*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5530
  • จำนวนผู้ชม : 3342181
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 5 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 281 , 10:49:25 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         มีส.ส.ถึง 64 คน เกี่ยวพันกับการถือหุ้นสื่อนับว่ามิใช่น้อยเลย สื่อบอกว่า : จะว่าไปแล้ว ปฐมเหตุที่ไปที่มาของพิษปมถือ'หุ้นสื่อ'

นี้ ล้วนเป็นฝีมือการวางระเบิดของบรรดา"นักการเมือง"ด้วยกันเอง แต่เป็นคนละพวกทั้งสิ้น ที่นำเอาประเด็นนี้มาเล่นเกมฟาดฟันกัน

ทางการเมือง ชนิดที่เรียกว่า หนามยอกเอาหนามบ่ง ทีเองข้าไม่ว่า แต่ทีข้าเองอย่าโวย อะไรประมาณนั้น ... นับเป็นความไม่สร้างสรรค์

อีกจุดหนึ่งของการเมืองไทยนะครับ ถ้าต้องถึงกับเลือกตั้งกันใหม่ก็เดือดร้อนเงินภาษีอากรของเราอีก จำได้ว่า ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

บอกว่า ประชาธิปไตยเป็นเรื่องสิ้นเปลืองครับ

         นึกขึ้นมาได้อีกเรื่อง คือ ถ้ารัฐสภาก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ร.ร.ต่างๆน่าจะผลัดเปลี่ยนกันพาเด็กๆเข้าชมการประชุมสภากันบ้าง

'ลุงชวน' ก็คงอยากเห็นเด็กไทยสนใจการเมืองอยู่แล้ว จึงอนุญาตพร้อมอำนวยความสะดวกเป็นแน่ แล้วอย่าลืมขออนุญาตเลขาธิการ

รัฐสภาตามระเบียบเสียก่อน

 

 

จับตา'64 ส.ส.'ฝ่ายค้าน-รัฐบาล กลุ่มเสี่ยง'ตายตกตามกัน'เซ่นปมถือหุ้นสื่อ

จับตา'64 ส.ส.'ฝ่ายค้าน-รัฐบาล กลุ่มเสี่ยง'ตายตกตามกัน'เซ่นปมถือหุ้นสื่อ

วันพุธ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2562, 17.04 น.
 
พลันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องกรณีส.ส.จำนวน 32 ราย จาก 5 พรรคฝ่ายค้าน เข้าข่ายเป็นเจ้าของหรือเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ อันขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98(3)นั้น

แม้ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีมติให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ส.ส.เป็นการชั่วคราวด้วย แต่อย่างน้อยมติดังกล่าว ก็น่าจะทำให้ส.ส.ฝ่ายค้านทั้ง 32 คน เกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัวกินไม่ได้นอนไม่หลับไปอีกหลายวัน โดยรายชื่อส.ส.ฝ่ายค้านทั้ง 32 คนประกอบด้วย

พรรคอนาคตใหม่ จำนวน 20 คน คือ 1.พล.ท.พงศกร รอดชมภู 2.นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ 3.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ 4.นายสุรชัย ศรีสารคาม 5.นายชำนาญ จันทร์เรือง 6.นายวินท์ สุธีรชัย 7.นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ 8.นายคารม พลพรกลาง 9.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง 10. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล 11.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 12.นายวิภพ วิริยะโรจน์ 13.น.ส.เบญจา แสงจันทร์ 14.นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ซึ่งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด 15.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. 16.น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี 17.. น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม 18.นายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา 19. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก และ 20.น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม.

พรรคเพื่อไทย จำนวน 4 คน ได้แก่ 1.นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย 2.นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 3.นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ และ 4.นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์

พรรคเพื่อชาติ จำนวน 4 คน เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ได้แก่ 1.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ 2.นางลินดา เชิดชัย 3.น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช และ 4.นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล

พรรคเสรีรวมไทย จำนวน 3 คน เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ได้แก่ 1.พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส 2.น.ส.ธนพร โสมทองแดง และ 3.น.ส.พัชนี เพ็ชรจินดา และพรรคประชาชาติ อีก 1 ราย คือ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

จะว่าไปแล้ว ปฐมเหตุที่ไปที่มาของพิษปมถือ'หุ้นสื่อ'นี้ ล้วนเป็นฝีมือการวางระเบิดของบรรดา"นักการเมือง"ด้วยกันเอง แต่เป็นคนละพวกทั้งสิ้น ที่นำเอาประเด็นนี้มาเล่นเกมฟาดฟันกันทางการเมือง ชนิดที่เรียกว่า หนามยอกเอาหนามบ่ง ทีเองข้าไม่ว่า แต่ทีข้าเองอย่าโวย อะไรประมาณนั้น

เริ่มต้นจากเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ยื่นรายชื่อ 41 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต่อประธานสภาผู้แทนราษฏรเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีถือครองหุ้นสื่อว่า เข้าข่ายขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง ส.ส. หรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3)

ต่อมาวันที่ 12 มิถุนายน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร ได้ลงนามในหนังสือที่ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตามคำร้องของส.ส.พรรคอนาคตใหม่พรรคอนาคตใหม่ พร้อมกับชักชวนให้สังคมจับตาว่า เมื่อครบ 7 วันแล้ว หลังประธานสภายื่นเรื่อง 41 ส.ส.ถือหุ้นสื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลจะรับคำร้องและมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวตามมาตรฐานเดียวกับกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่หรือไม่

จนกระทั่งวันที่ 26 มิถุนายน 2562 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติรับคำร้องไว้ไต่สวนส.ส.จำนวน 32 ราย โดยไม่ยุติการปฏิบัติหน้าที่และไม่รับคำร้อง 9 ราย พร้อมกับให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน โดยมีรายชื่อ ดังนี้

พรรคพลังประชารัฐ 21 ราย ได้แก่ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3 ราย 1.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือครองหุ้นบริษัท แปซิฟิค เอ็กซ์คลูซิฟ ซิตี้ คลับ จำกัด 2.นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือครองหุ้นบริษัท ธรี สุขุมวิท โฮลดิ้ง จำกัด
3.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือครองหุ้นบริษัท ที.ดี.อี.พัฒนาแลนด์ จำกัด บริษัท ธุรกิจพัฒนาแลนด์ จำกัด

เป็นส.ส.แบ่งเขต 18 ราย  ประกอบด้วย 1.นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. เขต 8 ถือครองหุ้นบริษัท โอ ที ซุปเปอร์เซอร์วิส จำกัด 
2.นางกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 ถือครองหุ้นบริษัท มาลัยดอกรัก จำกัด 3.นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.กทม. เขต 15 ถือครองหุ้นบริษัท ภัทรเฮ้าส์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)  4.นายฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต 1 ถือครองหุ้นบริษัท สระแก้ว เวลธี กรุ๊ป จำกัด 5.นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 6 ถือครองหุ้นบริษัท เค.โอ.พี.เวลท์ตี้ จำกัด 6.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต 2 ถือครองหุ้นบริษัท สระแก้ว เวลธี กรุ๊ป จำกัด

7.นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา เขต 4 ถือครองหุ้นบริษัท ดราฟท์ อพาร์ทเม้นท์ จำกัด บริษัท คลัง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด 8.นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 ถือครองหุ้นบริษัท กาญจนาอาหารสัตว์ จำกัด  9.นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม เขต 4 ถือครองหุ้น หจก.โรงสีไฟปฐมวิวัฒน์ 10.นายภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 ถือครองหุ้นบริษัท นครสวรรค์ สปอร์ต คลับ จำกัด 11.นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 2 ถือครองหุ้นบริษัท เบสท์ พริ้นท์ เลเบล จำกัด 12.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 ถือครองหุ้น หจก.กิมไล้ทรายทอง

13.นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 2 ถือครองหุ้นบริษัท ศรีเจริญสุข เอส โอ จำกัด 14.นายสัมพันธ์ มะซูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 ถือครองหุ้น หจก.หะยีมะดาโอ๊ะ (สุไหงโก-ลก) 15.นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. เขต 9 ถือครองหุ้นบริษัท บ้านทรงไทยแจ้งวัฒนะ จำกัด 16.นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี เขต 1 ถือครองหุ้นบริษัท อรินสิริ แลนด์ จำกัด (มหาชน) 
17.นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก เขต 3 ถือครองหุ้น หจก.สันติธรรมฟาร์ม บริษัท อมาณัติ จำกัด และ18.น.ส.ภาดา วรกานนท์ ส.ส.กทม. เขต 6 ถือครองหุ้นบริษัท ทาโร่ทาเลนท์ จำกัด

พรรคประชาธิปัตย์ 7 ราย เป็นส.ส. บัญชีรายชื่อ 2 ราย ประกอบด้วย 1.น.ส.จิตรภัสร์ ภิรมย์ภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือครองหุ้นบริษัท ซี.บี.โฮลดิ้ง จำกัด และ2.นายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือครองหุ้นบริษัท ภัทรเฮ้าส์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด 

ส่วนส.ส.แบบแบ่งเขต 5 ราย ประกอบด้วย 1.นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา เขต 1 ถือครองหุ้นบริษัท เทพวนา จำกัด 2.นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 ถือครองหุ้นบริษัท ศรีบุศยกาญจน์ จำกัด 3.น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 3 ถือครองหุ้นบริษัท เวียงสระศิลา จำกัด 4.นายสมชาติ ประดิษฐพร ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 4 ถือครองหุ้นบริษัท สุราษฎร์สรรพกิจ จำกัด 5.นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง เขต 1 ถือครองหุ้นบริษัท พี.ที.รุ่งเรืองคอนกรีต จำกัด

นอกจากนั้นเป็นส.ส.พรรคเล็กอีก 4 พรรค ประกอบด้วย พรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 ราย ได้แก่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือครองหุ้นบริษัท เจ.ซี.ฟู๊ด คอร์ทส จำกัด  พรรคภูมิใจไทย 1 ราย ได้แก่ นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ เขต 1 ถือครองหุ้นบริษัท สุรินทร์ ซิตี้ จำกัด พรรคชาติพัฒนา 1 ราย ได้แก่ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือครองหุ้นบริษัท เอส.ซี.เค.แลนด์ จำกัด และพรรคประชาภิวัฒน์ 1 ราย ได้แก่ นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือครองหุ้นบริษัท เออีซี ดาต้า ออนไลน์ จำกัด

จากมติของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว เท่ากับว่า ตอนนี้ส.ส.ฝ่ายค้านคอพาดเขียงแล้ว 32 รายเท่ากับจำนวนตัวเลขของส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่ศาลรับวินิจฉัยไปแล้ว 32 ราย พอดิบพอดีกันทั้งสองฝ่าย แบบไม่ขาดไม่เกิน

ดังนั้น จากนี้ไปจึงห้ามกระพริบตาเด็ดขาดว่า ในที่สุดแล้ว เกมพิฆาต"หนามยอกเอาหนามบ่ง"โดยมีเก้าอี้ 64 ส.ส.เป็นเดิมพันครั้งนี้ จะเหลือใครเล็ดรอดทำหน้าที่ส.ส.ในสภาฯต่อไปได้อีกกี่คน และจะเกิดแรงกระเพื่อมเป็นสึนามิทางการเมืองครั้งใหญ่หรือไม่?

ด่วน!!!ศาลยกฟ้อง 5 แนวร่วมนปช. คดียิงเอ็ม79ถล่มเวทีกปปส.แจ้งวัฒนะ

ด่วน!!!ศาลยกฟ้อง 5 แนวร่วมนปช. คดียิงเอ็ม79ถล่มเวทีกปปส.แจ้งวัฒนะ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562, 10.43 น.
 
ด่วน!!!ศาลยกฟ้อง 5 แนวร่วมนปช. คดียิงเอ็ม79ถล่มเวทีกปปส.แจ้งวัฒนะ

5 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น.ห้องพิจารณา 903 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.1318/61 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายณรงค์ศักดิ์ หรือตุ้ย พลายอร่าม , นายชัชวาล หรือชัช ปราบบำรุง , นายทวีชัย หรือวี หรือชัย วิชาคำ , นายสมศรี หรือเยอะ มาฤทธิ์ และนายพีรพงษ์ หรือธานินทร์ สินธ์สนธิชาติ แนวร่วม นปช. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 -5 ในความผิดฐานเจตนาฆ่าผู้อื่น พ.ร.บ.อาวุธปืน วัตถุระเบิด เครื่องกระสุน เครื่องยุทธภัณฑ์ และ ฯลฯ

กรณีเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2557 เวลากลางคืนจำเลยทั้งห้า กับพวกอีกหลายคนที่ยังหลบหนี ได้ร่วมกันใช้เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มิลลิเมตร หรือเอ็ม 79 กระสุนระเบิดชนิดสังหาร 6 ลูก ยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. บริเวณเวทีถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้กับศูนย์ราชการ โดยมีเจตนาฆ่ากลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.และประชาชนทั่วไปให้ถึงแก่ความตาย

พวกจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และเบิกตัวพวกจำเลยจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. ศาลอาญาพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 5 ราย (รายละเอียดจะรายงานให้ทราบต่อไป)

ผอ.ชลประทานยัน! อ่างเก็บน้ำ14แห่งน้ำยังน้อย ปัดข่าวลือล้นปริงเวย์ท่วมเลย

ผอ.ชลประทานยัน! อ่างเก็บน้ำ14แห่งน้ำยังน้อย ปัดข่าวลือล้นปริงเวย์ท่วมเลย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562, 10.42 น.
 
5 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเกรียงไกร ภาคพิเศษ ผอ.โครงการชลประทานเลย ได้นำสื่อมวลชนไปดูสถานการณ์น้ำที่อ่างเก็บน้ำเลยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย หลังจากที่จังหวัดเลย ได้มีฝนตกซุกตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยอิทธิพลของพายุโพดุลทำให้มีน้ำป่าไหลลงแม่น้ำเลยและแม่น้ำสาขาต่างๆในจังหวัดเลย เป็นจำนวนมากและบางจุดน้ำป่าได้เข้าท้วมบ้างหมู่บ้านในเขตอำเภอเชียงคาน ทำให้เกิดกระแสข่าวลือสะพัดน้ำอ่างเก็บน้ำเลยได้ล้นสปริงเวย์ และจะเข้าท่วมหมู่บ้านที่อยู่ปลายน้ำนายเกรียงไกร ภาคพิเศษ 

ผอ.โครงการชลประทานเลย เผยว่า จังหวัดเลยมีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีทั้งหมด 14 แห่ง ปัจจุบันเก็บน้ำอยู่ประมาณ 50 % หรือประมาณ 72 ล้านลบ.ม. แต่น้ำมาอยู่ที่อ่างเก็บน้ำเลย 32 ล้านลบ.ม.คือครึ่งหนึ่งของอ่างเก็บน้ำทั้งหมดซึ่งมองภาพรวมแล้วน้ำในจังหวัดเลยยังน้อยอยู่โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำสำคัญอย่างอ่างเก็บน้ำหมานเป็นเป็นอ่างน้ำดิบมาทำประปา ในอ่างยังมีแค่ 25 % ของความบรรจุอ่าง ซึ่งถ้าสถานการณ์น้ำยังเป็นแบบนี้ น้ำคงไม่พอเพียงสำหรับปีหน้า สำหรับมีแสข่าวลือน้ำได้ล้นปริงเวย์ จะทำให้เกิดน้ำท่วมขึ้นพื้นที่ปลายน้ำนั้น

อ่างเก็บน้ำเลยจะมีความจุอยู่ที่ 35.8 ล้าน ลบ.ม. โดยปกติน้ำจะไหลเข้าอ่างในแต่ละปีเฉลี่ยปีละ 200 ล้านลบ.ม. ซึ่งในแต่ละปีอ่างเก็บน้ำ น้ำเลยจะเต็มทุกปี ซึ่งน้ำที่ไหลเข้ามาเกือบ6 เท่าที่เราจะกักเก็บได้ ซึ่งเมื่อวันที่ 3ก.ย.62 เป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลจากพายุโพดุล ทำให้น้ำเข้าอ่างประมาณ 12ล้าน ลบ.ม. จึงได้มีน้ำล้นออกสปริงเวย์ประมาณ 90 ซม. คิดปริมาณน้ำประมาณ 8 ล้าน ลบ.ม. และลำน้ำเลยตลอดสายบรรจุได้ 400-500 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งไม่ส่งผลกระทบกับปลายแม่น้ำอย่างแน่นอน 

และตามจริงอยากจะให้พายุหรือดีเปรสชันต่างๆที่จะพัดเข้ามาเข้ามาในจังหวัดเลยบ้าง เพราะว่าน้ำในอ่างอื่นๆอีก 13 อ่าง ยังขาดน้ำอยู่พอจะมีน้ำเข้าบ้างก็ไม่กี่อำเภอ แต่ส่วนใหญ่ยังขาดน้ำอยู่ฝนตกแต่น้ำไม่ไหลเข้าอ่างกักเก็บที่ไหลลงก็ถือว่ายังน้อยมาก แต่ทั้งนี้คงต้องยืนยันปราบใดสถานการณ์น้ำยังคงเป็นแบบนี้ น้ำไม่ท่วมจังหวัดเลยอย่างแน่นอนขอให้ประชาชนสบายใจได้เลย

 
 
 
‘บิ๊กตู่’หนุน!ผู้ประกอบการดิจิทัล‘อาเซียน เอสเอ็มอี’สนั่นห้องไทยจิตรลดา

‘บิ๊กตู่’หนุน!ผู้ประกอบการดิจิทัล‘อาเซียน เอสเอ็มอี’สนั่นห้องไทยจิตรลดา

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562, 10.59 น.
 
นายกฯ เปิดอาเซียนไมโครเอสเอ็มอี เตรียมความพร้อมสู่โลกดิจิทัล หนุนผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบดิจิทัล เพื่อความเท่าเทียม 

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น. ที่ 1-2 โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คัส์ ควีนปาร์ค  กทม.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา “ASEAN MSMEs in the Digital Era: Challenges and Opportunities” ว่า วันนี้ยินดีที่ได้เป็นเกียรติมาร่วมเปิดการประชุม ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนของอาเซียน  ในนามของรัฐบาล ตนเชื่อมั่นว่าผลการประชุมครั้งนี้ จะนำไปสู่การเสนอแนะ นโยบายในการส่งเสริมการใช้ดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการในภูมิภาคที่ยั่งยืนและเป็นรูปประธรรม

“ในส่วนของประเทศไทยได้มีการประกาศเป็นวาระแห่งชาติมาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งเจตนารมณ์นี้ สอดคล้องกับประเด็นเศรษฐกิจในฐานะที่ไทยเป็นประธานอาเซียน ผลักดันเพื่อให้สำเร็จในปีนี้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือการเตรียมความพร้อมของอาเซียนสำหรับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 การส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาคทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว และการส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจของอาเซียนอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยในปี 2018 ประเทศไทยมีผู้ประกอบการMicro SME จำนวน 3 ล้านราย  มีการจ้างงานประมาณ 14 ล้านคน” นายกฯ กล่าว 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ดังนั้นในวันนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ขนาดย่อม และรายย่อย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในภูมิภาค สามารถเติบโตได้ เราจึงต้องสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลอย่างเต็มที่ สนับสนุนให้เกิดการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความแข็งแกร่ง โดยการใช้ระบบพี่เลี้ยง และให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ รวมถึงการสนับสนุนให้เข้าถึงข้อมูลเข้าถึงตลาด 

นายกฯ กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในอาเซียน ภาครัฐควรใช้ประโยชน์จากดิจิทัลที่เอื้อประโยชน์กับผู้ประกอบการ 1. สนับสนุนการเข้าสู่ระบบดิจิทัล โดยอาเซียนได้พยายามสนับสนุนให้วิสาหกิจรายย่อยจดทะเบียนเพื่อเข้าสู่ระบบและลดขนาดของเศรษฐกิจนอกระบบ เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเข้าเทียมกัน 2.ภาครัฐควรส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่วิสาหกิจรายย่อย ในการเข้าถึงแหล่งเงิน อาจรวมถึงมาตรการที่ส่งเสริมให้บุคคลและวิสาหกิจรายย่อยเข้าสู่ระบบธนาคารออนไลน์มากขึ้น และใช้เครื่องมือที่เป็นนวัตกรรม 

นายกฯ กล่าวว่า 3. ภาครัฐควรส่งเสริมการเข้าถึงบริการในการพัฒนาธุรกิจ ในตลาดโลกที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงการใช้ประโยชน์จากศูนย์เทคโนโลยีประยุกต์ การริเริ่มเครือข่ายชุมชนเทคโนโลยี หรือแรงจูงใจในการถ่ายโอนความรู้  และ 4.ภาครัฐควรส่งเสริมการพัฒนาทักษะและความรู้ที่เกี่ยวข้องสำหรับประชาชน เพื่อช่วยในการใช้ดิจิทัล เนื่องจากประชาชนที่ต้องการใช้ดิจิทัลจะต้องมีทักษะที่ต่างออกไป การส่งเสริมทักษะดิจิทัลในโรงเรียน มหาวิทยาลัย และการศึกษาตลอดชีวิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้กลุ่มประเทศอาเซียนของเราได้ก่อตั้งร่วมกันมากว่า 50 ปี ทุกประเทศพยายามที่จะร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้น ซึ่งความร่วมมือระหว่างประชาคมอาเซียนไม่ได้หยุดอยู่ที่รัฐต่อรัฐ แต่ได้ขยายไปถึงภาคเอกชน เป็นการรวมตัวที่สำคัญ ซึ่งการรวมตัวและร่วมมือกันของภาคเอกชนนี้ จะเป็นกลไกสำคัญให้ประชาคมอาเซียนของเรามีความแน่นแฟ้น และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันอย่างเป็นรูปธรรม

 

ฤทธิ์โพดุล!ยังท่วมลาม10จังหวัด เสียชีวิตพุ่ง16ราย ‘ปภ.’เร่งมือช่วยเหลือ

ฤทธิ์โพดุล!ยังท่วมลาม10จังหวัด เสียชีวิตพุ่ง16ราย ‘ปภ.’เร่งมือช่วยเหลือ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562, 09.32 น.
 
ปภ.รายงานยังคงมีพื้นที่ประสบภัยจากพายุโพดุล 10 จังหวัด เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานอิทธิพลพายุโซนร้อน"โพดุล"ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.62 จนถึงปัจจุบัน (5 ก.ย. 62 เวลา 06.00น.) ทำให้เกิดสถานการณ์ภัยในพื้นที่ 31 จังหวัด ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร อำนาจเจริญ ยโสธร ขอนแก่น อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และศรีษะเกษ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากอิทธิพลพายุโซนร้อน "โพดุล" ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน (5 ก.ย. 62 เวลา 06.00น.) ทำให้เกิดน้ำสถานการณ์ภัยในพื้นที่ 31 จังหวัด รวม 136 อำเภอ 515 ตำบล 2,654 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล 11 ชุมชน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 102,074 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 16 ราย (อำนาจเจริญ 4 ราย ร้อยเอ็ด 4 ราย ขอนแก่น 3 ราย พิจิตร 2 ราย อุบลราชธานี 1 ราย พิษณุโลก 1 ราย และมุกดาหาร 1 ราย) สูญหาย 1 ราย (น่าน) ผู้บาดเจ็บ 1 ราย (ชัยภูมิ)

ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร อำนาจเจริญ ยโสธร ขอนแก่น อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และศรีษะเกษ อพยพประชาชนรวม 15 จุด 1,438 คน ในพื้นที่ 4 จังหวัด (ขอนแก่น อำนาจเจริญ ยโสธร และอุบลราชธานี)

ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจัดเจ้าหน้าที่ พร้อมระดมวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัย โดยแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถและเรือท้องแบนเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยให้บริการขนย้ายสิ่งของและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน ตลอดจนสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป 

อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ประเทศไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง และฝนตกหนักบางแห่ง อีกทั้งบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม ซึ่ง ปภ. ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัย อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมสรรพกำลัง วัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้เผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 


หน้าแรก / อสังหาริมทรัพย์ ฟ้องทอท.150 ล้าน ลุ้นทางหลวงคุมที่

ฟ้องทอท.150 ล้าน ลุ้นทางหลวงคุมที่

05 Sep 2019
 
เซ็นทรัล วิลเลจ เดินหน้าฟ้องทอท. ทั้งศาลปกครอง-แพ่ง เบื้องต้นเรียกค่าเสียหายกว่า 150 ล้านบาท จับตารองปลัดคมนาคมเรียก 4 หน่วยงานหาข้อสรุป ด้าน “กรมทางหลวง” เชื่อได้รับมอบอำนาจให้อนุญาตเชื่อมทาง

คำสั่งศาลปกครองกลางให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. รื้อถอนสิ่งกีดขวางใดๆ ออกไปจากเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 บริเวณทางเข้า-ออกหน้าโครงการเซ็นทรัลวิลเลจ

ลักชัวรี เอาต์เลต และยุติการดำเนินการใดๆ อันเป็นการขัดขวาง รบกวน หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการใช้ประโยชน์ใดๆ ของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น และบริษัท ซีพีเอ็น วิลเลจ จำกัด และการดำเนินการของหน่วยงานสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ทั้งนี้ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น 

มติดังกล่าวทำให้ “เซ็นทรัล วิลเลจ” ลักชัวรี เอาต์เลตมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท สามารถเปิดให้บริการในวันที่ 31 สิงหาคมได้ตามกำหนดการที่วางไว้ แต่ปมปัญหาก็ยังไม่ยุติ ทั้งข้อสรุปของผู้มีอำนาจในการอนุญาตเชื่อมทางเข้าออก รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาทครั้งนี้

ฟ้องค่าเสียหาย150 ล้าน

นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารลักชัวรี เอาต์เลต “เซ็นทรัล วิลเลจ” เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของศาลที่จะเรียกไต่สวน หลังจากที่บริษัทได้ยื่นฟ้องเรียกศาลปกครองกลางเรียกค่าเสียหายจำนวนกว่า 150 ล้านบาทต่อบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. หลังจากที่ทอท. นำเต็นท์ปิดขวางทางเข้า-ออก หน้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ อันเป็นการขัดขวาง รบกวน หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินการ และหากประเมินความเสียหายก็จะฟ้องร้องเพิ่มอีก 

“ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของศาล จริงๆ เราไม่อยากทำอะไรเลย แต่ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นจึงได้แต่หวังว่า ศาลจะช่วยคุ้มครองเรา การฟ้องร้องครั้งนี้เพราะเป็นการละเมิด ส่งผลให้เกิดความเสียหาย ความล่าช้า อย่างไรก็ดี การเปิดให้บริการที่ผ่านมา ไม่ได้เน้นจัดงานเฉลิมฉลองเพราะรูปแบบที่เป็นเอาต์เลต แตกต่างจากศูนย์การค้าทั่วไป จึงไม่ต้องจัดงานใหญ่โต”

เมืองไทยพร้อมมีเอาต์เลต

นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า ที่ดินผืนนี้ซื้อมาเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งการพัฒนาเอาต์เลตเป็นแผนที่เซ็นทรัลคิดจะทำนานมากแล้ว เพราะเมืองไทยยังไม่มี แต่เอาต์เลตร้านค้าก็ต้องดีระดับหนึ่ง มีจำนวนสาขา เพื่อให้มีของเพียงพอที่จะนำมาขายในเอาต์เลต ส่วนจะไปขยายที่ไหน ภาคเหนือ ใต้ ตะวันออก ก็ต้องอยู่ใกล้ธรรมชาติดีที่สุด ต้องอยู่นอกเมือง เอาต์เลตในต่างประเทศก็อยู่ใกล้สนามบิน ทั้งที่อเมริกา ญี่ปุ่น ก็เช่นกัน

ทั้งนี้ในวันที่ 31 สิงหาคมซึ่งเป็นวันเปิดให้บริการวันแรก พบว่ามีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาใช้บริการกว่า 3 หมื่นคนต่อวัน สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้คือ 2 หมื่นคนต่อวัน และตั้งเป้าหมายที่จะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการราว 1.7 หมื่นคนต่อวัน ขณะที่ร้านค้าต่างๆ เปิดให้บริการราว 75% จากจำนวนร้านค้าทั้งหมด 150 ร้านค้า อาทิ Adidas , Puma, Superdry, Samsonite, GUESS, ECCO เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีร้านที่อยู่ระหว่างตกแต่ง และจะทยอยเปิด อาทิ COACH, Onitsuka Tiger, Tommy Hilfiger ฯลฯ โดยคาดว่าหลังเปิดให้บริการจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนราว 3 หมื่นล้านบาท

ทล.มั่นใจได้รับมอบอำนาจ

แม้ปมร้อนระหว่างบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)หรือ ซีพีเอ็น กับบริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จะลดอุณหภูมิลง หลังศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครอง โครงการเซ็นทรัลวิเลจโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชัวรี่ เอาต์เลต เปิดให้บริการได้ตามกำหนด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา แต่ปัญหายังไม่ยุติเพียงแค่นี้ เนื่องจาก ยังติดปัญหาการเชื่อมทางเข้าออกระหว่าง พื้นที่ห้าง กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ซึ่งก่อนหน้านี้ซีพีเอ็น ได้ยื่นขออนุญาตเชื่อมทางกับกรมทางหลวงและได้รับอนุมัติในเวลาต่อมา ขณะทอท. ยืนยันว่าไหล่ทางที่ซีพีเอ็นขอเชื่อมทาง เป็นที่ดินของกรมธนารักษ์ เขตพื้นที่ที่ทอท.รับบริหารพื้นที่ ส่วนกรมทางหลวงเป็นหน่วยงานที่ กรมท่าอากาศยานมอบให้ก่อสร้างทางเท่านั้น

สำหรับทางออก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคมเชิญ 4 หน่วยงาน ที่มีอำนาจอนุญาตเชื่อมทางหลวง 370 ร่วมหารือ ได้แก่ กรมธนารักษ์ ทอท. กรมท่าอากาศยานและกรมทางหลวงอย่างไรก็ตามหากบทสรุปเป็น
กรมทางหลวงมีอำนาจอนุมัติเชื่อมทางจะส่งผลให้ซีพีเอ็นไม่ต้องเริ่มต้นขออนุญาตใหม่

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงระบุว่าทางออกที่น่าจะสมเหตุสมผล เชื่อว่ากรมทางหลวงจะได้รับ มอบอำนาจ จากเจ้าของพื้นที่ให้ อนุญาตเชื่อมทาง เพราะกรมเป็นผู้ก่อสร้างและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทางหลวงแผ่นดินตามกฎหมายทางหลวงพ.ศ.2535

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3502 วันที่ 5-7 กันยายน 2562


หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค การค้า - การเกษตร เปิดไฮไลต์ถก รมต.เศรษฐกิจอาเซียน-RCEP

เปิดไฮไลต์ถก รมต.เศรษฐกิจอาเซียน-RCEP

05 Sep 2019
 

“จุรินทร์” นำทัพประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจการค้าทั้งอาเซียน อาร์เซ็ป และประเทศคู่เจรจา 6 วัน เน้นบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกัน พร้อมลงนามข้อตกลง2ฉบับ คือMRA หวังช่วยลดต้นทุนการทำธูรกิจในอุตสาหกรรมรถยนต์ และพิธีสารการระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียนฉบับปรังปรุง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสำคัญในประเทศไทย 3 กลุ่มสำคัญระหว่างวันที่ 5-10 กันยายน 2562 ประกอบด้วย การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Ministers : AEM) ครั้งที่ 51 การประชุมรัฐมนตรีความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรืออาร์เซ็ป (RCEP) ครั้งที่ 7 และการประชุมระหว่างรัฐมนตรีการค้าอาเซียน 10 ประเทศ กับรัฐมนตรีการค้าของประเทศคู่เจรจา 10 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐฯ แคนาดา และรัสเซีย (แบบแยกรายประเทศ) รวมทั้งการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่กรุงเทพฯ โดยซึ่งตนจะเป็นประธานการประชุมระดับรัฐมนตรีทั้งอาเซียนและอาร์เซ็ป

ทั้งนี้ในวันที่ 5 กันยายน 2562 จะมีการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนตั้งแต่เวลา 19.00-21.00 น.ก่อนจะเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ในเวลา 9.00 น.วันที่ 6 กันยายน 2562 ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย จะเดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิด จากนั้นตนจะนั่งเป็นประธานการประชุมตลอดทั้ง 5 วัน สาระที่สำคัญ คือ กำหนดการของวันที่ 7-8 กันยายน 2562 เป็นประธานการประชุมอาร์เซ็ป ที่ไทยพยายามที่จะให้การเจรจาหุ้นส่วนเศรษฐกิจกลุ่มนี้หาข้อสรุปให้ได้มากที่สุดเพื่อจะนำไปสู่การประชุมครั้งสุดท้ายในเดือนพฤศจิกายน 2562 และตั้งเป้าหมายว่าจะให้การเจรจานี้เป็นที่ยุตินำไปสู่การลงนามในปีหน้า ซึ่งถ้าเป็นไปตามเป้าหมายและมีผลบังคับใช้ จะทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์มากคือมีตลาดการค้าเพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศที่ประชากรรวมกัน 50% ของโลกคือ 3,500 ล้านคน

สำหรับการประชุม AEM หรือรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ถือเป็นการประชุมที่สำคัญโดยการประชุมที่สำคัญคือ  เช่น การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2562 ซึ่งรัฐมนตรีอาเซียน 10 ประเทศ จะร่วมกันหารือสรุปความก้าวหน้าและความสำเร็จการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของอาเซียนนับตั้งแต่ไทยรับหน้าที่ประธานอาเซียน เพื่อเสนอต่อที่ประชุมผู้นำอาเซียนต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ที่กรุงเทพฯ ,การประชุมรัฐมนตรีอาร์เซ็ป 16 ประเทศ ระหว่างวันที่ 7-8 กันยายน 2562 เพื่อติดตามความคืบหน้าการเจรจา RCEP และปลดล็อคประเด็นติดขัดที่ยังเหลืออยู่ เพื่อกรุยทางให้ผู้นำประกาศสรุปผลการเจรจาในช่วงการประชุมสุดยอดอาร์เซ็ปในเดือนพฤศจิกายนนี้   และการประชุมระหว่างรัฐมนตรีการค้าอาเซียน 10 ประเทศกับรัฐมนตรีการค้าของประเทศคู่เจรจา 10 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐฯ แคนาดา และรัสเซีย (แบบแยกรายประเทศ) ระหว่างวันที่ 9-10 กันยายน 2562 ซึ่งจะเป็นโอกาสที่อาเซียนจะได้หารือพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับประเทศเหล่านี้ และเตรียมการก่อนที่ผู้นำอาเซียนจะพบกับผู้นำของคู่เจรจา 10 ประเทศ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ที่กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ในการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนจะร่วมกันลงนามเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ 1. ข้อตกลงยอมรับร่วม (MRA) ผลการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์และชิ้นส่วนของอาเซียน ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนการทำธุรกิจของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะถ้ายานยนต์และชิ้นส่วนผ่านการตรวจสอบรับรองของหน่วยงานทดสอบมาตรฐานในประเทศสมาชิกอาเซียนหนึ่งแล้ว เมื่อส่งออกไปยังสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ก็ไม่ต้องตรวจสอบซ้ำ เพราะถือว่าได้ยอมรับผลการตรวจสอบนั้นแล้ว และ 2. พิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียนฉบับปรับปรุง เพื่อให้กลไกระงับข้อพิพาทของอาเซียนทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งเป็นไปตามหลักการและกระบวนการระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับอาเซียนหากมีปัญหาหรือข้อพิพาทระหว่างอาเซียน เนื่องจากการใช้มาตรการทางการค้าของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาเซียนก็จะมีกลไกการหารือแก้ไขข้อพิพาทกันเอง โดยไม่ต้องพึ่งการตัดสินขององค์กรนอกอาเซียน ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ถือเป็นความสำเร็จของไทยในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่อาเซียนใช้เวลาเจรจาหาข้อสรุปกันอยู่นานเกือบสิบปี ซึ่งสำเร็จได้ในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียนปีนี้

ทั้งนี้ อาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย การค้าระหว่างไทยกับอาเซียนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 (ม.ค. - มิ.ย.) มีมูลค่าการค้ารวม 53,557ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออกไปอาเซียน มูลค่า 31,316ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากอาเซียน มูลค่า 22,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเกินดุล 9,076 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจุบันการส่งออกของไทยไปอาเซียน คิดเป็นสัดส่วน 26%ของการส่งออกทั้งหมดของไทย


หน้าแรก / Tech ไอที รมว.ดีอี ฟัน ควบรวม ทีโอที-แคท ไม่เกินกลางปีหน้า

รมว.ดีอี ฟัน ควบรวม ทีโอที-แคท ไม่เกินกลางปีหน้า

05 Sep 2019
 
 

  รมว.ดีอี เผยควบรวม ทีโอที-แคท อยู่ระหว่างหาข้อสรุปเรื่องแนวทางการบริหารงานสินทรัพย์และข้อสัญญาของ 2 บริษัทคาดแล้วเสร็จไม่เกินกลางปีหน้า

   นายพุทธิพงษ์  ปุณณกันต์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่ากรณีการควบรวมระหว่างบริษัททีโอทีจำกัด (มหาชน) และบริษัทกสทโทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) เพื่อก่อตั้งบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติจำกัดขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับทั้ง 4 ฝ่ายคือคณะผู้บริหารจากทางฝั่งทีโอที, แคท, และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทีโอทีและแคทโดยกำหนดให้มีระยะในการหาข้อสรุปภายใน 45 วันหรือประมาณกลางเดือนตุลาคมม 2562 โดยข้อสรุปที่ได้นั้นให้มีการนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อเข้าสู่ที่ประชุมร่วมกันอีกครั้ง  หากเห็นชอบร่วมกันจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จากนั้นเมื่อผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้วจึงจะมีการจ้างที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายฝ่ายสินทรัพย์และฝ่ายสัญญาเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการควบรวม​กิจการ​ต่อไปโดยจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 6 เดือนและคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไม่เกินกลางปี 2563

        ทั้งนี้สำหรับรายละเอียดที่ต้องมีการหาข้อสรุปร่วมกันระหว่างทั้ง 4 ฝ่ายนั้นมี 3 เรื่องคือ 1.แนวทางในการบริหารจัดการบุคลากรของทั้งสองบริษัท 2.สินทรัพย์และหนี้สินของทั้งสองบริษัทที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้มีการวินิจฉัยแล้วว่าการควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัทจะไม่กระทบต่อสินทรัพย์และหนี้สินที่เกิดขึ้นและ 3.สัญญาหรือสัมปทานต่างๆที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้หลังจากควบรวมแล้วจะส่งผลกระทบต่อข้อสัญญาหรือไม่อย่างไร

.............................................................

5 สิงหาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน