*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5537
  • จำนวนผู้ชม : 3344077
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 342 , 12:57:21 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ประเด็นที่บั่นทอนศรัทธาของคนไทยอย่างมากขณะนี้ ได้แก่ข้อสงสัย รมช.ธรรมนัส ว่าเกี่ยวข้องกับการนำยาเสพติดจาก

ประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลียเมื่อนานมาแล้ว แต่จะอย่างไรก็ตาม การที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้ผู้กองธรรมนัสแก้ไข

สถานการณ์ด้วยตัวเองก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ตกอยู่ในวังวนแห่งความเคลือบแคลงอยู่ในขณะนี้

 

ขึ้นบัญชีดำ! '12แกนนำนปช.'หลังเบี้ยวฟังฎีกาคดีล้มประชุมอาเซียน

ขึ้นบัญชีดำ! '12แกนนำนปช.'หลังเบี้ยวฟังฎีกาคดีล้มประชุมอาเซียน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562, 11.40 น.
 
วันที่ 12 กันยายน 2562 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.เปิดเผยถึงกรณี 12 แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ไม่ไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีล้มประชุมอาเซียนซัมมิท เมื่อปี 2552 เมื่อวานนี้ (11 ก.ย.) ว่า การที่ไม่ไปฟังคำพิพากษาศาล เข้าข่ายมีพฤติกรรมหลบหนี จึงได้สั่งขึ้นบัญชีดำแกนนำ นปช.ทั้ง 12 คน ห้ามออกนอกประเทศ
 

สำหรับรายชื่อ 12 แกนนำ นปช.ที่ไม่เข้ามาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ดังนี้ 1.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 2.นายนิสิต สินธุไพร 3.นายพายัพ ปั้นเกตุ 4.นายวรชัย เหมะ 5.นายวันชนะ เกิดดี 6.นายพิเชฐ สุขจินดาทอง 7.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ 8.นายนพพร นามเชียงใต้ 9.นายสำเริง ประจำเรือ 10.นายสมยศ พรหมมา 11.นพ.วัลลภ ยังตรง และ 12 .นายสิงห์ทอง บัวชุม

ชงให้ขนาดนี้! 'สมชัย'แนะรัฐเร่งสางปม'ธรรมนัส'ให้กระจ่างชัด เชื่อได้ใจปชช.เต็มๆ

ชงให้ขนาดนี้! 'สมชัย'แนะรัฐเร่งสางปม'ธรรมนัส'ให้กระจ่างชัด เชื่อได้ใจปชช.เต็มๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.06 น.
 
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ความจริงไม่เคยมี 2 ชุด หัวหน้ารัฐบาลที่มีภาวะผู้นำเท่านั้นเป็นผู้มีหน้าที่ทำความจริงให้ปรากฏ

กรณีผู้กองธรรมนัส มีความจริงสองชุดที่นำเสนอต่อสังคม ชุดแรกเสนอโดยสำนักข่าวต่างประเทศ

1. เป็นผู้ค้า
2. รับสารภาพต่อศาล
3. ถูกจำคุก 4 ปี

ชุดที่สอง เสนอโดยเจ้าตัว
1. แค่อยู่ในที่เกิดเหตุ
2. ไม่มีการสารภาพ
3. ถูกจำคุก 8 เดือน

ประชาชนอย่างเราคงไม่มีสิทธิ์ในการสืบเสาะข้อเท็จจริง

แต่สำหรับผู้นำรัฐบาลหากเห็นว่าเรื่องราวดังกล่าวมีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและความเชื่อถือของต่างประเทศที่มีต่อคณะรัฐมนตรีของไทย ต้องมีความเอาจริงเอาจังในการสั่งการให้กลไกต่างๆของรัฐสืบเสาะข้อมูลดังกล่าวให้กระจ่างชัด

ไม่ยากเลยที่นายกรัฐมนตรี จะสั่งการผ่านกระทรวงต่างประเทศ ให้สถานทูตไทยในต่างประเทศสืบเสาะข้อเท็จจริงและรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรี
และบอกประชาชนด้วยถ้อยคำที่ทำให้ประชาชนชื่นใจว่า

"รัฐบาลไม่ละเลยที่จะหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และหากพบว่าข้อมูลที่ได้ไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์รัฐบาลจะรีบดำเนินการจัดการอย่างไม่ละเว้นทันที"

แค่นี้ ก็ได้คะแนนเป็นกระบุง
ชงให้ขนาดนี้ ยังไม่รีบตบ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว

 

 

'ปิยบุตร'ขออย่าอภิปรายลับ! หลังสภาฯเดินหน้าซักฟอก'บิ๊กตู่'ปมถวายสัตย์ฯ

'ปิยบุตร'ขออย่าอภิปรายลับ! หลังสภาฯเดินหน้าซักฟอก'บิ๊กตู่'ปมถวายสัตย์ฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562, 10.46 น.
 
"ปิยบุตร"ชี้สภาฯมีความชอบธรรมเปิดอภิปรายหาทางออกปมถวายสัตย์ฯ ย้ำไม่ควรเป็นอภิปรายลับ

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562 ที่อาคารรัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไม่รับวินิจฉัยกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมายิ่งแสดงให้เห็นถึงความชอบธรรมของสภาผู้แทนราษฎรที่จำเป็นจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในการอภิปราย เหตุผลที่ศาลหยิบยกขึ้นมาใช้คือมองว่าประเด็นการถวายวัตย์ฯ นั้น เป็นเรื่องของการกระทำของรัฐบาล องค์กรตุลาการจะไม่เข้าไปตรวจสอบ เมื่อเป็นเรื่องทางการเมืองอย่างนี้ยิ่งแสดงให้เห็นว่า สภาผู้แทนราษฎรมีความชอบธรรมที่จะแก้ปัญหาทางการเมืองเรื่องนี้ ซึ่งตนมองว่าการถวายสัตย์ไม่ครบของนายกฯ นี้ แสดงถึงความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญว่า หากมีนายกฯ ท่านหนึ่งกล่าวคำถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ เราจะทำเช่นไร และจะมีบรรทัดฐานอย่างไร ส.ส.ในฐานะผู้แทนของราฎรที่เป็นเจ้าของอำนาจสูงสุด เรามีความชอบธรรมและจะต้องอภิปรายตรวจสอบเพื่อหาทางออกให้กับ ครม.

'วิษณุ'ไม่หวั่นฝ่ายค้านลุยต่อ ซักฟอก'บิ๊กตู่'ปมถวายสัตย์ฯ เตือนระวังวิจารณ์คำวินิจฉัยศาล

'วิษณุ'ไม่หวั่นฝ่ายค้านลุยต่อ ซักฟอก'บิ๊กตู่'ปมถวายสัตย์ฯ เตือนระวังวิจารณ์คำวินิจฉัยศาล

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562, 11.04 น.
 
"วิษณุ"รับศาลรธน.ไม่รับคำร้องปมถวายสัตย์ปฏิญาณ ทำให้รบ.แจงง่ายขึ้น ไม่หวั่นฝ่ายค้านลุยต่อ แนะระวังวิจารณ์คำวินิจฉัยศาล

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในประเด็นถวายสัตย์ปฏิญาณ สภาผู้แทนราษฎรจะต้องถอนญัตติดังกล่าวหรือไม่ ว่า แล้วแต่ว่าจะมีใครทำอะไร และแล้วแต่วิปรัฐบาลที่จะไปประสานงาน แต่ถ้ามีการถอนญัตติดังกล่าวออกรัฐบาลก็ไม่ต้องไปชี้แจง หรืออาจจะอภิปรายให้สั้นลง ไม่ต้องใช้เวลามาก หรืออาจจะเป็นอย่างที่ฝ่ายค้านระบุว่าจะพูดกันไปโดยที่ไม่มีความเกรงใจ เพราะฉะนั้น อย่างไรก็ได้ หากญัตติยังอยู่ก็ไปชี้แจง

"ญัตตินี้ไม่ได้ตกไปโดยอัตโนมัติ แต่จะต้องมีใครไปทำอะไรสักอย่างหนึ่ง หากผู้ยื่นญัตติไม่ถอนรัฐบาลต้องไปชี้แจงกันเหมือนเดิม แต่ขอบเขตอภิปรายจะต้องเปลี่ยนจากเดิมที่คิดไว้ ซึ่งถือว่าจะดีขึ้น ขณะที่ขอบเขตในการอภิปรายจะต้องอยู่ภายในข้อบังคับของสภาที่มีอยู่แล้ว และผู้อภิปรายจะต้องระมัดระวังกรณีจะไปวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็น พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แต่อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้เหตุผลไว้อย่างชัดเจนว่าทำไมถึงไม่รับ ถือเป็นเหตุผลที่สำคัญ และเป็นไปตามที่ผมเคยบอกไว้ว่าเรื่องนี้จะไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าไม่รับถือว่าจบ และศาลยังได้อธิบายเหตุผลที่เป็นประโยชน์ทั้งนั้นในทุกคำพูด ส่วนจะเป็นผลดีกับรัฐบาลหรือไม่ ไม่แน่ใจ" นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าไม่มีใครที่จะไปยื่นเรื่องต่อองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ในประเด็นดังกล่าวนี้ได้อีกใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช่ เพราะมีหลายเรื่องที่จะเข้าข่ายเช่นนี้ แต่ถ้าจะไปดำเนินการทางการเมืองใดก็แล้วแต่ ไปว่ากันเอง เมื่อถามว่า ถ้าไม่มีใครขอถอนญัตติดังกล่าวออก ทางประธานสภาฯ สามารถที่จะถอนญัตตินี้เองได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถอนเองไม่ได้ ซึ่งต้องว่ากันไป แต่อย่างน้อยสมาชิกสภาจะเสียโควตาไป 1 โควตา เนื่องจากญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 กระทำได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น

เมื่อถามว่า เมื่อได้คำตอบจากศาลรัฐธรรมนูญเช่นนี้ รัฐบาลสามารถส่งใครไปชี้แจงต่อสภาก็ได้ใช่หรือไม่ หรือจำเป็นที่นายกรัฐมนตรีจะต้องไปชี้แจงเอง นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่มีใครคิดไปถึงขั้นนั้น คิดเตรียมการไว้อย่างไรก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ โดยเฉพาะนายกฯ ไปตอบเอง ไม่ต้องสงสัยเป็นอย่างอื่นเลย ดูจากวาระงานวันที่ 18 ก.ย.แล้ว นายกฯ จะออกมางานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เมืองทองธานี แล้วจะกลับเข้าไปประชุมสภาต่อ หรือแม้แต่ตนเองก็เช่นกัน กำลังให้ทีมงานประสานเลื่อนวาระงานบางงานของตนอยู่ ส่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ต้องเข้าด้วยกัน เพราะยังไม่รู้ว่าในการอภิปรายจะมีใครโดนหางพายุไต้ฝุ่น

'ชวน'ไม่กังวลรัฐบาลเสี่ยงโหวตแพ้ หลัง'พรรคจิ๋ว'แยกตัว

'ชวน'ไม่กังวลรัฐบาลเสี่ยงโหวตแพ้ หลัง'พรรคจิ๋ว'แยกตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562, 10.03 น.
 
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562 ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลเกิดการปริ่มน้ำ หลังพรรคเล็กประกาศลาออกไปเป็นฝ่ายค้านอิสระ จะทำให้เกิดปัญหาในการออกเสียงโหวตในสภาฯ จนประธานฯ และรองประธานฯ ต้องเข้ามาออกเสียงด้วยหรือไม่ ว่า ตนคิดว่ายังไม่มีผลอะไร เพราะภารกิจของแต่ละฝ่ายยังเป็นปกติ มีเรื่องไหนบ้างที่เสียงไม่พอ ถ้าเสียงไม่พอก็ไม่ครบ ฝ่ายที่มีมติก็แพ้ไป เป็นเรื่องธรรมดา แต่ญัตติแต่ละเรื่องก็ไม่เหมือนกัน เช่น การพิจารณางบประมาณแผ่นดิน ถ้าไม่ผ่านรัฐบาลก็อาจจะมีปัญหา
 
พรุ่งนี้'บิ๊กตู่'ลงพื้นที่ตรวจราชการนครศรีฯ-สุราษฎร์ฯ

พรุ่งนี้'บิ๊กตู่'ลงพื้นที่ตรวจราชการนครศรีฯ-สุราษฎร์ฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562, 07.34 น.
 
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ จะเดินทางไปตรวจราชการและพบปะประชาชน ที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี ในวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 โดยช่วงเช้า นายกฯ และคณะ จะเดินทางไปยัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจติดตามพื้นที่ก่อสร้าง ปตร.กม. 9+200 คลองท่าเรือ - หัวตรุด ในโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นหนึ่งโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาบรรเทาอุทกภัยในเขตเมืองนครศรีธรรมราช และพื้นที่ใกล้เคียง

จากนั้น นายกฯ จะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เพื่อพบปะประชาชนและนักเรียน พร้อมกับมอบอุปกรณ์ส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ และมอบอุปกรณ์การเรียนแก่นักเรียน ก่อนจะออกเดินทางไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาว จ.นครศรีธรรมราช

จากนั้น จะเดินทางต่อไปยังสถานีสูบน้ำปลายคลองเฉวง (CP1) เพื่อดูการทำงานของระบบน้ำของสถานีสูบน้ำปลายคลอง (CP1) ต่อด้วยการเป็นประธานเปิดงาน "เทศกาลท่องเที่ยวเกาะสมุย ครั้งที่ 4 : Samui Festival 2019" ณ บริเวณลานพลุเฉวง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย

ชื่นมื่นทหารไทย-สหรัฐฯ 'บิ๊กแดง'เปิดรั้วกองทัพบก ทำพิธีรับ'สไตรเกอร์'เข้าประจำการ

ชื่นมื่นทหารไทย-สหรัฐฯ 'บิ๊กแดง'เปิดรั้วกองทัพบก ทำพิธีรับ'สไตรเกอร์'เข้าประจำการ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.41 น.
 
ชื่นมื่นทหารไทย-สหรัฐฯ "บิ๊กแดง"เปิดรั้วกองทัพบก ทำพิธีรับ"สไตรเกอร์"เข้าประจำการพล.ร.11เป็นทางการ เผยล็อตแรก70คัน ใช้งบกลางผนึกงบ"ทบ."ควักเงินซื้อเอง47คัน3,700กว่าล้านบาท ขณะที่สหรัฐฯแถมฟรี23คัน ด้าน"ลุงแดง"สอน"นศท."ศึกษาประวัติศาสตร์-ปกป้องสถาบัน อย่าเชื่อโซเชียลมีเดีย

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 12 กันยายน 2562 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วย พล.อ.โรเบิร์ต บี บราวน์ ผู้บัญชาการกองกำลังทางบกประจำภาคพื้นแปซิฟิก สหรัฐอเมริกา ร่วมกันเป็นประธานในพิธีรับมอบยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ โดยมีการจัดแถวทหารกองเกียรติยศต้อนรับอย่างสมเกียรติ จากนั้นกองทัพบกได้นำยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ จำนวน 4 คัน ออกมาเข้าร่วมโชว์ในพิธีด้วย โดยมีการจัดแถวทหารจากกองพลทหารราบที่ 11 (พล.ร.11) และกรมสรรพาวุธทหารบก จำนวน 100 นาย มี พ.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ รอง ผบ.พล.ร.11 เป็นผู้ควบคุมแถว โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพบก ผู้ช่วยทูตทหารสหรัฐฯ ตัวแทนสถานทูตสหรัฐฯ ตัวแทนองค์กรทางการทหารสหรัฐฯประจำประเทศไทย (จัสเม็ก) และตัวแทนนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) จำนวน 61 นาย จากศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารทั่วประเทศ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่กองทัพบกจัดพิธีรับมอบยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ภายใน บก.ทบ.อย่างยิ่งใหญ่

พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของรถหุ้มเกราะล้อยานบีทีอาร์ที่จัดซื้อมาก่อนหน้านี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เราไม่ได้นำยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์มาทดแทน ซึ่งรถหุ้มเกราะล้อยานบีทีอาร์อยู่อีกหน่วยหนึ่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย ในขณะที่ยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์จะตั้งเป็นหน่วยใหม่ของพล.ร.11 เนื่องจากเป็นคนละภารกิจกัน และการจัดกำลังก็เป็นคนละรูปแบบ เราจะต้องนำยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ เข้ามา ซึ่งประเทศไทยมียุทโธปกรณ์หลายประเภท แต่ที่สำคัญคือเราใช้หลักนิยมของประเทศสหรัฐฯมากว่า 50 ปีแล้ว และยังไม่เคยเปลี่ยน ถึงแม้ในความหลากหลาย แต่หลักนิยมในการรบหรือการดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามที่เราได้เรียนมาตั้งแต่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าก็ใช้หลักนิยมของสหรัฐฯ และใช้หลักสูตรเดียวกัน เพราะฉะนั้นความช่วยเหลือระหว่างสองประเทศ เรารักษาความสัมพันธ์ที่เป็นไปด้วยดีมาตลอด จึงเป็นที่มาของยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีประจำการอยู่ในกองทัพสหรัฐฯ

ด้าน พล.อ.โรเบิร์ต บี บราวน์ กล่าวว่า เป็นความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีในวันนี้ ถือเป็นการเฉลิมฉลองความร่วมมือของไทยและสหรัฐฯ กว่า 200 ปี ที่มีมายาวนาน การที่เป็นพันธมิตรกันเป็นสิ่งสำคัญในการที่เราจะมีภูมิภาคที่ปลอดภัย มั่นคง แล้วก็เจริญมั่งคั่ง ตนเองมีส่วนในการก่อตั้งหน่วยยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ที่สหรัฐอเมริกาและก็ได้ใช้งานจริงในการทำสงครามที่ประเทศอิรัก นอกจากนี้ ยังเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ส่งมอบยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ที่มีสมรรถนะดีเยี่ยม ทั้งในเรื่องของการปกป้องสามารถทำความเร็วได้ งานในวันนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้กองทัพไทยเสริมสร้างความทันสมัย ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ทุกประเทศควรที่จะต้องทำ ตนขอยืนยันเรื่องของสมรรถนะ และประสิทธิภาพของตัวรถว่าสามารถใช้ในหน่วยงานหลายรูปแบบ เช่น การช่วยเหลือกรณีที่เกิดวิกฤต หรือเรื่องของความมั่นคงทางชายแดน และที่สำคัญยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์สามารถใช้ระหว่างสหรัฐฯและไทยเป็นสิ่งที่จะทำให้ทั้งสองกองทัพทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น เพราะเป็นอุปกรณ์ที่เหมือนกัน สามารถทำงานร่วมกันในเรื่องของความมั่นคงได้ดี แม้แต่การฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ก็สามารถนำยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ไปใช้งานได้

พล.อ.โรเบิร์ต บี บราวน์ กล่าวต่อว่า สำหรับตัวถังของยานเกราะฯ สามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้งในเรื่องของการลำเลียงพล การดูแลคนที่เจ็บป่วยถ้าในกรณีที่เข้าไปช่วยทหารที่ได้รับบาดเจ็บหรือแม้แต่ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บในการต่อสู้ เพราะตัวถังรถมีความนิ่ม และยังสามารถใช้ในสถานการณ์เหล่านี้ ทำให้ประหยัด เพราะตัวถังที่เหมือนกันและสามารถใช้งานได้หลายแบบ ขณะที่ล้อยานเกราะฯ เป็นระบบขับเคลื่อน 8 ล้อ นอกจากนี้ ตนยังมีความภาคภูมิใจในความสัมพันธ์ของไทยกับสหรัฐฯ ส่วนยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์เป็นสิ่งที่จะช่วยไทยที่จะมีหน่วยสไตรเกอร์ของตัวเอง เพื่อดูแลด้านความมั่นคงและการช่วยชีวิต ซึ่งในพิธีรับมอบวันนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้ถึงความมุ่งมั่นในด้านความมั่นคงทางทหารของสหรัฐฯและไทยที่มีต่อกัน

"ไทยเป็นประเทศแรกที่ใช้ยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์นอกอาณาจักรสหรัฐฯ และมีความภูมิใจมาก ที่ยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ได้ใช้ในสงครามอิรักและอัฟกานิสถาน ซึ่งผมก็ใช้ยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์มานาน สำหรับข้อห่วงใยที่อาจทำให้จีนเกิดความไม่พอใจได้นั้น ผมมองว่าประเทศจีนก็ได้มาร่วมประชุมกองทัพบกกลุ่มประเทศภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 9 - 11 ก.ย.62 ที่ผ่านมา คิดว่าเข้าใจแล้ว เชื่อว่าไม่เป็นการทำให้เกิดความไม่พอใจใดๆเพราะเป็นความร่วมมือที่ดึงทุกประเทศมาเป็นส่วนร่วม ไม่ได้กันประเทศไหนออกจากการทำงานร่วมกันหรือความร่วมมือด้านการทหาร เพราะว่ากลุ่มประเทศภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก คือเสรีและเปิดกว้างให้กับทุกประเทศที่ยินยอมพร้อมใจที่จะอยู่ภายใต้กฎของนานาชาติ" พล.อ.โรเบิร์ต บี บราวน์ กล่าว

ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ ยังได้เดินมาถ่ายรูปร่วมกับนักศึกษาวิชาทหาร พร้อมกับกล่าวว่า ขอให้ทุกคนตั้งใจเรียนและช่วยเหลือพ่อแม่ รวมทั้งอย่าไปเชื่อข่าวลืออะไรทั้งหลาย ขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลโดยเฉพาะทางโซเชียลออนไลน์ และขอให้ช่วยกันป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะลุงเคยพูดไปแล้วว่า ทุกคนก็มีบ้านเป็นของตัวเองและมีที่ดินกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ช่วยปกป้องประเทศไว้ เราต้องศึกษาประวัติศาสตร์กันให้ดี อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนห่างไกลยาเสพติด และตั้งใจเรียน ซึ่งเชื่อว่าทุกคนที่ผ่านหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารต้องมีอนาคตที่ดี และขอให้ช่วยกันบำเพ็ญตน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม ถ้าไม่เริ่มต้นที่พวกเรา ที่บ้านและที่ครอบครัวของเราก็ไม่มีใครสามารถทำได้

จากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ ได้นำ พล.อ.โรเบิร์ต บี บราวน์ พร้อมคณะ และตัวแทนนักศึกษาวิชาทหารที่มาร่วมพิธี ขึ้นไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติกองทัพบก หลังจากปรับปรุงบูรณะใหม่ โดยมีการจัดแสดงประวัติศาสตร์ทางการทหาร และการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันหลักของชาติ

สำหรับความเป็นมาของยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์นั้น กองทัพบกมีแนวทางเสริมสร้าง พล.ร.11 ให้มีโครงสร้างการจัดหน่วยแบบกะทัดรัดและทันสมัยสอดคล้องกับหลักนิยมของกองทัพสหรัฐฯ รวมทั้งเพื่อให้เป็นกองพลหน่วยกำลังรบต้นแบบของกองทัพ จึงมีความต้องการยานเกราะที่เหมาะสมกับการใช้งานแบบยานรบทหารราบ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และจากการเยือนสหรัฐ (ฮาวาย) อย่างเป็นทางการ ของ ผบ.ทบ.และคณะ ระหว่างวันที่ 28 พ.ย. - 3 ธ.ค.2561 ได้มีการหารือร่วมกับ พล.อ.โรเบิร์ต บี บราวน์ เกี่ยวกับการจัดหายานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ ที่ประจำการอยู่ในกองทัพสหรัฐฯ โดยทางกองกำลังทางบกประจำภาคพื้นแปซิฟิกพร้อมสนับสนุนการจัดหาในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกองทัพบกได้ประชุมเพื่อหารือแนวทางการจัดหายานเกราะล้อยางและได้พิจารณาเลือกยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ของกองทัพสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นยุทโธปกรณ์ที่อยู่ในสายการส่งกำลังบำรุงในปัจจุบัน จึงอยู่ในสภาพที่พร้อมต่อการใช้งาน รวมถึงมีแนวทางการสนับสนุนชิ้นส่วนซ่อมที่ชัดเจน

ต่อมาเดือน เม.ย.2562 กองทัพบกได้เสนอความต้องการในการจัดหายานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ RTA ICV เพื่อสนับสนุนภารกิจปรับโอนหน่วยออกนอกกองทัพบก และภารกิจเสริมสร้าง พล.ร.11 จากสหรัฐฯ รวมทั้งสิ้นจำนวน 70 คัน เป็นการจัดหาโดยใช้งบประมาณกลางของรัฐบาล วงเงิน 2,860,000,000 บาท จำนวน 37 คัน และจัดหาโดยใช้งบประมาณของกองทัพบก วงเงิน 850,000,000 บาท จำนวน 10 คัน รวมถึงจากการช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐฯ อีกจำนวน 23 คัน การจัดหายุทโธปกรณ์ครั้งนี้ เป็นการดำเนินการจัดหายุทโธปกรณ์ โดยวิธีผ่านทางวิธี Foreign Military Sales หรือ FMS ในลักษณะการจัดหายุทโธปกรณ์แบบองค์รวม พร้อมระบบอาวุธ การบริการสนับสนุนระบบส่งกำลังบำรุงแบบบูรณาการชิ้นส่วนซ่อมควบคู่กับการฝึกศึกษาทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ ยานเกราะล้อยางที่ได้จัดหาในครั้งนี้ เป็นสิ่งอุปกรณ์คงคลังของสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ ได้จ้างบริษัทผู้ผลิตทำการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพใหม่พร้อมใช้งาน อย่างไรก็ตามจากการจัดหายานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ RTA ICV ทำให้กองทัพบกได้รับยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยสอดคล้องกับหลักนิยม และการปรับโครงสร้างการจัดหน่วย เพื่อให้เป็นกองพลหน่วยกำลังรบต้นแบบของกองทัพบกโดยเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถที่ได้จากยานเกราะกับการใช้งานเป็นยานรบของทหารราบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติของหน่วยกำลังรบของกองทัพบก เช่น ลดการสูญเสียกำลังพล และเป็นการออมกำลังจากการเคลื่อนที่ภายใต้เกราะกำบัง อีกทั้งการได้รับความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐฯ ยังคงเป็นผลดีในด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคงของประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม ยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์สามารถใช้งานในภารกิจที่หลากหลาย เช่น หน่วยกึ่งพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว เพราะเป็นการเข้าพื้นที่เป้าหมาย มีความคล่องตัว อยู่ในสนามได้ 72 ชั่วโมง ระยะ 500 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 ถัง มีการติดตั้งแอร์ในยานเกราะฯ สามารถเข้าลุยพื้นที่น้ำได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สามารถดำน้ำได้เหมือนกับยานเกราะรุ่นก่อนหน้านี้ อีกทั้งมีการติดปืน M2 Browning หรือปืนกล 93 และใช้กำลังพล 9 นาย รวมพลขับและพลควบคุมรถ (พลยิง) รวม 11 คน

ขอบคุณรูปภาพจาก : Wassana Nanuam

 

รมต.สาธารณสุขอาเซียนไฟเขียว‘ปฏิญญาว่าด้วยความมั่นคงด้านวัคซีนในภูมิภาค’

รมต.สาธารณสุขอาเซียนไฟเขียว‘ปฏิญญาว่าด้วยความมั่นคงด้านวัคซีนในภูมิภาค’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.54 น.
 
 

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562  นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ได้นำคณะผู้แทนของประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ครั้งที่ 14 (The 14th ASEAN Health Minister’s Meeting: AHMM) ณ เมืองเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่อวันที่ 26-30 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยประเทศไทยได้รับเกียรติให้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมภายใต้หัวข้อ “การเร่งให้ประชาชนทุกคนในอาเซียนมีสุขภาพดีถ้วนหน้า” และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทย พร้อมกันนี้ยังมีฉันทามติร่วมกับรัฐมนตรีสาธารณสุขอีก 9 ประเทศสมาชิกอาเซียน ให้การรับรองปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงและการพึ่งตนเองด้านวัคซีนในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Leaders’ Declaration on ASEAN Vaccine Security and Self-Reliance, ALD-AVSSR) เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 35 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือน พ.ย. 2562 นี้ 

“ปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงและการพึ่งตนเองด้านวัคซีนในภูมิภาคอาเซียน มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้าวัคซีน การส่งต่อเทคโนโลยี รวมทั้งยกระดับความร่วมมือด้านการจัดซื้อ จัดหา และสำรองวัคซีนสำหรับรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ เมื่อเกิดภาวะที่มีการระบาดใหญ่ของโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในภูมิภาคอาเซียน ก็จะสามารถควบคุม การระบาด และบรรเทาสถานการณ์ลงได้อย่างทันเวลา เป็นการสร้างความเข้มแข็งร่วมกัน และเพิ่มการเข้าถึงระบบสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพของประชาคมอาเซียน” ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าว 

นพ.นคร กล่าวย้ำว่า สถาบันฯ จะนำเสนอผลสรุปการประชุมดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-cultural Community: ASCC) ซึ่งเป็น 1 ใน 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบและนำเข้าสู่ที่ประชุมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ลงนามอย่างเป็นทางการ จากนั้นสถาบันฯ จะได้เตรียมแผนการดำเนินงานด้านความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองด้านวัคซีนในระยะ 5 ปีถัดไปให้สอดคล้องกับปฏิญญาอาเซียนฉบับนี้ และบรรจุเป็นกิจกรรมภายใต้แผนงานของกลุ่มสุขภาพที่ 3 ค.ศ.2021-2025 ต่อไป

 

หมอกควันไฟป่าอินโดนีเซียกระทบสุขภาพ ชาวเบตงเริ่มมีอาการสำลักควัน-แสบตา

หมอกควันไฟป่าอินโดนีเซียกระทบสุขภาพ ชาวเบตงเริ่มมีอาการสำลักควัน-แสบตา

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562, 11.20 น.
 
 ปริมาณหมอกควันยังคงเข้าปกคลุมอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ตั้งแต่ช่วงเช้า แม้ว่าเมื่อวานนี้จะมีฝนตกหนักในช่วงบ่ายเป็นวันที่ 2 แต่ก็สามารถชะล้างหมอกควันลดลงไปได้บ้าง ขณะที่ประชาชนเริ่มสำลักควันมีอาการแสบตาเหตุปริมาณหมอกควันยังคงเข้าปกคลุมต่อเนื่อง เหตุฮอตสปอร์ทที่เกาะสุมาตราวานนี้มีถึง 161 จุด

12 กันยายน 2562 สถานการณ์หมอกควันจากไฟไหม้ป่าบนเกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซียที่พัดปกคลุมในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณหมอกควันยังคงปกคลุมเหนือท้องฟ้าอำเภอเบตง ตั้งแต่ช่วงเช้า แม้ว่าเมื่อวานนี้จะมีฝนตกหนักในช่วงบ่ายเป็นวันที่ 2 แต่ก็สามารถชะล้างหมอกควันลดลงไปได้บ้าง ขณะที่ประชาชนเริ่มมีอาการสำลักควัน แสบตา พบสาเหตุฮอตสปอร์ทที่เกาะสุมาตราวานนี้ (11 ก.ย.62)มีถึง 161 จุด ทำให้ลมพัดหมอกควันไฟป่าบนเกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซียเข้ามาปกคลุมในอำเภอเบตงอีกครั้ง ทำให้ในเขตเทศบาลเมืองเบตงท้องฟ้าหลัวขาวโพลนเต็มไปด้วยหมอกควัน ประกอบกับสภาพพื้นที่อำเภอเบตงมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะทำให้อากาศไม่หมุนเวียน

ขณะเดียวกันสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 16 รายงานคุณภาพอากาศจากสถานการณ์หมอกควันไฟป่าอินโดนีเซีย ที่เข้ามาปกคลุมภาคใต้ ในพื้นที่ จังหวัดยะลาเช้าวันนี้(ที่ 12 ก.ย.) เวลา 09.00 นาฬิกา ผ่านเว็บไซด์ Air 4 Thai ในพื้นที่จังหวัดยะลา พบได้ที่อำเภอเบตง ค่าปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 วัดได้ 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  ส่วนค่าคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ที่ AQI ระดับ 39 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศระดับดีมาก  ยังไม่ถึงในระดับแจ้งเตือนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน แต่ประชาชนบางส่วนเริ่มมีอาการแสบตา เมื่ออยู่ในที่แจ้ง สาเหตุสภาพพื้นที่อำเภอเบตงมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะทำให้อากาศไม่หมุนเวียน

 
‘อัจฉริยะ’นำแรงงานกว่า300คนเข้าแจ้งความหลังถูกเบี้ยวค่าแรงนาน3เดือนรวมกว่า100ล้านบาท

‘อัจฉริยะ’นำแรงงานกว่า300คนเข้าแจ้งความหลังถูกเบี้ยวค่าแรงนาน3เดือนรวมกว่า100ล้านบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.46 น.
 
 
‘อัจฉริยะ’ ปธ.ชมรมช่วยเหลือเยื่ออาชญากรรม นำแรงงานกว่า 300 ชีวิต เข้าแจ้งความ พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ กับเจ้าของบริษัทแปรรูปพืชผักผลไม้ส่งออกรายใหญ่เมืองกาญจน์ หลังเบี้ยวแรงคนงานไทย-พม่า นาน 3 เดือน รวมกว่า 100 ล้านบาท
 
12 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ สภ.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมสมาชิกชมรมฯ และทีมกฎหมาย ได้นำแรงงานของบริษัทชื่อดัง (บริษัท ไวต้าฟู้ด แฟคทอรี่ (1989) จำกัด ผลิตและจำหน่ายพืชผักและผลไม้แปรรูปเพื่อการส่งออกรายใหญ่) ที่ อ.ท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ทั้งแรงงานไทยและต่างด้าว ซึ่งเป็นชาวเมียนมา กว่า 300 คน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ภายหลังจากบริษัทดังกล่าวไม่จ่ายค่าแรงให้กับคนงานเหล่านั้ 3 เดือน
แล้ว

โดยมี พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ กันตะยศ ผกก.สภ.ท่ามะกา พ.ต.อ.สำราญ กลั่นมา ผกก.ตม.บก.ตม.3 กาญจนบุรี พ.อ.บุญยิ่ง คงเกตุ หน.ฝ่ายข่าว กอ.รมน.กาญจนบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงแรงงานทั้งหมด รวมทั้งนายกิตตินันท์ อรรถบท นายอำเภอท่ามะกา นายสมศักดิ์ ล้ออุดม ปลัดอำเภอฝ่ายศูนย์ดำรงธรรมฯ ได้ร่วมช่วยเหลือแรงงานดังกล่าวด้วย โดยทาง สภ.ท่ามะกา ได้จัดชุดพนักงานสอบสวนในคดีไว้ประมาณ 10 นาย เพื่อรับคำร้องทุกข์

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยว่า สำหรับบริษัท ไวต้าฟู้ด แฟคทอรี่ (1989) จำกัด มีทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท และมีบริษัทในเครือหลายบริษัท จากปัญหาความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของแรงงานจำนวนมาก ตนจึงเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เป็นคนยากจน ผู้ใช้แรงงาน ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการถูกเบี้ยวค่าจ้าง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัทฯ ที่ค้างค่าแรง มา 3 เดือน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

ทั้งนี้ที่ผ่านมาแรงงานดังกล่าวได้พยายามไปร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัทฯ ในความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เพื่อบังคับให้นายจ้างจ่ายค่าแรง แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล ดังนั้นวันนี้เราจึงได้พาแรงงานเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญากับเจ้าของบริษัทฯ ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และหากวันนี้นายจ้างยังไม่ยอมจ่ายค่าแรงที่ค้างไว้ เราก็จะให้พนักงานสอบสวนดำเนินการขออำนาจศาลออกหมายจับเจ้าของบริษัทฯ ต่อไป

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อประสานไปทางผู้บริหารของบริษัทฯ เพื่อให้มาพบพูดคุยและเจรจาหาทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่อกับผู้บริหารของบริษัทฯ ได้แต่อย่างใด

 

 

มาเรียมถึงปลาทู ไมโครพลาสติก ขยะพิษจิ๋ว 1 ปีคนไทยกลืนกินเท่าบัตรเครดิต

ไทยรัฐออนไลน์12 ก.ย. 2562 05:30 น.
SHARE
 

หากใครได้ติดตามข่าวในช่วง 2-3 เดือนนี้ คงจะทราบว่า ทะเลไทย กำลังมีปัญหา “ขยะ” โดยเฉพาะ “พลาสติก” โดยเป็นที่น่าตกใจคือการตายของเจ้า “มาเรียม” พะยูนขวัญใจคนไทย ที่ท้ายที่สุดก็ต้องมรณาไปเพราะน้ำมือมนุษย์ ด้วยการกินถุงพลาสติกแล้วไปอุดตันที่ลำไส้

กระทั่งล่าสุด เมื่อเร็วๆ นี้ เฟซบุ๊กศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จังหวัดตรัง ได้โพสต์ภาพปลาทู พร้อมระบุข้อความ ระบุว่า ในกระเพาะของปลาทูมีค่าเฉลี่ยของ “ไมโครพลาสติก” เฉลี่ยที่ 78.04 ชิ้น..

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ขยะประเภทพลาสติก ได้กระจัดกระจายไปทุกหย่อมหญ้าแล้ว สัตว์ที่อยู่ในน้ำหรือบนบกได้กินเข้าไปโดยไม่รู้ตัว หากเรากินสัตว์เหล่านี้เข้าไปอีกทอดจะเกิดอะไรขึ้น เราจะสังเกตหรือป้องกันอย่างไร ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอไล่เรียงปัญหาทั้งหมด

ไมโครพลาสติก คือ อะไร...

แหล่งที่สองก็คือ พลาสติกทั่วไปที่เราทิ้งลงถังขยะ แม่น้ำลำคลอง และสุดท้ายก็พัดลงทะเล พลาสติกพวกนี้เมื่อเวลาผ่านไปมันก็จะค่อยแตกเป็นชิ้นเล็กลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็เป็นไมโครพลาสติก

ขณะที่ ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ทางคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาเรื่องนี้ และพบไมโครพลาสติกในหอย ปลาที่อยู่บริเวณอ่าวไทย หรือแม้แต่ปะการัง เรียกว่าตอนนี้มีพลาสติกกระจายอยู่ทั่วไป เมื่อพลาสติกแตกตัวก็จะกลายเป็นพลาสติกขนาดเล็ก เรียกว่า “ไมโครพลาสติก” ซึ่งสัตว์ในท้องทะเลก็ได้กินเข้าไป

“ปัจจุบัน ปลาเกือบทุกชนิดกินไมโครพลาสติกเข้าไป เมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะไปสะสมอยู่ในทางเดินอาหาร ลำไส้ เมื่อผ่าออกมาก็จะพบไมโครพลาสติกเหล่านี้แฝงเร้นอยู่ในเครื่องในของปลา และสัตว์อื่นๆ ในทะเล”

ล่าสุด พบ "ไมโครพลาสติก" ในปลาทู

ทั่วโลกตื่นตัว งานวิจัยมีน้อย มนุษย์กินสัตว์ “ไมโครพลาสติก” แฝงร่าง ผลคือ..

สิ่งที่เป็นข้อกังวลหากเรากินสัตว์ที่กินไมโครพลาสติกจะเกิดอะไรขึ้น ดร.นันทริกา ได้ทำความเข้าใจว่า ปัจจุบัน การศึกษาในเรื่องไมโครพลาสติกที่มีผลกับมนุษย์ก็ยังน้อยมาก แต่ก็มีค้นพบว่าถ้ามีขนาดเป็น “นาโนพลาสติก” อาจจะสามารถเข้าไปอยู่ในอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้ พลาสติกเองก็ยังถือว่าเป็นโพลิเมอร์เฉื่อย (Inert Polymer) แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงก็คือเรื่องพิษจากสารเคมี ตัวทำละลาย ที่ใช้ในการทำพลาสติกผสมเข้าไป และสารที่เป็นมลพิษหรือเชื้อโรคสามารถเข้าไปเกาะตัวไมโครพลาสติกได้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเรื่องของผลกระทบต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่ต้องกินในปริมาณเยอะในระยะยาว มันก็อาจจะทำให้เกิดการผิดปกติของพวกฮอร์โมนได้

“ตอนนี้ทั่วโลกได้ตื่นตัวเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมามีการศึกษาทั้งด้านสิ่งแวดล้อม หรือในอาหาร เพราะนอกเหนือจากปลาแล้วยังศึกษาไปยังสัตว์บนดินที่มีการปนเปื้อนด้วย สิ่งที่นักวิจัยทั่วโลกเป็นห่วงคือ ขยะพิษเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา เช่น มะเร็ง ภูมิแพ้ หรือปัญหาการสร้างภูมิคุ้มกัน”

1 ปี คนไทยกินไมโครพลาสติกไม่รู้ตัว เทียบเท่าบัตรเครดิต 1 ใบ

ด้าน นพ.ฆนัท ครุธกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอายุรศาสตร์ทั่วไป อายุรศาสตร์โรคหัวใจ และโภชนบำบัดและเมตาบอลิซึม เสริมว่า ที่น่ากังวลคือ “นาโนพลาสติก” เป็นพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่าประมาณ 100 ไมครอน ซึ่งอาจจะผ่านเข้าไปในผนังเซลล์ อาจทำอันตรายต่อเซลล์ของร่างกายได้ ปัจจุบันข้อมูลวิจัยยังไม่แน่ชัด การกำจัดนาโนพลาสติกออกจากร่างกายค่อนข้างยากกว่า เมื่อเทียบกับไมโครพลาสติก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลและทางการแพทย์ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง

“ที่น่าตกใจคือ พบว่าคนไทยบริโภคสารปนเปื้อนพลาสติกในปริมาณไม่มากโดยไม่รู้ตัว คือ ประมาณ 5-6 กรัม เทียบเท่าบัตรเครดิตใบหนึ่งต่อปี ผ่านทางน้ำดื่ม น้ำประปา เสื้อผ้า ที่ปั่นซักก็มีเศษพลาสติกออกมาปนเปื้อน ในอาหาร อาหารทะเล หรือแม้แต่ยาสีฟันที่ผสมบีด เพราะบีดคือพลาสติกอย่างหนึ่ง พอใช้ก็อาจมีกระบวนการทำให้มีขนาดเล็ก และอาจปนเปื้อนกลืนเข้าไปในร่างกาย หากได้รับสารปนเปื้อนอื่นที่อยู่ในพลาสติกเกินปริมาณ ก็อาจจะมีผลต่อฮอร์โมน”นพ.ฆนัท กล่าว

หลีกเลี่ยง “ไมโครพลาสติก” ในอาหารทะเลอย่างไร

ดร.นันทริกา กล่าวอีกว่า สัตว์ทะเลแต่ละชนิดได้รับผลกระทบต่างกัน ที่เราเห็นเลยคือ เรื่องของการอุดตันของพลาสติกชิ้นใหญ่ในทางเดินอาหารของสัตว์ พวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล หรือเต่า พะยูน ซึ่งเป็น “แม็คโครพลาสติก” (พลาสติกขนาดใหญ่) จนกระทั่งที่ออกมาเป็นเศษเล็กๆ แล้วลงไปเป็นไมโครพลาสติก พวกนี้ก็จะไปสะสมหรือไปอยู่ในตัวของสัตว์ที่เล็กกว่า เช่น ปลาทู หรือปลาชนิดอื่นๆ ที่กินเข้าไป แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความเป็นห่วง คือ “การสะสม” เช่น เรากินปลามากกว่าหนึ่งตัว มันจะเข้าไปไหม

“หากเป็นปลาสด คนก็กินเนื้อปลาก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นลักษณะของการทำแห้งแล้ว มีอวัยวะภายในอยู่ครบ ก็สามารถที่จะรับสารเหล่านี้ไปได้เต็มๆ”

ลักษณะรูปร่างของขยะไมโครพลาสติกที่พบเจอ ณ บริเวณพื้นที่ศึกษา แบบเส้นใยที่พบบริเวณชายหาดกะหลิม (ซ้ายบน) แบบแผ่นแข็งที่พบบริเวณชายหาดป่าตอง (ขวาบน) แบบไร้รูปร่างที่พบบริเวณชายหาดป่าตอง (ล่าง) (ภาพ : สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

ดร.นันทริกา เน้นย้ำว่า ตอนนี้เราไม่ควรจะตื่นตระหนกเกินไป สิ่งที่ทำคือ การป้องกันไม่ให้แย่ไปกว่านี้ เพราะว่าตัวเลขต่างๆ มันก็จะเป็นตัวเลขจำเพาะที่ทำในแต่ละโปรเจกต์ ถ้ารัฐบาลสนใจเรื่องนี้จริง ก็น่าจะตั้งองค์กรที่ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วก็หาทางที่จะบรรเทาเรื่องของปัญหา เพราะตอนนี้อยู่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมหมดแล้ว เราไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากที่จะเรียนรู้ที่จะป้องกันตัวเองไม่ให้รับเข้าไปเยอะกว่านี้

หน้าที่ของรัฐบาล คือ การเดินหน้ารณรงค์ในเรื่องของการลดใช้และทิ้งขยะพลาสติก รักษาสิ่งแวดล้อม พยายามแก้ปัญหาเอาขยะพิษ ขยะพลาสติกขึ้นจากทะเล ที่สำคัญคือ การสร้างความปลอดภัยในเรื่องการกินอยู่ให้กับประชาชน โดยมีการออกมาตรการเป็นรูปธรรม

ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ นับเป็นปัญหาระดับโลกที่มนุษย์ทุกคนพึงให้ความร่วมมือร่วมใจแก้ปัญหา เพราะหากสิ่งแวดล้อมเลวร้ายเมื่อไหร่ สัตว์ในทะเล บนบก หรือบนฟ้า จะอยู่ไม่ได้ แล้วมนุษย์อย่างเราๆ จะอยู่อย่างไร  

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

 

 

 

 

“ศุภชัย” ลั่นเซ็นสัญญาไฮสปีด อุทธรณ์”อู่ตะเภา”

12 Sep 2019
 
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด    ยืนยันว่า ลงนามในสัญญา โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เชื่อม3สนามบินแน่  เพราะ มีความตั้งใจที่จะดำเนินการ มาหลายปี  แต่ ล่าสุด ยังไม่ทราบรายละเอียดจากคณะทำงานฯ ไฮสปีด

“ต้องขอพิจารณารายละเอียดก่อน ยังไม่สามารถตอบอะไรได้มากนัก อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เรามีความตั้งใจอย่างเต็มที่และททำมาหลายปี”

 นอกจากนี้ นายศุภชัย ยืนยันว่า จะยื่นอุทธรณ์ ศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอความเป็นธรรมกรณี ประมูลสนามบินอู่ตะเภา และหวังว่าจะได้รับความเมตตา  

“น่าจะได้ไปถึงขั้นตอนการเปิดซองประมูลก่อน ซึ่งแพ้ชนะไม่เป็นไร เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างสมบูรณ์ โดยคาดว่าการอุทธรณ์น่าจะเป็นผลที่ดี เพราะเราตั้งใจ”

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด กับพวกรวม คน (กลุ่มซีพี)ฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกกับพวก กรณีมีมติไม่รับซองข้อเสนอบางรายการ เนื่องจากยื่นเกินเวลาไป นาที 


หน้าแรก / Politics เปิดซักฟอก“บิ๊กตู่”18 ก.ย.นี้ ศาลรธน.ตีตกคำร้องไม่เกี่ยวสภาฯ

เปิดซักฟอก“บิ๊กตู่”18 ก.ย.นี้ ศาลรธน.ตีตกคำร้องไม่เกี่ยวสภาฯ

12 Sep 2019
 

"ชวน"เผยเปิดอภิปราย"ประยุทธ์"ตามปกติ ไม่เกี่ยวศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้อง  ระบุรธน.เขียนชัดส.ส.มีสิทธิอภิปรายตามข้อบังคับประชุมสภาฯ


วันที่ 12 กันยายน 2562 ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงการอภิปรายทั่วไป แบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 18 กันยายนนี้ ว่า ทุกอย่างยังเป็นไปตามกำหนดวาระปกติของสภาฯ 

ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะมีความเห็นไม่รับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่นั้นไม่เกี่ยวกับการทำงานของสภาฯ การอภิปรายแบบไม่ลงมตินี้ เป็นเรื่องการตรวจสอบทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่เขียนกำหนดไว้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิอภิปราย ซักถาม เสนอแนะ และให้คำแนะนำ ซึ่งการอภิปรายก็จะเป็นไปตามกรอบข้อบังคับการประชุมสภาฯ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่11 ก.ย. ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณา เนื่องจากการถวายสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าวเป็นการกระทำทางการเมือง ในฐานะองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหารในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ อันอยู่ในความหมายของการกระทำของรัฐบาล ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่อาจรับคำร้องไว้ได้ และการถวายสัตย์ดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด

 

.........................................................
 
12 กันยายน 2562
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน