*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5609
  • จำนวนผู้ชม : 3366222
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 31 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 389 , 13:46:52 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน wullopp , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         น้ำท่วมทางภาคอิสานหลายจังหวัด เล่นเอาชาวบ้านเดือดร้อนไปตามกัน หลายหน่วยงานราชการยื่นมือเข้าชวยด่วน

 

 

ขอความช่วยเหลือด่วน! ขอนแก่นวิกฤติพิษพายุ'โพดุล' ชาวบ้านหนีตายขึ้นบนหลังคา

ขอความช่วยเหลือด่วน! ขอนแก่นวิกฤติพิษพายุ'โพดุล' ชาวบ้านหนีตายขึ้นบนหลังคา

วันเสาร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.26 น.
 
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 สถานการณ์น้ำท่วมจากอิทธิพลพายุโพดุล ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ของจ.ขอนแก่น โดยเฉพาะที่อำเภอบ้านไผ่ ชาวบ้านต้องหนีขึ้นไปรอความช่วยเหลือบนหลังคาบ้าน

ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่อาศัยบริเวณชุมชนริมลำห้วยจิก ถนนแจ้งสนิท เขตเทศบาลตำบลบ้านไผ่ หลังน้ำจากลำห้วยจิก ได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเมื่อเวลา 04.00น. ที่ผ่านมา ทำให้บ้านเรือนกว่า 100 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมสูง รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้ลำห้วยจิก น้ำได้ล้นท่วมถนนสูงกว่า 1.5 เมตร

เจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนเนื่องจากน้ำที่ท่วมสูง และน้ำพัดแรง นอกจากนี้ยังพบว่ายังมีประชาชนอยู่หลายคน ยังคงหนีออกมาไม่ได้ต้องขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน รอความช่วยเหลือ ซึ่งการช่วยเหลือทำได้ด้วยความลำบาก เพราะเรือที่ใช้เป็นเรือท้องแบนของเทศบาลเมืองบ้านไผ่ แต่ไม่มีเครื่องยนต์ ไม่สามารถต้านกระแสน้ำเข้าไปช่วยเหลือได้

ขณะนี้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดขอนแก่น ได้ส่งเรือท้องแบนจำนวน 5 ลำ เพื่อมาช่วยเหลือแล้ว

นายรุจ รังษี นายอำเภอบ้านไผ่ กล่าวว่า หลังจากที่เกิดน้ำท่วมเมื่อเช้าตรู่ที่ผ่านมา ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเข้าให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนทันที แต่เนื่องจากน้ำที่มีปริมาณมาก เพราะก่อนหน้านี้อำเภอบ้านไผ่ ได้มีฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุโพดุล ทำให้น้ำจากอำเภอโนนศิลา อำเภอหนองสองห้อง ซึ่งเป็นต้นน้ำของลำห้วยจิก ได้ไหลมาปริมาณมากจนทำให้เกิดน้ำท่วมหนักในครั้งนี้ เบื้องต้นได้ประสานไปยังหน่วยงานต่างๆเพื่อเข้าช่วยเหลือแล้ว พร้อมให้กิ่งกาชาดและจิติอาสาอำเภอบ้านไผ่ ได้ทำข้าวกล่องจำนวน 1 พันกล่อง มาแจกให้กับประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน

ขณะที่เฟชบุ๊ก Hippydew Y. Iswigrai ได้โพสต์ขอความช่วยเหลือด่วนที่สุด เนื่องจากน้ำไม่ลดลงเลย ทุกคนที่นี่อยู่บนหลังคารอความช่วยเหลืออยู่นะคะ ส่วนของบ้านเรา เป็นบ้านที่อยู่ต่ำสุด ท่วม 2 เมตรกว่าจะ 3 เมตรละค่ะ ขอความกรุณาทุกหน่วยงานนะคะ ขอบคุณทุกๆคนที่ช่วยเหลือนะคะ พิมพ์ไป น้ำตาไหลไป ขอให้ทุกคนและสัตว์ทุกตัวในที่นี้ปลอดภัยนะ

ล่าสุดเมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา เฟชบุ๊ก Hippydew Y. Iswigrai โพสต์อัพเดทระดับน้ำตอนนี้เริ่มลดลงไป 10 ซม. แล้ว แต่ยังรอเรือกันอยู่ค่ะ ขอบคุณความช่วยเหลือของทุกคนนะคะ ตอนนี้รอเรือค่ะ ทำได้แค่รอ พร้อมระบุพิกัด : หมู่บ้านเสริมทรัพย์ ซอยบ้านเก่าน้อย (ตรงข้ามโรงแรมไฮเวย์) อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น 

 

 
 
 
 
 
‘ชวน’นำทีม!จิตอาสาเพื่อสังคม‘เราทำความดี ด้วยหัวใจ’ครั้งที่1

‘ชวน’นำทีม!จิตอาสาเพื่อสังคม‘เราทำความดี ด้วยหัวใจ’ครั้งที่1

วันเสาร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.29 น.
 
“ชวน” เป็นปธ.เปิดงานจิตอาสาเพื่อสังคม “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ครั้งที่ 1  เหล่าบรรดา ส.ส.-ปชช.ร่วมกันทำความสะอาดวัดแก้วฟ้าจุฬามณี -ปัดตอบปมอภิปรายซักฟอกนายกฯ ชี้ช่องเสนอประชุมลับได้ตามรธน.-ข้อบังคับ 

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 เวลา09.00 น. ที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี เขตดุสิต  คณะกรรมการดำเนินโครงการจิตอาสาเพื่อสังคม ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคม “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ครั้งที่ 1 ที่บริเวณวัดแก้วจุฬามณี เขตดุสิต โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิด โดยได้ทำการเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  โดยมีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2  ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขานุการประธานรัฐสภาตลอดทั้ง ส.ส.อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ  น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์  ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย นายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์   เป็นต้น

จากนั้น นายชวน พร้อมด้วยจิตอาสาได้เดินไปยังบริเวณท่าน้ำของวัด เพื่อร่วมกันทำความสะอาดบริเวณบันไดตรงท่าน้ำ และบริเวณอุโบสถของวัดแก้วฟ้าจุฬามณี นอกจากนี้ นายชวน ยังปฏิเสธแสดงความเห็นเรื่องวันและกรอบการอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญว่า ไม่มีอะไรคืบหน้าไปกว่าเมื่อวานนี้ 

โดยเมื่อวานนี้ นายชวนได้ย้ำถึงความคืบหน้าว่า ต้องรอรัฐบาลหาหรือเรื่องนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและตอบกลับมาก่อน และหากจะมีการเสนอให้มีการประชุมลับ ก็สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับพรรคโดยส.ส. หรือรัฐบาลก็มีสิทธิ์ที่จะเสนอให้มีการประชุมลับได้ ทั้งนี้เรื่องของการอภิปรายทั่วไปเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 และตนเองไม่บังอาจไปเตือนใครเพราะทุกคนมีหน้าที่ แต่เมื่อมีสื่อมาถามตนก็บอกไปว่า เชื่อว่านายกรัฐมนตรีอยากจะมาชี้แจง และตราบใดที่ยังมีญัตติอยู่ ฝ่ายสภาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากบรรจุเข้าระเบียบวาระ

 
 
 
 
 
 

 
 
แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันศุกร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
“หากเราต้องการจะก้าวย่างไปข้างหน้าร่วมกัน โดยคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของเรา เราจะต้องพึงระลึกว่าคำตอบสำหรับการเจรจาที่ยากนั้น ไม่ใช่ด้วยการพูดคุยที่น้อยลง แต่เป็นการพูดคุยที่มากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่ายังคงมีอีกหลายอย่างที่ยังต้องทำ แต่การพัฒนาก้าวหน้ายังคงเกิดขึ้น”

นายชวน หลีกภัย

ประธานรัฐสภาและประธานสมัชชารัฐสภาอาเซียน


หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค การค้า - การเกษตร พาณิชย์เคาะข้าวเหนียวช่วยคนจนถุงละ70บาท

พาณิชย์เคาะข้าวเหนียวช่วยคนจนถุงละ70บาท

31 Aug 2019
 
พาณิชย์ ยืนยันขายข้าวเหนียวบรรจุถุงปลายสัปดาห์หน้า ขนาด 2 กิโลกรัมถุงละ 70 บาท 5 กิโลกรัม ถุงละ 160 บาท และเตรียมลงพื้นที่ติดตามการผลิตข้าวเหนียวบรรจุถุงสัปดาห์นี้

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่าจากปัญหาข้าวเหนียวราคาปรับตัวสูงขึ้น ในสัปดาห์นี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบการผลิตข้าวเหนียวบรรจุถุงที่จังหวัดปทุมธานี หลังกรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือไปยังสมาคมโรงสีและผู้ประกอบการ ในการจัดทำข้าวเหนียวบรรจุถุงขนาด 2 กิโลกรัม และ 5 กิโลกรัม เพื่อวางจำหน่ายให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกลุ่มผู้ใช้แรงงานในกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่

วิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน

วิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน
 
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะเข้าไปดูแลในส่วนของค่าจัดส่ง บรรจุภัณฑ์และค่าบริหารจัดการให้กับผู้ประกอบการเพื่อกระจายผลผลิตไปยังพื้นที่ต่างๆที่มีความต้องการ รวมถึงส่งไปยังร้านธงฟ้า ประชารัฐซึ่งคาดว่าจะสามารถจำหน่ายได้ในช่วงปลายสัปดาห์หน้าโดยกำหนดราคาจำหน่ายข้าวสารเหนียวบรรจุถุงขนาด 2 กิโลกรัมจะอยู่ที่ถุงละ 70 บาทและขนาด 5 กิโลกรัมราคาอยู่ที่ 160 บาท

ส่วนความคืบหน้าเรื่องการตรวจสต็อกข้าวสารเหนียวบรรจุถุง ขณะนี้ได้สั่งให้หน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าไปตรวจสต็อกทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการตรวจสอบซ้ำว่ามีผู้ค้าหรือโรงสีรายใดมีการกักตุนหรือไม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วนี้ สำหรับปริมาณสต็อกล่าสุดที่มีการรายงานจากทั่วประเทศ อยู่ที่กว่า 42,000 ตัน

ด้านนายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ระบุว่า โรงสีมีการรายงานสต็อกข้าวให้กับกรมการค้าภายในทุกเดือน ยืนยันว่าไม่มีการกักตุน ส่วนที่มีอยู่มีปริมาณไม่มากเพื่อขายให้กับลูกค้า หรือเป็นข้าวก้นยุ้ง เชื่อว่าสถานการณ์ข้าวเหนียวจะคลี่คลายลงหลังผลผลิตข้าวเหนียวนาปีออกสู่ตลาดมากในปลายเดือนกันยายนนี้

 
รัฐบาลเปิดแผนอุดมศึกษาสู่ศตวรรษที่21เน้นปั้นนักวิจัยใช้นวัตกรรม

รัฐบาลเปิดแผนอุดมศึกษาสู่ศตวรรษที่21เน้นปั้นนักวิจัยใช้นวัตกรรม

วันเสาร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.41 น.
 
เปิดแผนการอุดมศึกษาสู่ศตวรรษที่21 เป้าหมายชัด สร้างนักวิจัย พัฒนาSMEsคู่AI  ใช้นวัตกรรมดูแลสังคมสูงวัยและผู้พิการ

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงแนวทางการขับเคลื่อนประเทศของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่ามุ่งเน้นการสร้างคน ใช้วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารื่ผ่านมาได้เห็นชอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรมพ.ศ. 2563-2570  ซึ่งแผนดังกล่าวจะใช้งบประมาณปี2563 วงเงิน 37,000ล้านบาท จัดสรรแก่งานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยการขับเคลื่อนประกอบด้วย 5 ด้านคือ 1) พัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ 2)การวิจัยจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม 3) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน 4) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ 5) การปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งการดำเนินการในแต่ละด้านจะมีหลายแผนงานและตัวชี้วัดความสำเร็จอย่างชัดเจน

นางสาวรัชดา ด้วยว่า นโยบายและแผนงานดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง และเป็นการเตรียมความพร้อมสังคมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ปัญหาสภาพภูมิอากาศที่มีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันจากการพัฒนาเทคโนโลยี

‘มท.’ไฟเขียว‘ท้องถิ่น’ดึงเงินสะสม แก้เดือดร้อนปชช.-กระตุ้นเศรษฐกิจ

‘มท.’ไฟเขียว‘ท้องถิ่น’ดึงเงินสะสม แก้เดือดร้อนปชช.-กระตุ้นเศรษฐกิจ

วันเสาร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.44 น.
 
เมื่อวันที่ 31สิงหาคม 2562  นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) กระทรวงมหาดไทย(มท.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกำหนดมาตรการหลายมาตรการ เช่น การใช้จ่ายภาครัฐโดยเฉพาะงบลงทุนเศรษฐกิจฐานรากด้านการเกษตร การท่องเที่ยว การลงทุน และได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใช้จ่ายเงินสะสม เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเห็นว่า เพื่อให้ อปท. สามารถนำเงินสะสมมาใช้ในการพัฒนาท้องถิ่นและใช้ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงได้อนุมัติยกเว้นการใช้จ่ายเงินสะสมของ อปท. และเพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล
 
อธิบดีสถ. กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการใช้จ่ายเงินสะสมนั้น กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องตรวจสอบยอดเงินสะสมที่นำไปใช้ได้ในปัจจุบัน โดยหักเงินสะสมส่งสมทบกองทุนส่งเสริมกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภท แล้วนำไปหักรายการเงินสะสมที่ได้รับอนุมัติแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการหรือยังไม่ได้เบิกจ่าย เพื่อพิสูจน์ยอดเงินสะสมคงเหลือปัจจุบันที่สามารถนำไปใช้ได้ และก่อนจะนำเงินสะสมไปใช้ก็ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกันเงินสำรองเป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน และค่าใช้จ่ายกรณีที่มีสาธารณภัยเกิดขึ้นตามความจำเป็น โดยให้คำนึงถึงสถานะทางการเงินการคลัง “โครงการหรือกิจการที่จะดำเนินการต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อปท. โดยการบริการชุมชนและสังคม กิจการที่เป็นการเพิ่มพูนรายได้ของ อปท. หรือกิจการที่จัดทำขึ้นเพื่อบำบัดความเดือดร้อนของประชาชน และเป็นไปตามแผนพัฒนาของ อปท. เพื่อให้ อปท. นำเงินสะสมไปใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ให้ความสำคัญกับโครงการต่างๆ 5 ด้าน 1.ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซมสร้างทางคมนาคม การจราจร ระบบส่งน้ำเพื่อการเกษตร ระบบประปา โครงการขุดลอกคูคลอง กำจัดวัชพืชและก่อสร้างฝาย ฯลฯ 2.ด้านการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เช่น  โครงการส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน, โครงการจัดตั้ง/ส่งเสริมกลุ่มอาชีพในชุมชน กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส /ยากจน /พิการ 3.ด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น โครงการฝึกอาชีพให้กับเด็กและเยาวชนที่ไม่ได้ศึกษาต่อ หรือประชาชนที่ว่างงาน เพื่อให้มีทักษะในการประกอบอาชีพ 4.ด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชน โครงการมัคคุเทศก์ท่องเที่ยววิถีชุมชน และ 5.ด้านการศึกษา เช่น โครงการปรับปรุงอาคารสถานศึกษา โครงการก่อสร้างสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา และโครงการจัดให้มีสถานที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

อธิบดีสถ. กล่าวด้วยว่า การใช้จ่ายเงินสะสมเพื่อดำเนินโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน การกีฬา หรือการจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการศึกษา นั้น ก็ขอความร่วมมือ อปท. ได้ช่วยให้ความสำคัญกับการใช้ยางพาราเป็นส่วนประกอบตามนโยบายรัฐบาล และการทำโครงการที่ต้องใช้แรงงาน ให้เน้นการใช้แรงงานในท้องถิ่น เว้นแต่ไม่มีแรงงานในท้องถิ่น ก็อาจพิจารณาใช้แรงงานนอกเขตพื้นที่ได้ตามความเหมาะสมและขอให้ อปท. ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาท้องถิ่น ในด้านต่างๆ เพื่อเน้นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ตามแนวนโยบายของรัฐบาล โดยนำเงินสะสม ไปใช้ ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศต่อไป

‘ธรรมนัส’เคาะ 2โครงการยักษ์ แก้อุทกภัยกรุงเทพ-ลุ่มน้ำเพชรบุรี

‘ธรรมนัส’เคาะ 2โครงการยักษ์ แก้อุทกภัยกรุงเทพ-ลุ่มน้ำเพชรบุรี

วันเสาร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 10.54 น.
 
“ธรรมนัส เคาะ2โครงการยักษ์ แก้อุทกภัยกรุงเทพ -ลุ่มน้ำเพชรฯลั่นใครโกงชาติ ทุจริตคิดคดทรยศแผ่นดิน ฟันทิ้งทั้งยวง จ่อสอบบริษัททิ้งงานขุดอุโมงค์ผันน้ำแม่แตง แม่งัด แม่กวง จ.เชียงใหม่” 
 
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และโครงการพระราชดำริ ว่าได้เห็นชอบโครงการขนาดใหญ่2โครงการ เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.)ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยจะประชุมวันที่12ก.ย.นี้  คือโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี จากคลองภาษีเจริญถึงคลองสนามชัย ของกรุงเทพมหานคร และกรมชลประทาน จัดงบประมาณค่าก่อสร้าง ดำเนินงาน ฝ่ายละ50% และโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง จ.เพชรบุรี ของกรมชลประทาน สำหรับความก้าวหน้าการดำเนินการโครงการน้ำที่ผ่านมติ กนช. จำนวน 19 โครงการ วงเงินรวม 103,470 ล้านบาท  ระยะดำเนินการปี2562-2565 แบ่งออกเป็น โครงการที่ผ่านมติครม. แล้วจำนวน 16โครงการ โดยได้รับงบประมาณแล้ว จำนวน 9โครงการ และอยู่ระหว่างขอสนับสนุนงบประมาณอีก 7 โครงการ 

“คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ฯมีหน้าที่กลั่นกรองทุกโครงการน้ำขนาดใหญ่ พร้อมมีอำนาจติดตามการก่อสร้างทุกโครงการ หากมีปัญหาทุจริต  ไม่เอาไว้แน่ และผมไม่มีคนรอบข้าง ใครคิดคดทรยศโกงบ้านเมืองโกงแผ่นดิน จัดการขั้นเด็ดขาดไม่ไว้หน้าทั้งขบวนการ ถ้าผู้รับเหมา ไม่รับผิดชอบงาน มีลักษณะประมูลงานให้ได้ปริมาณงานมากๆเข้าบริษัทตัวเอง แต่ไม่เร่งรัดก่อสร้าง จะปรับออกทันที เอาผิดหน่วยงานด้วย ซึ่งสัปดาห์หน้าผมจะเดินทางไปตรวจสอบโครงการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำ แม่แตง  แม่งัด แม่กวง  จ.เชียงใหม่  ที่เกิดความล่าช้าไปกว่าแผนกว่า 60%  ทั้งมีปัญหาบริษัทรายหนึ่ง ขุดเจาะอุโมงค์ ทิ้งงาน จากทั้งหมดมี3บริษัท โดยกรมชลประทาน รับผิดชอบโครงการนี้” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ฝ่ายค้านจั่วลม! คิวงานสำคัญ ‘บิ๊กตู่’แน่นเอี๊ยด สัปดาห์หน้าส่อเค้าไม่ว่างไปสภา

ฝ่ายค้านจั่วลม! คิวงานสำคัญ ‘บิ๊กตู่’แน่นเอี๊ยด สัปดาห์หน้าส่อเค้าไม่ว่างไปสภา

วันเสาร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 07.35 น.
 
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า  ในสัปดาห์หน้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีภารกิจแน่นตลอดสัปดาห์ โดยในวันจันทร์ที่ 2 กันยายน เวลา 15.00 น.นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา “Thailand - Korea Business Forum”  ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ 

ในวันที่ 4 กันยายน เวลา 09.30 น.คณะรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนและแลขาธิการอาเซียนเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี  ที่โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ เวลา 10.00 น.นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 37 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง (ASEAN Ministers on Energy Meeting and Associated Meetings: 37th AMEM)ที่โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ

ข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 5 กันยายน เวลา 09.00 น.นายกฯเป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา ASEAN MSMEs in the Digital Era: Challenges and Opportunities  ที่โรงแรม Bangkok Marriot Marquis Queen’s Park และเวลา 13.30 น. เป็นประธานให้ข้อคิดเห็นในการแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี  ที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

ส่วนในวันศุกร์ที่ 6 กันยายน เวลา 09.00 น.รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เวลา 09.30 น.นายกฯเป็นประธานและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ในวันที่ 13 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดเดินทางไปเป็นประธานการจัดงานเทศกาลท่องเที่ยวสมุย “Samui Festival ” ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และติดตามงานด้านการอาชีวะศึกษา

“จึงยังไม่มีความชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไปตอบญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป แบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ด้วยตัวเองหรือไม่  เพราะถึงวันนี้ยังไม่มีการกำหนดวันแต่อย่างใด” แหล่งข่าว กล่าว

‘นายกฯ’เตรียมรับประธานาธิบดีโสมขาว เจรจาขยายต่อยอดร่วมมือเศรษฐกิจ

‘นายกฯ’เตรียมรับประธานาธิบดีโสมขาว เจรจาขยายต่อยอดร่วมมือเศรษฐกิจ

วันเสาร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 09.34 น.
 
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยินดี และพร้อมให้การต้อนรับเพื่อกระชับความสัมพันธ์ และขยายความร่วมมือระหว่างไทยและเกาหลี ทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคี ในโอกาสที่ นายมุน แช อิน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี และนางคิม จอง ซุก ภริยา มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2562 และจะเข้าร่วมกำหนดการที่เป็นทางการที่ทำเนียบรัฐบาลในวันจันทร์ที่ 2 กันยายน 2562 อาทิ พิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ การหารือข้อราชการ พิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ การแถลงข่าวร่วม และงานเลี้ยงอาหารกลางวัน 
 
“การเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่นายมุนฯ ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และถือเป็นการเยือนไทยของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในรอบเจ็ดปี โดยฝ่ายเกาหลีใต้ต้องการกระชับความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์กับไทย และดำเนินตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southern Policy-NSP) ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์กับประเทศสมาชิกอาเซียนรายประเทศ และความร่วมมือระหว่างเกาหลีใต้กับอาเซียนในฐานะที่ไทยเป็นประธานอาเซียน” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว 
 
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และพยายามเสริมสร้างบทบาทในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ดี การเดินทางเยือนไทยของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ครั้งนี้ จะเป็นโอกาสดีสำหรับทั้งสองประเทศในการเปิดศักราชความร่วมมือหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ไทย-เกาหลีใต้เพื่อเชื่อมโยงนโยบาย NSP ของเกาหลีใต้ และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของไทย ต่อยอดจากพื้นฐานของความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันและพัฒนาความร่วมมือให้มีผลเป็นรูปธรรมทั้งในกรอบทวิภาคี อนุภูมิภาคและภูมิภาค ทั้งนี้ จะมีการลงนามในความตกลง และบันทึกความเข้าใจที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะเป็นสักขีพยานทั้งสิ้น 6 ฉบับ โดยประธานาธิบดีให้ความสำคัญกับการเดินทางเยือนไทยครั้งนี้ โดยคณะเดินทางประกอบด้วย นักธุรกิจระดับสูงกว่า 100 บริษัทชั้นนำ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชนเกาหลี 

หน้าแรก / Columnist อยู่กับปัจจุบัน รัฐนาวา‘บิ๊กตู่’:take it for granted!!

รัฐนาวา‘บิ๊กตู่’:take it for granted!!

31 Aug 2019
 
รัฐบาล “ประยุทธ์ 2” แจกสะบัด แจกเงินผู้มีรายได้น้อย เปย์งบประมาณช่วยภัยแล้ง และล่าสุด ครม.อนุมัติเงินประกันรายได้ “ปาล์ม นํ้ามัน ข้าว 5 ชนิด” เพิ่มอีก 3.4 หมื่นล้านบาท...ก็ดูสิว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะผลิดอกออกผลยังไง?

เพราะระบบเศรษฐกิจต้องมีการหมุนเวียนของรายได้และรายจ่ายของภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจเอกชน ภาครัฐทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตรงนี้คือหัวใจที่ “บิ๊กตู่” พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯ ต้องการให้พี่น้องชาวไทยทุกคนยึดเป็นจุดสำคัญ...

หมายความถึงการที่ประชาชนมีงานทำ มีรายได้นำมาใช้จ่ายในตลาดสินค้าและบริการ รวมทั้งจ่ายภาษีให้ภาครัฐ และหากมีเงินเหลือก็ออมในสถาบันการเงินหรือลงทุนในธุรกิจ ตลาดหลักทรัพย์ฯซื้อหุ้นและกองทุนต่างๆ

ภาคธุรกิจมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ โดยการนำเงินลงทุนจากสถาบันการเงินมาผลิตสินค้าและบริการ จ่ายดอกเบี้ย จ่ายค่าแรงจ่ายตลาดปัจจัยการผลิต อีกทั้งจ่ายภาษีรายได้ ภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ภาครัฐ ขณะที่ภาครัฐมีรายได้จากภาษีต่างๆ รัฐก็จะนำมาใช้จ่ายในการสร้างสาธารณูปโภค...

สนับสนุนการส่งเสริมการควบคุมให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจทำการสร้างรายได้เป็น “รายได้ประชาชาติ” ซึ่งสามารถวัดเป็น “ผลผลิตมวลรวมของประชาชาติ” หรือกล่าวง่ายๆ ว่า GDP (Gross Domestic Product) ซึ่งเป็นตัวเลขที่รวบรวมมาจากผลผลิตของภาคครัวเรือน ภาครัฐและภาคธุรกิจทั้งประเทศ มันเป็นการวัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย

แม้เหตุการณ์โลกและใกล้บ้านเรา รวมทั้งการเมืองในบ้านเราจะไม่เป็นใจมากนัก แต่ประเทศไทยก็โชคดี เนื่องจากความเคยสบายหลายๆ ด้าน เลย take it for granted ซึ่งต่างจากหลายประเทศ อาทิ เช่น อาร์เจนตินา ค่าเงินเปโซกำลังร่วงระนาว ค่าเงิน เวเนซุเอลา ตุรกี หยวน และอีกหลายประเทศกำลังผันผวนอย่างหนัก (ในขณะที่เงินบาทแข็งค่า)

การส่งออกของแทบทุกประเทศติดลบ เงินคงคลังติดลบ ดุลการค้าติดลบ ข้าวของราคาถูกลงเพราะขาดกำลังซื้อ เขาเรียกเงินฝืด (ของแพง = เงินเฟื้อสินค้าการเกษตรขาดแคลน ธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบ แต่ไทยกลับได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวอินเดีย จีนเป็นหลักในปัจจุบัน รวมทั้งได้เปรียบดุลการค้า และ fund flow จากต่างประเทศไหลเข้า

ขณะที่ค่าเงินและตลาดหุ้นอาร์เจนตินาร่วง ซึ่งมีผลโดยตรงต่อสหรัฐฯและทั้งทวีปอเมริกาเหนือและใต้ เพราะหุ้นตกวันเดียว 40% นี่!! ถือว่าบ้าไปแล้ว แต่ความตกใจของนักลงทุนต่างชาติก็ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนลงเพียงล็กน้อยเท่านั้น

โลกเราทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่าอยู่ในขั้นวิกฤติทางเศรษฐกิจแล้วนะครับ และนักลงทุนทั่วโลกก็อยู่ในภาวะเสี่ยงสูงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

ปัญหาการเมืองที่อิตาลี อาร์เจนตินาและฮ่องกง

ปัญหาสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ

ปัญหาอิหร่านและเกาหลีเหนือ

รวมทั้งปัญหาการแยกตัวของอังกฤษออกจากยูโร??

ประเทศไทยเราโชคดี ที่ค่าเงินยังมั่นคง และยังสามารถกระตุ้นการหมุนเวียนของรายได้/รายจ่ายของประชาชน (ในขณะที่หนี้ครัวเรือนสูงเหลือเกินซึ่งคนไทยไม่รู้หรอกว่าชาติอื่นลำบากแค่ไหน?แต่เรายังมีกินมีใช้ เพราะเศรษฐกิจระดับบนยังไปได้

ถ้าวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลประสบผลสำเร็จ ก็ไม่ต้องห่วงว่า รัฐนาวาภายใต้การนำของบิ๊กตู่” จะแล่นฉิวจนติดลมบนแน่ๆ

แม้การเมืองในประเทศจะไม่นิ่งโดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของ “ขั้ว-ฝ่าย” พรรคฝ่ายค้านที่ยังตามขยี้ “บิ๊กตู่” และรัฐบาลด้วยประเด็นเก่าๆ ไม่เลิก แทนที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล แต่การเมืองโดยรวมก็ยังถือว่า “นิ่ง

ที่สำคัญ คือ เศรษฐกิจระดับบน (ยังไปได้ เศรษฐกิจโดยรวมก็ยังไปได้ เหลือเพียงรอผลลัพธ์จากแผนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลเท่านั้น หากวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจเเละหาวิธี “ปลดล็อก” ให้ธนาคารปล่อยกู้ที่สะดวกกว่านี้ มีหวังรัฐนาวา “ประยุทธ์ 2” วิ่งฉิวติดลมและอยู่ยาวครบสูตร5+4+4”

คนไทยไม่รู้หรอกว่า ชาติอื่นลำบากแค่ไหน?

มันเป็นจังซี่ตั๊ว

ครม.เปย์เก้าอี้ ตั้ง ขรก.การเมือง เด็ก พปชร.พรึบ รับเก้าอี้ปลอบใจ

ครม.แจกสะบัด ไฟเขียวแต่งตั้งข้าราชการการเมืองล็อต เด็กพรรคร่วมมากันเพียบ พาเหรดรับเก้าอี้ปลอบใจ

 

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันศุกร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.


 
 

“หากเราต้องการจะก้าวย่างไปข้างหน้าร่วมกัน โดยคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของเรา เราจะต้องพึงระลึกว่าคำตอบสำหรับการเจรจาที่ยากนั้น ไม่ใช่ด้วยการพูดคุยที่น้อยลง แต่เป็นการพูดคุยที่มากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่ายังคงมีอีกหลายอย่างที่ยังต้องทำ แต่การพัฒนาก้าวหน้ายังคงเกิดขึ้น”

นายชวน หลีกภัย

ประธานรัฐสภาและประธานสมัชชารัฐสภาอาเซียน

 

 

 

รัฐบาล “ประยุทธ์ 2” แจกสะบัด แจกเงินผู้มีรายได้น้อย เปย์งบประมาณช่วยภัยแล้ง อนุมัติเงินประกันรายได้ “ปาล์ม นํ้ามัน ข้าว 5 ชนิด” อีกหลายหมื่นล้าน...

คอลัมน์อยู่กับปัจจุบัน โดย พงษ์ศักดิ์ ศรีสด

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3501 วันที่ 1-4 กันยายน 2562


หน้าแรก / Columnist อยู่กับปัจจุบัน รัฐนาวา‘บิ๊กตู่’:take it for granted!!

รัฐนาวา‘บิ๊กตู่’:take it for granted!!

31 Aug 2019

รัฐบาล “ประยุทธ์ 2” แจกสะบัด แจกเงินผู้มีรายได้น้อย เปย์งบประมาณช่วยภัยแล้ง และล่าสุด ครม.อนุมัติเงินประกันรายได้ “ปาล์ม นํ้ามัน ข้าว ชนิด” เพิ่มอีก 3.4 หมื่นล้านบาท...ก็ดูสิว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะผลิดอกออกผลยังไง?

เพราะระบบเศรษฐกิจต้องมีการหมุนเวียนของรายได้และรายจ่ายของภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจเอกชน ภาครัฐทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตรงนี้คือหัวใจที่ “บิ๊กตู่” พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯ ต้องการให้พี่น้องชาวไทยทุกคนยึดเป็นจุดสำคัญ...

หมายความถึงการที่ประชาชนมีงานทำ มีรายได้นำมาใช้จ่ายในตลาดสินค้าและบริการ รวมทั้งจ่ายภาษีให้ภาครัฐ และหากมีเงินเหลือก็ออมในสถาบันการเงินหรือลงทุนในธุรกิจ ตลาดหลักทรัพย์ฯซื้อหุ้นและกองทุนต่างๆ

ภาคธุรกิจมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ โดยการนำเงินลงทุนจากสถาบันการเงินมาผลิตสินค้าและบริการ จ่ายดอกเบี้ย จ่ายค่าแรงจ่ายตลาดปัจจัยการผลิต อีกทั้งจ่ายภาษีรายได้ ภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ภาครัฐ ขณะที่ภาครัฐมีรายได้จากภาษีต่างๆ รัฐก็จะนำมาใช้จ่ายในการสร้างสาธารณูปโภค...

สนับสนุนการส่งเสริมการควบคุมให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจทำการสร้างรายได้เป็น “รายได้ประชาชาติ” ซึ่งสามารถวัดเป็น “ผลผลิตมวลรวมของประชาชาติ” หรือกล่าวง่ายๆ ว่า GDP (Gross Domestic Product) ซึ่งเป็นตัวเลขที่รวบรวมมาจากผลผลิตของภาคครัวเรือน ภาครัฐและภาคธุรกิจทั้งประเทศ มันเป็นการวัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย

แม้เหตุการณ์โลกและใกล้บ้านเรา รวมทั้งการเมืองในบ้านเราจะไม่เป็นใจมากนัก แต่ประเทศไทยก็โชคดี เนื่องจากความเคยสบายหลายๆ ด้าน เลย take it for granted ซึ่งต่างจากหลายประเทศ อาทิ เช่น อาร์เจนตินา ค่าเงินเปโซกำลังร่วงระนาว ค่าเงิน เวเนซุเอลา ตุรกี หยวน และอีกหลายประเทศกำลังผันผวนอย่างหนัก (ในขณะที่เงินบาทแข็งค่า)

การส่งออกของแทบทุกประเทศติดลบ เงินคงคลังติดลบ ดุลการค้าติดลบ ข้าวของราคาถูกลงเพราะขาดกำลังซื้อ เขาเรียกเงินฝืด (ของแพง = เงินเฟื้อสินค้าการเกษตรขาดแคลน ธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบ แต่ไทยกลับได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวอินเดีย จีนเป็นหลักในปัจจุบัน รวมทั้งได้เปรียบดุลการค้า และ fund flow จากต่างประเทศไหลเข้า

ขณะที่ค่าเงินและตลาดหุ้นอาร์เจนตินาร่วง ซึ่งมีผลโดยตรงต่อสหรัฐฯและทั้งทวีปอเมริกาเหนือและใต้ เพราะหุ้นตกวันเดียว 40% นี่!! ถือว่าบ้าไปแล้ว แต่ความตกใจของนักลงทุนต่างชาติก็ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนลงเพียงล็กน้อยเท่านั้น

โลกเราทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่าอยู่ในขั้นวิกฤติทางเศรษฐกิจแล้วนะครับ และนักลงทุนทั่วโลกก็อยู่ในภาวะเสี่ยงสูงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

ปัญหาการเมืองที่อิตาลี อาร์เจนตินาและฮ่องกง

ปัญหาสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ

ปัญหาอิหร่านและเกาหลีเหนือ

รวมทั้งปัญหาการแยกตัวของอังกฤษออกจากยูโร??

ประเทศไทยเราโชคดี ที่ค่าเงินยังมั่นคง และยังสามารถกระตุ้นการหมุนเวียนของรายได้/รายจ่ายของประชาชน (ในขณะที่หนี้ครัวเรือนสูงเหลือเกินซึ่งคนไทยไม่รู้หรอกว่าชาติอื่นลำบากแค่ไหน?แต่เรายังมีกินมีใช้ เพราะเศรษฐกิจระดับบนยังไปได้

ถ้าวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลประสบผลสำเร็จ ก็ไม่ต้องห่วงว่า รัฐนาวาภายใต้การนำของ“บิ๊กตู่” จะแล่นฉิวจนติดลมบนแน่ๆ

แม้การเมืองในประเทศจะไม่นิ่งโดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของ “ขั้ว-ฝ่าย” พรรคฝ่ายค้านที่ยังตามขยี้ “บิ๊กตู่” และรัฐบาลด้วยประเด็นเก่าๆ ไม่เลิก แทนที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล แต่การเมืองโดยรวมก็ยังถือว่า “นิ่ง

ที่สำคัญ คือ เศรษฐกิจระดับบน (ยังไปได้ เศรษฐกิจโดยรวมก็ยังไปได้ เหลือเพียงรอผลลัพธ์จากแผนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลเท่านั้น หากวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจเเละหาวิธี “ปลดล็อก” ให้ธนาคารปล่อยกู้ที่สะดวกกว่านี้ มีหวังรัฐนาวา “ประยุทธ์ 2” วิ่งฉิวติดลมและอยู่ยาวครบสูตร5+4+4”

คนไทยไม่รู้หรอกว่า ชาติอื่นลำบากแค่ไหน?

มันเป็นจังซี่ตั๊ว

ครม.เปย์เก้าอี้ ตั้ง ขรก.การเมือง เด็ก พปชร.พรึบ รับเก้าอี้ปลอบใจ

ครม.แจกสะบัด ไฟเขียวแต่งตั้งข้าราชการการเมืองล็อต เด็กพรรคร่วมมากันเพียบ พาเหรดรับเก้าอี้ปลอบใจ

รัฐบาล “ประยุทธ์ 2” แจกสะบัด แจกเงินผู้มีรายได้น้อย เปย์งบประมาณช่วยภัยแล้ง อนุมัติเงินประกันรายได้ “ปาล์ม นํ้ามัน ข้าว ชนิด” อีกหลายหมื่นล้าน...

คอลัมน์อยู่กับปัจจุบัน โดย พงษ์ศักดิ์ ศรีสด

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3501 วันที่ 1-4 กันยายน 2562


หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค การค้า - การเกษตร พาณิชย์เคาะข้าวเหนียวช่วยคนจนถุงละ70บาท

พาณิชย์เคาะข้าวเหนียวช่วยคนจนถุงละ70บาท

31 Aug 2019
 
พาณิชย์ ยืนยันขายข้าวเหนียวบรรจุถุงปลายสัปดาห์หน้า ขนาด 2 กิโลกรัมถุงละ 70 บาท 5 กิโลกรัม ถุงละ 160 บาท และเตรียมลงพื้นที่ติดตามการผลิตข้าวเหนียวบรรจุถุงสัปดาห์นี้

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่าจากปัญหาข้าวเหนียวราคาปรับตัวสูงขึ้น ในสัปดาห์นี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบการผลิตข้าวเหนียวบรรจุถุงที่จังหวัดปทุมธานี หลังกรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือไปยังสมาคมโรงสีและผู้ประกอบการ ในการจัดทำข้าวเหนียวบรรจุถุงขนาด 2 กิโลกรัม และ 5 กิโลกรัม เพื่อวางจำหน่ายให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกลุ่มผู้ใช้แรงงานในกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่

วิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน

วิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน

 

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะเข้าไปดูแลในส่วนของค่าจัดส่ง บรรจุภัณฑ์และค่าบริหารจัดการให้กับผู้ประกอบการเพื่อกระจายผลผลิตไปยังพื้นที่ต่างๆที่มีความต้องการ รวมถึงส่งไปยังร้านธงฟ้า ประชารัฐซึ่งคาดว่าจะสามารถจำหน่ายได้ในช่วงปลายสัปดาห์หน้าโดยกำหนดราคาจำหน่ายข้าวสารเหนียวบรรจุถุงขนาด 2 กิโลกรัมจะอยู่ที่ถุงละ 70 บาทและขนาด 5 กิโลกรัมราคาอยู่ที่ 160 บาท

ส่วนความคืบหน้าเรื่องการตรวจสต็อกข้าวสารเหนียวบรรจุถุง ขณะนี้ได้สั่งให้หน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าไปตรวจสต็อกทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการตรวจสอบซ้ำว่ามีผู้ค้าหรือโรงสีรายใดมีการกักตุนหรือไม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วนี้ สำหรับปริมาณสต็อกล่าสุดที่มีการรายงานจากทั่วประเทศ อยู่ที่กว่า 42,000 ตัน

ด้านนายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ระบุว่า โรงสีมีการรายงานสต็อกข้าวให้กับกรมการค้าภายในทุกเดือน ยืนยันว่าไม่มีการกักตุน ส่วนที่มีอยู่มีปริมาณไม่มากเพื่อขายให้กับลูกค้า หรือเป็นข้าวก้นยุ้ง เชื่อว่าสถานการณ์ข้าวเหนียวจะคลี่คลายลงหลังผลผลิตข้าวเหนียวนาปีออกสู่ตลาดมากในปลายเดือนกันยายนนี้

 


หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค อุตสาหกรรม อุ้ม4ยักษ์พลังงาน ‘สนธิรัตน์’ปลดล็อกค่าโง่รื้อแท่นขุดเจาะแสนล้าน

อุ้ม4ยักษ์พลังงาน ‘สนธิรัตน์’ปลดล็อกค่าโง่รื้อแท่นขุดเจาะแสนล้าน

31 Aug 2019
 

“สนธิรัตน์” ยอมถอย เล็งแก้ไขกฎกระทรวง รื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียม ปลดล็อกวางเงินหลักประกันกว่า 1 แสนล้าน หวั่น 4 บริษัทยักษ์ใหญ่พลังงานยื่นฟ้องอนุญาโตตุลาการกระทบการผลิต ก๊าซสะดุด ผู้รับสัมปทานจี้เจรจาหาทางออก

ใกล้ถึงเส้นตายมาทุกขณะที่ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมในแหล่งเอราวัณ ดำเนินงานโดยบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และมิตซุย ออยล์ เอ็กซโปลเรชั่น และแหล่งบงกช ดำเนินงานโดยบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริษัท โททาล อี แอนด์ พี ไทยแลนด์ฯจะต้องวางหลักประกันค่ารื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมกลางอ่าวไทย หลังหมดสัญญาสัมปทานปี 2565-2566 รวมจำนวนกว่า 300 แท่น หรือคิดเป็นมูลค่ารวมราว 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะครบในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 หรือเหลือเวลากว่า 40 วัน หลังจากที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้ส่งหนังสือถึงผู้รับสัมปทานจะต้องวางหลักประกันค่ารื้อถอนเต็มจำนวนเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ไม่วางประกันเต็มจำนวน

ทั้งนี้ ในกฎกระทรวง เรื่อง กําหนดแผนงาน ประมาณการค่าใช้จ่ายและหลักประกันในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม พ.ศ. 2559 ระบุไว้ว่า หากผู้รับสัมปทานไม่ดำเนินการวางหลักประกันเต็มจำนวนที่แจ้งไป ภายในระยะเวลาที่กำหนดจะต้องเสียเงินเพิ่มอีก 2% ต่อเดือนของจํานวนหลักประกันที่ต้องวาง ซึ่งทางผู้รับสัมปทานเห็นว่า ไม่เป็นการยุติธรรม เนื่องจากแท่นผลิตปิโตรเลียมที่ส่งมอบคืนรัฐไปทั้งหมด แต่รัฐนำไปใช้ประโยชน์ต่อเกือบครึ่งหนึ่ง จึงไม่สมควรที่จะต้องรับผิดชอบในส่วนนี้

อีกทั้ง กฎกระทรวงที่ออกมาปี 2559 เป็นการกำหนดรายละเอียดออกมาภายหลัง ซึ่งไม่มีอยู่ในสัญญาสัมปทานปี 2515 ทั้งการวางหลักประกันเต็มจำนวน และการนำแท่นปิโตรเลียมไปใช้ประโยชร์ต่อ ดังนั้น หลักเกณฑ์ที่ออกมาจึงไม่มีผลย้อนหลัง โดยผู้รับสัมปทานจะจ่ายค่ารื้อถอนหรือวางหลักประกันเฉพาะที่รัฐไม่นำแท่นไปใช้ประโยชน์เท่านั้น และหากภาครัฐยังยืนยันเช่นเดิม ก็จะส่งเรื่องดังกล่าวให้อนุญาโต ตุลาการพิจารณา ก่อนที่จะครบกำหนดในการวางหลักประกันวันที่ 10 ตุลาคมนี้ ซึ่งหมายความว่าจะมีผลไปถึงการส่งมอบทรัพย์สินของผู้รับสัมปทานให้กับรัฐยืดเยื้อออกไป และไม่สามารถนำแท่นที่ส่งมอบนำไปใช้ประโยชน์หลังปี 2565-2566 ได้ และจะมีผลต่อการผลิตปิโตรเลียมสะดุดลง กระทบต่อการจัดหาก๊าซในประเทศ

 

เล็งแก้กฎกระทรวงใหม่

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวกระทรวงพลังงานได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้แล้ว มีนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ที่จะมาพิจารณาข้อกฎหมายที่แต่ละฝ่ายมีการตีความที่แตกต่างกัน รวมถึงการเจรจาให้ได้ข้อยุติเพื่อไม่ให้นำไปสู่กระบวน การฟ้องร้องต่ออนุญาโตตุลาการ และให้การผลิตปิโตรเลียมช่วงรอยต่อมีความต่อเนื่อง และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ

ส่วนวิธีการจะดำเนินงานอย่างไรนั้น คณะทำงานต้องไปพิจารณาเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ จะเป็นการแก้ไขกฎกระทรวงในหลายข้อ ที่เป็นปัญหา ให้ได้ข้อยุติ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา หรือการเปิดเจรจากับผู้รับสัมปทาน เพื่อให้ได้ข้อยุติที่ 2 ฝ่ายยอมรับได้ ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ยังมีเวลาพอก่อนที่จะครบกำหนดในการวางหลักประกันการรื้อถอนในเดือนตุลาคม 2562


กฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง

แหล่งข่าวจากวงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมีหนังสือแจ้งให้มาวางหลักประกันค่ารื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมเต็มจำนวน ที่ต้องส่งมอบคืนรัฐ ถึงวันนี้กว่า 70 วัน ยังไม่มีการนัดหารือหรือเจรจาหาทางออกในเรื่องนี้แต่อย่างใด ทางผู้รับสัมปทานยืนยันแล้วว่า จะไม่ยอมวางหลักประกันเต็มจำนวน เพราะรัฐนำแท่นไปใช้ประโยชน์ต่อ ก็ควรให้ผู้ใช้ประโยชน์จากแท่นรับภาระแทน และกฎกระทรวงที่ออกมาปี 2559 เป็นการกำหนดรายละเอียดมาภายหลัง ซึ่งไม่มีกำหนดไว้ในสัญญาสัมปทานที่ทำไว้ปี 2515 ระบุไว้เพียง หากรัฐไม่นำไปใช้ประโยชน์ทางผู้รับสัมปทานจะทำการรื้อถอนให้ทั้งหมดตามหน้าที่ ไม่มีการวางหลักประกัน ที่เป็นปัญหาเพราะออกกฎหมายมาบังคับใช้ย้อนหลัง และที่ผ่านมาผู้รับสัมปทานได้มีการหารือกับภาครัฐไปแล้ว ก่อนที่กฎกระทรวงจะมีผลใช้บังคับ แต่ภาครัฐก็ไม่สนใจ

 

จี้เร่งเจรจาหยุดเส้นตาย

อีกทั้ง วันนี้เองภาครัฐก็ยังไม่ทราบว่าจำนวนแท่นที่ส่งมอบคืนให้กับรัฐไปจะนำไปใช้ประโยชน์จำนวนกี่แท่น ไม่มีความชัดเจน และพยายามจะให้ผู้รับสัมปทานวางหลักประกันค่ารื้อถอนทั้งหมดจึงไม่ถูกต้อง เพราะเป็นเม็ดเงินมหาศาล และเป็นภาระด้านการเงิน อีกทั้ง จะต้องใช้เงินเป็นค่ารื้อถอนอีกส่วนหนึ่งด้วย

“มองว่ารัฐต้องหาวิธีการหยุดเวลา ไม่ให้เส้นตายที่กำหนดมาเป็นเงื่อนไขในการหาทางออกร่วมกัน ซึ่งการแก้ไขกฎกระทรวงก็เป็นแนวทางหนึ่ง แต่จะทันระยะเวลาที่เหลือกว่า 40 วันหรือไม่ เพราะต้องผ่านการพิจารณาหลายขั้นตอน หรือจะส่งหนังสือขอแก้ไขในรายละเอียด ของหนังสือที่แจ้งไปก่อนหน้านี้ใหม่ หรือการทำข้อตกลงร่วมกัน(เอ็มโอยู) ที่จะมาหาทางออกเรื่องนี้ ก็เป็นแนวทางที่ทำได้”

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลัง งานครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 2-6 กันยายนนี้ จะมีเวทีการประชุมทวิภาคีระหว่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ซึ่งกระทรวงพลังงานจะเปิดโอกาสให้ผู้นำระดับรัฐมนตรีพลังงานและเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนได้พบปะเจรจาระหว่าง โดยมีวาระที่นายสินธิรัตน์ จะพบปะและหารือกับระดับรัฐมนตรีของสหรัฐอเมริกา ที่คาดว่าจะมีประเด็นเรื่องค่ารื้อถอนของบริษัทเชฟรอนฯหารือในครั้งนี้ด้วย หลังจากเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางสภานักธุรกิจอาเซียน-สหรัฐ หรือ US-ABC นำโดยบริษัท เชฟรอน คอร์ปอเรชั่นฯ นำคณะได้หารือกับนายสินธิรัตน์ ไปก่อนหน้านี้แล้ว 

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3501 วันที่ 1-4 กันยายน 2562

 

..........................................................

31 สิงหาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน