*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5577
  • จำนวนผู้ชม : 3356154
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 14 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 600 , 13:22:41 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ข่าวการเมืงวันนี้ เหมือนลมที่สงบหลังเกิดพายุ แต่ก็นั่นแหล่ะนะครับ หลายอย่างในการเมืองก็พร้อมประทุอย่แล้ว

 

กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันศุกร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2562, 02.00 น.

ความจริงมีหนึ่งเดียว

 
 

 

ฝ่ายค้านผสมแค้น ที่รุมถล่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ อยู่ในเวลานีประเด็นข้อกล่าวหาหลัก คือ อ้างสื่อต่างประเทศรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส เคยรับสารภาพ และถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาว่ามีความผิดฐานนำเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย หรือศาลพิพากษาว่ามีความผิดฐานเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จนกระทั่งถูกจำคุกอยู่ที่ออสเตรเลียเป็นเวลานานถึง 4 ปี

คำถามง่ายๆ คือ จริงหรือไม่?

เพราะในสื่อต่างประเทศที่รายงานเรื่องนี้ Sydney Morning Heraldก็ยังไม่มีการนำเอกสารคำพิพากษาของศาลออสเตรเลียมาตีแผ่

ในฝ่ายที่รุมขย่มอยู่ในเมืองไทย ก็ยังไม่มีการแสดงเอกสารหลักฐานอื่นใดเพิ่มเติม นอกจากอ้างรายงานข่าวของสื่อต่างชาติดังกล่าว

1. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยถึงขนาดตราหน้า ร.อ.ธรรมนัสผ่านสื่อไทยไปแล้ว โดยกล่าวว่า“ค้ายาเสพติด” - “นักโทษยาเสพติด”

ขณะเดียวกัน การรุมถล่มในโลกออนไลน์ ก็ใช้วิธีพิพากษาไปแล้วทำนองว่า “รัฐมนตรีค้ายา”

เสมือนหนึ่งว่า ร.อ.ธรรมนัสถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาไปแล้วว่ามีความผิดจริง

2. เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ชี้แจงผ่านการตอบกระทู้ในสภา

ปรากฏข้อมูลจากปากของเจ้าตัว แตกต่างไปจากที่ถูกกล่าวหาในประเด็นสาระสำคัญ

ใจความประเด็นสำคัญ ดังนี้

“...โทษการนำเข้า จำหน่าย ส่งออกเฮโรอีนปริมาณเล็กน้อย โทษต่ำสุดก็คือจำคุก 10 ปี หากเป็นโทษตามจำนวนเฮโรอีนที่นายไมเคิลได้นำมาเสนอข่าวนั้น ขั้นต่ำก็คือจำคุกตลอดชีวิต...

ผมเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ณ นครซิดนีย์ ผมมีเวลาอยู่นครซิดนีย์ไม่เกิน 2 ชั่วโมง คดีนี้มันไม่มีคำพิพากษา มันเป็นการ Plea Bargaining

..คนไทยสองคนถูกจับกุม คนหนึ่งไปลองตัดสินดูก่อน เขาเรียกว่า Plea Bargaining เพราะไม่มีเงินที่จะสู้คดี ต้องใช้ทนายอาสาของประเทศออสเตรเลีย ผมไม่เคยรับสารภาพว่าขนยา ค้ายา
หรือนำเข้ายาเสพติด หากเป็นข้อเท็จจริง ไปเอามาเลยว่าผมรับสารภาพตรงไหน...

...เขาเรียกว่าการ Plea Bargaining หรือการลองตัดสิน

…ผมไม่ได้เข้าสู่กระบวนการไต่สวน สอบสวนพยานอะไรเลยผมถูกกักขังหรือ Locked Up อยู่ 8 เดือน หลังจากนั้น เข้าสู่กระบวนการPlea Bargaining โดยผมถูกส่งตัวไปอยู่ฟาร์มดูแลผู้ต้องขังเยาวชนที่มีปัญหาประมาณ 6 เดือน ผมก็กลับมาอยู่นครซิดนีย์ โดยต้องออกไปทำงานเช้า ตกเย็นก็กลับมานอนในที่ที่เจ้าหน้าที่เขาจัดให้นอน ผมใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ประมาณ 4 ปี...

...ผมบอกและแถลงชัดเจนว่า ขั้นตอนการเจรจาต่อรอง อัยการของนครซิดนีย์ ผู้พิพากษาท้องถิ่นเวลานั้นบอกว่าผมต้องมีหน้าที่เป็นพยานให้กับผู้ถูกกล่าวหาอีกคนที่เป็นชาวต่างชาติ เมื่อมันครบ 4 ปี ผมก็ไม่คิดจะกลับมาที่ประเทศไทย ณ เวลานั้น เพราะต้องการใช้ชีวิตกับครอบครัวที่ประเทศออสเตรเลีย แต่เมื่อรัฐบาลเขามีนโยบายให้เรากลับเราก็กลับโดยไม่มีโทษติดตัวเลย ผมชี้แจงมากี่ครั้งก็จะพูดแบบนี้...

...การ Plea Bargaining ศาลออสเตรเลียนั้นให้ผมอยู่จนจบวาระการเป็นพยาน นั่นคือ 4 ปีจนคดีจบ...

...คดีนี้ ท้ายสุด ผู้ต้องหาที่เป็นคนต่างชาติ ศาลตัดสินยกฟ้อง ผมคงไม่ต้องกลับมาพูดเรื่องนี้อีก...

...เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมาตอนที่ผมสมัครลงเลือกตั้งเป็น สส. ถ้าหากไม่มีการรัฐประหารที่ตามมาต่อจากนั้น ผมก็ได้เป็น สส.แล้ว ก็ไม่เห็นมีใครจะมาโจมตีผมในประเด็นนี้เลย...”

3. อันที่จริง หากจะบี้ให้ ร.อ.ธรรมนัสจนตาย ตายคาสภา...

หากฝ่ายค้านมีหลักฐานเด็ดอยู่ในมือจริง ก็เพียงเปิดเผยเอกสารคำพิพากษาของศาลออสเตรเลียที่พิพากษาว่า ร.อ.ธรรมนัสมีความผิดฐานเกี่ยวข้องกับการนำเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลียต้องถูกลงโทษจำคุกเป็นเวลา 4 ปี

แต่จนถึงตอนนี้ ฝ่ายค้าน หรือก็ยังไม่ได้เปิดเผยหลักฐานเด็ดอะไรเลย

4. เพจข่าว เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ - Sermsuk Kasitipradit ตั้งข้อสังเกตว่า

“โลกยุคข่าวสารไร้พรมแดน ทุกเรื่องตรวจสอบข้อเท็จจริงได้

ใครทำอะไรชั่วร้ายไว้ หรือใครปล่อยข่าวเฟคนิวส์ 

หลังร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ตอบกระทู้ถามในสภา ยืนยันไม่มีคำพิพากษาศาลตัดสินจำคุกสี่ปี ในคดีลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศ อย่างที่ The Sydney Morning Herald สื่อออสเตรเลียรายงาน 

เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หน.เสรีรวมไทยออกมายอมรับ “ชงเองกินเอง” ป้อนข้อมูลให้สื่อต่างประเทศเขียน ในรายงานอ้างเป็นตุตะเอกสารศาล Court Document ตัดสินจำคุกร.อ.ธรรมนัส ซึ่งรายงานยืนยันได้สารภาพเพื่อแลกกับการลดโทษ ร.อ.ธรรมนัสสวนกลับเป็นข่าวเท็จที่ไม่มีข้อเท็จจริง ไม่ได้รับสารภาพและไม่มีคำพิพากษาศาลเอาผิดกรณีนี้

ข่าวเช้าของสื่อออสซี่ไม่พูดถึงการตอบกระทู้ของร.อ.ธรรมนัสที่ปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อจิงโจ้ 

หากมีเอกสารศาลจริงอย่างที่รายงาน Michael Ruffle ต้องนำเสนอยืนยันความน่าเชื่อถือในรายงานที่เสนอต่อสาธารณะ Exclusive จริงอย่างที่คุย ต้องเปิดเผยเอกสารคำพิพากษาศาลให้สังคมรับรู้ ไม่ได้เป็นเรื่องความลับอะไร หลังสื่อไทยนักการเมืองไทยฝ่ายแค้นอ้างรายงานข่าวของนสพ.ดังกล่าว ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นของจริงหรือ เฟคนิวส์ ในเรื่องคำพิพากษาศาล”

5. ความจริง มีเพียงหนึ่งเดียว

ใครพูดจริง ใครพูดเท็จ

ร.อ.ธรรมนัส เคยรับสารภาพ และ/หรือถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาว่ามีความผิดฐานเกี่ยวข้องกับการนำเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย จนกระทั่งถูกจำคุกอยู่ที่ออสเตรเลียเป็นเวลานานถึง 4 ปี จริงหรือไม่?

รอดูว่า ฝ่ายค้านผสมแค้น จะมีหลักฐานเด็ดมายืนยันดังราคาคุย หรือไม่?

ถ้ามี ร.อ.ธรรมนัส ก็ต้องจอด

ถ้าไม่มี ใครจะรับผิดชอบอย่างไร?

สารส้ม

หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / บ้านเกิดเมืองนอน
บ้านเกิดเมืองนอน

บ้านเกิดเมืองนอน

สิริอัญญา
วันเสาร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2562, 02.00 น.

ต้นตอวิกฤติของชาติ!

 
ขณะนี้พรรคฝ่ายค้านกำลังรณรงค์เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะเห็นว่าเป็นต้นเหตุอย่างหนึ่งของวิกฤติในบ้านเมือง โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับการออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อคณะบุคคลเป็นหลักแทนที่จะเป็นการออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก

ที่สำคัญคือในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญในตอนต้นนั้นมิได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานเป็นแนวทางในการร่างรัฐธรรมนูญมาเป็นหลักในการร่างรัฐธรรมนูญจึงเป็นผลให้การร่างรัฐธรรมนูญนั้นรกรุงรังเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ไม่จำเป็นต้องตราไว้ในรัฐธรรมนูญเพราะไม่ใช่ระบบหรือระเบียบการบริหารรัฐ แต่เป็นวิธีการทำงานหรือวิธีการปฏิบัติที่สามารถแยกไปตราเป็นกฎหมายต่างหากได้

ดังนั้นเมื่อนำเอาเรื่องราวมากมายที่ไม่ควรจะบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งมีฐานะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ จึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้การทั้งหลายมีความเสี่ยงที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญและเมื่อการใดขัดต่อรัฐธรรมนูญแล้ว การนั้นก็เป็นโมฆะหรือต้องยกเลิกเพิกถอน

แม้กระทั่งผู้กระทำการนั้นก็ย่อมต้องรับผิดในฐานะฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ หรือละเมิดรัฐธรรมนูญ หรือกระทำการอันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งนอกจากมีผลต่อการดำรงตำแหน่งแล้ว ยังก่อให้เกิดความรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาตามมาด้วย

เพราะการฝ่าฝืนหรือการปฏิบัติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้นก็ต้องถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ชอบ และถ้าหากเกี่ยวข้องกับการทุจริตก็จะต้องรับผิดมากขึ้นตามโทษานุโทษ

ดังเช่นการเขียนคุณสมบัติต่างๆ ไว้รกรุงรังไปหมดตั้งแต่คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งรัฐมนตรี และคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ อีกมากมายคิดเป็นปริมาณเนื้อหาในเรื่องคุณสมบัติ แล้วก็กินเนื้อที่เกือบครึ่งหนึ่งของรัฐธรรมนูญ

นั่นเป็นเรื่องของเนื้อที่ แต่ที่ก่อเกิดเป็นปัญหาตามมาก็คือเมื่อกำหนดเรื่องเหล่านี้ไว้มากมายเพียงใดก็ทำให้การปฏิบัติหรือการต้องมีคุณสมบัติต้องเป็นไปอย่างสลับซับซ้อน ยุ่งยาก ยุ่งเหยิง วุ่นวายตามมาด้วย และแน่นอนว่าย่อมเป็นต้นเหตุให้มีการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือฝ่าฝืนกับรัฐธรรมนูญมากขึ้นด้วย

ดังเช่นกรณีการเขียนบทบัญญัติการถือหุ้นสื่อมวลชนโดยที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเขียนหรือเขียนไว้อย่างหยาบๆ โดยไม่ระบุว่าเป็นสื่อมวลชนประเภทไหน ถือหุ้นเท่าใด มีสิทธิ์ในการบงการการบริหารหรือไม่ และต้องเป็นธุรกิจสื่อมวลชนจริงหรือไม่

และมีการดำเนินการเอาผิดกับแกนนำพรรคอนาคตใหม่จนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปแล้ว โดยระยะเริ่มแรกก็มีความกระเหี้ยนกระหือรือราวกับเป็นข้อหาร้ายแรงอุกฉกรรจ์

แต่เมื่อเป็นรัฐธรรมนูญแล้วก็ย่อมมีผลบังคับกับทุกคน ดังนั้นทั้ง สส. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลรวมทั้งวุฒิสภาที่มีชื่อถือหุ้นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจสื่อมวลชนจึงถูกร้องให้มีการตรวจสอบไต่สวนกันจ้าละหวั่น จนเห็นได้ชัดว่าถ้าเอาจริงเอาจังเหมือนกับกรณีของแกนนำพรรคอนาคตใหม่แล้ว จะมีผลให้ สส. สว. กว่าร้อยคนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งจะเกิดเป็นวิกฤติทางการเมืองครั้งใหญ่

ดังนั้นเรื่องนี้จึงค่อยซบเซาเงียบหายไป ในขณะที่การหยุดปฏิบัติหน้าที่ที่เกิดขึ้นเพียงคนเดียวก็กลายเป็นหนามยอกอกหรือเสี้ยนตำตีนของกระบวนการยุติธรรม และเป็นที่จับจ้องตำหนิติเตียนของคนทั้งหลายอยู่จนบัดนี้

แม้กระทั่งในการปฏิบัติการทั้งหลายของรัฐบาลก็ต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่แม้จะรกรุงรังเพียงใดก็ต้องปฏิบัติไปตามนั้น ดังนั้นจึงเป็นต้นเหตุให้รัฐบาลต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติทางกฎหมายร้ายแรงเพิ่มขึ้นโดยลำดับ

แค่ไม่ถึงสามเดือนของการจัดตั้งรัฐบาลก็มีเรื่องการตรวจสอบไต่สวนเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญที่อาจส่งผลต่อฐานะของรัฐบาลแล้วหลายเรื่อง ที่สำคัญคือ

เรื่องแรก เกี่ยวกับคุณสมบัติของหัวหน้า คสช. ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ ซึ่งถ้าหากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็จะไม่มีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีทุกขั้นตอนซึ่งหากพลาดพลั้งไปในทางที่ไม่คาดหวัง พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา ก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งและไม่สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป

เรื่องที่สอง เกี่ยวกับการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งของคณะรัฐมนตรี ซึ่งรัฐธรรมนูญได้กำหนดแบบและข้อความที่ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณไว้แต่จะด้วยเหตุผลกลใดไม่ปรากฏ เกิดกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ จึงมีเรื่องเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีคำวินิจฉัยแล้วว่าไม่รับเรื่องไว้พิจารณา เพราะเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณนี้ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ

เรื่องที่สาม เกี่ยวกับการแถลงนโยบายที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้รัฐบาลต้องแถลงจำนวนเงินงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินนโยบาย รวมทั้งที่มาของเงินด้วย ซึ่งปรากฏว่ามิได้มีการแถลงในเรื่องนี้ และในที่สุดก็อาจมีการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยอีกแต่มีคำวินิจฉัยแล้วเช่นเดียวกันว่าไม่รับเรื่องไว้พิจารณา

เรื่องที่สี่ ที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ ก็คือเรื่องการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้แต่งตั้ง ซึ่งมีความเสี่ยงว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญอีก และอาจส่งผลให้ทั้งนายกรัฐมนตรีรวมทั้งรัฐมนตรีกระทำการอันฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญอีกด้วย

สี่เรื่องนี้ต้องถือว่าเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาข้าวใหม่ปลามันของรัฐบาล แล้วถ้าเนิ่นนานไปอะไรจะเกิดขึ้น เพราะการที่ไม่รับเรื่องไว้พิจารณานั้นไม่ได้หมายความว่าเรื่องนั้นถูกผิดประการใด เพราะเป็นเพียงการไม่รับพิจารณา ซึ่งจะทำให้ปัญหาค้างคาใจประชาชนอยู่ต่อไป และย่อมกระทบต่อเสถียรภาพและความเชื่อมั่นในรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนี่ก็เป็นวิบากกรรมของรัฐธรรมนูญฉบับนี้!

เพจดังจัดหนัก! บุกไลฟ์สดพิสูจน์จะจะ 'California University'เป็นตึกแถวสองชั้น

เพจดังจัดหนัก! บุกไลฟ์สดพิสูจน์จะจะ 'California University'เป็นตึกแถวสองชั้น

วันเสาร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.00 น.
 
 

14 กันยายน 2562 เพจเฟชบุ๊ก CSI LA  ได้ทำการไลฟ์สดบุกพิสูจน์ California University หลังมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ใช่มหาวิทยาลัยจริง โดยเพจดังกล่าวระบุว่า

"วันนี้ผมได้ทำการบุกทำ Live สดที่ California University ที่นายธรรมนัสอ้าง ปรากฎว่าสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตฟิลิปปินส์ทาวน์ เป็นตึกแถวสองชั้นที่ค่อนข้างจะเก่าและไม่สะอาดนัก จะเห็นได้ว่าประตูทางเข้าCalifornia University ชั้น 2 ถูกล๊อคไว้ พอผมไปหลอกถามพนักงานต้อนรับชั้นหนึ่งว่าผมสนใจจะเทียบปริญญาจากไทย ที่นี่คือ California University ใช่ไหมเขาบอกว่าไม่มีใครอยู่ที่ Office ผมเลยถามเขาว่าสามารถติดต่อใครได้บ้างเขาบอกให้ผมติดต่อ นาย Luis Amorsolo คนที่เซ็นประกาศนียบัตรให้นายธรรมนัส"

 
 
 
‘บิ๊กตู่’ กำชับทุกหน่วยงาน เร่งช่วยเหลือลดเดือดร้อนประชาชนน้ำท่วม

‘บิ๊กตู่’ กำชับทุกหน่วยงาน เร่งช่วยเหลือลดเดือดร้อนประชาชนน้ำท่วม

วันเสาร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.23 น.
 
 

ผู้สื่อข่าวรายงายว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2562  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chon-o-cha  โดยแสดงความห่วงใยประชาชนที่ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ว่า “วันนี้ยังคงมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ผมกำชับ หน่วยงานต่างๆ เร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง เร่งจัดชุดบรรเทาสาธารณภัย ชุดหมอเดินเท้า เข้าดูแลผู้ได้รับผลกระทบ มีการจัดรถเคลื่อนย้าย เรือท้องแบน เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำและเครื่องมือต่างๆ เข้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่เดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือโทรสายด่วน 1784 เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ”

 
ปชป.เฉาะปาก'เสรีพิศุทธ์'! ซัดความคิดแย่มาก ขู่ยุบศาลรธน.ทำลายความน่าเชื่อถือตุลาการ

ปชป.เฉาะปาก'เสรีพิศุทธ์'! ซัดความคิดแย่มาก ขู่ยุบศาลรธน.ทำลายความน่าเชื่อถือตุลาการ

วันเสาร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.27 น.
 
 

จากกรณีที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบออกมาระบุว่า หากมีโอกาสแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจจะยุบศาลรัฐธรรมนูญนั้น

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2562 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนขอเตือนไปยังพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่าการออกมาพูดในเรื่องดังกล่าว เป็นเหมือนการทำลายความน่าเชื่อถือของอำนาจตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นอาจจะไม่ถูกใจใครไปทั้งหมด แต่ทุกคนควรถือว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นข้อยุติของสังคม อาจจะมีการติติงในเชิงวิชาการหรือเชิงวิเคราะห์ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาในเชิงหลักการ ตนมองว่าทำได้

"แต่การที่ไม่พอใจคำตัดสินแล้วออกมาพูดว่าจะยุบองค์กรถือว่าเป็นแนวคิดที่แย่มาก ซึ่งผมมองว่าการกระทำของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีจุดประสงค์เดียวคือทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันอำนาจตุลาการ ผ่านการพูดโดยอคติด้วยความเกลียดชัง ซึ่งการกระทำดังกล่าวตนมองว่าไม่มีทางที่ประเทศจะเดินหน้าไปข้างหน้าได้"นายราเมศ กล่าว

 
‘กรณ์’ห่วงโครงการอสังหาฯเกิดใหม่ใน‘กทม.’กระทบสิทธิชุมชนดั้งเดิม เหตุทำ‘EIA’ไม่ครอบคลุม

‘กรณ์’ห่วงโครงการอสังหาฯเกิดใหม่ใน‘กทม.’กระทบสิทธิชุมชนดั้งเดิม เหตุทำ‘EIA’ไม่ครอบคลุม

วันเสาร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2562, 12.45 น.
 
 

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2562 นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวเมื่อค่ำวันที่ 13 ก.ย. 2562 เป็นห่วงกรณีโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นใหม่ทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่าจะกระทบต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ดั้งเดิม เนื่องจากผู้พัฒนาโครงการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพียงตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ไม่ได้คิดเผื่อให้ตรงหรือใกล้เคียงกับสภาพการใช้งานจริง ดังนี้

“เราอยากเห็นเมืองหลวงเราเป็นอย่างไร!?..ตอนนี้กระแสการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. กำลังเริ่มมาแรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะถึงเวลาที่คนกรุงเทพต้องทบทวนว่าเราอยากเห็นเมืองหลวงเราเป็นอย่างไร วันก่อนผมได้มีโอกาสแสดงความเห็นในกระบวนการประเมินผลต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการคอนโดแถวบ้านแห่งหนึ่ง โครงการนี้อยู่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าหรือเส้นทางรถเมล์ และบริเวณโครงการปัจจุบันเป็นถิ่นบ้านเดี่ยวซอยหน้าโครงการจึงแคบมาก”

“ปัญหามีมาก แต่ที่อยากจะเล่าคือโครงการนี้เฟสแรกจะมีห้อง 250 ห้อง แต่มีการสร้างที่จอดรถเพียง 90 คัน วันนั้นผมจึงมีคำถามซื่อๆว่า แล้วรถยนต์อีก 160 คัน คุณจะให้เขาจอดตรงไหน (มีสมมุติฐานว่าทุกห้องจะมีรถยนต์เฉลี่ยห้องละ 1 คัน) ซึ่งทางโครงการก็อึกอัก และคำตอบที่ได้รับจำนวนที่จอดรถของโครงการตรงกับบทบัญญัติในกฎหมายของ กทม. ผมก็ชี้แจงกับเจ้าของโครงการว่า ถนนและซอยแถวนั้นแคบมากอยู่แล้ว คุณก็รู้ว่าสุดท้ายลูกค้าคุณก็ต้องไปหาที่จอดริมถนน ซึ่งคุณไม่ใช่ผู้เดือดร้อน แต่ชาวบ้านแถวนี้จะอยู่กันอย่างไร การทำธุรกิจที่ดีคุณต้องรับผิดชอบต่อสังคม”

“ยังไม่รวมถึงกรณีการดูแลสวัสดิภาพของชุมชนที่อยู่แต่เดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการขยะ การดูแลระบบสาธารณูปโภคที่จะมีผู้ใช้มากขึ้นตามมา และหลายๆ คนในชุมชนยังมีความกังวลต่อประเด็น ตึกสูง กับซอยแคบ เมื่อเกิดอุบัติภัยขึ้นมาการรับมือจะเป็นไปอย่างไร เรื่องนี้ก็อดคิดไม่ได้ ก็เห็นใจตัวเจ้าหน้าที่ของบริษัทที่มารับฟังความเห็นในวันนั้นครับ เพราะนโยบายบริษัทก็คือเมื่อซื้อที่มาแล้ว ก็ต้องสร้างรายได้ให้มากที่สุดจากที่แปลงนั้นๆ”

“พอผมหันไปถามบริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม เขาก็บอกว่าปกติเกณฑ์การพิจารณาก็คือโครงการทำตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าทำก็ผ่าน ผมก็ถามกลับว่าหากเกณฑ์มีแค่นั้น เราต้องมาทำ EIA อีกทำไม ในความคิดผมกฎหมายก็เรื่องหนึ่ง แต่ EIA ควรหมายถึงการประเมินประเด็นเพิ่มเติมทางด้านสิ่งแวดล้อมที่กฎหมายอาจไม่ครอบคลุม หากกทม. เรายังเดินอย่างนี้ต่อไป คุณภาพชีวิตคนกรุงเทพก็จะแย่ลงแย่ลง บริษัทที่สร้างคอนโดเขาไม่ได้มาอยู่กับผลของโครงการของเขา เจ้าของแต่ละบริษัทร่ำรวยอยู่สบายอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องของพวกเราที่ต้องตั้งคำถามว่า..เราต้องการกรุงเทพแบบไหน”

“ผมจึงอยากฝากให้ว่าที่ผู้สมัครทั้งหลาย กรุณาสื่อสารกับพวกเราให้ชัดครับ ว่ากับปัญหาอย่างที่ผมหยิบยกขึ้นมานี้ ท่านจะมีนโยบายอย่างไร ส่วนตัวผมมองว่าเราควรสร้างความสมดุลได้แล้ว ระหว่างโอกาสของนายทุนกับคุณภาพชีวิตประชากร”

 
แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
 

“ที่ผ่านมา ที่อยู่ไม่ได้ เพราะทะเลาะกันเองตีกันเอง พรรคนั้นทะเลาะกับพรรคนี้ คนเป็นนายกฯ จะลำบาก เพราะมีภาระหน้าที่ที่ต้องพาประเทศชาติฝ่าฟันวิกฤติไปให้ได้ ทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ดังนั้นเสียงปริ่มน้ำไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าทุกคนที่เป็น สส.มีความรับผิดชอบ ไปประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงก็จะอยู่ได้”

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย

 ................................................
 
เปิดใช้สะพานสี่แยกอินโดจีนวันแรกหลังก่อสร้าง 2 ปีเต็มจราจรคล่องตัว

เปิดใช้สะพานสี่แยกอินโดจีนวันแรกหลังก่อสร้าง 2 ปีเต็มจราจรคล่องตัว

วันเสาร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2562, 13.20 น.
 
 

ทางแขวงการทางฯ เปิดให้ใช้สะพานสี่แยกอินโดจีน ข้ามแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 11 กับทางหลวงหมายเลข 12 จังหวัดพิษณุโลก วันแรกทั้งขาเข้าและขาออก พบว่า การจราจรคล่องตัว วงเวียนไม่หนาแน่น คาดว่าจะใช้เป็นเส้นทางหลักในการเชื่อม East-West Economic Corridor เชื่อมเศรษฐกิจ ลดปัญหาการจราจรได้เป็นอย่างดี

วันที่ 14 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกรมทางหลวง ได้ดำเนินการก่อสร้างสะพานสี่แยกอินโดจีน ข้ามแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 11 กับทางหลวงหมายเลข 12 จังหวัดพิษณุโลก สี่แยกอินโดจีน ซึ่งเป็นถนนสายหลักสำคัญ ที่เป็นประตูจากภาคกลางสู่ภาคเหนือ และจากภาคตะวันตกสู่ภาคตะวันออก รวมไปถึงเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าในภูมิภาคนี้ กับประเทศเพื่อนบ้าน ตามเส้นทางหลักในการเชื่อมโยง East-West Economic Corridor ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างมา จำนวนทั้งสิ้น 940 วัน งบประมาณที่ใช้กว่า 849 ล้านบาท เพื่อเป็นการลดปัญหาการจราจรที่ติดขัด ซึ่งนับวันจะมีมากขึ้น โดยเฉพาะใสช่วงเทศกาลนายเจษดา บุญรอด ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 2 (วังทอง) พิษณุโลก กล่าวว่า โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 11 กับทางหลวงหมายเลข 12 (แยกอินโดจีน) จังหวัดพิษณุโลก)ได้เสร็จสิ้นเกือบ 100% แล้ว เหลืองานตกแต่งเล็กน้อย โดยได้เปิดให้ใช้วิ่งสัญจรไปมาได้แล้ว ทั้ง 2 เส้นทางจราจร ขาเข้า-ขาออก ในวันนี้(14 ก.ย.) เป็นวันแรก ซึ่งหลังเปิดใช้นั้นพบว่าการจราจรภาพรวมคล่องตัวดี ในวงเวียนก็ไม่ติดขึ้น ซึ่งทางแขวงการทาง ได้สำรวจไว้แล้วพบว่า การจราจรในช่วงสะพานสี่แยกอินโดจีน นั้นจะมีการใช้สัญจรไปมาถึง 80 % ส่วนวงเวียนที่เป็นเส้นทางจากภาคกลางสู่ภาคเหนือ นั้น จะใช้อยู่ประมาณ 20% ทำให้คาดว่าในอนาคตก็จะสามารถแก้ปัญหาการจราจรติดขัดได้เป็นอย่างดี
 
 
 
 
 
 
 
หน้าแรก / Strategy นกแอร์ ตั้งศูนย์รับบริจาคและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นกแอร์ ตั้งศูนย์รับบริจาคและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

14 Sep 2019
 
นกแอร์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อน ‘โพดุล’ และ ‘คาจิกิ’ ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ด้วยการจัดตั้ง “ศูนย์รับบริจาคและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” และอาสาขนส่งของบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นไปยังจังหวัดต่างๆ ที่เป็นจุดบินของสายการบินนกแอร์

นายคุณวุฒิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อสานต่อการให้ความช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ นกแอร์ได้จัดตั้ง “ศูนย์รับบริจาคและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” เพื่อร่วมกันรับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นจากหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป พร้อมขนส่งผ่านทางเที่ยวบินของนกแอร์ส่งไปยังจังหวัดต่างๆ ที่เป็นจุดบินของสายการบินนกแอร์

นกแอร์ ให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยให้บริการขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภค ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่จำเป็น อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง เวชภัณฑ์ เทียนไข น้ำดื่ม และงดเว้นอาหารสดต่างๆ จากท่าอากาศยานดอนเมืองไปยังท่าอากาศยานปลายทางของพื้นที่ผู้ประสบอุทกภัย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลาย สามารถประสานงาน และติดต่อได้ที่หน่วยงาน CSR ของสายการบินนกแอร์ แผนกรับขนส่งสินค้าในประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง

และเพื่อความสะดวกในการขนส่งสิ่งของ ทางบริษัทฯ ขอความกรุณาบรรจุสิ่งของเครื่องใช้ ใส่กล่องหรือหีบห่อที่มีขนาดไม่เกิน 50x50x50 เซนติเมตร และมีน้ำหนักต่อชิ้นไม่เกิน 20 กิโลกรัม โดยผู้ที่ต้องการช่วยเหลือจะต้องระบุชื่อผู้รับ (ถ้ามี) และ ผู้ส่ง โดยสิ่งของที่ได้รับจะถูกส่งต่อในทันทีในกรณีที่มาถึงศูนย์รับบริจาคและช่วยเหลือ 2 ชม. ก่อนเวลาการบินของเส้นทางนั้นๆ และจะจัดส่งในเที่ยวบินถัดไปในกรณีที่สิ่งของถูกส่งมาถึงช้ากว่าเวลาดังกล่าว ทั้งนี้การขนส่งสิ่งของจะเป็นไปตามกฎกติกาและมาตรฐานการบินและความปลอดภัย

.....................................................

14 กันยายน 2562



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 15/09/2019 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ
ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สำรวจฟ้า
........................................
นักการเมืองไทยเป็นกันมากนะครับ ประเทศอื่นคงไม่เท่าเรา

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 15/09/2019 เวลา : 10.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

นักการเมืองเชื่อถือยากจริงๆ ไม่รู้ใครจริงใครเท็จ หากจับได้ว่าเท็จขอให้สื่อประนามอย่าให้มีที่ยืนในสังคม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน