*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5573
  • จำนวนผู้ชม : 3354239
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 17 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 456 , 22:38:04 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         คาดเอาไว้ก่อนว่า สาเหตุการตายของ 'ช่วง ช่วง' เพราะไข่ต้มติดคอ แล้วช่วยไม่ทันขาดใจตายเสียก่อน แต่ผลอย่างเป็นทางการ

ต้องรอทีมพิสูจน์จากประเทศจีน รวมทั้งผู้แทนประกันชีวิตด้วย ข่าวแจ้งว่า 'ช่วง ช่วง' ทำประกันกับบริษัทของจีนตั้งแต่ 1 ชวบ แล้วหลัง

จากได้ผลพิสูจน์แล้ว บริษัทประกันจะต้องจ่าย 55 ล้านบ่าท

 

การเมือง

บ้านพงศ์เรืองรองไร้เงา 2 ผัวเมีย

วันที่ 17 กันยายน 2562 - 15:38 น.
คมชัดลึก

บ้านพัก อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ย่านซอยเสือใหญ่อุทิศ เงียบเหงา พบเพียงคนดูแลบ้านเท่านั้น

คลิปที่ 1

               17 ก.ย. 62  จากกรณีศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา นายอริสมันต์ หรือ กี้ร์ พงษ์เรืองรอง อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับพวก พร้อมออกหมายจับคดีบุกล้มการประชุมอาเซียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ทเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2552 นั้น

               โดยนายอริสมันต์ไม่ได้เดินทางไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีดังกล่าว กระทั่งถูกศาลออกหมายจับ และล่าสุดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยังได้ออกหมายจับอีกหมาย หลังจากไม่มาตามกำหนดนัดไต่สวนพยานคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ โดยศาลระบุว่าจำเลยมีพฤติการณ์น่าจะหลบหนี

               ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณบ้านพักของนายอริสมันต์ บ้านเลขที่ 342/2 (บ้านพงศ์เรืองรอง) ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 9 - 3 (ซอยเสือใหญ่อุทิศ) ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. โดยพบว่าประตูรั้วหน้าบ้านปิด บรรยากาศภายในบ้านเงียบสนิท โดยภายในบ้านพบเพียงคนดูแลบ้านอยู่เพียง 1 คน

               ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงนายอริสมันต์ แต่คนดูแลบ้านได้ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดใดๆ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประตูรั้วหน้าบ้าน ไม่พบว่ามีการนำหมายศาลมาปิดที่บริเวณหน้าบ้านแต่อย่างใด

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่นายอริสมันต์ไม่เดินทางไปรับฟังคำพิพากษาของศาลในคดีล้มประชุมอาเซียน และคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ รวมถึงกรณีที่ นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง อายุ 46 ปี อดีต ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งเป็นภรรยาของนายอริสมันต์ ไม่ได้เดินทางเข้ารับฟังคำพิพากษาของศาลด้วยเช่นกัน ในคดียื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ โดยศาลได้มีคำสั่งออกหมายจับบุคคลทั้ง 2 โดยไม่มีกำหนดอายุความด้วยนั้น เชื่อว่า 2 สามีภรรยาได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว โดยเบื้องต้นคาดว่าน่าจะใช้เส้นทางผ่านช่องทางธรรมชาติตามแนวพรมแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านในการหลบหนี

 

ข่าวด่วน

ยอดเงินนายกฯรับบริจาคน้ำท่วม ทะลุ 263 ล้านเศษ

วันที่ 17 กันยายน 2562 - 21:43 น.
ยอดเงิน,นายกฯ,รับบริจาค

นายกฯนำคณะรัฐมนตรี รับเงินบริจาคช่วยน้ำท่วม ยอดเงินบริจาคทะลุ 263.17 ล้านบาท

       เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 17 ก.ย.2562 ช่อง 9 MCOT HD จัดรายการร่วมใจพี่น้องไทย “ช่วยภัยน้ำท่วม” เปิดสายรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทั้งนี้ภายในงานมีคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมงานอย่างพร้อมพรั่ง นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและมีนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์  เข้าร่วมด้วย

     พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อีสานและภาคเหนือ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลและทุกภาคส่วนไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ระดมกำลังลงไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุดขณะเดียวกัน ภาครัฐอาจทำงานไม่ได้ทันต่อความต้องการของประชาชน จึงต้องอาศัยพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ จึงได้เกิดรายการในวันนี้ขึ้น พร้อมทั้งเชิญชวนให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือชาวบ้านน้ำท่วม เพื่อให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความปรารถนาดีไปยังผู้ประสบภัยในพื้นที่ให้มีกำลังใจ

      ทั้งนี้ พล.อ. ประยุทธ์ได้รับสายโทรศัพท์เงินบริจาคด้วยตัวเอง โดยสายแรกที่นายกฯเป็นคนรับสาย บริจาค 1,000 บาท

   จากนั้นนายกฯได้ออกมายืนรับเงินบริจาคจากบุคคลต่างๆ เอกชนและหน่วยงานราชกาารต่างๆ โดยสมาคมธนาคารไทย  บริจาคมากสุดจำนวน 50 ล้านบาท 

        ทั้งนี้หลังปิดรายการเวลา 22.00 น. ยอดเงินบริจาคอยู่ที่ 263,178,590 บาท

 

 

 

September 17, 2019
 
หน้าแรก / Columnist ข้าพระบาท ทาสประชาชน รัฐธรรมนูญ หรือ คนเฮงซวยกันแน่

รัฐธรรมนูญ หรือ คนเฮงซวยกันแน่

17 Sep 2019
 
 คอลัมน์ข้าพระบาททาสประชาชน ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3506 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 19-21 ก.ย.2562 โดย... ประพันธุ์ คูณมี

 รัฐธรรมนูญ หรือ คนเฮงซวยกันแน่

          การเลือกตั้งทั่วไปภายใต้กฎกติกาตามรัฐธรรมนูญ 2560 เพิ่งจะจบสิ้นเมื่อเดือนมีนาคม และรัฐบาลใหม่เพิ่งจะจัดตั้งขึ้น เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่และแถลงนโยบายเมื่อเดือนกรกฎาคม คณะรัฐมนตรีเพิ่งได้เข้าปฏิบัติหน้าที่เพียงเดือนเศษ สภาผู้แทนราษฎรเพิ่งประชุมสมัยแรก และจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 18 กันยายน 2562 นี้

          การเมืองภายหลังการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเพิ่งเริ่มต้น ขณะที่รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ต่างเร่งสร้างผลงานทำงานแก้ปัญหาประชาชน แต่ตรงกันข้ามพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ต่างก้มหน้าก้มตามุ่งมั่นสู่ยุทธศาสตร์ 2 ล้มให้ได้คือ 1.ล้มรัฐบาล 2.ล้มล้างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

          ภายใต้เป้าหมายดังกล่าว พวกเขาต่างเดินหน้าจัดขบวน เดินสายทั่วประเทศรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ปั่นและสร้างกระแสทางการเมืองโดยมุ่งโจมตีและประณามรัฐธรรมนูญสารพัดที่จะหาเหตุมากล่าวอ้าง เพื่อปลุกระดมเชิญชวนประชาชนและบุคคลกลุ่มต่างๆ เพื่อล้มรัฐบาล ล้างรัฐธรรมนูญให้ได้ ไม่ว่านํ้าจะท่วมประชาชนจะทุกข์ยากเดือดร้อนเพียงใดก็ตาม พวกเขาก็ไม่สนใจจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ ประหนึ่งว่าหากแก้ไม่ได้พวกเขาคงสิ้นลม นี่คืออาการของฝ่ายค้านยามนี้ โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ ที่กำลังแสดงบทบาททางการเมืองให้เป็นข่าวได้ทุกวัน

          ในที่สุดก็เป็นเรื่องจนได้ บนความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่คึกคะนอง อ่อนหัดและไร้เดียงสา ประเภทแกว่งปากหาคุก ของสมาชิกพรรค การเมืองที่อ้างตนว่ารุ่นใหม่ ในงานเสวนาทางการเมืองเรื่อง “รัฐธรรมนูญนี้เพื่อใคร รัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อคนไทยทุกคน” เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2562 ที่ตลาดเกษตร จ.มหาสารคาม คุณพรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ หนึ่งในแกนนำสำคัญของพรรค ได้บังอาจกล่าวอภิปรายบนเวที ด้วยความหยาบคายสุ่มเสี่ยงเป็นความผิดในทางกฎหมายต่อบุคคลอื่น โดยเธอได้อภิปรายว่า “เห็นสมควรต้องร่างใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เฮงซวยทุกมาตรา เนื่องจากกระบวนการที่ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญไม่ชอบธรรม ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการร่าง” โดยพุ่งเป้ากล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญนี้ ร่างโดย นายวิษณุ เครืองาม, นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประชาชนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

          ปัญหาว่าการกล่าวเช่นนี้ เป็นความจริงหรือไม่? เป็นความผิดต่อกฎหมายอย่างไร? เป็นคำพูดและการกระทำที่เหมาะสมกับความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่?

          จากการติดตามกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 เห็นว่า มิใช่เป็นการร่างโดย นายวิษณุ เครืองาม และ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ แต่เป็นการร่างโดยกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 2 คณะ ชุดแรกมี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ชุดที่ 2 มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน โดยกระบวนการร่างได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน กลุ่มอาชีพต่างๆ รวมทั้งมีการให้ประชาชนเสนอความคิดเห็นส่งมาด้วย สุดท้ายเมื่อร่างเสร็จ ยังนำมาให้ประชาชนลงประชามติ ซึ่งก็ปรากฏว่ามีประชาชนให้ความเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากถึง 16.8 ล้านเสียง

          การกล่าวของ คุณช่อ-พรรณิการ์ วานิช จึงเป็นการบิดเบือนและเป็นความเท็จ และไม่เคารพต่อประชามติประชาชน กลุ่มและพวกของคุณช่อเองก็รณรงค์ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่แพ้ประชามติประชาชน ย่อมถือว่ามีส่วนร่วมแต่แพ้เสียงประชาชนส่วนใหญ่ การกล่าวอภิปรายของเธอในวันนี้ อ้างว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมจึงบิดเบือนครับ

          ส่วนที่อภิปรายพูดพล่อยๆว่า “รัฐธรรมนูญนี้ เฮงซวยทุกมาตรา” นั้น ต้องขอตำหนิ ถือเป็นคำอภิปรายที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ไม่ต่างจากการสำรอกของเสียออกจากปาก พูดแบบไร้วุฒิภาวะ ขาดความรับผิดชอบ ที่สำคัญเป็นความผิดต่อกฎหมายด้วย โดยคำว่า “เฮงซวย” นี้ ศาลฎีกาเคยมีคำวินิจฉัยไว้ ตามฎีกาที่ 1623/2551 ว่า “การดูหมิ่นผู้อื่นอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาท หรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่า การกล่าววาจาอย่างไรเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่ จึงต้องพิจารณาว่า ถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามสบประมาทผู้ที่กล่าวถึง หรือเป็นการกระทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวถึงอับอายหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นก็ถือได้ว่าเป็นการดูหมิ่นแล้ว ไม่ต้องถึงเป็นการใส่ความให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 326

          ตามพจนานุกรมให้ความหมายคำว่า “เฮงซวย” ว่า เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ คุณภาพตํ่า ไม่ดี ซึ่งมีความหมายในทางเสื่อมเสีย การที่จำเลยพูดใส่ผู้เสียหายด้วยความไม่พอใจว่า “ไอ้ทนายเฮงซวย” จึงเป็นถ้อยคำที่จำเลยด่าผู้เสียหาย เป็นการดูถูกเหยียดหยามและสบประมาทผู้เสียหายว่าเป็นทนายความเฮงซวย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 เทียบเคียงได้กับพฤติกรรมของคุณช่อ

          ด้วยเหตุนี้ การกระทำของเธอผู้นี้ นอกจากไม่เหมาะสมในฐานะ ส.ส.ผู้แทนของปวงชนชาวไทย ผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำปฏิญาณว่า “ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” ยังเป็นความผิดต่อกฎหมายฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วย โดยเฉพาะผู้ที่ถูกพาดพิงถึงคือ นายวิษณุ เครืองาม และ ท่านมีชัย  

          รัฐธรรมนูญฉบับนี้มิใช่หรือ ทำให้มี ส.ส.ชื่อพรรณิการ์ ทำให้พรรคอนาคตใหม่แจ้งเกิดทางการเมือง เปรียบเหมือนมารดาที่ให้กำเนิดนักการเมืองรุ่นใหม่ คุ้มครองสิทธิและให้โอกาสประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมือง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงมิได้เฮงซวย ที่เฮงซวยคือนักการเมือง ที่มิได้สำนึกต่อบุญคุณของรัฐธรรมนูญนี้ต่างหาก

          ส.ส. ส.ว. นักการเมือง พรรค การเมือง และประชาชนทั้งหลาย พึงได้โปรดสังวรตนเองด้วยว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับนี้ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในรัฐธรรมนูญและพระราชทานแก่นายกรัฐมนตรี และได้มีกระแสพระราชปรารภให้ประกาศใช้ต่อไป ถือเป็นพระราชพิธีสำคัญต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยมีองคมนตรี ทูตานุทูต สมาชิกสภานิติบัญญัติ ประธานศาลทุกศาลและบุคคลสำคัญร่วมในพิธี

          การที่บุคคลใดบังอาจกล่าวหาว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้เฮงซวยทุกมาตรา” ย่อมหมายถึงรัฐธรรมนูญนี้เฮงซวยทั้งฉบับ กินความถึงหมวด 1 ทั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ด้วย จึงเป็นการกล่าวโดยมิบังควรอย่างยิ่ง เข้าข่ายเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้ายได้  

          จึงไม่ควรที่บ้านเมืองจะปล่อยให้นักการเมืองประเภทนี้ลอยนวล

หน้าแรก / ตลาดเงิน - ตลาดทุน ธปท.เส้นตาย 15 ม.ค. 63 ยกเลิกบัตรATM เก่า 20 ล้านใบ

ปท.เส้นตาย 15 ม.ค. 63 ยกเลิกบัตรATM เก่า 20 ล้านใบ

17 Sep 2019
 

ธปท.ขีดเส้นเส้นตาย15ม.ค. 63 ยกเลิกบัตรATM เก่า 20 ล้านใบ ล่าสุดพบมีผู้เปลี่ยนบัตรเป็นชิปการ์ดไปแล้วประมาณ 47 ล้านใบ  ประกาศผู้ที่ยังใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มแบบแถบแม่เหล็กอยู่ให้รีบติดต่อธนาคารที่ใช้บริการได้ทุกสาขาเพื่อเปลี่ยนบัตรแถบแม่เหล็กเป็นบัตรชิปการ์ดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2559 ธปท. สมาคมธนาคารไทยและสถาบันการเงิน ได้ร่วมกันผลักดันการปรับเปลี่ยนบัตรเดบิตและบัตรเอทีเอ็มจากรูปแบบบัตรแถบแม่เหล็ก(magnetic card) ให้เป็นบัตรชิปการ์ด (chip card) ที่เป็นมาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ป้องกันการปลอมแปลงบัตร (counterfeit card fraud) และการโจรกรรมข้อมูล (skimming) นำไปทำบัตรปลอม และใช้ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็ม โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนบัตรได้ครบถ้วนภายในสิ้นปี 2562 ซึ่งสถาบันการเงินต่าง ๆ ได้ประชาสัมพันธ์และเปลี่ยนบัตรให้ประชาชนมาโดยตลอด ปัจจุบันพบว่ามีผู้เปลี่ยนบัตรเป็นชิปการ์ดไปแล้วประมาณ 47 ล้านใบ และยังคงมีบัตรแถบแม่เหล็กคงเหลือที่ยังไม่ได้เปลี่ยนอีกประมาณ 20 ล้านใบทั่วประเทศ

ดังนั้น เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน ป้องกันความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ที่เพิ่มมากขึ้น และให้ผู้ถือบัตรสามารถใช้งานบัตรได้อย่างต่อเนื่อง ธปท. ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ยังใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มแบบแถบแม่เหล็กอยู่ในปัจจุบันรีบติดต่อธนาคารที่ใช้บริการได้ทุกสาขาเพื่อเปลี่ยนบัตรแถบแม่เหล็กเป็นบัตรชิปการ์ดให้แล้วเสร็จ โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน บัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มใบเดิม และสมุดบัญชีเงินฝาก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนบัตร

ทั้งนี้ หลังจากวันที่ 15 มกราคม 2563 บัตรแถบแม่เหล็กจะไม่สามารถใช้งานได้ที่เครื่องเอทีเอ็มหรือเครื่องรูดบัตรที่ร้านค้า สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนบัตรแถบแม่เหล็กเป็นบัตรชิปการ์ด หากมีความต้องการใช้เงินสดหรือโอนเงิน สามารถเบิกถอนได้ที่สาขาธนาคาร หรือใช้ฟังก์ชั่นกดเงินไม่ใช้บัตรที่ตู้เอทีเอ็ม หรือโอนเงินผ่าน mobile banking / internet banking แทนการใช้บัตรประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ call center หรือเจ้าหน้าที่ของสาขาธนาคารที่ใช้บริการ หรือที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. โทร. 1213


 
.................................................................
 
17 กันยายน 2562

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 18/09/2019 เวลา : 08.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

wullopp
.......................................
ครับ คุณหมอ ต้องขออนุโมทนาอย่างยิ่งเชียวครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 18/09/2019 เวลา : 06.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

กราบอนุโมทนา ใน การทำดี ของทุกๆ ท่าน
เพื่อ
ช่วยน้ำท่วม อีสานใต้
มี อุบลฯ เป็นต้น

มาด้วย
ความเคารพอย่างสูง

ขอให้ทุกๆ ท่าน
รวมทั้งชาวไทย
และ เพื่อนบ้า่น
ประสบความสำเร็จในด้านดีทุกๆ ด้าน ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน