*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3573678
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 29 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 429 , 11:22:01 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ในที่สุด นายกรัฐมนตรีก็จะตอบกระทู้ปมการถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนต่อสภาด้วยตนเอง โดยจะแบ่งให้ครม.ตอบตามความรับผิด

ชอบของรัฐมนตรีแต่ละคนด้วย

'วิษณุ'ไม่ห้าม'เซ็นทรัล วิลเลจ'จ่อเปิดให้บริการ ชี้ว่าไปตามกฎหมาย

'วิษณุ'ไม่ห้าม'เซ็นทรัล วิลเลจ'จ่อเปิดให้บริการ ชี้ว่าไปตามกฎหมาย

วันพฤหัสบดี ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.02 น.
 
"วิษณุ"ไม่ห้าม"เซ็นทรัล วิลเลจ"จ่อเปิดให้บริการ ส่วนปัญหาทับที่สนามบินค่อยว่าไปตามกฎหมาย ผิดว่าไปตามผิด

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี "เซ็นทรัล วิลเลจ" ก่อสร้างทับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ตอนนี้ผู้เกี่ยวข้องกำลังไปดูกันอยู่ และได้ทราบว่า ทางบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ได้ไปร้องศาลปกครองให้คุ้มครอง ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ เพราะไปเกี่ยวพันกับ 3 - 4 กระทรวง ทั้งกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่กำกับดูแลการท่า กระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลเรื่องผังเมือง กระทรวงการคลัง ซึ่งดูแลเกี่ยวกับที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้หน่วยงานเหล่านี้ไปดู โดย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้แจ้งกับนายกฯ ไปแล้วว่าจะลงไปดู ว่าจะหาทางทำอย่างไรได้บ้าง

เมื่อถามว่า หากศาลปกครองยังไม่มีมติออกมาว่าคุ้มครองหรือไม่ ทางบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จะเปิดให้บริการเซ็นทรัล วิลเลจ ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็แล้วแต่เขา ถ้าจะเปิดก็เปิดได้ ถือเป็นการเปิดชั่วคราว ขณะที่ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดูแลกันไปก่อน เมื่อถามว่า เรื่องนี้นายกฯ ได้ให้ความสนใจและกำชับในที่ประชุม ควรต้องมีการดำเนินการให้ชัดเจนโดยเร็วหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ความรวดเร็วคงไม่ต้องพูดและบอกกัน เพราะรู้กันอยู่แล้วว่าเขาจะเปิดอยู่แล้ว ปัญหาเฉพาะหน้าเวลานี้เป็นเรื่องที่เขาจะเปิดแล้วมากกว่า ซึ่งเขาก็เชิญแขกรวมถึงทูตานุทูตมากมายในพิธีเปิด ซึ่งจะเปิดไปก่อนแล้วทีหลังจะว่าอย่างไร มันก็สามารถทำได้ ผิดก็ว่าไปตามผิด และถ้าเขาผิดเราก็ต้องดูว่าเขาผิดตรงไหน เพราะเขาอ้างว่าเขาได้รับอนุญาตก่อสร้างถูกต้อง และอ้างว่ากรมทางหลวงได้เคยอนุญาตให้กิจการต่างๆ ได้เชื่อมต่อเส้นทางแบบนี้มา 30 - 40 รายแล้ว ส่วนทางการทางฯ ก็อ้างว่าจะไปกระทบกับการจราจรทางอากาศ มีการคับคั่งของถนน และกระทบกับการขยายเทอร์มินอลต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องนำมาพิจารณาชั่งตวงวัดกันให้ดี และสุดท้ายก็ดูว่าความสมเหตุสมผลอยู่ที่อะไร

"วันนี้เรื่องใหญ่ที่ต้องดูกันคือใครเป็นเจ้าของที่มากกว่า ใครเป็นคนมีสิทธิ์มากกว่าในถนนสายนั้น ซึ่งผมเคยเชิญกรมทางมากหารือเรื่องนี้เมื่อ 1 - 2 เดือนมาแล้ว ซึ่งกรมทางฯ ก็บอกว่าเป็นสิทธิ์ของเขา เพราะเขาก็เคยอนุญาตคนอื่นมาแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็เป็นปัญหาว่าที่ซึ่งเป็นถนนทุกสายนั้น มันเป็นที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ก็เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งกรมธนารักษ์ที่ถือว่าเป็นเจ้าของ ก็ต้องไปค้นดูว่าเขามอบอำนาจเรื่องนี้ให้กับการท่าอากาศยาน หรือมอบให้กับกรมทางหลวง ซึ่งผมไม่ได้ตามเรื่องนี้มานานแล้ว ก็ต้องปล่อยให้เขาไปว่ากันเอง" นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยมาหารือด้วยเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เคยหารือกันเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ได้ให้เขาคุยและหาทางออกกันเอง ตนไม่ได้แนะนำอะไร เมื่อถามว่า เรื่องนี้หากไม่ชัดเจนจะทำให้มีผลกระทบอะไรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบและไม่ควรพูด

‘วิษณุ’ยันปมถวายสัตย์ฯ  ‘บิ๊กตู่’ตอบเอง  ย้ำนายกฯไม่คิดหนีสภา

‘วิษณุ’ยันปมถวายสัตย์ฯ ‘บิ๊กตู่’ตอบเอง ย้ำนายกฯไม่คิดหนีสภา

วันพฤหัสบดี ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
  

‘วิษณุ’ยันปมถวายสัตย์ฯ

‘บิ๊กตู่’ตอบเอง

ย้ำนายกฯไม่คิดหนีสภา

ครม.เตรียมกำหนดวันถก

‘ป้อม’ยอม5รมต.นั่งควบ

แต่ต้องลงมติสภาทุกนัด

ปปช.ตีตกยืมนาฬิกาเพื่อน

“วิษณุ”ป้อง“บิ๊กตู่”ไม่ไปตอบกระทู้ในสภา ติดภารกิจ ชี้ฝ่ายค้าน ถอนกระทู้เอง สภาจึงไม่ได้แจ้งให้ไปตอบ ยันอภิปรายปมถวายสัตย์ฯ เชื่อนายกฯไปตอบเอง ด้าน เลขาฯสภา เผยส่งเทียบเชิญรบ.มาตอบปมถวายสัตย์ฯ คาดสัปดาห์หน้า ครม.เคาะวัน-เวลาชัดเจน “บิ๊กป้อม”เชื่อเสียงรัฐบาลเพียงพอ ป้อง 5 รมต.ไม่ต้องลาออกสส.แต่ต้องลงมติสภาทุกนัด เผยมีผู้ช่วยรมต.แบ่งเบางานอยู่แล้ว ขณะ’ปปช.’ยกคำร้องปม’บิ๊กป้อม’ยืมนาฬิกาเพื่อน ส่วน’โผทหาร’ผ่านฉลุยรอนำขึ้นทูลเกล้าฯตามกำหนด

เมื่อวันที่ 28สิงหาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีเสียงวิจารณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม หนีตอบกระทู้สดในสภา ว่า ข้อเท็จจริงคล้ายจะเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ใช่ เพราะฝ่ายค้านเพียงเตรียมยื่นตั้งกระทู้ถามนายกฯและสอบถามด้วยวาจาหรือทางโทรศัพท์ เมื่อพบว่านายกฯติดภารกิจ ไปชี้แจงสภาไม่ได้ ฝ่ายค้านก็ถอนกระทู้ไป เท่ากับว่า 1.สภายังไม่เคยแจ้งให้ไปตอบอย่างเป็นทางการ 2.ฝ่ายค้านถอนกระทู้เพราะกลัวกระทู้สดตกไป อย่างไรก็ตาม หากสัปดาห์ต่อไปสภาแจ้งมาอย่างเป็นทางการ ว่าจะตั้งกระทู้ถามนายกฯก็จะมีการตอบกลับไปอย่างเป็นทางการว่า จะไปหรือไม่ หากไม่ไปแล้วจะไปเมื่อใด เพราะเมื่อถามมาอย่างเป็นทางการก็จะต้องตอบกลับอย่างเป็นทางการ

บิ๊กตู่พร้อมตอบสภาปมถวายสัตย์

นายวิษณุ กล่าวถึงประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อมีการยื่นอภิปรายนายกฯตามมาตรา152และมีการตั้งกระทู้ถามสด ดังนั้นต้องเลือกว่า จะไปตอบกระทู้หรือตอบอภิปรายตามมาตรา152 ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว หากไม่ไปตอบการอภิปรายจะมีความผิด จึงต้องเลือกไปตอบอภิปราย ยืนยันจะต้องมีคนไปตอบแน่นอน อยู่ที่จะเป็นใคร ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ระบุแล้วว่า ตัวเองเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.)จะปล่อยให้ ครม.รับผิดชอบเรื่องนี้ได้อย่างไร เพราะนายกฯทราบสถานการณ์ดี จึงควรจะต้องไปและไม่เคยมีใครพูดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ไปตอบด้วยตัวเอง เพียงแต่ตอนนี้กำลังดูการประสานงานให้ชัดเจน

ส่งศาลรธน.วินิจฉัยถือเป็นเรื่องดี

สำหรับกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณของครม.นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ศาลจะพิจารณาว่ารับเรื่องหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเคยมีการไม่รับเรื่อง แต่ถ้ารับไว้จะเป็นการดี โดยเมื่อศาลรับแล้วจะส่งมาให้รัฐบาลเป็นผู้ชี้แจงโดยให้กรอบเวลาไว้ เช่น ให้ชี้แจงความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งให้เวลา 15วัน รัฐบาลก็ตอบในเวลาดังกล่าว จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลก็แล้วแต่ศาลจะใช้เวลาเมื่อไร

วิป2ฝ่ายถกเคาะวันซักฟอก2กันยา

ด้าน นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรี หรือวิป ครม.เปิดเผยว่า เวลา 14.00น.วันที่ 2กันยายน ตนจะไปประชุมกับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล รัฐสภา รวมถึงวิปฝ่ายค้าน ที่รัฐสภา โดยจะหารือกันหลายเรื่อง เช่น กระทู้สดที่เป็นปัญหาว่า แนวทางที่รัฐบาลจะต้องไปตอบควรเป็นอย่างไร เพราะช่วงที่ผ่านมา แม้จะมีการพูดคุยกัน แต่การสื่อสารยังมีข้อขัดข้อง ตนตั้งใจจะเข้าไปปรับตรงนี้ คาดว่าหลังหารือจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตั้งใจที่จะตอบทุกอย่าง ทำงานเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้

เมื่อถามว่าในการหารือที่รัฐสภา วันที่ 2กันยายน จะไปแจ้งฝ่ายค้านด้วยหรือไม่ว่า จะให้เปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา152 ในวันใด นายเทวัญ กล่าวว่า เมื่อสภาบรรจุญัตติแล้วต้องนำไปหารือกันในที่ประชุม ครม.ก่อน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกันว่า สะดวกในวันใดและต้องใช้เวลากี่วัน

เลขาสภาฯส่งเทียบเชิญรบ.แล้ว

นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เช้าวันที่ 28สิงหาคมนี้ ได้ส่งหนังสือไปยังรัฐบาลเพื่อเชิญมาชี้แจงและตอบการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา152และทราบจากการประสานภายในว่า ขณะนี้หนังสือดังกล่าวถึงรัฐบาลแล้ว จะนำเข้าหารือในที่ประชุม ครม.สัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดวันเวลาที่เหมาะสม หลังจากนี้ต้องรอรัฐบาลตอบกลับมา หากแจ้งกลับมาว่าพร้อม ก็สามารถแจ้งสมาชิกและบรรจุเข้าระเบียบวาระได้ทันที เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร อยากให้อภิปรายโดยเร็ว ให้ทันสมัยประชุม ซึ่งเหลือเวลาอีก 3สัปดาห์ก็จะปิดสมัยประชุม

พท.คาดซักฟอกก่อนปิดสภา18กย.

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์เดินหน้าญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา152 เกี่ยวกับการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหรือไม่ ว่า หลังจากฝ่ายค้านยื่นญัตติไปแล้ว ขณะนี้ญัตติน่าจะได้รับการบรรจุเป็นวาระด่วนของสภา ส่วนจะจัดให้มีการอภิปรายเมื่อไหร่ สภาฯคงประสานงานกับรัฐบาลอีกครั้งว่า นายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะมาตอบคำถามและร่วมหารือกันได้วันไหน แต่เชื่อว่าคงเปิดอภิปรายทั่วไปได้ก่อนที่จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 18กันยายน อย่างแน่นอน

โหนผู้ตรวจฯส่งให้ศาลวินิจฉัย

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า การเตรียมตัวของฝ่ายค้านถือว่ามีความพร้อมที่จะใช้เวทีนี้สำหรับการปรึกษาหารือกับรัฐบาลตามเนื้อหาในญัตติอย่างสร้างสรรค์ เรื่องนี้ถือว่ามีผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนโดยตรง จะเห็นได้จากมติของของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่เห็นว่าการถวายสัตย์มีการใช้ถ้อยคำที่ไม่เป็นตามรัฐธรรมนูญกำหนดและอาจเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ จึงมีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายกฯกระทำการขัดรัฐธรรมนูญและเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนหรือไม่

บิ๊กป้อมอุ้ม5รมต.-ต้องลงมติทุกนัด

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของรัฐบาลที่จะไปตอบฝ่ายค้านในการอภิปรายทั่วไป กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนในสภาฯว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมได้ชี้แจงไปแล้วและเชื่อว่าเสียง สส.ในสภาของรัฐบาลมีเพียงพอ ซึ่งไม่ต้องเป็นห่วง หากไม่เพียงพอแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯได้อย่างไร

เมื่อถามถึงกรณี 5รัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่ลาออกจากสส.พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่เป็นไร เขามีเวลาไปลงมติก็โอเคแล้ว”เมื่อถามย้ำว่า จากการประเมินถ้ารัฐมนตรีที่เป็นสส.จะสามารถไปลงมติได้ทุกครั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไงเขาก็ต้องมาลงมติได้ทุกนัด เพราะเขามีผู้ช่วยรัฐมนตรีที่สามารถช่วยทำงานได้ ส่วนกรณี นายไพบูลย์ นิติตะวัน สส.บัญชีรายชื่อและอดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป จะย้ายมาอยู่พรรคพปชร.นั้น ก็ขึ้นอยู่กับข้อกฎหมาย ถ้ากฎหมายไม่ได้ติดขัดอะไรก็เป็นไปตามนั้น เมื่อถามว่า หากขัดข้อกฎหมายจะทำให้เราเสียตัวช่วยไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คงไม่เสียและเชื่อว่าเสียงจะไม่หาย เพราะไม่ว่า นายไพบูลย์ จะอยู่ที่ไหนเขาก็ช่วย พล.อ.ประยุทธ์ อยู่แล้ว

ปปช.จัดงานพบผู้บริหารสื่อมวลชน

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ได้จัดงานคณะกรรมการ ปปช.พบบรรณาธิการและผู้บริหารสื่อมวลชน โดยมี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ปปช.พร้อมคณะกรรมการ ปปช.โดย พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวตอนหนึ่งถึงการไต่สวน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กรณียืมนาฬิกาเพื่อน 21เรือนเป็นการรับทรัพย์สินเกิน 3พันบาท ตามกฎหมาย ปปช.หรือไม่ ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการ ปปช.ได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวและมีมติออกมาแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอยืนยันมติและจะให้เลขาธิการ ปปช.ชี้แจงต่อสังคม รวมถึงเหตุผลที่ ปปช.วินิจฉัยต่อไป การลงมติกรณีนี้ตนขอถอนตัวไม่ได้ลงมติด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องต่อเนื่องจากกรณีเดิม

มีมติยกคำร้อง ‘บิ๊กป้อม’ยืนนาฬิกา

ขณะที่นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ปปช.อธิบายถึงการพิจารณาเรื่องยืมทรัพย์สินว่า มีการยืม 2ลักษณะคือ ยืมในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นหนี้สินและยืมในเชิงนิติประเพณี โดยในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ปปช.ไม่มีการกำหนดให้แสดงรายการทรัพย์สินที่ยืมในเชิงนิติประเพณีดังกล่าวไว้และเรื่องการยืมที่ถือเป็นนิติประเพณีนั้น ปปช.ชุดก่อนเคยวินิจฉัยว่าไม่มีความผิด ประเทศไทย เคยมีกรณีการยืมทรัพย์สินประเภทรถยนต์จำนวนมาก อาทิ กรณีนักการเมืองรายหนึ่งขับรถเบนท์ลี่ย์สีชมพูเข้าทำเนียบรัฐบาล จนมีคนตั้งข้อสังเกตว่ามีการแจ้งทรัพย์สินดังกล่าวในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่ จนมีการตรวจสอบ แต่นักการเมืองรายดังกล่าว ก็ได้ชี้แจงว่า ยืมมาจากเพื่อนที่อยู่ประเทศสิงคโปร์และคืนไปแล้ว จึงไม่ถือเป็นทรัพย์สิน ที่ต้องยื่นแสดงต่อ ปปช.ดังนั้น การวินิจฉัยเรื่องยืมทรัพย์สิน จึงยึดแนวคำวินิจฉัย ปปช.ชุดก่อน

รายงานข่าวจากสำนักงาน ปปช.แจ้งว่า การไต่สวน พล.อ.ประวิตร กรณีรับทรัพย์สินเกิน 3พันบาทกรรมการ ปปช.มีมติเสียงข้างมาก ให้ยกคำร้อง โดยการลงมติ พล.ต.อ.วัชรพลและน.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ปปช.ได้ขอถอนตัว ไม่ร่วมลงมติในกรณีนี้

โผทหารผ่านฉลุยรอนำขึ้นทูลเกล้าฯ

วันเดียวกัน ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล เป็นประธานประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)และพล.อ.ชัยพฤกษ์ พูนสวัสดิ์ เจ้ากรมเสมียนตรากระทรวงกลาโหมเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง หลังจากผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ส่งบัญชีรายชื่อนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2562 ในส่วนของแต่ละเหล่าทัพให้ พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาเมื่อวันที่ 15สิงหาคมที่ผ่านมา ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ทุกอย่างเรียบร้อยและเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีอะไรต้องแก้ไข

ขณะที่ พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า การปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล มีคณะกรรมการฯ7คน ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน โดยการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยทุกอย่างและพิจารณาตามข้อเสนอของหน่วย รวมถึงกองทัพไทย เหล่าทัพและสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีคณะกรรมการพิจารณาขึ้นมาตามลำดับอยู่แล้ว การพิจารณาบัญชีปรับย้ายครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย จากนี้จะให้ฝ่ายเลขานุการ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมดูรายละเอียดอีกครั้งและจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯตามขั้นตอนต่อไป โดยทุกอย่างยังอยู่ในกรอบเวลา คือก่อนวันที่ 1กันยายน62 ซึ่งการพิจารณาครั้งนี้ได้เน้นเรื่องความเหมาะสม ความอาวุโส ความรู้ความสามารถตามที่นายกฯได้กำชับเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

บิ๊กตู่นำครม.เข้าเฝ้าพระสังฆราชฯ

เวลา 13.30น.ที่พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าสักการะพระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยถึงการเข้าเฝ้าพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ว่า เป็นธรรมเนียมที่นำครม.มาเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชฯและมากราบคณะกรรมการมหาเถระสมาคม ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วก็ทำเช่นนี้

“ผมได้ขอพรจากท่านเพื่อให้อวยพรให้กับประเทศไทย ประเทศชาติและคนไทยไม่ว่าใคร นายกฯก็ต้องทำให้กับคนไทยทุกคน คณะรัฐมนตรีก็เหมือนกัน เป็นกำลังใจให้กันและกัน ก็ดีจะตาย”

จากนั้น เวลา14.05น.นายกฯนำครม.เข้าเฝ้าถวายสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ ห้องประชุมมหาเถรสมาคม อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

มีเจตนาแฝง? 'สว.สมชาย'แฉมีคนวางแผนไว้แล้ว จะไม่ยอมจบปมถวายสัตย์

มีเจตนาแฝง? 'สว.สมชาย'แฉมีคนวางแผนไว้แล้ว จะไม่ยอมจบปมถวายสัตย์

วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 20.49 น.
 
"สมชาย แสวงการ"จัดหนัก"ปิยบุตร'ไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้หลังไม่ยอมจบเรื่องปมถวายสัตย์ของนายกฯ ชี้คนไทยทั้งประเทศรับทราบและเข้าใจกันหมดแล้ว แต่ยังมีพวกเคลื่อนไหวตามแผนลากเข้าไปอภิปรายในสภาอย่างมีเจตนาแอบแฝง เตือนฝ่ายค้านระวังกระทบกระเทือนจิตใจคนไทยที่รักสถาบัน

กรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ออกมาแถลงเดินหน้าอภิปรายพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี โดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ ในประเด็นถวายสัตย์ไม่ครบ แม้ว่าเมื่อวานนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปแล้วก็ตาม พร้อมกับชี้ว่าการจัดพิธีรับพระราชดำรัสและลายพระหัตถ์ไม่ใช่การถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่รอบสองนั้น

เรื่องนี้เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า "เป็นถึงเลขาธิการพรรคอดีตอาจารย์สอนกฎหมาย ไม่รู้จริงหรือแกล้งไม่รู้ครับ ไม่ยุติหรือต้องการไม่ยุติ พยายามดึงลากถูเข้าสภาเพื่ออภิปรายต่อตามคาด

ขอเตือนสติพรรคฝ่ายค้านกันอีกครั้งโปรดระมัดระวังอย่างยิ่งในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ทำอย่างไรที่จะไม่พาดพิงและกระทบกระเทือนจิตใจคนไทยรักชาติและสถาบันฯ

พรรคฝ่ายค้่านใหญ่อย่างเพื่อไทยน่าจะรู้เท่าทันเกมส์การเมืองป่วนที่พยายามลากทุกเรื่องลงมาด้วยครับ

ผมจึงเห็นด้วยกับมติของผู้ตรวจการแผ่นดินในการส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสียให้สิ้นกระแสความตามรัฐธรรมนูญมาตรา161,ประกอบมาตรา 5 และมาตราที่เกี่ยวข้อง อาทิ มาตรา 115 ในทางข้อกฎหมาย

เพราะทราบตามการข่าวตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ว่า แม้มีพิธีรับพระราชดำรัสและลายพระราชหัตถ์ เมื่อเช้าวัน 27 สค. ตามที่คนไทยทั้งชาติรับทราบและเข้าใจเรื่องดี พวกเขาก็จะไม่ยอมหยุดการเคลื่อนไหวที่วางแผนไว้แล้ว จะลากดึงเรื่องนี้ต่ออย่างมีเจตนา?"

หน้าแรก / การเมือง

‘ธรรมนัส’ผงาด!‘บิ๊กป้อม’ตั้งนั่งปธ.อนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่จัดการน้ำ

‘ธรรมนัส’ผงาด!‘บิ๊กป้อม’ตั้งนั่งปธ.อนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่จัดการน้ำ

วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 20.30 น.
 
‘ธรรมนัส’ผงาด!‘บิ๊กป้อม’ตั้งนั่งปธ.อนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่จัดการน้ำ

28 สิงหาคม 2562 มีรายงานว่า​ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้แต่งตั้ง คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อให้การบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการกำหนดแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการการบำรุงรักษาการฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำต่างๆ ให้มีเสถียรภาพมั่นคงและยั่งยืน สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำประเภทต่าง ๆ ตามศักยภาพของพื้นที่ ที่จะนำไปสู่การจัดทำแผนงบประมาณแบบบูรณาการด้านทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 คณะ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ แต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ ดำรงตำแหน่งประธานอนุกรรมการ การขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ และโครงการสำคัญ ซึ่งจะมีหน้าที่พิจารณาจัดทำแผนกำกับดูแลประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ตั้งแต่ขั้นตอนการศึกษาจนถึงขั้นตอนการก่อสร้าง รวมถึงติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ และรายงานผลต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พร้อมทั้ง เชิญผู้แทนส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงหรือให้ข้อมูลต่อคณะอนุกรรมการฯได้

นอกจากนี้ สามารถแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความจำเป็น และปฏิบัติงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติหรือประธานมอบหมายโดยคำสั่งนี้ มีอำนาจตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปและลงชื่อพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

อึ้งทั้งจังหวัด! 'บุรุษพยาบาล'ปลอมวุฒิฯ11ปี ทำงานแผนกฉุกเฉินรพ.ปากชม

อึ้งทั้งจังหวัด! 'บุรุษพยาบาล'ปลอมวุฒิฯ11ปี ทำงานแผนกฉุกเฉินรพ.ปากชม

วันพฤหัสบดี ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.50 น.
 
29 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่มีชาวบ้านในอำเภอปากชม จังหวัดเลย ได้ร้องเรียนไปยังสำนักงานสาธารณะสุข จังหวัดเลย จากกรณีที่นายโกวิท อินทสอน บุรุษพยาบาล โรงพยาบาลปากชม จังหวัดเลย ไม่ได้จบการศึกษาพยาบาลศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีการปลอมวุฒิการศึกษาและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์และมาทำงาน ที่โรงพยาบาลปากชม แผนกฉุกเฉินนาน 11 ปี จนได้รับการบรรจุเป็นราชการ แต่ไม่มีใครทราบว่า นายโกวิท อินทสอน ปลอมวุฒิการศึกษา

ด้านนายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย เปิดเผยว่า ได้มีการตรวจสอบข้อมูลประจำปี เมื่อเดือนมิถุนายนของทุกปีจะตรวจสอบ จนท.พยาบาลทั้งจังหวัดเรื่องใบประกอบวิชาชีพของใครหมดอายุ และมีการต่ออายุหรือยังและมีการทวงถามไปยังนายโกวิทหลายครั้ง ทำไมไม่ส่งใบประกอบวิชาชีพมาต่ออายุสักที

ส่วนนายโกวิท ก็ต้องโดนรับโทษทางคดีอาญาใช้เอกสารทางราชการปลอมแปลง ทาง สสจ.เป็นผู้เสียหายส่วนทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น และสภาพการพยาบาลจะฟ้องหรือไม่อยู่ที่หน่วยงาน ส่วนที่ทำงานมา 11 ปี จะเรียกในส่วนเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับใบประกอบวิชาชีพส่วนเงินเดือนต้องให้ไป

 

 

เปลี่ยนรหัสด่วน!! พบข้อมูลธุรกรรมคนไทย3.3ล้านรายการรั่วไหลผ่านเว็บพนัน

วันที่ 28 ส.ค. 2562 เวลา 17:31 น.

เปลี่ยนรหัสด่วน!! พบข้อมูลธุรกรรมคนไทย3.3ล้านรายการรั่วไหลผ่านเว็บพนัน

ศูนย์ไทยเซิร์ตเผยมีข้อมูลธุรกรรมคนไทย 3.3 ล้านรายการรั่วไหลผ่านเว็บพนันเผยมีทั้ง ชื่อนามสกุล-เบอร์โทร-วันเกิด-เลขบัตรประชาชน-เลขบัญชีธนาคาร

เมื่อวันที่ 28 ส.ค.62 ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ThaiCERT หรือไทยเซิร์ต) ได้ออก แถลงการณ์เตือนภัย กรณีตรวจพบฐานข้อมูลที่คาบเกี่ยวกับเว็บไซต์การพนัน ซึ่งมีข้อมูลของคนไทยอยู่ด้วย ระบุว่า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2562 ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ThaiCERT หรือไทยเซิร์ต) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA หรือ สพธอ.) หน่วยงานในกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตรวจพบว่า มีการแจ้งข่าวว่า พบข้อมูลส่วนตัวของคนไทยปรากฎอยู่ในระบบฐานข้อมูลในต่างประเทศซึ่งมีความคาบเกี่ยวกับเว็บไซต์การพนัน

ThaiCERT จึงได้ตรวจสอบระบบฐานข้อมูลที่รั่วไหลดังกล่าว ที่ผ่านมาว่า ส่งผลกระทบต่อคนไทยบ้างหรือไม่ จึงพบว่า ฐานข้อมูลดังกล่าวมีรายการข้อมูลรั่วไหลทั้งสิ้นประมาณ 41 ล้านรายการ และเป็นข้อมูลการทำธุรกรรมของคนไทยที่ทำรายการผ่านเว็บไซต์การพนันดังกล่าวถึงจำนวนประมาณ 3.3 ล้านรายการ รวมทั้งมีข้อมูลส่วนตัวของคนไทย เช่น ชื่อ, นามสกุล, หมายเลขโทรศัพท์, วันเกิด, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และหมายเลขบัญชีธนาคารรั่วไหลด้วย

ThaiCERT จึงได้ประสานงาน ไปยังหน่วยงานหลักๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ CERT ของประเทศที่ฐานข้อมูลนั้นรั่วไหล ให้ดำเนินการกับเว็บไซต์เพื่อปิดช่องโหว่ หรือให้หยุดการเผยแพร่ข้อมูลที่ส่งผล กระทบใดๆ ต่อเจ้าของข้อมูล หน่วยงาน หรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารแห่งประเทศไทย และ TB-CERT (Thai Banking Sector CERT) รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความเสี่ยงที่เกิดขึ้น และดำเนินการในส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากข้อมูลที่รั่วไหล

และเพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น ไทยเซิร์ต จึงขอแนะนำแนวทางในการดูแลตนเองสำหรับประชาชนในเบื้องต้น ดังนี้

โปรดตรวจสอบ ผู้ซึ่งติดต่อมายังท่านทางโทรศัพท์ อีเมล หรือทางโซเชียลมีเดีย เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่ได้เป็นการติดต่อจากมิจฉาชีพ หรือที่เกิดจากการนำข้อมูลซึ่งรั่วไหลของท่าน ไปใช้ในทาง มิชอบ หรือโดยไม่ได้รับอนุญาต

หากได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตไว้กับเว็บไซต์พนันทางออนไลน์ หรือมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับข้อมูลที่ท่านได้ให้ไว้กับเว็บไซต์ดังกล่าว ควรยกเลิกการใช้บัตรเหล่านั้น เพื่อขอออกบัตรใหม่ทดแทนบัตรเดิมที่ใช้อยู่ และควรเปลี่ยนรหัสผ่าน (Password) ที่ท่านใช้ในการทำ Internet Banking หรือ Mobile Banking หรือที่ท่านใช้ในการทำธุรกรรมใดๆ ทางออนไลน์เสียใหม่

ไม่กรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลสำคัญอื่นใด เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, หมายเลขบัญชีธนาคาร, หมายเลขบัตรเครดิต ในเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม เว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย หรือเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจมีความสุ่มเสี่ยงต่อการดูแลข้อมูลของผู้ใช้บริการให้มีความปลอดภัย

หากมีข้อสงสัย หรือประสงค์ขอคำแนะนำใดๆ หรือประสงค์จะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมอันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โปรดติดต่อได้ที่ www.thaicert.or.th หรือเบอร์โทร. 1212

แจกชุดใหญ่ลูกหนี้กยศ.ลดเบี้ยปรับ70-80%

  • วันที่ 29 ส.ค. 2562 เวลา 11:23 น.

แจกชุดใหญ่ลูกหนี้กยศ.ลดเบี้ยปรับ70-80%

กยศ. ช่วยลูกหนี้ชุดใหญ่ลดเบี้ยปรับ พร้อมหั่นอัตราเบี้ยปรับเหลือ 7.5% แถมค่าครองชีพเพิ่มอีก 600 บาทต่อเดือน

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ กองทุนได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาของลูกหนี้ กยศ. และช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้ โดยคณะกรรมการกองทุนฯ ได้มีมติเห็นชอบ ดังนี้ 1.ลดเบี้ยปรับในอัตรา 80% สำหรับผู้กู้ยืมเงินทุกกลุ่มที่ค้างชำระหนี้และปิดบัญชีในครั้งเดียว ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2562 – 29 ก.พ. 2563 และ 2.ลดเบี้ยปรับในอัตรา 75% เฉพาะผู้กู้ยืมเงินกลุ่มก่อนฟ้องคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ) ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2562 – 29 ก.พ. 2563 โดยคาดว่าจะมีผู้กู้เข้ามาใช้สิทธิ ประมาณ 1.1 แสนราย

มาตรการที่ 3.พักชำระหนี้ 1 ปี สำหรับผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฉพาะกลุ่มผู้กู้ยืมก่อนฟ้องคดี กรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายปี จะพักชำระหนี้ในงวดปี 2563 และผู้กู้ยืมจะต้องกลับมาชำระหนี้ ในวันที่ 5 ก.ค. 2564 ส่วนกรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน จะพักชำระหนี้ 12 เดือน นับตั้งแต่เดือนถัดไปที่กองทุนอนุมัติ โดยในระหว่างพักชำระหนี้กองทุนจะไม่ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ จากข้อมูลในระบบพบว่ามีผู้กู้ยืมเข้าข่ายที่จะได้สิทธิพักชำระหนี้ ประมาณ 3.35 แสนราย ผู้กู้สามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนดได้ทาง www.studentloan.or.th/promotion ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2562 – 29 ก.พ. 2563

สุดท้ายมาตรการที่ 5. ปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนให้ผู้กู้ยืมทุกระดับการศึกษาอีกเดือนละ 600 บาท/คน โดยผู้กู้ยืมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญปรับเพิ่มจาก 1,200 บาท เป็น 1,800 บาท ระดับ ปวช./ปวส./ปริญญาตรี ปรับเพิ่มจาก 2,400 บาท เป็น 3,000 บาท

สำหรับผลการรับชำระหนี้ในปีงบประมาณ 2562 กองทุนคาดว่าจะได้รับชำระหนี้ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท กองทุนขอยืนยันว่าในปีนี้ไม่มีการจำกัดโควตาการให้กู้ยืมเงินสำหรับผู้กู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยทั้งหมดนี้กองทุนไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นผลมาจากการชำระหนี้ที่ดีขึ้นและมาตรการหักเงินเดือน

อย่างไรก็ดี ในส่วนความคืบหน้าการหักเงินเดือนข้าราชการที่อยู่ในระบบจ่ายตรงของกรมบัญชีกลาง ข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่นั้น มีการดำเนินการแล้วกว่า 7,000 หน่วยงาน คิดเป็นเงิน 420 ล้านบาทต่อเดือน จากลูกหนี้ทั้งหมด 4 แสนราย โดยระหว่างจะนี้ดำเนินการหักเงินเดือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่เป็นลูกหนี้ กยศ. ต่อไป

 

หน้าแรก / Politics ลุ้นคำสั่งศาลวันนี้“คุ้มครอง-ไม่คุ้มครอง”เซ็นทรัลวิลเลจ

ลุ้นคำสั่งศาลวันนี้“คุ้มครอง-ไม่คุ้มครอง”เซ็นทรัลวิลเลจ

29 Aug 2019
 
ลุ้น! คำสั่งศาลปกครองวันนี้ คุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ กรณีขอให้ ทอท.เปิดทางเข้า-ออกโครงการเซ็นทรัลวิลเลจ 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความเป็นได้ที่ภายในวันนี้ 29 ส.ค.2562  ศาลปกครองกลาง จะมีคำสั่งคุ้มครองหรือไม่คุ้มครอง กรณีที่บริษัท  เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น กับพวกรวม 2 คน ยื่นฟ้อง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและกระทำละเมิด กรณีบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา ได้รับอนุญาตให้ทำทางเชื่อมในเขตทางหลวงได้เป็นการชั่วคราวจากผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน แต่เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2562 แต่ทอท.กลับไปงเต็นท์ขวางทางเข้าออกโครงการและไม่อนุญาตให้ผู้ใดใช้ทางดังกล่าว เป็นเหตุให้บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาได้รับความเดือดร้อนเสียหาย 

                       

ทั้งนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ได้ขอศาลให้คุ้มครองชั่วคราว เพื่อให้การท่าอากาศยานฯ เปิดทางเข้า-ออกโครงการเซ็นทรัลวิลเลจ

กรณีดังกล่าวเกิดจากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ได้ก่อสร้างโครงการเซ็นทรัลวิลเลจ ในที่ดินราชพัสดุ ของกรมธนารักษ์ ที่อยู่ในความครอบครองของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) และให้ ทอท. ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการท่าอากาศยาน ซึ่งทางบริษัท เซ็นทรัลพัฒนาได้ก่อสร้างห้างสรรพสินค้าและทำทางเชื่อมเข้าพื้นที่ แต่ ทอท. ไม่อนุญาตให้ทำทางเชื่อมดังกล่าวในเขตทางหลวงหมายเลข 307 จนทำให้มีการนำคดีมาฟ้องร้องต่อศาลปกครอง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้ไต่สวนคู่กรณี ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง 

น.ส.ชนาลัย ฉายากุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. เปิดเผยว่า  หลังการไต่สวนศาลระบุว่า จะนำข้อมูลที่ได้ไปประชุมกับองค์คณะ แล้วจะมีคำสั่งออกมา

ทั้งนี้หากศาลปกครองกลางมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา "ฐานเศรษฐกิจ" จะรีบนำเสนอประเด็นให้ผู้อ่านได้รับทราบต่อไป อย่างทันท่วงที

หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค อุตสาหกรรม “สนธิรัตน์” จี้กฟผ.ปรับตัว ลดขนาดองค์กร-ดึงร่วมทุนโรงไฟฟ้าชุมชน

“สนธิรัตน์” จี้กฟผ.ปรับตัว ลดขนาดองค์กร-ดึงร่วมทุนโรงไฟฟ้าชุมชน

28 Aug 2019
อ่าน 655 ครั้ง
 

“สนธิรัตน์”มอบ 3 นโยบายหลัก จี้กฟผ.เร่งปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี  พร้อมลดขนาดองค์กรให้เล็กลง ดึงบริษัทลูก กฟผ.ร่วมทุนสร้างโรงไฟฟ้าชุมชน ที่จะมีรูปแบบการร่วมทุนออกมาใน 1-2 เดือนนี้ และเร่งผลักดันองค์กรสู่การเป็นศูนย์กลางไฟฟ้าอาเซียน ทั้งผลิตไฟฟ้าและเทรดเดอร์ ส่วนการแก้ปัญหาค่ารื้อถอนแท่นปิโตรเลียมแหล่งเอราวัณและบงกช  เดินหน้าแล้ว มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแล

 

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ว่า ได้มอบ 3 นโยบายหลัก ให้ กฟผ.ไปเร่งดำเนินการ ได้แก่ การปรับโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดเล็กลง แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปยุคเทคโนโลยี เนื่องจากการเป็นองค์กรใหญ่ จะส่งผลให้การขับเคลื่อนงานช้า พร้อมกันนี้ต้องปรับความคิด นำความเข้มแข็งขององค์กรที่มีอยู่เดิม มาเพิ่มขีดความสามารถให้แข่งขันสู้กับเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ กฟผ.ยังคงเป็นองค์กรหลักด้านไฟฟ้าประเทศต่อไป

 

อีกทั้ง ต้องการให้กฟผ.เข้าไปมีส่วนร่วมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบายพลังงานเพื่อทุกคน (Energy for all) โดยบริษัทในกลุ่ม กฟผ.สามารถเข้าไปร่วมลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าชุมชน ในโครงการ “ 1 ชุมชน 1 พลังงานไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์” ซึ่งจะทำให้ชุมชนมีโอกาสผลิตไฟฟ้าใช้เอง และเหลือขายเข้าระบบสร้างรายได้และเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับชุมชน ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง โดยในอีก 1-2 ข้างน้ คาดว่าจะเปิดตัวโครงการโรงไฟฟ้าชุนดังกล่าวได้ ภายหลังจากผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ช่วงกลางเดือนกันยายน 2562นี้ ซึ่งขณะนี้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.)อยู่ระหว่างร่างกรอบรายละเอียดดังกล่าวเสนอมา  เบื้องต้นมีการเสนอให้ชุมชนมีสัดส่วนในการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าชุมชน 30% และเอกชน 70 %      

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

 นอกจากนี้ ในฐานะ กฟผ.เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าป้อนความต้องการให้กับประเทศแล้ว ยังจะต้องทำหน้าที่ในการเป็นศูนย์กลางซื้อขายไฟฟ้าหรือเทรดเดอร์ด้วย เพื่อให้ไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานของอาเซียน ที่จะมีการซื้อขายไฟฟ้าผ่านประเทศกัน ซึ่งจะช่วยให้กฟผ.มีรายได้จากการซื้อขายไฟฟ้าผ่านสายส่งได้อีกทางหนึ่งด้วย หากไม่ดำเนินารในส่วนนี้ก็จะทำให้จีน และเวียดนาม แซงหน้าประเทศไทย


นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้ากรณีบริษัท เชฟรอน ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานหลักแหล่งเอราวัณ และบริษัท โททาล ซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนในแหล่งบงกช ในอ่าวไทยได้ยื่นหนังสือเตือน (โนติส) ถึงกระทรวงพลังงานขู่ฟ้องอนุญาโตตุลาการ หากไม่ได้รับความชัดเจนเรื่องการวางหลักประกันการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมที่จะหมดอายุสัมปทานในช่วงปี 2565-2566 ว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูปัญหาดังกล่าวแล้ว โดยมีนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวให้จบโดยเร็ว เพื่อให้การเดินหน้าผลิตปิโตรเลียมในแหล่งเอราวัณและบงกชเกิดความต่อเนื่องหลังจากหมดสัญญาสัมปทานในปี 2565 และ 2566 

ขณะนี้การดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวเดินหน้าไปได้ไกลแล้ว และเป็นมีแนวโน้มที่ดี ซึ่งหากมีความชัดเจนกระทรวงพลังงานจะเปิดเผยให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่าตัวเองจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ดีที่สุดและประโยชน์จะต้องตกถึงประเทศชาติเป็นสำคัญ

“ปัญหาค่ารื้อถอนแท่นปิโตรเลียม เป็นเรื่องทางกฎหมาย ซึ่งต้องการความร่วมมือกันทั้ง 2 ฝ่าย เพราะปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล แต่ตอนนี้จะต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้การผลิตปิโตรเลียมในแหล่งดังกล่าวเกิดความต่อเนื่อง และราบรื่นในช่วงการเปลี่ยนผ่านหลังหมดสัญญาสัมปทานให้ผู้ผลิตรายใหม่เข้ามาดำเนินการ กระทรวงพลังงานจะดำเนินการให้ดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของประเทศต่อไป 


 

29 สิงหาคม 2562


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน