*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3570087
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 26 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 549 , 18:25:03 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

link @: ประธานสมัชชาสหประชาชาติชื่นชมบทบาทไทยในเวทีระดับโลก   


สวัสดีครับ

         ทหารกำลังหาทางออกที่จะเลิกการเกณฑ์ทหารด้วยการให้สมัครใจเอง แล้วจ่ายเงินเดือนเทียบค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งจะทำให้ทหาร

สมัครเข้าประจำการได้เงินกว่า 12,000 บาททีเดียว อีกอย่างที่กองทัพต้องคำนึงถึง คือ หากจำนวนผู้สมัครมีจำนวนน้อยกว่าเกณฑ์

กองทัพจะดำเนินการอย่างไรจึงจะครบถ้วน

         การขับรถยนต์นั้น อีกอย่างที่ควรจะต้องรู้ คือ การขับรถลุยน้ำที่ท่วมถนน จะได้ไม่เกิดอันตรายโดยง่าย

 

เจาะประเด็นร้อน

ฝ่ากระแส เลิกเกณฑ์ทหาร กองทัพ ขอเจอครึ่งทาง

วันที่ 26 กันยายน 2562 - 09:07 น.
เลิกเกณฑ์ทหาร,กองทัพ,ทหารเกณฑ์,พรรคอนาคตใหม่,พรบยกเลิกการเกณฑ์ทหาร

 

คอลัมน์... ถอดรหัสลายพราง โดย... พลซุ่มยิง

          ตกเป็นปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของกองทัพ หลังฝ่ายค้านนำโดย ‘พรรคอนาคตใหม่’ เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ให้เปลี่ยนมาใช้รูปแบบสมัครใจ เข้าสภาในสมัยประชุมหน้า เพราะรู้ว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ ในทางปฏิบัติจริงไม่สามารถทำได้เนื่องจากกระทบโครงสร้างกำลังพลและความมั่นคงของประเทศ แต่หากจะปฏิเสธก็สวนกระแสสังคมที่คล้อยตามไปแล้ว

          ต้องยอมรับว่าการยกเลิกการเกณฑ์ทหารเปลี่ยนมาสมัครใจได้รับเสียงตอบรับจากสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง หลัง ‘อนาคตใหม่’ ชูแคมเปญนี้ หาเสียงสู้ศึกเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางของฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ร่วมถึงในกลุ่มนักวิชาการ หรือแม้แต่กองทัพบกก็เคยศึกษาถึงความเป็นไปได้และผลกระทบที่จะตามมา

          เบื้องต้นกองทัพบกพบว่า พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารกระทบต่อกฎหมายหลายฉบับของกระทรวงกลาโหม รวมถึงกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นภาระงบประมาณและความพร้อมสถานภาพกำลังรบ ตลอดจนถึงระบบฐานข้อมูลกำลังพลซึ่งล้วนส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศทั้งสิ้น

          ในแต่ละปีกองทัพต้องการทหารกองประจำการปีละประมาณ 90,000-100,000 คน ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร เพื่อใช้ปฏิบัติหน้าที่ความมั่นคง รักษาอธิปไตย รวมถึงการบรรเทาสาธารณภัย โดยจัดสรรให้กองบัญชาการกองทัพไทยประมาณ 1,900 นาย กองทัพบกประมาณ 70,000 นาย กองทัพอากาศประมาณ 13,000 นาย กองทัพเรือประมาณ 6,000 นาย ส่วนที่เหลือให้แก่กระทรวงกลาโหม 

          จากข้อมูลย้อนหลัง พบชายไทยสมัครใจเข้ารับใช้ชาติ ปี 2557 จำนวน 35% ปี 2558 จำนวน 44% ปี 2559 จำนวน 47% และสูงสุดในปี 2560 จำนวน 49% ปี 2561 จำนวน 45% และล่าสุดปี 2562 ตัวเลขอยู่ที่ 46% โดยกองทัพบกประเมินว่าปัจจัยทำให้ผู้มาสมัครไม่ครบ 100% เกิดจากขาดแรงจูงใจในเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการที่ในปัจจุบันได้รับค่าตอบแทนตามค่าแรงขั้นต่ำและเบี้ยเลี้ยง 10,000 กว่าบาทต่อเดือน

          หาก พ.ร.บ.ยกเลิกเกณฑ์ทหารถูกบังคับใช้ หมายความว่าทหารกองประจำการจะหายไปครึ่งหนึ่งของกองทัพ แม้ในเนื้อหา พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเพิ่มเงินเดือน สวัสดิการ เป็นสองเท่าพร้อมทั้งให้ทุนเรียนปริญญาตรีจนจบ เพื่อเป็นแรงจูงใจ แต่ต้องยอมรับว่าจะกลายเป็นภาระงบประมาณในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

          แม้ ‘กองทัพบก’ จะมีข้อมูลเก่าอยู่ในมือแล้วแต่ก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาข้อดีข้อเสีย พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารอีกครั้ง ตามคำสั่งการของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โดยให้แล้วเสร็จก่อนพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเข้าสภาในสมัยประชุมหน้าเพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการชี้แจง โจทย์สำคัญ ‘กองทัพบก’  ต้องหาวิธีอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารไม่สามารถทำได้ ในขณะเดียวกันต้องเตรียมข้อมูลรับมือฝ่ายค้าน เพราะทันทีที่อ้างเรื่องงบประมาณก็จะถูกตีรวนให้ตัดงบการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เช่น เรือดำน้ำ ของกองทัพเรือ, ยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ ของกองทัพบก

          เจตนาแท้จริงของ ‘กองทัพบก’ ไม่ต้องการหักด้ามพร้าด้วยเข่า เพราะต้องยอมรับความจริงว่ากระแสสังคมต้องการให้กองทัพเลิกเกณฑ์ทหาร เพียงแต่จะนำ พ.ร.บ.ดังกล่าวมาพัฒนาเพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา และหาจุดกึ่งกลางให้ได้ทางออกในเรื่องนี้โดยไม่ให้กระทบงานมั่นคงในภาพรวม ขณะเดียวกันประชาชนก็รับได้

          โดย ‘กองทัพบก’ มีแนวคิดเพิ่มค่าตอบแทน สวัสดิการ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ชายไทยสมัครใจเป็นทหารกองประจำการโดยยึดรูปแบบพลอาสากองพันจู่โจมค่ายเอราวัณ  จ.ลพบุรี ที่ได้รับเงินเดือนสูงสุดอยู่ระหว่าง 12,000-13,000 บาท 

          โดยจะพิจารณาแบ่งเป็นระยะและปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ ไม่เป็นภาระงบประมาณ

          เมื่อดำเนินการไปถึงจุดที่มีชายไทยมาสมัครเกิน 80% นั้นหมายความว่าประชาชนเริ่มพอใจ และกองทัพก็รับได้กับตัวเลขดังกล่าว สุดท้ายแล้ว ‘การเกณฑ์ทหาร’ ก็จะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย 

          แต่กว่าเวลานั้นจะมาถึงพรรคฝ่ายค้านในฐานะผู้เสนอร่างพ.ร.บ.ยกเลิกเกณฑ์ทหาร และกองทัพในฐานะผู้ปฏิบัติ ต้องรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว เปิดใจพูดคุย โดยปราศจากอคติ หรือการตั้งแง่เพื่อหาจุดสมดุลนำไปสู่ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

เจาะประเด็นร้อน

วิธีขับรถลุยน้ำท่วมต้องรู้ไว้ได้ประโยชน์

วันที่ 26 กันยายน 2562 - 09:05 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,น้ำท่วม,ขับรถลุยน้ำ

คอลัมน์... อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

          ‘ดับเครื่องชน’ มีความห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในหลายท้องที่จะพยายามให้ติดตามข่าวอากาศไว้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่านเอง

          ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศว่าจะมีฝนพายุในหลายจังหวัดจึงต้องเตรียมรับมือไว้เป็นการด่วนเพื่อเป็นการป้องกันและไม่ประมาท

          วันก่อนมีผู้ปรารถนาดีส่งไลน์ถึงวิธีการขับรถลุยน้ำท่วมซึ่งเป็นสารประโยชน์มากเพราะรู้ไว้รถจะได้ไม่พังมีอายุการใช้งานและขอเตือนอีกนิดว่าจะต้องยกรถหรือนำรถมาไว้ในที่สูงเผื่อน้ำท่วมไหลบ่าฉับพลัน

          วิธีการแรกคือปิดแอร์เพราะหากเปิดไว้พัดลมระบายความร้อนอาจตีน้ำกระจายเข้าห้องเครื่องเสี่ยงไฟช็อตและใบพัดลมหักได้ซึ่งต้องทำเป็นประการแรก

          ใช้เกียร์ต่ำ ต้องวิ่งไปช้าๆ หรือภาษาทางการว่าใช้ความเร็วต่ำประมาณเกียร์ 1-2 หรือ L (LOW) และเคลื่อนรถไปเรื่อยๆ ขับรถช้าๆ ไม่ควรขับเร็ว เพราะน้ำเคลื่อนกระแทกฟุตบาทจะย้อนกลับเข้ารถ และอย่าจอดรถแช่น้ำไว้

          ให้ตามรถคันหน้าและชิดคันหน้าให้มากที่สุด โดยต้องอยู่ในระยะปลอดภัยและเมื่อพ้นระยะลุยน้ำแล้วให้เหยียบเบรกย้ำๆ เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก และที่สำคัญห้ามดับเครื่องทันที ให้ติดเครื่องไว้สักพักเพื่อไล่น้ำที่ย้อนมาทางท่อไอเสีย

          สิ่งเหล่านี้บางท่านอาจจะทราบมาบ้างแล้ว แต่อยากนำเสนออีกครั้งเพราะอีกนานกว่าจะพ้นสภาพน้ำท่วมหรือฝนตกหนักและขอบคุณที่ปรารถนาดีต่อผู้ร่วมชาติเดียวกัน

          คนเราจะเห็นใจกัน-เข้าใจกันก็ตอนนี้แหละ
อ๊อด เทอร์โบ

 

ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
รัฐบาลต้องมองให้ทะลุ

          ผมขอสนับสนุนพรรคการเมืองที่ยกเลิกการเกณฑ์ทหารหรือปฏิรูประบบไอ้เณรเสียใหม่และเท่าที่ทราบมาพรรคฝ่ายค้าน เช่น พรรคเพื่อไทย-พรรคอนาคตใหม่-พรรคเสรีรวมไทย ต่างหนุนกันเต็มที่ ซึ่งจะทำให้กองทัพมีขนาดเล็กลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

          คนรุ่นใหม่ต่างมองเห็นว่านายพลบ้านเรามีมากเหลือเกินรวมทุกเหล่าทัพแล้วเกือบ 2 พันคน ให้เหลือสัก 400-500 คนก็ยังดี หรือกำลังพลรวมทัพเหลือสัก 50% ราวๆ 2 แสนคน ก็สวยเพราะเดี๋ยวนี้ที่เหมือนในหนังติดตามปลายปืนเข้าแทงกันหมดสมัยแล้ว


          เดี๋ยวนี้ใช้โดรนหรือจรวดนำวิถียิงเข้าใส่กันตูมๆ เสียหายย่อยยับไม่เปลืองชีวิตนักบินด้วยและได้ผลดีอย่างโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ โดนโดรนลึกลับโจมตีป่นปี้ มีอีกหลายวิธีที่จะทำให้กองทัพมีขนาดเล็กลงและเดี๋ยวนี้มีรายจ่ายมากมายอย่างเรือดำน้ำ, เครื่องบินขับไล่, รถถัง ฯลฯ ก็แพงมากๆ

          ผมจึงขอรัฐบาลรับฟังพรรคการเมืองและความจริงที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ครับ
วินัย (บางเขน)

เรียนคุณ ‘วินัย’ บางเขน
          เท่าที่ทราบว่า ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรีและในตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ก็สนใจเรื่องนี้มากและกลับจากต่างประเทศก็เตรียมให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพสรุปว่าจะเอาไงดี

          ผมเองก็ขอยกมือสนับสนุนด้วยคนเพราะะระบบทหารเกณฑ์จับใบดำ-ใบแดง หรือเอาทหารเกณฑ์ไปเป็นทหารรับใช้ควรยกเลิกได้แล้ว

          รั้วของชาติของมีเกียรติมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้และปัจจุบันมีคนต้องการสมัครเป็นทหารมากๆ ลองหาวิธีการหรือเงื่อนไขดูเถิด

          ผมว่าต่อไปทหารอาสาสมัครจะมีคนต้องการสมัครมากจนต้องคัดเลือกแข่งขันกันแน่ๆ
อ๊อด เทอร์โบ

นักการเมืองรวยจริงๆ

ส.ส.แจ้งกรุสมบัติจริงหรือ?
          ผมขอร้องเรียนผ่านไปยังบรรดาผู้บริหารป.ป.ช. หรือผู้เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องการคำตอบว่าเป็นอย่างไรแต่อยากระบายความรู้สึกให้ทราบ

          เกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินของรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. หรือนักการเมืองทั้งหลายว่าแต่ละท่านร่ำรวยจริงๆ และมีน้อยที่มีหนี้สิน

          โดยเฉพาะส.ส.ผู้หญิงมีกระเป๋าราคาเป็นแสนเป็นล้านนับร้อยๆ ใบ หรือส.ส.รัฐมนตรีผู้ชาย มีพระเครื่อง มีเหล็กไหลราคาเป็นร้อยเป็นพันล้าน

          จึงอยากถามว่าเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนหรืออะไรกันแน่-เอามาบริจาคช่วยน้ำท่วม-ภัยแล้งหรือเปล่า?
สุรพล (อุบลฯ)

 

คนในข่าว

สหกรณ์กับการค้าเสรี"เอฟทีเอ"ในมุมมอง"รมช.พาณิชย์"

วันที่ 23 กันยายน 2562 - 05:02 น.
เอฟทีเอ,วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล
Shares : 
14
เปิดอ่าน 108 ครั้ง

โดย - สุรัตน์ อัตตะ suratatta0402@gmail.com

คลิปที่ 1

            การติดอาวุธทางปัญญาให้แก่สหกรณ์ไทยในการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ ถือเป็นการยกระดับการแข่งขันให้ก้าวไกลในโลกการค้าเสรีมากขึ้น การลงพื้นที่ จ.สุราษฎ์ธานี ของ “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล" รมช.พาณิชย์ และคณะ เพื่อสำรวจปัญหาด้านการตลาดและการให้ข้อมูล “เอฟทีเอ” (FTA : Free Trade Area) หรือเขตการค้าเสรีที่มีภาษีเป็นศูนย์แก่สมาชิกสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด อ.บ้านนาสาร แหล่งผลิตเงาะโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง จำกัด อ.กาญจนดิษฐ์ เมื่อเร็วๆ นี้

           นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งด้านการตลาดให้แก่สหกรณ์โดยไม่ต้องหวังพึ่งพาพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป

“วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล" รมช.พาณิชย์

เงาะโรงเรียนนาสารคุณภาพส่งออก

บ่อเลี้ยงกุ้งขาวของสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง     

คลิปที่ 2

     “คม ชัด ลึก” ถือโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ รมช.พาณิชย์ “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล" ถึงแนวทางในการดำเนินนโยบายดังกล่าว

#การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออะไร 

       การลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและกลุ่มสหกรณ์ใน จ.สุราษฎร์ธานี ในวันนี้ก็เพื่อต้องการทราบว่าสินค้าเกษตรท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการส่งออกหรือที่มีการส่งออกอยู่แล้วมีความต้องการให้กระทรวงพาณิชย์สนับสนุนให้สินค้าเหล่านั้นสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไร ซึ่งก็พบว่าเงาะ กล้วยหอม และกุ้ง เป็นสินค้าที่มีศักยภาพของ จ.สุราษฎร์ธานี อยู่แล้ว และมีการรวมกลุ่มตั้งเป็นสหกรณ์ที่มีการบริหารจัดการที่ดี และมีการส่งออกไปยังต่างประเทศบ้างแล้ว  

      แต่ผมมองว่ายังมีช่องทางที่จะขยายการส่งออกได้เพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะในประเทศที่เราทำความตกลงการค้าเสรี หรือเอฟทีเอด้วย อย่างเช่น อาเซียน จีน และญี่ปุ่น ซึ่งไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่ที่ส่งออกจากไทย จึงอยากให้เกษตรกรใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าให้มากๆ และได้สั่งให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศช่วยเร่งให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ต่อไป

#เอฟทีเอจะช่วยแก้ปัญหาสินค้าเกษตรได้อย่างไร

       วันนี้เราเห็นอย่างหนึ่งคือสหกรณ์เขาเข้มแข็ง อย่างเงาะความต้องการยังไม่พอ ถ้าเกรดพรีเมียมเขาส่งประเทศจีนหมด ยิ่งกล้วยหอมก็ส่งญี่ปุ่น ถ้าส่งญี่ปุ่นได้ทั่วโลกไปได้หมด เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ค่อนข้างมาตรฐานสูง ผู้บริโภคมาตรฐานสูงที่สุดในโลกก็คือคนญี่ปุ่น

       ยิ่งประเทศไหนเปิดเอฟทีเอก็จะยิ่งง่ายขึ้นไปอีก เพราะมันไม่มีภาษี จีนก็ไม่มีภาษีอยู่แล้ว เพราะไทยเรามีเอฟทีเออาเซียนบวกจีน คือ 10 ประเทศในอาเซียนส่งไปจีนภาษีศูนย์เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ไทยกำลังจะเปิดเอฟทีเอกับสหภาพยุโรป

       ที่จริงยุโรปเราคุยกันมานานแล้ว คุยกันไป 4 รอบแล้ว แต่หยุดไปคราวนี้นโยบายท่านนายกรัฐมนตรีพูดชัดว่ายุโรปเป็นประเทศใหญ่ประชากร 500 ล้านคน เอฟทีเอครั้งแรกเริ่มจากอาเซียน-ยุโรป พออาเซียนหยุด ยุโรปหยุดชะงักก็เลยใช้วิธีใหม่ให้แต่ละประเทศทำกันเอง เช่น ไทย-อียู เวียดนาม-อียู จะไล่กันไปแบบนี้ แต่ตอนนี้สหภาพยุโรปเขากำลังเลือกตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ก็เลยต้องใช้ระยะเวลาสักระยะหนึ่ง

#มองตลาดจีนเป็นอย่างไรบ้าง

         จีนเป็นตลาดที่น่าสนใจมาก เป็นตลาดใหญ่ พลเมืองเขาเยอะ อย่างกุ้ง คนจีนเขาบริโภคทั้งประเทศ 1.5 ล้านตัน ประเทศไทยผลิตได้แค่ 3 แสนตัน จากเดิมผลิตได้ 6 แสนตัน ตอนนี้ลดลงเหลือ 3 แสนตัน เนื่องจากปัญหาต้นทุนที่สูง แต่คุณภาพรสชาติเราได้ ต้นทุนที่สูงก็มาจากหลายๆ ปัจจัย เช่นค่ากระแสไฟฟ้า ค่าแรงงานและหลายๆ อย่าง

         ปัญหาเขาตอนนี้อยากมีห้องเย็นจะได้เก็บไว้ได้ 1 ปี เมื่อเก็บไม่ได้คนกลางก็มากดราคา อันนี้คือปัญหาหลัก เคยคุยกับผู้นำเข้า บอกว่าถ้าเป็นกุ้งไทยราคาจะแพงกว่านิดหน่อย แต่เขาก็ยินดีที่จะซื้อ เพราะไทยเรามีชื่อเสียงมานานเป็นแหล่งอาหารของโลก

#เท่าที่รับฟังปัญหาของสหกรณ์ทั้งสองแห่งคืออะไร

         ส่วนตัวคิดว่าที่นาสารเขาไม่มีปัญหา ส่วนที่ท่าทองเขามีปัญหา อดีตที่ผ่านมาประเทศไทยผลิตกุ้งได้ 6 แสนตัน แต่ปัจจุบันการผลิตลดลงได้แค่ 3 แสนตัน ส่วนหนึ่งปัญหาจากโรคระบาด เมื่อก่อนกุ้งไทยเคยส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่ปัจจุบันลงมาอยู่อันดับ 5 รองจากเวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย และเอกกาวอดอร์ นั่นแสดงว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งอ่อนแอลง สิ่งที่ช่วยได้คือหนึ่งอาหาร สองลูกพันธุ์ สามไฟฟ้า และสี่ห้องเย็น นอกจากนี้ทางออกน่าจะมีการรวมกลุ่มให้เยอะขึ้นและสร้างกลุ่มให้เข้มแข็ง ไม่เช่นนั้นจะลำบาก

#สินค้าจีไอ(GI)มีผลต่อส่งออกอย่างไร

         ก็มีผลในเรื่องราคา มูลค่าสินค้า อย่างมาเลย์ถ้าเป็นจีไอส่งไปเท่าไรเขาเอาหมดหรือเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน ถึงจะปั้นที่อื่นก็ไม่เหมือนที่ด่านเกวียน เงาะโรงเรียนนาสารก็เหมือนกัน จะไปปลูกที่ไหนความอร่อยก็ไม่เหมือนที่แหล่งกำเนิด เขาอธิบายว่าที่นาสารมันมีแร่ธาตุบางอย่างที่มีผลต่อผลผลิตเงาะด้วย

 

คลิปที่ 3

  “เคหว่อง”แบรนด์เงาะโรงเรียนนาสาร  

             อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมทางการค้าให้แก่สหกรณ์ไทยเพื่อก้าวไปสู่การค้าเสรีว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศขานรับนโยบายของ รมช.พาณิชย์ โดยให้ความสำคัญกับการหาตลาดและกระจายสินค้าในภูมิภาคของไทยไปต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทย จึงร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินโครงการ “พัฒนาความพร้อมทางการค้าของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคของไทยสู่สากล

           โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผลไม้ของสมาชิกสหกรณ์ โดยเฉพาะเงาะโรงเรียนนาสาร ที่ส่งออกไปจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยปัจจุบันสหกรณ์รวบรวมเงาะได้วันละ 2.5 ตัน ส่งขายในราคากิโลกรัมละ 160 บาท ในขณะที่ราคาเงาะในประเทศกิโลกรัมละ 20 กว่าบาท นับว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าได้หลายเท่า พร้อมช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรได้อย่างยั่งยืน ในอนาคตสหกรณ์เตรียมส่งออกเงาะพรีเมียมโดยใช้แบรนด์ของสหกรณ์เอง ชื่อ “เคหว่อง” และมีแผนออกแบบบรรจุภัณฑ์ จัดทำคิวอาร์โค้ด เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งผลิตได้ ส่วนกล้วยหอม ปัจจุบันส่งกระจายให้ร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ และส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น

            ส่วนสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง จำกัด อ.กาญจนดิษฐ์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกุ้งขาวแวนนาไม มีสมาชิก 418 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งกว่า 8,345 ไร่ ในปี 2561 สหกรณ์รวบรวมผลผลิตได้ 400 ตัน มูลค่า 86.8 ล้านบาท จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยมีตลาดหลัก คือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น แคนนาดา สหภาพยุโรป ปัจจุบันสหกรณ์มีแผนสร้างห้องเย็นเพื่อแปรรูปเป็นสินค้ากุ้งพรีเมียม และเพื่อลดต้นทุนการผลิต เตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยสหกรณ์ได้ไปแสดงสินค้าที่จีนและญี่ปุ่นมาแล้ว ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีแผนส่งออกหลังสร้างห้องเย็นเสร็จ ทั้งนี้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้ากุ้งและเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และลดปัญหาราคาสินค้ากุ้งตกต่ำอีกด้วย

ข่าวสารหน่วยงานราชการไทย

วันแรกอินเดีย จุรินทร์ ลุย 3 MOU

วันที่ 26 กันยายน 2562 - 10:31 น.
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์,สตาร์ทอัพ,ยางพารา,เฟอร์นิเจอร์,MOU

วันแรกอินเดีย จุรินทร์ ลุย 3 MOU ไม้ยางพารา เฟอร์นิเจอร์ และสตาร์ทอัพ  พร้อมกับเปิดห้องแสดงสินค้าไทยใน Bigbasket.com ของอินเดีย 

          นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานสัมนาและกิจกรรมการเจรจาการค้าสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างภาคเอกชนไทยและอินเดีย Siminar & Business Matching &Networking Between Thailand and India เมื่อเวลา 10.30 น. (เวลาในอินเดีย) 25 กันยายน 2562 

          นายจุรินทร์  กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนอินเดียในครั้งนี้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับเป็นการเยือนอินเดียครั้งแรกหลังจากได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์   ปัจจุบันประเทศต่างๆ  ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนไม่มากก็น้อย  และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้ในเร็ววันนี้  แต่นับเป็นความโชคดีของอินเดียที่เศรษฐกิจของประเทศกลับไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้าอย่างมีนัยสำคัญ   เหตุผลหลักน่าจะมาจากเศรษฐกิจอินเดียพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศด้วยจำนวนประชากรที่มีมากกว่า 1,300 ล้านคน   อินเดียจะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของระบบโลกต่อไป   สำหรับความร่วมมือระหว่างอาเซียนและอินเดียตนขอแจ้งให้ท่านทราบว่าในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนกับอีก 6 ประเทศ (RCEP )ในช่วงระหว่างวันที่ 5 ถึง 11 กันยายน ที่ผ่านมา เราได้มีข้อตกลงร่วมกันว่า ระดับความร่วมมือ FTA อาเซียนกับอินเดีย ให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าโลก สิ่งที่ทุกประเทศที่มาร่วมประชุมพร้อมกันในครั้งนั้นมีความเห็นร่วมกันว่าต้องการเห็น RCEP คือ อาเซียนกับหกประเทศ มีมูลค่าทางการค้าที่สูงขึ้น

          นายจุรินทร์ กล่าวว่า  การมาเยือนอินเดียของคณะผู้แทนทั้งภาครัฐและเอกชนของไทย  โดยเฉพาะที่มุมไบซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจและประตูการค้าที่สำคัญที่สุดของอินเดียในวันนี้   จึงนับเป็นโอกาสครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของทั้งฝ่ายไทยและอินเดีย  ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  หัวหน้าคณะเดินทางของไทยรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้ทราบว่ามีคณะผู้แทนการค้าและนักธุรกิจทั้งฝ่ายไทยและอินเดียจากหลากหลายสาขา อาทิ ยางพารา ไม้ยางพารา มันสำปะหลัง วัสดุก่อสร้าง และธุรกิจบริการโลจิสติกส์สนใจและตอบรับเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้   ซึ่งเห็นว่าจะเป็นโอกาสสำคัญของทั้งสองฝ่ายในการได้พบปะเจรจาการค้าและสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างกัน  อันจะนำไปสู่การขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันหรือร่วมลงทุนดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต

          โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันนี้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มีโอกาสเป็นประธาน ในการลงนามในกิจกรรมสำคัญหลายกิจกรรมอันได้แก่ (๑) การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างสมาคมธุรกิจไม้ยางพาราของไทยและสมาคมผู้ผลิตและผู้ค้าเฟอร์นิเจอร์แห่งอินเดีย (๒) การสัมมนาพิเศษเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไม้ยางพาราของไทยที่จะมีต่ออุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของอินเดีย (๓) การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง สภาธุรกิจไทย-อินเดียและบริษัท Global Linker ซึ่งเป็นวิสาหกิจเริ่มต้นหรือสตาร์ทอัพที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครือข่ายคลังสินค้าออนไลน์   เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยและอินเดีย (๔) การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างสภาธุรกิจไทย-อินเดียและสมาคมอุตสาหกรรมแห่งบอมเบย์ (๕) การประกาศความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์และ Bigbasket ซึ่งเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดีย  เพื่อสร้างร้านค้าออนไลน์ของสินค้าไทยบนแอพพลิเคชั่นของ Bigbasket และเว็บไซต์ bigbasket.com เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมสินค้าทั้งของไทยและอินเดีย  ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้สินค้าไทย ทั้งจากผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกรได้มีโอกาสเชื่อมโยงกับตลาดโลกดังเช่นอินเดียได้ต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้

          และในประการสุดท้ายประการที่ ๖ ผมยังเห็นว่าเครือข่ายธุรกิจที่ทั้งสองฝ่ายได้สร้างขึ้นในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการติดต่อซื้อขายกันอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต ไม่เฉพาะแต่เพียงสินค้า หากยังรวมถึงธุรกิจบริการต่างๆ ด้วย ซึ่งตลาดอินเดียกำลังขยายตัวพร้อมที่จะรองรับธุรกิจบริการต่างๆ ของไทยที่จะเข้ามาบุกเบิก ไม่ว่าจะเป็น (๑) บริการโลจิสติกส์ขนส่งสินค้า (๒) บริการจัดเก็บและกระจายสินค้าเกษตร รวมถึง (๓) บริการก่อสร้างและตกแต่ง ผมเชื่อมั่นว่าหากทั้งสองฝ่ายได้พันธมิตรทางธุรกิจที่ดี จะช่วยให้สามารถดำเนินธุรกิจร่วมกันได้อย่างราบรื่นประสบความสำเร็จในอนาคต

          ในตอนท้าย นายจุรินทร์ กล่าวต่อทุกคนว่า ขอชื่นชมคณะผู้แทนการค้าเอกชนของไทยทุกท่านที่เดินทางร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในครั้งนี้เพื่อนำพาสินค้าและบริการของไทยมาเชื่อมโยงกับตลาดอินเดีย และที่สำคัญ ขอขอบคุณท่านผู้บริหารและผู้แทนจากสมาคมการค้าและบริษัทต่างๆ  ของอินเดียที่ตอบรับคำเชิญของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบเข้าร่วมงานสัมมนาและเจรจาการค้าสร้างเครือข่ายธุรกิจในวันนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่างานสัมมนาและกิจกรรมเจรจาการค้าสร้างเครือข่ายธุรกิจที่กำลังจะเริ่มต้นในไม่ช้านี้จะทำให้คณะนักธุรกิจอินเดียตระหนักว่าประเทศไทยมีสินค้าและบริการหลากหลายรายการที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคอินเดีย หรือเป็นส่วนประกอบอยู่ในห่วงโซ่การผลิตของอินเดียในการผลิตสินค้าแปรรูปและส่งออกไปยังตลาดโลกได้หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า “ไทยและอินเดียคือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนกัน” นั่นเอง

 
หน้าแรก / เศรษฐกิจ
พฤหัสบดี 26 กันยายน 2562

ลึกแต่ไม่ลับ : ชะตากรรม 'โอ๊ค พานทองแท้' บนปากเหวฟอกเงิน | 26 ก.ย. 62

ลึกแต่ไม่ลับ : ชะตากรรม 'โอ๊ค พานทองแท้' บนปากเหวฟอกเงิน | 26 ก.ย. 62
26 กันยายน 2562
 

ห้องข่าวเศรษฐกิจ | 26 ก.ย. 62 "รู้ทัน ล้วงลึกทุกมิติ เรื่องเศรษฐกิจการลงทุน" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.30-11.50น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 

 

 ...........................................................
 
26 กันยายน 2562
 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน