*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5530
  • จำนวนผู้ชม : 3342160
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 280 , 12:33:10 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ประเทศไทยมักจะเป็นข่าวการส่งออกยาเสพติดอยู่เนืองๆ แล้วพลิกแพลงวิธีการไปเรื่อย ล่าสุดก็มีรายงนข่าวว่า : เมื่อวันที่ 7

กันยายน 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรนิวซีแลนด์ สามารถตรวจยึดยาเสพติดประเภทเมตแอมฟีตามีน

หรือยาไอซ์ น้ำหนักถึง 469 กิโลกรัม มูลค่าขายบนท้องถนน นับ 235 ล้าน ดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือประมาณ 150 ล้านดอลลาร์ 

(ราว 4,590 ล้านบาท) ถูกซุกซ่อนไว้ในมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 60 เครื่อง ภายในตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ที่ถูกส่งโดยเรือสินค้ามาจาก

ประเทศไทย และเดินทางมาถึงท่าเรือนครออคแลนด์ เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา 

         คนเลี้ยงสุนัขทราบเอาไว้ด้วย เพราะสุนัขก็เป็นลมแดดได้เหมือนกัน ดังข่าว : วิทยาศาสตร์ สำหรับเยาวชน : โรคลมแดดในสุนัข

 

 

ชาวบ้านศรีสะเกษพลิกวิกฤติเป็นโอกาสจับปลาหลังลำน้ำมูลเพิ่มสูงขึ้น

ชาวบ้านศรีสะเกษพลิกวิกฤติเป็นโอกาสจับปลาหลังลำน้ำมูลเพิ่มสูงขึ้น

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.08 น.
 
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 นายภานรินทร์ ภาณุพินทุ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง (เขื่อนราษีไศล) อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า วันนี้ เขื่อนราษีไศล มีระดับน้ำหน้าเขื่อน +118.71 ม. ท้ายเขื่อน +118.13 ม. ปริมาณน้ำในเขื่อน 71 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 95 เปอร์เซ็นต์แต่น้ำยังไหลเข้าเขื่อนปริมาณมาก โดยเมื่อวานนี้ (7 ก.ย.62) มีน้ำไหลเข้าเขื่อน 68 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากมีน้ำมากจึงต้องเร่งระบายน้ำออก โดยเปิดบานระบายทั้ง 7 บานยกสูง 3 ม.ระบายน้ำออก 94 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน
 

จากการที่เขื่อนราษีไศลระบายน้ำออกปริมาณมาก ทำให้น้ำท้ายเขื่อนมีระดับน้ำสูง น้ำไหลแรง จึงมีปลาว่ายทวนน้ำขึ้นมาหาที่วางไข่ ชาวบ้านทั้งที่อยู่อำเภอราษีไศลและอำเภออื่นๆ ร่วมถึงที่มาจากจังหวัดใกล้เคียงมาหาปลากันโดยวิธีใช้เบ็ดราว คือผูกเบ็ดหลายๆ ตัวติดกับสายเบ็ดโดยไม่ต้องใช้เหยื่อ หย่อนเบ็ดลงในน้ำแล้วกระตุกคันเบ็ด เมื่อปลาว่ายมาก็ถูกเบ็ดเกี่ยวติดขึ้นมาให้จับ

นายอนันต์ สีหวงษ์ ชาวบ้านที่มาจับปลา และได้ปลาบึกตัวใหญ่ขนาด 10 กิโลกรัม เล่าว่า ตนอยู่อำเภอยางขุมน้อย พอรู้ว่าเขื่อนราษีไศลปล่อยน้ำมากจึงมาตกปลาโดยมากัน 3 คนกับพ่อและแม่ มากันหลายวันแล้ว ทุกวันที่ผ่านมาได้ปลาตัวเล็กตัวน้อยได้ทุกวัน มากบ้างน้อยบ้าง แต่เพราะชอบจึงมาทุกวัน วันนี้โชคดี ได้ปลาบึกตัวละ 10 โล ก็นำไปทำอาหารกินกันที่บ้าน หรือถ้ามีคนขอซื้อก็จะขาย                 

 

 
 
 
‘รัชดา’แจงภารกิจรัฐบาลสัปดาห์ของการสร้างโอกาส การค้า-ลงทุนส่งสัญญาณเพิ่มขึ้น

‘รัชดา’แจงภารกิจรัฐบาลสัปดาห์ของการสร้างโอกาส การค้า-ลงทุนส่งสัญญาณเพิ่มขึ้น

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 11.30 น.
 
‘รัชดา’แจงภารกิจรัฐบาลสัปดาห์ของการสร้างโอกาส การค้า-ลงทุนส่งสัญญาณเพิ่มขึ้น
 

8 กันยายน 2562 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงการทำงานของรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า เป็นการส่งสัญญาณถึงโอกาสที่เพิ่มขึ้นของการลงทุนจากต่างประเทศ และการขยายตลาดการค้าในระดับภูมิภาคและระหว่างภูมิภาคมีความชัดเจนมากขึ้น ดังเห็นได้จากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา การมาเยือนของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีนำไปสู่การลงนามระหว่างรัฐบาล 6 ฉบับ ประกอบด้วยความร่วมมือด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การขนส่งคมนาคม การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การคุ้มครองข้อมูลข่าวสาร และการศึกษา ตามด้วยระหว่างสัปดาห์ก็เป็นวาระของการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของกลุ่มประเทศอาเซียน และระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์  ซึ่งวาระหลักคือการพยายามแก้ไขข้อขัดแย้งเพื่อบรรลุข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคหรืออาร์เซ็ปที่อาจเกิดขึ้นปลายปีนี้ และในเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน ได้มีการลงนามในข้อตกลงยอมรับร่วมผลการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์และชิ้นส่วนของอาเซียน รวมถึงข้อตกลงว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียนฉบับปรับปรุง

นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงร่วมอีกหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการแสดงเจตนารมณ์ร่วม เช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้าแบบไร้รอยต่อ การเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมยุค4.0 การปรับปรุงข้อบทว่าด้วยระเบียบวิธีปฏิบัติด้านหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า มากไปกว่านั้น ทางกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมไปเปิดการเจรจาการค้ากับอินเดียช่วงปลายเดือนนี้ มีเป้าหมายขยายการส่งออกสินค้าเกษตร เช่น  ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง มากไปกว่านั้นทางกระทรวงฯกำลังดำเนินการฟื้นฟูความตกลง FTA ไทย-สหภาพยุโรป และเตรียมเข้าร่วมการตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเอเซียแปซิฟิก

ขณะที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ครม.เศรษฐกิจได้เห็นชอบแพ็กเกจเร่งรัดการลงทุนและรองรับการย้ายฐานการผลิตสืบเนื่องจาการผลกระทบสงครามการค้า(จีน-สหรัฐ) ซึ่งประกอบด้วยหลายด้าน เช่น การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เพิ่มขึ้นสำหรับโครงการที่มีเงินลงทุนจริงอย่างน้อย 1,000ล้านบาท การแก้กฏระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การอนุญาตให้นักลงทุนนำค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมที่เข้าข่าย Advanced Technologyไปลดหย่อนภาษีเพิ่มได้ มากไปกว่านั้น ครม.เศรษฐกิจยังให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เตรียมจัดหาพื้นที่รองรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติแต่ละประเทศโดยเฉพาะ (จีน เกาหลี ไต้หวัน) ซึ่งทั้งหมดนี้จะเสนอให้ครม.พิจารณาในวันอังคารที่10 ก.ย.

นางสาวรัชดา กล่าวต่อไปอีกว่า การดำเนินการในรอบสัปดาห์เป็นความตั้งใจของรัฐบาลในการเปิดช่องทางและวางรากฐานเพื่อการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ  รัฐบาลได้เร่งเดินหน้าในทุกทางที่จะเพิ่มโอกาสของประเทศทั้งด้านการค้าและการลงทุน และสิ่งที่ได้ทำควบคู่กันไปคือการพัฒนากำลังคนให้มีศักยภาพสอดคล้องกับอุตสาหกรรมในยุค4.0 และส่งเสริมเอกชนให้มีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านการดำเนินงานของหลายกระทรวงร่วมมือกัน ประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษาฯ กระทรวงศึกษา กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ

อย่างไรก็ตามอยากให้ประชาชนและเอกชนติดตามนโยบายและมาตรการต่างๆของรัฐบาลเพื่อจะได้ไม่เสียโอกาส และใช้โอกาสให้เกิดประโยชน์สูงสุด

พปชร.เตือนฝ่ายค้านซักฟอกนอกประเด็น ประท้วงแน่ มั่นใจ‘บิ๊กตู่’แจงปมถวายสัตย์เอง

พปชร.เตือนฝ่ายค้านซักฟอกนอกประเด็น ประท้วงแน่ มั่นใจ‘บิ๊กตู่’แจงปมถวายสัตย์เอง

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 10.35 น.
 
“พุทธิพงษ์” มั่นใจ “บิ๊กตู่” ไปตอบสภาเองปมถวายสัตย์ฯ เผย พปชร.พร้อมรับมือแล้ว พรรคร่วมพร้อมอยู่จนจบ
 

8 กันยายน 2562 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจเพื่อสังคม(ดีอี) ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงการรับมือการอภิปรายนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ว่า เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร และเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไปตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง

“พรรค พปชร.ได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ และมีความพร้อมอยู่แล้ว ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลนั้นได้ยืนยันว่าจะอยู่ร่วมรับฟังการอภิปรายอย่างครบถ้วน จึงไม่ต้องตั้งองครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรี เพราะหากฝ่ายค้านอภิปรายเกินเลย นอกประเด็นหรือผิดข้อบังคับ สส.ฝ่ายรัฐบาลสามารถประท้วงให้เป็นไปตามข้อบังคับได้อยู่แล้ว และคิดว่าก่อนประชุมนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะมีการอธิบายกรอบของการอภิปรายให้สมาชิกได้รับทราบ แต่หาก สส.ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่ามีอะไรเกินเลย ก็จะใช้สิทธิ์ประท้วงตามหน้าที่” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการอภิปรายในวันที่ 18 กันยายน 2562 เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจน เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เคยพูดหลายครั้งแล้วว่าปฏิบัติตามขั้นตอน แต่เมื่อฝ่ายค้านขอใช้สิทธิ์ตามระบอบรัฐสภาเพื่อขอเปิดอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ก็พร้อมใช้สิทธิ์ตัวเองในการชี้แจง ดังนั้นเมื่อชี้แจงแล้วทุกอย่างก็น่าจะจบ แต่ตอบไม่ได้ว่าหลังวันที่ 18 กันยายนแล้ว ฝ่ายค้านยังจะหยิบยกประเด็นนี้มาพูดกันอีกหรือไม่

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ฝ่ายรัฐบาลจะเสนอเปิดประชุมลับ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า การประชุมลับก็มีข้อดี เพราะประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น อาจมีเนื้อหาที่กระทบกระเทือนในหลายมิติ จึงเห็นว่าถ้าประชุมลับได้จะเป็นเรื่องดี เพราะรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ด้วยว่า ในการอภิปรายนั้นไม่ควรมีประเด็นที่กระทบกระเทือนสถาบันหลักของชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรระมัดระวัง แต่หากมติของสมาชิกเห็นว่าไม่ควรเปิดประชุมลับ เราก็พร้อมเห็นด้วยตามมติส่วนใหญ่

 

โพลเปิด 5 เรื่องปชช.กังวล‘ด้านการเมือง ศก. สังคม’ แนะรัฐเร่งทำตามที่หาเสียง

โพลเปิด 5 เรื่องปชช.กังวล‘ด้านการเมือง ศก. สังคม’ แนะรัฐเร่งทำตามที่หาเสียง

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 09.39 น.
 
โพลเปิด 5 เรื่องปชช.กังวล‘ด้านการเมือง ศก. สังคม’ แนะรัฐเร่งทำตามที่หาเสียง
 

8 กันยายน 2562 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,172 คน ระหว่างวันที่ 3-7 กันยายน 2562 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนกรณี “การเมือง” เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางการพัฒนาประเทศให้ดีขึ้นหรือแย่ลง โดยมี “นโยบาย” เป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา รวมถึงสวัสดิการต่างๆของประชาชน หากสถานการณ์บ้านเมืองยังไม่นิ่ง ขาดความชัดเจนย่อมก่อให้เกิดปัญหาและสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชน สรุปผลได้ ดังนี้

1.สิ่งที่ประชาชนวิตกกังวล “ด้านการเมืองไทย” ณ วันนี้ มีเรื่องใดบ้าง? พร้อมเสนอวิธีแก้ไข

อันดับ 1 การบริหารประเทศ การพัฒนาประเทศของรัฐบาล 43.76%

วิธีแก้ไข ควรเร่งดำเนินงานตามนโยบายที่หาเสียงไว้ จัดลำดับความสำคัญของปัญหา แก้ให้ตรงจุด สร้างความเข้าใจแก่ทุกฝ่าย เลือกคนให้เหมาะกับงาน ฯลฯ

อันดับ 2 พฤติกรรมของนักการเมือง การทะเลาะเบาะแว้ง ความขัดแย้งแตกแยก 38.83%

วิธีแก้ไข นึกถึงส่วนรวมเป็นสำคัญ ยุติการทะเลาะเบาะแว้ง ควรใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงมาหักล้างกัน มีข้อตกลงร่วมกันที่ทุกฝ่ายพึงพอใจ ยอมรับได้ ฯลฯ

อันดับ 3 การทุจริต คอรัปชั่น แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ 33.20%

วิธีแก้ไข ควรเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบได้ มีการติดตามดำเนินการอย่างเคร่งครัด ควบคุมการใช้งบประมาณ มีบทลงโทษรุนแรง ไม่ละเว้น ฯลฯ

อันดับ 4 การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 14.19%

วิธีแก้ไข ต้องยึดความถูกต้อง ไม่เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด มีเนื้อหาเหมาะสมกับบริบทของไทย ไม่สองมาตรฐาน ใช้ได้ในระยะยาว ฯลฯ

อันดับ 5 เสถียรภาพทางการเมือง 12.27%

วิธีแก้ไข รัฐบาลต้องมีจุดยืน ทุกฝ่ายตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน เร่งสร้างผลงาน แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้สำเร็จ ทำงานให้สอดคล้องกับนโยบาย ฯลฯ

2.สิ่งที่ประชาชนวิตกกังวล “ด้านเศรษฐกิจ” ณ วันนี้ มีเรื่องใดบ้าง? พร้อมเสนอวิธีแก้ไข

อันดับ 1 ของแพง ค่าครองชีพสูง 62.39%

วิธีแก้ไข ภาครัฐต้องช่วยเหลืออย่างจริงจัง ควบคุมราคา การเอาเปรียบของพ่อค้าคนกลาง ประชาชนต้องประหยัด วางแผนการใช้จ่าย ฯลฯ

อันดับ 2 รายได้ไม่พอกับรายจ่าย มีหนี้สิน 35.05%

วิธีแก้ไข มีมาตรการช่วยเหลือประชาชน ลดดอกเบี้ย แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ต้องหารายได้เสริม ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ฯลฯ

อันดับ 3 เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ 22.75%

วิธีแก้ไข รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติเข้ามาลงทุน มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเกิดการจ้างงาน ฯลฯ

อันดับ 4 ปัญหาการตกงาน ว่างงาน 16.15%

วิธีแก้ไข หาอาชีพเสริม สร้างงานสร้างรายได้ มีนโยบายช่วยเหลือช่วงว่างงาน มีโครงการจัดหางานช่วยเหลือประชาชน ฯลฯ

อันดับ 5 ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ 14.22%

วิธีแก้ไข มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร พยุงราคา มีตลาดกลางในการซื้อขายสินค้า ประชาชนช่วยกันอุดหนุน ฯลฯ

3.สิ่งที่ประชาชนวิตกกังวล “ด้านสังคม” ณ วันนี้ มีเรื่องใดบ้าง? พร้อมเสนอวิธีแก้ไข  

อันดับ 1 อาชญากรรม การใช้ความรุนแรง 54.81%

วิธีแก้ไข บทลงโทษต้องรุนแรง ดำเนินการทางกฎหมายอย่างรวดเร็ว แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนให้ดีขึ้น ฯลฯ

อันดับ 2 คุณธรรม จริยธรรม จิตสำนึกของคนในสังคม 29.45%

วิธีแก้ไข ครอบครัวปลูกฝัง อบรมเลี้ยงดูตั้งแต่วัยเยาว์ ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี พัฒนาการศึกษา ฟื้นฟูศาสนาให้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ฯลฯ

อันดับ 3 สถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้ง 23.31%

วิธีแก้ไข รัฐบาลควรบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รณรงค์ให้ทุกคนมีจิตสำนึก ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ฯลฯ

อันดับ 4 ปัญหาเด็กแว้น เสพยา ทะเลาะวิวาท 17.38%

วิธีแก้ไข สถานศึกษาและครอบครัวควรช่วยกันดูแลบุตรหลาน มีเวลาให้กัน ให้ความรักความอบอุ่น ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ฯลฯ

อันดับ 5 การใช้สื่อโซเชียลในทางที่ผิด 11.55%

วิธีแก้ไข มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่แชร์สิ่งที่ไม่ถูกต้อง ภาพที่ไม่เหมาะสม ควรใช้วิจารณญาณในการเสพสื่อ ฯลฯ

โพลเปิดสเปค‘ผู้ว่า กทม.’คนใหม่ที่คนกรุงต้องการ

โพลเปิดสเปค‘ผู้ว่า กทม.’คนใหม่ที่คนกรุงต้องการ

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 09.11 น.
 
โพลเปิดสเปค‘ผู้ว่า กทม.’คนใหม่ที่คนกรุงต้องการ
8 กันยายน 2562 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “สเปคของผู้ว่า กทม. ที่คนกรุงต้องการ” กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพในกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,060 ตัวอย่าง ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 1-7 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา
ผลการสำรวจเมื่อถามว่า ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ตั้งใจจะเลือกผู้สมัครจากพรรคการเมืองใด พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.0 ยังไม่มีใครในใจ ขณะที่ร้อยละ 36.0 ระบุมีพรรคการเมืองที่จะเลือกในใจแล้ว เช่น อนาคตใหม่ พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย และอื่นๆ

เมื่อจำแนกออกตามกลุ่มอาชีพ พบว่า กลุ่มนักศึกษาส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.1 ระบุมีพรรคการเมืองในใจแล้ว ขณะที่กลุ่มอาชีพอื่น เช่น ข้าราชการ พนักงานรัฐ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 78.4 พนักงานเอกชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.5 และกลุ่มอาชีพอื่นๆ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 78.5 ยังไม่มีใครในใจ ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม.

ที่น่าสนใจคือ ลักษณะหรือสเปคของผู้ว่า กทม.ที่ต้องการ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.8 ระบุ ซื่อสัตย์สุจริต ไม่พัวพันทุจริตคอรัปชั่น รองลงมาคือร้อยละ 74.3 ระบุ แก้ปัญหาเก่ง รวดเร็ว ไม่ขายฝัน พูดจริงทำจริง มีผลงาน และร้อยละ 24.5 ระบุอื่นๆ เช่น คนรุ่นใหม่ การศึกษาดี เสียสละ นโยบายจับต้องได้ น่าเชื่อถือ เป็นที่รู้จัก เป็นต้น

ที่น่าพิจารณาคือ ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องการให้แก้ไข พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.6 ระบุปัญหาจราจร รถติด ความปลอดภัยทางถนน อุบัติเหตุ คนขาดวินัยจราจร รองลงมาคือร้อยละ 56.9 ระบุ ค่าครองชีพ ของแพง ทำมาหากินไม่ได้ , ร้อยละ 55.1 ระบุน้ำท่วมขัง , ร้อยละ 51.1 ระบุ มลพิษ ขยะเน่าเหม็น สิ่งแวดล้อม

ร้อยละ 50.4 ระบุ อาชญากรรม ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน , ร้อยละ 38.9 ระบุ ปัญหาการให้บริการ รถโดยสาร ขนส่งมวลชน , ร้อยละ 27.7 ระบุถูกเรียกรับผลประโยชน์ ทุจริตคอรัปชั่น และร้อยละ 28.6 ระบุอื่น ๆ เช่น การศึกษา ยาเสพติด และไฟส่องสว่าง เป็นต้น

อดีตป.ป.ช.ปลุกต้านจนท.ใช้อำนาจรัฐตามอำเภอใจ ชู 4 ยุทธศาสตร์ปราบ‘ทุจริต’ยุคใหม่

อดีตป.ป.ช.ปลุกต้านจนท.ใช้อำนาจรัฐตามอำเภอใจ ชู 4 ยุทธศาสตร์ปราบ‘ทุจริต’ยุคใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 08.53 น.
 
อดีตป.ป.ช.ปลุกต้านจนท.ใช้อำนาจรัฐตามอำเภอใจ ชู 4 ยุทธศาสตร์ปราบ‘ทุจริต’ยุคใหม่
 

8 กันยายน 2562 นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Professor Vicha Mahakun มีเนื้อหาดังนี้

5 ก.ย.2562 ผู้เขียนได้รับเชิญจากสถาบันยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ ให้เข้าร่วมประชุมการต่อต้านทุจริตแห่งประเทศมาเลเซีย และเสนอข้อคิดต่อที่ประชุมร่วมกับผู้แทนจากมาเลเซีย คือ Dato’Azri Bin Ahmad Deputy Director of Integrity & Standard Compliance Department , ผู้แทนจากฮ่องกง คือ Tony Kwok Man-Wai อดีตผู้ช่วยกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งฮ่องกง และผู้แทนจากลาว คือ ท้าวทองคำ สุมาลุน เจ้าหน้าที่อาวุโส ฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขององค์การตรวจตราแห่งชาติลาว โดยมี Datuk Seri Azman Ujang ประธานสำนักข่าวแห่งมาเลเซีย( BERNAMA) ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ

ผู้เขียนได้กล่าวถึงปัญหาการทุจริตโดยหยิบวาทะของลอร์ดแอ็คตัน มายืนยันว่า “อำนาจทำให้คนทุจริต ยิ่งมีอำนาจเด็ดขาด ก็ยิ่งทุจริตอย่างที่สุด”(Power tends to corrupt,absolute power , corrupt absolutely) คำว่า “อำนาจ” ที่ลอร์ดแอ็คตันกล่าว หมายถึงอำนาจรัฐ(state power) หรืออำนาจที่ตัวแทนรัฐใช้ในนามของรัฐ มิใช่ของประชาชน เป็นการบิดผันการใช้อำนาจ (abuse of power)ที่ประชาชนมอบให้ดูแลทุกข์สุขของประชาชน แต่กลับนำไปสร้างเสริมอำนาจของตนเองและพวกพ้อง ฉ้อราษฎร์บังหลวง ฉ้อฉล ยึดครองทรัพยากรของรัฐ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส

จากการที่ผู้เขียนทำหน้าที่คณะกรรมการปปช.เป็นเวลา 9 ปี ทำให้ผู้เขียนเข้าใจและมีข้อมูลเพียงพอที่จะกล่าวได้ว่าการแก้ปัญหาทุจริตที่หยั่งรากลึกในไทยมานานนั้น จะต้องแก้ที่รากเหง้าของปัญหา โดยต้องพัฒนาเปลี่ยนแปลงจากการปล่อยให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจรัฐตามอำเภอใจ มาสู่อำนาจอธิปไตยที่สมบูรณ์ของประชาชน ให้ประชาชนตระหนักรู้ว่าแท้จริงแล้วประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ จึงต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครอง ผนึกกำลังร่วมกันไม่ทนต่อการทุจิต เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังอย่าให้เจ้าหน้าที่ทุจริตประพฤติมิชอบ บรรดาองค์กรตรวจสอบการทุจริตก็ต้องให้ความคุ้มครองมิให้ประชาชนผู้แจ้งเบาะแส ได้รับอันตรายทั้งต่อตนเองและครอบครัว ซึ่งเป็นระบบที่เรียกว่า whistleblower protection

นอกจากนี้กลุ่มเป้าหมายสำคัญของการป้องกันทุจริต ก็คือ การปลุกและปลูกจิตสำนึกของเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีจิตสำนึกสาธารณะเสียสละความสุขส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ช่วยกันเฝ้าระวังรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมิให้ถูกทำลาย

อนึ่งผู้เขียนแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบว่า ผู้เขียนและคณะได้ร่วมกันจัดตั้งมูลนิธิต่อต้านการทุจริต เพื่อสร้างหมู่บ้านช่อสะอาด ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐาน รวม 78 หมู่บ้านใน 76 จังหวัด โดยมีหลักการสำคัญ 4 ประการ คือ กายสะอาด พฤติกรรมสะอาด จิตสะอาด ปัญญาสะอาด และร่วมมืออย่างเหนียวแน่นช่วยกันทำให้เกิดความโปร่งใส เปิดเผย ตรวจสอบได้ ระหว่างสถาบันทั้งสาม คือ บ้าน ศาสนา และโรงเรียน

นี่คือส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่นำไปสู่การปฏิบัติที่ดีที่สุดของการเอาชัยชนะเหนือการทุจริตของประเทศไทยยุคใหม่ในปัจจุบัน

‘สืบตม.2’เช็คเที่ยวบิน ผลักดัน13อินเดียเข้าข่ายบุคคลต้องห้าม

‘สืบตม.2’เช็คเที่ยวบิน ผลักดัน13อินเดียเข้าข่ายบุคคลต้องห้าม

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 10.02 น.
 
‘สืบตม.2’เช็คเที่ยวบิน ผลักดัน13อินเดียเข้าข่ายบุคคลต้องห้าม

8 กันยายน 2562 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2(ผบก.ตม.2) , พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผู้กำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2(ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2) สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ปฏิบัติหน้าที่ตรวจเที่ยวบินเป้าหมายระหว่างวันที่ 7-8 กันยายน 2562 ซึ่งมีการตรวจพบผู้โดยสารสัญชาติอินเดีย 13 ราย มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามหลายราย จึงทำการผลักดันออกนอกประเทศตามขั้นตอนกฎหมาย

‘หมอระวี’เตรียมยื่นหนังสือ‘บิ๊กตู่-ศักดิ์สยาม’ จี้สร้าง‘เทอร์มินัล 2’มาสเตอร์แปลน

‘หมอระวี’เตรียมยื่นหนังสือ‘บิ๊กตู่-ศักดิ์สยาม’ จี้สร้าง‘เทอร์มินัล 2’มาสเตอร์แปลน

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.38 น.
 
‘หมอระวี’เตรียมยื่นหนังสือ‘บิ๊กตู่-ศักดิ์สยาม’ จี้สร้าง‘เทอร์มินัล 2’มาสเตอร์แปลน

8 กันยายน 2562 นพ.ระวี มาศฉมาดล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ เดินทางเข้าพบ พล.อ.ต.ประกิตติ เกษมสันต์ นายกสภาสถาปนิก เพื่อปรึกษาหารือขอทราบข้อมูลเชิงลึกในประเด็นการสร้างอาคารเทอร์มินัล 2 ตัดแปะสนามบินสุวรรณภูมิ มีข้อดีข้อเสีย และที่มาอย่างไร โดยได้ข้อสรุปว่าทางสภาสถาปนิกกำลังดำเนินการรวบรวมข้อมูลของสนามบินสุวรรณภูมิอย่างละเอียดเป็นระบบ จากนั้นจะจัดพิมพ์และนำเสนอในรูปแบบที่ประชาชนเข้าใจง่าย จากนั้นจะส่งไป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , คณะรัฐมนตรี , พรรคการเมือง , สส. , สว. และสื่อทุกแขนง เพื่อให้ทราบเหตุผลที่ต้องสร้างอาคารเทอร์มินัล 2 ตามแผนแม่บท หรือมาสเตอร์แปล

นพ.ระวี กล่าวว่า พรรคพลังธรรมใหม่จะยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้เร่งแต่งตั้งคณะทำงานจากผู้เชี่ยวชาญ สภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ พร้อมกับศึกษาหาทางออกอย่างเร่งด่วน เพื่อสรุปความเห็นส่งให้คณะรัฐมนตรีเร่งตัดสินใจ

“เมื่อที่ประชุมสภาฯตั้งกรรมาธิการสามัญคมนาคมเสร็จในสัปดาห์หน้า ผมจะเสนอให้ กมธ.เร่งศึกษาเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก เพื่อสรุปความเห็น กมธ.ส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป โดยผมขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและนายศักดิ์สยาม พิจารณาตัดสินใจ เร่งสร้างเทอร์มินัล 2 มาสเตอร์แปลน จะเหมาะสมที่สุด กับยุทธศาสตร์ 3 สนามบินหลักของรัฐบาล ในขณะนี้ อย่าฝืนสร้างเทอร์มินัล2 แบบตัดแปะอีก” นพ.ระวี กล่าว

ประชุมหาทางปกป้องป่าแอมะซอน

ประชุมหาทางปกป้องป่าแอมะซอน

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
เลติเซีย (เอเอฟพี/รอยเตอร์) - ประธานาธิบดีและรัฐมนตรีจาก 7 ประเทศที่มีพื้นที่ติดต่อกับป่าแอมะซอน ประชุมกันที่เมืองเลติเซีย ประเทศโคลัมเบีย โดยเห็นพ้องเกี่ยวกับมาตรการในการปกป้องพื้นที่ป่าฝนที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลกเกิดภัยคุกคามจากไฟไหม้ป่าและการตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง

ประธานาธิบดี อิบัน ดูเก มาร์เกซ ของโคลัมเบียกล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้มีเป้าหมายในการเปิดพื้นที่ในการเจรจาพูดคุยเพื่อปกป้องและใช้พื้นที่ป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญต่อการอยู่รอดของโลก การประชุมสุดยอดผู้นำ 7 ประเทศในครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่นานาประเทศต่างร้องเรียนมาเป็นเวลาหลายเดือนให้หาทางแก้ไขปัญหาไฟไหม้ป่าที่ทำลายพื้นที่ป่าไม้อุดมสมบูรณ์เป็นบริเวณกว้างในป่าแอมะซอนในประเทศบราซิลและโบลิเวีย ประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิล ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิอย่างหนัก จากนโยบายของเขาที่สนับสนุนการตัดไม้ทำลายป่าและไม่รีบลงมือดำเนินการในการรับมือกับไฟไหม้ป่า ไม่ได้เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ โดยอ้างคำสั่งของแพทย์แต่ก็กล่าวผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ เรียกร้องให้บรรดาผู้นำประเทศ ให้เมินเสียงเรียกร้องที่นำโดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอลมาครง ของฝรั่งเศส ที่ให้ผลักดันการคุ้มครองป่าแอมะซอนเป็นความร่วมมือของนานาประเทศ เขาระบุว่าประเทศในภูมิภาคนี้จะต้องปกป้องอำนาจอธิปไตยของตนเองเพื่อที่จะพัฒนานโยบายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการดูแลป่าแอมะซอน มิใช่ปล่อยให้อยู่ในมือของประเทศอื่นๆ ที่ประชุมในครั้งนี้ได้ลงนามในข้อตกลง “เลทิเซีย เพื่อป่าแอมะซอน” ซึ่งผู้นำโคลัมเบีย กล่าวว่าจะช่วยการปกป้องป่าได้ดีกว่าเดิม

ขณะเดียวกัน กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ของมาเลเซีย กล่าวในแถลงการณ์ว่า ทางกระทรวงจะส่งจดหมายทางการทูตไปยังอินโดนีเซีย เพื่อขอให้อินโดนีเซียลงมือดำเนินการในทันทีในการดับไฟป่าที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดหมอกควันที่ลอยไปถึงเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย และป้องกันมิให้เกษตรกรใช้วิธีการเผาเพื่อเตรียมพื้นทางการเกษตรด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศอินโดนีเซียปฎิเสธที่จะแสดงความเห็นใดๆ แต่กล่าวเพียงว่าจะตรวจสอบว่าได้รับหนังสือร้องเรียนจากทางมาเลเซียแล้วหรือยัง อินโดนีเซียระบุว่า พบจุดความร้อนที่แสดงให้เห็นที่จำนวนไฟป่าที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ปัญหาไฟป่าในอินโดนีเซียกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น ในช่วงหน้าร้อน เกษตรกรชาวอินโดนีเซียมักจะใช้การใช้ไฟเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรกรรม แต่ไฟที่เกิดขึ้นมักจะลุกลามจนควบคุมไม่ได้และให้เกิดหมอกควันจากไฟไหม้กระทบไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย และสภาพอากาศที่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ในปีนี้ ทำให้ผลกระทบจากไฟป่ารุนแรงมากกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา โดยจุดความร้อนเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดเหตุไฟไหม้ป่ารุนแรงเมื่อปี 2015

วิทยาศาสตร์ สำหรับเยาวชน : โรคลมแดดในสุนัข

วิทยาศาสตร์ สำหรับเยาวชน : โรคลมแดดในสุนัข

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
โรคลมแดด หรือ HEAT STROKE ที่มาพร้อมกับอากาศร้อนๆ ในประเทศไทยนั้นนอกจากจะส่งผลกระทบต่อคนแล้ว เจ้าสัตว์เลี้ยงของเราก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ฮีทสโตรก คือ สภาวะช็อกเมื่อร่างกายของสุนัขมีอุณหภูมิสูงถึง 41-42 องศา สุนัขจะเริ่มเหงื่อออกสูญเสียการควบคุมร่างกาย ไม่ค่อยรู้สึกตัว ชัก กล้ามเนื้อสั่น โคม่า เกิดผลกระทบต่อหัวใจ สมอง ตับและเริ่มมีอาการไตวาย เกล็ดเลือดต่ำ มีจุดหรือจ้ำเลือดออก ปัสสาวะ อุจจาระและอาเจียนเป็นเลือดมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิต

อันที่จริงแล้วนั้นการระบายความร้อนของสุนัขมีความแตกต่างกับมนุษย์เนื่องจากสุนัขนั้นมีต่อมเหงื่อน้อย โดยอยู่แค่บริเวณฝ่าเท้าเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วจะระบายความร้อนผ่านทางการหายใจ เมื่ออากาศร้อนมากๆ ดื่มน้ำน้อยหรืออยู่บริเวณอากาศไม่ถ่ายเทจะทำให้เกิดภาวะฮีทสโตรกได้ วิธีป้องกันเพื่อลดสภาวะฮีทสโตรกที่อาจเกิดกับสุนัขของท่านนั้นสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงให้สุนัขเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน ให้สุนัขอาศัยอยู่บริเวณที่อากาศถ่ายเทและไม่อบอ้าว เตรียมน้ำดื่มสำหรับสุนัขให้เพียงพอ และหากสังเกตเห็นว่าสุนัขเริ่มระบายความร้อนไม่ทัน ให้หาน้ำให้สุนัขค่อยๆ ดื่มแต่น้อย และห้ามเอาผ้าชุบนำเย็นมาคลุมตัวสุนัขเพราะจะทำให้ระบายเหงื่อไม่ได้ ที่สำคัญห้ามนำสุนัขไปแช่น้ำเย็นเด็ดขาดเพราะอาจทำให้เกิดอาการช็อกได้ ทั้งนี้ หากสุนัขมีอาการเริ่มต้นที่สงสัยว่าอาจเกิดภาวะฮีทสโตรกควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ เคยมีการวิจัยปัจจัยทางชีวภาพการเกิดสภาวะฮีทสโตรกในลิงพบว่าหนึ่งในนั้นมีโปรตีนที่เกี่ยวข้องคือ Heat shock protein(HSPs) เมื่อมีการชักนำให้เกิดการผลิตโปรตีนชนิดนี้ ทำให้พบอัตราการรอดตายจากสภาวะฮีทสโตรกที่ต่ำ และพบว่าในกลุ่มที่รอดชีวิตนั้นมีการ recover ของปริมาณ Serum HSP72 (eHSP72) เร็วภายใน 24 ชั่วโมงโปรตีนชนิดนี้จึงสามารถใช้เป็นตัวชี้วัดทางชีวภาพ (biomarker) ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมทั้งในมนุษย์ด้วย

ปกฉัตร กุศลกรรมบถ

ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

ฉาวกระฉ่อนโลก! ตร.นิวซีแลนด์จับไอซ์ข้ามชาติส่งจากไทยมูลค่ากว่า 4,590 ล้านบาท

ฉาวกระฉ่อนโลก! ตร.นิวซีแลนด์จับไอซ์ข้ามชาติส่งจากไทยมูลค่ากว่า 4,590 ล้านบาท

วันเสาร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2562, 14.54 น.
 
ศุลกากรนิวซีแลนด์ ยึดยาไอซ์ลอตใหญ่สุดเท่าที่เคยเจอ น้ำหนักเกือบครึ่งตัน มูลค่ามหาศาล ราว 4,590 ล้านบาท ถูกซุกซ่อนไว้ในมอเตอร์ไฟฟ้า 60 เครื่อง ภายในตู้คอนเทนเนอร์ ที่ถูกส่งมาจากประเทศไทย

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรนิวซีแลนด์ สามารถตรวจยึดยาเสพติดประเภทเมตแอมฟีตามีน หรือยาไอซ์ น้ำหนักถึง 469 กิโลกรัม มูลค่าขายบนท้องถนน นับ 235 ล้าน ดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือประมาณ 150 ล้านดอลลาร์  (ราว 4,590 ล้านบาท) ถูกซุกซ่อนไว้ในมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 60 เครื่อง ภายในตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ที่ถูกส่งโดยเรือสินค้ามาจากประเทศไทย และเดินทางมาถึงท่าเรือนครออคแลนด์ เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

พร้อมจับกุมชายต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องในการลักลอบนำยาไอซ์ลอตใหญ่ครั้งนี้ 3 คน เป็นชายชาวแคนาดา 2 คน และชาวนิวซีแลนด์ 1 คน ทั้งหมดถูกนำตัวขึ้นศาลชั้นต้นที่นครออคแลนด์เมื่อวานนี้( เบื้องต้นพร้อมกับตั้งข้อหานำเข้าและครอบครองยาไอซ์ หากศาลตัดสินพบกระทำผิดตามข้อกล่าวหา จะเผชิญกับโทษสูงสุดคือถูกจำคุกตลอดชีวิต

นายบรูซ แบร์รี หัวหน้าชุดสืบสวนของศุลกากรนิวซีแลนด์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดได้ใช้บ้านจากแอร์บีเอ็นบีจำนวน 9 หลังสำหรับในการลักลอบค้าขายยาเสพติด ซึ่งผู้ค้ายามักจ่ายเงินสดและพำนักอาศัยเป็นเวลานานผิดปกติ และในการสืบสวน เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการยึดเงินสดมูลค่าหลายหมื่นดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบค้ายาเสพติดแล้ว พร้อมเตรียมดำเนินการทำลายไอซ์ทั้งหมดที่ยึดได้ รวมทั้งมีการขยายผลเตรียมจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 3 คน หลังจับกุมตัวแล้ว 3 คน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่นิวซีแลนด์ยังได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองกับประเทศหุ้นส่วน 5 ประเทศ กับ แคนาดา สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลีย ในการช่วยสืบความเคลื่อนไหวของแก๊งค้ายาเสพติด

ด้านเกร็ก วิลเลียมส์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนของนิวซีแลนด์กล่าวว่า ยาเสพติดประเภทเมตแอมฟีตามีนหรือไอซ์จำนวน 469 กิโลกรัมที่ยึดได้จากการลักลอบขนส่งจากประเทศไทยเข้าสู่นิวซีแลนด์ครั้งนี้ เป็นปริมาณเทียบเท่ากับปริมาณการใช้ยาเสพติดทั่วทั้งนิวซีแลนด์ในระยะเวลาเกือบครึ่งปี ถือเป็นการจับกุมการลักลอบนำเข้ายาเสพติดครั้งใหญ่ที่สุดในนิวซีแลนด์ และว่าเครือข่ายยาเสพติดต้องใช้ที่พักแบบชั่วคราวในนิวซีแลนด์เป็นสถานที่ในการลักลอบดำเนินธุรกิจค้ายาเสพติด บางรายมีการจัดตั้งบริษัทในนิวซีแลนด์ขึ้นมาบังหน้า เพื่อให้ได้ใบอนุญาตในการขนส่งและจัดเก็บสินค้าอย่างถูกต้องสำหรับใช้ในการซุกซ่อนยาเสพติด

 
 
 

หน้าแรก / Politics นิด้าโพล เผย ปชช.ไม่เชื่อแก้รธน.เศรษฐกิจจะดีขึ้น

นิด้าโพล เผย ปชช.ไม่เชื่อแก้รธน.เศรษฐกิจจะดีขึ้น

08 Sep 2019
อ่าน 154 ครั้ง
 

"นิด้าโพล" เผยผลสำรวจประชาชนส่วนใหญ่ ไม่เชื่อแก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่กว่า 46% มองรัฐบาลไม่มีความสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “แก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5 – 6 กันยายน 2562

จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน พบว่า ส่วนใหญ่ 46.67 % ระบุว่า รัฐบาลไม่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รองลงมา 29.21% ระบุว่า สินค้าแพง รายได้ต่ำ

24.13 ระบุว่า เป็นผลกระทบจากภาวการณ์เศรษฐกิจโลก 22.54% ระบุว่า นักการเมืองไม่สนใจแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง 20.79ระบุว่า ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ 13.65 ระบุว่า เป็นผลกระทบจากภัยทางธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม  9.60% ระบุว่า ประชาชนไม่รู้จักพอเพียง ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นมากเกินไป  8.49 ระบุว่า ส่งออกไม่ค่อยได้ 6.03 ระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 3.73 ระบุว่า ปัญหาเศรษฐกิจเกิดจากรัฐธรรมนูญไม่ดี 2.14 ระบุว่า เศรษฐกิจไม่ดี เป็นแค่ความรู้สึกของประชาชนเอง 1.98 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ 1.43 % ระบุว่า เป็นการปั่นกระแสให้ประชาชนเชื่อว่าเศรษฐกิจไม่ดี และ  0.16% ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ ความขัดเเย้งทางการเมืองภายในประเทศ

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความเชื่อของประชาชนหากแก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่ 32.14 % ระบุว่า ไม่เชื่อเลย เพราะ ปัญหาเศรษฐกิจไม่เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญเลย ขณะที่บางส่วนระบุว่า แก้ไปก็ไม่มีประโยชน์แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของรัฐบาล และขึ้นอยู่กับประชาชนมากกว่า รองลงมา 22.38 % ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ เพราะ ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว รัฐบาลน่าจะสนใจ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และเป็นการดึงดูดชาวต่างชาติมาลงทุนในประเทศมากขึ้น

22.14 % ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ เพราะ ไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับรัฐบาลมากกว่า และเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือไม่อยู่ที่ตัวบุคคลกับนิสัยการใช้จ่ายของคนไทยมากกว่า 16.43 % ระบุว่า เชื่อมาก เพราะ คิดว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น 4.13% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ และ 2.78 %ระบุว่า ไม่แน่ใจ

หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค การค้า - การเกษตร กระทุ้ง กฟผ.รักษาสัญญารับซื้อปาล์มปั่นไฟ 1 แสนตัน

กระทุ้ง กฟผ.รักษาสัญญารับซื้อปาล์มปั่นไฟ 1 แสนตัน

08 Sep 2019
อ่าน 265 ครั้ง
 

โวย กฟผ.อืดเป็นเรือเกลือรับซื้อปาล์มดิบปั่นไฟ ทุบผลปาล์มร่วงหนัก ผวาหล่น 2 บาท/กก. แฉไอ้โม่งงาบรัฐซื้อต้องมีทุนหนาเก็บสต็อกหวังฟันเก็งกำไรโครงการรัฐเอื้อแย้ม 4-5 รายรอเสียบ ชาวสวนจนมุมต้องกระทุ้งเร่งรัดเดินเครื่อง หวังยั่งยืนเป็นหนทางรอดโดยไม่พึ่งนโยบายประกันรายได้ชาวสวนปาล์ม 4 บาท/กก.

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดำเนินมาตรการใช้น้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง โดยได้รับมอบน้ำมันปาล์มดิบครบตามเป้าหมาย 1.6 แสนตัน แล้ว ต่อมาที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) (7 พ.ค. 62) ให้กฟผ.จัดซื้อและรับมอบนํ้ามันปาล์มดิบอีกจำนวน 6.6 หมื่นตันจากโรงสกัด 19 ราย เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยกรมการค้าภายในได้ประมาณการราคานํ้ามันปาล์มดิบตามที่ กฟผ.ประสานขอใช้อ้างอิงเป็นเกณฑ์รับซื้อ ณ คลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่กิโลกรัมละ 16.50 บาท ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) วันที่ 19 สิงหาคมเร่งรัดให้ กฟผ.รับซื้อตามสัญญาเพิ่ม 1.3 แสนตัน ให้ครบจำนวน 2 แสนตันเพื่อยกระดับราคาผลปาล์มไม่น้อยกว่า 4บาทต่อกิโลกรัม และได้อนุมัติสำรองเพิ่มไว้ 1 แสนตันถ้าราคาปาล์มยังไม่ขยับ

นายอธิราษฎร์ ดำดี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กฟผ.ต้องเร่งซื้อ ปัจจุบันราคาผลปาล์ม อัตราน้ำมัน 18 % ราคาอยู่ที่ 2.40-2.60 บาท  จะมารอไม่ได้แล้ว ไม่เช่นนั้นราคาอาจจะต่ำถึง 2 บาท/กก แต่เมื่อพิจารณาแล้วกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการซื้อจะซื้อคนที่มีน้ำมันสต็อกอยู่แล้วจะได้เฉพาะคนที่มีน้ำมันเก็บอยู่ อย่างโรงงานสหกรณ์ หรือ สถาบันเกษตรกรไม่มีทุนที่จะเก็บน้ำมันก็ผลิตแล้วขายหมุนเวียนไปเรื่อยจะไม่ได้สิทธิ์ที่จะขายเข้าโครงการ

วิธีการซื้อของ กฟผ. ใช้คำว่า  “นั่งหิ้งซื้อ” ก็คือซื้อตามระเบียบของเค้า แต่ว่าระเบียบที่กรมการค้าภายในกำหนด ต้องซื้อคนมีน้ำมันไม่น้อยกว่ากว่าครึ่งหนึ่งของคนที่เสนอขาย แล้วโอกาสของคนขายก็คือคนที่ตุนน้ำมันไว้ ปัจจุบันมีอยู่แค่ 4-5 รายเท่านั้นเอง แต่ข้อดีการมาซื้อจะทำให้การดูดซับน้ำมันออกไปจากตลาด แต่ก็รู้สึกเคลือบแคลงใจ เรื่องสต็อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือ จากการตรวจสอบของคณะทำงานตรวจสต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือทั้งระบบระดับจังหวัด รายงานในคณะ กนป.อยู่ที่ 2.5 แสนตัน แต่พอมา (กนป.19 ส.ค.62) เพิ่ม 4.5 แสนตัน น้ำมันมาจากไหน แม้กระทั่งรายงานของกรมการค้าภายในก็บอกตัวเลขไม่เหมือนกัน เป็นตัวเลข 3 แสนตัน ผมไม่รู้ว่าสต็อกน้ำมันแท้จริงมีเท่าไรกันแน่ มึนไปหมด

แต่ตัวเลขที่ไม่เห็นก็คือการใช้บริโภคเพิ่มขึ้นหรือลดลง ไม่รู้เพิ่มการผลิตไบโอดีเซลหรือไม่ หรือผลิตได้เดือนละเท่าไรก็ไม่ชัด ก็ต้องยอมรับว่าจะต้องเร่งรัดให้ กฟผ.ซื้อโดยเร็วเพื่อกระตุ้นตลาดให้ราคาขยับขึ้นได้เร็วที่สุด และใช้ผลิตไบโอดีเซล (บี 10 ) ต้องเร็ว ขณะนี้ช้ามาก อย่างน้อยก็ผลิตทยอยออกมาจะดีที่สุด ปัจจุบันมีการใช้บริโภคพลังงานไม่เกิน 2.5 แสนตัน แต่มีการผลิตน้ำมันกว่า 3 แสนตัน ดังนั้นหากบางเดือนเยอะอาจจะเกินไปกว่า 1 แสนตัน ดังนั้นจะต้องบริหารความสมดุลให้ได้เพราะไม่อยากจะใช้เงินภาษีประชาชนในโครงการประกันรายได้ผลปาล์ม 3 บาท/กก.ไม่ยั่งยืน เราต้องพึ่งตนเองให้ได้ เพราะเราเองก็มีศักดิ์ศรี

 

.............................................................

8 กันยายน 2562

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน