*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5572
  • จำนวนผู้ชม : 3353594
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 333 , 13:58:16 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ข่าวการถึงแก่กรรมของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ วันนี้ ได้สร้างความอาลัยแก่คนไทยรุ่นสูงวัยมิใช่น้อย เนื่องจากเคยติดตาม

รายการของท่านทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์มาก่อนนั่นเอง ทั้งนี้ เพราะท่านมักจะพูดคุยกับผู้ฟังและผู้ชมอย่างสนุกสนาน พร้อมทั้งนำ

ความรู้แบบครอบจักรวาล ตลอดจนประสบการณ์ในชีวิตของท่านที่เคยคลุกคลีอยู่กับแวดวงการบันเทิงมาเล่าอย่างน่าสนใจอยู่เป็น

นิจทีเดียว

         จุดเด่นอันสำคัญของม.ร.ว.ถนัดศรี คือ การที่ท่านเป็นนักร้องยอดนิยม ที่มีผู้ติดตามรับฟัง รับชมกันอย่างเนืองแน่น โดยท่าน

เป็นนักร้องคนหนึ่งในวงสุนทราภรณ์ ผลงานด้านการร้องเพลงของท่านมีอยู่มิใช่น้อยเลย

         ม.ร.ว.ถนัดศรีจัดตั้งสถาบันรับรองร้านอาหารที่มีอาหารอร่อยๆขึ้นเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย โดยตั้งชื่อใบรับรองว่า 'เชลล์

ชวนชิม' ตามชื่อคอลัมน์ของท่านในหนังสือ 'สยามรัฐรายสัปดาห์' และตั้งฉายาตัวเองว่า 'ถนัดศอ' ซึ่งก็ได้ทำให้ร้านที่มีป้าย 'เชลล์

ชวนชิม'ติดหราอยู่หนาร้านขายดีไปตามกัน เพราะคนที่อ่านคอลัมน์ของท่านเชื่อในคำแนะนำแล้วพากันมาชิมของอร่อยตามๆกัน

         ผมขอเป็นผู้หนึ่งในการร่วมแสดงความอาลัย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ณ โอกาสนี้ด้วย.

 

 

หน้าแรก / ข่าว Like สาระ

ด่วน! 'หม่อมถนัดศรี'ถึงแก่กรรม หลังป่วยด้วยโรคมะเร็ง

ด่วน! 'หม่อมถนัดศรี'ถึงแก่กรรม หลังป่วยด้วยโรคมะเร็ง

วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.47 น.
 
 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก "ครอบจักรวาล" เผยแพร่ข้อความ โดยระบุว่า "แจ้งให้ทุกท่านทราบ คุณพ่อ. ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ได้ ถึงแก่กรรมเมื่อเวลา 11 35วันนี้ที่โรงพยาบาลเปาโล"

 

 
 
'จุรินทร์'ขีดเส้นรายงานสต๊อกข้าวเหนียววันนี้! ลั่นใครกักตุนโทษทั้งจำ-ปรับ

'จุรินทร์'ขีดเส้นรายงานสต๊อกข้าวเหนียววันนี้! ลั่นใครกักตุนโทษทั้งจำ-ปรับ

วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 10.06 น.
 
วันที่ 27 สิงหาคม 2562  เวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาข้าวเหนียวราคาแพงว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ออกคำสั่งไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งโรงสี ผู้ค้าข้าว และผู้ส่งออกข้าวให้รายงานสต๊อกมาที่กรมการค้าภายใน ภายในเวลา 16.30 น.วันนี้เพื่อตรวจสอบสต๊อกข้าวเหนียวทั่วประเทศ หากพบผู้ใดกักตุนถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับ และหากใครค้าข้าวเหนียวแพงเกินสมควรก็จะมีโทษเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับผู้ที่เก็บข้าวเหนียวไว้บริโภค ไม่ต้องตกใจ

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมครม.วันนี้จะเสนอเรื่องการประกันราคาสินค้าเกษตร ประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์ม ชาวนา ผลจะเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบ ทั้งนี้ วงเงินประกันราคาปาล์มที่ตั้งไว้ 1.2 หมื่นล้านบาท อาจจะปรับลดลงเหลือวงเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาทเนื่องจากราคาปาล์มปรับขึ้นจาก 2 บาทกว่ามาเป็น 3.20 บาท การชดเชยส่วนต่างก็จะลดลง เพราะเราประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 4 บาท

 
 
 
ด่วน! มติผู้ตรวจฯส่งศาลรธน.วินิจฉัย'บิ๊กตู่'ถวายสัตย์ไม่ครบ ปมละเมิดสิทธิปชช.

ด่วน! มติผู้ตรวจฯส่งศาลรธน.วินิจฉัย'บิ๊กตู่'ถวายสัตย์ไม่ครบ ปมละเมิดสิทธิปชช.

วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.32 น.
 
มติผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรธน.  วินิจฉัยปม “บิ๊กตู่” ถวายสัตย์ “ ไม่ครบถ้วน ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ -ละเมิดสิทธิปชช. 

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงภายหลังการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ที่ประชุมมีมติให้ส่งเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 46 พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 เพื่อให้วินิจฉัยว่าการที่นายกรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161  เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและละเมิดสิทธิเสรีภาพตามคำร้องของนายภานุพงศ์ ชูรักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่เป็นผู้ยื่นคำร้องหรือไม่ โดยผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า แม้พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี จะชี้แจงมาว่า ก่อนเข้ารับหน้าที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้ว  เป็นการกระทำที่ครบถ้วนตามกระบวนการและขั้นตอน  ถือว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ได้ปฏิบัติสำเร็จโดยสมบูรณ์  ทั้งโดยนิตินัยและพฤตินัย

"แต่รัฐธรรมนูญตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ระบุรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้...”  เมื่อนายกฯกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ จึงเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  ส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญไปด้วย  รวมถึงมีปัญหาในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของนายภาณุพงศ์ ในฐานะผู้ร้องเรียน เป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนหรือโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้  จึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 46 พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 และเป็นไปตามนัยมาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ส่วนรัฐบาลจะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนหรือไม่ เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณา"นายรักษเกชา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และนายอัยย์ เพชรทองเลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ ร้องในประเด็นเดียวกันว่าหากการที่นายกฯถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองนั้น เมื่อผู้ตรวจฯพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีการถวายสัตย์ไม่ครบเป็นเรื่องของการกระทำ ไม่ใช่บทบัญญัติกฎหมาย จึงไม่ได้เป็นประเด็นว่าข้อความหรือถ้อยคำในการกล่าวถวายสัตย์ฯมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ที่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ และเมื่อเป็นการกระทำก็เห็นว่าไม่ใช่การกระทำทางปกครองที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครอง จึงมติให้ยุติเรื่องในส่วนของ 2 คำร้องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ ได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาประเด็นเดียวกับนายศรีสุวรรณ โดยขอให้ส่งเรื่องพร้อมความเห็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ประเด็นที่ร้องเพิ่มเติมคือกรณีของนายภาณุพงศ์  เห็นว่า นอกจากนายกรัฐมนตรีถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนอาจขัดรัฐธรรมนูญแล้ว ก็มีผลทำให้การกระทำในเวลาต่อมาของรัฐบาล คือ การตั้งคณะรัฐมนตรี การแถลงนโยบาย การโยกย้ายข้าราชการเป็นโมฆะไปด้วย

ทั้งนี้ นายภานุพงศ์ ในฐานะประชาชนที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย หรือให้คำมั่นสัญญาเมื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ก็จะไม่ได้รับการปฏิบัติ ตามที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีระบุไว้ จึงถือว่าตนเองถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ประกอบ มาตรา 46 พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 ระบุให้บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน และ พ.ร.บ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 มาตรา 22 ก็ให้ผู้ตรวจฯ มีหน้าที่และอำนาจอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายอื่น

นอกจากนี้นายรักษเกชา กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ขอให้พิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 46 พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น

โดยผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 252 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ ห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้  การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา 159 เว้นแต่ การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159 วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ซึ่งถือเป็นบทยกเว้นมาตรา 159 วรรคหนึ่งและวรรคสาม  แม้ไม่ได้บัญญัติยกเว้นมาตรา 159 วรรคสอง ไว้ด้วยก็ตาม แต่มาตรา 159 วรรคสอง เป็นเพียงกำหนดหลักเกณฑ์ในการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

ซึ่งจากคำชี้แจงของนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้จัดให้มีการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี  โดยมีส.ส.เสนอชื่อจำนวน 2 ท่านคือพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา และนายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ และมีส.ส.รับรองโดยเปิดเผยไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่  โดยไม่มีส.ส.คนใดเสนอรายชื่อเพิ่มเติม  ประธานรัฐสภาจึงดำเนินการให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายและให้ความเห็นชอบต่อไป  จึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 159 วรรคสอง การกระทำของประธานรัฐสภาจึงไม่เป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว  ไม่ได้มีลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และฟังไม่ได้ว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจึงให้ยุติเรื่อง

 
'ไพบูลย์'ส่องานเข้า! ต้องลุ้นชำระบัญชีให้ทันก่อนถึงวันสิ้นสภาพความเป็น ส.ส.

'ไพบูลย์'ส่องานเข้า! ต้องลุ้นชำระบัญชีให้ทันก่อนถึงวันสิ้นสภาพความเป็น ส.ส.

วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.48 น.

 
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2562 นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง โพสต์เฟชบุ๊กถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้พรรคประชาชนปฏิรูป ของนายไพบูลย์  นิติตะวัน สิ้นสภาพว่า การทำให้พรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนเป็นหน้าที่ของใคร  ตั้งมาได้ขวบเดียวแล้วถูกทำให้สิ้นสภาพ โดยขอเลิกตาม มาตรา 91 (7) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งวรรคท้ายของ มาตรา 91 เขียนว่า “เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสมาชิกที่เป็น ส.ส.ให้ถือว่าการสิ้นสภาพของพรรคการเมืองตามมาตรานี้  เป็นการถูกยุบพรรค” จึงเป็นอานิสงส์แก่ ส.ส.ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(10) คือต้องหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 60 วันนับแต่วันที่ กกต.ประกาศการสิ้นสภาพของพรรคนั้น
 
อย่างไรก็ตาม หลัง กกต.มีมติให้สิ้นสภาพ และกฎหมายให้ ส.ส.พรรคนั้นสามารถหาพรรคสังกัดได้ภายใน 60 วัน เมื่อกลับไปดู พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ม.95 ระบุว่า เมื่อพรรคการเมืองสิ้นสภาพ หัวหน้าพรรคนั้นต้องส่งบัญชีและงบแสดงฐานะทางการเงิน  รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับการเงินของพรรคภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ กกต.ประกาศการสิ้นสภาพ และยังกำหนดให้เป็นหน้าที่ของ สตง.มีหน้าที่ชำระบัญชีให้เสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน  และขยายเวลาได้อีก 180 วัน ซึ่งมาตรา 95 วรรค 2 กำหนดให้ หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่ กกต.ประกาศให้สิ้นสภาพ  ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่จนกว่าการชำระบัญชีจะแล้วเสร็จ
 
'นายกฯ'นำคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีรับพระราชดำรัสพร้อมลายพระราชหัตถ์

'นายกฯ'นำคณะรัฐมนตรีร่วมพิธีรับพระราชดำรัสพร้อมลายพระราชหัตถ์

วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 10.09 น.
 
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชดำรัส พร้อมลายพระราชหัตถ์ ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรี เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญานก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน

ในโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะรัฐมนตรี รับพระราชดำรัสพร้อมลายพระราชหัตถ์ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมไว้เป็นสิริมงคล และเป็นเครื่องกำกับสติเตือนใจสืบไป


ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกฯ ได้กล่าวกับคณะรัฐมนตรี ว่า ขอให้ทุกคนยึดมั่นตามกระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานไว้

 
 
 
 
 
 
ชง ครม.อนุมัติแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน

ชง ครม.อนุมัติแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน

วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.14 น.
 
เตรียมตั้งกลไกดูแลการลงทุนไทยในต่างแดน ผอ.กองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ชง ครม.อนุมัติแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ที่สำนักงานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ร่วมหารือกับตัวแทนชาวบ้านเมืองทวาย ประเทศพม่า ซึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างถนนสองช่องทางเชื่อมต่อระหว่างโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และด่านชายแดนที่บ้านพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านที่เสนอแนะให้มีการดำเนินการแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการลงทุนของผู้ลงทุนสัญชาติไทยในโครงการดังกล่าว หลังจากที่โครงการได้หยุดชะงักไปและกำลังจะมีการดำเนินการต่อภายใต้การสนับสนุนทางการเงินจำนวน 4.5 พันล้านบาทของรัฐบาลไทย ผ่านสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.)

นายซอ เคโดะ หนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการนับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างโครงการถนนตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งทางบริษัทเข้าทำโครงการโดยไม่บอกกล่าวชาวบ้านและมีการนำเครื่องจักรหนักเข้าไปทำลายพื้นที่สวน พื้นที่ผ่าไม้ และพื้นที่อนุรักษ์ของชุมชนในหลายแห่ง จนชาวบ้านเดือดร้อนและออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมจากการดำเนินโครงการที่ขาดความรับผิดชอบ

"พวกเราต้องการความชัดเจนจากทางผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการพัฒนาโครงการว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ และจะรับผิดชอบอย่างไรต่อผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้วทั้งด้านผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หากจะมีการดำเนินโครงการเกิดขึ้นอีกในอนาคตก็ขอให้มีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่แต่เดิมก่อน โครงการถนนและเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นจะต้องให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างรอบด้าน" นายอูเยอ่อง กล่าว

นายสามารถ กล่าวว่า ยินดีรับเรื่องร้องทุกข์ไว้ เนื่องจากเป็นหนึ่งในนโยบายภายใต้กรอบวาระแห่งชาติด้านสิทธิมนุษยชน สอดรับกับนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเคารพสิทธิมนุษยชนเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ และยินดีอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนทุกคน โดยไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนา

ฎีกายืนจำคุก20ปี‘โจฮันเนส’ฟอกเงินกัญชา  ภรรยาไทยโดน 7 ปี 4 เดือน

ฎีกายืนจำคุก20ปี‘โจฮันเนส’ฟอกเงินกัญชา ภรรยาไทยโดน 7 ปี 4 เดือน

วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.32 น.
 
เมื่อเวลา 09.15 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2562 ที่ห้องพิจารณา 716 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3423/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายโจฮันเนส เพทรุส มาเรีย ฟาน ลาร์โฮเวน (Johannes Petrus Maria van laarhoven) อายุ 59 ปี ชาวเนเธอร์แลนด์ และ นางมิ่งขวัญ ฟาน ลาร์โฮเวน หรือนางมิ่งขวัญ แก่นอินทร์ อายุ 37 ปี ภรรยาชาวไทย ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 - 2 ตามลำดับ ในความผิดฐานฟอกเงินซึ่งได้มาจากการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดประเภทกัญชา เหตุเกิดที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ตามความผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 , 5 , 6 , 7 และ 60 ความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีมาโดยตลอด

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้องจริง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 โดยนายโจนาส จำเลยที่ 1 กระทำผิด 43 กระทง จำคุก 103 ปี ส่วนนางมิ่งขวัญ จำเลยที่ 2 กระทำผิด 13 กระทง จำคุก 18 ปี คำให้การและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้างลดโทษให้จำเลยคนละ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 68 ปี 8 เดือน ทั้งนี้ ตามกฎหมายให้จำคุกในความผิดฐานฟอกเงินได้ไม่เกิน 20 ปี จึงให้จำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 20 ปี ตามกฎหมาย ส่วนจำเลยที่ 2 คงจำคุก 12 ปี ส่วนความผิดฐานอื่นให้ยก

ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า นายโจนาสจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานฟอกเงิน รวม 15 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 75 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 50 ปี (แต่ตามกฎหมายอาญาแล้วให้จำคุกจริงนับตามกระทงได้ 20 ปี) นางมิ่งขวัญ จำเลยที่ 2 กระทำผิดฐานร่วมกันสนับสนุนการฟอกเงิน รวม 6 กระทง จำคุก 11 ปี ขณะที่คำให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 7 ปี 4 เดือน

จำเลยทั้งสอง ยื่นฎีกา

วันนี้จำเลยทั้งสองถูกเบิกตัวจากเรือนจำมาฟังคำพิพากษา โดยมีญาติเดินทางจากประเทศเนเธอร์แลนด์พร้อมล่ามร่วมฟังคำพิพากษา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงและประเด็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกันกระทำผิด และจำเลยที่ 1 ผิด 28 กระทง หรือไม่เห็นว่า จำเลยมีเจตนาลักลอบโอนเงินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด (กัญชา) จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยรวม 15 ครั้ง ด้วยวิธีโอนเงินจากเยอรมัน ลักเซมเบิร์ก สิงคโปร์ เข้าธนาคารกสิกรไทยฯสาขาพัทยาแล้วถอนเงินออกไป 28 ครั้ง เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์กับสังหาริมทรัพย์ เปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน ซุกซ่อนปกปิดแหล่งที่มา เป็นการอำพรางการได้มาของเงินจากการค้ายาเสพติด แม้จะมีการถอนเงินออก 28 ครั้ง แต่ก็เป็นเจตนาเดียวกันกับการโอนเงินมา 15 ครั้ง ในตอนแรก จึงฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามที่โอนเงินมา 15 ครั้ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

ขณะที่นางสาวนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินการของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในปัจจุบันได้มีการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ซึ่งมีการกำหนดให้จัดตั้งกลไกการกำกับดูแลการลงทุนของผู้ลงทุนสัญชาติไทยในต่างประเทศ 

"ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากภาคธุรกิจนั้นทางหน่วยงานมีหน้าที่ในการจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (NAP) ซึ่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพิจารณาก่อนจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบและประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไปภายในอีกไม่กี่วันนี้ โดยประเด็นการลงทุนของบรรษัทข้ามชาตินั้น ถือเป็น 1 ใน 4 ประเด็นหลักที่ต้องมีการแก้ไขเร่งด่วน (ประเด็นอื่น ได้แก่ แรงงาน, ชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน) ที่ถูกบรรจุไว้ในแผนฯ" นางสาวนรีลักษณ์ กล่าว

นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า จะติดตามการดำเนินการในชั้นคณะรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด และจะประสานงานเพื่อหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาจัดตั้งกลไกการกำกับดูแลการลงทุนของนักลงทุนไทยในต่างประเทศ ตลอดจนจัดการอบรมเกี่ยวกับธุรกิจและสิทธิมนุษยชนให้กับเจ้าหน้าที่การทูตเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและระวังการละเมิดสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจด้วย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้ คุก9เดือน'คุณหญิงเป็ด'อดีตผู้ว่าฯสตง. รอลงอาญา2ปี

ศาลฎีกาพิพากษาแก้ คุก9เดือน'คุณหญิงเป็ด'อดีตผู้ว่าฯสตง. รอลงอาญา2ปี

วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.25 น.
 
ศาลฎีกาพิพากษาแก้คุก9เดือน"คุณหญิงเป็ด-จารุวรรณ"อดีตผู้ว่าฯสตง.ผิดจริง เบิกจ่ายงบสัมมนามิชอบพฤติการณ์อำพราง จัดสัมมนาเวลาทับซ้อน การเดินทางถวายผ้าพระกฐินฯ แต่เพิ่งทำความผิดครั้งแรก-ระหว่างทำหน้าที่ไม่เคยมัวหมองถูกลงโทษวินัย เห็นควรให้โอกาสรอลงอาญา2ปี แต่เพิ่มโทษปรับ1.5หมื่นบาท

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2562 ที่ห้องพิจารณา 3 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา หมายเลขดำ 2054/2559 ที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อายุ 73 ปี อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ นายคัมภีร์ สมใจ อายุ 73 ปี อดีต ผอ.สำนักบริหารงานและทรัพยากรบุคคล สตง.เป็นจำเลยที่ 1 - 2 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีที่จำเลยจัดให้มีการสัมมนา ที่ จ.น่าน วันที่ 31 ต.ค.46 ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการสัมมนากันจริง แต่จัดสัมมนาเพื่อให้ข้าราชการที่มีรายชื่อเข้ารับการสัมมนานั้น ได้ไปร่วมงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานที่จัดขึ้นในวันเดียวกันแล้วให้เบิกค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในงบเดียวกัน 294,440 บาท ทำให้ สตง.เสียหาย ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิด คุณหญิงจารุวรรณ และ นายคัมภีร์

โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 พ.ย.58 ว่าจำเลยทั้งสอง มีความผิดตามมาตรา 157 ให้จำคุกคนละ 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ จากนั้นคุณหญิงจารุวรรณ และนายคัมภีร์ ได้ยื่นสมุดบัญชีเงินฝากคนละ 200,000 บาทขอปล่อยตัวชั่วคราว และยื่นอุทธรณ์คดี

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.พ.60 ศาลอุทธรณ์ เห็นว่า การจัดและอนุมัติโครงการสัมมนากระทำไป เพื่อให้ข้าราชการ สตง. ไปร่วมการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน และการทอดผ้ากฐินสามัคคี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง แต่เบิกจ่ายงบประมาณ สตง. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของส่วนราชการ พ.ศ.2545 โดยไม่มีการสัมมนาที่แท้จริง จึงเป็นการเบิกจ่ายโดยไม่มีสิทธิ ทำให้ สตง.เสียหาย โดยจำเลยทั้งสองร่วมรู้เห็นตั้งแต่ต้น จึงเป็นความผิด ตาม ม.157

ส่วนที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่าควรลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษนั้น ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งสองรับราชการที่ สตง.มางานจนดำรงตำแหน่งระดับสูง นับว่าได้ทำคุณประโยชน์ให้กับราชการ ประกอบกับจำเลยทั้งสองมีอายุมากประมาณ 70 ปีมีเหตุควรปราณี ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี จึงหนักเกินไป จึงพิพากษาแก้โทษให้จำคุกเหลือคนละ 1 ปี โดยไม่สมควรรอลงอาญา

คุณหญิงจารุวรรณ และ นายคัมภีร์ อดีต ผอ.สำนักบริหารงานฯ ได้ประกันตัวคนละ 200,000 บาทระหว่าง ฎีกาพร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

โดยก่อนหน้านี้ มีการเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกามาแล้ว 2 ครั้งเมื่อวันที่ 30 ม.ค.62 และวันที่ 22 เม.ย.เนื่องจาก นายคัมภีร์ จำเลยที่ 2 มีอาการภาวะหัวใจล้มเหลว แล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมาวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ด้วยภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และให้จำหน่ายคดีเฉพาะนายคัมภีร์ออกจากสารบบความ

โดยวันนี้ คุณหญิงจารุวรรณ จำเลยที่ 1 มาศาล ซึ่งมีครอบครัวและกลุ่มญาติ มาให้กำลังใจร่วมลุ้นผลคำพิพากษาด้วย

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์ตามทางนำสืบฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้รับทราบอยู่แล้ว ว่าการจัดสัมมนานั้นเป็นเวลาทับซ้อนกับช่วงเวลา ที่จะเดินทางไปถวาย ผ้าพระกฐินพระราชทานและผ้ากฐินสามัคคีที่วัดในจังหวัดน่าน 3 แห่ง โดยที่การจัดสัมมนานั้นก็จัดในสถานที่และสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้เป็นไปตามคำนิยามของการสัมมนาตามระเบียบการคลังซึ่งไม่สามารถเบิก เงินที่เป็นค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายได้ จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าในการจัดทำโครงการดังกล่าวมีเงินคืนหลวงนับแสนบาทนั้นก็ไม่อาจลบล้าง ความผิดที่ ได้มีการเบิกจ่ายเงินซึ่งไม่มีสิทธิ์ได้

ดังนั้น การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ตามฟ้อง ฎีกาที่จำเลยต่อสู้คดีนั้นฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่ฎีกาจำเลยที่ 1 ขอให้รอการลงโทษนั้นศาลพิเคราะห์พิการแล้วเห็นว่า ระหว่างปฏิบัติหน้าที่นั้น จำเลยที่ 1 ก็ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย และได้เคยประกอบคุณงามความดี ขนาดที่พฤติการณ์ความผิดนี้แม้จะเกี่ยวข้องกับจริยธรรมคุณธรรมของเจ้าพนักงานด้วยแต่เมื่อเห็นว่าการเบิกจ่ายเงินนั้น จำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้นำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวของตนเองอีกครั้ง จำนวนเงินในคดีนี้ก็มีจำนวนไม่มาก กับเป็นการกระทำความผิดครั้งแรกจึงสมควรให้โอกาสจำเลย ในการรอการลงโทษไว้ แต่เห็นควรให้เพิ่มการลงโทษปรับ จำเลยที่ 1 ด้วย

ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้เป็นว่า คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงเห็นควรลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก9 เดือน โดยโทษปรับจำนวน 20,000 บาทนั้น เมื่อลดโทษ 1 ใน 4 แล้ว คงปรับเป็นเงิน 15,000 บาท โทษจำคุกนั้นให้รอการลงโทษเป็นเวลา 2 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการนั่งฟังคำพิพากษาภายในห้องพิจารณาคดีเป็นเวลารวม 2 ชั่วโมง คุณหญิงจารุวรรณ มีสีหน้าเรียบเฉย โดยนั่งประสานมือบ๊วยบนตัก ขณะที่เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จแล้วผู้พิพากษาก็ได้อธิบายผลคำพิพากษาให้จำเลยทราบ อีกครั้ง

 
คนจริง!!ไม่พูดเยอะ..'ลีโอนาร์โด'บริจาคเงินสู้ไฟป่าแอมะซอนกว่า153ล้าน

คนจริง!!ไม่พูดเยอะ..'ลีโอนาร์โด'บริจาคเงินสู้ไฟป่าแอมะซอนกว่า153ล้าน

วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.48 น.
 
นานกว่า 3 สัปดาห์แล้วที่ประเทศบราซิลต้องเผชิญกับ “ไฟไหม้ป่าแอมะซอน” ซึ่งนับว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้รุนแรงสูงที่สุดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 พบว่า เกิดเพิ่มขึ้นถึง 85 เปอร์เซ็นต์ โดยข้อมูล “ไอเอ็นพีอี” ระบุว่า นับตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม 2562 เกิดไฟป่ามากกว่า 72,000 ครั้งแล้ว นับว่ารุนแรงที่สุดในประวัติการณ์ และจากการสำรวจกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ของไฟป่าแอมะซอนเกิดจาก “ฝีมือของมนุษย์” ส่งผลให้สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่า “ปอดของโลก” วิกฤติหนักและยังไม่มีทีท่าจะดับลงง่ายๆ
ล่าสุดวันอังคาร (27 สิงหาคม 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า “Urban Creature” ได้โพสข้อความว่า พระเอกคนดังของโลก “ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ” ได้บริจาคเงินช่วยเหลือ “องค์กรท้องถิ่นสู้วิกฤตไฟป่าแอมะซอน” กว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 153 ล้านบาทไทย โดยระบุข้อความว่า...

 


153 ล้านบาท เพื่อฟื้น ‘ผืนป่าแอมะซอน’ จาก ‘ลิโอนาร์โด ดิคาปริโอ’

‘ลิโอนาร์โด ดิคาปริโอ’ พระเอกหนุ่มในตำนานแห่งวงการที่รับบทบาท ‘แจ๊ก ดอว์สัน’ จากภาพยนตร์สุดโรแมนติก ‘เรือไททานิก’ ร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ ‘องค์กรท้องถิ่นสู้วิกฤตไฟป่าแอมะซอน’ กว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 153 ล้านบาทไทย ซึ่งตัว ลิโอนาร์โด เองไม่ได้เพิ่งตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่สีเขียวตอนนี้ เพราะถ้าใครติดตามอินสตาแกรมของเขาจะรู้ดี ว่าเขาคือผู้ก่อตั้ง ‘องค์กร Earth Alliance’ ที่เปิดมาแล้วกว่า 20 ปี ทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์อิสระ และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อต่อต้านภาวะโลกร้อน ปกป้องการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และรักษาระบบนิเวศและสัตว์ป่า ทั้งยังตั้งใจสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับสังคม นอกจากนี้ ลิโอนาร์โด ยังใช้พื้นที่อินสตาแกรมของเขาที่มีผู้ติดตามถึง 34.3 ล้านคน เผยแพร่เรื่องราวของสิ่งแวดล้อมให้กับสังคมโลก เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่ง มนุษยชาติจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุลและยั่งยืน Content Writer : Sirilak S. Graphic Designer : Sasisha H. #UrbanCreature #UrbanHero #LeonardoDiCaprio #Amazon #PrayforAmazonas #PrayforAmazonia

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกโพสต์ออกไปจนกลายเป็นที่พูดถึงในโซเชียลเป็นวงกว้างทำให้มีการแชร์ข้อความดังกล่าวไปแล้วมากกว่า 3.6 พันครั้ง และต่างแสดงความคิดเห็นกับสิ่งที่พระเอกคนดังบริจาคเงินช่วยป่าอะแมซอน สมกับที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” ตัวจริง

เปิดประวัติ! ‘หม่อมถนัดศรี’ คุณชายยอดนักชิม เจ้าตำรับ ‘เชลล์ชวนชิม’

เปิดประวัติ! ‘หม่อมถนัดศรี’ คุณชายยอดนักชิม เจ้าตำรับ ‘เชลล์ชวนชิม’

วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 13.30 น.
 
ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เป็นโอรสคนโตใน หม่อมเจ้าเฉลิมศรี สวัสดิวัตน์ กับ หม่อมเจริญ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ท่านเกิดในวันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2469 (ปีขาล) ที่วังเพชรบูรณ์ (ปัจจุบันคือศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์) และเติบโตอยู่ภายในวังสระปทุม

ม.ร.ว.ถนัดศรี มีพี่สาวและน้องชาย คือ เภสัชกรหญิง หม่อมราชวงศ์สนองศรี สวัสดิวัตน์ และ หม่อมราชวงศ์เพิ่มศรี สวัสดิวัตน์ ท.ช. ,ท.ม. ทั้งนี้ ม.ร.ว.ถนัดศรี เริ่มการศึกษาที่โรงเรียนราชินี พ.ศ. 2481 และโรงเรียนเทพศิรินทร์ พ.ศ. 2485 จากนั้นจึงศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง พร้อมกับเริ่มเข้าวงการบันเทิง เป็นนักแสดงและร้องเพลงหารายได้ ต่อมาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ

 ปรากฏตัวพิเศษฉากเพลง "ยามรัก" ในภาพยนตร์ไทยซาวด์ออนฟิล์ม เรื่อง "กลัวเมีย" ของ ศรีกรุงภาพยนตร์ (ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง) พ.ศ. 2514 กำกับการแสดงโดยขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) นำแสดงโดยสมบัติ เมทะนี และอรัญญา นามวงศ์

นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินรายการวิทยุ "ครอบจักรวาล" ช่วงทศวรรษ 2520-2530 ปัจจุบัน ยังเขียนบทความประจำคอลัมน์ "ถนัดศรีชวนชิม" ให้กับหนังสือพิมพ์มติชนรายสัปดาห์ และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ รวมถึงผลิตและจัดรายการโทรทัศน์ร่วมกับบุตรชาย หม่อมหลวงศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ (คุณหมึกแดง) พ.ศ. 2551

ม.ร.ว.ถนัดศรี สมรสครั้งที่ 1 กับหม่อมหลวงประอร มาลากุล มีบุตร 2 คน คือ หม่อมหลวงศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ หรือ คุณหมึกแดง และ พลตรี หม่อมหลวงเพิ่มวุทธ์ สวัสดิวัตน์ หรือ คุณจิ๋ว และสมรสครั้งที่ 2 กับนางโรจนา สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา (สกุลเดิม สวนรัตน์) มีบุตร 1 คน คือ หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ หรือ คุณอิงค์

ท่านมีผลงานหลายอย่าง นอกจากบทบาทของนักร้อง นักแสดง นักจัดรายการ อีกภาพจำที่คนส่วนใหญ่รู้จัก คือ “นักชิม” และการสถาปนาแบรนด์ “เชลล์ชวนชิม” อันโด่งดังทั่วประเทศ และบุกเบิกรายการทำอาหารในประเทศไทย เช่น " พ่อบ้านเข้าครัว" ,"พ่อลูกเข้าครัว"

 

'อ.เฉลิมชัย' หางบ150ล้านผุดหอศิลป์รับ 'อาร์ต เบียนนาเล่' อีก3ปีข้างหน้า

'อ.เฉลิมชัย' หางบ150ล้านผุดหอศิลป์รับ 'อาร์ต เบียนนาเล่' อีก3ปีข้างหน้า

วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.36 น.

 
"อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์" ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย เตรียมหางบประมาณฯ 150 ล้านบาทผุดหอศิลป์รับ "อาร์ต เบียนนาเล่" 3 ปีข้างหน้า

วันที่ 27 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องแกรนด์วิสต้า บอลรูม โรงแรมแกรนด์วิส ต้า จังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเชียงราย นางจิตรา สิทธนานุวัฒน์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย และอาจารย์สุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะ ได้ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม "เปิดบ้านศิลปิน" โดยเป็นโครงการที่จังหวัดเชียงราย มีกำหนดจัดขึ้นช่วงตั้งแต่วันที่ 2-17 กันยายน 2562 เพื่อจัดให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปตามเส้นทางสายต่างๆ ที่มุ่งสู้บ้านของบรรดาศิลปินตามอำเภอต่างๆ ทั่วจังหวัดเชียงราย

โดยนายประจญ กล่าวว่า ในปัจจุบันจังหวัดเชียงราย จังหวัดนครราชสีมา และกระบี่ ได้รับเลือกให้เป็น 3 เมืองแห่งศิลปะของประเทศไทย โดยเชียงรายเป็นเมืองที่มีศิลปินมากที่สุดกว่า 400 คนและได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองแห่งสวรรค์คือวัดร่องขุ่นสร้างสรรค์โดยอาจารย์เฉลิมชัย เมืองแห่งนรกคือบ้านดำสร้างโดยอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ และมีนิพพานคือไร่เชิญตะวันของพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี การมีกิจกรรมเปิดบ้านศิลปินจึงเป็นการเปิดให้ผู้คนได้รู้ถึงความเป็นเมืองศิลปะดังกล่าวว่าไม่ใช่มีเฉพาะขัวศิลปะและสถานที่ต่างๆ ดังกล่าวเท่านั้น

 

 

ด้านนางจิตรา กล่าวว่า กิจกรรมเปิดบ้านศิลปินดังกล่าวเป็นลักษณะการจัดเส้นทางท่องเที่ยวหรือทัวร์บ้านศิลปินโดยแบ่งเป็นหลายเส้นทางคือ วันที่ 2-3 กันยายนจัดทัวร์บ้านศิลปินเขตอำเภอเมืองเชียงราย จำนวน 29 แห่ง วันที่ 12-13 กันยายน 2562 พื้นที่อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่จัน อำเภอแม่สาย จำนวน 3 หลัง วันที่ 16-17 กันยายน 2562 พื้นที่อำเภอพาน อำเภอเทิง อำเภอแม่ลาว อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า จำนวน 16 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งต่างเป็นบ้านที่ศิลปินได้รังสรรค์ผลงานได้อย่างงดงามและเป็นเอกลักษณ์คุ้มค่าต่อการไปเยือนของผู้ชื่นชอบศิลปะ ดังนั้น จังหวัดเชียงราย จึงได้ดำเนินโครงการนี้ให้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2563

ทางด้านอาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า แม้เชียงรายเป็นเมืองแห่งศิลปินและมีบ้านศิลปินจำนวนมากแต่เรายังไม่เคยมีศูนย์รวมเพื่อให้เป็นหอศิลป์และหมู่บ้านศิลปินเพื่อการจัดแสดงผลงานและนำร่องไปสู่บ้านศิลปินตามอำเภอต่างๆ แต่อย่างใด เพราะรัฐบาลทุกรัฐบาลไม่เคยเห็นคุณค่าของศิลปะแตกต่างจากหลายประเทศที่มีพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฯลฯ ทำให้ปัญหาใหญ่ที่จังหวัดเชียงราย กำลังพบคือการไม่มีงบประมาณเพื่อสร้างหอศิลป์ดังกล่าว แม้ว่าปัจจุบันเราจะได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 3 เมืองแห่งศิลปะของประเทศไทยและมีผู้ว่าราชการจังหวัดและวัฒนธรรมจังหวัด เป็นคนเชียงราย ที่ทุ่มเทให้กับเชียงรายอย่างเต็มที่ 

 

 

แต่สุดท้ายผู้อนุมัติงบประมาณโครงการใหญ่ๆ ก็คือคณะรัฐมนตรี หรือรัฐบาล ปัญหาใหญ่ของจังหวัดเชียงราย ขณะนี้คือการไม่มีหอศิลป์รองรับความเป็นเมืองแห่งศิลปะดังกล่าวและไม่มีหอศิลป์เพื่อรองรับเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติหรืออาร์ต เบียนนาเล่ ซึ่งจะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย ในช่วงปลายปี 2565 นี้ เพราะสภาพของขัวศิลปะที่เป็นแหล่งรวมของศิลปินที่ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย ในปัจจุบันคับแคบไม่เหมาะสมอย่างมาก

อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวด้วยว่า ตนพยายามหาที่ดินเพื่อสร้างหอศิลป์ดังกล่าวและมีชาวบ้านพากันบริจาคที่มากมายแต่ก็ประสบปัญหามากมายเช่นกัน เช่น ไกลเกินไป เป็นที่ที่ทางราชการมอบให้สร้างไม่ได้แม้ชาวบ้านอยากจะสร้าง ล่าสุดก็ไปได้ที่ราชพัสดุโดยการผลักดันช่วยเหลือจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่บ้านเวียงหวาย ตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมืองเชียงราย เนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ใกล้วัดร่องขุ่นและมีทางไปสนามบินได้ อีกที่มีเสี่ยจะบริจาคให้ลึกจากขอบถนนเข้าไปประมาณ 50 เมตร เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่กำลังตกลงกันอยู่

 

 

เมื่อได้ที่ดินแล้วก็ต้องหางบประมาณก่อสร้างคาดว่าจะใช้ไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท โดยตนจะนำร่องบริจาคไปก่อนประมาณ 30 ล้านบาทที่เหลือจะระดมทุนจากฝ่ายต่างๆ ตนไม่เคยขอเงินใครไปช่วย แต่ครั้งนี้มีความจำเป็นเพราะเทศกาลอาร์ต เบียนนาเล่ กำลังจะมาถึงเพียงแค่อีก 2 ปีเท่านั้นและหากเราไม่มีสถานที่เหมาะสมสำหรับให้ศิลปินทั่วโลกนำผลงานไปจัดแสดงเขาก็คงไม่มาจัดแสดงอย่างแน่นอน

"หอศิลป์ที่จะสร้างก็จะมีหมู่บ้านศิลปินซึ่งมีผลงานหรือสิ่งนำร่องคล้ายหน้าต่างที่จะชักนำนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปเยือนที่บ้านของศิลปินคนนั้นๆ ตามอำเภอต่างๆ ได้ต่อไป ส่วนภายในหอศิลป์ก็จะสร้างให้ยิ่งใหญ่อลังการสมกับเป็นแหล่งจัดแสดงและคาดหวังว่าศิลปินทั่วโลกจะนำผลงานมาจัดแสดงหมุนเวียนตลอดทั้งปีซึ่งก็จะทำให้เชียงรายกลายเป็นเมืองแห่งศิลปะที่แท้จริงและมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไปเยือนเป็นจำนวนมาก ผมจะพยายามทำเต็มที่และชักชวนให้ร่วมกันบริจาคเพื่อสมทบทุนกับโครงการนี้ต่อไปเพราะเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว" อาจารย์เฉลิมชัย กล่าว

 

 ...............................................................

Home  เศรษฐกิจภูมิภาค  อสังหาต่างจัง...
 
 
 

อสังหาต่างจังหวัดโคม่า เงินชอร์ตเร่ขายโครงการ

วันที่ 26 August 2019 - 09:50 น.
Facebook
Twitter
Google+
LINE

ผวามาตรการคุมเข้ม DSR “หนี้ต่อรายได้” ทุบซ้ำธุรกิจอสังหาฯ หลังโดนมาตรการ LTV พ่นพิษเฉียดตาย ชี้เจอดาบสอง DSR ตายทั้งระบบแน่ เผยผู้ประกอบการต่างจังหวัดวิกฤตขาดสภาพคล่องกลายเป็นหนี้เสีย เร่ขายโครงการ ยอดขายดิ่งเหว ลูกค้ากู้ไม่ผ่านพุ่งทะลุ 50% เครดิตบูโรชี้สินเชื่อรายย่อย 4 ล้านบัญชี มีสัดส่วน DSR เกิน 70%

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นห่วงเรื่อง “หนี้ครัวเรือน” ที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยของธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) และน็อนแบงก์ ขณะที่พบว่าคนไทยเป็นหนี้เร็วขึ้น มากขึ้นและนานขึ้น และยังมีปัญหาเรื่อง “หนี้สินเกินตัว” คือ มีภาระหนี้เทียบกับรายได้ (debt service ratio : DSR) ที่สูง จนทำให้รายได้แต่ละเดือนไม่พอใช้จ่ายเพราะต้องจ่ายหนี้หมด ที่ผ่านมา ธปท.จึงมีการพิจารณาที่จะออกเกณฑ์เพื่อคุม DSR ในการปล่อยกู้ของสถาบันการเงินต่าง ๆ

ขณะที่สถาบันการเงินและผู้ประกอบการต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เกรงว่า การออกเกณฑ์คุมเข้มของแบงก์ชาติจะยิ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของลูกค้ามากขึ้น เพราะหลังจากที่ได้ออกมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ (LTV) เมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯทั่วประเทศได้รับผลกระทบ

ระยองชี้ปรับ DSR ตายทั้งระบบ

นายเปรมสรณ์ ศรีวิบูลชัย นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า การปลดล็อก LTV ผู้กู้ร่วมนั้น มีส่วนช่วยเพิ่มยอดขายแต่ได้น้อยมาก ธปท.ยังแก้ไม่ตรงจุด เรื่องกู้ร่วมเป็นการแก้ปัญหาทางอ้อม ส่วนที่ ธปท.จะกำหนดเกณฑ์ DSR เพิ่มเติมนั้น ที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ก็เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ซื้อบ้านกู้ยากอยู่แล้ว หากคุม DSR ที่ 50% ผู้ประกอบการอสังหาฯ จะได้รับผลกระทบหนักกว่าผลกระทบจาก LTV อีก ทั้งนี้ กว่า 3 เดือนที่ออก LTV ทั้งยอดขายและยอดเข้าชมโครงการเงียบไปมาก ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ขณะที่ราคาที่ดินในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ก็สูงมาก แต่ผู้ประกอบการไม่สามารถขึ้นราคาบ้านได้ เพราะราคาตอนนี้ลูกค้าก็ซื้อไม่ไหวแล้ว

“เราเปรียบมาตรการ LTV เป็นการฉายแสงรักษามะเร็ง ทำให้ผมร่วงแล้ว หากออกมาตรการ DSR เหมือนทำคีโม เป็นยาแรงมะเร็งหาย แต่ร่างกายก็ตายไปด้วย อยากฝากถึงแบงก์ชาติว่า วันนี้แค่ LTV จะตายกันอยู่แล้ว พิการกันไปแล้วข้างหนึ่ง เศรษฐกิจรวมประเทศยังไม่ดีเท่าไหร่ ถ้ามาเจอ DSR อีกดอก ผมว่าน่าจะฟุบเลย ลดดอกเบี้ยก็ไม่น่าจะกระตุ้น เพราะกู้กันไม่ผ่านอยู่แล้ว”

นายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า หาก ธปท.คุมเข้ม DSR ก็อยากให้ค่อย ๆ ปรับ จะทำให้ยังกระตุ้นแรงซื้อได้ แต่ถ้าปรับทันทีวิกฤตแน่นอน เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการอสังหาฯประสบกับมาตรการ LTV ไปแล้วส่วนหนึ่ง หากประสบกับทั้ง 2 มาตรการ จะเป็นการเผชิญความเสี่ยงชัดเจน ส่วนการปลดล็อกผู้กู้ร่วม LTV ช่วยได้บ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าภาระหนี้จะน้อยลง

“อย่างตอนนี้ลูกค้า 10 คนที่เดินเข้ามาซื้อบ้าน ทุกคนมีปัญหาสินเชื่อเกือบทั้งหมด ต่างกับเมื่อก่อน 5 ปีที่ผ่านมา คนเดินเข้ามาซื้อบ้าน 10 คน มี 8 คนมีรายได้เพียงพอกับการซื้อบ้าน โดยไม่ต้องหาผู้กู้ร่วม แต่ตอนนี้มีทั้งหนี้ผ่อนรถ หนี้บัตรเครดิต ทำให้ต้องใช้เวลาปรับโครงสร้างหนี้สักพักถึงจะกู้ได้ เราก็เข้าใจแบงก์ชาติ หากปล่อย LTV เยอะ ภาพรวมในอนาคตจะมีความเสี่ยง โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจขาลง จะทำให้เป็นสินเชื่อด้อยคุณภาพจะเป็นการซ้ำเติม แต่ทำอย่างไรจะค่อย ๆ ปรับมาตรการให้ซอฟต์แลนดิ้งทีละส่วน”

ยอดขายดิ่ง-แบงก์เข้มตัดวงเงิน

นายมีศักดิ์กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้มีการบอกขายยกโครงการกันแล้ว โดยเฉพาะรายเล็กสายป่านไม่ยาวน่าเป็นห่วง กรณีสินเชื่อผู้ประกอบการโครงการ (พรีไฟแนนซ์) เริ่มมีปัญหา เมื่อแบงก์เห็นสถานการณ์ไม่ดี ขายบ้านไม่ได้ ธนาคารก็ตัดวงเงินเจ้าของโครงการเลย ทำให้โครงการชะงักทันที เจ้าของโครงการชอร์ตไม่มีเงินไปจ่ายผู้รับเหมา ไม่มีเงินไปจ่ายค่าวัสดุก่อสร้าง ขณะที่บ้านบางหลังกำลังทยอยโอนอยู่ ธนาคารไม่ให้เบิกเงินกู้ ก็ไม่มีเงินไปสร้างบ้านส่งมอบให้ลูกค้า ต้องไปหาพวก “ไมโครไฟแนนซ์” ซึ่งมีต้นทุนการเงินที่สูง ทั้งที่ตกลงวงเงินกู้ไว้กับธนาคารแล้วในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจดี เรียกว่า “พอฝนตกก็ยึดร่มคืน พอฝนไม่ตกเอาร่มมาให้”

แบกหนี้ไม่ไหวขายยกโครงการ

นายยศวัจน์ รุ่งคณาวุฒิ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการอสังหาฯต้องการผลตอบแทนกำไรมาก ๆ ธนาคารก็ต้องการปล่อยสินเชื่อ ก็เกิดปัญหาหนี้เสียมาก หาก ธปท.จะคุม DSR ให้เข้มงวด หลังออกมาตรการ LTV มาแล้ว ผู้ประกอบการต้องยอมเจ็บตัววันนี้ ดีกว่าให้คนซื้อบ้านแล้วกลายเป็นหนี้เสียในวันหน้า ซึ่งจะส่งผลกระทบย้อนกลับมาที่ผู้ประกอบการซึ่งจะเจ็บตัวกันมากกว่า ดังนั้น วันนี้ผู้ประกอบการต้องปรับตัว ลดต้นทุน หรือทำโปรโมชั่นลดราคา เพื่อให้สินค้าขายออก ถ้าเก็บไว้ไม่รอด ทั้งนี้ อยากให้ภาครัฐช่วยลดภาษีค่าโอนให้ดีกว่า เพราะเป็นต้นทุนของผู้ประกอบการอย่างหนึ่ง

“ตอนนี้มีผู้ประกอบการบางรายมาเสนอขายโครงการ บางรายไม่มีเงินส่งแบงก์แล้ว เพราะโครงการกู้มาลงทุนเยอะ แต่ขายไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการสร้างบ้านตามรสนิยม ไม่ได้สร้างตามความต้องการของผู้บริโภค ขณะที่แบงก์ก็ปล่อยสินเชื่อตามรสนิยม ทำให้มีการลงทุนเกิดขึ้นจำนวนมาก ลูกค้าที่จะซื้อบ้านมี แต่ก็มีปัญหารายได้ ทำให้ตอนนี้ขายบ้านไม่ได้ ผู้ประกอบการก็กลายเป็นหนี้เสีย”

โคราชร้องผ่อน LTV แนวราบ

นายนราทร ธานินพิทักษ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สมาคมค่อนข้างกังวลมากเรื่องคุมเข้ม DSR ผู้ประกอบการเข้าใจเจตนารมณ์ และนโยบายต่าง ๆ ของ ธปท. แต่ส่วนใหญ่มักกระทบความมั่นใจของคนซื้อ จึงอยากให้ศึกษาผลกระทบให้รอบด้านก่อนที่จะประกาศใช้ หรือเตรียมมาตรการรองรับไว้ให้พร้อมเผื่อในอนาคตไว้ด้วย กรณีนี้มีผลลบต่อตลาดที่อยู่อาศัยมาก ๆ จึงขอให้ ธปท.ทราบว่า ควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดเฉพาะเจาะจงแต่ละพื้นที่

“เรื่องผ่อนปรน LTV ให้ผู้กู้ร่วม น่าจะช่วยแก้ปัญหาความคลุมเครือได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม อยากเสนอให้ผ่อนเกณฑ์ LTV สำหรับบ้านเดี่ยวไม่เกิน 3 ล้านบาทด้วย โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา ไม่ใช่การลงทุนหรือเก็งกำไร โดยลูกค้าที่อยู่อาศัยจังหวัดนครราชสีมา เป็นกลุ่มที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม ย้ายมาจากภูมิลำเนาอื่น ทำให้ติดเกณฑ์บ้านหลังที่ 2 ต้องการให้ ธปท.ลงมาสำรวจความเป็นจริง เพื่อปรับนโยบาย LTV ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

ภูเก็ตยอดกู้ไม่ผ่านพุ่ง 50%

นายพัทธนันท์ พิสุทธิ์วิมล นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า หาก ธปท.ปรับ DSR จะทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แย่ลงกว่านี้แน่นอน เพราะปัจจุบันสัดส่วนการกู้ผ่านก็น้อยมากอยู่แล้ว ปัจจุบันบางโครงการมีคนกู้ผ่าน 40-50% เท่านั้น หากมาตรการ DSR นี้ออกมาอีก น่าจะเหลือกู้ผ่านไม่เกิน 30% สำหรับการผ่อนปรน LTV ผู้กู้ร่วมน่าจะมีส่วนช่วยในการตัดสินใจของผู้ซื้อบางส่วน แต่คงไม่เพียงพอจะทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ดีขึ้น โดยกว่า 3 เดือนที่ออก LTV ทำให้ยอดขายและยอดผู้เข้าเยี่ยมชมโครงการลดลงประมาณ 50% ทั้งนี้ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ตได้เตรียมเงินสำรองเงินมากขึ้นในแต่ละโครงการ และน่าจะลดขนาดของโครงการลง บางรายก็ใช้วิธีการชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์อีกครั้ง

4 ล้านราย DSR เกิน 70%

นายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี (TMB Analytics) เปิดเผยว่า หาก ธปท.ประกาศเกณฑ์ปล่อยกู้โดยกำหนดเพดานภาระหนี้รวมต่อรายได้ (DSR) มาใช้ ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนสูงจนคนก่อหนี้ยากขึ้น คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยค่อนข้างมาก โดยมองว่ามีโอกาสที่ ธปท.จะคุมระดับ DSR ไม่ให้เกิน 60% เนื่องจากหลายประเทศก็จะใช้เกณฑ์นี้

ขณะที่ระดับหนี้ต่อรายได้ที่จะทำให้มีความเสี่ยงระดับปลอดภัย คือ 40% แต่ปัจจุบันบางแบงก์ปล่อยเกิน 70% ก็มีไม่น้อย ซึ่งจากการนำข้อมูล บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) มาศึกษาพบว่า ภาพรวมของลูกหนี้สินเชื่อรายย่อยราว 23.61% ของลูกหนทั้งระบบ ที่ภาระหนี้สูงเกิน 70% ของรายได้ โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/62 พบว่า ลูกหนี้สินเชื่อรายย่อยที่มี DSR เกิน 70% จำนวนทั้งสิ้น 4.41 ล้านบัญชี คิดเป็นยอดสินเชื่อคงค้างประมาณ 1.09 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น 1.สินเชื่อที่อยู่อาศัย จำนวน 3.02 แสนบัญชี 2.สินเชื่อรถยนต์ 9.09 แสนบัญชี 3.สินเชื่อส่วนบุคคล 6.35 แสนบัญชี 4.สินเชื่อบ้านแลกเงิน 3.1 แสนบัญชี 5.บัตรเครดิต 2.14 ล้านบัญชี และ 6.สินเชื่อรถแลกเงิน 1.17 แสนบัญชี

แบงก์ชาติส่อเลื่อนเกณฑ์ DSR

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวยอมรับกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การจัดทำมาตรการคุมการปล่อยสินเชื่อผ่านการกำหนด DSR ทำได้ยาก เนื่องจากแต่ละธนาคารมีวิธีคำนวณ DSR ที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. 62 ที่ผ่านมา ธปท.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่อง “แนวนโยบายการให้สินเชื่อรายย่อยอย่างเหมาะสมเพื่อดูแลปัญหาหนี้เกินตัวของภาคครัวเรือน” เพื่อที่จะนำมาปรับปรุงแนวนโยบายต่อไป รวมถึงเพื่อเป็นแนวทางให้ธนาคารได้ปฏิบัติตาม

“ที่มีข่าวว่า ธปท.จะคุม DSR ที่ 70% ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เรายังไม่มีการพูดถึงเปอร์เซ็นต์กัน และเกณฑ์ที่จะประกาศใช้วันที่ 1 ม.ค. 63 ไม่ใช่ hard rule แน่นอน เป็นการออกแนวนโยบายเพื่อให้ธนาคารปฏิบัติตาม ซึ่งเรื่องนี้ต้องเปลี่ยนที่พฤติกรรมเสนอขายสินเชื่อของพนักงานที่สาขาธนาคาร จากเดิมที่ทำเช็กลิสต์ แล้วปล่อยสินเชื่อได้ ก็จะต้องทำความเข้าใจลูกค้ามากขึ้นว่า แต่ละคนมีภาระหนี้เท่าไหร่ และเหลือใช้เท่าไหร่ เป็นต้น” นางจันทวรรณกล่าว

....................................................


หน้าแรก / Politics นายกฯสั่งเคลียร์ปมเซ็นทรัลวิลเลจ

นายกฯสั่งเคลียร์ปมเซ็นทรัลวิลเลจ

27 Aug 2019
 
นายกฯเร่งแก้ปัญหาเซ็นทรัลวิลเลจ สั่ง"คมนาคม-มหาดไทย"กลางวงครม.ตรวจสอบข้อเท็จจริง  ย้ำทุกฝ่ายต้องได้รับความเป็นธรรม 
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมครม.ถึงกรณีบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) ปิดทางเข้า-ออกโครงการเซ็นทรัล วิลเลจว่า "ได้สั่งการในที่ประชุมครม.ให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทยไปดูว่าปัญหาอยู่ที่ไหนอย่างไร  เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทุกคนก็ยืนยันว่าไม่ได้ไปเอื้อประโยชน์ให้กับใคร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นหลายเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน ในการอนุมัติอะไรต่างๆเป็นเรื่องของท้องถิ่น ซึ่งก็ต้องไปตรวจสอบอีกครั้งว่ามันถูกต้องหรือไม่อย่างไร"

"ขณะนี้ก็ได้ให้ทอท.ทำหนังสือไปยังสำนักงานการบินพลเรือนตรวจสอบว่ามีผลกระทบอะไรหรือไม่ กระทรวงมหาดไทยก็จะตรวจสอบว่าอยู่ในพื้นที่สีเขียวหรือไม่ มีการอนุญาตถูกต้องหรือไม่ วันนี้ก็ได้เร่งรัดให้มีการตรวจสอบจากหน่วยงงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย มาหารือร่วมกันว่ามันถูกผิดอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อเรื่องอะไรบ้าง อะไรผิดก็ต้องแก้ไข อะไรที่เอกชนทำถูกต้องรัฐบาลก็ต้องอนุญาต ทุกฝ่ายต้องได้รับความเป็นธรรมนะครับ"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

● บิ๊กเซ็นทรัล บุกโครงการเคลียร์ปม “ทอท.” ปิดล้อม

● กพท.ยันเซ็นทรัลวิลเลจ” ยังไม่ผิดกม.การบิน แต่ห้าม3กิจกรรมเสี่ยง

● เซ็นทรัล” ร้องนายก! AOT ปิดทางกระทบความเชื่อมั่นทุนต่างชาติ

● ตามคาด! "เซ็นทรัล"ฟ้องนายกฯ AOT ปิดทางเข้าสะเทือนภาพลักษณ์ประเทศ

● "เซ็นทรัล"ออกโรงกระทุ้งรัฐ เร่งหย่าศึก AOT


หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค อุตสาหกรรม กฟผ. ยันเปิดเสรีนำเข้าLNG ช่วยค่าไฟถูกระยะยาว

กฟผ. ยันเปิดเสรีนำเข้าLNG ช่วยค่าไฟถูกระยะยาว

27 Aug 2019
อ่าน 57 ครั้ง
 

กฟผ. ยันนำเข้าแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตัน เพื่อเพิ่มการแข่งขันธุรกิจนำเข้าก๊าซธรรมชาติ  เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่ ลดการผูกขาด ส่งผลดีค่าไฟฟ้าถูกลงในระยะยาว และสัญญาการนำเข้า ฯ มีความยืดหยุ่น ไร้ปัญหาค่า Take or Pay  

หลังมีข่าวว่านายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะยกเลิกนโยบายการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวหรือแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตัน ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) มีมติไว้เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ที่มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ไปดำเนินการ เพื่อทดสอบการเปิดเสรีการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี นอกเหนือจากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) รายเดียวดำเนินการอยู่นั้น เนื่องจากมีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้น 2.1-2.4 สตางค์ต่อหน่วย และยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องนำเข้าในขณะนี้ เนื่องจากความต้องการใช้ก๊าซฯในประเทศยังมีความสมดุลย์อยู่

นายพัฒนา แสงศรีโรจน์

นายพัฒนา แสงศรีโรจน์
 
นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า การนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ของ กฟผ. 1.5 ล้านตันต่อปี  เป็นการดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติในการเปิดเสรีแก่บุคคลที่สาม โดยมอบหมายให้ กฟผ. นำร่องเป็นผู้จัดหาและนำเข้าแอลเอ็นจีไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี ซึ่ง กฟผ. ดำเนินการเปิดประมูลจัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติตามขั้นตอนอย่างเปิดเผยและโปร่งใส โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกรายทั้งในประเทศและต่างประเทศแข่งขันเสนอราคา จนกระทั่งได้ผู้เสนอราคาแอลเอ็นจีที่มีราคาถูกกว่าราคาต่ำสุดของสัญญาจัดหาระยะยาวของประเทศในปัจจุบัน และหากนำไปเฉลี่ยรวมกับก๊าซธรรมชาติจาก อ่าวไทยและเมียนมาร์จะมีราคาถูกลงเมื่อเทียบกับแอลเอ็นจีที่ใช้อยู่ในระบบปัจจุบัน โดยจะนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของ กฟผ. เพื่อไม่ให้เกิดภาระต้นทุนการผลิตไฟฟ้า

ส่วนความกังวลว่าการนำเข้าแอลเอ็นจีของ กฟผ. จะทำให้เกิดปัญหาค่าปรับตามสัญญาไม่ใช้ก็ต้องจ่าย หรือ Take or Pay นั้น กฟผ. มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหา เนื่องจาก กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดค่า Take or Pay โดยสัญญาซื้อขายแอลเอ็นจีของ กฟผ. มีความยืดหยุ่น สามารถปรับลดปริมาณการนำเข้า โดยกำหนดปริมาณไว้ระหว่าง 0.8 -1.5 ล้านตันต่อปี อีกทั้ง กฟผ. ได้เจรจากับบริษัทคู่สัญญาให้ดำเนินการขายแอลเอ็นจีส่วนที่ไม่ได้ใช้ให้กับรายอื่นแทน กฟผ. ต่อไป

“กฟผ. ดำเนินการตามนโยบายของรัฐ เพื่อส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติของประเทศ โดย กฟผ. เล็งเห็นถึงโอกาสในการเลือกซื้อแอลเอ็นจีในราคาต่ำสุด ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดจากใช้ไฟฟ้าราคาถูกลงในอนาคต”

ทั้งนี้ มีรายงานว่า การนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีของกฟผ.จะอยู่ที่ระดับ 1.2 ล้นตันต่อปี หากสามารถลงนามในสัญญากับบริษัท ปิโตรนาส แอลเอ็นจี ของมาเลเซียได้ในช่วงดือนกันยายนนี้ได้ จะนำเข้าล็อตแรกราว 2.8 แสนตัน  จากนั้นในช่วงปี 2563-2569 จะเป็นการนำเข้าเต็มอัตราตามเงื่อนไขสัญญาระยะยาว 8 ปี คิดเป็นมูลค่ารวมซื้อขายกว่า 1 แสนล้านบาท และค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นมาจะเกิดขึ้นในปี 2562-2563 เท่านั้น หรือคิดเป็นมูลค่าราว 1.9 พันล้านบาท 

...............................................................

27 สิงหาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน