*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5610
  • จำนวนผู้ชม : 3366446
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 13 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 469 , 16:28:24 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , vinitvadee และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         'ลุงตู่' เตือนคนที่ชอบด่าประเทศ โดยบอกว่าเหมือนประจานตัวเองไปจนถึงบรรพบุรุษทีเดียว แค่ทว่า คำเตือนของ 'ลุงตู่' จะ

เข้ารูหูของคนพวกนั้นหรือเปล่า หรือเข้าแล้วทำให้เกิดสำนึกหรือเปล่า

          แต่ทั้งนี้ หากจะติคนไทยบางคน บางกลุ่ม บางอาชีพเพื่อเตือนสติในบางเรื่องบางประเด็นก็ควรทำได้ เช่น การติชาวนาที่คิดจะ

เอาแต่ใจตัวเอง หน่วยงานของรัฐเตือนเรื่องอะไรก็ไม่ฟัง ตัวอย่าง เช่น การเลิกใช้สารเคมีในการเกษตร ที่จะเป็นอันตรายต่่อดิน สิ่ง

แวดล้อม ตัวเกษตรกรเอง และผู้บริโภค เป็นต้น หรือเกษตรกรยังเคลือบแคลงหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ก็อาจเป็นได้อีกเหมือนกัน

 

ร9-สวรรคต

'ศิริราช'น้อมรำลึกวันคล้ายวันสวรรคต‘ในหลวงร.9’ ปชช.พร้อมใจใส่เสื้อเหลืองร่วมงาน(ประมวลภาพ)

'ศิริราช'น้อมรำลึกวันคล้ายวันสวรรคต‘ในหลวงร.9’ ปชช.พร้อมใจใส่เสื้อเหลืองร่วมงาน(ประมวลภาพ)

วันอาทิตย์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.04 น.
13 ตุลาคม 2562 ที่คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ปีที่ 3 ตามรอยพ่อ เพื่อบำเพ็ญกุศลและน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล  อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
 
โดย เวลา 06.00 น. ศ.ดร. นพ.ประสิทธิ์  วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 39 รูป โดยมีคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั้วไปที่พร้อมใจใส่เสื้อสีเหลือมาร่วม พิธีด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และรำลึกถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างเนืองแน่น โดยพระสงฆ์เริ่มรับบาตรตั้งแต่ประตูอุบัติเหตุโรงพยาบาลศิริราช และตลอดเส้นทางถนนวังหลัง เข้าประตู 8 สู่ถนนบวรสถานพิมุข มายังลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก

เวลา 07.30 น. พระเทพสุวรรณเมธี เจ้าอาวาสวัดสุวรรณราม ราชวรวิหาร รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป พร้อมด้วยพระสงฆ์ 39 รูป สวดพระพุทธมนต์และสวดสดับปกรณ์ เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

จากนั้น ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำกล่าวสดุดี และยืนสงบนิ่ง เป็นเวลา 89 วินาที

 

สำหรับคำกล่าวสดุดีฯ โดย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวนำความตอนหนึ่ง ว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี แห่งการครองราชย์ ไม่เคยมีวันใดที่พระองค์จะว่างเว้นจากการทรงงาน และไม่เคยมีวันใดที่พระองค์จะไม่คำนึงถึงประโยชน์สุขของคนไทย ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระผู้ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน ได้พระราชทานแนวพระราชดำริด้านต่างๆ และทรงวางแนวทางต่างๆ ไว้เป็นรากฐานที่มั่นคงในการพัฒนาประเทศชาติ ให้คนไทยอยู่ดี กินดี มีความสุขกันถ้วนหน้า และยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้ ดังจะเห็นได้จากโครงการพระราชดำริมากกว่า 4,000 โครงการ ก่อให้เกิดคุณอนันต์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง พระองค์ทรงเป็น“ต้นแบบแห่งความดี” คนไทยโชคดีที่ได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย นับเป็นบุญยิ่งใหญ่ที่ได้เกิดอยู่ใต้ร่มพระบารมีแห่งราชวงศ์จักรี

ทุกวันที่ 13 ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต กลายเป็นวันที่มีความหมายต่อพวกเราทุกคน ขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวไทยที่คิดถึงพระองค์ ถือโอกาสอย่างน้อยในหนึ่งวันนี้ ย้อนนึกถึงพระบรมราโชวาทหรือสิ่งที่พระองค์ท่านเป็นแรงบันดาลใจ สิ่งที่เราตั้งใจจะสานต่อตามรอย“ธรรมดีที่พ่อทำ” มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต นอกจากจะสร้างประโยชน์สุขส่วนตน ย่อมช่วยเสริมสร้างประเทศชาติให้เจริญขึ้นอย่างยั่งยืน และผู้ร่วมพิธียืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที”

 

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวเพิ่มเติมภายหลังเสร็จพิธี ว่า หลังจากที่พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 เชื่อว่าทุกคนยังนึกถึงวันนั้นอยู่จนถึงวันนี้ไม่ว่าใครก็แล้วแต่เมื่อมาถึงลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก แล้วมองขวาขึ้นบนไปที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ เชื่อว่าทุกคนก็ยังระลึกถึงพระองค์ท่านอยู่ ศิริราชเองเราได้แจ้งตั้งแต่ 13 ตุลาคม 2559 แล้วว่าทุกปี ทุกวันที่ 13 ตุลาคม เราอยากทำให้เป็นกิจกรรมที่ทำอย่างต่อเนื่อง และทำให้คนไทยน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน โดยกำหนดกิจกรรมนี้ชื่อว่า “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ซึ่งศิระหมายความว่าเศียร และกราน หมายถึงการกราบ พระภูบาล หมายถึงกษัตริย์ นวมินทร์ หมายถึงรัชกาลที่ 9 ความหมายทั้งหมดคือ การน้อมศีระลงกราบรัชกาลที่ 9

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากจะสื่อความหมายมากกว่ากิจกรรมนี้คือ อยากให้ทุกวันที่ 13 ตุลาคม ในแต่ละปีไม่ว่าท่านจะมาร่วมงานที่ศิริราช หรือได้มีโอกาสดูการถ่ายทอดสด อยากให้ท่านกลับไปอ่าน ศึกษาพระบรมราโชวาท ว่า พระราชดำรัสของรัชกาลที่ 9 อย่างน้อยก็หยิบมาสักเรื่องหนึ่ง แล้วทุกคนตั้งใจว่า 1 ปีนับจากนี้ฉันจะทำตามรอยพ่อในพระบรมราโชวาท หรือพระราชดำรัสนั้น และหวังว่าวันที่ 13 ตุลาคม ปีหน้า กลับมานึกถึงว่าในปีที่ผ่านมา เราได้น้อมนำพระบรมราโชวาทหรือพระราชดำรัสที่พระองค์ให้ไว้ ได้นำมาปฏิบัติหรือยัง ถ้ายังได้ทำก็ถามัวเองว่าทำไมถึงไม่ได้ทำ ถ้าเราทุกคนทำตามพระราชดำรัชสนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทุกวันที่ 13 ตุลาคม ก็จะมีคุณค่าเสมอ ก็อยากให้คนไทยนำสิ่งเหล่านี้มาปฏิบัติเพราะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่แสดงว่าเรากตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ เราอยากให้พระองค์ท่านได้เห็นในสิ่งที่พระองค์ตั้งพระทัย คือการทำให้พสกนิกรของพระองค์ท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”  ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น เวลา 10.00-12.00 น. มีพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ ห้องสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น G นอกจากนี้ เวลา 10.30-12.00 น. มีการบรรเลงดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ โดยนักดนตรีจิตอาสา ณ ศาลาศิริราช 100 ปี

สำหรับภาคบ่าย เวลา 13.30-15.00น. ขอเชิญฟังปาฐกถาในหัวข้อ “ตามรอยพ่อ” โดย ดร.สุเมธ    ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ณ ศาลาศิริราช 100 ปี

เวลา 15.00-15.45 น. มีพิธีสวดพระพุทธมนต์อุทิศถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยในเวลา 15.52  น. เจริญจิตภาวนา เป็นเวลา ๙ นาที เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ  ณ ศาลาศิริราช 100 ปี

และในช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 16.15-17.45 น. เป็นการแสดงดนตรีในสวน ขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ จากนักร้องกิตติมศักดิ์ อาทิ  จินตนา สุขสถิต ศรีไศล สุชาติวุฒิ  รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส  จิตติมา เจือใจ ทิพย์วัลย์ ปิ่นภิบาล    โฉมฉาย อรุณฉาน  ศรวณี โพธิเทศ  นัดดา วิยกาญน์  วินัย พันธุรักษ์  สันติ ลุนเผ่  ดร.ศุภาชัย ผ่องสวัสดิ์  เป็นต้น  บรรเลงเพลงโดย วงดนตรีลูกกรุง กระทรวงวัฒนธรรมณ  ณ ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบรมราชชนก

และช่วงท้ายของกิจกรรม 17.45-17.59 น. จะเป็น  “พิธีศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ซึ่งเป็นพิธีถวายสักการะอันทรงเกียรติจากบุคลากรศิริราช และประชาชน  คำว่า “ศิระ” หมายถึง ศีรษะ และ “กราน” อันหมายถึง การกราบ เพื่อร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพิธีจุดเทียนน้อมรำลึก พร้อมอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” มาขับร้องแทนคำมั่นสัญญาว่าจะมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานร่วมกัน สร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นบนแผ่นดินไทย  

และตลอดทั้งวันที่ 13  ตุลาคม 2562 ยังเปิดให้ประชาชนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ศิริราช ฟรี ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน และพิพิธภัณฑ์กายวิภาคคองดอน ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น.

อีกทั้งนิทรรศการศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ “ตามรอยพ่อ” ณ โถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ โรงพยาบาลศิริราช ระหว่างวันที่ 13-14 ตุลาคม 2562 ภายในจัดแสดงภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อาทิ เศรษฐกิจพอเพียง การแก้ไขบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม โครงการแกล้งดิน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
‘บิ๊กตู่’ย้ำมุ่งสมานฉันท์ เหน็บใครด่าประเทศเหมือนประจานตัวเอง-บรรพบุรุษ (ชมคลิป)

‘บิ๊กตู่’ย้ำมุ่งสมานฉันท์ เหน็บใครด่าประเทศเหมือนประจานตัวเอง-บรรพบุรุษ (ชมคลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.10 น.
 
 

 ‘บิ๊กตู่’ย้ำมุ่งสมานฉันท์ เหน็บใครด่าประเทศเหมือนประจานตัวเอง-บรรพบุรุษ (ชมคลิป)

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 13 ตุลาคม 2562 ที่โรงเรียนช่างอากาศอำรุง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรี คู่สมรส ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดคู คลอง ถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่โรงเรียนช่างอากาศอำรุง และวัดธรรมาภิรตาราม เขตดุสิต

 โดยนายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ สายน้ำแห่งความห่วงใย สู่ไทยทั่วหล้า และได้ตรวจเยี่ยมคลองต้นแบบที่บำบัดน้ำเสีย โดยการเติมฟองอากาศ ปล่อยจุลินทรีย์ บำบัดน้ำเสีย พร้อมร่วมทาสี ริมทางเท้า ราวเหล็ก และปรับภูมิทัศน์ ล้างพื้นถนนภายในวัด

ทั้งนี้ ระหว่างทาสี น.ส.ธนิกานต์ พรพงสาโรจน์ ส.ส.เขตดุสิต พรรคพลังประชารัฐ ได้เข้ามาแนะนำตัว พร้อมกล่าวว่า ตนเองเป็นคนรุ่นใหม่ที่พร้อมทำงานกับคนรุ่นเก่า ซึ่งคนรุ่นเก่ามีประสบการณ์ ส่วนคนรุ่นใหม่มีไอเดีย

จากนั้นนายกฯ ระบุว่า ต้องไปศึกษาว่าระบบราชการเป็นอย่างไร กฎหมายอยู่ตรงไหน ซึ่งกฎหมายก็มีอยู่แล้วจะไปฝืนกฎหมายก็ไม่ได้ แต่หากจะแก้ไขก็ต้องเป็นไปตามช่องทาง วันนี้ต้องการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ หากจะด่าหรือว่าประเทศชาติก็เหมือนด่าตัวเอง ด่าบรรพบุรุษของตัวเอง

เมื่อนายกฯ พูดถึงช่วงนี้ น.ส.ธนิกานต์ ได้กล่าวขึ้นว่า “วันนี้หมดเวลาด่าประเทศชาติแล้ว เราต้องร่วมมือร่วมใจกัน แต่ก็ยังมีบางพรรคที่ทำอยู่” จากนั้นนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ รมว.พลังงานและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐก็ได้กล่าวสวนขึ้นมาว่า “เรากำลังทำการเมืองสร้างสรรค์กันอยู่”

จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนแยกแยะกันออกแล้ว หากไม่ทำการเมืองสร้างสรรค์การเมืองก็จะปฏิรูปต่อไปไม่ได้ โดยข้าราชการ รัฐบาล และประชาชน ต้องร่วมมือกัน นี่คือหลักการประชาธิปไตย หากร่วมมือกัน ประเทศไทยจะก้าวไกลและยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลจะเริ่มต้นและประชาชนมาร่วม จึงต้องมาดูว่าอะไรทำได้และทำไม่ได้ อย่างไรก็ตามวันนี้นักการเมืองทั้งรุ่นเก่า รุ่นกลาง และรุ่นใหม่ ต้องไปด้วยกัน แต่มีบางคนชอบว่าประเทศเหมือนชอบว่าตัวเอง

ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวช่วงหนึ่งด้วยว่า มาทาสีวันนี้ก็ให้นายกฯ อบรมการเมืองไปด้วย และยืนยันว่า มาทำกิจกรรมวันนี้ไม่ได้ต้องการจะมาดราม่า แต่เป็นการกระตุ้นสร้างแรงจูงใจในการทำกิจกรรม และขอให้เลิกทะเลาะกันได้แล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้เลยช่วงหาเสียงมาแล้ว เดี๋ยวจะมีคนว่ามาหาเสียงอีก กิจกรรมในวันนี้เป็นการย่อให้เห็นว่าเราได้ทำอะไรกันบ้าง ส่วนที่เหลือก็ไม่ได้ทำวันนี้วันเดียว

จากนั้นนายกรัฐมนตรี จะกราบนมัสการและสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาสวัดธรรมาภิรตาราม ยังได้มอบหลวงพ่ออู่ทอง ให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ร่วมทำบุญกฐินสามัคคีช่วยเหลือวัด 1,000 บาท ก่อนที่นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมโครงการจิตอาสา สาธิตการจัดทำถังดักไขมัน และกล่าวก่อนเดินทางกลับ ว่า “นี่คือสิ่งหนึ่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระรัฐบาล เป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกัน รวมถึงการรักษาแหล่งน้ำดังนั้นเราต้องรักษาทุกอย่างไว้ให้ได้ ซึ่งมีหลายหน่วยงานหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องช่วยกันทั้งหมด วันนี้เป็นการทำกิจกรรมเพื่อให้เห็นว่าเราต้องดูแลรักษาประเทศชาติ ในเรื่องอะไรบ้าง ที่ผ่านมาก็เป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม  การรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ทั้งหมดแก้ไขได้ด้วยตัวพวกเราทุกคน  นี่แหละคือสิ่งที่บ้านเมืองต้องการในวันนี้ คือการพูดคุยกันในเรื่องเหล่านี้ ในประเด็นที่มีความสำคัญกับตัวเราเอง และกับประเทศชาติโดยส่วนรวม ส่วนเรื่องอื่นว่าตามขั้นตอนไป อย่ามาตีกัน เข้าใจไหม วันนี้ไม่พูดเรื่องอื่น บ๊ายบาย กลับละ”

สำหรับกิจกรรมนี้จัดพร้อมกันทั่วประเทศ ในการปรับปรุงภูมิทัศน์และทำความสะอาดคูคลอง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยครั้งต่อไป จะมีขึ้นในวันที่ 18 และ 23 ต.ค.นี้

อย่างไรก็ตามในเวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรีและภริยา เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ก่อนจะเป็นประธานในพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ  เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง

‘องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ’แถลงการณ์ฉบับ 2 จับตาท่าทีนายกฯปมแบน 3 สารพิษ

‘องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ’แถลงการณ์ฉบับ 2 จับตาท่าทีนายกฯปมแบน 3 สารพิษ

วันอาทิตย์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.37 น.
‘องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ’แถลงการณ์ฉบับ 2 จับตาท่าทีนายกฯปมแบน 3 สารพิษ

13 ตุลาคม 2562 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 เรื่อง “3 สารพิษ โกงชีวิตเกษตรกรมาแล้วทั่วโลก…ไฉนยังออกฤทธิ์ที่ประเทศไทย” ระบุว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) มีความเป็นห่วงต่อคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยและระบบนิเวศโดยรวม สืบเนื่องจากการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กล่าวว่า การยกเลิกการห้ามใช้ 3 สารพิษ ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไฟริฟอส และไกลโฟเซต ต้องเป็นไปตามขั้นตอน แม้ว่าจะได้มีการพิจารณาเรื่องนี้มาแล้วตั้งแต่ปี 2560 และหลายส่วนของภาคสังคม รวมทั้งหลายหน่วยงานภาครัฐ จะมีข้อเสนอให้ยกเลิก 3 สารพิษนี้โดยเด็ดขาด

“องค์กรฯ จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนไทยในทุกภาคส่วน ผู้มีความเป็นห่วงต่ออนาคตของคนในชาติ ช่วยจับตาดูท่าทีของนายกรัฐมนตรี ว่าจะรับผิดชอบเกี่ยวกับสุขภาพและชีวิตของประชาชนในเรื่องนี้อย่างไร หรือจะมีการปัดความรับผิดชอบไปให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ตัดสิน-รับผิดชอบเรื่องสุขภาพและชีวิตของประชาชนแทน”

ในตอนท้ายของแถลงการณ์ยังระบุว่า หากนายกรัฐมนตรียังคงยืนยันให้เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่จะกำหนดเส้นทางชีวิตของเกษตรไทย องค์กรฯขอเรียกร้องให้การลงมติในเรื่องนี้เป็นไปอย่างเปิดเผย และมีการชี้แจงเหตุผลในการสนับสนุนหรือคัดค้าน เพื่อความโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน เพราะการใช้สารพิษในการเกษตร นอกจากจะส่งผลโดยตรงกับชีวิตของเกษตรกรผู้ใช้และระบบนิเวศทางธรรมชาติแล้ว ยังส่งผลโดยอ้อมถึงผู้บริโภค อันจะนำมาซึ่งความสูญเสียอย่างมหาศาล นับเป็นหนึ่งในการโกงอนาคตของลูกหลาน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรื่อง  ยกเลิกการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยสนับสนุนให้ยกเลิกการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต พร้อมเรียกร้องกระทรวงที่เกี่ยวข้องประกาศจุดยืนชัดเจน และขอให้เปิดเผยการลงมติของ “คณะกรรมการวัตถุอันตราย” ต่อสาธารณะ

....................................................

‘โบว์’เหน็บครบ 1 ปี‘ยุทธศาสตร์ชาติ’ ฉะรธน.60ทำคนไทยต้องทนมาเฟีย20ปี

‘โบว์’เหน็บครบ 1 ปี‘ยุทธศาสตร์ชาติ’ ฉะรธน.60ทำคนไทยต้องทนมาเฟีย20ปี

วันอาทิตย์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 16.46 น.
‘โบว์’เหน็บครบ 1 ปี‘ยุทธศาสตร์ชาติ’ ฉะรธน.60ทำคนไทยต้องทนมาเฟีย20ปี
 

13 ตุลาคม 2562 น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ “โบว์” แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ Bow Nattaa Mahattana ระบุว่า “13 ต.ค. 61 วันเริ่มบังคับใช้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หรือยุทธศาสตร์ คสช. ที่จะกำกับประเทศไปถึงปี 2580 .. ปกติคนเราย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ชีวิต ทุกอย่างเปลี่ยนได้ เลือกใหม่ได้ตลอดเวลา แม้แต่รัฐบาลปกติก็ยังเลือกใหม่ได้ทุก 4 ปี แต่ #รธน60 กำหนดให้คนไทยทนกับระบอบมาเฟียไป 20 ปี”

 

 

พลังประชารัฐจัดขุนพลแจงงบฯ นัด15ต.ค.ติวเข้มส.ส.รับมืออภิปราย

พลังประชารัฐจัดขุนพลแจงงบฯ นัด15ต.ค.ติวเข้มส.ส.รับมืออภิปราย

วันอาทิตย์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 12.34 น.
พลังประชารัฐจัดขุนพลแจงงบฯ นัด15ต.ค.ติวเข้มส.ส.รับมืออภิปราย
 
13 ตุลาคม 2562 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมทำหน้าที่ในการพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2563 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17 -19 ตุลาคม นี้ อย่างเต็มที่ และไม่มีความน่ากังวลแต่อย่างใด โดยการเตรียมให้สมาชิก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ทำความเข้าใจในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยได้เรียกประชุม ส.ส. ของพรรค เตรียมความพร้อมของตัวบุคคลที่จะเป็นผู้ชี้แจง ทางพรรคจะคัดคนที่มีความเหมาะสม และมีความเข้าใจในรายละเอียดแต่ละเรื่อง แต่ละประเด็น ให้ใช้เวลาที่มีอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีผู้ประสงค์จะอภิปรายเป็นจำนวนมาก
 
“ในวันอังคารที่ 15 ตุลาคม นี้ จะมีการประชุมกันที่พรรคพลังประชารัฐ เพื่อเตรียมความพร้อม แล้วจะได้แถลงข่าวให้ทราบต่อไป” นายสนธิรัตน์ กล่าว

 

ชาวประมงอ่าวน้อยแห่จับ'แมงกะพรุน'ส่งขายนอก โกยรายได้นับแสนบาท

ชาวประมงอ่าวน้อยแห่จับ'แมงกะพรุน'ส่งขายนอก โกยรายได้นับแสนบาท

วันอาทิตย์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.19 น.
13 ตุลาคม 2562 นายจิรศักดิ์ มีฤทธิ์ ชาวประมงพื้นบ้านอ่าวคั่นกระได หมู่ 3 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวประมงเรือเล็กกว่า 200 ลำ ในพื้นที่มีรายได้รวมวันละกว่า 2 แสนบาท จากการขายแมงกะพรุนลอดช่อง เข่งละ 50 กิโลกรัม (กก.) ขายได้เข่งละ 35 บาท 
 
สำหรับแมงกะพรุนหนัง เข่งละ 50 กก.ขายได้ 60 บาท ทำให้มีรายได้เสริมนอกจากการจับสัตว์น้ำตามปกติ โดยมีพ่อค้าคนกลางรับซื้อไม่อั้นจากนั้นนำจะไปดองเค็มประมาณ 7 วัน เพื่อนำไปแปรรูปส่งออกไปจำหน่ายในประเทศจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งนิยมนำไปประกอบอาหาร
 

สำหรับการจับแมงกะพรุนจะใช้สวิงตักในช่วงเวลากลางคืน ห่างจากชายฝั่งไม่เกิน 2 กิโลเมตร ส่วนจำนวนที่ตักแมงกะพรุนได้จะเฉลี่ยรายละ 200 - 250 กก.ต่อวัน โดยแมงกะพรุนจำนวนมากจะถูกพัดเข้าชายฝั่งตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี สำหรับปีนี้พบว่ามีแมงกะพรุนจำนวนมากหน้าอ่าวคั่นกระใด ทำให้มีเรือประมงพื้นบ้านจากทับสะแกพื้นที่อื่นเข้ามาร่วมจับ นอกจากนั้นยังพบแมงกะพรุนอีกจำนวนมากที่ทะเลในพื้นที่ อ.สามร้อยยอด

 

‘มนัญญา’กางปฏิทิน!จบศึกเคาะปิดตาย1ธ.ค.62แบน3สารพิษ

‘มนัญญา’กางปฏิทิน!จบศึกเคาะปิดตาย1ธ.ค.62แบน3สารพิษ

วันเสาร์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.46 น.
“มนัญญา” ลั่นแบน3สารวันที่1ธ.ค.62 เร่งเดินส่งหนังสือถึงนายกฯรมว.3กระทรวงด้วยตนเอง ให้ทันเข้าที่ประชุมกก.วัถตุอันตราย22ต.ค.นี้  พร้อมเชิญสื่อร่วมนั่งเฝ้าหน้าห้องรอมติ เพื่อดูเจตนาและความมีมนุษยธรรม ชี้หากทุกฝ่ายทำในสิ่งที่ถูกต้องประเทศไทยจะรุ่งโรจน์มาก 
 

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2562 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าหลังจากออกจากรพ.สมิติเวชเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ได้รีบมารวบรวมเอกสารเพื่อแบน 3 สารเคมี คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต เสนอ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร และสหกรณ์ ลงนามตามขั้นตอนก่อนส่งให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่ากระทรวงอุตสาหกรรม โดยเอกสารทั้งหมดได้ทำเสร็จสมบูรณ์แล้ว และไปยื่นให้รมว.เกษตรฯด้วยตนเอง ที่ห้องทำงานท่านรัฐมนตรีว่าการฯได้ทราบว่า ท่านเดินทางไปจ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงต้องรอให้ท่านรมว.เกษตรฯมาลงนามก่อนจึงส่งไปหน่วยงานนอกกระทรวงได้  ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะไปเดินหนังสือเอกสารการแบน 3 สาร ด้วยตนเอง ไปส่งถึงท่านนายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ลงนามเพื่อให้ทันวันที่ 22 ต.ค.ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย

“ดิฉันจะไปนั่งเฝ้าห้องประชุม รอฟังผลมติของที่คณะกรรมการฯพร้อมเชิญสื่อมวลชนไปร่วมฟังด้วยกัน โดยรัฐมนตรี 3 กระทรวงมีความเห็นตรงกันที่ขอให้การลงมติของคณะกรรมการฯทุกท่านเป็นไปอย่างเปิดเผยถึงความเห็นว่า แบนหรือไม่แบน แต่ละรายมีเหตุผลอย่างไรให้สาธารณะชนรับทราบอย่างชัดเจน” รมช.เกษตรฯ กล่าว 

รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ช่วงนี้รมว.เกษตรฯกำลังอ่านเอกสาร โดยในวันที่13 ต.ค.ดิฉันไปเปิดงานที่จ.อุทัยธานี และเป็นตัวแทนรมว.เกษตรฯเดินไปประชุมที่ประเทศบูรไน วันที่14 ต.ค.จะเร่งกลับมาก่อนถึงไทยในวันที่ 17 ต.ค.เพื่อมาเร่งดำเนินการให้เสร็จ ส่วนคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะมีมติอย่างไรนั้น เชื่อว่า ของทุกอย่างอยู่ที่ความเป็นมนุษยธรรม และต้องดูที่เจตนาของคณะกรรมการ 

“ขณะนี้พี่มาดูงานสหกรณ์ปากพะยูน จ.พัทลุง แม้แต่เกษตรกรภาคใต้ เข้ามายื่นหนังสือสนับสนุนยกเลิกใช้สารเคมี เพราะเกษตรกรหลายพื้นที่ไม่ใช่สารเคมีมานานแล้ว ทุกคนตื่นตัวมากขึ้น ซึ่งนโยบายของพี่ ทำจากข้างล่างขึ้นสู่ข้างบน เอาความต้องการทุกคนขึ้นจากพื้นที่เป็นหลักจะทำงานให้กับชุมชนได้ทุกอย่างถูกจุด” น.ส.มนัญญา กล่าว 

น.ส.มนัญญา กล่าวถึงกรณีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จ.อุทัยธานี และเป็นพี่ชาย ตนเองไม่พอใจข้าราชการไม่ปฏิบัติตามนโยบายว่า คงโมโห ที่เห็นพี่ป่วยจากความเครียด ทั้งทำงานหนัก และโดนกดดันมาตลอดเรื่องแบน3สาร ยังตระเวนไปตรวจบริษัทนำเข้าสาร ต้องทวงเอกสารสตอกสารด้วยตนเอง จากหน่วยงานที่พี่ดูแลด้วย ท่านจึงหงุดหงิด และไม่เข้าใจข้าราชการ ที่ผ่านมาอนุญาตให้สารเคมีเข้ามาขายเป็นร้อยๆบริษัท หลายร้อยชนิดในท้องตลาด ทั้งที่รู้ว่า เป็นสารเคมีที่ทิ้งแล้วของต่างประเทศ เทมาราคาถูกๆไปเอาเข้ามาบ้านเรา ถึงขนาดนี้แล้วพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเขาไม่ยอมรับ ซึ่งประเทศไทยจะต้องเลิกวันที่ 1ธ.ค.นี้ ก่อนที่ประเทศมาเลเซีย แบนสารวันที่ 1 ม.ค.63 ในส่วนงานต่อจากนี้จะไปตรวจด่านพืชผัก 3 ด่าน ที่ภาคเหนือ ซึ่งน่าแปลกใจไม่มีเครื่องตรวจสารพิษ ในพืชผัก ผลไม้ ที่ทะลักเข้ามาทุกวัน ก่อนหน้านี้ไปตรวจมะพร้าว นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย พบมะพร้าวมีงอก จึงไล่มะพร้าวกลับประเทศต้นทางทั้งหมด ผู้นำเข้าโทรหาพี่ชาดา ให้ช่วยแต่พี่ชาดา ปฏิเสธหมดบอกว่า คนทำผิดกฎหมาย ไม่ต้องมาขอ และไม่ช่วยเด็ดขาด ส่งผลให้วันนี้มะพร้าวไทยราคาสูงขึ้น จากเดิมผลละ5 บาทเป็น 15 บาทแล้ว 

“ พี่ยืนยันว่า หากทุกฝ่าย ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ประเทศไทยจะรุ่งโรจน์อีกมาก ประชาชนส่งกำลังใจให้พี่ต่อสู้กับเรื่องที่ผิด เขายกย่องพี่เป็นวีรสตรี ซึ่งการยกเลิกใช้สารเคมี ถึงเวลาแล้วประเทศไทย ต้องทำจริงๆ พี่เตรียมมาตรการดูแลเกษตรกร รักษาแหล่งปลูกพืชผักปลอดสารเคมีในประเทศอยู่รอดได้ มีความเป็นอยู่ดีมากขึ้นด้วยกว่าที่ผ่านมา แค่ผลิตให้คนกินในประเทศยังไม่พอ ต่อไปค่อยขยายส่งออก  จากนี้หน่วยงานกระทรวงเกษตรฯต้องคิดให้ดีทำให้ถูก” รมช.เกษตรฯ กล่าว 

น.ส.มนัญญา กล่าวถึงอาการก่อนเข้ารักษาตัวรพ.สมิติเวช ว่า จากจมูกบวม เกิดอาการแน่นจมูก ไปถึงหน้าผาก และปวดหัวจนเส้นขึ้น ลามไปลงกระเพาะ ไปใหญ่โต ก่อนหน้านี้ที่จะป่วยได้ไปตรวจสารเคมีที่โรงงาน ซึ่งแต่ละโรงไม่ได้มีแค่3สาร เพราะนำเข้าส่งออก ไม่เสียภาษี ยกเหตุเรื่องช่วยลดต้นทุนการเกษตร ทั้งได้ไปเข้าดูสตอกต่างๆ ทีมงานที่ไปด้วยทุกคนต่างบอกว่ากลิ่นแรงมากติดเสื้อผ้า จนแสบจมูก และล่าสุดได้มีผู้บริโภคแจ้งว่าขอให้เร่งจับ น้ำยาตัวหนึ่งลักษณะเป็นน้ำข้นๆ ซึ่งพ่อค้าได้นำน้ำยาตัวนี้มาให้เจ้าของสวนผัก ถึงแปลงผัก โดยให้จุ่มผักกองไว้เพื่อให้ผักสดใบเขียวคงทนอยู่ได้นานโดยไม่เหี่ยว ส่งรถมารับผักขึ้นมาส่งที่ตลาดกลางหลายแห่งใกล้กรุงเทพฯ ตนจะไปจับสารเคมีตัวนี้พิสูจน์ว่า มีความเป็นพิษต่อสุขภาพอย่างไรหรือไม่เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและเกษตรกร

...........................................................

13 ตุลาคม 2562



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 14/10/2019 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สุรศักดิ์
.....................................
ช่วยกันดูแลสังคมไทยกันก่อนนะครับ อย่าเพิ่งไปไหน

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 14/10/2019 เวลา : 00.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ น.พ.ประเวศ วะสี "วิกฤตความยากจน แก้ได้  ถ้าแยกระบบเศรษฐกิจ..." กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

สวัสดีครับ คุณยั้งคิด

กลับมารายงานตัวแล้วครับ
การเมืองไทยไม่นิ่งสักที
แล้วเศรษฐกิจไทยจะดีได้อย่างไร

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน