*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5533
  • จำนวนผู้ชม : 3343201
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 6 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 390 , 22:31:55 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ติดตามรายการ 'คม ชัด ลึก' ทางช่อง 22 เนชั่น จันทร์ - ศุกร์22.15 - 23.00 น. โดย 'ต้น' วรเทพ ทำหน้าที่พิธีกร จะนำเอา

เรื่องสีเทาๆ มาฟอกกันให้ขาวขึ้นแบบเห็นกันจะจะกลางรายการเลยทีเดียว อย่างขณะนี้ก็กำลังถกกันเรื่อง 'กัญชา เทพเจ้าหรือซาตาน'

ครับ

กัญชา เทพเจ้าหรือซาตาน

คม-ชัด-ลึก
สนทนา วิเคราะห์ เจาะลึก ตรงทุกประเด็น ทั้ง สังคม เศรษฐกิจ การเมือง
จันทร์ - ศุกร์19:20 - 20:00 น.
 
(คลิกที่สัญญาณหลัก)
ดูทีวี Nation Channel
 
 

คมชัดลึก | "กัญชา" เทพเจ้า หรือ ซาตาน ! | 6 ก.ย. 62 | NationTV22

https://youtu.be/CruPZuWCT8E

 ติดตามชมย้อนหลัง - หากเสียงไม่ออก โปรดคลิกที่ YouTube ครับ

royal coronation

วันที่ 6 กันยายน 2562    
 คิดโซน (ของ) วัยทีน

เฮ!นักเคมีไทย แยกCBDบริสุทธิ์สำเร็จ สนองสธ.ปลดล็อค

วันที่ 6 กันยายน 2562 - 00:05 น.
่คมชัดลึก
Shares : 
13.1K
เปิดอ่าน 14,681 ครั้ง

เฮ! นักเคมีไทย แยกCBDบริสุทธิ์จากกัญชาสำเร็จ สนองสธ.ปลดล็อคสารสกัดCBDบริสุทธิ์ และTHCไม่เกิน 0.2%ไม่เป็นยาเสพติด เล็งเสนอรัฐบาล"ลุงตู่"ผลิตส่งออก

          วันที่ 6 ก.ย.2562 - รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมีใบอนุญาตครอบครองและผลิตสารสกัดบริสุทธิ์จากกัญชา  เปิดเผย "คมชัดลึก ออนไลน์" ว่า ได้รายงาน ความคืบหน้าของงานวิจัย ที่ได้ทำการสกัดสารบริสุทธิ์ CBD หรือ Cannabidiol จากกัญชาของกลางที่ได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) เป็นผลสำเร็จแล้ว

            โดยมีความบริสุทธิ์สูงถึง 99% จากการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค HPLC และ 1H-NMR งานวิจัยครั้งนี้ รศ. ดร. วีรชัย ระบุว่า ห้องปฏิบัติการเน้นการสกัดสารบริสุทธิ์ เพื่อนำไปทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาต่างๆในห้องปฏิบัติการต่อ 

            "นอกจาก CBD ที่สกัดแยกให้บริสุทธิ์แล้ว ยังมี Detra 8 THC และ Detra 9 THC รวมถึง CBN ด้วย โดยงานวิจัยนี้ ใช้เทคนิคการสกัดเริ่มต้นด้วยคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เหลว (Supercritical CO2 Extraction) ก่อน หลังจากนั้นนำไปกลั่นโมเลกุล และผ่านเข้าระบบโครมาโทรกราฟฟี ก่อนการตกผลึกซ้ำด้วยสภาวะที่เหมาะสม" รศ.ดร.วีรชัย กล่าว

            รศ.ดร.วีรชัย กล่าวอีกว่า ในต่างประเทศ สาร CBD บริสุทธิ์ มีการพัฒนานำไปทำยาได้หลากหลาย รวมถึงใช้เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ยาสำคัญต่างๆอีกมาก ที่สำคัญมาราคาแพงมาก กิโลกรัมกว่า 4 ล้านบาท หากรัฐบาลสนับสนุนในเรื่องการผลิตส่งออก จะสามารถนำเงินเข้าประเทศได้อย่างมหาศาล

            "นักเคมีไทย แยกCBDบริสุทธิ์จากกัญชาสำเร็จ ตอบสนองกระทรวงสาธารศณสุขประกาศปลดล็อค สารสกัดCBDบริสุทธิ์ และTHCไม่เกิน 0.2%ไม่เป็นยาเสพติด คาดว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เตรียมเสนอรัฐบาลเพื่อสนับสนุนให้ไทยผลิต ไทยใช้ และผลิตส่งออก คาดจะนำเงินเข้าประเทศจำนวนมหาศาล " รศ.ดร.วีรชัย กล่าว

          ทั้งนี้ วันศุกร์ ที่ 6 ก.ย.2562 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม กำพล อดุลวิทย์ | อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. โดย ดร. ดำรงค์ ศรีพระงาม  รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และทีมงานห้องปฏิบัติการวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะแถลงข่าวเรื่องความคืบหน้า งานวิจัย ผลการทดสอบสารสกัดบริสุทธิ์ จากกัญชาของกลาง

 

 

           รวมถึงความคืบหน้าการทดสอบสารสกัดบริสุทธิ์ของกัญชาทางเภสัชวิทยา ในระดับห้องปฏิบัติการ และชี้แจงเกี่ยวกับใบอนุญาต ครอบครอง และการผลิตสารสกัดกัญชาบริสุทธิ์ สอดคล้องกับกฎกระทรวง ที่ปลดล็อคสารสกัดบริสุทธิ์ ของกระทรวงสาธารณสุข/ในงานพบกับเครื่องมือไฮเทค บางส่วน(Cannabis analysis HPLC) ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ และ VDO บรรยากาศการสกัดและการทดลอง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภท.เดินหน้าระดมความเห็นแก้กม.กัญชา

อ.อ๊อด ชี้ กัญชาไทย เหมาะเปิดเสรีทำยาภายนอก

"อาจารย์อ๊อด" อบรมเข้มเทคนิคการสกัดสารจากกัญชา

นักวิจัย แนะ อนุทิน เปิดช่องใช้กัญชาเพื่ออุตฯอาหาร

ไม่ต้องเคลียร์ใจ แอ๊ด คาราบาวรักกันดี

 
เจาะประเด็นร้อน

เปิดใจ รองดำ มือคลี่ปม สังหารกะเหรี่ยงบิลลี่

วันที่ 6 กันยายน 2562 - 15:45 น.
รองดำ,มือคลี่ปม,สังหาร,กะเหรี่ยง

เปิดใจ รองดำ มือคลี่ปม สังหารกะเหรี่ยงบิลลี่ กับประโยคเด็ด "สมมติว่าเราเป็นฆาตกร แล้วสืบค้นแบบเจ๋งๆด้วยหุ่นยนต์ใต้น้ำ"

       พอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย  ไม่ได้ถูกอุ้มหาย แต่ถูกฆ่า-ทำลายศพ

      แฟ้มคดีบิลลี่ที่สูญหายไปในอุทยานที่มีอาณาบริเวณนับพันไร่ เต็มไปด้วยภูเขาสูง หน้าผาลาดชัน แม้กระทั่งลำน้ำก็กว้างและลึก คดีบิลลี่จึงถูกมองเป็นภารกิจอิมพอสซิเบิ้ล สุดท้ายคงจบลงด้วยสถิติแฟ้มคดีเย็น ที่ดีเอสไอต้องขอยุติการสอบสวน กลุ่มญาติคงทำได้เพียงจัดงานรำลึกถึงผู้สูญหายปีละครั้ง  แต่หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ โอนคดีมาสอบสวนเพียงปีเศษ จะมีใครกล้าคิดฝันว่าคนที่หายในแก่งกระจาน ในที่สุดจะถูกค้นพบว่ากลายเป็นศพ

                                                       พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร

        และหากมองย้อนหลังกลับไปในปี 2557 แม้กระทั่งผู้ลงมือก็คงไม่คาดคิดว่า ในอนาคตจะมีอุปกรณ์อิเล็กทรินิกส์หรือเทคโนโลยีใดที่จะนำมาใช้ตรวจค้นพื้นที่สลับซับซ้อนในแก่งกระจานได้

วันนี้เรื่องจริงซึ่งไม่ใช่นิยาย  ตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบราชวงศ์ถัง ไม่ใช่ซีรี่ย์สืบสวนสอบสวนซีเอสไอ และไม่ใช่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์มิชชั่นอิมพอสซิเบิ้ล  ตัวเอกผู้ไขคดีกะเหรี่ยงบิลลี่ บุคลิกลักษณะจำง่าย "หัวโล้น" หนึ่งเดียวในดีเอสไอ "รองฯดำ" พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ  ซึ่งวันนี้มาไขข้อข้องใจว่า เหตุใดจึงเลือกร่องน้ำลึก..ใกล้สะพานแขวนแก่งกระจาน จึงถูกเลือกให้เป็นพิกัดในการค้นหาชิ้นส่วนศพ

       พ.ต.ท.กรวัชร์ ย้อนอดีตให้ฟังว่า ทีมสืบสวนของผมเข้าไปสืบสวนคดีนี้ตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ แต่ในช่วงนั้นดีเอสไอรับเรื่องไว้สืบสวนพร้อมประสานให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าตรวจพิสูจน์หาร่องรอยคราบเลือดในรถยนต์ของอุทยานแก่งกระจาน รวมถึงตรวจสอบภาพที่บันทึกจากกล้องวงจรปิดทุกตัวภายในอุทยาน แต่ไม่ได้ลงลึกไปถึงพยานหลักฐานอื่น รวมถึงเข้าถึงข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของกลุ่มผู้ต้องสงสัยเพื่อนำเชื่อมโยงเข้ากับพยานแวดล้อมอื่นๆได้ 

       เมื่อดีเอสไอรับคดีการหายตัวของบิลลี่เป็นคดีพิเศษ สำนวนคดีแห้งที่ผ่านมานาน 4 ปี ถูกส่งต่อมาให้ดีเอสไอ ทีมสืบสวนสอบสวนจึงมีอำนาจทำคดีเต็มรูปแบบ  หลังประมวลหลักฐานทั้งหมดที่มีในมือ

        ผมเริ่มจากการตั้งสมมุติฐาน...ลองจินตนาการว่า สมมุติให้ตัวเองเป็นฆาตกร อ่านใจว่า ถ้าเราเป็นทีมฆ่า หลังลงมือฆ่าคนตายแล้วจะทำลายศพอย่างไร  ตามสูตรในแผนประทุษกรรม เป็นไปได้ที่คนร้ายอาจนำศพมาเผาในถังน้ำมันเหล็ก ขนาด 200 ลิตร  และเมื่อเผาจนกระดูกป่นแล้ว คนร้ายจะเอาหลักฐานไปทิ้งตรงไหน คำตอบคือต้องเป็นพื้นที่ปิดและต้องอยู่ภายใต้การควบคุม ระหว่างปฏิบัติการต้องไม่มีคนนอกรู้เห็น วันดีคืนดีหลักฐานต้องไม่ลอยโผล่ออกมา    

     "ร่องน้ำลึกในลำน้ำเขื่อนแก่งกระจาน จุดไหนบ้างที่เป็นร่องน้ำลึก  ระดับน้ำต้องมีความลึกตลอดทั้งปี แม้แต่ในช่วงที่น้ำลดต่ำสุดในรอบปี ก็ยังต้องมีระดับความลึกมากพอ ไม่มีทางมองเห็นพื้นลำธารและไม่มีทางมองเห็นวัตถุที่ถูกทิ้งไว้ใต้น้ำ ซึ่งคำตอบของสมมุติฐานคือจุดที่ดีเอสไอกำหนดให้ส่งหุ่นยนต์ใต้น้ำลงสำรวจ"

         

        แล้วสะพานแขวน ใช่..ตำแหน่งที่คนร้ายนำถังน้ำมันบรรจุเถ้ากระดูกมาโยนทิ้งหรือไม่ 

        รองฯดำ บอกว่า ประเด็นดังกล่าวยังชี้ชัดไม่ได้ อาจเป็นการขนใส่รถยนต์นำมายังสะพานแขวน แล้วโยนวัตถุพยานทั้งหมดลงจากกลางสะพานแขวน หรือจะสะดวกและแน่นอนกว่า...ถ้ากลุ่มผู้ต้องสงสัยมีเรือ การขนย้ายทางเรือ แล่นผ่านลำน้ำเอาถังน้ำมันพร้อมเถ้ากระดูกที่ผ่านการเผา ไปหย่อนทิ้งในตำแหน่งที่เลือก หวังผลให้จมดิ่งลงสู่ก้นลำน้ำได้เช่นกัน

         

     เมื่อได้สมมุติฐาน ผมตั้งเป็นโจทย์นำไปหารือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่ร่วมกับดีเอสไอพัฒนาองค์ความรู้ในงานสืบสวนสอบสวน โดยคณะวิศวกรรม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ เป็นที่เดียวที่มีเทคโนโลยีสำรวจใต้น้ำ ช่วงแรกเขาเสนอ "โดรนใต้น้ำ" ขับเคลื่อนด้วยระบบใบพัด แต่รัศมีการมองเห็นต่ำเพียงแค่ระยะ 30 เมตร  ซึ่งไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบสภาพพื้นที่ใต้น้ำแก่งกระจาน ที่อาจขุ่นมัวด้วยเศษซากตะกอนต่างๆ

       และแล้วมหาวิทยาลัยก็ตอบโจทย์ดีเอสไอด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ใต้น้ำ สแกนหาวัตถุใต้น้ำด้วยคลื่นโซนาร์ หลักการทำงานคล้ายการใช้คลื่นโซนาร์ในเรือประมงเพื่อตรวจหาฝูงปลาใต้น้ำ แต่หุ่นยนต์ใต้น้ำตัวนี้ บังคับผ่านสายโยงจากภาคพื้นดิน ทำงานในรัศมีกว้างถึง 100 เมตร และเมื่อส่งลงใต้น้ำหุ่นยนต์จะสแกนหาวัตถุ แล้วแสดงผลคล้ายจออัลตราซาวน์ตรวจความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์  เมื่อสามารถระบุพิกัดที่แน่ชัดของวัตถุใต้น้ำได้ 4 จุด จึงส่งมนุษย์กบ หรือนักประดาน้ำของตำรวจตะเวนชายแดน (ตชด.) ลงงม สิ่งที่พบคือถังน้ำมัน 200 ลิตร ภายในมีเศษเหล็ก เศษไม้ และเศษกระดูก คล้ายกระดูกมนุษย์ ขนาดใกล้เคียงหัวแม่มือ

        

        ครั้งที่ 2 พบเศษชิ้นส่วนกระดูกอีกจำนวนหนึ่ง รวมการค้นหา 2 ครั้ง พบชิ้นส่วนกระดูกกว่า 20 ชิ้น

      ส่วนปฏิบัติการครั้งที่ 3 ไม่พบวัตถุต้องสงสัย เนื่องจากล่วงเลยเข้าสู่เดือนสิงหาคม ระดับน้ำในแก่งกระจานเพิ่มสูงขึ้นจนเป็นอุปสรรคในการตรวจพิสูจน์

              

        แย้มให้ฟังว่า การพัฒนางานสอบสวนด้วยเทคโนโลยีไฮเทคของดีเอสไอ ไม่ได้มีแค่อากาศยานโดรน แต่เพิ่มเติมมาด้วยโดรนใต้น้ำ และหุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำ ปัจจุบันดีเอสไอยังร่วมกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง พัฒนาเครื่องมือสนับสนุนงานสอบสวนอีกหลายชิ้น ในอนาคตเราอาจมีหุ่นยนต์แมลงสาบหรือหุ่นยนต์หนู ติดกล้อง-เครื่องบันทึกเสียง แฝงตัวเข้าสืบสวนเก็บหลักฐานในสภาพพื้นที่ปิดล้อม คับแคบ ยากต่อการส่งมนุษย์เข้าไปแสวงหาพยานหลักฐานในพื้นที่ 

         ทุกโมเดลที่ดีเอสไอคิดค้นและพัฒนา ล้วนถอดแบบมาจากบทเรียนการปิดล้อมตรวจค้นอาณาจักรธรรมกาย

 

การเมือง

อุทธรณ์จีทูจีพิพากษาแก้ เพิ่มโทษบุญทรงอีก 6 ปี รวม 48ปี

วันที่ 6 กันยายน 2562 - 19:10 น.
อุทธรณ์,จีทูจี,บุญทรง

อุทธรณ์จีทูจี พิพากษาแก้เพิ่มโทษจำคุก บุญทรง อีก 6 ปี รวมจำคุก 48 ปี ขณะที่กลุ่มโรงสีเจอโทษจากยกฟ้องให้จำคุก-ปรับ 6 ราย แต่รอลงอาญา 3 ปี

     คดีนี้เมื่อวันที่ 25 ส.ค.60 ศาลฎีกาฯ ได้พิพากษาครั้งแรกให้ นายบุญทรง และจำเลยร่วมคนอื่นๆ รวม 15 ราย จำคุกคนละ 4-48 ปี และยกฟ้องกลุ่มเอกชน 8 ราย ต่อมาอัยการโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยบางคนและให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสีข้าว ขณะที่จำเลยก็ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามกฎหมายใหม่  

   เมื่อถึงเวลานัดศาลได้ให้คู่ความทั้งอัยการโจทก์ , จำเลย , ทนายความ รวมทั้งกลุ่มญาติจำเลย ทยอยเข้าห้องพิจารณาตั้งแต่เวลา 11.00 น. เพื่อเตรียมรอฟังการอ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ที่จะเริ่มอ่านในเวลา 12.00 น. โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษา  7 ชั่วโมงเสร็จสิ้น 19.00 น.

   พิพากษาแก้ จำคุกนายบุญทรง จำเลยที่ 2 เพิ่มอีกกระทงหนึ่งเป็นเวลา 6 ปี รวมโทษจำคุกนายบุญทรงจากโทษเดิม 42 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 48 ปี และให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสี ได้แก่ นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท จำเลยที่ 26 และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ 28 คนละ 4 ปี พร้อมปรับคนละ 25,000 บาท

      นอกจากนี้ยังให้ปรับนิติบุคคล ซึ่งเป็นโรงสีอีก 4 ราย คือห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร จำเลยที่ 22, บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด โดยนายทวี อาจสมรรถ กรรมการ จำเลยที่ 24, บริษัท เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด จำเลยที่ 25 และบริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ 27 อีกรายละ 25,000 บาท โดยที่การกระทำของนายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 23 เป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษ 2 กะทง รวมจำคุกจำเลยที่ 23 จำนวน 8 ปี และปรับ 50,000 บาท โดยที่พฤติการณ์ของกลุ่มโรงสี จำเลยที่ 23, 26, 28 นั้น เห็นสมควรให้รอลงอาญาไว้คนละ 3 ปี 

  และนอกจากนี้ยังให้กลุ่มโรงสีจำเลยที่ 22-23 ชดใช้เงิน 27 ล้านบาทให้กับกระทรวงคลัง, จำเลยที่ 25-26 รวมกันชำระเงิน 15 ล้านบาท และจำเลยที่ 27-28 ให้ร่วมกันชดใช้เงิน 55 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ได้มีการกำหนดในคำพิพากษานี้ตามที่อัยการสูงสุด โจทก์ ยื่นอุทธรณ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามที่ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษา

     โดยวันนี้องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดของจำเลยแต่ละคนตามคำพิพากษาแล้ว พร้อมออกคำบังคับการชดใช้ค่าเสียหายในส่วนแพ่งให้กับกระทรวงการคลังตามคำพิพากษาด้วย
//////

เจาะประเด็นร้อน

ซื้อของออนไลน์สะดวกง่าย..แต่ร้ายกว่าที่คิด

วันที่ 6 กันยายน 2562 - 13:45 น.
สายตรวจระวังภัย,ซื้อของออนไลน์,ตำรวจไซเบอร์,ฉ้อโกง
Shares : 
17
เปิดอ่าน 902 ครั้ง

คอลัมน์...  สายตรวจระวังภัย   โดย...  กรกมล อักษรเดช

          ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันธุรกิจบนโลกออนไลน์เติบโตและเป็นที่นิยมมาก เป็นช่องทางการค้าที่ง่าย สะดวกรวดเร็วทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ถึงกระนั้น “เหรียญมีสองด้าน” ในเมื่อการซื้อขายบนโลกออนไลน์ง่าย สะดวก เป็นประโยชน์ แต่ก็ไม่วายมีโทษตามมาเช่นกันหากไม่รู้เท่าทัน เพราะ “มิจฉาชีพ” ก็ปรับตัวตามยุคสมัย กลายเป็น “โจรดิจิทัล” โลดแล่นต้มตุ๋นบนโซเชียลมีเดีย และเกิดเป็นคดีหลอกลวงฉ้อโกงมากมายไม่เว้นวัน โดยเฉพาะเหล่า “นักช็อปออนไลน์” ที่สุ่มเสี่ยงตกเป็นเหยื่อ

          ที่ผ่านมาหลายคนคงได้ทราบจากสื่อต่างๆ เกี่ยวกับคดี “ฉ้อโกงออนไลน์” มีทั้งผู้เสียหายที่เป็น ดารา ข้าราชการ คนดัง เน็ตไอดอลถูกแอบอ้างไปก่อเหตุหลากรูปแบบเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ “ตำรวจไซเบอร์” กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ซึ่งมีหลายคดีจับกุมได้ หลายคนถูกจับแต่ยังหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำ และมีอีกไม่น้อยที่ยังหลบหนีลอยนวล รวมถึงโจรหน้าใหม่ที่โผล่มาสร้างความเดือดร้อนด้วยการต้มตุ๋นฉ้อโกงในโลกออนไลน์ 


          แม้กระทั่งนามสกุลผู้นำประเทศอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังถูกมิจฉาชีพนำมาแอบอ้าง เพื่อหลอกขายนาฬิกาผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยการันตีว่าถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป เมื่อมีคนหลงเชื่อสั่งของและโอนเงินกลับไม่ได้รับสินค้า ส่งผลให้มีคนตกเป็นเหยื่อกว่า 100 ราย

          กรณีดังกล่าวหลังจับกุมได้จึงต้องมาแถลงต่อสื่อมวลชน เพื่อเผยแพร่เป็นการย้ำเตือนประชาชนให้ใช้สติระวังตัวก่อนตัดสินใจสั่งซื้อของทางออนไลน์ ป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ โดยสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. พร้อมด้วย น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และตำรวจ บก.ปอท. ร่วมกันแถลงจับกุม นายทัดภูมิ ไชยกุลวัฒนา หรือ นัท อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาปลอมเฟซบุ๊กโดยแอบอ้างนามสกุลนายกรัฐมนตรีหลอกลวงขายนาฬิกาแล้วไม่ส่งสินค้า

          พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ บอกว่า กรณีนี้ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านเว็บไซต์ของ บก.ปอท. ว่ามีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Surinya JanOcha (สุรินยา จันทร์โอชา) โดยมีเจตนาให้ประชาชนเข้าใจผิดว่ามีความเกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี หลอกลวงขายสินค้านาฬิกาข้อมือ มีการเสนอขายนาฬิกาหลายรุ่นในบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวที่ใช้รูปโปรไฟล์ปลอม ด้วยการใช้รูปผู้หญิง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินค่านาฬิกาให้ก็จะตัดการติดต่อ หรือบล็อกผู้ซื้อ และจากการตรวจสอบพบว่ามีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวหลอกลวงขายสินค้าตามที่มีการร้องเรียนจริง คาดว่าจะมีผู้เสียหายประมาณ 100 คน จากนั้นจึงสืบสวนจนสามารถจับกุมได้ พร้อมกับสารภาพสาเหตุที่ใช้นามสกุลของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เฟซบุ๊กมีความน่าเชื่อถือ มีเจตนาให้คนเข้าใจผิดเชื่อว่าเป็นญาตินายกรัฐมนตรี

          “ขอฝากพี่น้องประชาชนที่นิยมติดต่อซื้อขายสินค้าทางออนไลน์ ให้ตรวจสอบข้อมูลของผู้ขายให้รอบคอบเสียก่อน ยกตัวอย่าง เช่น กรณีนี้หากผู้เสียหายนำชื่อของเจ้าของบัญชีธนาคารไปค้นหาใน Search Engine ก็จะพบข้อร้องเรียนที่ปรากฏตามสื่อออนไลน์อยู่แล้วเป็นจำนวนมาก และการใช้สื่อออนไลน์จะต้องมีสติ” พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวย้ำ


          สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่ายังมีโจรออนไลน์หน้าใหม่พร้อมจะหลอกลวง และแอบอ้างคนดัง บุคคลสำคัญ เพื่อความน่าเชื่อถือ เหล่านักช็อปออนไลน์ควรมีสติรอบคอบก่อนหลงเชื่อสั่งซื้อและโอนเงิน เพราะความสะดวกง่ายๆ จะมีผลร้ายกว่าที่คิด..!!   

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 07/09/2019 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ
ความคิดเห็นที่ 2,3นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว
.........................................
ขอให้ DSI เป็นองค์กรหนึ่ง ที่เป็นที่พึ่งได้ของปชช.นะครับ ขออย่า 'ดีแตก' ก็แล้วกัน

vinitvadee

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 07/09/2019 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ
ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

wullopp
......................................
คุณหมอครับ นายอนุกูลแกก็พูดเสียเริ่ดเลยว่า 'กัญชาเสรี' แล้วจะให้ปลูกบ้านละ 6 ต้นอีกด้วย ... มันจะเอาไม่อยู่นะครับ คุณหมอ ... แล้วเรื่องบริษัทข้ามชาตินั้น เขาจะเข้ามาก็ตอนเปิดเสรีนี่ละครับ หรือหากเราจำเป็นต้องซื้อยาผสมกัญชาเข้ามา ก็น่าจะซื้อ เหมือนกับยาตัวอื่นๆ ... ไม่ใช่หรือครับ

ความคิดเห็นที่ 3 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 07/09/2019 เวลา : 09.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

DSI -ดีเอสไอ ค่ะ ขออภัยจิ้มผิด

ความคิดเห็นที่ 2 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 07/09/2019 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ดีเอชไอ วันนี้ ยอดเยี่ยมมาก เลิศสุดๆค่ะ
ความฉลาดล้ำในการนำวิทยาการใหม่ๆ มาใช้ ได้ผลดีมาก
ขอเป็นกำลังใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 07/09/2019 เวลา : 07.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

กราบเรียน-เรียนเสนอ รัฐบาล

ขอให้ กัญชา
เป็น
พืชที่คนไทย
ได้ วิจัย-พัฒนา

เป็น
ยา

อย่างน้อย
ก็
ลด ปวด
ลด นอนไม่หลับ
และ
ส่งเสริม อาหารไทย

ขออย่าให้
บริษัทข้ามชาติ
ครอบงำ

กราบเรียน-เรียนมาด้วยความเคารพ ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน