*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5608
  • จำนวนผู้ชม : 3365914
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 7 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 286 , 20:48:20 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ผู้มีหน้าที่พิจารณางบประมาณ 2563 เมื่อรับร่างจากประธารสภา ชวน หลีกภัยแล้ว ต้องวางมือจากงานอื่น แล้วมาตรวจสอบเรื่อง

นี้แทน โดยพิจารณาตามความชอบธรรม ไม่ควรใช้คามอคติมาเป็นตัวตั้งเป็นอันขาด ทั้งนี้ เพราะงบประมาณจะเป็นพลังขับเคลื่อนการ

บริหารจัดการประเทศ แล้วผลทั้งหมดจะตกอยู่กับคนไทยทุกคน

         สิ่งที่ไม่อยากเห็นจากฝ่ายค้านเป็นอย่างยิ่ง คือ การอภิปรายเจื้อยแจ้ว แบบน้ำท่วมทุ่ง สอดแทรกการโจมตีรัฐบาลเอามันเท่านั้น

แต่เมื่อพบสิ่งใดที่ไม่เห็นด้วย ค่อยอภิปรายให้ได้เห็นทั่วกัน

 

 

จ่ายแล้ว..พ่อแม่13 ศพรับเงินบริจาคทั้งน้ำตาแต่ไม่ขอรับสินไหม

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 18:35 น.
จ่ายแล้ว,พ่อแม่13ศพ,นศวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ

จ่ายแล้ว.. พ่อแม่13 ศพร่ำไห้รับเงินบริจาค รายละ3.2แสน ระบุปิดบัญชียอดเงิน 4,9 ล้านบาท กรณีนศ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษประสบอุบัติเหตุหมู่ แต่ไม่ขอรับสินไหมจากคนขับ

              วันที่ 7 ตุลาคม 2562 ที่ วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายอักษรศิลป์ แก้วมหาวงศ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิค พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษา และบิดา - มารดา ผู้ปกครองของน้องๆ นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ที่เดินทางไปฝึกงานที่อู่ซ่อมรถที่จังหวัดสมุทรปราการ และเมื่อฝึกจบรุ่นพี่ที่ทำหน้าที่เป็นครูฝึกก็ได้เลี้ยงส่ง ก่อนที่จะเดินทางไปชมหมอลำกันต่อ

             แต่ขากลับโชคร้าย รถยนต์ที่เดินทางไปประสบอุบัติเหตุหมู่ ทำให้นักศึกษาเสียชีวิต 10 คน บาดเจ็บ 2 คน ขณะที่มีรุ่นพี่เสียชีวิตด้วย 2 คน รวมทั้งคนงานที่อู่ที่เดินทางไปด้วยกันเสียชีวิต 1 คน รวมมีผู้ชีวิตทั้งหมด 13 คน บาดเจ็บ 6 ราย รวมที่เดินทางไปด้วยกัน 19 คน

           ล่าสุดวันนี้ (7 ต.ค.2562) นายธงชัย เจริญพานิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในการปิดบัญชีบริจาค ชื่อบัญชี “เพื่อนักศึกษาผู้ประสบอุบัติเหตุ วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ” โดยได้เปิดไว้ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2562 และได้ทำการปิดบัญชีลงในวันที่ 7 ตุลาคม 2562 สรุปยอด ณ เวลาที่ปิดบัญชี 09.20 น. มียอดเงินทั้งสิ้น 4,930,116.59 บาท 

         นายอักษรศิลป์ แก้วมหาวงศ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิค ชี้แจงว่า ในยอดเงินดังกล่าวที่ทำการปิดบัญชีมาแล้ว ได้ดำเนินการพิจารณาจัดสรรตามมติของคณะกรรมการสถาบันอาชีวศึกษา ในจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีการประชุมหารือกันไปแล้วเมื่อวานนี้ ดังนี้ 1.จ่ายเยียวยาให้กับญาติผู้ที่เสียชีวิต ทั้งหมด ทั้ง 13 คน จำนวนคนละ 320,000 บาท คือทั้งที่เป็นนักศึกษา และไม่ใช่นักศึกษา ให้เท่ากันทั้งหมด 2.ในส่วนของผู้บาดเจ็บที่ยังนอนพักรักษาตัว อาการสาหัส ยังไม่ได้สติอีก 1 ราย มอบให้ญาติ จำนวน 280,116.59 บาท และบาดเจ็บแต่รู้สึกตัวแล้วอีก 2 ราย คนละ 200,000.-บาท พร้อมกับในส่วนที่บาดเจ็บไม่สาหัส พูดจา หรือออกจาก รพ.ไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้แล้ว มอบให้ญาติ รายละ 30,000.-บาท 3 ราย เงินจำนวนนี้ก็จะหมดพอดี

              นายธงชัย เจริญพานิชยฺกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ในนามของผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ในนามของคนศรีสะเกษ ก็ขอแสดงความเสียใจกับญาติพี่น้อง ของน้องๆ นักศึกษา และญาติของผู้ที่เสียชีวิต และบาดเจ็บในเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งขอย้ำว่า ทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากที่จะให้เกิด แต่เมื่อเกิดแล้ว

         "ก็ขอแสดงความเสียใจ หากมีสิ่งใดที่จังหวัดศรีสะเกษ พอที่จะช่วยได้ก็จะดำเนินการทันที และในวันนี้เงินที่พี่น้องประชาชนคนไทยได้ร่วมกันโอนมาบริจาคเพื่อน้องๆ เราก็ได้จัดสรรให้กับทุกคน ทั้ง 19 คน อยากเป็นธรรม โดยผ่านคณะกรรมการดำเนินการของสถาบัน วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ แล้ว" รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าว

 

             ด้าน นางทิพพากรณ์ สีถาน ซึ่งเป็นแม่ของ นายสุริยัน สีถาน น้องนักศึกษาเทคนิคที่เสียชีวิต แต่เป็นชาวจังหวัดยโสธร เปิดเผยทั้งน้ำตา ว่า วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกฝ่าย ขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ได้ช่วยพวกตนที่สูญเสียลูก ๆ ไปโดยไม่มีวันกลับ ตนเสียใจมากนับตั้งแต่ทราบข่าว ซึ่งลูกเป็นความหวังของแม่ที่จะมาดูแลครอบครัวต่อไป แต่เมื่อเขาจากไปแล้วก็ได้แต่ทำใจ และในส่วนเงินสินไหมทดแทนที่จะได้อีกส่วน จากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ จำนวนรายละ 35,000 บาท ซึ่งหากจ่ายให้กับตนแล้ว ก็จะต้องไปเรียกเก็บจากเจ้าของรถยนต์ หรือผู้ที่ขับรถยนต์พาทุกคนไปประสบอุบัติเหตุ

           นางทิพพากรณ์  กล่าวว่า ในส่วนนี้ ตนจะไม่ขอรับ เพราะเห็นใจเขา ทุกคนไม่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ในวันเผาศพพ่อของน้องที่ขับรถไป ยังมางานศพลูกตน ก็พูดคุยกันอยู่ ตนจึงขอปฏิเสธที่จะรับเงินก้อนนี้ เพราะเชื่อว่าเขาคงลำบากทั้งกาย และใจเช่นกัน ลูกเขาก็บาดเจ็บสาหัสอยู่

บ่ายนี้ปธ.สภาส่งเอกสารงบ 63 ให้ ส.ส.ศึกษารายละเอียด

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 12:01 น.
งบประมาณ,ชวน หลีกภัย,ศึกษารายละเอียด

ประธานสภาฯ เตรียมส่งเอกสารงบ 63 ให้ ส.ส.ศึกษารายละเอียดบ่ายวันนี้ เชื่อ วิปสองฝ่ายมีวิธีดูแลเสียงปริ่มน้ำ ขณะกรณี นวัธ เตาะเจริญสุข ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

การเมือง

ธนกร โร่แจ้งปอท.แจ้งจับมือตัดต่อภาพใส่ข้อความเท็จ

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 11:27 น.
ธนกร,แจ้งความปอท,ใส่ร้าย

"ธนกร" โร่แจ้งความปอท.ถูกตัดต่อภาพใส่ข้อความเท็จปมรถบรรทุกขนยาเสพติดหล่นเกลื่อนถนน เผย ถูกแชร์ไปมากกว่าหมื่นครั้งถูกเกลียดชัง ชี้การเมืองยุคใหม่ควรสร้างสรรค์


           7 ต.ค.2562-นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ  รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อเอาผิดกลุ่มบุคคลที่่นำข้อมูล รูปภาพ และข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับตนไปเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก และโซเชียลมีเดีย ทำให้ถูกเข้าใจผิดและเกลียดชัง โดยนำข้อความและรูปที่ถูกนำมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก มาเป็นหลักฐานมอบให้ตำรวจ

คลิปที่ 2

 

              นายธนกร บอกว่า มีกลุ่มคน หรือกลุ่มแฮ็คเกอร์ ได้นำภาพของตนเองไปตัดต่อ และนำข้อความอันเป็นเท็จมาใส่ โดยได้นำภาพไปโพสต์ในเฟซบุ๊คและถูกแชร์ต่อกันในโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีข้อความว่า “สิบล้อพลิกคว่ำที่เพชรบุรี ยาไอซ์เกลื่อนถนนมูลค่านับพันล้าน แต่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าเป็นสารส้มบด ไม่ใช่ยาไอซ์ คนก็ด่ากันทั้งประเทศฯ” ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ตนไม่เคยพูดหรือให้ข่าวแก่ผู้ใดด้วยถ้อยคำดังกล่าว ถือว่าเป็นการให้ร้ายตน ทำให้ถูกกลียดชัง ดังนั้น จึงต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าการใส่ร้ายอย่างร้ายแรงนี้ ตัวเองไม่สามารถยอมรับได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความและดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลนี้ให้ถึงที่สุด

           “ยอมรับว่า ที่ผ่านมาตัวเองทำหน้าที่รองโฆษกพรรค เพื่อคอยชี้แจงประเด็นต่างๆ ตามหน้าที่ แต่ก็เคยถูกโจมตี ด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงมาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยคิดจะฟ้องร้อง หรือดำเนินคดีกับบุคคลใด แต่ครั้งนี้จำเป็นต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะถือว่าเกินเลยไป ที่นำตนไปเกี่ยวข้องกับการจับยาเสพติด ซึ่งตนรับไม่ได้ พร้อมกับหวังว่าเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะเชื่อมั่นว่าการเมืองสมัยใหม่เน้นสาระข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่สร้างเรื่องเท็จบิดเบือนข้อมูลโจมตีกันเช่นนี้” รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐฯ กล่าว 

          นายธนกร กล่าวอีกว่า สำหรับคดียาเสพติดดังกล่าวนั้น เป็นการจับกุมหลังรถบรรทุกสิบล้อเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ จนพบยาไอซ์เกือบ 500 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เกลื่อนถนน เหตุเกิดที่บริเวณถนนเพชรเกษม จ.เพชรบุรี ก่อนจะนำของกลางและผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดดำเนินคดี

         ขณะที่พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว และจะเร่งตรวจสอบ พร้อมสอบปากคำนายธนกร ก่อนดำเนินการต่อไป ขณะเดียวกันทาง ปอท. ได้เตรียมดำเนินการปราบปราม และเอาผิดกับกลุ่มคนทำเฟคนิวส์ หรือข่าวปลอมอีกด้วย

คลิปที่ 3

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรอบเวลาในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายงบประมาณปี 2563 ว่า เตรียมจัดส่งเอกสารงบประมาณให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในช่วงบ่ายวันนี้ (7 ต.ค.) เพื่อให้สมาชิกได้มีเวลาในการศึกษารายละเอียดล่วงหน้า เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมากและมีหลายเล่ม

พร้อมย้ำว่าเรื่องกำหนดวันที่ใช้ในการพิจารณาอย่างน้อยคือวันที่ 17 - 18 ต.ค. นี้ จะเริ่มขึ้นในเวลา 9.30 น.โดยไม่มีการกำหนดเวลาเลิกการประชุม แต่หากพิจารณาไม่เสร็จก็สามารถอภิปรายต่อไปได้ในวันที่ 19 ต.ค.นี้ โดยขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับวิปพรรคร่วมรัฐบาลและวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่ก่อนเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญก็จะต้องหารือกันก่อนอย่างแน่นอน

ส่วนปัญหาเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลจะสามารถครอบคลุมได้หรือไม่นั้น นายชวน กล่าวว่า เข้าใจว่าทุกฝ่ายคงดูแลเสียงฝั่งของตนเอง ซึ่งการจะให้ใครไปประชุมต่างประเทศในช่วงนี้ ก็คงไม่อนุมัติ เพื่อไม่ให้คะแนนเสียงมีปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายนวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย จะสามารถใช้เอกสิทธิ์การเป็น ส.ส.คุ้มครอง เพื่อเบิกตัวออกจากเรือนจำมาประชุมสภาฯได้หรือไม่นั้น นายชวน กล่าวว่า ต้องรอการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

การเมือง

(คลิป) ฝ่ายค้านฟอร์มทีมซักฟอกงบฯความมั่นคง

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 12:58 น.
พรบงบประมาณ,ฝ่ายค้าน,ความมั่นคง

ฝ่ายค้านไม่โหวตหนุนงบฯ 63 แค่อยู่เงียบๆ ก็คือไม่คัดค้านแล้ว จัดทีมซักฟอกปมเทงบให้งานความมั่นคงมากกว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ค้านซื้อยุทโธปกรณ์ แต่ต้องไม่เว่อร์

 

คลิปที่ 1

 

7 ตุลาคม 2562 สถาบันพระปกเกล้า ห้องรำไพพรรณี  นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563  

คลิปที่ 2

 

โดยยืนยันว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะไม่ยกมือสนับสนุนให้รัฐบาล  ที่ผ่านมาจากประสบการณ์การเป็นส.ส.มา 30 ปี ไม่เคยเห็นส.ส.ฝ่ายค้านไปยกมือสนับสนุน แต่จะใช้วิธีการอยู่เงียบ ๆ  ไม่คัดค้านอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องที่ ส.ส. จะต้องยกมือเห็นด้วยทั้งหมด 500 คน แตกต่างจากกรณีเสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ส.ส.ทั้งหมดเห็นด้วย

ส่วนตัวคิดว่าการที่ฝ่ายค้านไม่ยกมือให้คงไม่ถึงขั้นทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบฯไม่ผ่าน แต่ต้องดูที่ข้อเท็จจริงจากร่าง พ.ร.บ.งบฯที่ผ่าน คณะรัฐมนตรีในวันนี้ ซึ่งถ้าไม่ผ่านมาจริงๆก็เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณาว่าจะแสดงความรับผิดชอบ แต่ไม่ทราบว่าท่านจะรับผิดชอบหรือไม่ เพราะหลาย ๆ ครั้งที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบก็ไม่ได้รับผิดชอบ แต่ส่วนตัวเห็นด้วยว่า ถ้าหากร่าง พ.ร.บ.งบฯไม่ผ่านประชาชนก็จะเดือดร้อน เพราะเมื่อมีงบประมาณก็จะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน มีการใช้จ่ายจากการลงทุนสร้างถนนและเส้นทางต่างๆ แต่ที่ผ่านมาไม่ทราบว่าหมุนเวียนอย่างไรเศรษฐกิจจึงไม่ดีขึ้น จนต้องมีการแจกเพื่อให้เงินหมุนเวียน

"เท่าที่ทราบเบื้องต้นงบประมาณที่ออกมากลับไปให้ความสำคัญในด้านความมั่นคงมากกว่าด้านเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน ทำมาหากินลำบาก แต่กลับเอาเงินไปซื้อยุทโธปกรณ์ต่างๆมากมาย  ผมพูดเช่นนี้ไม่ขัดข้องกับการซื้อยุทโธปกรณ์แต่ควรเป็นไปอย่างพอเหมาะพอดี ไม่เว่อร์จนเกินไป อย่างเรือดำน้ำซึ่งผมก็ไม่เห็นด้าย เราซื้อยุทโธปกรณ์เพื่อป้องกัน ไม่ได้ไปสู้รบกับใคร" ผู้นำฝ่ายค้านกล่าว

นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านได้เตรียม ส.ส.สำหรับอภิปรายงบประมาณแล้ว โดยจะแบ่งออกเป็นด้านๆ อาทิ ด้านสังคม เกษตร การเมือง  ส่วนตัวเห็นว่าการพิจารณาเพียงแค่ 2 วันอาจไม่เพียงพอ อาจจำเป็นต้องขยายออกไปเป็นวันที่ 3 เพราะปัจจุบันรายละเอียดของงบประมาณมีมากกว่าในอดีต  และยังต้องตรวจสอบไปถึงที่มาของงบประมาณ จึงต้องใช้ระยะเวลาในการสอบถามมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจาก 5 ปีที่ผ่านมา ที่ประชาชนไม่ค่อยได้รับทราบ พ.ร.บ.งบฯเข้าสภาฯก็พิจารณากันแค่ 3 ชั่วโมง ไม่รู้ว่าได้พิจารณารายละเอียดหรืออ่านแค่เพียงหน้าปก

 

รับลูกยกเลิกสารพิษอันตราย​ 3 ชนิด

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 16:09 น.
รับลูก,ยกเลิกสารพิษอันตราย​,คมชัดลึก

"สุริยะ" พร้อมรับลูกยกเลิกสารพิษอันตราย​ 3 ชนิด​ รอ ​ก.เกษตรฯชง ก่อนเรียกประชุมกก.วัตถุ​อันตรายได้ในสัปดาห์​นี้ มั่นใจรอบนี้สำเร็จแน่​ 

        7​ ต.ค.2562-ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายสุริยะ​ จึง​รุ่งเรือง​กิจ​ รัฐมนตรี​ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม​ กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอให้ยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายในภาคเกษตรกรรม​ 3 ชนิด​ ได้แก่​ พาราควอต ไกลโฟเซต​ และคลอร์ไพริฟอส ว่า​ เป็นเรื่องที่กรมวิชาการเกษตรในฐานะดูแลรับผิดชอบ​เรื่องสารพิษอันตราย​ 3 ชนิด​นี้​ จะต้องเสนอมายังคณะกรรมการ​วัตถุ​อันตราย​หากเห็นว่าควรยกเลิก​

 

              หลังจากนั้นคณะกรรมการ​ดังกล่าวจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา​ ยืนยันกระทรวงอุตสาหกรรม​และผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม​ที่อยู่ในคณะกรรมการ​ชุดนี้ชัดเจนว่าต้องการให้ยกเลิกการใช้​ ทราบว่าในบ่ายวันเดียวกัน​  น.ส.มนัญญา​ ไทยเศรษฐ์​ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​เกษตรและสหกรณ์​ ได้ประชุมคณะกรรมการ​ 4 ฝ่าย​ ประกอบด้วย ภาครัฐ ผู้นำเข้าสารเคมี เกษตรกร และผู้บริโภค​ ซึ่งหากผลเป็นอย่างไร​ ตนจะให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม​ในฐานะประธานคณะกรรมการ​วัตถุ​อันตราย​นำเรื่องเข้าที่ประชุมและลงมติ​

 

          โดยหาก น.ส.มนัญญาประชุมและมีมติเสนอให้ยกเลิกการใช้ภายในวันนี้และเสนอมายังกระทรวงอุตสาหกรรม​ในวันที่​ 8​ ตุลาคม​ ในสัปดาห์นี้หรืออย่างช้าก็ต้นสัปดาห์หน้า​ ก็จะสามารถประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณา​เรื่องดังกล่าวได้​ ยืนยันไม่มีดึงเรื่อง​ ซึ่งตอนนี้หลายฝ่ายเห็นด้วยให้ยกเลิก  เชื่อว่าคณะกรรมการ​จะมีมติยกเลิกการใช้​ ส่วนที่นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​สาธารณสุข​ อยากให้คณะกรรมการลงมติอย่างเปิดเผย​ ตนก็เห็นว่าไม่มีปัญหาอะไร​ เรื่องนี้ไม่มีวาระซ่อนเร้น​ การเปิดเผยจึงเป็นเรื่องที่ดี​ ตนเชื่อมั่นว่า​การยกเลิกการใช้สารเคมีครั้งนี้​จะสำเร็จ

 

(คลิป) มท.1 เผยงบมหาดไทยเรียบร้อยดี

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 09:06 น.
กอรมน,อนุพงษ์ เผ่าจินดา,มท1,กระทรวงมหาดไทย,ปฏิรูปกอรมน

อนุพงษ์ บอก ธนาธรเสนอปรับโครงสร้างกอ.รมน. รื้อได้ก็ทำไป ตามกรอบกฏหมาย เผยจัดทำงบฯมหาดไทยเรียบร้อย สภาฯทำหน้าที่กลั่นกรอง 

คลิปที่ 1

7 ตุลาคม 2562  ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการจัดทำงบประมาณในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ว่า เรียบร้อยดี วันนี้ (7ก.ย.)จะเป็นการนำหลักเกณฑ์การใช้งบ 

 
 
     
  •  
คลิปที่ 2

โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่น รวมถึงกรอบดำเนินการใช้งบเข้าสู่มี่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) 

ต่อข้อถามที่ว่า มีหลายส่วนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับลดงบประมาณในกระทรวงสำคัญแล้วไปเพิ่มให้กับกระทรวงด้านความมั่นคง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ก็ควรจะต้องไปว่ากันในขั้นตอนการเสนองบประมาณ ก็มีสภาอยู่ทั้งสภา มีการตั้งคณะกรรมาธิการมีการพิจารณาในวาระต่างๆ ทุกอย่างมีกลไกในการดำเนินการอยู่แล้ว อย่างนั้นก็จะต้องไปดำเนินการในสภา และคิดว่าสภาก็คงทำหน้าที่อยู่แล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อว่าพ.ร.บ.งบฯของรัฐบาลจะผ่านรัฐสภาไปอย่างราบรื่นใช่หรอไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนตอบในหลักการไปแล้วว่ามีกลไกของสภา และการตั้งกรรมาธิการ จะให้ตนไปวิพากษ์คงไม่ได้ 
 
 

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้  นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์กรณีเป็น 1 ใน 12 แกนนำฝ่ายค้านที่ถูกพล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความดำเนินคดีตามม.116 ฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกว่า เป็นข้อหาที่ร้ายแรง ในต่างประเทศตามปกติไม่ใช้กันกับเวทีสัมมนา ซึ่งเวทีที่ฝ่ายค้านจัดขึ้นนั้นเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นการรณรงค์อย่างสันติ 

โดยบอกว่า "เชื่อว่าคดีนี้ยังไงก็ไม่ผิด ก็ต้องเรียนพี่น้องประชาชนว่า คสช.ในฐานะองค์กร ละลายหายไปแล้ว ละเหยหายไปแล้วหลังจากการเลือกตั้ง แต่มันยังแฝงอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ บางส่วนแฝงอยู่ในกอ.รมน.รูปแบบใหม่ที่มีอำนาจเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผมคิดว่าเดินหน้าต่อไป เราเองจำเป็นต้องปฏิรูปกอ.รมน.ด้วย การใช้กรอบคิดที่มองประชาชนเป็นศัตรู ไม่สามารถทำให้ประเทศชาติปรองดองได้ ผมคิดว่ารัฐบาล กอ.รมน. หน่วยงานความมั่นคงมีปัญหากับวิธีคิดแบบนี้มากที่มองประชาชนเป็นศัตรู มองผู้เห็นต่างทางความคิดเป็นคู่ขัดแย้ง" 

 

จุดชนวนแก้รัฐธรรมนูญเพื่อ…

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 11:20 น.
วงในวงนอก,รัฐธรรมนูญ,สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

คอลัมน์...  วงในวงนอก   โดย... อสนีบาต aussaneebard@hotmail.com

          ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้กำหนดโครงสร้างประเทศประกอบด้วย บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ โดยเฉพาะอำนาจนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก หรือ ส.ว. 

          กล่าวสำหรับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาจากพี่น้องประชาชนเลือกตั้ง เพื่อมาทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนปวงชนชาวไทย คอยตรวจสอบท้วงติง เสนอกฎหมาย ผ่านกระบวนการในสภา

          บนฐานความคิดแบบบ้านๆ ไม่ได้เป็นนักเรียนนอกจบระดับดอกเตอร์เข้าใจสถานะของ ส.ส.เพียงเท่านี้ล่ะครับ


          ครั้นให้อธิบาย ส.ส.ทำอะไรที่นอกเหนือกว่านี้ จะต้องปฏิบัติตนภายใต้กรอบจริยธรรมตามมาตราไหนบ้าง เห็นทีต้องเปิดตำรารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันอธิบายกันยาว

          แต่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ในอดีตและปัจจุบันทั้งที่โลกมีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีไปเรื่อยๆ นี่จะเข้าสู่ยุค 5.0 แต่พัฒนาการนักการเมืองที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของไทยก็ยังไม่ก้าวไปไหนเลย

          ท่านผู้แทนในสภาอย่าเพิ่งน้อยใจ…อสนีบาต… กำลังกล่าวถึงกลุ่ม นักการเมืองหน้าเดิม เจือสมด้วย นักการเมืองรุ่นใหม่ ที่ว่าน่าจะฝากฝังสร้าง อนาคตใหม่ ให้ประเทศ แต่จมปลักอยู่กับสิ่งเรียกว่า “แก้ไขรัฐธรรมนูญ”

          แทนที่จะเอาเวลาร่วมคิดค้นสิ่งดีงามจรรโลงจิตใจ หรือลองไปหย่อนก้นสัมผัสธุลีดิน มองดูวิถีชีวิตผู้คนในเมืองหรือต่างจังหวัด จะเห็นมิติชีวิตต้องดิ้นรนต่อสู้ในแต่ละวัน เห็นมนุษย์เดินดินกินข้าวแกง เห็นความเหลื่อมล้ำต่ำสูง

          แล้วกลับมาคิดทบทวน เมื่อเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน สวมสูทผูกเนกไทอยู่ในสภาอันทรงเกียรติจะทำอะไรเพื่อประชาชนบ้าง จะเสนอร่างกฎหมายให้ผ่านสภาเพื่อความก้าวหน้าสถาพรกี่ฉบับ

          ตัวอย่างเล็กๆ แบบนี้ แทบไม่เคยได้ยินได้ฟังจากกลุ่มคนเหล่านี้เลย

          กลุ่มคนที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย เป็นตัวแทนที่ได้ปฏิญาณตนด้วยความจงรักภักดีต่อสามเสาหลักของประเทศ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์

          การก่อร่างสร้างประเทศผ่านองค์กร บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ครบตามรัฐธรรมนูญ กำลังเดินไปได้ด้วยดี รัฐบาลบริหารประเทศผ่านมาได้แค่สามเดือนแต่กลับมีกลุ่มนักการเมืองกระเหี้ยนกระหือรือขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

          กลุ่มหนึ่งใช้กลไกในสภาด้วยการยื่นญัตติเพื่อนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ก็ควรเป็นไปตามครรลอง อีกกลุ่มหนึ่ง เดินสายโน้มน้าวความคิดผู้คนอยู่นอกสภา

          จะไม่ว่าเลยหากการรณรงค์ให้ข้อมูลความรู้เรื่องของประเด็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ทว่ากลับเริ่มต้นด้วยการปลุกปั่นจุดชนวนให้เกิดความแตกแยก ลองใช้รอยหยักในสมองเอามากลั่นกรองสิ่งที่พูดออกไปเถิดว่ามันสมควร เหมาะสมต่อกาลเวลาหรือไม่

          วีรกรรมความคิดกลุ่มคนเหล่านี้ปรารถนาอย่างยิ่งยวดด้วยความพยายามจะแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง หรือกล่าวกันติดแฮทแท็ก “มาตรา 112” นั่นปะไร กระทั่งผ่านการเลือกตั้งเข้ามาเป็นผู้แทนหน้าสลอนในสภาออกมากล่าวหา "รัฐธรรมนูญเฮงซวยทุกมาตรา” มาถึงความหาญกล้า ริอาจเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 1

          อันว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาตรา 1 ระบุไว้ดังนี้ “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้” สื่อความหมายให้เห็นถึงความเป็นชาติที่สมัครสมานสามัคคี มิอาจแบ่งแยกได้

          อสนีบาต …เคยกล่าวไว้ การที่หัวโจกคนการเมืองที่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ออกมายืนยันต่อหน้าสื่อสารมวลชน จะไม่แตะมาตรา 1 มาตรา 2 มาตรา 3 แต่องคาพยพ คงแสดงความเห็นโฉบเฉี่ยวจะขอแก้ไขมาตราอันกระทบต่อความสงบสุขของประเทศ

          การออกมาเอื้อนเอ่ยไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง ไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญให้พวกพ้อง ดูจะเป็นคำพูดเหม็นขี้ฟัน เพราะสิ่งที่ท่านสร้างวาทกรรมเบื้องหน้าไว้สวยหรูไม่ตรงกับพฤติการณ์ที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน

          ไม่แปลกใจเลยการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละครั้งจึงสร้างประเด็นให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องตัดสินใจดำเนินคดีในข้อหายุยงปลุกปั่น

          ไม่แปลกใจเลยที่พวกท่านสุมหัวออกมาแถลง ไม่รู้สึกรู้สากับการถูกแจ้งความดำเนินคดี โดยยืนยันจะเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปพร้อมกับจับได้ในคำพูดเสมือนเปิดหน้าไพ่ออกมาว่า “ประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญได้จุดติดแล้ว"

          เมื่อขมวดความคิดอหังการ พอจะมองเห็นเป้าหมายลึกๆ ของพวกนี้ “กำลังใช้ประเด็นแก้รัฐธรรมนูญเป็นชนวนให้เกิด…." เติมช่องว่างกันเอาเอง

          จงเจริญเถอะพ่อคุณ เหล่านักการเมืองผู้ปลุกปั่นสร้างความแตกแยก

 ..............................................................

7 ตุลาคม 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน