*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3545879
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 467 , 14:34:24 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

 

learning english with voa news: Sunday, September 1, 2019

สวัสดีครับ

         คนฮ่องกงที่กำลังประท้วงรฐบาลอยู่ขณะนี้ แสดงความใจเด็ดดี่ยวแบบตายก็ยอม แล้วเหตุการณ์ก็บานปลายเป็นการเผาบ้าน

เผาเมืองขึ้นแล้ว จึงออกจะแน่ใจว่าคงจะมีการบาดเจ็บล้มตายเกิดตามมเป็นแน่

 

 

ฮ่องกงลุกเป็นไฟ! ผู้ชุมนุมปะทะเดือด'จุดไฟเผา-ปาระเบิดขวด'

ฮ่องกงลุกเป็นไฟ! ผู้ชุมนุมปะทะเดือด'จุดไฟเผา-ปาระเบิดขวด'

วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.07 น.
 
1 ก.ย.62 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุประท้วงรัฐบาลฮ่องกงและอิทธิพลทางการจีนในฮ่องกง เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (31 ส.ค.) ได้ยกระดับความรุนแรงดุเดือดขึ้นอีกครั้ง หลังจากการชุมนุมยังยืดเยื้อต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 13 กลุ่มผู้

การปะทะเริ่มตั้งแต่ช่วงเย็น ราว 17.30 น. เจ้าหน้าที่หน่วยยุทธการพิเศษ “แร็พเตอร์” กระจายกำลังจัดการกับผู้ประท้วงฮาร์ดคอร์ ส่วนรถปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเป็นน้ำสีฟ้าเข้าใส่ผู้ประท้วงที่พยายามใช้ระเบิดเพลิง โดยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ประท้วงเอาไว้ได้ส่วนหนึ่ง ก่อนจะถูกนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมประท้วงฮ่องกงยังคงเดินหน้าต่อไป แม้ว่ากลุ่มแนวร่วมพลเมืองสิทธิมนุษยชน ผู้จัดการชุมนุมต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีน จะได้ประกาศยกเลิกการชุมนุมไปแล้ว อีกทั้งนักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยชื่อดัง รวมทั้ง นายโจชัว หว่อง จะถูกจับกุมตัวไปดำเนินคดี แต่กลุ่มผู้ประท้วงที่มีคนรุ่นใหม่ก็ยังคงเคลื่อนไหวต่อ

 
 
 
 
 
 
เปิดคะแนน25ตัวชี้วัดดัชนีการเมืองไทย ‘ราคาสินค้า-แก้ยากจน’บ๊วย

เปิดคะแนน25ตัวชี้วัดดัชนีการเมืองไทย ‘ราคาสินค้า-แก้ยากจน’บ๊วย

วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562, 09.45 น.
 
เปิดคะแนน25ตัวชี้วัดดัชนีการเมืองไทย ‘ราคาสินค้า-แก้ยากจน’บ๊วย

1 กันยายน 2562 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ดำเนินการสำรวจ “ดัชนีการเมืองไทย” โดยมีตัวชี้วัดรวม 25 ประเด็น ทั้งการบริหารงานของรัฐบาล ฝ่ายค้าน ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน บทบาทสื่อมวลชนและอื่นๆ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่จะบอกได้ว่าการเมืองไทย “ดีขึ้น แย่ลง หรือเหมือนเดิม” โดยให้คะแนนเต็ม 10 และหาค่าเฉลี่ย ( ) ภาพรวมของการเมืองไทยออกมา ซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้ ได้สำรวจดัชนีการเมืองไทยครั้งแรกนับตั้งแต่ “รัฐบาลประยุทธ์ 2” แถลงนโยบายเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 และจะดำเนินการสำรวจประชาชนทั่วประเทศทุกเดือน เพื่อเปรียบเทียบเดือนต่อเดือน เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน

1.จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ “ดัชนีการเมืองไทย เดือนสิงหาคม 2562”

โดยมีตัวชี้วัดทั้งหมด 25 ประเด็น ภาพรวมคะแนนเต็ม 10 ได้ 4.51 คะแนน

2.ประชาชนให้คะแนนดัชนีการเมืองไทย โดยจำแนกตามภูมิภาค ดังนี้

1.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4.88

2.ภาคกลาง 4.68

3.กรุงเทพมหานคร 4.55

4.ภาคใต้ 4.10

5.ภาคเหนือ 3.81

3.ประชาชนให้คะแนนดัชนีการเมืองไทย โดยจำแนกตามรายละเอียด 25 ตัวชี้วัด(คะแนนเต็ม 10) ดังนี้

1.การปฏิบัติงานของฝ่ายค้าน 5.92

2.ข่าวสารที่เผยแพร่จากสื่อต่างๆให้ประชาชนได้รับรู้ 5.28

3.จริยธรรม /วัฒนธรรมของคนในชาติ 5.08

4.ความสามัคคีของคนในชาติ 4.91

5.การจัดการศึกษาสำหรับประชาชน 4.90

6.การดำเนินงานของพรรคการเมืองโดยภาพรวม 4.72

7.ความมั่นคงของประเทศ /การก่อการร้าย 4.70

8.ผลงานของนายกรัฐมนตรี 4.63

9.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 4.62

10.การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า 4.60

11.การมีส่วนร่วมของประชาชนและองค์กรอิสระ 4.57

12.ผลงานของรัฐบาล 4.56

13.การบริหารประเทศตามนโยบายที่ประกาศไว้ 4.49

14.สภาพของสังคมโดยรวม 4.47

15.การแก้ปัญหาต่างๆของรัฐบาลในภาพรวม 4.38

16.การแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล 4.23

17.ความเป็นอยู่ของประชาชน 4.19

18.การปฏิบัติตนของนักการเมือง /ความสามัคคีของนักการเมือง 4.09

18.สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวม 4.09

18.การแก้ปัญหายาเสพติด 4.09

21.ค่าครองชีพ /เงินเดือน /ค่าจ้าง /สวัสดิการ 4.08

22.การแก้ปัญหาคอรัปชั่น 4.01

22.การแก้ปัญหาการว่างงาน 4.01

24.การแก้ปัญหาความยากจน 3.91

25.ราคาสินค้า 3.86

 
 
นายกฯสั่งทุกหน่วยเกาะติดสถานการณ์ บูรณการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ‘โพดุล’

นายกฯสั่งทุกหน่วยเกาะติดสถานการณ์ บูรณการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ‘โพดุล’

วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562, 11.00 น.
 
นายกฯสั่งทุกหน่วยเกาะติดสถานการณ์ บูรณการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ‘โพดุล’
 
1 กันยายน 2562 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันจากพายุโพดุลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งกำกับดูแลการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั้ง 16 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา จนขณะนี้ได้รับรายงานว่าสถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำได้ลดลงในเกือบทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจากนี้จะต้องเร่งสำรวจความเสียหายทั้งอาคาร บ้านเรือน และพื้นที่เกษตรกรรม โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณการร่วมกัน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเสียหายและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึง และทันเวลา
 
“นายกฯ ยังได้ย้ำขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป และขอประชาชนที่ได้รับความเสียหาย และยังไม่ได้รับความช่วยเหลือติดต่อได้ที่ สายด่วน 1784 ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง” นางนฤมล กล่าว
 
 
 
ปภ.รายงานมี24จังหวัดได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน'โพดุล'

ปภ.รายงานมี24จังหวัดได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน'โพดุล'

วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562, 09.58 น.
 
ปภ.รายงานมีจังหวัดได้รับผลกระทบจากจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “โพดุล” 24 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 15 จังหวัด พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยโดยเร็ว

1 ส.ค.62 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานอิทธิพลพายุโซนร้อน "โพดุล" ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2562 - ปัจจุบัน ทำให้เกิดน้ำสถานการณ์ภัยในพื้นที่ 24 จังหวัด รวม 64 อำเภอ 148 ตำบล 356 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 3,663 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 15 จังหวัด ได้แก่ แพร่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ พิจิตร เชียงใหม่ อำนาจเจริญ ชัยภูมิ มุกดาหาร ยโสธร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง พร้อมระบายน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลพายุโซนร้อน "โพดุล" ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29สิงหาคม 2562 - ปัจจุบัน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ ในพื้นที่ 24 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ กระบี่ ปราจีนบุรี แพร่ นครพนม เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ระนอง เพชรบูรณ์ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์ น่าน ตราด มุกดาหาร อุตรดิตถ์ ชัยภูมิ สุรินทร์ พิษณุโลก พิจิตร และแม่ฮ่องสอน รวม 64 อำเภอ 148 ตำบล 356 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,663 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย (อุบลราชธานี) ผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน (ชัยภูมิ) ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 15 จังหวัด ได้แก่ แพร่ น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอร้องกวาง และอำเภอลอง รวม 5 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 35 ครัวเรือน 

เพชรบูรณ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชนแดน อำเภอวังโป่ง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ อำเภอหนองไผ่ และอำเภอเขาค้อ รวม 9 ตำบล 25 หมู่บ้าน ประชาชนอพยพ 140 คน พิษณุโลก น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเนินมะปราง อำเภอวังทอง อำเภอนครไทย และอำเภอชาติตระการ รวม 13 ตำบล 73 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,510 ครัวเรือน 

อุตรดิตถ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอน้ำปาด อำเภอท่าปลา และอำเภอฟากท่า รวม 5 ตำบล 23 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 107 ครัวเรือน พิจิตร น้ำไหลหลากข้าท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสามง่าม อำเภอทับคล้อ อำเภอวังทรายพูน และอำเภอสากเหล็ก รวม 7 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 10 ครัวเรือน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม เชียงใหม่ เกิดน้ำไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอฮอด อำเภออมก๋อย อำเภอแม่แจ่ม และอำเภอจอมทอง รวม 6 ตำบล 16 หมู่บ้าน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม อำนาจเจริญ น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหัวตะพาน และอำเภอเมืองอำนาจเจริญ รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 65 ครัวเรือน 

ชัยภูมิ น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองชัยภูมิ และอำเภอแก้งคร้อ รวม 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5 ครัวเรือน ผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน มุกดาหาร เกิดน้ำไหลหลากและวาตภัยในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอดงหลวง อำเภอหนองสูง อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดอนตาล อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอคำชะอี รวม 32 ตำบล 33 หมู่บ้าน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย ยโสธร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอป่าติ้ว รวม 4 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 847 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 5,080 ไร่ ขอนแก่น น้ำจากลำห้วยจิ หลากเข้าท่วมในพื้นที่ตำบลบ้านไผ่ และตำบลในเมือง อำเภอบ้านไผ่ ประชาชนอพยพ 516 คน 

กาฬสินธุ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอห้วยเม็ก และอำเภอหนองกุงศรี รวม 8 ตำบล 31 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 410 ครัวเรือน อุบลราชธานี น้ำไหลหลาก เข้าท่วมในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอน้ำขุ่น อำเภอน้ำยืน อำเภอเมืองอุบลราชธานี อำเภอกุดข้าวปุ้น อำเภอเขื่องใน อำเภอเขมราฐ อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอตระการพืชผล และอำเภอโขงเจียม รวม 18 ตำบล 46 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 798 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย ร้อยเอ็ด น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสลภูมิ อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอเมยวดี และอำเภอเมืองร้อยเอ็ด รวม 12 ตำบล 38 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 4,110 ไร่ มหาสารคาม น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอเมืองมหาสารคาม ประชาชนได้รับผลกระทบ 40 ครัวเรือน

โดยสถานการณ์ภาพรวมปัจจุบันทุกพื้นที่ระดับน้ำลดลง ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้หลายพื้นที่ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ปภ.จึงขอฝากเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 
 
แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
“ทั้งสองฝ่ายต้องนำความจริงมาพูดกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เดียวที่รู้ข้อมูลทั้งหมดได้ดีที่สุด การอภิปรายครั้งนี้จะเป็นบททดสอบการทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และเชื่อว่าเวลาจะพิสูจน์ทุกสิ่ง ความจริงจะพิสูจน์ทุกอย่าง”

นายเทพไท เสนพงศ์

สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์

กษ.เร่งสำรวจผลกระทบ‘โพดุล’ เตรียมช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,113 บาท

กษ.เร่งสำรวจผลกระทบ‘โพดุล’ เตรียมช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,113 บาท

วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562, 10.37 น.
 
กษ.เร่งสำรวจผลกระทบ‘โพดุล’ เตรียมช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,113 บาท

1 กันยายน 2562 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมชลประทานเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังทั้งในพื้นที่เกษตร พื้นที่ชุมชน และพื้นที่เศรษฐกิจ และได้รับรายงานจากนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ว่า จากพื้นที่ประสบอุทกภัย 19 จังหวัดนั้น ในส่วนของจังหวัดนครราชสีมาเข้าสู่สถานการณ์ปกติแล้ว ทั้งนี้ยังคงระดมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถขุด พร้อมเจ้าหน้าที่จำนวนมากเข้าไปคลี่คลายปัญหาโดยเร่งด่วน

นอกจากนี้ นายเฉลิมชัยได้สั่งการกรมส่งเสริมการเกษตรให้เตรียมเข้าสำรวจความเสียหายพื้นที่เกษตรทันทีหลังน้ำลด โดยนายสำราญ สารบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร รายงานว่า มอบหมายให้เกษตรจังหวัดทุกจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากพายุโพดุล โดยเฉพาะพื้นที่ได้รับผลกระทบ 44 จังหวัด ภาคเหนือ กลาง อีสาน และใต้ ขณะนี้เกษตรอำเภอและเกษตรจังหวัดได้ออกเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตร ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการดูแลข้าว พืชไร่ ไม้ผล เพราะช่วงนี้ บางพื้นที่เป็นช่วงเก็บเกี่ยวจึงต้องเตรียมช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากนี้ได้เตรียมการให้ผลิตชีวภัณฑ์ เช่น ไตรโคเดอร์มาเพื่อเตรียมแจกจ่ายช่วยเหลือเกษตรกรหลังน้ำลดทันที หลังน้ำลดสารชีวภัณฑ์จะสามารถช่วยลดผลกระทบจากโรคพืชที่มากับน้ำได้

สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ จะจ่ายให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้ก่อนเกิดภัย จ่ายเงินช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่จริงที่ได้รับความเสียหาย รายละไม่เกิน 30 ไร่ ซึ่งกำหนดให้นาข้าวได้รับอัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ได้รับอัตราไร่ละ 1,148 บาท และพืชสวนและอื่นๆได้รับอัตราไร่ละ 1,690 บาท ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556

แกนนำพปชร.กำชับส.ส.เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจาก‘โพดุล’เต็มที่

แกนนำพปชร.กำชับส.ส.เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจาก‘โพดุล’เต็มที่

วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.24 น.
 
แกนนำพปชร.กำชับส.ส.เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจาก‘โพดุล’เต็มที่

1 กันยายน 2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุโพดุล โดยแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ได้ประสานงานให้ ส.ส.ในพื้นที่เร่งเข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เบื้องต้นมีรายงานว่ามีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 19 จังหวัด บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 1,665 ครัวเรือน

นายธนกร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้ทุกหน่วยงานเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเข้าไปฟื้นฟูพื้นที่ ที่น้ำลดลงแล้วด้วย โดยเฉพาะบ้านเรือนที่เสียหายจากน้ำท่วม นอกจากนี้ ในส่วนของพืชผลทางการเกษตรที่เสียหายนั้น รัฐบาลก็เร่งดำเนินการสำรวจและช่วยเหลือเต็มที่ อย่างไรก็ตามอยากฝากไปยังพี่น้องประชาชนให้เตรียมรับมือให้ดี โดยติดตามข่าวสารจากทางราชการ เพราะทราบว่ายังมีพายุที่จะพัดผ่านประเทศไทยอีก

 

 

 

 
หน้าแรก / World / เปิดคลิป “ฮ่องกงเดือด” ตร.ไล่ทุบม็อบในรถไฟใต้ดิน

เปิดคลิป “ฮ่องกงเดือด” ตร.ไล่ทุบม็อบในรถไฟใต้ดิน

01 Sep 2019

เปิดคลิป “ฮ่องกงเดือด” ตร.ไล่ทุบม็อบในรถไฟใต้ดิน

สถานการณ์การสลายการชุมนุมที่ฮ่องกง ช่วงคืนวานนี้ หลังจากที่ผู้ประท้วงในฮ่องกง รุมขว้างระเบิดขวดถล่มสำนักงานใหญ่ของรัฐบาล และจุดไฟเผาสิ่งของบนท้องถนนเมื่อ กลุ่มผู้ประท้วงได้เดินทางกลับโดยใช้เส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่ตำรวจได้บุกรถใต้ดินและปะทะผู้โดยสาร รุมตีผู้ประท้วงด้วยกระบองและพ่นสเปรย์พริกไทย

โดยทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อว่า “RT_com” รายงานด้วยคลิปวินาทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมและสลายการชุมนุมในสถานีรถไฟใต้ดิน เช่นเดียวกับสื่อหลายสำนักอาทิ สถานีโทรทัศน์ TVBหนังสือพิมพ์ The Guardian รอยเตอร์ ฯ รายงานภาพการเข้าสลายการชุมนุมด้วยล้อมจับ ตำรวจใช้กระบองตีเข้าที่ผู้ประท้วงที่อยู่ในขบวนรถและบนชานชาลาสถานีรถไฟใต้ดินปรินซ์เอ็ดเวิร์ด และไล่ต้อนผู้โดยสารไปที่ปลายด้านหนึ่งของขบวนรถไฟจนต้องใช้ร่มป้องกันตัวเอง ขณะที่ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้โดยสารในรถทุกคนเป็นผู้ประท้วงหรือไม่ ฝ่ายตำรวจกล่าวว่าเข้าไปในสถานีเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิด หลังจากผู้ประท้วงทำร้ายผู้อื่นและทำให้ทรัพย์สินเสียหาย โดยการประท้วงเมื่อวันเสาร์ยังไม่ได้รับอนุญาตจากตำรวจอีกด้วย 

เครดิตที่มารูป/คลิป : ทวิตเตอร์ RT_COM

 

หน้าแรก / ข่าวทั่วไป / ผลโพล76% มั่นใจ "พ่อค้าคนกลาง" ได้ประโยชน์จากข้าวเหนียวแพง

ผลโพล76% มั่นใจ "พ่อค้าคนกลาง" ได้ประโยชน์จากข้าวเหนียวแพง

01 Sep 2019
อ่าน 149 ครั้ง
32

"นิด้าโพล" เปิดเผยผลสำรวจกรณี "ข้าวเหนียวแพง" พบ 76.48% เชื่อว่า "พ่อค้าคนกลางได้ประโยชน์"

วันนี้(1ก.ย.) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “ข้าวเหนียวแพง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 29 –30 สิงหาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,272 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับราคาข้าวเหนียวที่แพงขึ้นในเวลานี้ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” วิธีสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ 95%

จากการสำรวจเมื่อถามถึงความถี่ในการรับประทานข้าวเหนียวของประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่ 54.09 % ระบุว่า รับประทานข้าวเหนียวบ้าง แล้วแต่โอกาส รองลงมา 26.02 % ระบุว่า รับประทานข้าวเหนียวเป็นประจำ (ทุกมื้อ/เกือบทุกมื้อ) 9.91% ระบุว่า รับประทานข้าวเหนียวอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง 7.23% ระบุว่า รับประทานข้าวเหนียวค่อนข้างบ่อย (อาทิตย์ละ 7 – 10 มื้อ) และ 2.75% ระบุว่า ไม่รับประทานข้าวเหนียวเลย

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อสาเหตุของราคาข้าวเหนียวที่แพงขึ้นในเวลานี้ (เฉพาะผู้ที่รับประทานข้าวเหนียว) พบว่า ส่วนใหญ่ 47.62% ระบุว่า ภาวะภัยแล้งทำให้ข้าวเหนียวมีราคาสูง รองลงมา 27.57% ระบุว่า มีการกักตุนโดยพ่อค้าคนกลาง/โรงสี 19.32% ระบุว่า เป็นการปั่นราคาของพ่อค้าคนกลาง/เจ้าของโรงสี 17.14% ระบุว่า ปริมาณข้าวเหนียวในตลาดมีน้อยมาก ในขณะที่ความต้องการบริโภคมีสูง 14.87% ระบุว่า ชาวนาหันไปปลูกข้าวหอมมะลิแทน เนื่องจากได้ราคาดีกว่า 7.36% ระบุว่า ข้าวในสต็อกเหลือน้อย      3.56%ระบุว่า เป็นการสมคบคิดกันเพื่อจะได้นำเข้าจากเพื่อนบ้าน 1.21% ระบุอื่น ๆ ได้แก่ การบริหารงานและการจัดการที่ผิดพลาดของรัฐบาล เศรษฐกิจไม่ดี ค่าขนส่งแพง และส่งออกเยอะเกินไป ขณะที่บางส่วนระบุว่า ราคาอุปกรณ์ทางการเกษตรมีราคาสูง และ 6.55% ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ 

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อผู้ที่ได้ประโยชน์จากการที่ข้าวเหนียวมีราคาแพงขึ้น (เฉพาะผู้ที่รับประทานข้าวเหนียว) พบว่า ส่วนใหญ่ 76.48% ระบุว่า เป็นพ่อค้าคนกลาง รองลงมา 20.21% ระบุว่า เป็นโรงสี 10.99% ระบุว่า เป็นผู้นำเข้า/ส่งออกข้าว 4.61% ระบุว่า เป็นชาวนา 4.45% ระบุว่า เป็นพ่อค้า/แม่ค้าขายอาหารที่มีข้าวเหนียวเป็นส่วนประกอบ (เช่นข้าวเหนียวหมูปิ้ง เป็นต้น) 2.83% ระบุว่า ไม่มีใครได้ประโยชน์ และ 3.23% ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ          

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความต้องการของประชาชนต่อพ่อค้า/แม่ค้าขายอาหารที่มีข้าวเหนียวเป็นส่วนประกอบ (เฉพาะผู้ที่รับประทานข้าวเหนียว) พบว่า ส่วนใหญ่ 35.73% ระบุว่า ลดปริมาณข้าวเหนียว แต่ราคาเดิม รองลงมา 29.11% ระบุว่า ยอมกำไรน้อย/ไม่มีกำไร เพื่อลูกค้า โดยให้ปริมาณข้าวเหนียวคงเดิมและราคาเดิม 15.44% ระบุว่า เพิ่มทั้งราคาและปริมาณข้าวเหนียว 14.63% ระบุว่า ปริมาณข้าวเหนียวคงเดิม แต่เพิ่มราคา และ 5.09%ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ


 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน