*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5573
  • จำนวนผู้ชม : 3354239
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 21 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 369 , 12:03:59 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         สินค้าที่จีนต้องการนำเข้าจากไทย ยังเป็นสินค้าการเกษตรดังเคย ล่าสุดมีกลุ่มพ่อค้าจากจีนสนใจมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งคนไทย

ก็คงต้องกินมะพร้าวน้ำหอมในราคาที่แพงขึ้น

 

‘จุรินทร์’รุกตลาดจีน หนุนขับเคลื่อนนโยบาย BRI เปิดกว้างสินค้าสู่บริการ

‘จุรินทร์’รุกตลาดจีน หนุนขับเคลื่อนนโยบาย BRI เปิดกว้างสินค้าสู่บริการ

วันเสาร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562, 10.47 น.
 
 

“จุรินทร์” ผงาดเวที  ChinaAsean Expo ประกาศพร้อมเดินหน้าหนุนการขับเคลื่อนนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง BRI  เกื้อกูลและเปิดกว้างสินค้าและบริการสู่ต่างประเทศ 

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 ที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง นครหนานหนิง ประเทศจีน พิธีเปิดงานแสดงสินค้าอาเซียน-จีนครั้งที่ 16 วันที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 08.30 น.-11.00 น.ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติหนานหนิง (Nanning International Convention & Exhibition Center: NICEC)

ต่อมาเมื่อเวลา 09.00-10.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมพิธีเปิดงาน CAEXPO ครั้งที่ 16 และเป็นหนึ่งในผู้นำคณะในนามรัฐบาลไทยร่วมกล่าวบนเวทีพิธีเปิดโดยนายจุรินทร์ กล่าวว่า นามของรัฐบาลไทย รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสมาร่วม “งานแสดงสินค้าอาเซียน-จีน ครั้งที่ 16”ในวันนี้ โดยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ขีนกับอาเซียนมีความสัมพันธ์ยาวนานแสดงให้เห็นได้ว่า ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างสองภูมิภาคได้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนำไปสู่การแลกเปลี่ยนในหลายมิติ ไม่เพียงแค่การค้าและการลงทุน แต่รวมถึงการเดินทางไปมาหาสู่ของประชาชนทั้งสองภูมิภาคที่เพิ่มมากต่อเนื่องทุกปี 

ในวาระครบรอบ 70 ปี แห่งการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปีนี้ ขอแสดงความชื่นชมยินดีที่รัฐบาลจีนได้พัฒนาประเทศและทำให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดีอย่างถ้วนหน้า ทุกเมืองล้วนมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากนโยบายที่ถูกต้องเหมาะสม และเป็นนโยบายเปิดกว้างสู่ตลาดต่างประเทศ 

นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative : BRI) เป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญที่เกื้อกูลเปิดกว้างสู่ต่างประเทศ โดยช่วยขยายความร่วมมือไม่เพียงกับประเทศสมาชิกอาเซียน แต่ยังรวมถึงประเทศในภูมิภาคอื่นๆ ตามแนวเส้นทาง BRI ก่อให้เกิดความเชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจ การพัฒนา และการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน อย่างไรก็ตามนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาลไทยมีความสอดคล้องกับนโยบายหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง และสามารถเสริมสร้างความเชื่อมโยงกับนโยบายของทั้งสองประเทศได้ในหลายมิติ ช่วยให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกไปสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 และความท้าทายต่างๆในปัจจุบัน ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ สินค้า แรงงาน และประชาชน นำประเทศเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานการผลิตระหว่างกัน เพื่อลดต้นทุนในระบบ Supply Chain ของภูมิ ภาคและนำสินค้าและบริการสู่ตลาดโลกต่อไป 

ส่วนเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงระหว่างไทย-อาเซียน-จีนนั้น ในปี 2562 ประเทศไทยได้ลงทุนคิดเป็นมูลค่ากว่า 43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงดังกล่าว ซึ่งโครงการที่สามารถดำเนินการได้ทันทีได้แก่ โครงการขยายท่าเรือแหลมฉบัง โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และโครงการสร้างรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน 

“การเดินทางมาเยือนนครหนานหนิงในครั้งนี้ นอกจากนำคณะผู้ประกอบการมาร่วมงาน ChinaAsean Expo แล้ว ได้พาคณะผู้แทนไทยด้านสินค้าเกษตร ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ตลอดจนผลไม้ มาพบและหารือกับภาคธุรกิจของจีน และจะมีการลงนาม MoU ว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตร ระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้าของจีนด้วย ส่วนความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP จะเป็นอีกหนึ่งกรอบความสัมพันธ์ทางการค้าที่จะช่วยเพิ่มพูนให้การค้าระหว่างจีนกับอาเซียนมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในโอกาสที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนและประธานการประชุมรัฐมนตรี RCEP ในปีนี้ เราตั้งเป้าที่จะเจรจาให้บรรลุข้อตกลง RCEP เพื่อให้ทุกประเทศสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างมีพลวัตและเกิดประโยชน์ที่ยั่งยืน และลดความผันผวนของเศรษฐกิจและการค้าโลก ทั้งนี้ การสรุปผลการเจรจา RCEP จะทำให้อาเซียนและจีนสามารถเข้าสู่ตลาดขนาดใหญ่ ที่มีประชากรรวมกันกว่า 3,500 ล้านคน หรือประชากรกว่าครึ่งโลก มีมูลค่า GDP กว่า 27 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 32 ของมูลค่า GDP โลก” นายจุรินทร์ กล่าว 

จากนั้น นายจุรินทร์  ได้กล่าวชื่นชมขอบคุณรัฐบาลจีนที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน CAEXPO อย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ก็เป็นครั้งที่ 16 แล้ว และตลอด 16 ปีที่ผ่านมา งาน CAEXPO ได้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักธุรกิจจากอาเซียนและจีนได้ทำความรู้จักกัน ได้แสดงบทบาทและศักยภาพร่วมกัน การกำหนดให้กว่างซีเป็นประตูสู่อาเซียน ในฐานะผู้แทนประเทศไทยขอยืนยันว่า เราพร้อมที่จะสนับสนุนการจัดงาน CAEXPO ในครั้งนี้ และครั้งต่อๆไปไม่มีที่สิ้นสุด 

นายจุรินทร์ กล่าวย้ำว่า ตนเห็นด้วยอย่างยิ่งกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เคยหยิบยกสุภาษิตจีนที่ว่าดอกไม้บานเพียงดอกเดียวยังไม่นับเป็นฤดูใบไม้ผลิ แต่ดอกไม้ร้อยดอกที่บ้านสะพรั่งพร้อมกันถึงจะเป็นฤดูใบไม้ผลิที่สวยงาม เปรียบเทียบว่า จีนจะเจริญเพียงประเทศเดียวในโลกไม่ได้ แต่ต้องพัฒนาและเจริญไปพร้อมๆกัน ต้องจับมือไปด้วยกัน ดังนั้นการดำเนินงานของไทยกับจีนและอาเซียนจึงต้องอาศัยการมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน ทำงานเกื้อหนุนกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และในโอกาสที่วันชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่กำลังจะมาถึงในเดือนตุลาคมนี้ ตนขออวยพรให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง คิดหวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกประการ หวังว่า ความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับจีนจะเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน 

รายงานข่าวแจ้งว่า สถานการณ์ทางการค้าระหว่างไทยกับจีนล่าสุดปี 2018 มีมูลค่า 80,220 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้นั้นการค้าระหว่างไทยกับจีนมีมูลค่า 44,933 ล้านเหรียญสหรัฐและทั้งสองฝ่ายต่างเต็มที่ในการจะเพิ่มการค้าระหว่างกันนอกจากนั้นผลการจัดทำความตกลงการค้าเสรีอาเซียนจีนตั้งแต่ปี 2005 จนถึงปัจจุบันได้มีการลดภาษีสินค้าระหว่างกันเป็น 0% แล้วกว่าร้อยละ 90 ของรายการสินค้าทั้งหมดผู้ประกอบการไทยมีอัตราการใช้สิทธิ์ที่ประโยชน์ภายใต้ความตกลงนี้สูงถึงร้อยละ 98 ของมูลค่าการส่งออกที่ได้รับสิทธิ์ 

ล่าสุดอาเซียนและจีนก็เห็นพ้องที่จะเริ่มการหารือแนวทางเพื่อยกระดับตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีนรวมถึงเปิดเสรีสินค้าเพิ่มขึ้นซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ เช่น อีคอมเมิร์ซ และการขจัดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี หากสรุปข้อตกลงได้เพิ่มเติมก็จะทำให้การค้าระหว่างไทย-จีนขยายตัวยิ่งขึ้น 

สำหรับงาน China -Asean Expo (CAEXPO) ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 16 ซึ่งไทยเข้าร่วมอย่างต่อเนื่องทุกปีโดยคัดเลือกผู้ประกอบการเข้างานเป็นจำนวนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในปีนี้เข้าร่วม 165 รายทั้งสินค้าอาหารสุขภาพความงามของตกแต่งบ้านแฟชั่นอัญมณีและเครื่องประดับ โดยวันนี้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้นำคณะผู้ประกอบการและภาคเอกชนร่วมทำข้อตกลง MOU เรื่องการซื้อขายสินค้าเกษตรทั้งมันสำปะหลัง ผลไม้ระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้าของจีน

 
 
 
 
 
ชาวเมือง'สตูล'ต่างสวมหน้ากากอนามัย หลังเมืองถูกหมอกควันพิษปกคลุม

ชาวเมือง'สตูล'ต่างสวมหน้ากากอนามัย หลังเมืองถูกหมอกควันพิษปกคลุม

วันเสาร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562, 10.09 น.
 

21 กันยายน 2562 หลายพื้นที่ จ.สตูล กลุ่มหมอกควันไฟพิษจากเกาะสุมาตร ประเทศอินโดนีเซียเข้าปกคลุม หนาแน่นไปทั่วทั้งเมืองเริ่มเข้ามาตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ซึ่งขณะนี้โดยเฉพาะเขต อ.เมืองสตูล ตั้งแต่ช่วงเช้ามีกลุ่มควันหนาแน่น ทำให้ชาวบ้านที่เดินทางเข้าจับจ่ายในตลาด  “ตั้งจิตต์ศีล”  ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล  ต่างพากันสวมหน้ากากอนามัยจับจ่ายซื้อกับข้าว  รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าก็นำหน้ากากอนามัยมาสวมใส่เพื่อป้องกันควันพิษจากสภาพอากาศที่ย่ำแย่ในช่วงนี้ 

หลังทางจังหวัดสตูลได้มีคำเตือนให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง   ได้แก่กลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มสตรีมีครรภ์  และกลุ่มบุคคลที่มีโรคประจำตัวทั้งสิ้น 105,000 คน  เพื่อความระมัดระวัง  หลังข้อมูลจากการเฝ้าระวังผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคได้แก่กลุ่มโรคตาอักเสบ กลุ่มโรคหลอดเลือดในหัวใจและหลอดเลือด  กลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิดและกลุ่มโรคผิวหนัง ระหว่างวันที่ 1 - 19 กันยายน 2562  มีผู้ป่วยรวมแล้วทั้งสิ้น 11,837 คน  แยกเป็นผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ  7,584 ราย  โรคหัวใจและหลอดเลือด  3,113  ราย  โรงผิวหนัง  679  ราย  และ ตาอักเสบ  461  ราย

 
 
 
 
 
เกษตรกรเฮ!!จีนเตรียมซื้อเพิ่ม‘มะพร้าวน้ำหอม’ส่งจีนหลังเยือนตลาดเกษตรราชบุรี

เกษตรกรเฮ!!จีนเตรียมซื้อเพิ่ม‘มะพร้าวน้ำหอม’ส่งจีนหลังเยือนตลาดเกษตรราชบุรี

วันศุกร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562, 21.24 น.
 
 

ผู้บริหารบริษัท Pagoda จากประเทศจีนเยี่ยมชมตลาดเกษตรกรราชบุรี อ.เมือง จ.ราชบุรี  พร้อมชื่นชมคุณภาพและขอให้รักษาคุณภาพมะพร้าวให้ดีเช่นนี้ตลอดไป อนาคตมีการสั่งเพิ่มอีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์   ถือเป็นโอกาสที่สดใสของวงการผลไม้ไทยอีกหลายชนิด

ปีนี้เป็นปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย จีน ครบรอบ 44 ปี  โดยจีนถือเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย 5 ปีต่อเนื่อง และเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย  และไทยเป็นคู่ค้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจีนในกลุ่มอาเซียน

บริษัท Pagoda ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินธุรกิจจำหน่ายผลไม้ที่มีชื่อเสียงของจีน ได้แสวงหาผลไม้ที่อร่อยในไทยเพื่อไปจำหน่ายในประเทศจีน  เพื่อให้ผู้บริโภคที่ไม่เดินทางไปต่างประเทศ สามารถชิมผลไม้ที่มีคุณภาพจากไทยได้

ซึ่งบริษัท Pagoda มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศไทยยาวนานถึง 15 ปี ที่ได้จัดซื้อผลไม้ไทยคุณภาพทั้งมะพร้าว ทุเรียน มังคุด ลำไย ส้มโอ สับปะรด และกล้วยหอม เพื่อให้ผู้บริโภคชาวจีนได้รับประทานผลไม้คุณภาพของไทย  อีกทั้งยังได้แนะนำผลไม้ต่างๆเพื่อให้เกษตรกรไทย ผู้บริโภคชาวจีนชิมผลไม้คุณภาพอีกหลายชนิดของไทยด้วย

นายจู ฉี่ตง รองประธานบริษัท Pagoda  เปิดเผยว่า มะพร้าวน้ำหอมของไทยเป็นมะพร้าวที่มีรสชาติดีก็เลยชื่นชอบเป็นพิเศษ แต่พบว่ามะพร้าวที่ราชบุรีมีรสชาติดีที่สุดกับมะพร้าวจากที่อื่นๆ   ส่วนปริมาณความต้องการของจีนในอนาคตนั้น ทางตลาดของจีนกว้างใหญ่มากบอกไม่ถูก แต่เฉพาะที่บริษัท Pagoda สภาพตลาดจากเดิมปี 2016 ขายได้ประมาณ 4 ล้านลูก แต่ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านลูกในปีนี้ที่ขายออกไป  จากสถิติที่ผ่านมาจนเชื่อว่าน่าจะเพิ่มขึ้นปีหนึ่ง 25-30 เปอร์เซ็นต์ ถ้าหากคุณภาพไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก

ทางบริษัท Pagoda อยากให้มีความมั่นคงเสถียรเรื่องคุณภาพการเติบโตของมะพร้าวจะต้องผ่านกระบวนการหรือระยะเวลาสุก ก็เลยห่วงว่าเกษตรกรจะเก็บผลผลิตช้า หรือเร็วเกินไปตามความต้องการของตลาด ซึ่งตรงนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงของคุณภาพมะพร้าว ซึ่งถ้ามีความผันผวนก็จะส่งผลต่อความรู้สึกผู้บริโภคของชาวจีน  และยังมีข้อแนะนำหน่วยงานภาครัฐของไทยว่า ควรเร่งเพิ่มขับเคลื่อนด้านการบริหารจัดการสวน ดูแลผู้ประกอบการ ผู้ปลูกมะพร้าวให้สวนต่างๆมีมาตรฐาน GAP  ถ้าหากมีมาตรฐานก็จะมีโอกาสการพัฒนาในตลาดโลกมากขึ้น  

นายพินิจ เจริญเร็ว เกษตรจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า  ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมของไทยประมาณ 700 ล้านลูก ส่งไปประเทศจีนประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะจีนถือเป็นประเทศใหญ่ ซึ่งจะมีผลกระทบในด้านดีทำให้เกษตรกรไทยมีการขยายพื้นที่ในการปลูกและเกษตรกรก็จะมีการพัฒนาคุณภาพพร้อมที่จะส่งออกไปยังประเทศจีน

สำหรับปี้นี้คาดว่าจะมีการส่งออกไปประเทศจีนเพิ่มมากขึ้นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม และจะมีการขยายพื้นที่ในการปลูกของเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น นอกจากตัวมะพร้าวแล้วก็ยังมีสับปะรด ชมพู่  ฝรั่ง ที่เป็นผลไม้หลักของราชบุรีที่สามารถส่งออกไปจีนได้มีคุณภาพผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP  บางสวนยังเป็นออร์แกนิคด้วย 

ขอขอบคุณชาวจีนและประเทศจีนที่ซื้อผลไม้ของไทยถือว่าเป็นผลไม้เมืองร้อนที่มีคุณภาพมีมาตรฐาน ผ่านการรับรอง GAP  หรือ ออร์แกนิค  ส่วนมะพร้าวน้ำหอมถือว่ามีการปลูกมากที่สุดของโลกก็ว่าได้และยังมีคุณภาพดี หอม หวาน ที่ดีกว่าประเทศอื่นๆก็คือประเทศไทยนอกจากหวานแล้วก็ยังหอมด้วย  ยังต่างประเทศจะมีแค่รสชาติหวานอย่างเดียว แต่ของไทยเป็นจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร

สำหรับมะพร้าวน้ำหอม จ.ราชบุรี เป็นมะพร้าวที่มีรสชาติดีที่สุด และมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เป็นสายพันธุ์ต้นเตี้ย ก้นจีบ กลิ่นหอมคล้ายใบเตย มีผลขนาดใหญ่ และความหอมหวานมากเป็นพิเศษ มีพื้นที่ปลูกจำนวนน 80,000 ไร่ กระจายอยู่ในพื้นที่ อ.ดำเนินสะดวก อ.วัดเพลง อ.เมือง อ.บางแพ 

โดยเฉพาะ อ.ดำเนินสะดวกมีพื้นที่ปลูกมากที่สุด และมีคุณภาพดีที่สุดจากการประกวดสวนมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพดี เนื่องจากเป็นดินตะกอนปากแม่น้ำ มีแร่ธาตุอาหารที่อุดมสมบูรณ์  นอกจากนี้ราชบงุรียังมีผลไม้อีกหลายชนิด ทั้งสับปะรด มะม่วง ชมพู่ ผลผลิตมีคุณภาพดีมีมาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาดเช่นกัน

ผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง! พวกเขามาตั้งแต่น้ำเริ่มท่วม แต่ไม่มีใครเห็น!!

ผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง! พวกเขามาตั้งแต่น้ำเริ่มท่วม แต่ไม่มีใครเห็น!!

วันศุกร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562, 21.37 น.
 
 

เป็นอีกโพสต์หนึ่งของ“วรเชษฐ์ เอมเปีย” หรือ"เชษฐ์ สไมล์ บัฟฟาโล่"ที่ชาวเน็ตแห่แชร์กันอย่างล้นหลาม ระหว่างที่พลทหารลงลงไปพื้นที่ไปช่วยน้ำท่วมที่จ.อุบลฯ แต่กลับไม่ได้รับการพูดถึงในทางสื่อสักเท่าไหร่

โดยมือกลองสไมล์ บัฟฟาโล่ ระบุว่า "สงสารเค้าบ้างนะครับ..เค้าก็ทุ่มเททุกอย่าง เพียงแค่เค้าไม่มี สื่อออกไปมากมาย เค้าก็ทุ่มเทช่วยเหลือประชาชน ตั้งแต่น้ำเริ่มท่วมนะครับ แต่ไม่มีใครเห็น พวกเค้าเป็นเพียง ผู้ปิดทองหลังพระ เท่านั้นเอง..พวกเค้าก็มีคนรักเช่นเดียวกันกับทุกท่านนะครับ..เค้ามีพ่อแม่พี่น้อง ครอบครัว ที่รอคอยเค้าตลอดเวลาเช่นกัน..ให้กำลังใจพวกเค้านะครับ"

ทั้งนี้ หลังโพสต์นี้ของเชษฐ์แพร่ออกไป ได้มีผู้เข้าไปคอมเม้นต์กว่า 9 พันรายการ และมีการแชร์ออกไปกว่า 3.8 หมื่นครั้งเลยทีเดียว ต่างพากันให้กำลังพลทหารเหล่านั้น และขอบคุณในความเสียสละทุ่มเททำงานช่วยเหลือประชาชนในยามทุกข์ยาก

สงสารเค้าบ้างนะครับ..เค้าก็ทุ่มเททุกอย่าง เพียงแค่เค้าไม่มี สื่อออกไปมากมาย. เค้าก็ทุ่มเทช่วยเหลือประชาชน...

โพสต์โดย วรเชษฐ์ เอมเปีย เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2019
อุทยานฯแก่งกระจานเฝ้าระวังเข้มกันช้าง 'ป่าละอู' บุกร้านค้าชุมชน

อุทยานฯแก่งกระจานเฝ้าระวังเข้มกันช้าง 'ป่าละอู' บุกร้านค้าชุมชน

วันเสาร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562, 11.24 น.
 
 

วันที่ 21 กันยายน 2562 นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า ภายหลังช้างป่าละอูเข้ารื้อค้นหาอาหารและทำลายร้านค้าขายของชำริมถนนทางเข้าหมู่บ้าน หมู่ 1 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พังเสียหายรวม 4 หลัง เมื่อคืนดึกวันที่ 18 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทั้ง 5 หน่วยในพื้นที่ประกอบด้วยหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ กจ.3 ห้วยป่าเลา หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ กจ.7 เขาหุบเต่า หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ 16 ห้วยป่าแดง หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ กจ.14 ห้วยสัตว์ใหญ่และหน่วยพิทักษ์ฯ 12 ห้วยสะตือ

จัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าเวรยามตลอดเวลาในบริเวณพื้นที่ชุมชนเพื่อควบคุมสถานการณ์และผลักดันช้างป่าที่เข้ามากินรวมถึงดูแลความปลอดภัยตามเส้นทางสายพุไทร-ไทรเอน โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีช้างป่าออกมาหากินบริเวณหมู่บ้านจึงให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพบช้างใหญ่มีงา 1 ตัว กำลังเดินหากินอยู่เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันผลักดันให้เข้าป่าไป

 

 
 
 
 
 

หน้าแรก / ธุรกิจ ภูมิภาค ลุยเวิร์กช็อป แผนลุ่มนํ้าโขง อีสานโครงการเพียบปี 63 ของบ 2.2 หมื่นล้าน

ลุยเวิร์กช็อป แผนลุ่มนํ้าโขง อีสานโครงการเพียบปี 63 ของบ 2.2 หมื่นล้าน

21 Sep 2019
 

ปัญหานํ้าท่วม-นํ้าแล้งที่เกิดซํ้าซากและอาจเกิดพร้อมกันในพื้นที่ต่อเนื่องกัน จำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างบูรณาการและมีเป้าหมายร่วมระยะยาว คือ ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า 20 ปี (ปี 2561-2580) ที่ครม.มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2562 ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ 1.การจัดการ นํ้าอุปโภค-บริโภค 2. การสร้างความมั่นคงของนํ้าภาคการผลิต 3. การจัดการนํ้าท่วมและอุทกภัย 4. การจัดการคุณภาพนํ้าและอนุรักษ์ทรัพยากรนํ้า 5. การอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นนํ้าที่เสื่อมโทรม และการป้องกันการพังทลายของดิน และ 6.การบริหารจัดการเพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาทรัพยากรนํ้าของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ที่จังหวัดอุดรธานี สำนักงานทรัพยากร นํ้าแห่งชาติ (สทนช.) ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า และแผนการปฏิบัติการภายใต้แผนแม่บทระดับลุ่มนํ้าประจำปีงบประมาณ 2563-2565 ขึ้น เพื่อให้ทุกพื้นที่ได้รับทราบแนวทาง เป้าหมาย ตัวชี้วัด และร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการฯ ให้การดำเนินการต่อไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

นางสาวฉวี วงศ์ประสิทธิพร ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ กองนโยบายและแผน สทนช. กล่าวว่า การมาร่วมกันกำหนดจัดทำแผนแม่บทลุ่มนํ้าจนออกมาเป็นแผนงานที่จะทำ เพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จตามวัตถุ ประสงค์ เป็นไปตามเจตนารมณ์ ยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ ที่ตั้งเอาไว้ทุกประการ เนื่องจากความต้องการและปัญหาของแต่ละพื้นที่แต่ละลุ่มนํ้าแตกต่างกัน โดยในการบริหารจัดการ 

ต้องบูรณาการระหว่างภาครัฐและท้องที่ให้ครบทุกด้านและไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ ลุ่มนํ้าโขงมีทั้งความเหมือนและความแตกต่างเช่นเดียวกับลุ่มนํ้าอื่น และในแต่ละพื้นที่ของลุ่มนํ้าโขงก็มีลักษณะพิเศษแตกต่างกันไป เช่น พื้นที่ลุ่มนํ้าเลยมีระดับความสูงมากที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) สามารถใช้ประโยชน์ในการใช้วิธีแรงโน้มถ่วงธรรมชาติ ขุดเจาะอุโมงค์ผันนํ้าโขงลงไปสู่แหล่งนํ้าของภาคอีสาน ไปเติมให้ลุ่มนํ้ามูล นํ้าชี และลุ่มนํ้าอื่นๆ เพื่อใช้แก้ปัญหาภัยแล้งอีสานได้ ก่อนที่จะปล่อยให้ไหลลงสู่แม่นํ้าโขงที่จังหวัดอุบลราชธานี ลุ่มนํ้าห้วยหลวงเป็นพื้นที่ตํ่า นํ้าโขงสามารถไหลเข้ามาในพื้นที่ถึงบึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี ได้ไกลถึง 80 กม. จึงต้องมีโครงการพัฒนาลุ่มนํ้าห้วยหลวงตอนล่าง ด้วยงบประมาณกว่า 20,000 ล้านบาท เป็นเวลา 9 ปี ในการแก้ไขปัญหาของ 3-4 จังหวัดดังกล่าว เป็นต้น

ลักษณะพิเศษของแม่นํ้าโขงคือ เป็นแม่นํ้าระหว่างประเทศ มีแม่นํ้าสาขาจำนวนมาก ทั้งของประเทศไทย และสปป.ลาวไหลลงสู่แม่นํ้าโขง ปัญหาที่เกิดขึ้นคือความเปลี่ยนแปลงของแม่ นํ้าโขงเอง ทั้งในด้านธรรมชาติและอื่นๆ ทางสทนช.มีข้อมูลนํ้าและนํ้าฝนของลุ่มนํ้าโขงของฝ่ายไทย แต่ไม่มีข้อมูลนํ้าในลุ่มนํ้าต่างๆ นํ้าฝนที่ตกในสปป.ลาว จีน ที่ไหลลงสู่แม่นํ้าโขง และปัญหาการจัดการบริหารเขื่อนต่างๆ ทั้งในสปป.ลาวและจีน ว่าเขามีการบริหารจัดการกันอย่างไร ทำให้มีปัญหาการคาดการณ์ระดับนํ้าในแม่นํ้าโขงในส่วนของสปป.ลาว จีน ไม่สามารถเตรียมการป้องกันปัญหานํ้าในลำนํ้าโขงได้

ที่ผ่านมาสทนช.ได้ประสานงานกับทางคณะกรรมาธิการแม่นํ้าโขง  (MRC) และอาจต้องประสานตรงแบบทวิภาคีกับจีนและสปป.ลาวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ สปป.ลาวที่มีเขื่อนพลังนํ้าและแหล่งนํ้าจำนวนมาก เพื่อขอแลกเปลี่ยนข้อมูลนํ้า และความแตกต่างของปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะได้เตรียมการรองรับหรือแก้ปัญหาลุ่มนํ้าโขงในระดับพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น ก็จะเป็นปะโยชน์แก่ทุกฝ่าย

ในปี 2563 มีโครงการสำคัญที่สทนช.ได้วิเคราะห์แผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า ปี 2563 ของทุกหน่วยงานแล้ว โครงการที่มีความพร้อมรวม 12,459 โครงการ วงเงิน 83,970 ล้านบาท เมื่อแยกเป็นรายภาคมีของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1,354 โครงการ มูลค่ารวมสูงสุดคือ 21,966 ล้านบาท  อยู่ในขั้นตอนการพิจารณางบประมาณ

โครงการสำคัญ อาทิ โครงการ Quick Win 49 โครงการ (จาก 1,311 โครงการ) วงเงินปี 2563 จำนวน 1,050 ล้านบาท โครงการตามนโยบายจากครม.สัญจร นายกฯ-รองนายกฯลงพื้นที่ 222 โครงการ (จาก 297 โครงการ) วงเงินปี 2563 จำนวน 8,694 ล้านบาท โครงการ Area Base 16 โครงการ (จาก 73 โครงการ) วงเงินปี 2563 จำนวน 1,642 ล้านบาท โครงการสนับสนุนอีอีซี 8 โครงการ วงเงินปี 2563 จำนวน 1,487 ล้านบาท เป็นต้น

หน้า 9 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,506 วันที่ 19 - 21 กันยายน 2562

หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค การค้า - การเกษตร “จุรินทร์”นำทัพเอกชนลุยจีน เซ็น MOU ซื้อขายมัน 1.8 หมื่นล.

“จุรินทร์”นำทัพเอกชนลุยจีน เซ็น MOU ซื้อขายมัน 1.8 หมื่นล.

21 Sep 2019
 

“จุรินทร์” นำทัพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยลุยเมืองหนานหนิง รุกขยายตลาดพร้อมลงนาม MOU ซื้อ-ขาย 2.6 ล้านตันมูลค่ากว่า 1.8 หมื่นล้านบาทสร้างดีมานด์รองรับผลผลิตปี 2562/63 ที่กำลังจะออกสู่ตลาด

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดนำคณะผู้แทนภาคเอกชน ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทยเดินทางเยือนเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่19-22 กันยายน 2562  เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมขยายตลาดมันสำปะหลังจีน และผลักดันให้จีนนำเข้ามันสำปะหลังเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

                                    อดุลย์  โชตินิสากรณ์

ในการนี้จะมีพิธีแลกเปลี่ยน MOU ซื้อ-ขายมันสำปะหลังเส้นและแป้งมันสำปะหลัง ระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้าจีน จำนวน 4 คู่ ปริมาณรวม 2.68 ล้านตัน มูลค่ารวม 608 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 18,635 ล้านบาท โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ถือเป็นการหาตลาดล่วงหน้าให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังไทย รองรับผลผลิตมันสำปะหลังปี 2562/63 ที่กำลังจะออกสู่ตลาด สร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรว่าผลผลิตของตนจะสามารถจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่องในราคาที่คุ้มค่ากับต้นทุนการผลิต

 สำหรับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทยพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะสินค้ามันเส้น 99% พึ่งพาการส่งออกไปยังตลาดจีนเพียงตลาดเดียว อาจส่งผลกระทบกับเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง ในช่วงที่ผ่านมากรมฯ ได้นำคณะภาคเอกชนเดินทางไปเจรจาขยายตลาดส่งออกสินค้ามันสำปะหลังในประเทศที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ตุรกี นิวซีแลนด์ เป็นต้น ซึ่งนอกจากการแสวงหาตลาดใหม่แล้ว กรมฯ ยังมีแนวทางในการรักษาตลาดเดิมเอาไว้ โดยเมืองหนานหนิง ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ถือเป็นตลาดสำคัญที่มีศักยภาพในการนำเข้ามันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อาหาร อาหารสัตว์ สารให้ความหวาน  กรดซิตริก เป็นต้น

สถิติการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2562 มีปริมาณรวม 4.521 ล้านตัน มูลค่า 1,686.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปริมาณและมูลค่าลดลง 11.63% และ 6.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ที่ส่งออกปริมาณรวม 5.116 ล้านตัน มูลค่า 1,810.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ


หน้าแรก / World เถ้าควันไฟป่าทำคุณภาพอากาศ 3 ชาติอาเซียน ‘เลวร้ายที่สุดในโลก’

เถ้าควันไฟป่าทำคุณภาพอากาศ 3 ชาติอาเซียน ‘เลวร้ายที่สุดในโลก’

21 Sep 2019
 
คุณภาพอากาศในเมืองหลวงของอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่ตรวจวัดได้ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ในระดับเลวร้ายที่สุดในโลก เป็นผลพวงจากเหตุการณ์ไฟป่าบนเกาะบอร์เนียวและสุมาตราของอินโดนีเซียที่ไหม้ลุกลามนานกว่า 2 สัปดาห์ทำให้เกิดหมอกควันเถ้าไฟลอยขึ้นปกคลุมพื้นที่เป็นวงกว้างเห็นได้ชัดทั้งในเมืองหลวงจาการ์ตา กัวลาลัมเปอร์ สิงคโปร์ รวมทั้งจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย

ไฟป่าที่เกิดจากการลักลอบเผาป่าเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการทำการเกษตรไม่เพียงสร้างปัญหาใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนให้กับอินโดนีเซียแต่ยังกระทบถึงประเทศเพื่อนบ้าน โรงเรียนนับพันๆแห่งทั้งในอินโดนีเซียและมาเลเซียถูกสั่งปิดเนื่องจากคุณภาพอากาศที่เลวร้าย ส่งผลกระทบต่อนักเรียนกว่าล้านคน นอกจากนี้ หมอกเถ้าควันไฟที่หนาทึบจนเป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น ยังทำให้จำเป็นต้องมีการยกเลิกหรือเลื่อนหลายสิบเที่ยวบิน รานยงานระบุว่า มีจำนวนผู้ป่วยที่ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บป่วยจากโรคระบบทางเดินหายใจขั้นรุนแรงจำนวนนับพันๆราย

นายโจโค วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้สั่งเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้ก่อไฟป่าครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือองค์กรบริษัท หากตรวจพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากหวั่นเกรงว่าไฟป่าครั้งนี้จะสร้างความเสียหายเหมือนเมื่อครั้งอดีตที่เคยเกิดไฟป่าในปี 2558 สร้างความเสียหายรุนแรงทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าถึง 15,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเผาผลาญพื้นที่ป่าจำนวนรวม 2.6 ล้านเฮคตาร์ (กว่า 16.2 ล้านไร่)

ข้อมูลสถิติคุณภาพอากาศจาก IQAir AirVisual พบว่า เมืองหลวงและเมืองใหญ่ในอาเซียน ไก้แก่ กัวลาลัมเปอร์และกูชิง (ในมาเลเซีย) สิงคโปร์ และจาการ์ตา อยู่ในระดับเลวร้ายที่สุดในโลก ตอกย้ำด้วยข้อมูลจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของสิงคโปร์ (เอ็นอีเอ) ที่ระบุว่า ค่าดัชนีมาตรฐานในการวัดระดับมลพิษในอากาศตรวจวัดได้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น สูงถึง 112 ซึ่งบ่งบอกว่าเข้าขั้นอันตรายต่อสุขภาพ (ค่า PSI หรือ Pollutant standards index มีตั้งแต่ 0-500 และถ้าตัวเลขทะลุ 100 เมื่อไหร่ก็หมายถึง unhealthy หรืออันตรายต่อสุขภาพ) ทางเอ็นอีเอได้ออกคำเตือนให้ประชาชนลดการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานหรือที่ต้องใช้แรงมาก ส่วนผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับปอดหรือเป็นโรคหัวใจนั้น แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมดังกล่าวไปเลยในช่วงนี้

ฮอตสปอตทะลุ 2,700 แห่ง

จุดเกิดไฟป่า หรือพื้นที่ที่เรียกว่า ฮอตสปอต (hotspot) ในประเทศอินโดนีเซียตรวจพบ ณ กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนถึง 2,719 แห่ง เป็นจำนวนที่ลดจาก 2,984 แห่งในช่วงต้นสัปดาห์ สะท้อนความสามารถในการควบคุมไฟป่าของทางการอินโดนีเซีย  จำนวนฮอตสปอตดังกล่าวอยู่บนเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียว (หรือในอีกชื่อคือ เกาะกะลิมันตัน) ครอบคลุมพื้นที่ป่า 328,724 เฮคตาร์ หรือกว่า 2 ล้านไร่ อย่างไรก็ตามมีความคาดหวังว่า สถานการณ์จะดีขึ้นบ้าง เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาของอินโดนีเซียคาดหมายว่า จะมีฝนตกในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แม้ว่าสภาวะอากาศโดยทั่วไปบนเกาะสุมาตราและบอร์เนียวจะยังคงแห้งแล้งเป็นส่วนใหญ่

ในส่วนของการยกเลิกเที่ยวบินหลายสิบเที่ยวบินในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากหมอกเถ้าและควันไฟป่าปิดบังทัศนวิสัยนั้น เกิดขึ้นกับสนามบิน 3 แห่งในอินโดนีเซีย คือสนามบินเมืองสะมารินดา แซมพิต และบีรอ ทั้งหมดอยู่บนเกาะบอร์เนียว อย่างไรก็ตาม กระแสลมที่พัดพาหมอกควันไฟหนาทึบมายังประเทศมาเลเซียด้วยนั้น ทำให้สนามบินนานาชาติปีนัง ซึ่งเป็นสนามบินใหญ่อันดับ 3 ของมาเลเซียต้องประกาศเลื่อนหรือยกเลิกหลายเที่ยวบิน

ปัญหาระดับชาติ...มาเลย์ฯ-สิงคโปร์ เสนอความช่วยเหลือ

ปัญหาที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียแต่ส่งความเดือดร้อนถึงประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้รัฐบาลมาเลเซียเสนอความช่วยเหลือในการดับไฟป่าไปยังอินโดนีเซียแล้ว ขณะเดียวกัน นายอันวาร์ อิบราฮิม บุคคลสำคัญในพรรคแกนนำรัฐบาลผู้ซึ่งได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของมาเลเซีย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า เหตุการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายรุนแรงให้กับระบบนิเวศ มาเลเซียจึงจำเป็นต้องร้อนใจและลงมือทำอะไรบางอย่าง เขาคิดว่าต้องเอาผิดกับบริษัทเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเผาป่าเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรด้วย ทางด้านรัฐบาลสิงคโปร์ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าครั้งนี้เช่นกัน รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำ ออกมาแถลงว่าได้เสนอความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคไปยังรัฐบาลอินโดนีเซียแล้วและพร้อมปฏิบัติการหากทางอินโดฯตอบรับมา

ในส่วนของอินโดนีเซียเองนั้น ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด สั่งการให้เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงและกำลังพลจากกองทัพอินโดนีเซีย 5,600 นายเข้าสู่พื้นที่ควบคุมไฟป่า และมีการขยายพื้นที่การทำฝนเทียมเนื่องจากในบริเวณที่เกิดไฟป่านั้นยังคงสภาพอากาศที่แห้งแล้งและฤดูฝนจะเริ่มขึ้นราวกลางเดือนตุลาคม ดังนั้น จึงต้องพึ่งพาฝนเทียมในการดับไฟป่าไปก่อน คาดว่าจะต้องใช้แคลเซียมออกไซด์ปริมาณถึง 40 ตันในปฏิบัติการรวบรวมก้อนเมฆเพื่อสร้างฝนเทียมครั้งนี้


หน้าแรก / Columnist อยู่กับปัจจุบัน ดราม่า‘นํ้าท่วมอีสาน’ ที่กลายเป็น‘ศึกการเมือง’!?!?

ดราม่า‘นํ้าท่วมอีสาน’ ที่กลายเป็น‘ศึกการเมือง’!?!?

21 Sep 2019
 

“นํ้าท่วม น้องว่าดีกว่าฝนแล้ง พี่ว่านํ้าแห้งให้ฝนแล้งเสียยังดีกว่า...” แว่วเสียง ศรคีรี ศรีประจวบ อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดังร้องว่าอย่างนั้น แต่นํ้าท่วมอีสานปีนี้ กลับเป็น “ดราม่า” หรือศึกการเมืองถล่มใส่รัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ซะไม่มีชิ้นดี!!!!

กระทั่งรัฐบาลต้องจัดงาน “ร่วมใจพี่น้องไทย ช่วยภัยนํ้าท่วม” ทาง TV ช่อง เมื่อคํ่าวันที่ 17 กันยายน และอีก วันถัดมา “บิ๊กตู่” พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องรีบแจ้นเดินทางไปตรวจเยี่ยมนํ้าท่วมที่จ.อุบลฯ อย่างเร่งด่วน...

หลังจากอดีตพระเอกคนดัง “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ได้ประกาศขอรับเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยนํ้าท่วม จนเกิดปรากฏการณ์ “โอนเงิน” เข้าบัญชีดาราคนดังจำนวนหลายร้อยล้านบาทในชั่วพริบตา

ทั้งที่ตอนเกิดเหตุฯ นํ้าท่วม “บิ๊กตู่” พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพี่น้องคนไทยที่ประสบภัยตั้งแต่วันแรกๆ จากนั้นยังมีคำสั่งให้หน่วยงานเกี่ยวข้องต่างๆ โดยเฉพาะกรมชลประทาน ให้นำเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่ (อุบลฯเพื่อช่วยระบายนํ้าอย่างเร่งด่วนไปแล้ว

ว่ากันตามจริง นํ้าท่วมภาคอีสานครั้งนี้ ต้องเข้าใจภูมิศาสตร์อีสานก่อน ว่ามีพื้นที่ไม่เหมือนภาคใต้หรือภาคกลาง เพราะมีพื้นที่ลาดเทจากฝั่งซ้ายไปฝั่งขวาและไม่ติดทะเล ฉะนั้น เมื่อนํ้าท่วมก็ย่อมจะมีนํ้าขังในพื้นที่นานกว่าพื้นที่อื่น?แน่นอน

ยกตัวอย่างจ.อุบลฯ ที่มีทางระบายนํ้าออกจากพื้นที่ได้ทางเดียว คือแม่นํ้าโขง ซึ่งไม่ได้อยู่ติดทะเล แต่ยังไหลผ่านหลายประเทศ เช่น ประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม

เมื่อทางระบายนํ้าจำกัด แถมแม่นํ้าสายเล็กสายใหญ่ (คือ ชี มูลที่เป็นทางระบายนํ้าปกติก็ยังเทลงมารวมกันที่อุบลฯ ด้วย เมื่อบวกเข้ากับพายุโซนร้อนอีก ลูกซัดซํ้าเข้ามา อุบลฯ กับแม่นํ้าโขงก็เลยมีสภาพท่วมขังอย่างที่เห็น...พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เมื่อนํ้าเยอะ แต่ระบายออกได้น้อยนํ้าก็เลยท่วมขังหลายวันอย่างนี้แหละ

เว้นแต่จะมีใคร?สามารถเสกคาถาปัดเป่าให้นํ้าหายไปทันทีทันควัน เพื่อพี่น้องคนไทยจะได้ไม่เดือดร้อนเท่านั้น แต่เมื่อมีมวลนํ้าเอ่อรอระบายจำนวนมากอย่างนี้มันก็ต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ซึ่งจากข่าวสารที่รายงานจากพื้นที่หน่วยงานต่างๆ ก็ดำเนินการตามแนวทางนี้...

โดยตอนนี้ สิ่งที่รัฐทำได้ก็คือ ดูแลให้พี่น้องคนไทยที่ประสบภัยให้สามารถอยู่กับนํ้าให้ได้ก่อน (จนกว่าจะระบายนํ้าที่ท่วมขังลงแม่นํ้าโขงทั้งหมดแล้วจากนั้นจึงค่อยเข้าไปฟื้นฟูสภาพต่างๆ ให้กลับมาเหมือนเดิม...

ขณะที่เรื่องใครช่วยหรือไม่ช่วยพี่น้องคนไทยที่ประสบภัยนํ้าท่วมบ้าง ซึ่งว่าไปแล้ว ทุกคนต่างก็อยากให้กรมชลฯ หรือหน่วยงานต่างๆ รีบๆ ระบายนํ้าออกจากพื้นที่ไปเร็วที่สุดอยู่แล้ว แต่เมื่อนํ้าเยอะ มันก็ต้องใช้เวลาและอาจจะมีคนในพื้นที่ (บางคนเกิดความอึดอัดใจ ซึ่งเป็นธรรมชาติของคนทั่วไป ก่อนจะมีการผสมโรง จนกระทั่งเป็นประเด็น “ดราม่า” วิพากษ์วิจารณ์โจมตี “บิ๊กตู่” และรัฐบาลในเวลาต่อมา

เริ่มตั้งแต่บอกว่า รัฐบาลไม่ช่วยบ้างล่ะรัฐบาลไม่อินังขังขอบอะไร?กับชาวบ้านที่เดือดร้อนบ้างล่ะ ต่อเนื่องไปจนถึงกรณี “โป๊ะแตก”!! ที่มีคนกลุ่มหนึ่งไปถ่ายทอดสดสัมภาษณ์ป้าคนหนึ่งที่บอกว่า นํ้าท่วมทำให้อด (กินข้าว ไปขอนํ้าจากเทศบาลก็ไม่ได้...ก่อนมีการ “ตีปี๊บ” กันใหญ่ แต่พอตรวจสอบ “ข้อมูล” เรื่องกลับโอละพ่อ (เพราะนางคือเจ้าของร้านอาหารใหญ่โต)

เช่นเดียวกับปรากฏการณ์...รับบริจาคเงินเข้าบัญชีดาราคนดังที่มีผู้บริจาคเงินจำนวนหลายร้อยล้านบาทในชั่วพริบตา ทันทีที่ดาราคนนี้ประกาศจะนำเงินไปช่วยชาวบ้านคนละ 5,000 บาท พร้อมโชว์ภาพการมอบเงินสดๆ ให้ชาวบ้านด้วยตัวเอง โดยมีเพียงคำยืนยันสั้นๆ ว่า “เงินทุกบาททุกสตางค์จะโปร่งใส 100 %” เท่านั้น

...ที่นำเรื่องนี้มาพูดในวันนี้ ไม่ใช่อะไร? แต่เพราะดูข่าวที่โพสต์และแชร์ในโซเชียลตอนนี้ มีอคติและเพียงด้านเดียว เช่น เปรียบเทียบจำนวนเงินบริจาคของ “บิ๊กตู่ VS บิณฑ์” ทั้งที่เป็นคนละเรื่องเดียวกัน แต่มีเป้าหมาย คือเสี้ยมและปลุกปั่น “กระแส” เกลียดชัง “บิ๊กตู่” และรัฐบาลเท่านั้นเอง

เหรียญมี ด้าน ถ้าพื้นที่ตรงไหนที่รัฐเข้าไปไม่ถึงก็เสนอแนะมาสิ หรือถ้าสมมติว่าคิดว่ารัฐบาลไม่ให้ความสนใจพื้นที่ไหนก็แจ้งจิตอาสา บอกหน่วยกู้ภัยหรือมูลนิธิ โน่นนี่นั่น รับรองว่าความช่วยเหลือไปถึงพี่น้องที่ประสบภัยแน่ๆ

รวมทั้งพวกนักการเมือง (ฝ่ายแค้นที่เข้ามาฉกฉวยโอกาสบ่มเพาะสุมไฟความเกลียดชังเข้าใส่ “บิ๊กตู่” กับรัฐบาล นอกนั้นก็ยังมี “ติ่ง” แนวร่วมกลุ่มต่างๆ ที่นั่งกดแป้นคีย์บอร์ดปลุก “ปั่น” กระแสความเกลียดชังอย่างเมามันอยู่ด้วย

หยุดเถอะ หยุดจับพี่น้องคนไทยที่ประสบภัยนํ้าท่วมซึ่งต่างก็กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสอยู่ในพื้นที่ตอนนี้ เป็น “ตัวประกัน” มันนํ้าเน่า และเลอะเทอะมากๆ แต่มารักและปรบมือดังๆ ให้คนที่เข้าพื้นที่ รวมทั้งได้ลงแรงช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่ประสบภัยนํ้าท่วม (ทุกคนดีกว่าครับ

คอลัมน์ อยู่กับปัจจุบัน โดย พงษ์ศักดิ์ ศรีสด

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3507 วันที่ 22-25 กันยายน 2562

 

......................................................

21 กันยายน 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน