*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5576
  • จำนวนผู้ชม : 3355509
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 3 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 532 , 09:48:45 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ผู้มีอิทธิพลคงจะยังมีอยู่ในประเทศไทยต่อไปอีกนาน เพราะนักการเมืองกับผู้มีอิทธิพลต่างก็ต้องเอื้อ ต้องพึ่งพิงซึ่งกันและและ

กัน สมประโยชน์ต่อกันต่อไปอีกในปัจจุบัน และแม้แต่ส่วนราชการเอง บางทีก็ยังต้องอาศัยผู้มีอิทธิพลด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม แม้แต่

ในประเทศที่เจริญแล้ว ประชาธิปไตยเบ่งบานอย่างเต็มที่ ก็ยังไม่วายที่จะมีผู้มีอิทธิพลแทรกอยู่ตามโครงการต่างๆ เพียงแต่รูปแบบของ

ผู้มีอิทธิพลดังกล่าว ได้มีการพัฒนาให้เข้ากับสภาพการณ์และถูกกฎหมายอีกด้วย

ไทยยังคงมีฝนบางแห่ง อุณหภูมิลดลง 1-2 องศาเซลเซียส

ไทยยังคงมีฝนบางแห่ง อุณหภูมิลดลง 1-2 องศาเซลเซียส

วันพฤหัสบดี ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.46 น.

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ 

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 4 – 8 ต.ค. 62 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่า จะแผ่ปกคลุมภาคเหนือ และภาคกลางตอนบนในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส 

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

 
‘ธรรมนัส’โทร.สั่งมาเฟียหยุดคุกคาม จ้องฮุบที่คนเมืองคอน ป่าเถื่อนขับแบคโฮพังบ้าน

‘ธรรมนัส’โทร.สั่งมาเฟียหยุดคุกคาม จ้องฮุบที่คนเมืองคอน ป่าเถื่อนขับแบคโฮพังบ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 09.17 น.

“ธรรมนัส”เตรียมลุยปราบนายทุนคุกคามชาวบ้านนครศรีธรรมราช ใช้รถไถบ้านพัง กลางเดือนต.ค.ลงพื้นที่จัดสรรที่ดิน มอบส.ป.ก. ไม่เชื่อยุคนี้จะมีคนกล้าใช้อิทธิพลป่าเถื่อน

3 ตุลาคม 2562 ชาวบ้านตำบลหัวตะพาน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช กว่า 30 คนเดินทางมาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อขอบคุณ และร้องเรียนต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ที่รับเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้าน พร้อมสั่งการให้ตำรวจและทหารเข้าช่วยเหลือ และคุ้มครองความปลอดภัย ตลอดจนได้โทร.ติดต่อผู้มีอิทธิพลให้หยุดการข่มขู่คุกคามชาวบ้าน จนผู้มีอิทธิพลได้หยุดการคุกคามไป

ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า การเข้าพบของกลุ่มชาวบ้านในครั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ในพื้นที่ตำบลหัวตะพานได้มีนายทุนมากว้านซื้อที่ดิน และใช้วิธีต่างๆที่จะเอาที่ดินของชาวบ้านมาสร้างมหาวิทยาลัย โดยชาวบ้านถูกผู้มีอิทธิพลรังแกตลอดเวลา ล่าสุดได้ใช้รถแบคโฮไถบ้านชาวบ้านในยามวิกาล จนทำให้บ้านของชาวบ้านพังเสียหายเดือดร้อนหลายครัวเรือน ต้องอยู่กันแบบขวัญผวาทุกคืน จนทนไม่ไหว ชาวบ้านได้รวมตัวกันติดต่อร้องเรียนไปยังผู้ประสานงานกลุ่มสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน 4 ภาคประจำจังหวัดเพชรบุรีถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ชาวบ้านเดือดร้อน ต่อมาทางเครือข่ายได้โทร.ประสานมายังตน ซึ่งตนได้ติดต่อกลับไปยังตำรวจ และทหารในพื้นที่ให้เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกข่มขู่ คุกคาม และติดต่อไปยังผู้มีอิทธิพลให้หยุดการกระทำดังกล่าว จนกลุ่มผู้มีอิทธิพลได้ขนรถแบคโฮ และอุปกรณ์ต่างๆกลับไป ทำให้ชาวบ้านอำเภอท่าศาลาพึงพอใจอย่างมาก

“วันนี้เขารวมตัวกันเดินทางจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อมาขอบคุณผมและทีมงานที่ให้การช่วยเหลือได้ทันท่วงที หลังจากนั้นไม่นานจนถึงขณะนี้ยังมีลูกน้องผู้มีอิทธิพลบางส่วนยังไม่เลิกพฤติกรรมข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว จึงร้องเรียนให้ผมประสานงานช่วยชาวบ้านที่ถูกข่มขู่อีกครั้ง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเบื้องต้นได้สั่งการให้ให้ทีมงานกระทรวงเกษตรฯรับเรื่องโดยละเอียดจากชาวบ้านอีกครั้ง และติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ใช้รถแบคโฮขับไถบ้านของชาวบ้าน เพื่อเอาผิดกับพวกที่ทำให้บ้านชาวบ้านเสียหาย พร้อมกับเร่งรัดในการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ที่เข้าไปข่มขู่ชาวบ้านด้วย

“ผมไม่เชื่อว่ายุคนี้จะมีใครกล้าข่มขู่ชาวบ้านและกล้าทำร้ายชาวบ้านแบบป่าเถื่อนอย่างนี้ เบื้องต้นผมจะให้ทีมงานรับเรื่องไว้แล้วประสานงานฝ่ายความมั่นคงไว้ และจะเข้าไปดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดหากไม่เลิกพฤติกรรม” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากรับหนังสือร้องเรียน ร.อ.ธรรมนัส ได้มอบเงินของส่วนของกระทรวงเกษตรฯช่วยค่ารถชาวบ้าน 20,000 บาท เพื่อเยียวยาเบื้องต้น พร้อมกับบอกชาวบ้านว่าประมาณกลางเดือนตุลาคมนี้ จะลงไปจัดสรรที่ทำกินให้ใหม่ และมอบที่ทำกินหรือ ส.ป.ก. ให้ตามความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง

 

‘ธนกร’ดีดปาก‘ช่อ’ใช้ส่วนไหนคิด ให้‘ชิมช็อปใช้’2แต้ม ยันกระตุ้นศก.7หมื่นล.

‘ธนกร’ดีดปาก‘ช่อ’ใช้ส่วนไหนคิด ให้‘ชิมช็อปใช้’2แต้ม ยันกระตุ้นศก.7หมื่นล.

วันพฤหัสบดี ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 08.46 น.

“ธนกร”สวน“ช่อ”ใช้ส่วนไหนคิด ให้คะแนน“ชิมช้อปใช้”แค่ 2 จากเต็ม100 จวกมีโทสาคติเกินไป ย้ำประชาชนตอบรับล้นหลาม เรียกร้องให้เปิดเฟส2 มั่นใจกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินหมุนเวียน7หมื่นล.

3 ตุลาคม 2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้ 2 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 ต่อมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” และเชื่อจะไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า ตนรู้สึกผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับพฤติกรรมของโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มีโทสาคติ พูดไปเรื่อย ไม่ทราบว่าใช้ส่วนไหนคิด วันๆทำแต่เรื่องให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน สงสัยว่าถ้าเป็นเรื่องจ้างล็อบบี้ยิสต์คงจะได้คะแนนเต็ม 100

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาชนได้ประโยชน์ออกมาใช้จ่ายกันอย่างคึกคักจนมีการเรียกร้องให้เปิดเฟส 2 ด้วยซ้ำ ซึ่งช่วง 10 วันแรกมีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์มาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” เต็มตามเป้าหมาย 1 ล้านรายทุกวัน หากประชาชนใช้สิทธิ์ครบทั้ง 2 กระเป๋า จะเกิดผลต่อเศรษฐกิจ ดังนี้ กระเป๋า 1 วงเงิน 1,000 บาทแรก เพื่อดึงคนออกจากบ้าน ในส่วนนี้ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 10,000 ล้านบาท และกระเป๋า 2 เมื่อมีการเดินทางก็จะเกิดการใช้จ่าย หากประชาชนใช้สิทธิ์ตามที่คาดการณ์ จะก่อให้เกิดวงเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจอีกกว่า 70,000 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณ 9,000 ล้านบาท เป้าหมายของโครงการนี้คือกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และเน้นไปที่เศรษฐกิจฐานราก เมื่อพ่อค้าแม่ค้าได้รับเงินก็จะนำไปซื้อวัตถุดิบส่วนหนึ่งด้วย

ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเงินหมุนไปเป็นค่าแรงคนงาน จึงเกิดการกระตุ้นการบริโภค ก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนและส่งผลด้านจิตวิทยา เกิดความคึกคักในการจับจ่ายใช้สอย อย่างไรก็ตามการใช้จ่ายจะเป็นการใช้จ่ายที่ร้าน “ช้อป” ซึ่งเป็นร้านในกลุ่ม OTOP ร้านวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐเกินครึ่ง สะท้อนการกระจายเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก มีการใช้จ่ายทั้ง 77 จังหวัด

“แสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายดังกล่าวกระจายไปยังทุกจังหวัด โดยเฉพาะร้านค้าท้องถิ่น ไม่มีการเอื้อนายทุน มีการใช้จ่ายในร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขาเพียงร้อยละ 22 ของทั้งหมด โครงการ “ชิม ช้อป ใช้” สนับสนุนยุทธศาสตร์ National e-Payment ใน scale ที่ใหญ่มาก เป็นการเพิ่มจำนวนผู้ใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในครั้งเดียวกว่า 10 ล้านรายเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอีกด้วย” นายธนกร กล่าว

 

‘อนุทิน’มั่นใจ15ตุลาCPH เซ็นสัญญารถไฟไฮสปีดเชื่อม3สนามบิน

‘อนุทิน’มั่นใจ15ตุลาCPH เซ็นสัญญารถไฟไฮสปีดเชื่อม3สนามบิน

วันพฤหัสบดี ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 10.13 น.
“อนุทิน” ยันไม่คิดหัก CPH แต่เดินหน้าเรื่องรถไฟ 3 สนามบินเพื่อประโยชน์ชาติ มั่นใจ 15 ตุลาฯ ฝ่ายเอกชนเซ็นเดินหน้าโครงการแน่นอนหากไม่มาเจอแบล็กลิสต์ 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบกระทรวงคมนาคมกล่าวถึงความคืบหน้าในโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งกำหนดให้กลุ่มบริษัทเอกชนผู้ชนะประมูล หรือกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ต้องมาเซ็นรับงานในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ว่า มันมีการสื่อสารว่า ตนหักกับกลุ่ม CP แต่ความเป็นจริง ไม่ได้เป็นเป็นเช่นนั้นเลย ขอให้เข้าใจว่า ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ มันจำเป็นต้องทำงาน หากอยู่เฉยๆ จะจ้างตนทำไม และกลุ่ม CPH ก็ชนะการประมูลมาจะครบปีแล้ว จำเป็นต้องเดินหน้ากันเสียที

เมื่อทางเอกชนเสนอราคาต่ำสุดถูกกว่าคู่แข่งประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ก็ต้องยอมรับว่า ภาครัฐเอง ยังตะลึงกับราคานี้ และพอใจมาก แน่นอนว่าพร้อมจะช่วยเหลือฝ่ายเอกชน แต่ก็ขอให้เป็นไปตามสัญญาที่ให้ไว้ 

อีกอย่างคือ ที่เราทำ เพราะว่า เรามองถึงอนาคต เนื่องจากหากเซ็นรับงานไปทำแล้ว รู้ราคาแน่นอน ทางเอกชน จะได้ไปคุยกับซัพพลายเออร์ได้ งานจะได้เดินหน้าเสียที ยิ่งกว่านั้น กรอบการยืนราคา ไปถึงแค่วันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ 

ในการดำเนินการให้ CPH มาเซ็นรับงาน มันเป็นการทำเพื่อชาติ เพราะถ้ารถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยังคาราคาซังกันอยู่ จะไปลดทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน ที่จะมาลงทุนในโครงการ EEC โครงการทั้งหมดจะเกิดปัญหาทันที ดังนั้น ตนจำเป็นต้องทำ โครงการอื่นที่เกี่ยวกับ EEC ภาครัฐเดินหน้าเต็มที่ การที่เราออกจดหมายเรียกกลุ่ม CPH มาเซ็นสัญญา ก็เท่ากับทางนั้นรับทราบไปหมด 

เมื่อถามว่า ทางกลุ่ม CPH ต้องการให้รัฐ ส่งมอบพื้นที่ครบ 100% จึงจะลงนามสัญญาก่อสร้าง นายอนุทิน กล่าวว่า แต่ตามสัญญากำหนดเรื่องการส่งมอบพื้นที่ไว้แค่ 50% และตอนนี้รัฐ ก็ทำได้ตามสัญญา ถ้าจะขอเพิ่มไปกว่านี้ การรถไฟฯ ที่ดูแลรับผิดชอบ ต้องไม่ยอมแน่นอน ส่วนที่มีการบอกว่ากลุ่ม CPH กำลังหาแหล่งทุน อันนั้น ไม่ทราบ เป็นเรื่องของฝ่ายเอกชน แต่ส่วนตัวมองว่าทางผู้ชนะการประมูล แค่ต้องการเงื่อนไขที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่เชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพ ฝ่ายเอกชนทำโครงการนี้ได้แน่นอน และขอยืนยันว่าภาครัฐจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องตาม TOR  

“คิดว่าวันที่ 15 ตุลาคม กลุ่ม CPH มาลงนามสัญญาก่อสร้างแน่นอน เพราะถ้าหากไม่มา จะต้องโดนแบล็กลิสต์จากรัฐ เป็นการเสียชื่อบริษัท ยิ่งกว่านั้น มันหมายถึงว่า นอกจาก CP แล้ว กลุ่มบริษัทที่ร่วมทุนทั้ง บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) บจ.ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น บมจ.ช.การช่าง และ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ก็จะได้รับผลกระทบในการประมูลงานรัฐในอนาคตด้วย เรียกว่าผลเสียมหาศาลจริงๆ”   รองนายกฯ กล่าว

‘ศรีสุวรรณ’จ่อร้อง‘อัยการสูงสุด’ขอศาล รธน.สั่งเลิกการรณรงค์แก้ไขมาตรา1

‘ศรีสุวรรณ’จ่อร้อง‘อัยการสูงสุด’ขอศาล รธน.สั่งเลิกการรณรงค์แก้ไขมาตรา1

วันพฤหัสบดี ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 08.06 น.
 

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า กรณี ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  แสดงความคิดเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเวทีสัญจรภาคใต้  ที่จังหวัดปัตตานี ของ 7 พรรคฝ่ายค้าน เมื่อวันที่  28  กันยายน 2562 โดยระบุว่า “ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ ซึ่งอาจจะรวมถึงมาตราที่ 1 ด้วยก็ได้” จนเกิดการการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในขณะนี้นั้น

การกระทำของดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ ซึ่งหมายรวมถึง 7 พรรคฝ่ายค้านในการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มาตรา 1 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้” อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.113 ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่า จะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต” และนอกจากนั้นใน ม.116 ยังบัญญัติต่อไปอีกว่า “ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร (3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี”

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงมิอาจปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวต่อไปได้อีก เพราะอาจเป็นอันตรายและภัยต่อความมั่นคงของชาติจึงจะนำความไปยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.49 เพื่อให้อัยการสูงสุดร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ ซึ่งหมายรวมถึง 7 พรรคฝ่ายค้านเลิกการกระทำดังกล่าวเสีย

โดยสมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันศุกร์ที่ 4 ต.ค.62 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ อาคาร A ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.

เจ้าของโรงแรมแฉซ้ำ! เจ้าบ่าวหมื่นล้านจัดงานอลังการ เบี้ยวค่าสถานที่อาหารกว่า3แสน

เจ้าของโรงแรมแฉซ้ำ! เจ้าบ่าวหมื่นล้านจัดงานอลังการ เบี้ยวค่าสถานที่อาหารกว่า3แสน

วันพุธ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 17.08 น.
 

จ้าของโรงแรมดังบุรีรัมย์ เปิดใจเจ้าบ่าวหมื่นล้านกำมะลอ ติดต่อเช่าสถานที่และอาหารโรงแรม พร้อมทีมออร์แกไนซ์จากกรุงเทพฯ จัดงานแต่งหรูหราอลังการ  แต่ไม่จ่ายค่ามัดจำอ้างรอเงินจากหุ้นส่วนธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำไทย-ฮ่องกง  เสร็จงานกลับเบี้ยวไม่จ่ายติดต่อไม่ได้  มีเพียงเจ้าสาวพาแม่มาขอผ่อนจ่ายค่าเช่าสถานที่และอาหาร..... อ่านข่าวที่เกี่ยวเนื่องก่อนหน้านี้ : 'แม่พริตตี้สาว' แฉเจ้าบ่าวกำมะลอหมื่นล้านหลอกแต่งลูกสาวจนเป็นหนี้กว่า 3.5 ล้าน

วันที่ 2 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ น.ส.ไก่ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี พริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกนายเรือง (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ มีการจ้างออร์แกนไนซ์ มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดงานรวมกว่า 3.5 ล้านบาท จากนั้นเบี้ยวไม่จ่ายเงินค่าจัดงานทำให้ฝ่ายหญิงต้องมารับผิดชอบ 

กรณีดังกล่าวดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามนายวสันต์ เทพนคร เจ้าของโรงแรม “อัลวาเรซ” ซึ่งเป็นโรงแรมชื่อดังของจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ทางโรงแรมได้รับจัดงานแต่งให้กับคู่บ่าวสาวดังกล่าวจริง โดยทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้มาติดต่อกับพนักงานฝ่ายขายของทางโรงแรมว่า จะจัดงานแต่งงานในวันที่ 10 พ.ค. 2562 โดยฝ่ายเจ้าบ่าวบอกว่า ตนเองทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องบินเช่าเหมาลำไทย-ฮ่องกง แต่ไม่ได้จ่ายเงินมัดจำ อ้างว่ารอเงินจากหุ้นส่วนที่จะโอนมาให้ เสร็จงานแล้วจะเคลียร์ให้ พนักงานฝ่ายขายจึงหลงเชื่อตกลงจัดสถานที่และอาหารให้งบประมาณทั้งหมดกว่า 400,000 บาท    

ส่วนออร์แกไนซ์ เพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาว ดนตรี และดอกไม้ในการจัดงานก็จัดหามาจากกรุงเทพฯทั้งหมด ซึ่งยอมรับว่าเป็นงานแต่งงานที่หรูหราอลังการงานหนึ่งของจังหวัด ซึ่งคนมีฐานะจึงจะจัดงานใหญ่ๆ แบบนี้ได้ แต่ก็ไม่เอะใจว่าจะมีปัญหา

 จนกระทั่งเสร็จงานพนักงานไปสอบถามค่าสถานที่และอาหารจัดงานกับทางเจ้าบ่าวหลายครั้ง แต่ก็ได้บ่ายเบี่ยงตลอด กระทั่งปิดโทรศัพท์หนีติดต่อไม่ได้ พนักงานจึงได้ติดต่อไปทางฝ่ายเจ้าสาว จึงได้ทราบปัญหาที่เกิดขึ้น จากนั้นเจ้าสาวก็พาแม่มาพูดคุยที่โรงแรมขอร้องไม่ให้เอาเรื่อง โดยรับปากว่าจะผ่อนจ่ายค่าเช่าสถานที่และอาหารในการจัดงาน ด้วยความเห็นใจและสงสารจึงยอมให้ผ่อนชำระ จากนั้นทางเจ้าสาวก็นำเงินมาจ่ายให้ก่อนเบื้องต้น จำนวน 80,000 บาท ส่วนที่เหลืออีกกว่า 300,000 บาท บอกว่า จะทยอยหามาจ่ายให้จนครบ

นายวสันต์ ยังบอกอีกว่า ปกติการรับจัดงานทางโรงแรมจะขอเก็บเงินมัดจำก่อนครึ่งหนึ่ง หลังเสร็จงานก็จ่ายอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอกรณีแบบนี้ ซึ่งหลังจากนี้ก็ได้กำชับพนักงานให้รอบคอบมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก ส่วนตัวก็อยากฝากถึงฝ่ายเจ้าบ่าวน่าจะออกมาแสดงความรับผิดชอบบ้าง
 

 
 
 
 

เพจดังอ้าง "เสี่ยหมื่นล้าน" แท้จริงคือ "พ่อค้าขายเห็ด" พบคดีฉ้อโกงอื้อ

ไทยรัฐออนไลน์3 ต.ค. 2562 09:40 น.
SHARE
 

เพจดังขุดประวัติ "เสี่ยหมื่นล้าน" อ้างที่แท้เป็น "พ่อค้าขายเห็ด" อยู่ตลาดลำลูกกา พบโกงเงินเป็นล้าน คดีฉ้อโกงอื้อ โดนหลอกมาแล้วหลายคน

ขณะที่ แฟนเพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return.v13 ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ "เสี่ยหมื่นล้าน" โดยระบุว่า หมดกันเสี่ย คดีเช็ค สน.บางซื่อ 2557, คดีเช็ค สน.โคกคราม 2558, คดีเช็ค สน.โคกคราม 2558 ครั้งที่ 2, คดีของโคกคราม เคยถูกจับกุมแล้ว (หมายศาลมีนบุรี 2559)

ทั้งนี้ ไม่ได้บอกว่าผู้หญิงจะถูกหรือจะผิด แต่ผู้หญิงเห็นแก่ความรวย เห็นแก่เงิน โปรไฟล์ไฮโซ ไม่แปลกใจที่จะเชื่อและตกลงยินยอม เสียฟรีไม่ว่าแต่ต้องจ่ายสามล้านห้าอย่าไปยอม

(อ่านต้นฉบับ - คลิกที่นี่)

ต่อมา แฟนเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้โพสต์ภาพ เสี่ยหมื่นล้าน พร้อมระบุข้อความว่า "โฉมหน้าเสี่ยกำมะลอ 2 หมื่นล้านลวงหญิงสาวแต่งงาน พบประวัติไม่ธรรมดา"

1. โกหกว่าเป็นที่ปรึกษาทักษิน

2. หลอกมาหลายคนแล้ว (คนก่อนหน้านี้ก็คบมา 4 ปี หลอกเอารถเค้าไปจำนำหนี้เป็นล้าน)

3. จริงๆ แล้วเป็นคนขายเห็ด (รับเห็ดมาขาย)

4. โกงเงินค่าเห็ดไปเป็นแสน

5. มีแผงขายอยู่ที่ตลาดลำลูกกา

(อ่านต้นฉบับ - คลิกที่นี่)

ล่าสุด แฟนเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติม โดยระบุว่า "มอบตัวสะเถอะ ก่อนภูมิหลังอันเลวร้ายของมิจฉาชีพจะแผ่หราบนหน้าเพจ รวมถึงแม่เอ็งด้วย มึงไม่ได้หลอกแค่รายนี้รายแรก ประวัติมึงกระดาษ A4 รีมนึงยังไม่พอ นี่ยังไม่ได้เหลาเรื่องรูปหรูหราหมาเห่าที่มึงเอามาลงนะ ว่ามันมาได้ยังไง มึงไปทำอีท่าไหนมาบ้าง"

1. ไปหลอกโชว์รูมรถเบนซ์

2. ไปหลอกซื้อโฟว์ซีซั่น 157 ห้องพร้อมเช็คปลอมกับสลิปโอนที่เมคขึ้นมา

3. ไปหลอกแลกเงินโดยจ่ายเช็คเด้งตีเป็นเงินไทยเกือบ 16-17 ล้านบ้าน

4. หลอกเอาบ้าน เอารถผู้หญิงไปจำหมดหนักสุดถึงขั้น 200+ ล้าน

5. หลอกเงินคนอื่นจนเค้าต้องขายธุรกิจเพื่อหนีคนอย่างมึงรวมทั้งแม่มึงด้วย

6. ฉ้อโกงด้วยเช็คปลอม เช็คเด้ง

7. ไปแอบอ้างคนมีชื่อเสียงว่ารู้จักเค้าไปทั่ว

8. หลอกผู้หญิงร่ำรวย ทำธุรกิจเช่าเหมาเครื่องบิน นั่นละมึงถึงมีรูปต่างๆ

9. หลอกผู้หญิงให้เค้าจดทะเบียนบริษัท ลงทุน แต่มึงอาศัยเอาสังคมเค้าไปหลอกคนอื่นต่อ

10. แอบอ้างว่าจบตรีจากจุฬาฯ แอบอ้างว่าจบโทโดยเมคใบทรานเฟอร์

11 .เมคแม้กระทั่งบุ๊กแบงก์การเงินของ แบงก์สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด สาขาฮ่องกง

12 .ยืมเงินคนอื่นโดยอ้างว่าแม่ประสบอุบัติเหตุ

13 .ยืมเงินโดยอ้างว่าบ้านจะถูกยึด ข้าวไม่มีกิน แต่บ้านไม่ใช่ของมันเป็นบ้านของผู้หญิงที่มันไปซุกหัวนอน

(อ่านต้นฉบับ - คลิกที่นี่)

 ..................................................

3 ตุลาคม 2562



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 03/10/2019 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

vinitvadee
.......................................
อยากเซฟผู้ว่าฯท่านนี้เอาไว้ก่อนครับ สักวันคงจะต้องอาศัยการทำงานของท่านเป็นแน่

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 03/10/2019 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

มันต้องพึ่ง "สีมือเขา"

แต่แหม ผู้ว่าหมูป่า(ในดวงใจ) ต้องย้ายนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน