*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5577
  • จำนวนผู้ชม : 3356070
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 384 , 13:11:34 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สิงห์นอกระบบ , wullopp และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         เงินเดือนส.ส. ส.ว.ปัจจุบันก็เป็นแสนอยู่แล้วแต่ยังไม่พอ ค.ร.ม.เสนอเข้าสภาเพิ่มขึ้นอีก แล้วอย่าฝันว่าจะมีใครค้านในสภาเป็น

อันขาด เพราะฟ้าจะผ่าจนสภาพังเสียก่อน

         ผ.อ.โรงเรียนใกล้เกษียณฯ แต่ยังขยันจะซ่อมรอยแตกของถนนในโรงเรียน จึงต้มยางมะตอยถ่ายใส่ถังพลาสติก แล้วใช้เด็กชาย

อายุแค่ 4 ขวบหิ้วไปเท ไม่ทันคิดถึงว่าถังมันจะละลายขณะที่เด็กกำลังหิ้วเอาไป ทำให้ยางมะตอยหกเรี่ยราดมาถูกแขนขวาของเด็ก

ครั้นพอเด็กเอามือซ้ายปัด ก็ทำให้มือซ้ายบาดเจ็บสาหัสไปด้วย

         ขณะนี้ยังไม่มีข่าวผู้อุปถัมภ์ค่าทำศัลยกรรมพลาสติกแก้ไขรอยแผลที่ตัวเด็กเสียแต่เนิ่นๆ แต่ดูเหมือนจะปล่อยให้เด็กต้องเป็นไป

ตามยถากรรม จนต้องพิการไปตลอดชีวิตกระมัง

  

 

 ..........................................................

'วิษณุ'ชี้หากร่างพ.ร.บ.งบฯไม่ผ่าน รัฐบาลต้องรับผิดชอบ'ลาออก-ยุบสภา'

'วิษณุ'ชี้หากร่างพ.ร.บ.งบฯไม่ผ่าน รัฐบาลต้องรับผิดชอบ'ลาออก-ยุบสภา'

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 12.14 น.
"วิษณุ"ชี้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯเป็นกฎหมายสำคัญ ถ้าสภาฯลงมติไม่ผ่าน รัฐบาลต้องรับผิดชอบ"ลาออก-ยุบสภา" แจงรัฐธรรมนูญ60ไม่ห้ามรมต.ที่เป็นส.ส.ลงมติ แตกต่างรธน.40และ50
 

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้รับทราบถึงการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ว่าสามารถลงมติได้หรือไม่ ว่า มีการสงสัยกันในเรื่องดังกล่าว เพราะรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเขียนไว้ไม่เหมือนกัน แต่เราได้ทำความเข้าใจแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสามารถลงมติได้ ทั้งนี้ เกิดจากความเคยชินเนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2540 ระบุว่าเมื่อ ส.ส.มาเป็นรัฐมนตรีจะต้องลาออกจาก ส.ส.ภายใน 30 วัน ดังนั้น จะเหลือแต่ความเป็นรัฐมนตรี ซึ่งไม่สามารถไปโหวตอะไรในสภาฯได้ ต่อมารัฐธรรมนูญปี 2550 เขียนอีกแบบหนึ่งว่า ส.ส.เป็นรัฐมนตรีได้โดยไม่ต้องลาออก แต่รัฐมนตรีจะลงมติในเรื่องที่ตนมีส่วนได้ส่วนเสียไม่ได้ จึงทำให้รัฐมนตรีหลายคนที่เป็น ส.ส.ไม่กล้าโหวตในเรื่องงบประมาณ และไม่กล้าโหวตในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเอง แต่เมื่อมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ส.ส.เป็นรัฐมนตรีในเวลาเดียวกันได้ และไม่ได้ระบุเหมือนแต่ก่อนว่าจะลงมติในเรื่องที่ตนมีส่วนได้เสียไม่ได้ ประเด็นนี้ถูกตัดออกไปแล้ว ซึ่งก็แปลว่าสามารถลงมติได้ แต่โดยมารยาทแล้วในการลงมติไม่ไว้วางใจตัวเอง ไม่ควรจะลงมติ แต่ในเรื่องการเสนอกฎหมาย จะเป็นเรื่องงบประมาณหรือกฎหมายอะไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่เป็นเรื่องมีส่วนได้เสียส่วนตัว แต่เป็นส่วนได้เสียส่วนรวม ดังนั้น รัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม และโดยสรุปก็มีรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.มีความสงสัยอยู่ 19 คน สามารถลงมติในเรื่องงบประมาณเช่นเดียวกับลงมติในเรื่องอื่นๆ ได้

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับรัฐมนตรีอย่างไรบ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า นายกฯ ก็บอกให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี แต่ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.หรือไม่เป็น ส.ส.ก็ตาม ก็ต้องเข้าประชุม เพราะเป็นเรื่องงบประมาณ หากมีการสอบถามเรื่องของกระทรวงใดก็สามารถที่จะช่วยอธิบายได้ โดยเฉพาะในวาระที่หนึ่ง

"นายกฯ ยังกำชับว่า จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เอาไว้พิจารณาในชั้นแปรญัตติ จึงขอให้ผู้แทนรัฐบาลที่มีอยู่ 15 คน ที่จะไปเป็น กมธ.ควรเป็นคนที่มีเวลาว่างเป็นหลัก ไม่ใช่ไปเป็นโก้ๆ หลายคนคิดว่าการไปเป็น กมธ.งบประมาณ เป็นเกียรติยศ แต่ความจริงต้องนั่งประชุมตลอดเวลาถึง 60 วัน เพราะจะต้องพิจารณากฎหมายยาวนานที่สุด และแม้จะไม่ได้ทำหน้าที่ประธานหรือรองประธาน ก็ถือเป็น กมธ.ซึ่งที่ประชุมจะต้องดูไปทีละมาตรา ส่วนรายชื่อรัฐมนตรีที่จะมาเป็น กมธ.ในส่วนรัฐบาล ยังได้รายชื่อไม่ครบ แต่ได้ 3 รายชื่อ ที่จะเป็นตัวแทนหลัก ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และปลัดกระทรวงการคลัง ในส่วนที่เหลือจะให้แต่ละพรรคการเมืองไปหาและนำมาเสนอโดยไม่ต้องนำรายชื่อเข้า ครม.อีก แต่ให้แจ้งไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ เพื่อประสานกับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) โดยรายชื่อไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรี เพราะมีจุดอ่อนที่อาจจะไม่มีเวลาไปนั่งเป็น กมธ."

เมื่อถามย้ำว่า การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ทางสภาผู้แทนฯ ได้แจ้งมาหรือไม่ว่าจะใช้เวลากี่วัน นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลเป็นฝ่ายเปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาในวันที่ 17 ตุลาคม และปิดประชุมวิสามัญฯ ในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะมีเวลารวมกันทั้งหมดประมาณ 3 - 4 วัน ซึ่งก็ต้องไปแบ่งกันเองกับ ส.ว.ด้วย ถ้า ส.ว.ไม่เอา ส.ส.ก็ได้ไปทั้งหมด แต่ถ้า ส.ว.เอา ก็ต้องเหลือให้ ส.ว.สัก 1 วัน หรือครึ่งวัน ก็ขอให้วิปรัฐบาลไปตกลงกันเอง แต่ ส.ว.ก็ขอเวลาไว้แล้ว เพราะเขามีเรื่องที่จะต้องทำเหมือนกัน ไม่มีปัญหาอะไร แต่อย่างน้อยเบื้องต้น 2 วันอยู่แล้ว ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ถ้าเลยจากนั้นก็เป็นวันเสาร์และวันอาทิตย์

เมื่อถามว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ถ้าหากไม่ผ่านสภาฯ จะมีผลอย่างไรกับความรับผิดชอบทางการเมืองและทางกฎหมายหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและในระบบรัฐสภา มีอยู่แล้วว่าอะไรก็ตามที่สภาฯ เสียงข้างมากไม่ไว้วางใจรัฐบาล รัฐบาลนั้นก็ไม่พึงจะอยู่ต่อไป ซึ่งการไม่ไว้วางใจนั้นแสดงออกได้ 2 อย่าง คือ 1.ไม่ไว้วางใจโดยเปิดเผย ตรงนี้ทำโดยการลงมติไม่ไว้วางใจ 2.ไม่ไว้วางใจโดยปริยาย จะแสดงออกจากการที่รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายสำคัญเข้าสภาฯ แล้วสภาฯ ลงมติให้ไม่ผ่าน ซึ่งก็แปลว่าสภาฯ ไม่ยอมให้เครื่องมือรัฐบาลไปทำงาน รัฐบาลก็ไม่ควรจะต้องอยู่ แต่วิธีที่จะไม่อยู่นั้น สามารถทำได้ 2 อย่าง คือ 1.ทำโดยรัฐบาลลาออก หรือ 2.ทำโดยออกด้วยกันทั้งคู่ เพราะการที่สภาฯ ไม่เห็นชอบนั้น ไม่รู้ว่าประชาชนเขาคิดอย่างไร จึงยุบสภาแล้วไปเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ดังนั้น ทางออกสามารถทำได้ 2 อย่าง ซึ่งเป็นเรื่องทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลก และเราก็ปฏิบัติอย่างนี้ตลอดมา โดยในอดีตก็เคยมีรัฐบาลที่ลาออกเพราะสภาฯ ลงมติไม่ผ่านกฎหมาย แต่ก็มีรัฐบาลที่ไม่ลาออกแม้สภาฯ ลงมติไม่ผ่านกฎหมายเช่นกัน เพราะถือว่าไม่ใช่กฎหมายสำคัญ แต่สำหรับกฎหมายงบประมาณนั้นเป็นกฎหมายสำคัญ

'ประวิตร'แฉมี5คนเอี่ยวโจมตีสถาบัน รอผลสอบ'กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์'

 รอผลสอบ'กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์'

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 12.23 น.
 "ประวิตร"แฉมี5คนเอี่ยวโจมตีสถาบัน รอผลสอบ"กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์" บอกไม่ปรามแต่จับจริง

เมื่อเวลา 10.40 น.วันที่ 8 ตุลาคม 2562 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ควบคุมตัว นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ ตามหมายจับฐานกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการสืบสวนอยู่ ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รายงานถึงสาเหตุ เพียงแต่บอกว่ามีการจับกุมตัว โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การปราม แต่เป็นการจับจริงทั้งนี้ เบื้องต้นทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ประสานมาว่ามีบุคคลที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ประมาณ 5 คน ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกันแค่ไหนอย่างไรนั้น ตนยังไม่ทราบ เพราะต้องรอผลการสืบสวนก่อน แต่ถ้ามีความเกี่ยวโยงมากก็ต้องดำเนินคดี เนื่องจากถือเป็นการกระทำผิดด้วยการโจมตีสถาบัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปอท.รวบ'กาณฑ์ คนอยากเลือกตั้ง' เหตุโพสต์ข้อความผิด พ.ร.บ.คอมพ์

 

เครือข่ายหนี้สินชาวนาฯมอบดอกไม้-ให้กำลังใจ'จุรินทร์-เฉลิมชัย'

เครือข่ายหนี้สินชาวนาฯมอบดอกไม้-ให้กำลังใจ'จุรินทร์-เฉลิมชัย'

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 10.46 น.
เครือข่ายหนี้สินชาวนาฯมอบดอกไม้-ให้กำลังใจ"จุรินทร์-เฉลิมชัย" หนุนแก้หนี้สินเกษตรกร ก่อนร่วมถกกองทุนฟื้นฟูฯสางปัญหาหนี้สินเกษตรกรเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกร ที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายเรัฐมนตรีว่าการ
 
ทั้งนี้ ก่อนการประชุมได้มีกลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย หรือ คนท.ได้นำกระเช้าดอกไม้ มอบให้นายจุรินทร์ และนายเฉลิมชัย เพื่อเป็นกำลังใจ และขอให้การประชุมแก้ไขปัญหาในเรื่องหนี้สินเกษตรกร และเรื่องที่ทำกิน ซึ่งเป็นประเด็นที่รองนายกรัฐมนตรีนำเข้าที่ประชุมในวันเดียวกันนี้ เพื่อดำเนินการต่อไปให้เป็นที่เรียบร้อย

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับวาระพิจารณาของที่ประชุมที่น่าสนใจ คือ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรลูกหนี้ธนาคารของรัฐ โดยคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ จะต้องพิจารณา ให้คณะกรรมการบริหารหนี้พิจารณาการใช้งบประมาณ 3,500 ล้านบาท เพื่อซื้อหนี้ 4 ธนาคาร ได้แก่ ธกส. , ออมสิน , เอสเอ็มอีแบงก์ และ ธอส.ตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งเมื่อซื้อแล้วกองทุนบริหารโฉนดสามารถปล่อยให้เกษตรกรหรือทายาทเช่าซื้อเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีวาระขอความเห็นชอบโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สิน และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กรณีมีเกิน 2.5 ล้านบาท โดยให้คณะกรรมการฯ พิจารณานเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป และจะมีการขอความเห็นชอบจัดการหนี้ที่ถูกเจ้าหนี้ขายทรัพย์สินเป็นประกันทอดตลาด , พิจารณาแนวทางการชำระหนี้แทนสถาบันเกษตรกรณีการทดลองจ่ายเงินชดเชย โดยคณะกรรมการต้องพิจารณาแนวทางการชำระหนี้ แทนสถาบันเกษตรกร ในกรณีกรรมการกองทุนเมื่อปี 2548 ได้รับหลักการให้ลดหนี้ 50% และตัดดอกเบี้ยทิ้ง ให้เกษตรกรที่เป็นหนี้สหกรณ์ จำนวน 43,004 ราย ซึ่งขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2549 โดยคณะรัฐมนตรี ให้กองทุนชดเชยก่อน และนำเงินจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ 1,392 ล้านบาท ซึ่งสถานะปัจจุบันต้องการให้คณะรัฐมนตรีชดเชยเงินกองทุนและลดหนี้ให้แก่เกษตรกร อีก 50%

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังจะพิจารณาแก้ไขระเบียบคณะกรรมการ ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการโอนทรัพย์สินใช้เป็นหลักประกันชำระหนี้ การเช่า การเช่าซื้อ หรือทรัพย์สินไปจากกองทุนไปจากกองทุน พ.ศ.2560 , แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปฏิรูป องค์กรและจัดทำโครงการพิเศษเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ในการเยียวยาเกษตรกร กรณีเร่งด่วน นอกจากนี้ที่ประชุมจะเร่งรัดการปฎิบัติงานของคณะกรรมการบริการ ให้เร่งออกประกาศหลักเกณฑ์ว่าด้วยการฟื้นฟูโดยเน้นระเบียบกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ ว่าด้วยการพิจารณาแผน และโครงการฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกรเป็นองค์กรเกษตร พ.ศ.2562

 
 
 
 
 

 

ปอท.รวบ'กาณฑ์ คนอยากเลือกตั้ง' เหตุโพสต์ข้อความผิด พ.ร.บ.คอมพ์

ปอท.รวบ'กาณฑ์ คนอยากเลือกตั้ง' เหตุโพสต์ข้อความผิด พ.ร.บ.คอมพ์

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 09.11 น.
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ต.ค. นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) และทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า 

"เมื่อเวลา 20 นาฬิกาเศษ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) จับกุมตัวนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จากกรณีโพสต์เฟชบุ๊กเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในต่างประเทศ ขณะนี้ถูกควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำที่ ปอท. และคาดว่าจะนำตัวฝากขังต่อศาลอาญาในวันพรุ่งนี้"       

สำหรับนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ เคยเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 10 ก.พ.2561 และถูกเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และร่วมกันมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คนในที่สาธารณะ ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ซึ่งต่อมาทางศาลได้มีคำสั่งยกฟ้องไปในวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับคดีนี้ ตำรวจเตรียมแถลงรายละเอียดการจับนายกาณฑ์ในเวลา 10.00 น. โดยจะมีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมแถลงข่าวกับ พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการ ปอท. ที่กองบังคับการ ปอท.ภายในศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ

 
....................................................
 
 
ด่วน! ‘มนัญญา’ปวดหัวหนักมากเข้าฉีดยารพ.สมิตเวช เจอมรสุมแบน3สารพิษ

ด่วน! ‘มนัญญา’ปวดหัวหนักมากเข้าฉีดยารพ.สมิตเวช เจอมรสุมแบน3สารพิษ

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.16 น.

ด่วน! “มนัญญา” ปวดหัวหนักมาก เข้ารพ.สมิตเวช ฉีดยาระงับความเครียดจากถกเถียงนานกว่า2ชั่วโมงกว่า จนต้องทุบโต๊ะประกาศรับผิดชอบเองทุกอย่าง จึงจบมีมติแบน 3 สารพิษทันที ปักธง 1 ธ.ค.62  เผยมีกำลังใจดีจากประชาชนเทใจช่วยล้นหลามยกให้เป็นวีรสตรี ลั่นไม่ยอมปล่อย คกก.วัถตุอันตราย ยืดเวลาไปถึงวันที่ 1 ม.ค.63 อย่างที่มีกระแสข่าว  อดีตขรก.กษ.ผวาจะฆ่าตัวตาย หลังฟังมติ 9-0 แบนสาร ต้องแบกขาดทุนหลายพันล้านบาท นำเข้าสารเคมีไว้ในสต็อกจำนวนมาก เก็งข้อสอบพลาด จ่ายหัวคิวลิตรละบาทเอาไม่อยู่ 

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า วันนี้ตนมีอาการปวดหัวหนักมาก เหมือนเส้นจะแตกคงจะเครียดมากไปจากการดำเนินการเรื่องแบนสารเคมี 3 ชนิด ได้ไปฉีดยาที่รพ.สมิตเวช แล้ววันนี้จะเข้ากระทรวงฯช่วงบ่ายเพื่อตรวจอ่านเอกสารทั้งหมด จากการประชุมของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเมื่อวานนี้ ที่มีฝ่ายรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร ผู้บริโภค ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 เสียงให้แบน 3 สารทันทีมีผลทันทีวันที่1ธ.ค.62 ซึ่งทั้งหมดจะเร่งนำเสนอนายกรัฐมนตรี  และเสนอรมว.กระทรวงเกษตรฯ รมว.กระทรวงสาธารณสุข รมว.อุตสาหกรรม ลงนามเห็นชอบการแบน และเสนอเข้าคณะกรรมการวัตถุอันตราย ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้คณะกรรมการฯสามารถเรียกประชุมแบน 3 สารได้ทันที จากกำหนดเดิมที่จะประชุมวันที่ 27 ต.ค.  “คณะทำงาน4ฝ่ายเซ็นรับรองมติแบน3สาร คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต เป็นวัถตุอันตรายประเภท4 ห้ามครอบครอง ห้ามจำหน่าย ห้ามนำเข้า ห้ามผลิต ให้มีผลวันที่1ธ.ค.นี้และพี่จะรวบรวมเอกสาร ทำให้เสร็จวันนี้ ทีมงานกำลังตรวจอีกที ส่งให้ท่านนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นยื่นให้คกก.วัตถุอันตราย ซึ่งกระทรวงเกษตรฯยื่นเร็ว จะได้เรียกประชุมได้เร็ว ซี่งในที่ประชุมคณะทำงาน 4 ฝ่ายเมื่อวานนี้ใช้เวลานาน เพราะพูดคุยกันเยอะมากถกหลายปัญหา  พี่จึงตัดสินใจ บอกว่า พี่ขอรับผิดชอบทุกอย่างไม่ว่า จะเกิดอะไรขึ้น พี่รับผิดชอบ ถ้าไม่อย่างนั่นไม่จบ อ้างเหตุการณ์ที่มีมาก่อน ข้าราชการ กลัวโดนถูกฟ้อง เจอนู้นนี่ ทำให้แบน 3 สารไม่ได้ พี่จึงบอกในที่ประชุมว่า ตอนนี้ไปดูชื่อ สกุลใคร ทุกอย่างมันเป็นเปลี่ยนไปหมดแล้ว และสั่งย้ำเลยว่า ไม่ให้ใช้เอกสารเก่า มาเสนอพี่ไม่รับเลย ให้ใช้เอกสารใหม่มาพิจารณา เพราะที่ผ่านมาประชุมกัน พูดวนเวียนอยู่กับเอกสารเก่า ส่วนบทเรียนในอดีตบางอย่างมาศึกษาได้ให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรและคนส่วนใหญ่มากที่สุด ถ้าไปยึดติดเรื่องเดิมๆจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เหมือนเดิม” น.ส.มนัญญา กล่าว 

“ตัวแทนฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค ยังหยิบขวดพาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต ขึ้นมาตั้งบนโต๊ะในที่ประชุม ยืนยันว่ามาตรการจำกัดการใช้สาร ที่ชอบยกขึ้นมาพูดเสนอเป็นแผนปฏิบัติการอบรมเกษตรกร ผู้รับจ้างพ่นสาร ทำไม่เคยได้ทำจริง ใครไปซื้อสารต้องมีใบอนุญาตการใช้จากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯจึงซื้อได้จากร้านค้า ซึ่งภาคผู้บริโภคยืนยันว่าทำไมคนทั่วไปเดินไปชื้อได้เลย พ่อค้ายังถามว่าทำไมไม่ชื้อไว้เพิ่ม เป็นการยืนยันว่ามาตรการที่หน่วยงานทำมาใช้ไม่ได้ ต้องล้มตรงนี้ มันจบไปแล้ว ไม่มีแล้ว ถือว่าล้มเหลวทั้งหมด วิธีการจำกัดการใช้สาร3ชนิด” น.ส.มนัญญา กล่าว 

รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ที่ตนเดินมาถึงจุดนี้ได้ต้องยกความดี ให้พรรคภูมิใจไทย ให้เกียรติตนทุกอย่าง ทำได้เต็มที่ วันนี้มีกำลังใจดีจากประชาชนทั่วสารทิศส่งมาให้กำลังใจตนเป็น วีรสตรี หลายคนบอกว่าไม่คิดว่าในชีวิตจะได้อยู่เห็นเรื่องการแบนสารพิษหมดจากประเทศไทย ทำได้จริง ซึ่งตนมีความเป็นแม่ มีคุณธรรม จริยธรรม ในประเทศไทยมีคนเก่งๆมีเยอะ หากมีความดี มีคุณธรรม จริยธรรมด้วยจะช่วยพัฒนาประเทศได้ดีมากยิ่งขึ้น ตนพยายามทำเรื่องแบน3สารให้จบโดยเร็ว โดยไม่ยอมให้ยืดไปอีกถึงวันที่1ม.ค.63 ต้องให้แบนวันที่1ธ.ค.62 ก่อนคนไทยไปเที่ยวปีใหม่ ไปสูดอากาศทางเหนือ จะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ กินพืชพรรณธัญญาหารปลอดสารพิษ 

“พี่ทำวันนี้ได้ เพราะพรรคภูมิใจไทย ให้สิทธิ และเชื่อใจพี่ยืนหยัด ทุกอย่างสั่งการทุกหน่วยงานไปแล้วห้ามมีใครมาหาผลประโยชน์จากเกษตรกร อีกไม่ได้ จากนี้หน่วยงานต้องให้แนวทางทำเกษตรที่ถูกต้องกับเกษตรกร จะมาแอบอ้างเสนอโครงการเอื้อประโยชน์นายทุนไม่ได้เด็ดขาด ต่อไปการทำโครงการอะไรให้เกษตรกร ต้องเป็นโครงการที่ดี ถูกต้อง ได้รับการยอมรับทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้รับผู้ให้ เช่นกรมวิชาการเกษตร มีสำนักวิศวกรรมการเกษตร ที่ต้องออกแบบให้ตอบโจทย์เกษตรกร ประชาชน เพราะทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ ไม่ใช่นั่งคิดออกแบบกันเองในห้อง จะส่งอะไรไปให้เกษตรกรใช้ ต้องใช้ คนกินต้องกิน แบบเดิมๆ จากนี้อยู่ที่ผู้บริโภค สิทธิของผู้จ่ายเงิน ผู้ใช้ มีสิทธิในการโต้แย้ง พี่ตั้งมั่นพูดเสมอ ออกคำสั่งไปทุกกรมที่พี่ดูแล ใครทำอะไร ไม่ว่าแต่อย่าเอาเปรียบเกษตรกร ดังนั้นสารเคมี3ชนิดที่ยังอยู่ในท้องตลาด ตามร้านค้าต่างๆ ทางบริษัทต้องเก็บกลับคืนทั้งหมด เพราะเป็นวัตถุอันตราย ประเภทที่4 เท่ากับอันตรายเท่าระเบิด พี่ตั้งธงไว้ดีเดย์วันที่1 ธ.ค.นี้ และก่อนหน้านี้ คกก.วัตถุอันตราย ทุกคนจะบอกว่า จะทำตามข้อมูลของกระทรวงเกษตร  ดังนั้นพี่ไม่ยอมให้ยืดการแบนไปวันที่1ม.ค.63 อย่างที่มีกระแสข่าวออกมา เพราะที่ผ่านมาพี่ไปตรวจสอบเองเห็นทุกอย่างเลวร้ายมาก เด็กนักเรียนทางจังหวัดภาคเหนือ ตรวจเจอสารพิษในกระแสเลือดจำนวนมาก คนเป็นมะเร็งตายมากขึ้นจากสารพิษ จะไม่ปล่อยให้ทำร้ายคนไทยต่อไป พี่ทำเรื่องนี้เพื่อให้มันจบ” น.ส.มนัญญา กล่าว 

มีรายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า มีอดีตข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตร ได้ผันตัวเป็นผู้นำเข้าสาร3ชนิดรายใหญ่ของประเทศมาหลาย 10 ปี และยังมีอาชีพเป็นนายหน้าติดต่อล็อบบี้เจรจาให้ผลประโยชน์กับระดับผู้บริหารในกระทรวง พรรคการเมืองต่างๆ แลกกับการเปิดทางให้บริษัทข้ามชาติ และบริษัทรายใหญ่ในไทย ที่ได้ขอนำเข้าสารเคมีต่างๆที่มีมาจำหน่ายในท้องตลาดเป็นร้อยยี่ห้อ มากว่า 40 ปี  มาในราชอาณาจักรได้สะดวก โดยที่ไม่ต้องจ่ายภาษีนำเข้า ส่งออก  หาเหตุอ้างว่า เพื่อให้สารเคมีทางการเกษตร มีราคาถูก และเพื่อต้นทุนเกษตรกรถูกลง ดังนั้นหลังจากคณะกรรมการ 4 ฝ่าย มีมติแบน 3 สาร ส่งผลทำให้อดีตข้าราชการ รายนี้เครียดอย่างรุนแรงแทบจะฆ่าตัวตาย เพราะมีสารอยู่ในสต็อกจำนวนมาก ต้องแบกรับความเสียหายขาดทุนเป็นพันๆล้านบาท และที่กล้านำเข้ามามาก แม้จะมีหน่วยงานอื่นนอกกระทรวงเกษตรฯต้องการแบนสารเหล่านี้มากว่า2ปีก็ตาม เพราะทุกครั้งสามารถเจรจาจ่ายผลประโยชน์ ได้ยืดเวลาการแบนมาได้ทุกรอบ อีกทั้งเก็งตลาดผิดคิดว่า ยิ่งมีข่าวแบนสารจะทำให้เกษตรกร ต้องการซื้อตุนไว้มาก แต่กลับกลายว่าเก็งตลาดพลาด เพราะทุกวันนี้เกษตรกรมีทางเลือกซื้อใช้สารตัวอื่นที่มีอันตรายต่อร่างกายน้อยกว่า แม้จะให้ผลประโยชน์ผู้ใหญ่กระทรวงเกษตรฯ พรรคการเมือง  ยังเอาไม่อยู่ทานกระแสสังคมไม่ไหว จึงต้องยกความดีให้กับ รมช.มนัญญา เข้ามาทำเพื่อเกษตรกร ประชาชน ไม่เอานายทุน ทำให้ทั้งประเทศเกิดปรากฏการณ์ล้าง3สารพิษที่อาบแผ่นดินไทยให้หมดจากประเทศได้จริงเพราะความเป็นส.ส.มาจากท้องถิ่น กล้าชนทุกอย่างไม่สนใจหน้าอินหน้าพรหม  ที่จากเดิมหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯพยายามเร่งเดินหน้า อบรม เกษตรกร ใช้งบไปกว่า100ล้านบาท และออกกฎกระทรวง5ฉบับในมาตรการจำกัดการใช้3สาร  ใช้ข้ออ้างเกษตรกรยังเคยชินอยากใช้3สารต่อจึงอ้างเรื่องการหาสารทดแทน ในแบบเดียวกันกับ3สาร ยังไม่ได้ กำลังจะมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศวันที่20ต.ค.โดยจากแผนดังกล่าวจะแบนในปี63 

“อดีตข้าราชการ รายนี้มีอิทธิพลต่อคนกระทรวงเกษตร มาช้านาน มีสารเคมีนำเข้ามามูลค่าเป็นพันล้าน ๆ บาท ติดมือยังอยู่ในสต็อก พอมติแบน3สารออกมาขายไม่ได้ แทบจะฆ่าตัวตายทันทีหลังจากฟังมติ 9-0  ยังมีอดีตข้าราชการกระทรวงฯหลายรายที่ไปเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทค้าสารเคมีข้ามชาติ คอยเก็บค่าต๋ง นำเข้าสารลิตร1บาท ส่งข้าราชการและผู้ใหญ่ในกระทรวงนี้” รายงานข่าว ระบุ

 .........................................

'ชวน'ปัดไม่รู้ครม.อนุมัติขึ้นเงินเดือน-ค่าตอบแทน 'ส.ส.-ส.ว.'

'ชวน'ปัดไม่รู้ครม.อนุมัติขึ้นเงินเดือน-ค่าตอบแทน 'ส.ส.-ส.ว.'

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.17 น.

วันที่ 8 ตุลาคม 2562 ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติร่างพ.ร.ฎ.เพื่อขึ้นเงินเดือนและค่าตอบแทนให้กับส.ส.และส.ว.ว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะเรื่องที่ขอประสานงานไปยังรัฐบาลโดยตรง คือการขอให้ครม.อนุมัติร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่าน เพื่อให้ส.ส.ทยอยมารับเอกสารงบประมาณตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 ต.ค.เท่านั้น

เมื่อถามถึงกรณีการขึ้นเงินเดือนและค่าตอบแทนของส.ส.ที่มีผลย้อนหลัง นายชวน ย้อนถามว่า "อย่างนั้นเหรอ ตกเบิกหรืออย่างไร เพราะยังไม่ทราบต้องขอไปดูเอกสารก่อน ส่วนจะเริ่มนับวันไหนก็แล้วแต่กฎหมาย" นายชวนกล่าว

.........................................................

 

ล่าชื่อ ส.ส. ยื่น'ชวน'ส่ง ป.ป.ช. สอบจริยธรรม หน.ฝ่ายค้านฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

ล่าชื่อ ส.ส. ยื่น'ชวน'ส่ง ป.ป.ช. สอบจริยธรรม หน.ฝ่ายค้านฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.21 น.
 
 

 ‘สิระ’ เอาจริง ล่ารายชื่อส.ส. ยื่นปธ.ชวน ส่ง ป.ป.ช.สอบจริยธรรม 5 หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ปม ร่วมเวทีเสวนาปล่อย อาจารย์ม.เกษตรฯ เสนอแก้ รธน.มาตรา 1 ย้ำ เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ระบุ ธนาธร ประกาศฉีกรธน.ทั้งฉบับ ไร้หลักประกันไม่แตะมาตรา 1 สะท้อน มีรากความคิดอันตราย เตือนคนไทยให้รู้เท่าทัน

วันที่ 8 ตุลาคม 2562 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าในการกดดันให้ 5 หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านลาออกจากความเป็นส.ส. หลังร่วมเวทีเสวนา 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน "พลวัฒแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่"ว่า เมื่อหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านทั้งห้าพรคไม่มีจิตสำนึกที่จะแสดงสปิริตรับผิดชอบด้วยการลาออกเอง ตนก็จะดำเนินการตามช่องทางของรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ด้วยการรวบรวมรายชื่อส.ส.ให้ได้ 50 คนเพื่อยื่นเรื่องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ส่งป.ป.ช.สอบมาตรฐานจริยธรรมส.ส.ทั้ง 5 คน เนื่องจากเห็นว่าพฤติกรรมของบุคคลทั้งหมดเข้าข่ายละเมิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไล่ตั้งแต่หมวด 1 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ข้อ 6 ที่บัญญัติว่า "ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและควมสงบเรียบร้อยของประชาชน และ หมวดสองมาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก ข้อ 15 ที่บัญญัติว่าต้องให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงแก่ประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยู่ในความรับผิดชอบของตน ถูกต้องครบถ้วนและไม่บิดเบือน โดยในหมวด 4 ว่าด้วยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ระบุไว้ในข้อ 27 ชัดเจนว่า การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในหมวด 1 ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง

"หัวหน้าพรรคทั้ง 5 คน ร่วมในเวทีเสวนาปล่อยให้นางชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ โดยไม่มีการทักท้วง เท่ากับรู้เห็นเป็นใจให้มีการแก้รัฐธรรมนูญมาตรานี้ จึงเข้าข่ายละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในหมวด 1 ข้อ 6 ไม่เพียงเท่านั้นนายธนาธร ยังย้ำตลอดว่าต้องการฉีกรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่างใหม่ทั้งฉบับ แม้ในภายหลังจะมีความพยายามชี้แจงว่าจะไม่แตะมาตรา 1 และมาตรา 2 สวนทางกับที่เคยประกาศฉีกรัฐธรรมนูญร่างใหม่ ถือว่ามีรากความคิดที่อันตราย เพราะไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าคนเหล่านี้จะไม่แตะมาตรา 1 และมาตรา 2 ตามที่มีการแก้ตัวอยู่ในขณะนี้ ประกอบกับไม่ท้วงติงความเห็นในวงเสวนาที่ต้องการให้แก้มาตรา 1 ก็เท่ากับมีเชื้อความคิดอยู่ในหัวสมองของคนเหล่านี้ แต่พยายามปิดบัง ซ่อนเร้นเพื่อหลอกลวงประชาชน จึงอยากให้คนไทยรู้เท่าทันคนเหล่านี้ด้วย" นายสิระ กล่าว

+++++++

พปชร.ประชุมส.ส.รับมือ พิจารณางบประมาณ'ประธานวิป'เชื่อไร้ปัญหา

พปชร.ประชุมส.ส.รับมือ พิจารณางบประมาณ'ประธานวิป'เชื่อไร้ปัญหา

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.49 น.

วันที่ 8 ตุลาคม 2562 ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพปชร.ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ แกนนำและผู้บริหารพรรค ได้เรียกประชุมส.ส.ของพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสภาฯพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ และเตรียมความพร้อมในประเด็นต่างๆก่อนการประชุมของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)ในวันที่ 10 ต.ค.นี้ รวมทั้งจะประชุมร่วมกับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)ด้ ทั้งนี้ มีรายงานว่าในการประชุมส.ส.พปชร.จะทำความเข้าใจกับสมาชิกถึงรายละเอียดของการจัดสรรงบประมาณ แหล่งที่มาของงบประมาณรายจ่ายต่างๆ อย่างครอบคลุมรวมถึงวางตัวบุคคลที่จะอภิปรายซึ่งคาดว่าจะกำหนดเบื้องต้นประมาณ 20 คน ส่วนเวลาในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯคาดว่าอาจจะใช้เวลาในการอภิปรายวาระหนึ่ง ประมาณ 10 -15 ชั่วโมง แต่จะใช้รวมกี่ชั่วโมง และแต่ละบุคคลจะใช้เวลาอภิปรายเท่าไหร่ คงต้องรอหารือกันในวิปรัฐบาล และสอบถามความต้องการของวิปฝ่ายค้านด้วย

นายวิรัช กล่าวว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีอะไรต้องกังวลใจ เพราะเป็นวาระที่จะต้องดำเนินการอยู่แล้ว พรรคไม่ต้องเตรียมตัวในประเด็นใดเป็นพิเศษ นอกจากให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและนำไปสู่การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ตามขั้นตอน

............................................................

พปชร.ประชุมส.ส.รับมือ พิจารณางบประมาณ'ประธานวิป'เชื่อไร้ปัญหา

พปชร.ประชุมส.ส.รับมือ พิจารณางบประมาณ'ประธานวิป'เชื่อไร้ปัญหา

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.49 น.

วันที่ 8 ตุลาคม 2562 ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพปชร.ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ แกนนำและผู้บริหารพรรค ได้เรียกประชุมส.ส.ของพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสภาฯพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ และเตรียมความพร้อมในประเด็นต่างๆก่อนการประชุมของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)ในวันที่ 10 ต.ค.นี้ รวมทั้งจะประชุมร่วมกับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)ด้วย

 ทั้งนี้ มีรายงานว่าในการประชุมส.ส.พปชร.จะทำความเข้าใจกับสมาชิกถึงรายละเอียดของการจัดสรรงบประมาณ แหล่งที่มาของงบประมาณรายจ่ายต่างๆ อย่างครอบคลุมรวมถึงวางตัวบุคคลที่จะอภิปรายซึ่งคาดว่าจะกำหนดเบื้องต้นประมาณ 20 คน ส่วนเวลาในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯคาดว่าอาจจะใช้เวลาในการอภิปรายวาระหนึ่ง ประมาณ 10 -15 ชั่วโมง แต่จะใช้รวมกี่ชั่วโมง และแต่ละบุคคลจะใช้เวลาอภิปรายเท่าไหร่ คงต้องรอหารือกันในวิปรัฐบาล และสอบถามความต้องการของวิปฝ่ายค้านด้วย

นายวิรัช กล่าวว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีอะไรต้องกังวลใจ เพราะเป็นวาระที่จะต้องดำเนินการอยู่แล้ว พรรคไม่ต้องเตรียมตัวในประเด็นใดเป็นพิเศษ นอกจากให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและนำไปสู่การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ตามขั้นตอน

อดีต ผอ.ยังเงียบ! เด็กป.4 ยันถูกใช้ถือถังยางมะตอยจนลวกแขนนิ้วพิการจริง

อดีต ผอ.ยังเงียบ! เด็กป.4 ยันถูกใช้ถือถังยางมะตอยจนลวกแขนนิ้วพิการจริง

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.29 น.
ย้อนรอยยางมะตอยลวกแขน 'น้องต้นหนาว' นักเรียนชั้น ป.4 แขนเป็นบาดเผลเหวอะหวะ นิ้วมือหยิกงอเสี่ยงพิการ ขณะที่แม่และเพื่อนยืนยันอดีต ผอ.ใช้งานให้ถือถังใส่ยางมะตอยร้อนๆ ก่อนเกิดอุบัติเหตุในโรงเรียนจริง วอนอดีต ผอ.ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะเป็นคนใช้งานเด็ก และต้องการเงินเยียวยาเป็นค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น

จากกรณีแม่ชาว จ.กาฬสินธุ์ นำลูกชายวัย 10 ขวบนักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ ร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดให้ช่วยตามตัวอดีตผู้อำนวยการ (อดีตผอ.) โรงเรียนมารับผิดชอบ หลังใช้งานลูกชายหิ้วถังใส่น้ำต้มยางมะตอยร้อนที่ต้มใหม่ๆ ไปเทอุดรอยแยกของถนนภายในโรงเรียน ก่อนประสบอุบัติเหตุยางมะตอยกระฉอกลวกแขน ผิวหนัง เนื้อหลุดลอก เป็นบาดแผลฉกรรจ์ และนิ้วงอ ส่อพิการ ซึ่งผ่านมา 2 เดือนเศษ ตกลงค่าเสียหายกันไม่ได้ หวั่นลูกชายพิการ เพราะไม่มีเงินรักษา และอดีต ผอ.เกษียณราชการไปแล้ว ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

 

 

ล่าสุดวันที่ 8 ตุลาคม 2562 ที่บ้านเลขที่ 43 บ้านหนองพอก หมู่ 2 ต.สะอาดไชยศรี อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของนางอนงค์ บุปผารักษ์ อายุ 41 ปี มารดาน้องต้นหนาว หรือ ด.ช.สรวิศ พงษ์สวัสดิ์ อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.4 ที่ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณแขนขวา ฝ่ามือ และนิ้วมือด้านซ้ายมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ นิ้วมือหยิกงอ ผิดรูป ได้มีญาติพี่น้อง เข้ามาเยี่ยมและสอบถามอาการด้วยความเป็นห่วงและสงสาร พร้อมยืนยันว่าอดีต ผอ.โรงเรียน เป็นคนใช้งานน้องต้นหนาวถือถังยางมะตอยจนทำให้ยางมะตอยลวกได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งหลังเกิดเหตุยังไม่ได้เข้ามารับผิดชอบแต่อย่างใด

โดยในวันนี้น้องต้นหนาว ไม่ได้ไปโรงเรียน เนื่องจากปิดเทอม ซึ่งนางอนงค์ และน้องต้นหนาว ได้นำเสื้อลูกเสือ ที่น้องต้นหนาวสวมใส่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งยังมียางมะตอยติดแน่นอยู่ที่เสื้อมาเป็นหลักฐาน พร้อมบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ญาติฟัง ทั้งนี้ ต่างมีความเห็นว่า อดีต ผอ.ใช้งานเด็กเกินเหตุ และไม่ควรเรียกใช้งานแบบนี้ เนื่องจากงานต้มยางมะตอยเดือดๆ แล้วให้เด็กนำไปเทนั้น ถือเป็นงานที่เสี่ยงและอันตรายสำหรับเด็กอายุเพียง 10 ปี และเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เป็นการออกคำสั่งกับเด็กวัยเพียง 10 ขวบที่ประมาท ขาดความระมัดระวัง

 

 

จากนั้นนางอนงค์ และ ด.ช.ต้นหนาว ได้พาญาติไปดูสถานที่เกิดเหตุ บริเวณถนนหน้าอาคารเรียนภายในโรงเรียน ซึ่งเป็นจุดที่มีการก่อไฟต้มยางมะตอย ส่วนถังสีเหล็กที่ต้มยางมะตอย ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกทิ้งไว้ในคลองน้ำใกล้กับจุดที่ต้ม มีผู้นำเก็บไปแล้ว พร้อมจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมาโดยมีเพื่อนๆของน้องต้นหนาวหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ร่วมให้ข้อมูล

พร้อมยืนยันว่าในวันเกิดเหตุอดีต ผอ.เรียกน้องต้นหนาวไปใช้งาน โดยใช้ให้ถือแกนลอนน้ำมันปาดครึ่งที่มียางมะตอยที่เพิ่งต้มเดือดๆและร้อนเดินไปส่งให้กับอดีต ผอ.เพื่อเทอุดร่องถนนคอนกรีตภายในโรงเรียน แต่ระหว่างทางแกนลอนน้ำมัน ซึ่งเป็นพลาสติกทนความร้อนไม่ได้ฝาหลุดออก ก่อนที่จะและไหลลวงแขนและมือของน้องต้นหนาวจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

 

 

โดยน้องต้นหนาว กล่าวว่า วันเกิดเหตุอดีต ผอ.เรียกตนไปถือแกนลอนถังใส่ยางมะตอยจริง โดยอดีต ผอ.ได้เทน้ำยางมะตอยที่ร้อนๆ นั้นใส่แกนลอนพลาสติกที่ตัดครึ่ง ลักษณะเหมือนกระบวยปากแหลม แล้วให้เดินถือไปยังจุดที่จะซ่อมแซมถนน ซึ่งพอเดินไปได้ประมาณ 15 เมตร ก็รู้สึกหนักและร้อนที่มือ อีกทั้งแกนลอนพลาสติกทนความร้อนไม่ไหวก็หดตัวและฝาจึงหลดออกทำให้ยางมะตอยไหลและกระเด็นมาถูกต้นแขน ราดลงตามแขน และนิ้วดังกล่าว โชคดีที่ไม่กระเด็นถูกใบหน้าซึ่งอาจจะทำให้ตาบอดได้

ด้าน ด.ช.เบส เพื่อนน้องต้นหนาว กล่าวว่า ตนเห็นเหตุการณ์ที่ต้นหนาวถือแกนลอนใส่ยางมะตอยตลอด หลังจาก ผอ.เรียกใช้ พอเกิดอุบัติเหตุก็ตกใจมาก และพอต้นหนาวเรียกให้เข้าไปช่วยล้างยางมะตอยออกจากแขน ก็ช่วยกันแกะคราบยางมะตอยออก เห็นผิวหนังลอกออกก็ยิ่งตกใจมาก รู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปกับเพื่อนมาก  เพื่อนคนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ก็ตกใจจากนั้นอดีต ผอ.ก็พาต้นหนาวไปโรงพยาบาลดอนจาน

 

 

ขณะที่นางอนงค์ มารดาน้องต้นหนาว กล่าวว่า หลังจากเจรจากับอดีต ผอ.ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอดอนจาน เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ไม่สามารถตกลงกันได้ ถึงวันนี้อดีต ผอ.ก็ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย ตนกับน้องต้นหนาว ก็ได้แต่รอและให้โอกาสที่อดีต ผอ.จะมาเยียวยา เพราะต้องนำไปเป็นค่ารักษาของน้อง ที่จะต้องพาเดินทางไปทำการรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เพื่อรักษาแผลที่แขน ไม่ติดเชื้ออักเสบ

นางอนงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้นอกจากมีแผลที่แขนแล้วยังทำให้นิ้วนางและนิ้วก้อยมือข้างซ้ายของน้องต้นหนาวงอไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ เหมือนกับคนพิการอีกด้วย ตนเกรงว่าจะไม่สามารถสอบบรรจุเข้ารับราชการได้ในอนาคต ที่น้องต้นหนาวหวังไว้ว่าในอนาคตอยากเป็นตำรวจ จึงได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดให้ช่วยตามตัวอดีต ผอ.มาเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ก็ยังเงียบหาย ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังรออยู่ พร้อมเปิดโอกาสให้เปิดใจพูดคุยเพื่อหาข้อยุติ เพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาน้องต้นหนาว

 

 

"วันที่ 9 ตุลาคมนี้ก็จะต้องเดินทางไปโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นอีก เพื่อให้หมอตรวจและนัดผ่าตัดนิ้วต่อไป ทั้งนี้ จากการสอบถามน้องต้นหนาว และเพื่อนๆ ที่เห็นเหตุการณ์ ยืนยันว่าอดีต ผอ.ใช้งานน้องต้นหนาว จริง ดังนั้น เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วก็จะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบตามที่ผู้เสียหายเรียกร้อง" นางอนงค์กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อนายธีระพงษ์ ลาภบุญเรือง อดีต ผอ.โรงเรียนหนองพอกวิทยายน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง และอยากทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หรือจะมีการนัดเจรจากับฝ่ายผู้ปกครองน้องต้นหนาวหรือไม่ ซึ่งนายธีระพงษ์ ระบุว่า ตอนนี้ยังไม่สะดวกที่จะสามารถให้ข้อมูลได้
 

 
 
 
 
 
 
  •  ..................................................................

8 ตุลาคม 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน