*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3485314
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 10 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 503 , 20:08:40 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สันติธาตุ , vinitvadee และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         สื่อนี่เอง ที่ทำข่าวการเมืองอยู่ดีๆแต่ก็อดข้องแวะไปที่ทหารด้วยมิได้ ล่าสุดก็รายงานข่าว "ไม้ตายในมือ บิ๊กแดง"

พร้อมคำบรรยาย : ได้คิว “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความ

มั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ออก ‘แอ็กชั่น’ ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ หลังซุ่มเงียบเก็บข้อมูลเกือบสองสัปดาห์ บรรยายพิเศษ

ในหัวข้อ ‘บทบาทกองทัพในการดูแลความมั่นคงภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน’ ที่ห้องประชุมกิตติ

ขจร กองบัญชาการกองทัพบก

          เวทีนี้ถูกกำหนดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลัง “บิ๊กแดง” ได้รับรายงานจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าว่ามีการกระทำผิดกฎหมายในเวที

สัมมนาหัวข้อ ‘พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่’ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมโครงการฝ่ายค้านเพื่อ

ประชาชนสัญจรภาคใต้ โดยมีหลักฐานเป็นวิดีโอความยาวกว่า 2 ชั่วโมง และเนื้อหาการเสวนาถูกถอดเทปแบบคำต่อคำ

ฯลฯ

เจาะประเด็นร้อน

แลเหลียวความแรงร้อนประเทศไทย บนกระดานการเมืองยามนี้/ยามหน้า

วันที่ 10 ตุลาคม 2562 - 10:35 น.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,สภาผู้แทนราษฎร

แลเหลียวความแรงร้อนประเทศไทยบนกระดานการเมืองยามนี้/ยามหน้า

          กระดานการเมืองยามนี้คล้ายว่าแรงกระเพื่อมร้อนๆ ที่ฝ่ายค้านพยายามเข็นเกมแก้รัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อหวังโละมรดก คสช. รวมทั้งพยายามดึงกระแสข่าวด้านอื่นๆ มาผนวกให้น้ำหนักการเปิดเกมรุกกับรัฐบาลเรือเหล็กลำนี้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นจากสายตาของสังคม

          ฝ่ายค้านกำลังปั่นให้ติดลมบน เพราะเกือบสามเดือนมานี้หลายกรณีที่กัปตันเรือเหล็กและคณะตอบคำถามบางข้อไม่ชัดเจนเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่เรือเหล็กลำนี้ลงน่านน้ำได้นั้นมาจากอานิสงส์ของกติกาหลักจากแม่น้ำห้าสายที่ คสช. วางโรดแม็พไว้เมื่อห้าปีที่แล้วหรือไม่รวมทั้งผลงานในยามนี้ที่เรือเหล็กลงน่านน้ำนั้นก็มิใช่ว่าจะมีแต้มบวกเท่าใด...

          ส่วนฝ่ายรัฐบาลนั้นใช้บางจังหวะที่ฝ่ายค้านและแนวร่วมพลาดในบางแง่มุมจัดกลับแม้จะไม่ชี้ไปตรงๆ ว่าเบื้องหลังการถ่ายทำบางประการของขั้วตรงข้ามเรือเหล็กนั้นมีเค้าโครงอย่างไร ปล่อยให้สังคมไตร่ตรองเอาเอง...

          ดังนั้นหมากกลบนกระดานการเมืองช่วงนี้ไปแยบยลยิ่งนัก หากฝ่ายใดเผยจุดอ่อนออกมารับรองเลยว่าขั้วตรงข้ามขย้ำเต็มเขี้ยวแน่นอน หากจะไล่จับจุดอ่อนและเงื่อนตายของทั้งสองขั้วการเมืองไทยยามนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะเจาะออกมาในยามนี้และยามหน้า แต่สิ่งที่น่าติดตามคือสองขั้วนี้จะกลบจุดอ่อนของตัวเองและทะลวงไปยังจุดตายขั้วตรงข้ามได้เยี่ยงใด

          เริ่มที่ “ขั้วหนุนลุงตู่” อันมีสิบกว่าพรรคมาแตะมือหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภารกิจแรกในช่วงจากนี้คือเตรียมกำลังพล ส.ส.ให้พร้อมสรรพในการลงมติวาระแรกของร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.21 ล้านล้านบาท โดยทุกฝ่ายรับรู้อยู่ทั่วไปว่าเรือเหล็กของลุงตู่นั้น ”เสียงปริ่มน้ำ” เพียงใด และมีสองทางออกหากว่าร่างกฎหมายฉบับนี้โดนคว่ำในสภาผู้แทนราษฎรคือ “ลาออกหรือยุบสภา” แม้ลุงตู่จะออกมาพูดเมื่อหลายวันก่อนว่าหากร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านเดือดร้อนทั้งประเทศ....มันก็ไม่ผิดจากความจริงไปนัก แต่ควรรอดูว่าคำพูดของลุงตู่จะออกมาในมุมไหนในช่วงวันที่ 17 ตุลาคมเป็นต้นไป แม้กระแสงูเห่าจะบรรเทาลงในตอนนี้แต่เชื่อว่าอีกไม่กี่วันจะมีการปัดฝุ่นให้คะแนนเสียงของขั้วตรงข้ามสวิตช์มายังขั้วนี้แบบงงใจ...ว่ามันเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?

          ส่วนการจับจังหวะขับเคลื่อนผลงานของรัฐบาลบางเรื่องได้แต้มบวก และหลายเรื่องยังไม่ไปไหน แต่เมื่อมองลึกไปยังพรรคแกนนำตั้งรัฐบาลผู้แทนราษฎรบางคนในปีกพลังประชารัฐสะท้อนมาว่า “หลายโครงการรัฐบาลที่เกิดขึ้นมาไม่มีการอธิบายข้อมูลให้ ส.ส.นำไปชี้แจงกับประชาชน และหลายเรื่องที่หาเสียงไว้แต่ยังไม่ดำเนินการชาวบ้านถามมาแต่ ส.ส.ไม่มีคำตอบให้" เพียงเท่านี้ก็ชี้ให้เห็นเบื้องต้นแล้วว่าเอกภาพในการทำงานของพปชร.เป็นอย่างไร เมื่อบวกกับการแบ่งมุ้งแบ่งก๊วนในพรรคที่สัมผัสได้ง่ายๆ ก็พอจะมองเค้าลางอนาคตของพปชร.ได้ว่ายามอันใกล้นี้จะรุ่งหรือร่วง

          และหากเทียบ พปชร.กับสองพรรคร่วมรัฐบาลคือประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยที่เร่งเครื่องดันนโยบายพรรคที่ให้คำมั่นกับประชาชนในช่วงหาเสียงไว้พบว่ากำลังผลิดอกออกผล แต่พปชร.ตอนนี้ยังตามหลังหลายก้าว แม้แกนนำ พปชร.จะตอบแบบไม่เต็มคำว่าเราเป็นรัฐบาลผสมต้องบริหารนโยบายรัฐบาลให้เดินหน้าในภาพรวมก็ตาม ก็ฟังแล้วทะแม่งๆ หากย้อนไปดูความเห็นของ ส.ส. พปชร.ในข้างต้นที่เอ่ยไว้ประกอบกัน

          ส่วน “การเหยียบตาปลาของครม.ลุงตู่ 2” แม้ตอนนี้ยังไม่เห็นภาพชัด แต่คนวงในเริ่มสัมผัสรอยปริของ ”ทีมครม.เศรษฐกิจ” ออกมาแล้วว่า อาการไม่ลงรอยกำลังคืบคลานเข้ามา เพราะแต่ละพรรคต่างเน้นเคลื่อนงานของตัวเองแบบต่างคนต่างทำจนภาวะเอกภาพแทบไม่บังเกิด แว่วมาว่าเร็วๆ นี้ เสนาบดีบางคนจ่อขอพบลุงตู่เพื่อสะท้อนความหนักใจในการขับเคลื่อนสี่เครื่องยนต์เศรษฐกิจของประเทศแล้วว่ามีปัญหาที่ควรยกเครื่องใหม่อย่างไร ?

          เพียงเท่านี้ก็พอจะเห็นรางๆ แล้วว่าเรือเหล็กนั้นปัญหาภายในมีมากแค่ไหนและกัปตันลุงตู่จะอดทนรวมทั้งวางกลวิธีจัดการคนการเมืองหลากพรรคที่มาร่วมหัวจมท้ายกันให้บรรลุจุดประสงค์ได้อย่างไรกับเหตุข้างหน้า....

          หันมามองไปยัง "ขั้วฝ่ายค้าน” กันบ้างโดยจะพบว่าแกนนำขั้วนี้หวังใจยิ่งว่าการเดินเกมแก้กติกาหลักจะบรรลุผลเพราะมั่นใจว่าหลากวาระที่ส่อแววพิรุธของกัปตันเรือเหล็กและบวกกับพฤติกรรมของเสนาบดีบางรายที่ทยอยโผล่ออกมาเรื่อยๆ นั้น สังคมจะมาเกื้อหนุนและเป็นแรงส่งให้ขั้วฝ่ายค้านได้เดินหน้า

          ตอนนี้เกมหลักของขั้วนี้คือกระหน่ำเรื่องรายได้และรายจ่ายของร่างกฎหมายงบประมาณ โดยใช้ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ไม่ดีนักในวันนี้เป็นหัวเชื้อ และน่าจะทิ้งน้ำหนักไปยังกระทรวงหลัก เช่น กลาโหม คมนาคม คลัง พาณิชย์ มหาดไทย ศึกษาธิการ เกษตรและสหกรณ์ ว่ามีความไม่น่าเชื่อถือเพียงใดว่าจะช่วยชาวบ้านได้จริง

          ส่วนวาระอื่นๆ ที่เป็นกระแสข่าวอันเกี่ยวเนื่องจากการทำงานของ คสช.เมื่อห้าปีที่แล้วจวบจนมีเรือเหล็กในวันนี้ แน่นอนว่าฝ่ายค้านจะนำมาผสมซัดไปยังลุงตู่และชาวคณะ โดยตอนนี้เห็นแล้วว่ากรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรชุดต่างๆ ที่ขั้วฝ่ายค้านเป็นประธานเริ่มลุยจับผิดสารพันปัญหาที่ผุดขึ้นมา

          แม้เกมที่ฝ่ายค้านดำเนินการอยู่ใช่ว่าจะราบเรียบเพราะจังหวะก้าวก็มีสิ่งผิดปกติที่คล้ายว่ามีการวางบทไว้ล่วงหน้ากับบางเหตุการณ์บ้านเมืองในยามนี้ โดยแกนนำฝ่ายค้านบางคนและกองเชียร์เสมือนไปมีส่วนร่วมแบบเถียงลำบาก ตรงนี้ขั้วหนุนลุงตู่พยายามที่จะต้อนเข้ามาให้อยู่ในมุมที่ใช้กฎหมายจัดการ

          สิ่งที่น่าติดตามยิ่งคือวันที่ 18 ตุลาคม (ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนการโอนหุ้นสื่อของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่) จะพอมองเห็นชะตาของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ บนถนนการเมืองว่าจะไปต่อได้ไหม...และจะเป็นการชี้วัดเบื้องต้นว่าพรรคสีส้มจะได้ไปต่อหรือไม่? แม้บางฝ่ายจะสื่อความมาว่าหากพรรคสีส้มหายไปจากสารบบอาจมีเหตุรุนแรงบนถนนการเมืองไทยอีกคราวก็ตาม...

          ส่วนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะมีมากกว่าเขต 5 นครปฐม (รอการวินิจฉัยจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความชัดเจนของเขต 2 กำแพงเพชร, เขต 7  ขอนแก่น, เขต 5 สมุทรปราการ) 4 เขตนี้ฝ่ายค้านและรัฐบาลเคยปักหมุดไว้ฝ่ายละ 2 เขต แต่ตอนนี้มันเห็นภาพชัดแล้วว่าทั้งสองขั้วแบ่งเขตกันส่งผู้สมัคร ส.ส.เพื่อให้แต้มไหลไปยังคนที่มีโอกาสมากสุดของขั้วนั้นๆ ได้ชัยชนะเพื่อเพิ่มยอด ส.ส. แต่ขั้วฝ่ายค้านคล้ายว่าจะมั่นใจว่า 4 เขตนี้ ชาวบ้านจะเทแต้มให้เพราะเป็นเครื่องชี้วัดเบื้องต้นว่าประชาชนไม่วางใจรัฐบาลลุงตู่ และจะเป็นโดมิโนเอฟเฟกต์หรือไม่ เพราะ ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลนั้นไล่เลี่ยกันแบบหายใจรดต้นคอ หากฝ่ายใดพลาดเกมในรัฐสภาจากคะแนนเสียงที่จี้กันเช่นนี้นั้น ขั้วใดมีหนึ่ง ส.ส.ก็อาจจะพลิกเกมกันได้แบบลุ้นระทึก

          ส่วนการปักหมุดสนามท้องถิ่นที่ราวๆ ปลายไตรมาสแรกหรือต้นไตรมาสสองของปีหน้าจะมีการเลือกตั้งนายก อบจ. และผู้ว่าฯ กทม.นั้น อนาคตใหม่หวังว่า 15 จังหวัดที่จะส่งทีมลงแข่งขัน พรรคสีส้มน่าจะปักธงได้ ด้านเพื่อไทยก็เตรียมรุกในภาคอีสานกลางและเหนือที่เป็นฐานเสียงหลักเอาไว้ในมือ โดยน่าจะส่งอดีตผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่งวดนี้ชวดโอกาสเข้ารัฐสภารวมทั้งอดีตนายก อบจ. ในสายพท.ทำหน้าที่ต่อ ส่วนสนามเมืองกรุง น่าจะชัดเจนในเบื้องต้นแล้วว่า อนค.คงเว้นวรรคสนามนี้เพื่อเทแต้มให้แก่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ประกาศแล้วว่าลงสมัครแบบอิสระ และตอนนี้มีแววร้าวเล็กๆ แล้ว เมื่อภาค กทม.ของพท. จะเสนอพรรคให้ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเบรกเกมนี้จนหัวทิ่มหัวตำไปเมื่อวันก่อน เพราะรู้มาหลายวันแล้วว่าชัชชาติในฐานะอดีตหนึ่งในสามแคนดิเดตนายกฯ   ของ พท.ลงสมัครชิงเก้าอี้ประมุขเสาชิงช้าไร้สังกัดโดยที่คนแดนไกลอนุมัติไปแล้ว แต่ใครบางคนที่มีบารมีในภาค กทม.ของเพื่อไทยมิยอมรับความจริงด้านนี้และพยายามที่จะล็อบบี้ชัชชาติแต่มิเป็นผล รวมทั้งยังเปิดช่องให้ภาค กทม.กระทุ้งไปยังพรรคว่าควรส่งผู้สมัครประชัน จนคล้ายว่า พท.จะมีศึกในอีกระลอก

          เพียงเท่านี้ก็จับความแรงร้อนการเมืองไทยในช่วงนี้ได้อย่างพอควร และรอดูว่ากลเกมของแต่ละฝ่ายที่วางไว้นั้น ฝ่ายใดจะพลาดก่อนกัน...

เจาะประเด็นร้อน

ส่องคดีความมั่นคงของรัฐ 4 ปีในศาลยุติธรรม

วันที่ 10 ตุลาคม 2562 - 10:10 น.
ย้อนดูคดีความมั่นคงขงรัฐ,4 ปี,ในศาลยุติธรรม

ส่องผลตัดสินคดีศาลใน 3 จว.ชายแดนใต้ ยกฟ้องไม่น้อย เทียบเกินครึ่งคดีลงโทษ ระเบียบตรวจร่างคำพิพากษาต้องมี ผู้พิพากษาประสบการณ์มาก ช่วยตรวจทานกลั่นกรองคำพิพากษา

   ควันยังฟุ้งโขมง กับเหตุการณ์ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ยิงตัวเองในบัลลังก์หลังตัดสินคดี ตลอดสัปดาห์มานี้ สังคมยังคงเฝ้าติดตามความคืบหน้ากับต้นเหตุเรื่องนี้ ว่าเกิดความเครียดกดดันส่วนไหน จะเป็นไปตามเอกสาร 25 หน้าที่อ้างเป็นแถลงการณ์ของ “นายคณากร เพียรชนะ” ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา หลุดออกมาหรือไม่ ตอนนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนออกมาเช่นกันซึ่งตัวผู้พิพากษายังต้องพักฟื้นรักษาอาการบาดเจ็บก่อน

      ขณะที่ฝั่งศาลยุติธรรม โดยคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ก็เพิ่งมีคำสั่งตั้ง 3 ก.ต.ชั้นศาลฎีกา ชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้น เป็นอนุกรรมการฯ วิสามัญขึ้นมาครั้งแรกในประวัติศาสตร์เพื่อตรวจสอบเฉพาะกรณีนี้ ให้เวลาสรุปความจริงรอบด้านโดยละเอียดภายใน 15 วัน

แม้ยังต้องรอเวลาให้ควันค่อยๆ จางเพื่อเห็นภาพชัดขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจจากถ้อยคำซึ่งอ้างเป็นคำแถลงการณ์ของผู้พิพากษานั้น คือมีบางส่วนทำให้เข้าใจได้ไปในทำนองว่า มีการตรวจร่างคำพิพากษาก่อนอ่าน โดยประสงค์จะให้แก้ไขเสมือนจะให้ปรับผลจากที่ควรยกฟ้อง เป็นว่าหลักฐานเพียงพอให้ลงโทษ 

      ส่วนนี้เรียกได้ว่าเป็นตัวจุดไฟส่องแสงจ้า ให้สังคมหันมามองวิธีปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรมทันทีว่าขั้นตอนปฏิบัตินั้น มีผลกระทบกับผลการตัดสินคดีเพียงใด-อย่างไร จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อโซเชียลลั่นไปถึงความสั่นคลอนของการตัดสินคดีความมั่นคงในกลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่าจะมีด้วยหรือไม่ จนฝ่ายราชการอย่าง กอ.รมน. ก็ยังต้องออกมาแถลงยันว่า ฝ่ายทหารไม่เคยมีใครเข้าไปก้าวก่ายในกระบวนการยุติธรรม

 

     แล้วจริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในการพิจารณาคดีพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นอย่างไร เราลองมาดูตัวเลขทางสถิติคดีที่เผยแพร่ของศาลยุติธรรมกันสักหน่อย เพื่อเป็นข้อมูลติดตามเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยเหตุด้วยผลต่อไป

    สำหรับคดีความมั่นคงของรัฐ ที่อยู่ในเขตอำนาจศาลพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้การดูแลสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 รับพิจารณาไว้พิจารณา ประกอบด้วย ศาลจังหวัดนราธิวาส , ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนราธิวาส , ศาลจังหวัดนาทวี , ศาลจังหวัดเบตง , ศาลจังหวัดปัตตานี , ศาลเยาวชนฯ จังหวัดปัตตานี , ศาลจังหวัดยะลา , ศาลเยาวชนฯ จังหวัดยะลา , ศาลจังหวัดสงขลา และศาลยาวชนฯ จังหวัดสงขลา รวม 10 แห่ง

    ย้อนหลังไป 4 ปี เริ่มต้นปี 2559 พบว่าระหว่างเดือน ม.ค.-ธ.ค.59 มีคดีเก่ารวมกับคดีฟ้องเข้ามาใหม่ รวม 90 คดี , ผลการพิจารณายกฟ้อง 20 คดี ลงโทษ 34 คดี มีสั่งจำหน่ายคดี 1 คดี (หยุดการพิจารณา อาจด้วยเหตุบางประการ เช่น จำเลยหลบหนี จำเลยเสียชีวิต) คงเหลือคดีค้างพิจารณา 35 คดี โดยมีจำเลยประกันตัว 6 ราย  

      ส่วนปีถัดมา 2560 ตั้งแต่เดือน ม.ค.- ธ.ค.60 จำนวนคดีเก่ารวมกับคดีฟ้องใหม่ รวม 115 คดี , ยกฟ้อง 26 คดี ลงโทษ 37 คดี เหลือคดีคงค้างพิจารณา 52 คดี , จำเลยประกันตัว 26 ราย  

      ปี 2561 รายงานสถิติเดือน ม.ค.- ธ.ค.61 คดีเก่ารวมกับคดีฟ้องใหม่ รวม 146 คดี , มีสั่งจำหน่ายคดี 3 คดี ยกฟ้อง 25 คดี ลงโทษ 47 คดี เหลือคดีคงค้างพิจารณา 71 คดี , จำเลยประกันตัว 31 คน

       ล่าสุดปี 2562 นับตั้งแต่เดือน ม.ค.-ส.ค.นี้ คดีเก่ารวมกับคดีฟ้องใหม่ รวม 136 คดี , มีสั่งจำหน่ายคดี 1 คดี ยกฟ้อง 27 คดี ลงโทษ 44 คดี เหลือคดีคงค้างพิจารณา 64 คดี , จำเลยประกันตัว 34 คน

      รวมช่วง 4 ปี มียกฟ้อง 98 คดี และลงโทษ 162 คดี

      โดยถ้าจะดูจำกัดเฉพาะ “ศาลจังหวัดยะลา” จากที่เป็นพื้นที่เกี่ยวพันกับเหตุสะเทือนใจผู้พิพากษายิงตัวเองนั้น ตามสถิติในปี 2559 ศาลจังหวัดยะลา ยกฟ้องคดีความมั่นคงของรัฐ 5 คดี-พิพากษาลงโทษ 4 คดี ส่วนปี 2560 ยกฟ้อง 7 คดี-ลงโทษ 11 คดี , ปี 2561 ยกฟ้อง 4 คดี-ลงโทษ 9 คดี , ปี 2562 ยกฟ้อง 1 คดี-ลงโทษ 14 คดี

     แล้วตัวเลขทางคดีเหล่านี้มีนัยยะสำคัญอย่างไรต่อกรณีศึกษาครั้งนี้ ?

      สถิติเหล่านี้เป็นการแสดงถึงปริมาณให้เห็นด้วยสายตาว่า ในแต่ละปีคดีนั้นมีความเคลื่อนไหวอย่างไร ซึ่งมีทั้งผลคดีที่ยกฟ้อง-คดีที่พิพากษาลงโทษ -จำเลยที่ได้ประกัน สะท้อนให้เห็นว่าไม่ใช่เป็นเรื่องที่เล่ากันไปมาเหมือนกับว่าศาลจะลงโทษจำเลยที่ถูกอัยการฟ้องอย่างแน่นอน จำเลยไม่มีทางพ้นจากข้อกล่าวหา 

    ซึ่งความมุ่งหวังผลทางคดีว่าจะยกฟ้องหรือไม่ จะลงโทษมากหรือน้อยนั้น ขึ้นกับพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดีที่อัยการได้ยื่นฟ้องจากหลักฐานที่ได้รวบรวมมาในชั้นสอบสวนของพนักงานสอบสวน โดยการพิจารณาในระบบกล่าวหา หากพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักที่จะฟังได้การกระทำที่ยกขึ้นมาอ้างเป็นความผิด ไม่ครบองค์ประกอบความผิด ศาลควรต้องใช้ดุลยพินิจในการยกฟ้อง แล้วถ้าโจทก์ไม่เห็นด้วยกับเหตุผลนั้นก็ยื่นอุทธรณ์ตามสิทธิ ซึ่งตามกระบวนการคดีต่อสู้กันได้จนถึงชั้นศาลฎีกา ก็กลั่นกรองหลักฐานด้วยเหตุและผล-ข้อกฎหมายกันไปจนถึง 3 ชั้นศาล เช่นเดียวกับฝ่ายจำเลยมีสิทธิต่อสู้คดีถึงที่สุดเช่นกัน รวมถึงการใช้สิทธิขอประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี

       เรียกว่า กระบวนการทางกฎหมายนั้นยังคงมีระบบตรวจสอบอยู่ และผู้ที่เข้าสู่กระบวนการทุกคนมีสิทธิตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ โดยในส่วนคดีความมั่นคงของรัฐเป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่น้อย ทุกภาคส่วนให้ความใส่ใจต่อการปฏิบัติ

     ซึ่งในส่วนของ “ศาลยุติธรรม” หน่วยงานปลายทางในการตรวจสอบข้อกล่าวหา ก็ยังกำหนดแนวปฏิบัติราชการของตุลาการ เช่น รูปแบบคำพิพากษา การใช้ถ้อยคำในตัวบทกฎหมาย การรักษาแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาหรือคำสั่ง การใช้ดุลพินิจของศาลให้เป็นไปโดยถูกต้อง เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมเป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม ปราศจากอคติทั้งปวง เป็นระเบียบเดียวกันโดยมีมาตรฐานที่ชัดเจนและเหมาะสม

      จึงนำมาสู่การออก “ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการรายงานคดีสำคัญในศาลชั้นต้นและศาลชั้นอุทธรณ์ต่อประธานศาลฎีกาและการรายงานคดีและการตรวจสำนวนคดีในสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค พ.ศ.2562” ที่ให้อำนาจผู้บริหารศาล ในการตรวจร่างคำพิพากษาและการทำความเห็นแย้งได้ตามกฎหมาย โดยระเบียบกำหนดประเภทคดีชัดเจนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งคดีเกี่ยวกับความมั่นคง , ความผิดเกี่ยวกับก่อการร้าย , คดีทุกประเภทที่อัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 10 ปี หรือโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต , คดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่เกี่ยวข้องการผลิต-นำเข้า-จำหน่ายในปริมาณมาก ก็อยู่ในนิยามนั้นด้วย

      แต่ก่อนออกระเบียบนี้ ช่วงแรกตั้งแต่ปี 2555 ประธานศาลฎีกา เคยออกเป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติงานคดีในสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ที่ให้อำนาจในการตรวจร่างฯ กระทั่งต่อมาออกเป็นระเบียบให้การปฏิบัตินั้นชัดเจนขึ้น ครั้งแรกก็มาเป็นระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยมาตรฐานการรายงานคดีและการตรวจสำนวนคดีในสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค พ.ศ.2560

     โดย “โฆษกศาลยุติธรรม” ย้ำชัดถึงการตรวจร่างคำพิพากษาว่า เป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่มีเจตนารมณ์ ให้ผู้พิพากษาที่มีประสบการณ์มากกว่าได้ช่วยเหลือองค์คณะผู้พิพากษา ตรวจทานกลั่นกรองคำพิพากษาเพื่อให้คำพิพากษาของศาลยุติธรรมเป็นหลักประกันความเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่ายได้อย่างแท้จริง

      ขณะเดียวกันก็ประกันความเป็นอิสระแก่องค์คณะผู้พิพากษาด้วยซึ่งหากองค์คณะยืนยันตามความเห็นเดิมอธิบดีผู้พิพากษาภาคก็จะบังคับให้เปลี่ยนแปลงผลไม่ได้ โดยมีสิทธิแค่ทำบันทึกความเห็นแย้งติดสำนวนไว้เพื่อให้เกิดสิทธิในการอุทธรณ์-ฎีกาต่อไปเท่านั้น

        เมื่อย้อนมาดูคดีที่มีการพูดถึงในสำนวนของท่านผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ตามเอกสารที่อ้างเป็นแถลงการณ์ เขาก็ว่าคดีตัดสินนั้นไม่ใช่คดีเกี่ยวกับความมั่นคง แต่เป็นลักษณะคดีฆาตกรรมที่การกล่าวหาความผิดต่อชีวิต อั้งยี่ ซ่องโจร และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ อัตราโทษจำคุกก็น่าจะอย่างสูงเกิน 10 ปี แล้วเช่นนี้การปฏิบัติตามระเบียบที่ออกย่อมจำเป็นอยู่ด้วยใช่หรือไม่ ? นอกเหนือจากที่จะมองว่าเป็นคดีที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคำถามนี้กรอบในระเบียบฯ มีหลักเกณฑ์ให้เห็น 

        ดังนั้น ความหวั่นไหวของกระบวนการยุติธรรมที่มีครั้งนี้ เป็นการเอ่ยอ้างถึงสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่ในระเบียบหลักเกณฑ์จริงหรือไม่ ? ต้องค่อยๆ ทบทวน!!! 

เจาะประเด็นร้อน

ไฟสุมทรวง เพื่อไทยร้าว "หน่อย" งัด "สมพงษ์"

วันที่ 10 ตุลาคม 2562 - 10:47 น.
พรรคเพื่อไทย,เจ๊หน่อย,สุดารัตน์,คุณหญิงสุดารัตน์ เกย,รายงานพิเศษ,เจาะประเด็นร้อน,ขุนน้ำหมึก,เพื่อไทย

คอลัมน์ 'ท่องยุทธภพ' โดย 'ขุนน้ำหมึก' หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 10 ต.ค.62

สัปดาห์ที่แล้วมีความชัดเจนจากปากของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เรื่องจะลงสมัครชิงตำแหน่ง “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” ต้นปีหน้า โดยไม่สังกัดพรรคการเมือง แต่ก็มีขาใหญ่เพื่อไทย 2-3 คน ก็ยินดีจะหนุน 

ไม่ทันข้ามสัปดาห์พลพรรครัก “คุณหญิงหน่อย” หรือกลุ่ม “กทม.เพื่อไทย” ได้มีมติให้พรรคสรรหาผู้สมัครใหม่เพื่อส่งลงเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย ทำเอากองเชียร์ออกอาการงุนงง 

ชัชชาติ วันประกาศตัวลงสมัครผู้ว่า กทม.

การเสนอตัวของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ในศึกชิงทำเนียบเสาชิงช้าไม่มีการพูดถึง “กลุ่มกรุงเทพที่ดีกว่าเดิม” ซึ่งเมื่อกลางเดือนกันยายน 2562 “ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช” หรือ ผู้กองมาร์ค อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ออกมาให้ข่าวเป็นคุ้งเป็นแคว

ผู้กองมาร์คอ้างว่ากลุ่มกรุงเทพที่ดีกว่าเดิมเป็นการรวมตัวของนักวิชาการ นักธุรกิจ และประชาชน ที่จะเสนอ “ชัชชาติ” เป็นผู้ว่าฯ กทม. แต่หลังจากนั้นผู้กองมาร์คหยุดความเคลื่อนไหว “กลุ่มกรุงเทพที่ดีกว่าเดิม” ไปเฉยๆ 

ส่องในเฟซบุ๊กผู้กองมาร์ค บทบาทกลุ่มกรุงเทพที่ดีกว่าเดิมหยุดนิ่งไว้แค่วันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา วันนี้ผู้กองมาร์คไปทำหน้าที่เลขานุการกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาห กรรม สภาผู้แทนราษฎร 

ผู้กองมาร์ค กับชัชชาติ

ผู้กองมาร์ครับงานใครมาจุดพลุข่าว ชัชชาติ ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ หรือผู้กองมาร์คทำปืนลั่น โดยชัชชาติยังไม่พร้อมจะเปิดตัว

ที่แน่ๆ ผู้กองมาร์คเป็นเพื่อไทยสายเมืองกรุงที่ไม่ได้ขึ้นต่อบ้านขาใหญ่แห่งวังทองหลาง

อภินิหาร “เด็กหน่อย”

เรื่อง “ชัชชาติ” ลงสนามผู้ว่าฯ กทม. กลายเป็นระเบิดภายในพรรคเพื่อไทย เมื่อ “วิชาญ มีนชัยนันท์” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานภาค กทม. ได้เรียกประชุมภาค กทม. มีสมาชิกที่เป็นส.ส.และผู้สมัครส.ส. อดีต ส.ก. และผู้สมัคร ส.ก. ของพรรคในพื้นที่ กทม.เข้าร่วมประชุม เพื่อพูดคุยเรื่องสรรหาบุคคลที่จะมาเป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 

พลันที่มีข่าวนี้ออกไปก็มีข่าวหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแถลงผ่านเฟซบุ๊กว่า พรรคยังไม่มีมติใดๆ เกี่ยวกับผู้ว่าฯ กทม. สื่อหลายสำนักพาดหัวข่าวเพื่อไทยแตกยับ 

“วัฒนา เมืองสุข” ลุกขึ้นมาโพสต์เฟซบุ๊กว่า 17 กันยายน 2562 ที่ประชุมภาค กทม. ได้มีมติให้ส่งชัชชาติเป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคเพื่อไทย ต่อมา ชัชชาติ ประกาศที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ ที่ประชุมภาค กทม.จึงมีมติให้พรรคสรรหาผู้สมัครใหม่ในนามพรรคเพื่อไทย

แปลกมาก! ผู้กองมาร์คแถลงข่าว ชัชชาติจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามกลุ่มกรุงเทพที่ดีกว่าเดิม เมื่อวันที่ 16 กันยายน แสดงว่า ชัชชาติชิงปล่อยข่าวหนีมติพรรคหรือ?

ใครโกหกกันแน่..หรือขาใหญ่คนไหนต้องการสกัดชัชชาติ จึงเล่นเกมนี้

ไม่ใช่หุ่นเชิด

ย้อนไปวันแรกที่มีข่าว “ชัชชาติ” จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามกลุ่มกรุงเทพที่ดีกว่าเดิม “น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย สายตรง “คุณหญิงหน่อย” ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่ายังไม่มีวาระในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย เพราะปีนี้ยังไม่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

น.อ.อนุดิษฐ์ ยืนยันว่า ชัชชาติมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจลงผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในนามพรรคเพื่อไทยเพราะเป็นสิทธิ์ของชัชชาติเอง

 

สมพงษ์และคุณหญิงสุดารัตน์ จะเอายังไง

“คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ก็เคยให้สัมภาษณ์ทำนองแบ่งรับแบ่งสู้กรณีชัชชาติจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยไม่สังกัดพรรคเพื่อไทย 

เวลานั้นเหมือนรู้กันว่าชัชชาติได้ “ไฟเขียว” จากคนแดนไกลให้ลงสนามอิสระ และเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขัน จู่ๆ กลุ่ม “เด็กหน่อย” ก็เรียกประชุมภาค กทม. ผุดมติกดดันหัวหน้าพรรค

ค่ำวันที่ 8 ตุลาคม 2562 “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แถลงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า พรรคยังไม่เคยมีมติในเรื่องการจะส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. และข่าวที่ออกมาไม่มีมูลความจริงมีแต่สร้างความสับสนให้เกิดขึ้น จึงขอเรียนชี้แจงมาในชั้นต้นจนกว่าจะมีการประชุมหารือของพรรคเสียก่อน

ไม่บ่อยครั้งนักหรอกที่เสี่ยสมพงษ์จะใช้สื่อโซเชียลเพื่องานการเมือง หากไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และจำเป็นต้องเบรกเกมของใครบางคน

 วงในเพื่อไทยรู้กันมานาน สมพงษ์ไม่สบายใจเรื่องบทบาท “คุณหญิงหน่อย” ที่ทำหน้าที่เกินเลยประธานยุทธศาสตร์พรรคอยู่บ่อยๆ 

 

รพ.พิจิตร เปิดแล้ว คลินิกกัญชา รักษา 4 โรคหลัก

วันที่ 10 ตุลาคม 2562 - 18:43 น.
คลินิกกัญชา,พิจิตร,เปิดคลินิกกัญชา

รพ.พิจิตร เปิดคลินิกกัญชาแล้ว แต่ใช่ว่าจะขอรับยาน้ำมันกัญชากันได้ง่ายๆ เงื่อนไขเฉพาะผู้ป่วยลมชัก - ปวดเส้นประสาท - ปลอกประสาทอักเสบ - มะเร็งระยะสุดท้าย

คลิปที่ 1

               วันที่ 10 ต.ค. 2562 นายแพทย์ธีระพงษ์ แก้วภมร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร ได้เป็นประธานในพิธีเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ที่ รพ.พิจิตร โดยมีนายแพทย์สุรชัย แก้วหิรัญ ผอ.รพ.พิจิตร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และแพทย์ พยาบาล ร่วมกันในกิจกรรมเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ ซึ่งคลินิกดังกล่าวตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาลพิจิตร

               ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ฉบับที่ 7 พ.ศ.2562 ได้มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เพื่อเป็นการเปิดทางให้มีการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดยขณะนี้ รพ.พิจิตร และ รพ.ในทุกอำเภอของจังหวัดพิจิตร ได้กำหนดนโยบายในการให้บริการผู้ป่วยได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์กัญชาที่มีการผลิตอย่างเป็นระบบและมีคุณภาพได้มาตรฐานและถูกกฎหมายให้ รพ.พิจิตร ได้ดำเนินการ

               ซึ่งผู้ที่จะเข้าขอรับการใช้บริการต้องมีขบวนการคัดกรองวินิจฉัย ประเมินทางคลินิกสั่งจ่าย และให้คำแนะนำในการใช้จากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทั้งในระบบแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย ควบคู่กันไป โดยจะพิจารณาสั่งจ่ายยาน้ำมันกัญชาให้อยู่ในรูปแบบของการเสริมการรักษากับวิธีมาตรฐาน ไม่ใช่ใช้กัญชาเป็นทางเลือกอันดับแรกในการรักษาโรค สำหรับผู้ที่จะขอใช้บริการในคลินิกกัญชา ต้องเป็นผู้ป่วยที่มีอาการดังต่อไปนี้เท่านั้น คือ ผู้ป่วยลมชัก , ปวดเส้นประสาท , ปลอกประสาทอักเสบ , เจ็บปวดมะเร็งระยะสุดท้าย

               สำหรับยาน้ำมันกัญชาหยอดใต้ลิ้น สูตร THC 1.7% ล็อตแรก จำนวน 200 ขวด รพ.พิจิตร ได้รับมาจาก รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ขณะนี้พร้อมให้บริการผู้ป่วยแล้ว โดยคลินิกกัยชาทางการแพทย์ของ รพ.พิจิตร จะเปิดให้บริการเฉพาะวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 13.00 น. - 16.30 น. สนใจโทร 056-611230 , 056-611355 , 056-611807 ต่อ 4713 ในวันและเวลาราชการ

 

 

เจาะประเด็นร้อน

ไม้ตายในมือ บิ๊กแดง

วันที่ 10 ตุลาคม 2562 - 12:55 น.
พลออภิรัชต์ คงสมพงษ์,บิ๊กแดง,3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ไม้ตายในมือ บิ๊กแดง คอลัมน์... ถอดรหัสลายพราง โดย... พลซุ่มยิง

          ได้คิว “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ออก ‘แอ็กชั่น’ ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ หลังซุ่มเงียบเก็บข้อมูลเกือบสองสัปดาห์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ ‘บทบาทกองทัพในการดูแลความมั่นคงภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน’ ที่ห้องประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบก

          เวทีนี้ถูกกำหนดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลัง “บิ๊กแดง” ได้รับรายงานจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าว่ามีการกระทำผิดกฎหมายในเวทีสัมมนาหัวข้อ ‘พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่’ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมโครงการฝ่ายค้านเพื่อประชาชนสัญจรภาคใต้ โดยมีหลักฐานเป็นวิดีโอความยาวกว่า 2 ชั่วโมง และเนื้อหาการเสวนาถูกถอดเทปแบบคำต่อคำ

          กลายเป็นที่มาเรื่องการแจ้งความดำเนินคดีกับ 12 แกนนำฝ่ายค้าน และนักวิชาการ ทำความผิดมาตรา 116 ประกอบด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พล.ท.ภารดร พัฒนถาบุตร  อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นางชลิตา บัณทุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษรศาสตร์ 

          และนายสมพงษ์ สระกวี  นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายมุข สุไลมาน  นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย นายรักชาติ สุวรรณ นายอสมา มังกรชัย  นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา  หัวหน้าพรรคประชาชาติ และนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

          ปฏิกิริยาตอบกลับของพรรคฝ่ายค้านผลัดกันดาหน้าออกมาโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) บิดเบือนกฎหมาย พร้อมทั้งแจ้งความกลับ  พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4  และพล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า 

          บ้างจะใช้อำนาจกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษชน ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นประธาน เรียก ‘พล.ต.บุรินทร์’ มาชี้แจงหรือขู่จะปฏิรูป ‘กอ.รมน.’ เสียใหม่  ตามข้อเสนอของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. หรือแม้แต่การนำประเด็นดังกล่าวไปอภิปรายในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 

          ใจจริงแล้วการจัดเวทีดังกล่าว “บิ๊กแดง” ตั้งใจโฟกัสเฉพาะการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เรื่องมา ‘อีนุงตุงนัง’ ทันทีเกิดกรณีนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษายิงตัวเองขณะพิจารณาคดี ที่ จ.ยะลา หลังเชื่อว่าถูกแทรกแซงคำตัดสินก่อนจะเผยแพร่เอกสารแถลงการณ์ 25 หน้า 

          เรียกร้องให้สภานิติบัญญัติออกกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรมเพื่อห้ามกระทำการตรวจร่างคำพิพากษาก่อนอ่านให้คู่ความฟัง ทั้งห้ามกระทำใดๆ อันมีผลเป็นการแทรกแซงผลคำพิพากษาและให้สภานิติบัญญัติและนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีให้ความเป็นธรรมทางการเงินแก่ผู้พิพากษาทั่วประเทศ 

          แม้ทั้งสองเหตุการณ์จะเกิดขึ้นต่างวันและเวลา แต่เมื่อเป็นพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงกลายเป็นข้อถกเถียงว่าการยิงตัวเองของผู้พิพากษา จ.ยะลา และการจัดเสวนาของพรรคฝ่ายค้าน จ.ปัตตานี เป็นการจัดฉากเพื่อหวังผลบางอย่างหรือทั้งสองกรณีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันเลย เป็นแค่ความบังเอิญ

          ตลอดจนถึงการโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในต่างประเทศ​ของนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งเมื่อปี 2561 จนถูกเจ้าหน้าที่บุกจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ก่อนจะได้รับประกันตัวออกไป

          จากเวทีสัมมนาที่ภาคใต้ของพรรคฝ่ายค้านสู่การยิงตัวเองของผู้พิพากษาและการโพสต์เฟซบุ๊กของนักกิจกรรมการเมืองกลายมาเป็นเวทีบรรยายพิเศษของ “บิ๊กแดง” ที่อาจซ่อนคำตอบบางอย่างเอาไว้ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังเรื่องซับซ้อนที่เกิดขึ้นอาจนำไปสู่ ‘โครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ’ เอกสารที่อยู่ในมือ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

............................................

10 ตุลาคม 2562


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน