*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5610
  • จำนวนผู้ชม : 3366439
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 452 , 16:15:08 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         สื่อหลักต่งๆ ก็คงจะรายงานความเคลื่อนไหวและข้อมูลในสภาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการอภิปรายงบประมาณ ปี 63 ทั้งฝ่ายค้านและ

รัฐบาลคราวนี้ เห็นแล้วก็ยอมรับกันได้ เพราะการอภิปรายราบรื่น พูดกันด้วยเหตุผล ซึ่งแม้จะมีความเห็นต่างก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปผู้นำส.ส.ฝ่ายค้านกำลังอภิปราย ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปผู้นำส.ส.ฝ่ายค้านกำลังอภิปราย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปผู้นำส.ส.ฝ่ายค้านกำลังอภิปราย ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปผู้นำส.ส.ฝ่ายค้านกำลังอภิปราย

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปผู้นำส.ส.ฝ่ายค้านกำลังอภิปราย ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปผู้นำส.ส.ฝ่ายค้านกำลังอภิปราย

 

 

ชมสดจากรัฐสภา!!‘ศึกอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2563’

ชมสดจากรัฐสภา!!‘ศึกอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2563’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 09.06 น.

ชมสดจากรัฐสภา!!‘ศึกอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2563’

17 ตุลาคม 2562 ที่รัฐสภา เกียกกาย มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท

เช็คที่นี่! เปิดรายชื่อ 70 ส.ส.โหวตค้านพรก.โอนกำลังพลและงบประมาณฯ

เช็คที่นี่! เปิดรายชื่อ 70 ส.ส.โหวตค้านพรก.โอนกำลังพลและงบประมาณฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.48 น.

เช็คที่นี่! เปิดรายชื่อ 70 ส.ส.โหวตค้านพรก.โอนกำลังพลและงบประมาณฯ

17 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมาก 374 ต่อ 70 คะแนน อนุมัติพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562

สำหรับการลงมติของสภาฯที่ผ่านมามีส.ส.ลงมติไม่อนุมัติพระราชกำหนดจำนวน 70 คน ประกอบด้วย 1.นายกฤติเดช สันติวชิระกุล ส.ส.แพร่ พรรคอนาคตใหม่ 2.นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธามณี ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 3.นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคอนาคตใหม่ 4.นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 5.นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่

6.นายไกลก้อง ไวทยากร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 7. นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส. ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ 8.นายคารม พลพรกลาง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 9.นายคำพอง เทพาคำ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 10.นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่

11.นายจิรวัฒน์  อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ 12.นายจิรัฏฐ์  ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคอนาคตใหม่ 13.นายจุลพันธ์  โนนศรีชัย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 14.นายเจนวิทย์  ไกรสินธุ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 15.พันตำรวจตรี ชวลิต  เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่

16.นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 17.นายโชติพิพัฒน์  เตชะโสภณมณี ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ 18.นางสาวญาณธิชา  บัวเผื่อน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 19.นายฐิตินันท์  แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น พรรคอนาคตใหม่ 20.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่

21.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ 22.นายณัฐพล  สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 23.นายณัฐวุฒิ  บัวประทุม ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 24.นายทวีศักดิ์  ทักษิณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่

25.นายทศพร  ทองศิริ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ 26.นายทองแดง  เบ็ญจะปัก ส.ส.สมุทรสาคร พรรคอนาคตใหม่ 27.นายเท่าพิภพ  ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม.พรรคอนาคตใหม่ 28.นายธัญญ์วาริน  สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 29.นายธัญวัจน์  กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 30.นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่

31.นายนิติพล  ผิวเหมาะ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 32.นางสาวเบญจา  แสงจันทร์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 33.นายปกรณ์วุฒิ  อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 34.นายปดิพัทธ์  สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคอนาคตใหม่ 35.นายประเสริฐพงษ์  ศรนุวัตร์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่

36.นายปริญญา ช่วยเกตุ  คีรีรัตน์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 37.นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 38.พลโท พงศกร  รอดชมภู ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 39.นางสาวพรรณิการ์ วานิช ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่  40.นายพิจารณ์  เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่

41.นายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 42.นายพีรเดช  คำสมุทร ส.ส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่ 43.นายมณฑล  โพธิ์คาย ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ 44.นางสาวเยาวลักษณ์  วงษ์ประภารัตน์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 45.นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่

46.นายวรภพ  วิริยะโรจน์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 47.นางสาววรรณวรี  ตะล่อมสิน ส.ส.กทม.พรรคอนาคตใหม่ 48.นางสาววรรณวิภา  ไม้สน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 49.นายวาโย  อัศวรุ่งเรือง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 50.นายวินท์  สุธีรชัย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่

51.นายวิรัช  พันธุมะผล ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 52.นายวิโรจน์  ลักขณาอดิศร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 53.นายวุฒินันท์  บุญชู ส.ส.สมุทรปราการ พรรคอนาคตใหม่ 54.นายศักดินัย  นุ่มหนู ส.ส.ตราด พรรคอนาคตใหม่ 55.นางสาวศิริกัญญา  ตันสกุล ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่

56.นายสมเกียรติ  ไชยวิสุทธิกุล ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 57.นายสมเกียรติ  ถนอมสินธุ์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ 58.นายสมชาย  ฝั่งชลจิตร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่  59.นายสมัคร  ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคอนาคตใหม่ 60.นายสำลี  รักสุทธี ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่

61.นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่  62.พลตำรวจตรี สุพิศาล  ภักดีนฤนาถ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 63.นายสุรชัย  ศรีสารคาม ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 64.นายสุรเชษฐ์  ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 65.นายสุรวาท  ทองบุ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่

66.นายองค์การ  ชัยบุตร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 67.นายอภิชาติ  ศิริสุนทร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 68.นางอมรัตน์  โชคปมิตต์กุล ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 69.นายเอกการ  ซื่อทรงธรรม ส.ส.แพร่ พรรคอนาคตใหม่ 70.นายเอกภพ  เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่

อย่างไรก็ตาม มีส.ส.พรรคอนาคตใหม่เห็นด้วยกับพระราชกำหนด 3 คน ได้แก่ 1.นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ 2.นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่  3.พันตำรวจโท ฐนภัทร  กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ 

นอกจากนี้ ยังมีส.ส.ใช้สิทธิ์งดออกเสียง 2 คน คือ นางสาวศรีนวล  บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ และ พลตำรวจตรี สุรินทร์  ปาลาเร่ พรรคประชาธิปัตย์

 

เปิดละเอียดยิบ!! ชุดเอกสารคดีวีลัค'ธนาธร' ก่อนศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพรุ่งนี้

เปิดละเอียดยิบ!! ชุดเอกสารคดีวีลัค'ธนาธร' ก่อนศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพรุ่งนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 14.58 น.
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2562 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ระบุว่า เปิดชุดเอกสารคดีวีลัคของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน 18 ตุลาคม 2562

ประกอบด้วย

- คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา (ธนาธร) จำนวน 76 หน้า

- คำคัดค้านคำชี้แจง (กกต.) จำนวน 6 หน้า

- สารบัญหมายพยานเอกสาร (ศาลรัฐธรรมนูญ) จำนวน 14 หน้า

ดาวน์โหลดเอกสารทั้งหมดที่ : https://futureforwardparty.org/8838

#อนาคตใหม่ #ธนาธร #ศาลรัฐธรรมนูญ #วีลัค

  •  
เคลียร์จบ! อดีตผอ.จ่ายเงินเยียวยาเด็กชาย10ปีถูกยางมะตอยลวกแขน

เคลียร์จบ! อดีตผอ.จ่ายเงินเยียวยาเด็กชาย10ปีถูกยางมะตอยลวกแขน

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 16.19 น.

ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ เชิญอดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ที่ถูกร้องเรียนใช้งานเด็กนักเรียนชายวัย 10 ขวบ หิ้วถังยางสะตอยลวกแขนได้รับบาดเจ็บเสี่ยงพิการ  พร้อมผู้ปกครองและเด็กเข้าไกล่เกลี่ย เพื่อยุติข้อพิพาท ใช้เวลา 2 ชั่วโมงเจรจาจบ ตกลงเยียวยา 85,000 บาท ยอมความไม่นำเรื่องไปฟ้องร้องต่อศาลทั้งทางแพ่งและอาญา

17 ตุลาคม 2562 จากกรณีคุณแม่พาลูกชายวัย 10 ขวบ เข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อให้ ผวจ.กาฬสินธุ์ เรียกอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนออกมารับผิดชอบจ่ายเงินค่าเยียวยารักษาอาการบาดเจ็บของลูกชาย จากอุบัติเหตุน้ำมะตอยลวกแขนและนิ้วมือได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่ผ่านมาไม่สามารถตกลงค่าเสียหายกันได้ จึงได้ทำหนังสือมาร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรม เพื่อเรียกตัวมาไกล่เกลี่ย ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมโปงลาง ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ นายชัยธวัช  เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ มอบหมายให้นายคณิต คงช่วย หัวหน้าสำนักงาน จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานไกล่เกลี่ยระหว่างนางอนงค์ บุปผารักษ์ อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 43 บ้านหนองพอก หมู่ 2 ต.สะอาดไชยศรี อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ มารดาน้องต้นหนาว หรือ ด.ช.สรวิศ พงษ์สวัสดิ์ อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนหนองพอกวิทยายน ต.สะอาดไชยศรี กับนายธีระพงษ์ ลาภบุญเรือง อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนหนองพอกวิทยายน  ที่ถูกฝ่ายผู้ร้องแจ้งว่าใช้งานน้องต้นหนาวหิ้วถังยางมะตอยจนประสบอุบัติเหตุลวกแขนและฝ่ามือได้รับบาดเจ็บสาหัส

โดยในการไกล่เกลี่ย มีนายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ นายสนุน แจะหอม นิติกรประจำศูนย์ดำรงธรรมฯ และญาติของทั้ง 2 ฝ่ายร่วมเจรจา ทั้งนี้ นายยงยุทธ พรหมแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพป.) กาฬสินธุ์ เขต 1 ยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการฯ เป็นตัวแทนมาร่วมสังเกตการณ์อีกด้วย โดยบรรยากาศในห้องประชุมค่อนข้างผ่อนคลาย ด้วยเหตุผลและความเห็นอกเห็นใจกัน  ซึ่งได้ใช้เวลาเจรจาหาข้อยุตินานถึง 2 ชั่วโมง ก่อนได้ข้อยุติ โดยนายธีระพงษ์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนหนองพอกวิทยายน ยินยอมเยียวยาอาการบาดเจ็บให้น้องต้นหนาว เป็นจำนวนเงิน 85,000 บาท

นายคณิต คงช่วย หัวหน้าสำนักงาน จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่นางอนงค์ ผู้ปกครองน้องต้นหนาว ได้มีหนังสือร้องทุกข์ ขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ระบุอดีตผู้อำนวยการโรงเรียน เรียกใช้งานน้องต้นหนาวหิ้วถังยางมะตอย ขณะจัดกิจกรรมในโรงเรียน เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยให้น้องต้นหนาวถือถังยางมะตอยขณะกำลังร้อน เพื่อนำไปซ่อมแซมผิวถนน ภายในโรงเรียน แล้วเกิดอุบัติเหตุยางมะตอยกระฉอกถูกแขนและมือได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นได้เข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอดอนจาน เพื่อเรียกร้องให้อดีตผู้อำนายการโรงเรียนจ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 100,000 บาท แต่ไม่สามารถตกลงกันได้

นายคณิต กล่าวอีกว่า เรื่องดังกล่าวนายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้แสดงความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก เนื่องจากส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพร่างกาย และจิตใจ ถือเป็นความเดือดร้อนของตัวเด็กและผู้ปกครองที่ต้องเร่งคลี่คลาย จึงได้ประสานผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งผู้ปกครอง น้องต้นหนาว อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน สำนักงานเขตการศึกษาฯ เข้าไกล่เกลี่ยในครั้งนี้ และในที่สุดก็สามารถยุติปัญหาลงได้ด้วยดี และด้วยความเข้าอกเข้าใจของทั้ง 2 ฝ่าย  โดยผลการเจรจาไกล่เกลี่ย อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ตกลงที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ปกครองและน้องต้นหนาวเป็นเงินจำนวน 85,000 บาท จากนั้นลงบันทึกตกลงชดใช้ค่าเสียหายที่ห้องศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมกันนี้ผู้ร้องได้ยุติข้อพิพาทและไม่นำเรื่องดังกล่าวไปฟ้องร้องต่อศาลทั้งทางแพ่งและอาญา ขณะเดียวกันยังได้ถอนเรื่องร้องเรียนออกจากสารระบบเรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์อีกด้วย

ด้านนายธีระพงษ์ ลาภบุญเรือง อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนฯ กล่าวว่า อุบัติเหตุที่เกิดกับกับน้องต้นหนาว ซึ่งเกิดขึ้นภายในโรงเรียน ขณะทำกิจกรรมดังกล่าวนั้น ตนไม่เคยปฏิเสธความรับผิดชอบ และยินดีเยียวยาตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในส่วนเรื่องอุบัติเหตุหรือความผิดพลาดใดๆนั้น ไม่มีใครอยากให้เกิด ซึ่งหากเกิดแล้วก็จะต้องช่วยกันแก้ไข ชดเชยความเสียหายกันไป สุดท้ายขอเอาใจช่วยผู้ปกครองและน้องต้นหนาว ในการเข้ารับการบำบัดรักษากับหมอผู้เชี่ยวชาญ ที่ รพ.ศูนย์ก่อนแก่นให้หายไวๆ และขอให้ตั้งใจเรียน ประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นที่พึ่งของผู้ปกครองในโอกาสต่อไป

ขณะที่นางอนงค์ บุปผารักษ์ มารดาน้องต้นหนาว กล่าวว่า พอใจในผลการไกล่เกลี่ยและไม่คิดติดใจเอาความอะไรอีก สำหรับเงินที่ได้รับการเยียวยาในครั้งนี้ ก็จะนำไปเป็นค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในการบำบัดรักษาน้องต้นหนาวต่อไป ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะใช้เวลารักษานานเท่าไหร่และเพียงพอหรือไม่  อย่างไรก็ตามก็จะพาน้องต้นหนาวเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างต่อเรื่อง ตามที่หมอนัดหมาย เพื่อให้สภาพบาดแผลและนิ้วมือกลับมาเป็นปกติให้ดีที่สุด และจะตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน หารายได้ส่งเสียน้องต้นหนาวได้เล่าเรียนหนังสือจนสุดความสามารถ ขอขอบคุณท่าน ผวจ.กาฬสินธุ์ หัวหน้าสำนักงาน จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ที่ช่วยไกล่เกลี่ยเป็นผลสำเร็จ และขอบคุณอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ที่แสดงความรับผิดชอบในครั้งนี้

ชาวสวนจ่อบุกก.เกษตรฯ เดือดร้อนยกเลิก3สารเคมี ชี้มีกลุ่มได้ประโยชน์นำเข้าสารทดแทน

ชาวสวนจ่อบุกก.เกษตรฯ เดือดร้อนยกเลิก3สารเคมี ชี้มีกลุ่มได้ประโยชน์นำเข้าสารทดแทน

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 12.05 น.
กลุ่มเกษตรกรเตรียมบุกกระทรวงเกษตรฯ ร้อง'เฉลิมชัย' เดือดร้อนหนักหากยกเลิก3สารเคมี ชี้มีพรรคการเมืองจะได้ประโยชน์จากการนำเข้าสารเคมีทดแทน ขณะที่นักวิชาการ จุฬาฯ ขอให้ผู้บริหารบ้านเมือง ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พิจารณาสารเป็นรายชนิด เนื่องจากวิธีใช้และระดับพิษต่างกัน

17 ตุลาคม 2562 นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัยกล่าวว่า ในวันที่ 21 ตุลาคม เวลา 10.00 น. กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 6 ชนิดได้แก่ อ้อย ปาล์มน้ามัน ยางพารา มันสาปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผลจะร่วมกันแถลงข่าวที่โรงแรมเอเซีย เพื่อชี้แจงข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับผลกระทบต่อเกษตรกร หากรัฐยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิด โดยเฉพาะพาราควอต ซึ่งเป็นสารกำจัดวัชพืชที่มีประสิทธิภาพและราคาถูก อีกทั้งจะแสดงข้อมูลแย้งเอ็นจีโอที่ระบุว่า พาราควอตตกค้างในพืชผักซึ่งเป็นเรื่องเท็จ เนื่องจากพาราควอตมีฤทธิ์เผาไหม้ เกษตรกรใช้ฉีดกำจัดหญ้าเท่านั้น ไม่ได้ฉีดใส่ต้นผักหรือไม้ผล 

ล่าสุดผู้แทนเอ็นจีโอ กล่าวว่า มีเกษตรกรใช้เครื่องพ่นยากำลัง 6 สูบฉีดพาราควอตต้นทุเรียนนั้น แสดงให้เห็นแล้วว่า สร้างความน่ากลัวเกินเหตุ เพราะการฉีดยาฆ่าหญ้าใช้เครื่องพ่นขนาดเล็กและจะระวังไม่ให้ถูกไม้ประธานเพราะต้นไม้จะเสียหาย

ส่วนในช่วงบ่ายจะไปที่กระทรวงเกษตรฯ เพื่อพบนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อนำเสนอข้อมูลการใช้สารเคมีของเกษตรกรและขอให้แก้ปัญหานี้ ในฐานะที่รมว. เฉลิมชัย เป็นผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งมีหน้าที่ต้องดูแลเกษตรกร ทั้งนี้กลุ่มเกษตรกรเชื่อว่า การเร่งเดินหน้ายกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิดเป็น “ทฤษฎีสมคบคิด” ของ 3 กลุ่มคือ องค์กรที่อ้างว่าทำทุกอย่างเพื่อประชาชน นักการเมืองโกหกที่ต้องการให้แบนสารนี้และให้ใช้สารทดแทนซึ่งมีราคาแพงกว่า โดยตั้งบริษัทนำเข้าสารเคมีทดแทนไว้แล้ว และนักวิชาการที่ให้ข้อมูลบิดเบือน การที่กลุ่มบุคคลนี้ป่าวประกาศว่า ประเทศไทยอาบยาพิษส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตร จึงไม่ได้เป็นการทำเพื่อเกษตรกร ทั้งยังทำให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวายในสังคม

“รัฐจะให้เกษตรกรเลิกใช้พาราควอต ขณะที่นำเข้าผักและผลไม้จำนวนมากจากจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ใช้พาราควอต ดังนั้นหากเกรงว่า พาราควอตเป็นพิษ คนไทยยังต้องบริโภคพืชผักจากประเทศอื่นที่ใช้พาราควอตอยู่ ขอเรียกร้องให้ผู้บริหารนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์มาแสดงให้ประชาชนทั้งประเทศรับทราบและมีส่วนในการตัดสินใจ เนื่องจากที่ผ่านมา เอ็นจีโอออกมาให้ข้อมูลฝ่ายเดียว ขณะที่กรมวิชาการเกษตรซึ่งกำกับดูแลการใช้สารเคมีทางการเกษต รไม่ได้นำเสนอข้อมูลทางวิชาการใดๆเลย”  นายสุกรรณ์กล่า

รศ. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า ควรแยกการพิจารณาสารทั้ง 3 ชนิดเนื่องจากเป็นสารคนละประเภท ระดับความเป็นพิษไม่เท่ากัน และวิธีการใช้ให้เหมาะสมก็แตกต่างกัน โดย ”คลอร์ไพรีฟอส" ซึ่งเป็นยาฆ่าแมลงที่มีระดับความเป็นพิษปานกลาง หากใช้ไม่เหมาะสมอาจจะมาถึงผู้บริโภคได้ หากรัฐต้องการยกเลิกสามารถยกเลิกได้เล

ส่วน “พาราควอต” เป็นยาฆ่าหญ้าซึ่งวิธีการใช้ไม่ได้ทำให้ส่งผลตกค้างมามาสู่ผู้บริโภคจึงควรการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อให้ใช้ได้อย่างเหมาะสมได้แก่ การอบรมเกษตรกรสาร รวมทั้งมีระเบียบการเก็บรักษาไม่ให้เสี่ยงเป็นอันตราย สำหรับยาฆ่าหญ้าอีกชนิดคือ "ไกลโฟเซต" นั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การอาหารโลก FAO จัดว่ามันเป็นสารที่ใช้ได้โดยไม่ก่อให้อันตรายต่อสุขภาพเพราะเป็นสารที่มีระดับความเป็นพิษต่ำ ประเทศต่างๆที่ต้องการยกเลิกใช้พาราควอต มักนิยมใช้ไกลโฟเซตเป็นสารทดแทน จึงไม่มีความจำเป็นต้องยกเลิก

รศ. เจษฎา กล่าวว่า ทางออกที่รัฐควรเร่งทำคือ การจัดเวทีให้ทั้งผู้แทนฝ่ายหนุนและต้านการใช้นำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มานำเสนอให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งเป็นวิธีการที่นานาอารยะประเทศใช้แก้ปัญหา กรณีที่สังคมมีความเห็นไม่ตรงกัน แล้วให้สังคมมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นการนำเสนอปัญหา ผลกระทบ และทางแก้ไขที่เป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลเชิงประจักษ์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเวทีตอบโต้กล่าวหากันไปมา ซึ่งปรากฏในโซเชียลมีเดียเป็นเวลานานแล้ว

“ขณะนี้พบว่า เมื่อฝ่ายหนึ่งหาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาตอบไม่ได้ก็ใช้วิธีกล่าวหาตัวบุคคล ใครที่แสดงความเห็นว่า ต้องการใช้สารเคมีทางการเกษตรกลายเป็นผู้ร้าย โดยไม่ได้คำนึงว่า เกษตรกรยังจำเป็นต้องมีเครื่องมือในการประกอบอาชีพ หากผู้บริหารรู้สึกห่วงใยเรื่องความปลอดภัยควรรับฟังข้อมูลให้รอบด้าน การกล่าวว่า ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องจึงเป็นคำพูดที่น่ากังวลมากเนื่องจากปัญหาสำคัญๆนั้น ผู้บริหารต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องในการตัดสินใจ ใช้อารมณ์และความรู้สึกเท่านั้นไม่ได้ แต่ไม่แน่ใจว่า จะสายเกินไปหรือไม่เนื่องจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะประชุมวันที่ 22 ตุลาคมนี้แล้ว ขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบยังโยนกันไปมาและเลี่ยงที่จะแก้ปัญหาซึ่งผู้ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือเกษตรกรทั้งประเทศ” รศ. เจษฎา กล่าว

 ............................................................

17 ตุลาคม 2563



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน