*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5537
  • จำนวนผู้ชม : 3344049
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 11 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 251 , 12:43:13 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         มีรายงานข่าวว่า

  เมื่อวันที่ 11ก.ย.62 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการแจ้งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะมีการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณ ว่า เป็นการแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการ เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ว่าจะเป็นวันที่ 16 หรือ 17 ก.ย.

         จึงเป็นที่แน่นอนแล้วว่า นายกฯ 'บิ๊กตู่' จะไปร่วมประชุมสภาวันที่ 18 ก.ย.

         ข่าวมัวหมองของจังหวัดอุทัยธานีวันนี้รายงานว่า : 'พ.ต.ท.'อุทัยธานีสิ้นคิด! ลอบขนยาบ้าโดนตำรวจแม่สายรวบ

สอบสวนเบื้องต้น พ.ต.ท.สุรจิต ให้การรับสารภาพว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตนจริง โดยได้รับจ้างขนยาบ้าจากนายโอ๊ต ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง เป็นชาวจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งติดต่อกันทางไลน์ ให้รับยาบ้าจากบริเวณริมถนนบ้านเกาะทราย ม.7 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีคนนำมาวางไว้ให้ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 และจะนำไปส่งให้นายโอ๊ต ที่ในพื้นที่ กทม. โดยหากทำสำเร็จจะได้ค่าจ้างจำนวน 100,000 บาท แต่ก็มาถูกจับกุมได้เสียก่อน

            ทั้งนี้ การกระทำความผิดของนายตำรวจระดับพ.ต.ท.ผู้นี้น่าจะมีเงื่อนงำมิใช่น้อย  เพราะการที่จะมีการติดต่อว่าจ้างตั้งแต่ต้นนั้น เหตุใด

ผู้ว่าจ้างจึงกล้าหาญว่าจ้างนายตำรวจได้เช่นนี้ ทั้งที่ฝ่ายนายตำรวจก็ไม่รู้จักหัวนอนปลายตีนของ 'นายโอ็ด' เช่นกัน สตร.น่าจะสืบสาวให้ชัดแจ้ง

เพื่อเป็นแนวทางป้องกันมิให้เกิดเรื่องฉาวโฉ่เยี่ยงนี้ขึ้นมาได้ง่ายๆเช่นครั้งนี้อีกต่อไป.

 

 

เคลียร์ของเก่าก่อน! 'ชวน'ชี้เสนอตั้ง'กมธ.ศึกษาแก้รธน.'ไม่ใช่วาระเร่งด่วน

เคลียร์ของเก่าก่อน! 'ชวน'ชี้เสนอตั้ง'กมธ.ศึกษาแก้รธน.'ไม่ใช่วาระเร่งด่วน

วันพุธ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562, 11.30 น.
 
"ชวน"ชี้เสนอตั้ง"กมธ.ศึกษาแนวทางแก้รัฐธรรมนูญ"ไม่ใช่วาระเร่งด่วน ขอเคลียร์ญัตติด่วนค้าง100กว่าเรื่องก่อนปิดสมัยประชุม
 
เมื่อเวลา 10.15 น.วันที่ 11 กันยายน 2562 ที่รัฐสภา เกียกกาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า จากที่เห็นตามข่าวว่า นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคฝ่ายค้าน เสนอเพื่อขอศึกษาเรื่องนี้ แต่คงเป็นไปตามวาระปกติ ไม่ใช่เรื่องด่วน
 
เมื่อถามว่า สามารถขอมติเลื่อนขึ้นเป็นวาระด่วนได้หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า แล้วแต่ที่ประชุมจะพิจารณา แต่วันที่ 13 กันยายนนี้ จะขอพิจารณาญัตติด่วนที่ค้างอยู่จำนวนมาก ประมาณ 100 กว่าเรื่อง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ซึ่งตอนนี้ยังพิจารณาไม่จบ และจะสิ้นสมัยประชุมแล้ว

ทั้งนี้ นายชวน ยังกล่าวถึงกรณี นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นหนังสือตรวจสอบกรณีบิ๊กข้าราชการสภาฯ ส่งไลน์คุกคามทางเพศข้าราชการสาว ว่า ยังไม่เห็นเรื่อง ถ้าส่งเรื่องมาก็จะดูให้

ข่าวด่วน

บิ๊กตู่ ไม่ขัดข้องเลื่อนถกถวายสัตย์ 16 ก.ย.

วันที่ 11 กันยายน 2562 - 12:41 น.
วิษณุ,เลื่อนถกปมถวายสัตย์,ไม่ขัดข้อง,ประชุมสว

"วิษณุ" เผย มีการแจ้ง "ครม." ให้ทราบเป็นทางการ อภิปรายปม "ถวายสัตย์" 18 ก.ย.นี้ ระบุ "บิ๊กตู่" ไม่ขัดข้อง บางคนอยากเลื่อนเป็น 16 ก.ย. แต่ติดประชุม ส.ว.

          เมื่อวันที่ 11ก.ย.62 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการแจ้งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะมีการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณ ว่า เป็นการแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการ เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ว่าจะเป็นวันที่ 16 หรือ 17 ก.ย.

          นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ ส.ส.บางคนอยากให้ประชุมวันที่ 16 ก.ย.นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไม่ขัดข้อง แต่วันดังกล่าวเป็นวันประชุมวุฒิสภา และจะเป็นวันสุดท้ายของวุฒิสภาในสมัยประชุมนี้ เขาจึงพิจารณาเรื่องที่ค้างคา ส่วนนายกฯจะไปหรือไม่ ต้องถามนายกฯ เพราะตนไม่ทราบ กลัวว่าตอบไปแล้วเกิดไม่ไปขึ้นมา ส่วนที่มีการเล็งอภิปรายตนนั้น ไม่เป็นไร เมื่อส่งผู้ช่วยรัฐมนตรีไปนั่งแทนไม่ได้ ตนก็ต้องไปเอง  

          นายวิษณุ กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ไม่ได้มีการรายงานกรณีมีการเสนอญัตติศึกษาวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าใจว่าวิปรัฐบาลยังไม่ได้มีมติอะไรในเรื่องนี้. 

'วิษณุ'ย้ำมีการตรวจสอบคุณสมบัติ'ธรรมนัส'ก่อนแต่งตั้งเป็นรมต.แล้ว

'วิษณุ'ย้ำมีการตรวจสอบคุณสมบัติ'ธรรมนัส'ก่อนแต่งตั้งเป็นรมต.แล้ว

วันพุธ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.02 น.
 
"วิษณุ"ย้ำมีการตรวจสอบคุณสมบัติ"ธรรมนัส"ก่อนแต่งตั้งเป็นรมต.แล้ว ยันรัฐบาลตระหนักถึงธรรมาภิบาล แต่ตอบไม่ได้วิธีไหน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์คุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ รัฐบาลต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาหรือไม่ ว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น อะไรก็ตามต้องให้เจ้าตัวเป็นคนตอบเสียก่อน เพราะเขารู้มากกว่าคนอื่น "สุทธิ อสุทธิ ปัจจัตตัง" ความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์เป็นเรื่องที่บุคคลรู้ด้วยตัวอื่น บุคคลอื่นหารู้แทนได้ไม่ และการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีก่อนเข้ารับตำแหน่งนั้น ตนไม่ได้เป็นผู้ตรวจ แต่เป็นผู้ถูกตรวจ เป็นหน้าที่ของเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แต่เมื่อมีอะไรเขาจะมารายงานให้นายกรัฐมนตรี และตนรับทราบ เป็นเรื่องที่เล่าให้ฟังกัน เพราะรู้จักกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวิษณุได้ทราบข้อมูลที่มีการเปิดเผยนี้ ในระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทราบบางส่วน เพราะจากการตรวจสอบเขาทราบและมารายงานบางส่วน ตนจึงแนะนำให้เชิญเจ้าตัวมาถาม ซึ่งเขาได้เชิญแล้ว และ ร.อ.ธรรมนัส มีการเอาหลักฐานมาแสดงชั้นหนึ่งแล้ว ส่วนเรื่องคำพิพากษาของต่างประเทศ ตนไม่ทราบว่ามีการชี้แจงหรือไม่

เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการตระหนักเรื่องธรรมาภิบาล นายวิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลคงต้องตระหนัก ส่วนจะวิธีไหนอย่างไร ตนตอบไม่ได้ ต่อข้อถามว่า อยู่ที่นายกฯ หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อยู่ที่นายกฯ และเจ้าตัวด้วย เพราะถือว่าใหญ่ที่สุด มีอะไรต้องเอามาแสดง แต่มาถามตนไม่ได้อะไร

นายกฯประชุมคกก.พลังงาน สั่งปรับแผนให้สอดคล้องสถานการณ์

นายกฯประชุมคกก.พลังงาน สั่งปรับแผนให้สอดคล้องสถานการณ์

วันพุธ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562, 11.04 น.
 
วัยที่ 11 กันยายน 2562 เวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ โดยกล่าวก่อนการประชุมว่า สิ่งที่ต้องทำขณะนี้ คือการปรับแผนการจัดการด้านพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และอนาคตด้วย โดยจำเป็นต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม และได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง โดยต้องให้เกิดความสมดุล และความมั่นคงด้านพลังงาน และสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่าง คือการบริหารจัดการขยะที่ต้องปรับให้สอดคล้องกับแผนการลงทุนด้วย
 
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้ มีวาระพิจารณากรอบแนวนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก หรือ โรงไฟฟ้าชุมชน ส่งเสริมให้ชุมชนผลิตไฟฟ้าที่มีความหลากหลายตามศักยภาพของพื้นที่และเชื้อเพลิงทั้งก๊าซชีวภาพ, ชีวมวล และพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป)  ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ และ เสนอ ที่ประชุม เห็นชอบแนวทางส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบให้น้ำมันดีเซล บี10 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 10% ทุกลิตร) เป็นน้ำมันดีเซลเกรดพื้นฐาน แทนน้ำมันดีเซล บี7 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 7% ทุกลิตร) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยให้น้ำมันดีเซลบี7 และน้ำมันดีเซลบี20 เป็นน้ำมันทางเลือก มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ร.2563 เป็นต้นไป
 
 
'พ.ต.ท.'อุทัยธานีสิ้นคิด! ลอบขนยาบ้าโดนตำรวจแม่สายรวบ

'พ.ต.ท.'อุทัยธานีสิ้นคิด! ลอบขนยาบ้าโดนตำรวจแม่สายรวบ

วันพุธ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562, 13.06 น.
 
 วันที่ 11 กันยายน 2562  มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการด่านถ้ำปลา​ ต.โป่งงาม​ อ.แม่สาย​ จ.เชียงราย นำโดย พ.ต.ท.วรเทพ คำดี สวป.สภ.แม่สายฯ, ร.ต.ท.ภุชงค์ เรือนแก้ว รอง สว(ป.) สภ.แม่สาย ได้ทำการตั้งด่านประจำจุดตรวจ​ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่​ 2 กองกำลังผาเมือง​ พบโดยสารรถประจำทาง บริษัท นครชัยทัวร์ สายแม่สาย-กรุงเทพฯ ทะเบียน 10-7937 นครสวรรค์​วิ่งผ่านมาจึงทำการเรียกเพื่อตรวจค้น

จากการตรวจสอบกระเป๋าเดินทางผู้โดยสารภายในช่องเก็บสัมภาระด้านข้างรถ​พบยาบ้าจำนวนประมาณ 200,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าของ พ.ต.ท.สุรจิต ทาวุธ อายุ 35 ปี เลขที่ 398/22 ม.1 ต.เจริญผล อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ตำแหน่ง สว.กก.สส.ภ.จว. อุทัยธานี​ซึ่งนั่งโดยสารมากับรถที่นั่งหมายเลข​ 1​A จึงเชิญตัวลงมาจากรถเพื่อจะทำการสอบสวน แต่ปรากฎว่า พ.ต.ท.สุรจิต ลงจากรถได้วิ่งหลบหนีเข้าไปหลบซ่อนตัวในพงหญ้าบริเวณหลังด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงจัดกำลังออกติดตามจนสามารถติดตามควบคุมตัวไว้ได้

สอบสวนเบื้องต้น พ.ต.ท.สุรจิต ให้การรับสารภาพว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตนจริง โดยได้รับจ้างขนยาบ้าจากนายโอ๊ต ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง เป็นชาวจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งติดต่อกันทางไลน์ ให้รับยาบ้าจากบริเวณริมถนนบ้านเกาะทราย ม.7 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีคนนำมาวางไว้ให้ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 และจะนำไปส่งให้นายโอ๊ต ที่ในพื้นที่ กทม. โดยหากทำสำเร็จจะได้ค่าจ้างจำนวน 100,000 บาท แต่ก็มาถูกจับกุมได้เสียก่อน

​เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฏหมาย ​ก่อนจะนำตัวพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน​สภ.แม่สาย​ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 

 
 
 
 
หลบบ้าน! ทำบุญ ‘สารทเดือนสิบ’ งานประเพณียิ่งใหญ่ของชาวปักษ์ใต้

หลบบ้าน! ทำบุญ ‘สารทเดือนสิบ’ งานประเพณียิ่งใหญ่ของชาวปักษ์ใต้

วันพุธ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.22 น.
 
ลูกหลานชาวปักษ์ใต้ไม่ว่าจะไปทำงานต่างบ้านต่างเมือง ก็จะต้องหลบบ้านในช่วงเทศกาลประเพณี "สารทเดือนสิบ" ซึ่งเป็นงานบุญใหญ่ของคนภาคใต้ โดยเฉพาะชาวนครศรีธรรมราช ที่ได้รับอิทธิพลด้านความเชื่อ ซึ่งมาจากทางศาสนาพราหมณ์ มีการผสมผสานกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเข้ามาในภายหลัง งานประเพณีสารทเดือนสิบนั้น มีที่มาและความสำคัญ เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณของบรรพชนและญาติที่ล่วงลับไปแล้ว

ซึ่งเชื่อว่าบรรพชนและญาติที่ล่างลับไปแล้วนั้นจะได้รับการปล่อยตัวมาจากภูมินรกที่ตนต้องจองจำอยู่เนื่องจากผลกรรมที่ตนได้เคยก่อไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยจะเริ่มปล่อยตัวจากภูมินรกในทุกวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เพื่อมายังโลกมนุษย์ โดยมีจุดประสงค์ในการมาขอส่วนบุญจากลูกหลานญาติพี่น้องที่ได้เตรียมการอุทิศไว้ให้ เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ล่วงลับ หลังจากนั้นก็จะกลับไปยังภูมินรก ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10

ช่วงระยะเวลาในการประกอบพิธีกรรมของประเพณีสารทเดือนสิบ จะมีขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ ถึง วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี แต่สำหรับวันที่ชาวใต้มักจะนิยมทำบุญกันมากคือ วันแรม 13 ถึง 15 ค่ำ ประเพณีวันสารทเดือนสิบ ซึ่งลูกหลานจะต้องยกหฺมฺรับไปวัด

 

 

การจัดหฺมฺรับ

วันแรม 14 ค่ำเดือนสิบ ซึ่งเรียกกันว่า "วันหลองหฺมฺรับ" (หฺมฺรับ อ่านออกเสียง ม ควบ ร เป็นคำภาษาไทยถิ่นใต้) แต่ละครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะร่วมกันนำข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ มาจัดเป็นหฺมฺรับ สำหรับการจัดหฺมฺรับนั้น ไม่มีรูปแบบที่แน่นอน จะจัดเป็นรูปแบบใดก็ได้

แต่ลำดับการจัดของลงหฺมฺรับ คือ เริ่มต้นจะนำกระบุง กระจาด ถาดหรือกะละมังมาเป็นภาชนะ แล้วรองก้นด้วยข้าวสาร ตามด้วยหอม กระเทียม พริก เกลือ กะปิ น้ำตาล และเครื่องปรุงอาหารที่จำเป็นอื่นๆ ต่อไปก็ใส่ของจำพวกอาหารแห้ง เช่น ปลาเค็ม เนื้อเค็มและผักผลไม้ที่เก็บไว้ได้นาน เช่น ฟักเขียว ฟักทอง มะพร้าว ขมิ้น มัน ลางสาด เงาะ ลองกอง กล้วย อ้อย ข้าวโพด ข่า ตะไคร้ เป็นต้น จากนั้นก็ใส่ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ไต้ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันก๊าด ไม้ขีด หม้อ กระทะ ถ้วยชาม เข็ม-ด้ายและเครื่องเชี่ยนหมาก

 

 

สิ่งที่สำคัญของการจัดหฺมฺรับและจำเป็นต้องมีขนม ทั้ง 5 อย่าง ประกอบด้วย

1. ขนมลา เปรียบเสมือนเสื้อผ้าเพื่อให้ผู้ตายสวมใส่ในนรกภูมิ ทำจากแป้งสาลี โดยผสมกับน้ำตาลทราย น้ำตาลโตนด และน้ำ เคียวจนเหนียวเล็กน้อย นวดจนแป้งเหนียวนิ่มมือ ค่อยๆใส่น้ำร้อนลงไปทีละน้อย เคล้าแป้งจนเหนียวดี ทากระทะด้วยน้ำมันและไข่แดงนิดหน่อย ตั้งไฟพอกระทะร้อนตักแป้งใส่ภารชนะที่เจาะรูเล็กๆ โรยแป้งลงไปในกระทะให้ทั่ว

 

 

2. ขนมพอง เปรียบเสมือนแพให้ผู้ตายใช้เป็นพาหนะข้ามห้วยแห่งทุกข์และบาปหรือเวรกรรมต่างๆ ขนมพองทำจากข้าวเหนียว นึ่งไว้จนสุกแล้วนำมาลงแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้เป็นรูปต่างๆ นำไปตากแดดจนแห้ง แล้วนำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนจัดจนข้าวเหนียวพองฟูออกมา

 

 

3.ขนมบ้า เปรียบเสมือนการละเล่นที่ให้ผู้ตายเล่น เช่น สะบ้า ทำจากแป้งข้าวเหนียว นวดแป้งให้พอปั้นได้ ปั้นเป็นรูกกลม ตบให้แบนและบาง ใส่งาที่สุกแล้วโรยลงไป พับทิ้งไว้ แล้วนำไปทอดในน้ำมันที่กำลังร้อนเดือด จนสุกตักพักไว้

 


4.ขนมดีซำ เปรียบเสมือนเบี้ยหรือเงินที่ให้ผู้ตายใช้ในระหว่างใช้เวรกรรมในนรกภูมิ ทำจากแป้งข้าเจ้า ผสมกับน้ำตาลทราย น้ำตาลแดง ตามด้วยน้ำเปล่าและเกลือ โดยนวดแป้งทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง เติมน้ำมันพืชลงไป หยิบแป้งมาก้อนเล็กๆ วางบนมือ หรือถ้าไม่ชำนาญ ก็ใช้ใบตองทาน้ำมันช่วยไม่ให้ติดมือ กดตรงกลางให้เป็นรู ใส่ลงในกระทะที่มีน้ำมันเดือดจัด พลิกไปมาจนเป็นสีน้ำตาลทองแล้วนำขึ้นวางบนกระชอน

 

 

5.ขนมกง หรือขนมไข่ปลา เปรียบเสมือนเครื่องทรงหรือเครื่องประดับเพื่อให้ดูภูมิฐานและสวยงาม ทำจากถั่วเขียว ผสมกับน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และมะพร้าว โดยการล้างถั่วแล้วคั่วให้หอม และให้แตก ฝัดเปลือกออกให้หมด โม่ทีละน้อยให้ละเอียด พักไว้ ละลายน้ำตาลปีบกับหัวกะทิ ตั้งไฟเคี่ยวไฟพอเป็นยางมะตูมอ่อนๆ ยกลงคนกับน้ำตาลทรายจนเย็น จึงผสมกับแป้งถั่วนวดให้เข้ากัน จนปั้นได้ ปั้นกลมๆ ขนาดเท่าเม็ดพุทรา แล้วคลึงบนกระดาน ทำเป็นวงกลมเหมือนวงแหวน แล้วเอาแป้งน้อยกว่าเล็กน้อย คลึงให้เป็นเส้นเล็กกว่า วางพาดกลางเป็นรูปกากบาท แล้วปั้นแป้งเม็ดกลมเล็กๆ อีก 5 อัน วางที่มุมตัดกัน 4 มุม และตรงกลางอีก 1 เม็ด เรียงลงตะแกรงผึ่งไว้ แล้วนำ  จากนั้น นวดแป้งข้าวเจ้ากับแป้งท้าวยายม่อม ไข่และน้ำปูนใส แล้วละลายด้วยหัวกะทิทีละน้อยๆ จนแป้งละลายไม่เป็นเม็ด ตั้งกระทะ ใช้น้ำมันมากๆ ไฟกลาง พอน้ำมันร้อนหยิบขนมที่ปั้นไว้ลงชุบแป้งทีละอัน ใส่ในกระทะอย่าให้มากนัก พอเหลืองตักขึ้นได้เลย

 

 

การยกหฺมฺรับ

วันแรม 15 ค่ำ เดือนสิบ ซึ่งเป็นวันยกหมฺรับ ต่างก็จะนำหมฺรับพร้อมภัตตาหารไปวัด โดยแต่ละคนจะแต่งตัวอย่างสะอาดและสวยงาม เพราะถือเป็นการทำบุญครั้งสำคัญ วัดที่ไปมักจะเป็นวัดใกล้บ้านหรือวัดที่ตนศรัทธา การยกหมฺรับไปวัดอาจต่างครอบครัวต่างไปหรืออาจจัดเป็นขบวนแห่ ทั้งนี้เพื่อต้องการความสนุกสนานรื่นเริงด้วย วัดบางแห่งอาจจะจัดให้มีการประกวด หฺมฺรับในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นจะจัดให้มีขบวนแห่หมฺรับอย่างยิ่งใหญ่ตระการตาในงานเดือนสิบของทุกๆ ปี โดยมีองค์กรทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนต่างส่งหฺมฺรับของตนเข้าร่วมขบวนแห่และร่วมการประกวด ซึ่งในช่วงเทศกาลนี้สามารถจูงใจนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราชมากยิ่งขึ้น

เมื่อขบวนแห่หฺมฺรับมาถึงวัดแล้ว ก็จะร่วมกันถวายภัตตาหารแก่ภิกษุสงฆ์ เสร็จแล้วจะร่วมกัน "ตั้งเปรต" เพื่อแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ในอดีตมักตั้งเปรตบริเวณโคนต้นไม้หรือบริเวณกำแพงวัด แต่ปัจจุบันนิยมตั้งบน "หลาเปรต" หรือร้านเปรต โดยอาหารที่จะตั้งนั้นจะเป็นขนม 5 อย่างหรือ 6 อย่างดังกล่าวข้างต้น รวมถึงอาหารอื่น ๆ ที่บรรพชนชื่นชอบ เมื่อตั้งเปรตเสร็จพระสงฆ์จะสวดบังสุกุล โดยจับสายสิญจน์ที่ผูกไว้กับหลาเปรต เมื่อพิธีสงฆ์เสร็จสิ้น ผู้คนจะร่วมกัน "ชิงเปรต" โดยการแย่งชิงอาหารบนหลาเปรต ทั้งนี้นอกจากเพื่อความสนุกสนานแล้วยังมีความเชื่อว่า หากใครได้กินอาหารบนหลาเปรตจะได้รับกุศลแรง เป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

 

 

การชิงเปรต

ชิงเปรต เป็นประเพณีของภาคใต้ที่ทำกันในวันสารทเดือนสิบ เป็นประเพณีเมืองมนุษย์ 15 วัน โดยมาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งถือว่าเป็นวัน "รับเปรต" หรือ วันสารทเล็ก ลูกหลานต้องเตรียมขนมมาเลี้ยงดูให้อิ่มหมีพีมันและฝากกลับเมืองเปรต ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 นั้นคือวันส่งเปรตกลับคืนเมือง เรียกกันว่าวันสารทใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนยืนยันว่า การชิงเปรตไม่เป็นความอัปมงคลแก่ผู้ชิงเปรตแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามกลับถือว่า เป็นการได้บุญ เพราะเชื่อกันว่าหากลูกหลานของเปรตใดชิงได้ เปรตตนนั้นย่อมได้รับส่วนบุญส่วนกุศลนั้น

สำหรับช่วงระยะเวลาเทศกาลประเพณีสารทเดือนสิบในปี 2562 คือ วันที่ 14 กันยายน 2562 รับตายาย (ยกหมรับเล็ก) วันที่ 27 กันยายน 2562 วันยกหมรับ และวันที่ 28 กันยายน 2562 วันส่งตายาย (วันบังสกุล)

ภาพจาก : https://www.bedouin-spark.com  และ https://yala-patani-naratiwat.blogspot.com

 
 
 
 
 

หน้าแรก / Politics พิษบ่วงกรรม ‘จำนำข้าวล็อต 2’ ปิดประตู ‘3 พี่น้องชินวัตร’ กลับประเทศ

พิษบ่วงกรรม ‘จำนำข้าวล็อต 2’ ปิดประตู ‘3 พี่น้องชินวัตร’ กลับประเทศ

11 Sep 2019
 
ในทางกฎหมายถือว่า “คดีทุจริตจำนำข้าวแบบรัฐต่อรัฐ” สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (ศาลฎีกานักการเมือง) อ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ตัดสินเพิ่มโทษจำคุก นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อีก 6 ปี จาก 7 กระทง รวม 42 ปี เพิ่มอีก 1 กระทง รวมเป็น 48 ปี เนื่องจากอัยการสูงสุด (อสส.) ในฐานะโจทก์ได้ยื่นขอเพิ่มโทษกรณีการทำสัญญาซื้อขายข้าวเพิ่มอีก 1 กระทง

ทั้งยังได้พิพากษาเพิ่มโทษทางอาญากับกลุ่มบริษัทโรงสี ประกอบด้วย 1.ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร 2.บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด 3.บริษัท เค.เอ็ม.ซีอินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด ปรับ 25,000 บาท และ 4.บริษัท เจียเม้ง จำกัด พิพากษาปรับรายละ 25,000 บาท และพิพากษาจำคุก นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการโรงสีกิจทวียโสธร จำคุก ปี ปรับ 50,000 บาท นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท ชัยมงคลรุ่งเรืองการเกษตร จำกัด จำคุก ปี ปรับ 25,000 บาท และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท เจียเม้ง จำกัด จำคุก ปี ปรับ 25,000 บาท โดยรอลงอาญาไว้คนละ ปี

ในรายการ NEWSROOM ห้องข่าวเศรษฐกิจ ช่วง “ลึก แต่ไม่ลับ กับ บากบั่น บุญเลิศ” ออกอากาศทางเนชั่นทีวี ช่อง 22  ตอน พิษบ่วงกรรม “จำนำข้าว” จำคุก “บุญทรง” ปิดประตู “ยิ่งลักษณ์” กลับประเทศ ตอน ยักษ์ใหญ่เจียเม้ง-โรงสีขี้โกง ได้วิเคราะห์บทเรียนสำคัญจากคดีนี้ว่า ได้สร้างความสั่นสะเทือน ไม่เฉพาะตัวนักการเมืองผู้คุมนโยบายรัฐ กลุ่มข้าราชการประจำผู้ขับเคลื่อนนโยบายเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบกับธุรกิจเอกชนที่เกี่ยวข้องและส่งผลในเชิงการเมืองนับจากนี้ไป

คำพิพากษาของศาลฎีกาครั้งนี้ เท่ากับเป็นการตอนยักษ์ใหญ่ในวงการค้าข้าวและดับชีพโรงสีที่เข้าร่วมขบวนการครั้งนี้ด้วย ซึ่งกลุ่มโรงสีเหล่านี้บางส่วนไปรับซื้อข้าวจาก องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (...) ของรัฐบาล จะถูกขึ้นบัญชีดำโดยปริยาย จะไปซื้อข้าวจากหน่วยงานรัฐไม่ได้อีกต่อไป แม้ว่าจะยังซื้อข้าวจากชาวนาและขายกับเอกชนได้ แต่จะตั้งคำถามกับกลุ่มโรงสีกลุ่มนี้เกี่ยวกับมลทินที่เกิดขึ้น ถามว่าโรงสีเหล่านี้ยังจะทำธุรกิจต่อไปได้อีกหรือไม่” นายบากบั่น ตั้งข้อสังเกตและว่า

ในทางการเมืองผลจากคำตัดสินของศาลในครั้งนี้ เท่ากับปิดประตูไม่ให้ “นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศอีกด้วย จากคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของ “คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ” ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (...) ซึ่งมี คำสั่งไต่สวนและแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุกรายแล้ว

รวมถึงผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติมทั้ง “พี่น้องตระกูลชินวัตร” คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และตามกฎหมายใหม่ของป..จะไม่นับอายุความของคดีกรณีผู้ ถูกกล่าวหา หรือ จำเลยหลบหนีคดี ในขณะที่หากจะอุทธรณ์ในคดีแรกซึ่งถูกกล่าวหาฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่นั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ โดยต้องมาด้วยตัวเอง ไม่สามารถมอบอำนาจให้ทนายความทำได้

ทั้งนี้ สำหรับคดีจำนำข้าวล็อต มีรายงานจาก ...จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดีนี้ พบว่าเป็นการทำสัญญาขายข้าวจีทูจีกับรัฐวิสาหกิจจีน แห่ง ซึ่งไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีนโดยออกเป็นเช็คสั่งจ่ายค่าข้าวจำนวน 46 ฉบับ มูลค่า 1,878 ล้านบาท ในจำนวนนี้พบว่า ตัวเลขเช็คสั่งจ่ายหลายฉบับมีวงเงินตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาทเท่านั้น

 

“มีรายงานว่า ผลการสอบของคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ จะเสร็จสิ้นภายใน 1-2 เดือนนี้ เชื่อว่าบ่วงกรรมจำนำข้าวรอบนี้ ว่ากันว่าจะหนักหน่วงกว่ารอบที่แล้ว ถ้าคุณบุญทรง โดนพิพากษาไป 48 ปี แล้วผู้ที่เกี่ยวข้องจะโดนพิพากษาเท่าไร สิ่งหนึ่งที่เราเห็นจากกรณีจำนำข้าวรอบแรกเราเห็นได้เลยว่า ป.ป.ช.ระบุชัดว่า นี่คือ ความผิดพลาด เป็นความเสียหาย และเป็นการร่วมกันทุจริตทางนโยบายครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย”

จากความเสียหายที่เกิดขึ้นป...ได้ทำข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลลงวันที่ 17 กันยายน 2561 เรื่อง มาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการค้าระหว่างประเทศแบบรัฐต่อรัฐจากโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ โดยเข้าสู่ที่ประชุมครม.เมื่อเดือนมกราคม 2562 มีข้อเสนอแนะด้านนโยบายกับรัฐบาลรวม ประการ

1. รัฐบาลต้องมีนโยบายชัดเจนในการช่วยเหลือเกษตกรโดยสามารถช่วยเหลือสินค้าเกษตรให้มีราคาสูงขึ้นโดยใช้กลไกของการเพิ่มตลาดและลดต้นทุนการผลิต 2. การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐให้คณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวภายใต้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวดำเนินการเท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึงต้นทุนและผลประโยชน์ของนโยบายโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาระทางการคลัง 3. คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวควรกำหนดนโยบายและเป้าหมายการบริหารจัดการเรื่องข้าวในแต่ละปีอย่างเหมาะสม

 

สำหรับขั้นตอนการพิจารณาสัญญาก่อนลงนามในสัญญาระบายข้าวนั้น เสนอให้กรมการค้าต่างประเทศจัดทำสัญญาตามมาตรฐานเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศแบบจีทูจี โดยคำนึงถึงการตรวจสอบคู่สัญญาเกี่ยวกับสถานะการเป็นตัวแทนของรัฐบาลกลาง หรือตัวแทนที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรให้ดำเนินการแทนรัฐบาลกลางเท่านั้น

สำหรับวิธีการส่งมอบข้าวไม่ควรส่งมอบข้าวแบบหน้าคลังสินค้า และควรกำหนดวิธีการควบคุมเพื่อให้มีการส่งออกไปต่างประเทศจริง และควรชำระค่าข้าวผ่านทางธนาคารโดยวิธี Letter of Credit (L/C) โดยมีราคาข้าวแบบมิตรภาพหรือราคาที่ตํ่ากว่าราคาตลาด

บ่วงกรรมจำนำข้าวรอบ นี้จึงไม่ได้จำเพาะเจาะจงอยู่แค่คุณบุญทรง ข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ โรงสีข้าว และเจ้าพ่อค้าข้าวรายใหญ่อย่างสยามอินดิก้าฯ เท่านั้น แต่กำลังลาก “ใคร” หลายคนที่เกี่ยวพัน โดยเฉพาะพี่น้องในตระกูลชินวัตร ให้ต้องเผชิญชะตากรรมจากโครง การที่ได้ดำเนินการนี้ด้วย


หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค การค้า - การเกษตร “จุรินทร์” ปล่อยคาราวาน ข้าวเหนียวถุงลดค่าครองชีพ

“จุรินทร์” ปล่อยคาราวาน ข้าวเหนียวถุงลดค่าครองชีพ

11 Sep 2019
 

“จุรินทร์” ได้ฤกษ์ ปล่อยคาราวานกระจายข้าวเหนียวถุงราคาถูกออกจำหน่ายทั่วประเทศ เป้าเบื้องต้น 300 ตันทยอยส่งครบสิ้นกันยายนนี้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการปล่อยคาราวานกระจายข้าวเหนียวถุงลดค่าครองชีพทั่วไทย(11 ก..2562)ว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งส่งผลให้ปริมาณข้าวเปลือกเหนียวออกสู่ตลาดลดลง ทำให้ราคาข้าวเหนียวปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนกรกฎาคม– ส.ค. 62 กระทบต่อผู้ประกอบการค้าข้าวและผู้บริโภค โดยราคาข้าวเปลือกเหนียวปี 61 เฉลี่ยที่ 9,549 บาท/ตัน และปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 17,920 บาท/ตัน ณ วันที่ 10 กันยายน 2562 โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 81.01% (ณ 10 ก.ย. 61: ราคา 9,000-10,800 บาท/ตัน) ราคาข้าวสารเหนียวปี 61 เฉลี่ยที่ 19,610 บาท/ตัน และปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 41,050 บาท /ตัน ณ วันที่ 10 ก.ย.62 โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 111.06% (ณ 10 ก.ย. 61 : ราคา 19,400 – 19,500 บาท/ตัน) ราคาขายปลีก ณ ตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล ราคา 44-45 บาท/กิโลกรัม โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 23-24 บาท/กิโลกรัม

สาเหตุที่ราคาข้าวเหนียวปรับตัวสูงขึ้นจากในปี 2560 ข้าวเหนียวมีราคาต่ำ เกษตรกรหันไปปลูกข้าวหอมมะลิ และภัยแล้งที่ต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตข้าวเหนียวลดลงทั้งนาปีและนาปรัง ประกอบกับเป็นช่วงรอยต่อของฤดูกาล ข้าวเก่ามีปริมาณเหลือน้อย ข้าวใหม่ยังไม่ถึงช่วงเก็บเกี่ยว และภาครัฐระบายข้าวในสต๊อกหมดแล้ว ข้าวเหนียวจึงขาดแคลน

 กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในจึงได้ดำเนิน “โครงการลดภาระค่าครองชีพผู้บริโภคข้าวเหนียว” โดยกำหนดผลิตข้าวเหนียวบรรจุถุงราคาพิเศษจำหน่ายให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งกรมการค้าภายในได้หารือร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย สมาคมโรงสีข้าวไทย ผู้ประกอบการโรงสี และผู้แทนห้างโมเดิร์นเทรด ดำเนินการจำหน่ายข้าวเหนียวบรรจุถุง ราคาพิเศษ โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมโรงสีข้าวไทย เพื่อผลิตเป็นข้าวสารเหนียว 10% บรรจุถุง คุณภาพตามมาตรฐานกระทรวงพาณิชย์ ขนาด 2 กิโลกรัม ราคาถุงละ 70 บาท (กิโลกรัมละ 35 บาท) และขนาด 5 กิโลกรัม ราคาถุงละ 160 บาท (กิโลกรัมละ 32 บาท) ผ่านร้านธงฟ้าราคาประหยัดเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และโมเดิร์นเทรด เป้าหมายการผลิต 1,000 – 3,000 ตัน

 “ขณะนี้ได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ยกเว้นภาคใต้ รวบรวมคำสั่งซื้อตามโครงการฯ จากร้านค้าธงฟ้าฯ โดยกำหนดยอดคำสั่งซื้อแต่ละร้านขั้นต่ำ 100 กิโลกรัม ยอดคำสั่งซื้อรวม ณ วันที่ 9 กันยายน 2562 จาก 59 จังหวัด 1,493 ร้านค้า รวมทั้งสิ้น จำนวน 261,083 ถุง ปริมาณ 977.134 ตัน แบ่งเป็น ขนาดบรรจุ 2 กิโลกรัม จำนวน 109,427 ถุง ปริมาณ 218.854 ตัน และขนาดบรรจุ 5 กิโลกรัม จำนวน 151,656 ถุง ปริมาณ 758.280 ตัน โดยในเบื้องต้นจะทยอยส่งข้าวสารเหนียวบรรจุถุง 300 ตัน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และจะทยอยส่งให้ครบถ้วน 1,000 ตัน ภายในสิ้นเดือนนี้”

   ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการกักตุน จึงจำกัดให้ประชาชนซื้อถุงละ 5 กิโลกรัม ไม่เกินคนละ 1 ถุง หรือ ถุงละ 2 กิโลกรัม ไม่เกินคนละ 3 ถุง ซึ่งประชาชนสามารถซื้อผ่านร้านธงฟ้าราคาประหยัดเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยไม่ต้องใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และซื้อผ่านห้างโมเดิร์นเทรด โดยต้องใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3504 วันที่ 12-14 กันยายน 2562


หน้าแรก / World จีนโต้เดือด! หลัง “โจชัว หว่อง”ดอดพบรมว.เยอรมนี

จีนโต้เดือด! หลัง “โจชัว หว่อง”ดอดพบรมว.เยอรมนี

11 Sep 2019
 

นายโจชัว หว่อง แกนนำนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง วัย 22 ปี ทวีตข้อความพร้อมภาพถ่ายคู่กับนายไฮโค มาส รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี วัย 52 ปี ในทวิตเตอร์ของเขา เมื่อวันจันทร์ (9 ก.ย.) โดยมีข้อความว่า ได้หารือกันเรื่องสถานการณ์การประท้วง เหตุผลที่ต้องมีการเลือกตั้งเสรีและประชาธิปไตยในฮ่องกง ทั้งสองได้พบกันในงานที่จัดขึ้นโดยหนังสือพิมพ์บิลด์ ของเยอรมนี ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลจีน

อย่างไรก็ดี กระทรวงต่างประเทศของจีน แถลงในวันอังคาร (10 ก.ย.) ว่า เป็นเรื่องที่ผิดอย่างมหันต์ที่สื่อมวลชนเยอรมนีและนักการเมืองของเยอรมนีพยายามเข้ามาเกี่ยวข้องในกระแสกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ต่อต้านจีน และยังถือเป็นการไม่ให้ความเคารพกับอธิปไตยของจีนและถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีนด้วย

หน้าแรก / อสังหาริมทรัพย์ รถไฟรางเบา ชลบุรี-พัทยา  ปลุกอสังหาพื้นที่โตต่อ

รถไฟรางเบา ชลบุรี-พัทยา  ปลุกอสังหาพื้นที่โตต่อ

11 Sep 2019
 
คอลัมน์ผ่ามุมคิด

รัฐบาลขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ลงพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี ทั้งมอเตอร์เวย์สายใหม่เมืองการบิน-ขยายสนามบินอู่ตะเภา,รถไฟความเร็วสูงเชื่อม สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภาล่าสุด จังหวัดเตรียมศึกษาออกแบบโครงการรถไฟรางเบาชลบุรี-พัทยา รองรับไฮสปีด เชื่อม สนามบินภายในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังเมืองพัทยาได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นแล้ว ยังส่งผลดีต่อธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้มุมคิดของนางสาวธิดา เชิดสุริยา ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ออเนอร์ เอสเตท จำกัด ในเครือ ออเนอร์ กรุ๊ป สะท้อนว่าเนื่องจากพัทยาสามารถเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวได้ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงธุรกิจทำให้มีกำลังซื้อทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าพื้นที่ต่อเนื่องอีกทั้งการพัฒนายังผสมผสานได้ทั้งโรงแรม และที่อยู่อาศัย จึงคิดว่านอกจากโรงแรมแล้วน่าจะขยายธุรกิจลงทุนคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นธุรกิจที่สามารถรับรู้รายได้ในระยะสั้น จึงตั้งบริษัท ออเนอร์ วันส์ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการ “วันส์ พัทยา” คอนโดมิเนียมสูง 32 ชั้น กว่า 400 หน่วย ราคา ตั้งแต่ 2.88 ล้านไปจนถึง 22 ล้านบาท ทำเลถนนเฉลิมพระเกียรติพัทยาสาย ต่อยอดธุรกิจโรงแรม หากนักท่องเที่ยวที่เคยมาพักโรงแรมก็อาจเปลี่ยนใจซื้อเป็นคอนโดฯ เพื่อเป็นบ้านหลังที่ เนื่องจากช่วงนี้ นักท่องเที่ยวรัสเซียสนใจจองโครงการเป็นอันดับ รองลงมา เกาหลีตามด้วยเวียดนาม และไต้หวัน “เรียกได้ว่าเป็นทำเลไข่แดงของพัทยา บนถนนเฉลิมพระเกียรติ พัทยาสาย โซนพัทยาเหนือ แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายทั้งในด้านอุปโภคและบริโภค อีกทั้งยังเป็นย่านของนักท่องเที่ยวจากชาวต่างชาติได้แวะเวียนมาเที่ยวอยู่ตลอดเวลา

ธิดา เชิดสุริยา

ธิดา เชิดสุริยา

อย่างไรก็ตาม นอกจาก กลุ่มชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ซื้ออยู่อาศัยหรือเป็นบ้านหลังที่ แล้ว ยังมีกลุ่มนักลงทุน โดยเฉพาะจากคนไทยที่หันมาลงทุนโครงการคอนโดมิเนียมในพัทยา ซึ่งทางบริษัทก็พร้อมที่จะรับบริหารปล่อยเช่า สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้กับลูกค้า

นอกจากนี้ จุดเด่นของพัทยาสาย นั้นในอนาคตเขตทางจะขยายความกว้างเป็น 30 เมตรจากปัจจุบันกว้าง 20 เมตร เป็นเส้นในข่ายพิจารณา แนวรถไฟรางเบาชลบุรี-พัทยา ที่จะเชื่อมรถไฟความเร็วสูง ซึ่งที่ตั้งโครงการยังอยู่ใกล้กับสถานีของโครงการรถไฟความเร็วสูง อีกทั้งสามารถเดินทางเข้าออกได้สะดวกเพราะใกล้กับมอเตอร์เวย์

บริเวณพัทยาเหนือ เจ้าของที่ดินส่วนใหญ่มักให้เช่า มากกว่าขาย ทำให้ซัพพลายคอนโดฯ ย่านนี้มีจำกัด โดยเฉพาะโครงการที่ติดริมถนนใหญ่ ซึ่งเราก็มั่นใจว่าโครงการจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า

นางสาวธิดา เล่าย้อนอดีตว่า ที่ผ่านมามีประสบการณ์ทำธุรกิจของครอบครัวเริ่มจากธุรกิจร้านทองห้างทองทองสุกเยาวราช พัทยากว่า 30 ปี และธุรกิจโรงแรม-รีสอร์ต ระดับ 4 ดาวในพื้นที่พัทยา จำนวน 5 แห่ง จำนวนกว่า 300 ห้องพัก ที่ดำเนินการมาประมาณ 15 ปี สร้างรายได้ปีละประมาณกว่า 100 ล้านบาท ทำให้มองว่าเพื่อเป็นการต่อยอดจากธุรกิจโรงแรมที่สร้างรายได้ระยะยาวให้กับครอบครัว และส่วนใหญ่ถึงจุดคุ้มทุนแล้วจึงต้องการที่จะพัฒนาโครงการที่สามารถเอื้อกับธุรกิจ
โรงแรมได้เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุดจึงได้แตกไลน์ธุรกิจมาพัฒนาคอนโดมิเนียมดังกล่าว

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,503 วันที่ 8-11 กันยายน 2562 

 ...................................................................

 
11 กันยายน 2562
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน