*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5612
  • จำนวนผู้ชม : 3367596
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 30 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 386 , 16:02:50 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ผบ.ทบ.แถลงว่า สหรัฐส่งยานเกราะ Stryker M1126 ถึงไทยแล้ว 2 คันเมื่อวานนี้เป็นงวดแรก แล้วจะส่งให้ครบ 60 คันสิ้นปีนี้

สำหรับการขายอาวุธยุทโธปกรณ์ของสหรัฐให้ประเทศไทย หมายถึงการมีสันถวไมตรีอันดีต่อกันระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งมิฉะนั้นแล้ว

สหรัฐก็จะไม่ขายให้เป็นอันขาด มีรายงานข่าวดังกล่าวท้ายนี้

ที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 30 ส.ค.นี้  เวลา 11.00 น.พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการส่งมอบยานเกราะลำเลียงพลสไตรเกอร์ ( Stryker M1126)  ว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ส่ง สไตรเกอร์ถึงประเทศไทยจำนวน 2 คัน โดย พลเรือเอก ฟิลลิป เอส เดวิดสัน ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐภาคพื้นอินโดแปซิฟิค มารอรับด้วยที่ ท่าอากาศยานทหาร 2กองบิน 6 ดอนเมืองด้วย ตามสัญญาจะมีการส่งมอบให้ครบ 60 คันภายในสิ้นปีนี้ เป็นไปตามการจัดหาในปีงบประมาณ 2562  ที่ ทบ.ได้ซื้อจำนวน 37 คัน และ สหรัฐฯให้เปล่าอีก 23 คัน สำหรับปีงบประมาณหน้าคาดว่ามีงบประมาณพอที่จะจัดซื้อเพิ่มเติมอีก 50 คัน และสหรัฐฯอาจให้เปล่าอีก30 คัน  จะทำให้กองทัพบกไทยจัดตั้งกรมยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ ที่มียานเกราะบรรจุในอัตรา 100 กว่าคัน  

          มีข่าวดีสำหรับทักษิณ ชินวัตร เป็นอย่างมากยิ่ง ดังพาดหัวข่าว : ศาลฎีกานักการเมืองยกฟ้อง "ทักษิณ" คดีร่วมทุจริต

ปล่อยกู้ ธ.กรุงไทย ให้เครือกฤษดามหานคร  เพราะคดีนี้เคยคาดกันว่าจะน๊อคทักษิณได้ แล้วอย่างนี้ ลูกชายจะรอดด้วยหรือเปล่า

 

อุตุฯประกาศฉบับ12พายุ'โพดุล'  เข้าปกคลุมอ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ทุกภาคฝนตกหนัก

อุตุฯประกาศฉบับ12พายุ'โพดุล' เข้าปกคลุมอ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ทุกภาคฝนตกหนัก

วันศุกร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 16.11 น.
 
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) "โพดุล" (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 1 กันยายน พุทธศักราช 2562)" ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 30 สิงหาคม พุทธศักราช 2562

เมื่อเวลา 13.00 น. พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) "โพดุล" ได้เคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณอำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี หรือที่ละติจูด 17.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 102.8 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านบริเวณจังหวัดหนองบัวลำภู และเลย แล้วจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในระยะต่อไป ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากและลมกระโชกแรงบางแห่ง ในทุกภาคของประเทศไทย ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหล และขอให้ระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงที่อาจทำให้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงได้รับความเสียได้ คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

ในวันที่ 30 สิงหาคม 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) “โพดุล” ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทย มีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนงดออกจากฝั่ง

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์

กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 14.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 17.00 น.

(ลงชื่อ) ภูเวียง ประคำมินทร์

(นายภูเวียง ประคำมินทร์) 

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

 

'ปิยบุตร'เสียงแข็ง! ถามหาเหตุผลประชุมลับปมถวายสัตย์ อ้างไม่มีเรื่องอ่อนไหว

'ปิยบุตร'เสียงแข็ง! ถามหาเหตุผลประชุมลับปมถวายสัตย์ อ้างไม่มีเรื่องอ่อนไหว

วันศุกร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 15.15 น.
 
 ‘ปิยบุตร’ขอเหตุผลรบ.จะเปิดอภิปรายลับ ระบุไม่มีเรื่องอ่อนไหว-กระทบมั่นคง คาดเปิดศึก ได้ 6 กันยาฯ

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบของนายกรัฐมนตรี และครม.ที่รัฐบาลเตรียมจะเสนอให้เป็นการอภิปรายลับว่า ในอดีตที่ผ่านมาการประชุมลับเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในประเด็นเรื่องความมั่นคง หรือสถานการณืที่อ่อนไหว ซึ่งหากจะมีใครขอให้ประชุมลับ ก็ต้องแสดงเหตุผลว่า เรื่องไหนเป็นประเด็นอ่อนไหว หรือเป็นเรื่องความมั่นคง

“จากที่ตรวจสอบเนื้อหาที่เตรียมอภิปรายแล้ว ก็ไม่ได้มีเรื่องความมั่นคงหรือความอ่อนไหวแต่อย่างใด ประเด็นมีเพียงอย่างเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ถวายสัตย์ครบหรือไม่” หรือแจ้งที่มารายได้ครบหรือไม่”นายปิยบุตร กล่าว

และว่า ส่วนจะอภิปรายกี่วันนั้น ตนคิดว่าต้องดูด้วยว่าผู้อภิปรายมีจำนวนเท่าไร หากจะเปิดแล้ว เวลา 1 วันก็อาจจะไม่พอ การขยายไปเป็น 2 วันก็ไม่ได้เสียหายอะไร ซึ่งตนคาดว่าจะเริ่มอภิปรายในวันศุกร์ที่ 6 ก.ย. หากไม่จบก็สามารถต่อในวันที่ 7 ได้ 

'บิ๊กแดง'ปลื้มสหรัฐหนุนรบ.'บิ๊กตู่'  ปีงบหน้าแถมยานเกราะอีก30คัน-โต้ปมมือสอง แต่ของดี

'บิ๊กแดง'ปลื้มสหรัฐหนุนรบ.'บิ๊กตู่' ปีงบหน้าแถมยานเกราะอีก30คัน-โต้ปมมือสอง แต่ของดี

วันศุกร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 13.51 น.
 
“ประยุทธ์” สนับสนุนไทยทุกด้าน เล็งแถมยานเกราะ“สไตรเกอร์”ปีงบฯหน้าเพิ่มอีก 30 คัน  ยันถึงเป็นรถมือสองแต่ยกเครื่องใหม่เอี่ยม เทียบ “Level A”  รวมกว่า 100 คัน ตั้ง “กรมสไตรเกอร์” พร้อมคืนทุน”ไอเม็ท” รอแจงทำไมต้องซื้ออาวุธล็อตใหญ่

ที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 30 ส.ค.นี้  เวลา 11.00 น.พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการส่งมอบยานเกราะลำเลียงพลสไตรเกอร์ ( Stryker M1126)  ว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ส่ง สไตรเกอร์ถึงประเทศไทยจำนวน 2 คัน โดย พลเรือเอก ฟิลลิป เอส เดวิดสัน ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐภาคพื้นอินโดแปซิฟิค มารอรับด้วยที่ ท่าอากาศยานทหาร 2กองบิน 6 ดอนเมืองด้วย ตามสัญญาจะมีการส่งมอบให้ครบ 60 คันภายในสิ้นปีนี้ เป็นไปตามการจัดหาในปีงบประมาณ 2562  ที่ ทบ.ได้ซื้อจำนวน 37 คัน และ สหรัฐฯให้เปล่าอีก 23 คัน สำหรับปีงบประมาณหน้าคาดว่ามีงบประมาณพอที่จะจัดซื้อเพิ่มเติมอีก 50 คัน และสหรัฐฯอาจให้เปล่าอีก30 คัน  จะทำให้กองทัพบกไทยจัดตั้งกรมยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ ที่มียานเกราะบรรจุในอัตรา 100 กว่าคัน   

พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ยานเกราะรุ่นดังกล่าวมีหลายรุ่น เช่น M1126, M1127,M1129  โดย 60 คันแรก จะเป็น M1126 และ M1127 คละกัน มีการติดเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 120 ม.ม.โดยแต่ละรุ่นออกแบบมาใช้ในภารกิจต่างกัน ขึ้นอยู่กับอัตราการจัดของหน่วย โดยราคาแต่ละรุ่นไม่แตกต่างกันมากนัก  ระหว่างนี้กำลังพล30 นายของ ทบ.กำลังเดินทางไปฝึกที่สหรัฐฯ และสหรัฐฯเองก็ได้ส่งช่างซ่อมมาสนับสนุนเราด้วย เพราะถือว่ายังเป็นยุทโธปกรณ์ที่สหรัฐฯ ใช้อยู่  ซึ่งจะแตกต่างจากการซื้ออาวุธในโครงการความช่วยเหลือทางด้านทหารของสหรัฐฯ หรือ ระบบ เอฟเอ็มเอสที่ผ่านมา เช่น รถถังบางประเภทที่ไม่ได้ใช้งาน  หรือโอนไปให้หน่วยNational Guard  ใช้  ก็จะจำหน่ายให้ประเทศอื่นได้ แต่สำหรับสไตรเกอร์ แล้ว ทาง ผบ.กกล.สหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิค ยืนยันว่า เป็นยานเกราะที่สหรัฐฯใช้ประจำการอีกไม่ต่ำกว่า 10 ปีแน่นอน เพราะฉะนั้นเรื่องอะไหล่ สแปร์พาร์ท จะดูแลเป็นพิเศษ

ส่วนที่มีข้อมูลทางเว็บไซต์ว่าสไตร์เกอร์เป็นยานเกราะเก่ามือสองนั้น พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า หลายสื่อพยายามไปหาข้อมูล แต่อยากให้เข้าใจว่ายานเกราะที่ ทบ.ไทยซื้อเป็นยานเกราะ Refurbished เครื่องยนต์ถูก เซ็ตซีโร่ สีของตัวรถ เบาะของพลประจำรถมีการเปลี่ยนใหม่หมด เป็นแบบ Level A ไม่ใช่เป็นการซื้อตามสภาพ บางคันกลับจากภารกิจในอิรัก อัฟกานิสถาน แล้วนำมาเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สำคัญทุกอย่างให้  ทั้งระบบเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน ยาง  เขาใส่ใจเพราะเป็นรถที่ทบ.สหรัฐฯใช้ประจำการอยู่

ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า ถือได้ว่ากองทัพบกสหรัฐ โดยเฉพาะรัฐบาลสหรัฐฯออกมาแสดงท่าทีชัดเจนในการที่รัฐบาลที่มีการเลือกตั้ง มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มีผู้นำสหรัฐฯ หลายระดับให้ความสนใจและให้การสนับสนุน  ส่วนการสนับสนุนด้านการทหารเป็นไปตามโครงการเอฟเอ็มเอส และ ทุนการศึกษา IMET  ให้กำลังพลในกองทัพ  การกลับมาของสหรัฐ ครั้งนี้คงมีความช่วยเหลือต่างๆ อีกเยอะ  โดย วันที่ 7-8 ก.ย.นี้จะมีการประชุมผู้บัญชาการทหารบกภาคพื้นแปซิฟิคซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมกันระหว่างกองทัพบกไทยและสหรัฐฯ  จะมีผบ.ทบ.32ประเทศร่วมปรึกษาหารือ ทั้งนี้เป็นไปตามแผนงานอินโดแปซิฟิคของ ทบ.สหรัฐฯ

เมื่อถามว่า  จะสะท้อนให้สาธารณชนให้รับทราบว่าทำไมต้องซื้ออาวุธเยอะขนาดนี้ทั้งที่ไทยไม่มีภัยคุกคามเรื่องการสู้รบแล้ว ผบ.ทบ. กล่าวว่า “เดี๋ยวพูดไปก็ไปเข้าเรื่องการเมืองอีก ไม่เป็นไร  รอให้มาเยอะๆ ก่อน”

 

'ดร.สามารถ'ลั่น! สุวรรณภูมิแออัด ใครรับผิดชอบ?

'ดร.สามารถ'ลั่น! สุวรรณภูมิแออัด ใครรับผิดชอบ?

วันศุกร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 10.51 น.
 
วันที่ 30 สิงหาคม 2562 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายโยธาและจราจร โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กในหัวข้อ  สุวรรณภูมิแออัด ใครรับผิดชอบ? ระบุว่า
 

เวลานี้สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นประตูสำคัญของประเทศไทยมีผู้โดยสารแน่นแออัด สร้างความไม่สะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร รวมทั้งทำให้ผู้โดยสารล่าช้าเสียเวลา เป็นผลให้คุณภาพการให้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิลดลง ด้วยเหตุนี้ Skytrax ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจการบินและจัดอันดับสนามบินดีเด่นของโลกเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ได้จัดให้สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ในอันดับที่ 46 ร่วงลงมาจากอันดับที่ 36 ในปี พ.ศ.2561

ในปี พ.ศ.2561 สนามบินสุวรรณภูมิมีผู้โดยสาร 62.8 ล้านคน ในขณะที่มีความจุ 45 ล้านคนต่อปี นั่นหมายความว่ามีปริมาณผู้โดยสารมากกว่าความจุของสนามบินถึง 17.8 ล้านคน จึงทำให้สนามบินแน่นแออัด ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาได้ และทำไมบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.จึงไม่เร่งขยายสนามบินให้ทันกับการเพิ่มของปริมาณผู้โดยสาร ปล่อยให้ผู้โดยสารแน่นแออัดได้อย่างไร ใครจะต้องรับผิดชอบ? เป็นคำถามที่ผู้สนใจต้องการคำตอบ

ผมได้ร่วมจัดทำแผนแม่บทสนามบินสุวรรณภูมิ และได้ทำเสร็จในปี พ.ศ.2536 ในฐานะวิศวกรของบริษัท หลุยส์ เบอร์เจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาชื่อดังของอเมริกา แผนแม่บทนี้ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักดังนี้ (1) อาคารผู้โดยสารหรือเทอร์มินัล 2 หลัง ประกอบด้วยเทอร์มินัล 1 อยู่ทางทิศเหนือด้านมอเตอร์เวย์ และเทอร์มินัล 2 อยู่ทางทิศใต้ด้านถนนบางนา-ตราด (2) อาคารเทียบเครื่องบินรอง (สำหรับให้ผู้โดยสารนั่งรอขึ้นเครื่องบิน) 2 หลัง ตั้งอยู่ระหว่างเทอร์มินัล 1 และเทอร์มินัล 2 (3) รถไฟฟ้าไร้คนขับ (Automated People Mover หรือ APM) วิ่งใต้ดินเชื่อมระหว่างเทอร์มินัล 1 กับเทอร์มินัล 2 และ (4) รันเวย์ 4 เส้น ตั้งอยู่ด้านตะวันตก 2 เส้น และด้านตะวันออก 2 เส้น องค์ประกอบเหล่านี้จะทำให้สนามบินสุวรรณภูมิมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 120 ล้านคนต่อปี

แผนแม่บทดังกล่าวมีการวางแผนการก่อสร้างเป็นระยะๆ ดังนี้

ระยะที่ 1 สร้างเทอร์มินัล 1 สร้างรันเวย์ 1 และรันเวย์ 2 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2549 ทำให้สนามบินมีความจุ 45 ล้านคนต่อปี ซึ่งขณะนี้สนามบินก็ยังคงมีความจุเท่าเดิมคือ 45 ล้านคนต่อปี

ระยะที่ 2 ขยายเทอร์มินัล 1 ด้านตะวันออก สร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 และรถไฟฟ้าไร้คนขับช่วงที่ 1 หรือAPM1 เชื่อมระหว่างเทอร์มินัล 1 กับอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 สนามบินจะมีความจุเพิ่มขึ้น 15 ล้านคนต่อปี รวมเป็น 60 ล้านคนต่อปี (45+15)

ระยะที่ 3 ขยายเทอร์มินัล 1 ด้านตะวันตก สร้างรันเวย์ 3 จะทำให้สนามบินมีความจุเพิ่มขึ้น 15 ล้านคนต่อปี รวมเป็น 75 ล้านคนต่อปี (60+15)

ระยะที่ 4 สร้างเทอร์มินัล 2 ด้านทิศใต้ สร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 สร้างรันเวย์ 4 และรถไฟฟ้าไร้คนขับช่วงที่ 2 หรือAPM2 เชื่อมระหว่างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 กับหลังที่ 2 รวมทั้งเชื่อมกับเทอร์มินัล 2 จะทำให้สนามบินจะมีความจุเพิ่มขึ้น 45 ล้านคนต่อปี รวมเป็น 120 ล้านคนต่อปี (75+45)

แผนแม่บทดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนระยะเวลาการก่อสร้าง และเนื้องานที่ระบุไว้ในช่วงเวลาของการก่อสร้างบ้างเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสาร แต่ไม่มีการเพิ่มหรือลดองค์ประกอบหลักของสนามบิน เช่น เทอร์มินัล เป็นต้น

ถึงเวลานี้การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิยังอยู่ในระยะที่ 2 ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ก่อสร้างในปี พ.ศ.2553 และให้แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2560 แต่จนถึงขณะนี้ (สิงหาคม 2562) การก่อสร้างระยะที่ 2 ก็ยังไม่แล้วเสร็จ ที่น่าเป็นห่วงอย่างมากก็คือ ทอท.ยังไม่เริ่มขยายเทอร์มินัล 1 ด้านตะวันออก ทั้งๆ ที่ได้ออกแบบเสร็จแล้ว และได้รับอนุมัติผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอแล้ว แต่ ทอท.เปลี่ยนใจจะไปขยายเทอร์มินัล 1 ด้านตะวันตกแทน ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ออกแบบ และยังไม่ได้ศึกษาอีไอเอ ที่สำคัญ ครม.ก็ยังไม่ได้อนุมัติ

อะไรเป็นเหตุให้ ทอท.ไม่ยอมขยายเทอร์มินัล 1 ด้านตะวันออก? ผู้สนใจคงหาคำตอบได้ไม่ยาก

ในขณะที่ไม่ยอมขยายเทอร์มินัล 1 ด้านตะวันออก แต่ ทอท.กลับมุ่งมั่นที่จะสร้างเทอร์มินัล 2 ซึ่งผิดแผนแม่บทหรือที่เรียกกันว่า “เทอร์มินัล 2 ตัดแปะ” ที่ไม่เคยมีอยู่ในแผนแม่บทมาก่อน แต่เสมือนถูกตัดมาแปะไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเทอร์มินัล 1 ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมายดังที่ผมได้กล่าวแล้วในหลายบทความที่ผ่านมา เช่น (1) ไม่ทำให้สนามบินมีความจุเพิ่มขึ้น เพราะ ทอท.ไม่สามารถก่อสร้างหลุมจอดเครื่องบินเพิ่มเติมได้ (2) ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกสบาย เพราะจะต้องใช้ APM ถึง 3 สาย ประกอบด้วย APM ลอยฟ้า 2 สาย และ APM ใต้ดิน 1 สาย ทำให้เหนื่อย สับสนวุ่นวายก่อนจะได้ขึ้นเครื่อง และ (3) ทำให้เพิ่มปัญหารถติดบนมอเตอร์เวย์ เนื่องจากเทอร์มินัล 2 ตัดแปะจะตั้งอยู่ด้านมอเตอร์เวย์ ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่จึงเลือกใช้มอเตอร์เวย์เข้า-ออกสนามบิน เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ถูกคัดค้านจากองค์กรวิชาชีพถึง 12 องค์กร และผู้หวังดีหลากหลายกลุ่ม

อนึ่ง ทอท.มักอ้างว่า เหตุที่จะก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ตัดแปะก็เพราะว่าองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ได้แนะนำให้ทำเช่นนั้น แต่ในความเป็นจริงไอเคโอได้แนะนำไว้เมื่อปี พ.ศ.2554 ในกรณี ทอท.ใช้เฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น เลิกใช้สนามบินดอนเมือง ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารทั้งหมดมารวมอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้มีความจำเป็นต้องมีเทอร์มินัล 2 ตัดแปะ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดไอเคโอได้มีหนังสือตอบ ทอท.ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 สรุปได้ว่า ไม่ยืนยันที่จะสนับสนุนให้ ทอท.ก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ตัดแปะ เนื่องจากไอเคโอได้แนะนำไว้นานแล้ว แต่ ทอท.ไม่ได้ทำตามคำแนะนำ ที่สำคัญ คงเป็นเพราะ ทอท.ไม่สามารถแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ตัดแปะ

การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งล่าช้าอยู่แล้ว ยิ่งล่าช้าเพิ่มขึ้นอีกเนื่องจากการไม่ทำตามแผนแม่บท เป็นผลให้สนามบินสุวรรณภูมิแน่นแออัด หาก ทอท.เร่งก่อสร้างระยะที่ 2 ให้แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2560 ตามที่กำหนดไว้หลังจาก ครม.อนุมัติในปี พ.ศ.2553 ก็จะทำให้สนามบินมีความจุ 60 ล้านคนต่อปีตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 ไม่ใช่มีความจุเพียงแค่ 45 ล้านคนต่อปี สนามบินก็จะไม่แน่นแออัดดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และที่สำคัญ สนามบินสุวรรณภูมิคงได้รับการจัดอันดับสนามบินดีเด่นของโลกให้อยู่ในอันดับที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่อันดับที่ 46

น่าเสียดายที่ ทอท.ไม่เร่งก่อสร้างสนามบินระยะที่ 2 ตั้งแต่ ครม.อนุมัติในปี พ.ศ.2553 ซึ่งในขณะนั้น มีผู้โดยสาร 42.5 ล้านคน น้อยกว่าความจุของสนามบิน น่าเสียดายที่สนามบินสุวรรณภูมิไม่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลกดังเช่นสนามบินชางงีของสิงคโปร์ซึ่งครองแชมป์ติดต่อกันมานานหลายปีแล้ว ถ้า ทอท.เดินตามแผนแม่บทมาอย่างต่อเนื่อง สนามบินสุวรรณภูมิคงมีโอกาสได้เป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลกดังเช่นสนามบินชางงีอย่างแน่นอน

ที่เป็นเช่นนี้ ทอท.จะโทษคนอื่นไม่ได้ นอกจากตัวเอง!

สุวรรณภูมิแออัด
ใครรับผิดชอบ?

เวลานี้สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นประตูสำคัญของประเทศไทยมีผู้โดยสารแน่นแออัด สร้างความไม่สะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร รวมทั้งทำให้ผู้โดยสารล่าช้าเสียเวลา เป็นผลให้คุณภาพการให้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิลดลง ด้วยเหตุนี้ Skytrax ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจการบินและจัดอันดับสนามบินดีเด่นของโลกเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ได้จัดให้สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ในอันดับที่ 46 ร่วงลงมาจากอันดับที่ 36 ในปี พ.ศ.2561

..ดูเพิ่มเติม
 
‘ฝ่ายค้าน’ไม่ขัดเปิดประชุมลับซักฟอก‘บิ๊กตู่’ปมถวายสัตย์ แนะบางเรื่องเปิดเผย

‘ฝ่ายค้าน’ไม่ขัดเปิดประชุมลับซักฟอก‘บิ๊กตู่’ปมถวายสัตย์ แนะบางเรื่องเปิดเผย

วันศุกร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 13.06 น.
 
วันที่ 30 สิงหาคม 2562 นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกระแสข่าวเสนอให้มีการประชุมลับการขอเปิดอภิปรายนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญว่า ตนยังไม่ทราบเรื่อง และยังไม่ได้คุยกับวิปรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือกันในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งวันและเวลาที่จะใช้ในการอภิปราย แต่ฝ่ายค้านยังยืนยันเวลาที่เหมาะสม 2 วัน สำหรับการประชุมลับ เป็นเรื่องที่วิปรัฐบาลจะต้องมาหารือถึงเหตุผลและความจำเป็น และมีการเสนอเพื่อขอมติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ฝ่ายค้านไม่มีปัญหา หากรัฐบาลมีเหตุผลเพียงพอ และที่ประชุมสภาฯ มีมติ สิ่งสำคัญที่สุดคือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะต้องเป็นผู้มาตอบด้วยตนเอง ทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนเพื่อที่รัฐบาลจะได้เดินหน้าทำงานได้อย่างไม่มีปัญหา โดยนายกรัฐมนตรี ไม่ควรหนีสภา หนีปัญหา แต่ควรทำเรื่องนี้ให้จบโดยเร็ว 

"หากจำเป็นมีเหตุผลพอให้ประชุมลับ ฝ่ายค้านก็รับได้ เพียงแต่จะเสียดายโอกาสที่ประชาชนไม่ได้รับรู้ข้อเท็จจริง ในเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ ดังนั้นรัฐบาลมีอะไรก็ต้องมาคุยกัน เราพร้อมรับฟังอะไรที่เป็นเหตุผล เราไม่ขัดข้อง  แต่ส่วนตัวอยากให้การประชุมเป็นอย่างเปิดเผย ซึ่งการให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องของความมั่นคงและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ก็ต้องมาฟังรายละเอียดกันก่อนว่าเข้าข่ายหรือไม่ ทั้งนี้การอภิปรายมี 2 ประเด็นคือเรื่องการถวายสัตย์ปฎิญาณตนและการแถลงนโยบายรัฐบาลที่ไม่ระบุที่มาและกรอบการใช้งบประมาณอาจขัดกฎหมาย หากจะประชุมลับก็ไม่ควรจะประชุมลับทั้งหมด อย่างเรื่องที่เกี่ยวกับการแถลงนโยบายรัฐบาลสามารถประชุมเปิดเผยได้ ไม่เกี่ยวกับความมั่นคง" นายสุทินกล่าว

 

ศาลฎีกานักการเมืองยกฟ้อง "ทักษิณ" คดีร่วมทุจริตปล่อยกู้ ธ.กรุงไทย ให้เครือกฤษดามหานคร

30 ส.ค. 2562
821 0

ศาลฎีกานักการเมืองยกฟ้อง ทักษิณ คดีร่วมทุจริตปล่อยกู้ ธ.กรุงไทย ให้เครือกฤษดามหานคร

ศาลฎีกานักการเมืองยกฟ้อง "ทักษิณ" คดีร่วมทุจริตปล่อยกู้ ธ.กรุงไทย ให้เครือกฤษดามหานคร นเพียงคำกล่าวอ้างที่คิดไปเองว่า บิ๊กบอส คือ ทักษิณ หรือ คุณหญิงพจมาน ทำให้ไม่มีน้ำหนัก

ที่ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ถ.เเจ้งวัฒนะ "องค์คณะคดีปล่อยกู้ ธ.กรุงไทยฯ" นัดพิจารณาคดีครั้งเเรกหมายเลขดำอม.3/2555 ( หมายเลขแดงอม.55/2558) ในคดีที่ อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อายุ 68 ปี อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 เป็นจำเลยที่ 1 ร่วมกับนายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือของบริษัทกฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 27 ราย

ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 , ความผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 , ความผิด พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 , ความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และ ความผิด พ.ร.บ.บริษัท มหาชน จำกัด พ.ศ.2535 กรณีร่วมอนุมัติสินเชื่อของ ธ.กรุงไทยฯ ให้กับกลุ่มกฤษดามหานครไปโดยทุจริต ทำให้ธนาคารเสียหาย

โดยการพิจารณาคดีครั้งแรกนี้ เกิดขึ้นภายหลัง นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาล เมื่อเดือน พ.ย.60 ขอให้นำคดีนี้ที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีชั่วเคราวเฉพาะในส่วนของ นายทักษิณ จำเลยที่ 1 ไว้ก่อนตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.55 ซึ่งถูกออกหมายจับติดตามตัวมาดำเนินคดีด้วยนั้น ขึ้นมาพิจารณาใหม่โดยไม่มีตัวจำเลยตามกฎหมายใหม่ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ.2560 มาตรา 28

โดยคดีนี้ ได้กล่าวหา "นายทักษิณ" จำเลยที่ 1 ร่วมกับพวก กระทำความผิด กรณีอดีตผู้บริหารธนาคารอนุมัติสินเชื่อจำนวนมากโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจของรัฐ โดยข้อเท็จจริงพบว่า ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้สินเชื่อกลุ่ม บมจ.กฤษดามหานคร ที่มีสถานะอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคาร เนื่องจาก ผอ.ฝ่ายกลั่นกรองสินเชื่อธุรกิจนครหลวง เคยจัดอันดับความเสี่ยงของกลุ่มกฤษดามหานครในอันดับ 5 คือไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อให้ได้

ต่อมามีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และในสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้มีเงื่อนไขระบุว่า บมจ.กฤษดามหานครฯ ไม่สามารถที่จะขอสินเชื่อได้อีก เนื่องจากมียอดขาดทุนสะสมสูง คือมียอดสะสมสูงมาก แต่ได้มีการอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทในกลุ่มกฤษดามหานคร 3 กรณี คือ 1. การอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทอาร์เค โปรเฟสชั่นนัล จำกัด จำนวนเงิน 500 ล้านบาท 2. การอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทโกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด วงเงิน 9,900 ล้านบาท (วงเงินไฟแนนซ์ 8,000 ล้านบาท วงเงินซื้อที่ดินเพิ่ม 500 ล้านบาท และวงเงินพัฒนาโครงการ1,400 ล้านบาท)

3.การอนุมัติขายหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพของ บมจ.กฤษดามหานคร ให้กับบริษัท แกรนด์ คอมพิวเตอร์คอมมูนิเคชั่น จำกัด จำนวนเงิน 1,185,735,380 บาท ถือว่าผู้เกี่ยวข้องมีพฤติการณ์ ร่วมกันหรือสนับสนุนการกระทำความผิดกรณีธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐ เป็นการกระทำโดยทุจริต เพื่อฟื้นฟูกิจการของ บมจ.กฤษดามหานคร ประโยชน์ส่วนตนกับพวก

โดยวันนี้ อัยการโจทก์ เดินทางมาศาล ร่วมกระบวนพิจารณา ส่วน "นายทักษิณ" จำเลย หรือทนายความ ไม่มีใครมาศาล

เมื่อถึงเวลา "องค์คณะผู้พิพากษา" พิจารณาเเล้วเห็นว่า "นายทักษิณ" จำเลยที่ 1 ทราบนัดโดยชอบเเล้วไม่เดินทางมาศาลโดยไม่เเจ้งเหตุขัดข้องหรือแจ้งขอเลื่อน เชื่อว่ามีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับ วิ อม.มาตรา 28 เพื่อให้นำตัวมาดำเนินคดีพร้อมให้โจทก์ดำเนินการตามหมายจับ และให้รายงานผลการจับกุมให้ศาลรับทราบทุกเดือน

โดยกระบวนการพิจารณา เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่มาศาลในการพิจารณาครั้งเเรก ให้ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ ตาม วิ อม. มาตรา 33 จึงให้นัดตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 26 ก.ย.นี้ เวลา 13.30 น. โดยให้อัยการโจทก์ ยื่นบัญชีพยานหลักฐานก่อนวันนัดตรวจพยานหลักฐานก่อนวันนัด 14 วัน เเละให้ส่งหมายเเจ้งให้จำเลยทราบพร้อมปิดหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีของ "นายทักษิณ" นั้น ปัจจุบันอัยการสูงสุด และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ขอให้นำคดีที่เคยจำหน่ายไว้ชั่วคราว รวม 4 สำนวน ขึ้นมาพิจารณาใหม่ ประกอบด้วย 1.คดีแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือ - ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท เมื่อปี 2551

2.คดียื่นฟ้องนายทักษิณ ร่วมกับอดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ปล่อยกู้ให้กลุ่มกฤษดามหานคร โดยทุจริตฯ

3.คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงค์) ให้กับรัฐบาลพม่าวงเงิน 4,000 ล้านบาท

4.คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน)

โดยคดีที่ ป.ป.ช.ยื่นขอให้ยำคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่นั้น ศาลฎีกาฯ นัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 6 ก.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ "นายทักษิณ" นั้น ปัจจุบัน ยังมีหมายจับติดตัว 1 ใบ ให้ติดตามตัวมารับโทษ คดีซื้อขายที่ดินรัชดาฯ ที่ศาลฎีกาฯ ตัดสินให้จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้วตั้งแต่ปี 2552

ล่าสุด(30 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.00น. ศาลฎีกานักการเมือง ยกฟ้อง ทักษิณ คดีร่วมทุจริตปล่อยกู้ ธ.กรุงไทย ให้เครือกฤษดามหานคร เพราะพยานฝ่ายโจทก์ ที่เบิกความกล่าวอ้างถึง บิ๊กบอส เป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่คิดไปเองว่า บิ๊กบอส คือ ทักษิณ หรือ คุณหญิงพจมาน ทำให้ไม่มีน้ำหนัก ให้รับฟังได้ว่า ทักษิณ สั่งการให้ดำเนินการอนุมัติสินเชื่อ พร้อมสั่งให้เพิกถอนหมายจับเฉพาะคดีนี้

 


หน้าแรก / ธุรกิจ การตลาด ด่วน! ศาลสั่งคุ้มครอง เปิดทางเข้า-ออก “เซ็นทรัลวิลเลจ”

ด่วน! ศาลสั่งคุ้มครอง เปิดทางเข้า-ออก “เซ็นทรัลวิลเลจ”

30 Aug 2019
 
รายงานข่าวจาก ศาลปกครองกลาง เผยว่า ขณะนี้ศาลได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) ทอท.ทำการรื้อถอนสิ่งกีดขวางใด ๆ ออกจากเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 บริเวณทางเข้า-ออก หน้าโครงการเซ็นทรัลวิลเลจ ลักชั่วรี เอาต์เลต  และยุติการดำเนินการใด ๆ อันเป็นการขัดขวาง รบกวน หรือก่อให้เกิดอุปสรรค ต่อการใช้ประโยชน์ใด ๆ ของผู้ฟ้องคดี 
 
 
หน้าแรก / Politics ยื่นป.ป.ช.สอบอนุมัติสร้าง“เซ็นทรัลวิลเลจ”บนพื้นที่สีเขียว

ยื่นป.ป.ช.สอบอนุมัติสร้าง“เซ็นทรัลวิลเลจ”บนพื้นที่สีเขียว

30 Aug 2019

ทนายความ ยื่นป.ป.ช.สอบเจ้าหน้าที่รัฐ อนุมัติสร้าง “เซ็นทรัลวิลเลจ” บนพื้นที่สีเขียว และวางท่อประปา ถมลำรางสาธารณะ 

วันที่ 30 ส.ค.2562  ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อเลขาธิการ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบและลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับอนุญาตให้ดำเนินโครงการการก่อสร้างศูนย์การค้า เซ็นทรัลวิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต ที่มีการก่อสร้างในพื้นที่สีเขียว ที่ดินประเภทชนบท และเกษตรกรรม (ก.1-10) ซึ่งห้ามก่อสร้างอาคารสูง และอาคารขนาดใหญ่ การบุกรุกลำรางสาธารณะ มากไปกว่านั้นคือการใช้พื้นที่ราชพัสดุ โดยที่หน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ไมยินยอม หรือรับอนุญาตในการวางท่อประปา

นายโชคชัย กล่าวว่า จากกรณีเกิดข้อคลางแคลงสงสัยในประเด็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ใครเป็นผู้ที่อนุมติ อนุญาต ให้มีการก่อสร้างโครงการนี้บนพื้นที่สีเขียว และมีการกระทำที่สุ่มเสี่ยงกับการไปบุกรุกที่ดินราชพัสดุ ซึ่งทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย จึงได้มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องคือใครระดับใด และกระทำความผิดในการการเว้นหรือละเว้นปฏิบัติหรือไม ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ส.ค.ซึ่งหากมีการกระทำความผิดแล้วปล่อยให้มีการดำเนินการต่อไปได้ แล้วความยุติธรรม ความเป็นธรรมจะอยู่ที่ไหน จึงอยากให้หน่วยงานอิสระอย่าง ป.ป.ช. ได้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้และหากมีคนผิด ป.ป.ช.จะได้ดำเนินการต่อไป


 
หน้าแรก / ธุรกิจ การตลาด “เซ็นทรัล วิลเลจ” ขอบคุณ ศาลสั่งคุ้มครอง เปิดทางเชื่อม  
 

“เซ็นทรัล วิลเลจ” ขอบคุณ ศาลสั่งคุ้มครอง เปิดทางเชื่อม  

30 Aug 2019

     เซ็นทรัล วิลเลจพร้อม พันธมิตร 150 ร้านค้าขอขอบคุณภาครัฐ ศาลปกครอง ประชาชน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ คำนึงถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของชาติเป็นสำคัญ พร้อมเปิด 31 สิงหาคม นี้

      นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จํากัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหาร “เซ็นทรัล วิลเลจ” เปิดเผยว่า ซีพีเอ็น พันธมิตรร้านค้า กว่า 150 ร้าน และพนักงานกว่า 1,000 คน ขอขอบคุณภาครัฐ ศาลปกครอง ประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่มีความจริงใจ ช่วยสนับสนุนให้เกิดความเป็นธรรม และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ตระดับโลกแห่งแรกของไทย สามารถเปิดให้บริการได้ตามกำหนด ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10:39 – 22:00 น. ตามที่ได้ตั้งใจไว้ โดยเรามุ่งหวังประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของชาติเป็นสำคัญ

          “ซีพีเอ็น ยึดหลักความถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป เพื่อให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ เป็นโครงการแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย สมกับเป็นโครงการที่เชิดชูอัตลักษณ์ไทยและเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างสมภาคภูมิในเวทีสากล และ เป็นให้คนไทยช้อปในประเทศมากขึ้นและมีโอกาสในการเข้าถึงสินค้าแบรนด์เนมในราคาย่อมเยาว์ ลดราคา 35-70% ทุกวัน”

         ทั้งนี้เซ็นทรัล วิลเลจ ถูกบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. นำเต้นท์มาปิดขวางประตูทางเข้า-ออก ตั้งแต่เย็นวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทำให้ผู้รับเหมา  ช่าง ตลอดจนพนักงานไม่สามารถเข้าไปทำการตกแต่ง และก่อสร้างภายในศูนย์ได้ 

หน้าแรก / Politics ด่วน!“ทบ.”เปิดรับนักรบไซเบอร์ เงินเดือนเกือบ7หมื่น

ด่วน!“ทบ.”เปิดรับนักรบไซเบอร์ เงินเดือนเกือบ7หมื่น

30 Aug 2019
อ่าน 851 ครั้ง
 

กองทัพบก เปิดรับนักรบไซเบอร์  ค่าตอบแทน 68,350 บาท/เดือน  หมดเขต 3 ก.ย.นี้

 


วันที่ 30 ส.ค. 2562 ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก ประกาศเปิดรับสมัคร พนักงานราชการศักยภาพสูง กลุ่มงานเชี่ยวชาญเฉพาะ จำนวน 3 อัตรา ดังนี้

1. ตำแหน่ง นักตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ชั้นสูง จำนวน 1 อัตรา อัตราตอบแทน 68,350 บาท/เดือน

2. ตำแหน่ง นักวิเคราะห์หลักฐานดิจิทัลเชิงลึก จำนวน 1 อัตรา อัตราตอบแทน 68,350 บาท/เดือน

3. ตำแหน่ง นักสร้างรหัสคอมพิวเตอร์ชั้นสูง จำนวน 1 อัตรา อัตราตอบแทน 68,350 บาท/เดือน

ยื่นใบสมัครด้วยตนเอง พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด ในระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2562

ณ กองธุรการ ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก

อาคาร 2 ชั้น 1 ในกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กทม.

โทร.02-297-7018 ในวันและเวลาราชการ

 ............................................................

เที่ยวอุทยานไทยประจัน สัมผัสธรรมชาติ-ชม 'เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาหญ้านาง'

เที่ยวอุทยานไทยประจัน สัมผัสธรรมชาติ-ชม 'เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาหญ้านาง'

วันศุกร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 16.16 น.
 
จากเพลงมนต์รักลูกทุ่งที่เคยร้องไว้ตอนหนึ่งว่า "เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาหญ้านางมองเห็นบัวสล้างลอยปริ่มริมบึง" ไม่นึกว่าจะมีจริง ใครอยากชมตอนนี้ไปดูได้ที่อ่างเก็บน้ำอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ ราชบุรี เห็ดขึ้นสวยมากขอบอก

 

วันที่ 30 สิงหาคม 2562 นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของอ่างเก็บน้ำ ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน หมู่ที่ 5 ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี คลอบคลุมพื้นที่ ต.ยากหัก อ.ปากท่อ, ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี 

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2555 อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจันได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 124 ของประเทศไทย โดยประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนที่ 9 ก ลงวันที่ 24 มกราคม 2555 มีเนื้อที่ประมาณ 205,463 ไร่ 3 งาน 59 ตารางวา หรือ 328.7411 ตารางกิโลเมตร มีสัตว์ป่านานาชนิด ที่พบเห็นได้แก่ กวางป่า กระทิง เก้ง กระจง หมี หมูป่า ลิง ค่าง ชะนี อีเห็น ชะมด เสือไฟ หมูหริ่ง บ่าง หมาไน เม่น ลิ่น พังพอน ค้างคาว กระต่ายป่า กระรอก กระแต และหนูป่า นกที่พบเห็น ได้แก่ นกเงือกสีน้ำตาล นกกาฮัง นกแก๊ก นกเงือกกรามช้างปากเรียบ นกเงือกดำ เหยี่ยว นกเค้า นกปรอด นกกระปูด และสัตว์อื่น ๆ อีกมายมาย

 

 

สมเด็จพระเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถ พระราชชนนีพันปีหลวง เคยเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปลูกต้นขานาง และทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2539 สภาพพื้นที่ขณะนี้จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นปกคลุมผืนป่า โดยมีอ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ที่ได้หล่อเลี้ยงชาวบ้าน เกษตรกรที่ปลูกพืชผัก ผลไม้ นานาชนิดหลายหมู่บ้านที่อยู่บริเวณด้านล่าง คงมีสภาพป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์จะเห็นได้จากมีต้นไม้ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุมพื้นที่ ช่วงหน้าฝนเกิดความชุ่มชื้น และจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดได้เดินทางเข้ามา ตั้งแคมป์ กางเต็นท์ เพื่อจัดกิจกรรมท่ามกลางธรรมชาติริมลำธารเป็นจำนวนมาก

 

 

นายไชยวุฒิ อารีย์ชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน เปิดเผยว่า ที่อ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจันที่จะมีแหล่งท่องเที่ยวเหนืออ่างขึ้นไปคือ เรียกว่า "โตกน้ำ" หรือ ธารน้ำ มีหินก้อนใหญ่ๆ อยู่ในลำธารจนกลายเป็นโตกน้ำ มีทั้งหมด 5 ชั้น สามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเที่ยวชมธรรมชาติถึงชั้นที่ 5 ได้ ซึ่งจะมีเวลาปิดและเปิดเข้าออกตามเวลาราชการ ช่วงเวลา 5 โมงเย็นต้องลงมาที่โตกชั้นที่ 1 ซึ่งสามารถนอนพักค้างคืนกางเต็นท์นอนได้ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนกัน แต่ยังไม่แพร่หลายมากนัก โดยจะมีผู้นำหมู่บ้านคอยมาดูแล มีการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน เช่น กิจกรรมบวชต้นไม้ เพื่อสร้างความตระหนัก อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่ไว้ โดยนักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมหรือพักค้างได้ตั้งแต่เช้าเปิดเวลา 06.00-17.00 น. จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

 

 

นายอนุสรณ์ ฤทธิ์ล้ำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 เปิดเผยว่า ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน น้ำตกไทยประจัน ซึ่งจะมีอยู่ถึง 9 ชั้น แต่ส่วนใหญ่ทางอุทยานฯแนะนำให้ไปเที่ยวได้ประมาณ 5 ชั้น เพราะว่าด้านในค่อนข้างเข้าไปลำบาก อยากชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมธรรมชาติในเชิงร่วมกันอนุรักษ์ ไม่ทำลายป่าไม้ อย่างเช่นเคยมีชาวบ้านนำผ้าสีมาผูกรัดต้นตะเคียนทองสูงใหญ่มีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ตามความเชื้อนั้น 

วันนี้ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯและชาวบ้านในชุมชน ได้นำผ้าที่ผูกรัดต้นไม้ออกไป เพื่อให้ต้นไม้ใหญ่จะได้เจริญเติบโตได้ดีไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลังจากที่ถอดผ้าที่ผูกออกก็จะพบเห็นว่ามีปลวกเกาะกินต้น อยู่บริเวณใต้ผ้าจนลำต้นตะเคียนทองมีลักษณะคอดเอียง และฝากผู้ที่กำลังสนใจเดินทางมาเที่ยวที่นี่หากจะมาพักผ่อนขออย่านำผ้าสามสี ชุดไทย นำเข้ามาบริเวณนี้ เพราะจะเป็นภาระของเจ้าหน้าที่และภาระต่อสิ่งแวดล้อม ไม่อยากให้เสียระบบนิเวศน์ไป

 

 

สำหรับบรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจันวันนี้ มีนักท่องเที่ยว ประชาชนทั้งในและต่างจังหวัดได้เข้ามาพักผ่อนจัดกิจกรรมกันอย่างคึกคัก รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ก็ยังเข้ามาเที่ยวอ่างเก็บน้ำไทยประจัน เนื่องมาจากพระราชดำริในรัชกาลที่ 10 ที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้ให้ พระองค์เคยเสด็จมาสมัยยังคงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2534 เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีความอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านมาเจอเห็ดก็สามารถเก็บไปบริโภคได้ ถือเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารทางธรรมชาติ เวลานักท่องเที่ยวมาพบก็จะได้รู้ว่าที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวบางคนนำไปเผาไฟใช้จิ้มกินกับน้ำพริกได้ รสชาติอร่อยมาก

 

 

ที่สำคัญสิ่งที่พบเห็นในวันนี้นั้น เคยได้ยินแต่งเสียงเพลงลูกทุ่งร้องกัน จากเพลงมนต์รักลูกทุ่ง ที่เคยร้องไว้ตอนหนึ่งว่า "เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาหญ้านางมองเห็นบัวสล้างลอยปริ่มริมบึง" ไม่นึกว่าจะมีจริงๆ พบเห็ดตับเต่ากอใหญ่มหิมา น้ำหนักหลายสิบกิโลกรัมผุดขึ้นบนเนินดินหลายจุด ในที่นั้นก็จะมีเถาหญ้านางขึ้นอยู่ด้วย จึงอาจเป็นที่มาของเพลงมนต์รักลูกทุ่ง ที่แต่งไว้อย่างไพเราะ สร้างความตื่นตา ตื่นใจแก่ผู้คนที่พบเห็นและยังได้สอบถามถึงการนำไปรับประทานได้หรือไม่ 

ซึ่งได้รับคำยืนยันจากนายอนุสรณ์ ฤทธิ์ล้ำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บอกว่า สามารถเก็บไปรับประทานได้ ไม่มีโทษต่อร่างกายจะขึ้นอยู่บริเวณใกล้ลำธาร สภาพป่าดิบชื้น ดินต้องค่อนข้างสมบูรณ์จึงจะพบเห็นเห็ดชนิดนี้เกิดขึ้นมากมาย ชาวบ้านบางคนเก็บไปรับประทานลวกจิ้ม หรือนำไปต้มยำเห็ด หรือต้มน้ำปลา กอหนึ่งมีน้ำหนักเป็น 10 กิโลกรัม เห็ดตับเต่ากอเดียวกินได้หลายสิบคน เคยเจอกอใหญ่มากต้องแบกเห็ดกลับบ้านไปแบ่งให้เพื่อนบ้านได้ช่วยกันกิน แต่สำหรับที่อุทยานไทยประจันนี้เก็บไว้ให้นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาได้ชมกัน 
 

 
 
 
 
 
  •  ....................................................................................

30 สิงหาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน