาณนับหมื่นล้านบาท ได้ใช้ทำอะไรบ้าง ยิ่งมีสถานการณ์ยิ่งได้ใช้งบประมาณหรือไม่ เพราะในสงครามความขัดแย้ง ย่อมมีผู้ได้รับประโยชน์อยู่เสมอจริงๆ แล้ว ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความซับซ้อนเชิงอำนาจ แนวคิดการแบ่งแยกดินแดนนั้นเป็นเพียงประเด็นที่บางกลุ่มคิดว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาพื้นฐานในพื้นที่นั่นได้ แต่เราก็ทราบกันดีว่า ถึงแม้อนาคตสมมุติว่าถึงจะมีการแยกตัวเป็นรัฐอิสระก็ไม่สามารถลดความขัดแย้งได้ เพราะหลังการแยกตัวมาเป็นรัฐอิสระก็จะแปรรูปมาเป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มมุสลิมด้วยกันเอง

ด้วยเหตุที่มีชนชั้นปกครองที่เกิดใหม่แสวงประโยชน์และอำนาจให้แก่ตนและพวกของตน ดังนั้นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนคงต้องแก้ที่กลุ่มชนชั้นนำหรือชนชั้นปกครองที่ครอบงำแสวงประโยชน์อยู่ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มมุสลิมด้วยกันหรือไม่ก็ตาม หลายคนเห็นว่าการก่อการร้ายหรือความไม่สงบระยะหลังส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากอุดมการณ์ทางการเมือง แต่ต้องการเบี่ยงเบนความสนใจจากการกระทำอาชญากรรมในลักษณะองค์กรจัดตั้งหรือการกระทำอาชญากรรมโดยองค์กรอาชญากรรมที่มีชนชั้นนำอยู่เบื้องหลังและมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเครือข่าย

เราเพิ่งประสบความสำเร็จเพียงน้อยนิดจากการปราบปรามการค้ามนุษย์ที่มีนายทหารระดับพลโทอยู่ในกลุ่มผู้กระทำผิด แม้กระนั้น พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ หัวหน้าพนักงานสอบสวนต้องหนีตายโดยถูกข่มขู่จากการทำคดีค้ามนุษย์โรฮีนจาและถูกย้ายลงไปทำงานที่ภาคใต้ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจต้องการใช้การก่อการร้ายในภาคใต้สวมรอยสังหารก็เป็นได้จนเขาต้องขอลี้ภัยไปต่างประเทศ

สำหรับเหตุการณ์ที่ยะลา กองทัพภาคที่ 4 และกอ.รมน. ควรตรวจสอบและหาผู้รับผิดชอบให้ได้ว่าใครทำและอยู่เบื้องหลัง ใช่ฝีมือของกลุ่มแยกดินแดนกลุ่มใดหรือไม่ หรือเป็น untouchable person ในพื้นที่หรือไม่ จึงได้แต่ออกมาในรูปการประณามเหตุการณ์เท่านั้น ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไรในการแก้ไขปัญหานี้ ต้องจับคนร้ายและผู้บงการให้ได้

ปัญหาการสร้างเหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ บางส่วนเป็นการใช้กลุ่มอุดมการณ์มาบังไพรให้ตน สิ่งที่ผู้มีอำนาจควรทบทวนในห้วงเวลานี้คือ

บรรดากฎหมายพิเศษที่มาแทนที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้นไม่สามารถลดหรือบรรเทาปัญหาได้จริง การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาซักถามได้ถึง 30 วัน โดยไม่ต้องตั้งข้อหา รวมทั้งไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าพวกเขากระทำความผิด หากพวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ จะเป็นการเพิ่มปัญหาให้ขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น รวมทั้งการใช้บุคลากรที่ไม่ได้รับการฝึกเพื่อทำการสืบสวนสอบสวน ได้เพิ่มความขัดแย้งกับประชาชนผู้บริสุทธิ์มาโดยตลอด เมื่อขาดทักษะข้างต้น เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายภารกิจมักจะใช้ความรุนแรงต่อผู้ที่ตนสงสัยเพื่อให้รับสารภาพ

มาตรการและการบริหารความขัดแย้งไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้ส่งข้าราชการที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษไปปฏิบัติหน้าที่ในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ต้องใช้ทักษะอาชีพหรือความเชี่ยวชาญสูง รวมทั้งการสับเปลี่ยนผู้บริหารบ่อยๆ จนทำให้การบริหารจัดการในพื้นที่แปรเปลี่ยนตามตัวบุคคลบ่อยๆ จนเกิดผลกระทบทางลบ ทั้งสร้างความบาดหมางเพิ่มขึ้นและทำให้การแก้ไขปัญหาขาดเอกภาพและมีความสับสน

ไม่ได้ใช้มาตรการทางสังคมเพื่อแก้ไขที่มูลเหตุของปัญหาต่างๆ ได้แก่ ชาวไทยมุสลิมไม่สามารถเข้าเรียนตามการศึกษาขั้นพื้นฐานเพราะสถานศึกษาไม่ใช้ภาษาถิ่นเป็นภาษาหลักในการเรียน รวมทั้งมีนักเรียนจำนวนมากต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ทำให้พลเมืองกลุ่มนี้ต้องทำงานในฐานะแรงงานไร้ฝีมือเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่สถาบันครอบครัวที่ไม่ได้รับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีพอ การที่พลเมืองส่วนหนึ่งต้องแต่งงานตั้งแต่ยังอายุไม่ถึง 18 ปี ทำให้ความสามารถในการเลี้ยงดูครอบครัวต่ำมาก ขาดทักษะการดำเนินชีวิต ทักษะการจัดการปัญหาและทักษะพ่อแม่ เป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้พ่อแม่ไม่สามารถชี้แนะแนวทางชีวิตให้แก่ลูกและเมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่นก็จะยิ่งเหินห่างถูกละเลยมากขึ้น เป็นเหตุให้ถูกครอบงำชักจูงในทางร้ายได้ง่าย โดยเฉพาะการข้ามพรมแดนไปยังรัฐตอนเหนือของมาเลเซียเพื่อแสวงหาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า จึงสุ่มเสี่ยงที่จะถูกครอบงำชักจูงโดยผู้นำทางการเมืองและศาสนาบางกลุ่มที่แสวงประโยชน์การเมืองและอำนาจเศรษฐกิจ

ไม่ได้ใช้มาตรการทางการศึกษาเพื่อเป็นทางเลือกในการเข้าเรียนในระบบโรงเรียน เพื่อให้เยาวชนเกิดความเข้าใจคำว่า "บรรลุศาสนภาวะ" อย่างถ้องแท้และเข้าใจ เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสมรสตามหลัก Shariah Law การเผยแพร่การฝึกทักษะการดำเนินชีวิต ทักษะการจัดการปัญหา ทักษะในการขอความช่วยเหลือและทักษะพ่อแม่ในการส่งเสริมสถาบันครอบครัวเพียงพอหรือไม่อย่างไรหรือไม่เลย

 นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่รัฐควรจำแนกกลุ่มก่อความไม่สงบที่กระทำเพื่ออุดมการณ์ทางการเมือง ออกจากกลุ่มที่กระทำเพื่อคุ้มครองธุรกิจผิดกฎหมายต่างๆ ออกจากกัน โดยเฉพาะการสืบสวน-สอบสวนจับกุมข้าราชการที่เป็นเครือข่ายขององค์กรอาชญากรรมมาดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นต้น

การเมือง

5 รมต.ไม่ปล่อยหมวกส.ส....ขอสองเก้าอี้

วันที่ 23 สิงหาคม 2562 - 12:03 น.
สมศักดิ์,รมต,ลาออก,พลังประชารัฐ

"สมศักดิ์"เผย 5 รมต.เห็นคล้ายกัน ควบ"ส.ส." ต่อ ได้งานมากกว่าประสานแก้ปัญหา เวลาเข้าสภา ส.ส.คึกคัก คอยฝากเรื่องงาน-ปรึกษา       

ทั้งนี้โดยให้ 5 รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พิจารณาลาออกจาก ส.ส.เพื่อให้สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพ ว่า ถ้ายังเป็น ส.ส.อยู่คิดว่าน่าจะได้งานมากกว่า เพราะหากห่าง ส.ส.ไป ปัญหาหรือการประสานต่าง ๆ อาจจะติดขัด และรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ทั้ง 5 คน ก็จะต้องเป็นเหมือนกัน คงยังไม่ถึงขั้นลาออก ส.ส. 

 “ถ้าเรายังเป็นอยู่ทั้งสองอย่างจะได้งานมากกว่ามั้ย หรือมีปัญหากับการปฏิบัติงานก็ต้องพิจารณากัน แต่ที่ดูๆ แล้ว คิดว่าที่เป็นอยู่นี้จะสามารถทำงานในภาพรวมทั้งหมดได้ดีกว่า โดยได้พูดคุยกันดูแล้ว เรื่องแบบนี้ไม่มีปัญหาอะไรหรอก เพราะทั้ง 5 คน ไม่ได้มีปัญหาอะไร และมันจะได้เรื่องการประสานงานกับ ส.ส.และรัฐบาล รวมถึงกระทรวงต่างๆ ได้ดีกว่า เวลารัฐมนตรีเข้าไปประชุมสภา ส.ส.เขาจะคึกคัก บางทีเขาก็จะฝากเรื่องงาน ปรึกษาหารืออะไรต่างๆ และความที่ ส.ส.ใหม่มีเข้ามาเยอะก็ไม่ได้คุ้นเคยรู้จักกัน จะได้เรื่องความสัมพันธ์และการประสานงาน ซึ่งมีความสำคัญสำหรับคนหมู่มาก ถ้ามี ส.ส.ใหม่ทั้งหมด แล้วรัฐมนตรีกับ ส.ส.ไม่รู้จักกันการทำงานสองสามอย่างในเวลาเดียวกันจะทำไม่ได้”นายสมศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นทั้ง 5 คน เห็นตรงกันแล้วใช่หรือไม่ว่า ไม่ต้องลาออกจาก ส.ส. นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คล้ายๆ กัน แต่ตนคงตอบแทนคนอื่นไม่ได้ ซึ่งในความคิดดูแล้วว่า การไม่ลาออก ส.ส.จะได้งานมากกว่า แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร 

ต่อข้อถามที่ว่า  มั่นใจหรือไม่ว่าการทำงานใน 2 สถานะ จะไม่สะดุด นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ที่ทำมาก็ทำได้ดี มติอะไรต่าง ๆ ก็ไม่ได้หลุด แต่ต่อไปไม่แน่ใจ แล้วแต่สถานการณ์

ส่วนที่ ได้แจ้งความเห็นดังกล่าว ต่อ พล.อ.ประวิตร แล้วหรือยัง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้แจ้ง เราก็ประเมินตัวเราก่อนว่าเมื่อพบท่านแล้วจะเรียนท่านว่าอย่างไร เพราะท่านไม่ได้บอกให้ลาออก แค่บอกให้ดู ๆ เอา อะไรที่มันจะเป็นประโยชน์กับส่วนรวมได้มากกว่าก็เอาตามนั้น

การเมือง

(คลิป) บิ๊กตู่ ชี้พอสถานการณ์เงียบก็สร้างเหตุบึ้มป่วนใต้

วันที่ 22 สิงหาคม 2562 - 17:38 น.
บิ๊กตู่,เหตุบึ้มป่วนใต้,ลดความเชื่อมั่น,ปลดล็อก กมมั่นคงบางพื้นที่

"บิ๊กตู่" ชี้ บึ้มป่วนใต้ พอสถานการณ์เงียบก็สร้างเหตุขึ้นสักที แฉมีประโคมข่าวลดความเชื่อมั่น ฝ่ายตรงข้ามต้องการแค่นี้ ลุ้น "คปต." ถกปลดล็อก กม.มั่นคงบางพื้นที่

          เมื่อวันที่ 22 ส.ค.62 ที่​สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบ​รัฐบาล​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​กลาโหม​ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)​ กล่าวว่า​ วันนี้ถือเป็นการประชุมสมช.ครั้งแรกของรัฐบาลปัจจุบัน​ มีรัฐมนตรี​ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมทั้งหมด​ โดยมีการพูดคุยถึงแนวนโยบาย​ รวมถึงการปฏิบัติต่างๆ​ 

          ผู้สื่อข่าว​ถามถึงความชัดเจนหลังมีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข​ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า​ ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนตัว​ เพียงแต่หัวหน้าคณะคนเดิมได้ลาออกไปเป็นส.ว.​ ขณะนี้รองหัวหน้าคณะทำหน้าที่อยู่​ จนกว่าจะมีความพร้อม​ ซึ่งนโยบาย​พูดคุยนั้นมีความชัดเจนอยู่แล้ว​ ยังคงเดินหน้าต่อไปในการพูดคุยสันติสุข​ ก็ต้องดูว่าสิ่งที่ได้พูดจาหารือกันมานั้น​ สิ่งใดทำได้หรือไม่ได้อย่างไร​ตามกฎหมายไทย เพราะเราต้องทำตามกระบวนการของกฎหมายไทยเท่านั้น​ 

          ผู้สื่อข่าว​ถามถึงมาตรการลดความรุนแรงใน​พื้นที่ชายแดนภาคใต้​ และการสร้างความเชื่อมั่น​ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า​ อยู่ที่พวกเราทุกคนต้องช่วยกัน​ ซึ่งฝ่ายที่มีความคิดเห็นต่าง​ ก็มักจะใช้ความรุนแรง​เหมือนอย่างที่เคยปฏิบัติ​มา​ พอสถานการณ์​เงียบก็สร้างเหตุการณ์​ให้เกิดขึ้นสักที​ จากนั้น​ ก็มีการประโคมข่าวออกไป​ ทำให้ความเชื่อมั่นลดลง​ ฝ่ายตรงข้ามต้องการแค่นี้​ จึงต้องขอฝากทุกคนให้ช่วยดูแล​ รัฐบาลและเจ้าหน้าที่พยายามทำทุกอย่าง โดยเฉพาะ​ได้เน้นในเรื่องการพัฒนา​และดำเนินโครงการต่างๆ ลงไปในพื้นที่​ รวมทั้งการสร้างสถานประกอบการ​ใหม่ๆ ซึ่งเริ่มดีขึ้นตามลำดับ​ ปัจจุบัน​มี​ 3-4​ บริษัท​ใหญ่ที่เข้ามาลงทุน​ 

          ผู้สื่อข่าว​ถามถึงการปลดล็อก​กฎหมาย​ ทั้งพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)​การบริหารราชการในสถานการณ์​ฉุกเฉิน​ และพระราชบัญญัติ​(พ.ร.บ.)​รักษาความมั่นคง​ภายในราชอาณาจักร​ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า​ ในวันพรุ่งนี้ (23​ ส.ค.) ​จะมีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ (คปต.) ในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง​ ที่ผ่านมาสามารถลดลงไปได้ในพื้นที่ 5 อำเภอ​ ก็จะต้องมาพิจารณา​ดูว่าในพื้นที่อื่นจะสามารถทำได้หรือไม่​ ต้องรอฟังความก้าวหน้า​ในที่ประชุมวันพรุ่งนี้. 

ข่าวด่วน

อย่าเพิ่งรีบ ไพบูลย์ ซบพปชร.รอคะแนนก่อน

วันที่ 23 สิงหาคม 2562 - 11:16 น.
วิษณุ เครืองาม,กกต,ไพบูลย์ นิติตะวัน

วิษณุ โยนกกต.แจงนับคะแนน ปาร์ตี้ลิสต์ หลังไพบูลย์ยื่นยุบพรรคตัวเอง ซบพปชร.ถ้าไม่เห็นด้วย ค่อยยื่นศาล

23 สิงหาคม 2562  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความชัดเจนของการนับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ภายหลังนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยื่นเลิกกิจการพรรคประชาชนปฏิรูปและประกาศจะไปเป็นส.ส.พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)  

โดยบอกว่า ให้ถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ดีกว่า เขาจะเป็นคนชี้ในเรื่องนี้ว่าจะต้องเอาคะแนนมาเฉลี่ยแบบไหน ตนไม่ขอตอบ

ส่วนจะต้องมีหลักการอย่างไรในเรื่องนี้อย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า เขาเตรียมแก้ปัญหาไว้แล้ว ในรัฐธรรมนูญให้กกต.เป็นฝ่ายคำนวณและเป็นคนตอบ  


ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการรวมคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ว่าสามารถรวมได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เริ่มต้นกกต.จะเป็นคนชี้ หลังจากนั้นถ้าเห็นว่ากกต.ชี้ไม่ถูก ก็ต้องไปศาล เหมือนการนับคะแนนครั้งที่แล้วก็เริ่มจากกกต.ก่อน กกต.ว่าอย่างไรถ้าเห็นด้วยก็จบ ไม่เห็นด้วยก็ไปศาล ไม่ยุ่งยากอะไร เพียงแต่ขั้นตอนต้องใช้เวลา ต้องมีกระบวนการ


ผู้สื่อข่าวถามว่า รูปแบบนี้จะเป็นโมเดลให้พรรคการเมืองอื่นด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ พรรคอื่นคงไม่คิดทำอย่างนี้

 ส่วนที่ เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เคย แต่บังเอิญตามรัฐธรรมนูญฉบับก่อนใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แต่ฉบับนี้ใช้บัตรใบเดียว ดังนั้น จะทำอย่างไรก็ให้กกต.เป็นคนตอบ

ต่อข้อถามที่ว่า ประเด็นนี้จะเป็นปมที่นำไปพิจารณาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่รู้

วิษณุ เปิดช่องฝ่ายค้านสิงหาฯซักฟอกได้

วันที่ 23 สิงหาคม 2562 - 12:56 น.
วิษณุ,ซักฟอกรัฐบาล,ฝ่ายค้าน

วิษณุ ลั่นรัฐบาล ไม่มีปัญหา ฝ่ายค้าน เปิดอภิปราย ภายในส.ค.ก็ไม่ติดอะไร หรือเลื่อนเป็นก.ย.ก็ได้

23 สิงหาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ประธานวิปรัฐบาลได้มาปรึกษาเรื่องวันที่จะมีการอภิปรายบ้างหรือยัง 

โดยกล่าวว่า กับตนไม่มี แต่กับคนอื่นไม่ทราบ หากมีการหารือก็น่าจะเป็นการหารือกับฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายกฎหมาย กับรัฐบาลในที่นี้หมายถึงมีวิปอยู่แล้วที่จะต้องไปเจรจากันว่าจะเอากี่วันและเมื่อไหร่ ซึ่งในส่วนรัฐบาลไม่มีปัญหา เท่าที่ดูจริง ๆ ถ้าจัดในเดือนส.ค.ก็ไม่ได้ติดอะไร แต่ถ้าเผอิญทางสภาติดอะไร ก็เลื่อนไปเป็นเดือนก.ย.ได้ แต่รัฐบาลก็อยากรู้ล่วงหน้าเร็วพอสมควรเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นจะมีภารกิจและจะมีปัญหาไม่สะดวก โดยในวันที่ 18 กันยายน สภาจะปิดสมัยประชุมอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ ประธานสภาบอกว่าไม่เอาวันธรรมดา ก็ดี แต่ก็ไม่คิดว่าจะประชุมวันเสาร์อาทิตย์

ต่อข้อถามที่ว่า ในการอภิปรายทั่วไป ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ตอบได้หรือไม่ เพราะเป็นการถามคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายวิษณุกล่าวว่า ตนตอบอย่างนั้นไม่ได้ เพราะตนไม่รู้ว่าจะถามใคร ถ้าเขาถามนายกฯ นายกฯก็ต้องตอบ แต่ถ้าถามครม. ใครรู้ก็ต้องตอบ ซึ่งก็มีคนที่รู้เรื่องอยู่หลายคน อีกไม่กี่วันคงชัดเจนขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมครม.เพื่อเตรียมความพร้อมหรือไม่  นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าญัตติมาก็ต้องเอาเข้าที่ประชุม เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เป็นญัตติถามครม. ไม่ใช่ญัตติถามคนใดคนหนึ่ง ก็ส่งให้ครม.ชี้แจง ถ้าคำถามพุ่งตรงไปที่ใคร คนนั้นก็ต้องตอบ แต่ถ้ามาตรา 151 นั้นถามแค่คนใดคนหนึ่ง ซึ่งที่ตนอธิบายให้ฟังเพื่อจะบอกว่าต้องนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมครม.

ฉุดไม่อยู่...ราคาข้าวเปลือกยังพุ่ง

วันที่ 23 สิงหาคม 2562 - 00:10 น.
สถานการณ์ข้าว,สุโขทัย,ข้าวเปลือก,ชาวนา

ลุยแหล่งผลิตข้าวภาคเหนือ ข้าวเปลือกแนวโน้มสูงขึ้น แต่ผลิตลดลงโอกาสดีชาวนาภาคเหนือ ข้าวเปลือกราคาดี แนะดูแลแปลงนาเสม่ำเสมอ

23 สิงหาคม 2562 นางอัญชนา  ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าว ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย และพิษณุโลก  

รวมทั้งเพื่อติดตามการเพาะปลูกข้าวเจ้านาปีของเกษตรกร ปริมาณผลผลิต การประสบภัยธรรมชาติ ตลอดจนราคาข้าวเปลือกที่ผู้ประกอบการโรงสีรับซื้อ ซึ่งทั้ง 2 จังหวัด เป็นแหล่งผลิตข้าวเจ้าคุณภาพดีที่สำคัญของประเทศโดยข้อมูลการผลิต (ข้อมูลผลพยากรณ์โดยศูนย์สารสนเทศการเกษตร ณ เดือนมิถุนายน 2562) พบว่า

จังหวัดสุโขทัย มีเนื้อที่เพาะปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 ประมาณ 1.04 ล้านไร่ เนื้อที่เก็บเกี่ยว 0.99 ล้านไร่ให้ผลผลิตรวม 0.55 ล้านตัน ผลผลิตเฉลี่ยต่อเนื้อที่เก็บเกี่ยวประมาณ 553 กิโลกรัม/ไร่ (ณ ความชื้น 15 %) สำหรับจังหวัดพิษณุโลก มีเนื้อที่เพาะปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 ประมาณ 1.37 ล้านไร่เนื้อที่เก็บเกี่ยว 1.31 ล้านไร่ ให้ผลผลิตรวม 0.77 ล้านตัน ผลผลิตเฉลี่ยต่อเนื้อที่เก็บเกี่ยวประมาณ 588 กิโลกรัม/ไร่ (ณ ความชื้น 15 %)

เมื่อเทียบกับเนื้อที่เพาะปลูกข้าวนาปี ปีเพาะปลูก 2561/62 พบว่า เนื้อที่เพาะปลูกของทั้ง 2 จังหวัด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน(ปีการผลิต 2562/63) ประกอบกับราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรขายได้มีแนวโน้มสูงขึ้น เกษตรกรจึงกลับมาทำนาในที่นาที่เคยปล่อยว่าง แต่เนื้อที่เพิ่มขึ้นไม่มาก เนื่องจากเนื้อที่เพาะปลูกข้าวมีจำกัด

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรทั้ง 2 จังหวัด ได้ประสบปัญหาภัยแล้งในช่วงเดือนมิถุนายน - กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ต้นข้าวของเกษตรกรที่เพาะปลูกช่วงเดือนพฤษภาคม ได้รับความเสียหาย ต้นแคระแกร็น และแห้งตาย ส่งผลให้เนื้อที่เก็บเกี่ยวมีแนวโน้มลดลง ขณะที่มีเกษตรกรบางพื้นที่ในจังหวัดสุโขทัย เช่น อำเภอเมือง อำเภอบ้านด่านลานหอย อำเภอศรีสำโรง และในจังหวัดพิษณุโลก เช่น อำเภอเมือง อำเภอบางระกำ อำเภอบางกระทุ่ม อำเภอวัดโบสถ์ และอำเภอวังทอง ได้เลื่อนการเพาะปลูกข้าวออกไป เนื่องจากฝนมาล่าช้า

โดยเกษตรกรได้เริ่มปลูกช่วงปลายเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม  และจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ส่งผลให้ทำนาได้เพียงรอบเดียว จึงคาดว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดลดลง  (ปกติเกษตรกรจะเริ่มปลูกข้าวช่วงเดือนพฤษภาคม และจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตและนำไปจำหน่ายในเดือนสิงหาคม)

สำหรับสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกทั้ง 2 จังหวัดพบว่า ณ เดือนสิงหาคม 2562 ราคาอยู่ในเกณฑ์ดีและมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยจังหวัดสุโขทัย ราคาข้าวเปลือกเจ้าที่เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 25 - 26%) ประมาณตันละ 6,700 - 7,200 บาท และข้าวเปลือกเจ้า (ความชื้น 15%) ประมาณตันละ 8,000 - 8,200 บาท สำหรับจังหวัดพิษณุโลก ราคาข้าวเปลือกเจ้าที่เกษตรกรขายได้ (ความชื้น  25 - 26%) ประมาณตันละ 6,800 - 7,000 บาท และข้าวเปลือกเจ้า (ความชื้น 15%) ประมาณตันละ 8,200 - 8,300 บาท

"หากพิจารณาในภาพรวม เมื่อปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ขณะที่ตลาดยังคงมีความต้องการข้าว ราคาข้าวเปลือกอาจจะรักษาระดับราคาอยู่ในเกณฑ์สูงได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม เกษตรกรควรจะดูแลแปลงนาตลอดฤดูกาลเพาะปลูกอย่างสม่ำเสมอ ไม่ให้มีวัชพืช และศัตรูพืชระบาด เพื่อให้ได้ผลผลิตมีคุณภาพดี สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูง"

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาสนับสนุนเงินทุนให้กับสหกรณ์การเกษตรที่มีศักยภาพ เพื่อซื้อเครื่องอบลดความชื้นข้าวเปลือก เนื่องจากจะเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถช่วยชะลอปริมาณข้าวออกสู่ตลาดพร้อมกันเป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ

 ...........................................................

หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค การค้า - การเกษตร ครม.เศรษฐกิจมั่นใจส่งออกปีนี้โต3% สวนทางเอกชนมองติดลบ0.9%

ครม.เศรษฐกิจมั่นใจส่งออกปีนี้โต3% สวนทางเอกชนมองติดลบ0.9%

23 Aug 2019
 
พาณิชย์ เผยครม.ชุดใหญ่รับทราบเป้าหมายส่งออกปี 62 โต 3% แล้ว พร้อมตั้งเป้าปี 63 บวก 3.5% ได้แน่ สวนทางเอกชนมองติดลบ 0.9%  เตรียมเดินหน้าเร่งเจาะทุกตลาดเต็มทที่

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวภายหลังการประชุมประเมินสถานการณ์ส่งออกไตรมาส 3 ปี 2562 ร่วมกับภาคเอกชน ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญภาคเอกชน จากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกลุ่มผู้ส่งออกสินค้าสำคัญทั้งข้าว น้ำตาล ยางพารา สมาคมอาหารสำเร็จรูป สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม สมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย รวมถึงภาคเอกชนในตลาดใหญ่ อย่างสภาธุรกิจไทย-อินเดีย และสภาธุรกิจไทย-จีน  มาหารือในวันนี้(23 ส.ค.2562)โดยกรมฯยังคงดำเนินงานตามเป้าหมายของรัฐบาล หลังจากจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ(ครม.เศรษฐกิจ)และได้มีการรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ทราบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้ประเมินภาพรวมของเศรษฐกิจไทย รวมถึงการส่งออกที่คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้จะขยายตัวได้ 3 % ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกของไทยทั้งปีขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 3% เช่นกัน ขณะที่ได้ตั้งเป้าหมายในปี 2563 จะขยายตัวได้ที่ 3.5 %

 
 ทั้งนี้ในที่ประชุมภาคเอกชนในหลายกลุ่มสินค้าเห็นตรงกันว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้ การส่งออกเริ่มดีขึ้นกว่าในครึ่งปีแรก แต่มีการประเมินว่าทั้งปีนี้จะยังหดตัวที่ 0.9%  ดังนั้นการที่จะให้เป้าหมายเติบโตที่ 3%  โดยที่ช่วงที่เหลือของปีจะต้องผลักดันการส่งออกให้ได้เฉลี่ย 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เมื่อทุกฝ่ายทำงานร่วมกันและลดปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ได้ก็เชื่อว่าเป้าหมายเติบโต3% ก็เป็นไปได้

นอกจากนี้ได้รับฟังปัญหาที่เอกชนเรียกร้อง โดยเฉพาะการเร่งปลดล็อกการเจรจาความตกลงฉบับต่างๆ โดยเฉพาะอาร์เซ็ป, FTA ไทย-อียู, FTA ไทย-อังกฤษ และการทำตลาดใหม่อย่างอินเดีย รวมทั้งการดูแลค่าเงินบาทให้ใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง และในด้านกฎระเบียบทางการค้าในประเทศที่มีความซับซ้อนอย่างเช่นจีนและอินเดีย ควรจะมีการแจ้งล้วงหน้า เพื่อที่เอกชนจะได้ปรับตัวและแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้น หากสามารถปลดล็อกได้เชื่อว่า ภาพรวมการส่งออกในปีนี้ ยังมีโอกาสขยายตัวตามเป้าหมายที่วางไว้ และหลังจากนี้ จะมีการทำงานร่วมกับเอกชนใกล้ชิด เพื่อจัดทำแผนเป็นรายตลาด และรายสินค้าให้ชัดเจน

...................................................................

23 สิงหาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน