*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5855
  • จำนวนผู้ชม : 3468320
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 499 , 12:44:50 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มักจะทำหลายๆอย่างที่ก้ำกึ่งกฎหมาย ซึ่งถ้าเป็นคนทั่วๆไป เมื่อถูกศาลสั่งให้ยุติการทำหน้าที่ส.ส.

เป็นการชั่วคราวก็จะไม่ข้องแวะกับรัฐสภาเป็นการชั่วคราวไว้ก่อน แต่นั่นมิใช่วิสัยของนายธนาธร เพราะเขายังแทรกช่องโหว่ของกฎ

หมายเข้ามานั่งเป็นกรรมการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ปี 63 ได้อยู่อีก

         มีรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับประธานสภา นายชวน หลีกภัย ว่า : วันที่ 25 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. นายชวน หลีกภัย

ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ยื่นเรื่องให้วินิจฉัยสถานะของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เป็น

กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมา 2563 ว่าสามารถเป็นกรรมาธิการได้หรือไม่ว่า ไม่ได้มี

การยื่นเรื่องเข้ามา เพียงแต่เห็นข่าวเท่านั้น ซึ่งการตั้งคณะกรรมาธิการไม่ใช่ประธานสภาฯ ตั้งเป็นเรื่องของสภาฯ ลงมติตั้งใครก็ได้ ที่

เป็นกรรมาธิการวิสามัญซึ่งเราอนุญาตให้เป็นได้ทั้งส.ส. และคนนอก ถ้าสมมติผู้หนึ่งผู้ใดคุณสมบัติไม่ครบกรรมาธิการฯ หรือประธาน

กรรมาธิการฯ น่าจะส่งเรื่องถึงประธานสภาฯ แต่ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ไม่ได้ส่งอะไรมา เพราะถ้าส่งมาก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

รัฐธรรมนูญ

         'บิ๊กตู่' ส่งสัญญาณชัดเจน ว่าตนและ 'บิ๊กป้อม' จะไม่ไปให้การต่อกมธ.ปราบทุจริตที่มีประธาน คือ พล.ต.อ.เสรีย์พิสุทธิ์เรียก

มา โดยอ้างว่าปมถวายสัตย์จบแล้ว

         รายงานข่าวประเด็นนี้ก่อนหน้านี้ : 

ชัดแล้ว “บิ๊กตู่” เผย ปมถวายสัตย์ไม่ครบ ส่อขัดรัฐธรรมนูญ ผมไม่ได้มีเจตนาทำผิด!

วันที่ 7 สิงหาคม 2562 - 14:24 น.

“บิ๊กตู่” เชื่อปมถวายสัตย์เรียบร้อย “ยัน” ไม่มีเจตนาทำผิด หลังถูกกล่าวหาถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ที่อ.เมือง จ.ยะลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการถวายสัตย์ปฏิญานตนที่ระบุว่ากำลังหาทางแก้ไขปัญหาอยู่ โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า “เดี๋ยวคงเรียบร้อยนะ เพราะผมไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ผิด เขาดูกันที่เจตนา”

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก จากทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้าน และนักวิชาการด้านต่าง ว่ากรณีนี้ อาจจะเข้าข่ายเข้าข่ายกระทำการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีเนื้อหาว่า ถ้อยคำถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ของ พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม. ตามมาตรา 161 โดยตัดถ้อยคำว่า“ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” และได้เพิ่มเติมคำว่า “ตลอดไป”

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้ความเห็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคำถวายสัตย์ เปลี่ยนแปลงไปจากถ้อยคำตามมาตรา 161 แห่งรัฐธรรมนูญนั้น อาจจะเข้าข่ายแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะกระทำมิได้ตามมาตรา 255 ซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต้องมีกระบวนการกระทำโดยรัฐสภาตามมาตรา 256

ด้านนายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ ที่ถวายสัตย์ปฏิญาณโดยตัดถ้อยคำว่า “ทั้งจะรักษาไว้และปฎิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” ออกไป ถือเป็นสาระสำคัญในการที่นายกรัฐมนตรีไม่สามารถละทิ้ง ถ้อยคำสำคัญนี้ได้อย่างเด็ดขาด

ก่อนหน้านี้ วันที่ 5 ส.ค.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนว่า ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการในการถวายสัตย์ฯต่อหน้าพระมหากษัตริย์ ซึ่ง ณ ตรงนั้นก็เสร็จไปแล้วว่าจะต้องทำอะไรในการดูแลประชาชน ข้อความต่างๆที่พูดไปแล้วถือว่าครอบคลุมทั้งหมด และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญในการดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย

ที่สำคัญที่สุดเป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการ ซึ่งพระองค์ท่านรับสั่งมาให้ทำงานเพื่อประชาชนทและประเทศชาติ ซึ่งตรงกับรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าทำเพื่อประชาชนทั้งเพื่อประเทศ ตนคิดว่าเรื่องนี้ควรจบดีกว่า อย่าให้บานปลาย

 

ไทยทั่วทุกภาคมีฝนตกในระยะนี้ ใต้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ไทยทั่วทุกภาคมีฝนตกในระยะนี้ ใต้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.41 น.
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือจะมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง และประชาชนในภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย 

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศลาว เวียดนามตอนบน และทะเล จีนใต้ คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 25-28 ตุลาคม 2562 ซึ่งจะทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง อนึ่ง พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) “บัวลอย” (BUALOI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันออกเฉียงเหนือเข้าใกล้ประเทศญี่ปุ่น ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าว ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย พายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 

ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาคอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหารอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรีและตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

‘ชวน’ชี้ชัด!‘ธนาธร’นั่งกมธ.วิสามัญ คนนอกพิจารณางบฯลงมติไม่ได้

‘ชวน’ชี้ชัด!‘ธนาธร’นั่งกมธ.วิสามัญ คนนอกพิจารณางบฯลงมติไม่ได้

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.10 น.
วันที่ 25 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ยื่นเรื่องให้วินิจฉัยสถานะของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมา 2563 ว่าสามารถเป็นกรรมาธิการได้หรือไม่ว่า ไม่ได้มีการยื่นเรื่องเข้ามา เพียงแต่เห็นข่าวเท่านั้น ซึ่งการตั้งคณะกรรมาธิการไม่ใช่ประธานสภาฯ ตั้งเป็นเรื่องของสภาฯ ลงมติตั้งใครก็ได้ ที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญซึ่งเราอนุญาตให้เป็นได้ทั้งส.ส. และคนนอก ถ้าสมมติผู้หนึ่งผู้ใดคุณสมบัติไม่ครบกรรมาธิการฯ หรือประธานกรรมาธิการฯ น่าจะส่งเรื่องถึงประธานสภาฯ แต่ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ไม่ได้ส่งอะไรมา เพราะถ้าส่งมาก็จะดำเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
 
ผู้สื่อข่าวถามว่าบุคคลที่ถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส. แต่ไปเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนคนนอก สามารถทำได้หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ต้องยึดกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นหลัก บทบาทของการเป็นผู้แทนราษฎรทำไม่ได้ แต่บทบาทของกรรมาธิการวิสามัญเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งต้องแยกให้ออก ซึ่งประเด็นไม่น่าจะมีปัญหามากเพียงแต่อาจมีผู้ติดใจ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเช่นนั้น

"แต่จริงๆแล้วทางฝ่ายสภาฯมีความเห็นว่า เขาสามารถทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการได้ แต่ภายในกรอบว่า ถ้าอะไรที่เกี่ยวกับบทบาทของความเป็นผู้แทนก็ทำไม่ได้"ประธานสภาระบุ

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่ามาในสัดส่วนคนนอกได้ นายชวน กล่าวว่า คนนอกก็มาลงชื่อ แต่ลงมติไม่ได้

 

'น้องเดียว'เตรียมชี้แจงหลังด่าพระจนโดนเลิกจ้าง   พร้อมขอขมาวันนี้

'น้องเดียว'เตรียมชี้แจงหลังด่าพระจนโดนเลิกจ้าง พร้อมขอขมาวันนี้

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 07.51 น.
น้องเดียวนายหนังตะลุงชื่อดังเดินทางมายังจ.สงขลาเป็นครั้งแรกหลังมีเรื่องด่ากับพระ แต่ยังไม่สามารถเข้าขอขมากับพระชั้นผู้ใหญ่ในเนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องเวลาและความปลอดภัย รวมทั้งไม่สามารถเปิดเวทีชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชนและสื่อมวลชนได้แม้จะขอใช้สถานที่ถึง5แห่งสุดท้ายทำได้เพียงแค่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดยจะเปิดเวทีชี้แจงประชาชนพร้อมแถลงข่าวอีกครั้งในวันพรุ่งนี้เวลา11โมงที่สนามข้างห้างบิ๊กซีหาดใหญ่พร้อมกับขอโทษพระไม่ห่วงใครจะมาด่าก็ยินดีและจะไม่ด่ากลับ

วันที่ 24 ตุลาคม 2562  “น้องเดียว”หรือ นายบัญญัติ สุวรรณแว่นทอง  นายหนังตะลุงชื่อดังของภาคใต้ เดินทางมายังพื้นที่จ.สงขลา เป็นครั้งแรกเพื่อที่จะเข้าพบกับพระชั้นผู้ใหญ่ในจ.สงขลาเพื่อขอขมาและยุติปัญหาทั้งหมด พร้อมกับเปิดเวทีชี้แจงกับประชาชนและสื่อมวลชน

หลังจากที่มีเรื่องด่าพระที่วัดเนินพิจิตร ใน.อ.นาหม่อม จ.สงขลา เนื่องจากไม่พอใจพระพูดว่าค่าตัวแพงถึงคืนละ8 หมื่นบาท จนบานปลายกลายเป็นกระแสดรามาทางโซเชียลและสื่อมวลชนและถึงขั้นเจ้าคณะจังสงขลาทำหนังสือขอความร่วมมือวัดในจ.สงขลาไม่ให้รับหนังน้องเดียวมาแสดงและบางวัดก็ยกเลิกการแสดงน้องเดียว

แต่การเดินทางมาของน้องเดียวในวันนี้ก็ยังไม่สามารถพบกับพระชั้นผู้ใหญ่ได้ โดยทางเจ้าคณะจังหวัดสงขลาได้มอบหมายให้ พระครูสุวัฒนาภรณ์ หรือ อาจารย์ภัตร อริโย เจ้าอาวาสวัดนาทวี และพระครูปลัดพลกฤต กลฺยาณธมฺโม เจ้าคณะตำบลหาดใหญ่เขต1 ดูแลเรื่องนี้แต่เนื่องจากพระทั้งสองรูปอยู่ที่วัดนาทวี ทางน้องเดียวจึงไม่สะดวกที่จะเดินทางไปเพราะมีข้อจำกัดในเรื่องเวลาและความปลอดภัย ทั้งสองฝ่ายจึงยังไม่ได้พบกัน

ขณะเดียวกันการเปิดเวทีเพื่อชี้แจงกับประชาชนและสื่อมวลชนที่อ.หาดใหญ่ ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันนี้ก็ไม่สามารถเปิดขึ้นได้เช่นเดียวกันและต้องเปลี่ยนสถานที่ถึง5 แห่ง โดยที่แรกจะเปิดที่วัดมหัตตมังคลารามหรือวัดหาดใหญ่ในแต่ทางวัดก็ปฏิเสธเพราะไม่เหมาะสมและมีหนังสือเจ้าคณะจังหวัดสงขลาขอความร่วมมือไม่ให้เปิด

จากนั้นจึงย้ายมายังหน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่แต่ก็เปิดไม่ได้เพราะไม่มีคน จึงย้ายไปที่ตลาดอาเซี่ยน ไนท์บาซาร์ หรือตลาดเปิดท้ายขนส่ง รวมทั้งที่ตลาดกรีนเวย์  แต่ก็เปิดไม่ได้เพราะไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสถานที่ จากนั้นจึงย้ายไปที่ลานข้างห้างบิ๊กซีแต่ก็เปิดเวทีไม่ได้เช่นกันเพราะยังไม่มีการขออนุญาตใช้เครื่องเสียง

สุดท้ายน้องเดียวทำได้เพียงแค่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเท่านั้นโดยบอกว่าทุกคนเป็นห่วงอยากให้มาชี้แจงที่จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ โดยในวันพรุ่งนี้เวลาประมาณ 11 นาฬิกาจะเปิดเวทีที่บริเวณข้างห้างบิ๊กซีอีกครั้งเพื่อชี้แจงทุกประเด็นกับเรื่องดราม่าด่าพระให้ทุกคนเข้าใจว่าเพราะอะไรและทำไมถึงบานปลายมาถึงจุดนี้

และจะไม่มีการด่าพระอีกแล้วรวมทั้งจะมีการพูดขอโทษพระอย่างแน่นอนเพราะตนก็มีส่วนผิดแต่จะขอโทษใครหรือขอขมาใครนั้นต้องฟังจากตนในวันพรุ่งนี้  หรือถ้าใครจะมาด่าตนก็ด่าได้หรือแม้แต่ชาวอ.นาหม่อมจะมาด่าก็ได้ซึ่งตนจะไม่โต้ตอบ แต่อย่าขว้างหรือทำร้ายร่างกายเพราะตนจะด่ากลับหรืออาจจะเกิดการต่อยตีกันก็ได้เพราะแฟนคลับตนก็ยังมีเยอะ  

ซึ่งบรรยากาศระหว่างที่น้องเดียวปรากฏตัวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ยังคงมีประชาชนที่ชื่นชอบน้องเดียวมาให้กำลังใจกว่าประมาณ 100 คน โดยมีกำลังตำรวจสภ.หาดใหญ่ดูแลความปลอดภัยอยู่รอบๆ

 
 
'บิ๊กตู่'ลั่นปมถวายสัตย์ฯจบแล้ว!  หลังกมธ.ปราบทุจริตเรียกแจงพร้อม'บิ๊กป้อม'

'บิ๊กตู่'ลั่นปมถวายสัตย์ฯจบแล้ว! หลังกมธ.ปราบทุจริตเรียกแจงพร้อม'บิ๊กป้อม'

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 12.22 น.

วันที่ 25 ตุลาคม 2562 เวลา 11.30 น.  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยระหว่างเดินจากตึกภักดีบดินทร์ไปยังตึกไทยคู่ฟ้า 

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้ใช้อำนาจเรียกนายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 30 พฤศจิกายน เพื่อมาให้ข้อมูลถึงการถวายสัตย์ฯ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ให้เป็นไปตามกฏหมาย เรื่องนี้มันจบไปแล้ว” พร้อมกับสะบัดมือส่งสัญญาณไม่พูดแล้ว ก่อนจะเดินขึ้นห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลทันที
 
‘ไพบูลย์’จวก‘เสรีพิศุทธ์’เหิมหัก‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’แจงปมถวายสัตย์

‘ไพบูลย์’จวก‘เสรีพิศุทธ์’เหิมหัก‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’แจงปมถวายสัตย์

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 10.57 น.

“ไพบูลย์” อัด “เสรีพิศุทธ์”  ก้าวล่วงพระราชอำนาจ หลังใช้ กมธ.ปปช. เชิญ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ถกปมถวายสัตย์ ขู่อาจถูกยื่น157

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เห็นว่า กรณีเมื่อวานนี้ที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้ใช้อำนาจเรียกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 30 พ.ย. เวลา 10 .00 น. เพื่อมาให้ข้อมูลถึงการถวายสัตย์ฯถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่นั้น

นายไพบูลย์ เห็นว่า คณะกรรมาธิการป้องและปราบปรามการทุจริตฯไม่มีอำนาจที่จะเรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาเพื่อตรวจสอบในเรื่องเกี่ยวข้องกับการถวายสัตย์ปฏิญาณ เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ในคำสั่งศาลเมื่อวันที่ 11 ก.ย.2462 แล้วว่า “การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด” ซึ่งย่อมหมายรวม สภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการของสภาด้วย โดยเหตุที่การถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเรื่องในขอบเขตพระราชอำนาจ เป็นพระบรมราชวินิจฉัยโดยเฉพาะ ผู้ใดหรือองค์กรใดไม่อาจก้าวล่วงได้ 

ดังนั้น คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร จึงไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการตรวจสอบ เพราะเป็นการมิบังควรที่จะก้าวล่วงเขตพระราชอำนาจ ที่ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยแล้ว 

จึงขอให้คณะกรรมาธิการฯยกเลิกมติที่ประชุมดังกล่าวและยกเลิกหนังสือเรียกพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อที่คณะกรรมาธิการฯจะไม่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีอำนาจ ซึ่งมีผลให้เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันอาจเป็นเหตุให้คณะกรรมาธิการฯถูกยื่นเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.)ได้

'วิษณุ'อุ้ม'บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม'มีสิทธิไม่ต้องแจง'เสรีพิศุทธ์' เพราะไม่ใช่ข้ราชการประจำ

'วิษณุ'อุ้ม'บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม'มีสิทธิไม่ต้องแจง'เสรีพิศุทธ์' เพราะไม่ใช่ข้ราชการประจำ

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 12.53 น.
 วันที่ 25 ตุลาคม 2562 เวลา 11.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจงกรณียื่นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ไม่ถูกต้อง เพราะรัฐบาลถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ว่า เป็นอำนาจของ กมธ. แต่เมื่อเรียกแล้วต้องดูว่าเรียกไปเรื่องอะไร และผู้ถูกเรียกจะไปชี้แจงหรือไม่ โดยทาง กมธ.ต้องบอกว่าเรียกไปด้วยเรื่องอะไรเพื่อที่ผู้ถูกเรียกจะได้เตรียมข้อมูลชี้แจงได้ ส่วนจะไปหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“มีสิทธิ์จะไม่ไปได้ หรือจะส่งผู้แทนไปก็ได้ แต่เรื่องนี้ เห็น กมธ.บอกแล้วว่า หากส่งผู้แทนมาจะไม่รับ ซึ่งเจ้าตัวต้องพิจารณาอีกทีว่าจะทำอย่างไร จะไปเอง แบบ ผบ.ทบ. หรือถ้าส่งผู้แทน แล้วเขาไม่รับ ก็ส่งชี้แจงเป็นเอกสาร ส่วนเจ้าตัวจะทำวิธีใดผมตอบแทนไม่ได้”นายวิษณุ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามกฎหมายมีข้อบังคับว่าต้องไปว่าจะต้องไปชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หาก เป็นข้าราชการประจำจะต้องไปชี้แจง เพราะถ้าไม่ไปเขาจะแจ้งผู้บังคับบัญชา แต่กรณีของข้าราชการการเมืองนั้น การตรวจสอบเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่เหมือนข้าราชการประจำ และข้อสำคัญอยู่ที่เรื่องด้วย เพราะเรื่องบางเรื่องอาจจะไม่สะดวกและไม่เหมาะสมที่จะไปพูด เขาก็ไม่ไปกัน เรื่องนี้ตนไม่ขอออกความเห็น เพราะเขาไม่ได้เรียกตน

กลุ่มเกษตรกรคัดค้านแบน3สารเคมี เตรียมร้องศาลปกครองให้ชะลอการยกเลิก3สารเคมี

กลุ่มเกษตรกรคัดค้านแบน3สารเคมี เตรียมร้องศาลปกครองให้ชะลอการยกเลิก3สารเคมี

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.01 น.
กลุ่มเกษตรกรคัดค้านการแบน3สารเคมี เตรียมร้องศาลปกครองจันทร์นึ้ให้ไต่สวนฉุกเฉินพิจารณาคุ้มครองชั่วคราว ชะลอการยกเลิกใช้ 3 สารที่จะมีผล 1 ธันวาคมนี้ออกไปก่อน งัดหลักฐาน คณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติโดยผิดขั้นตอนกระบวนการส่งผลกระทบให้เกษตรกรเดือดร้อน

นายสุกรรณ์ สังข์วรรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัยกล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคมนี้ ผู้แทนเกษตรกรปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด และไม้ผลจะไปร้องต่อศาลปกครองให้ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อพิจารณาคุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิดคือ คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซตเดือดร้อนจากต้นทุนการผลิตที่จะสูงขึ้น อีกทั้งยังไม่มีมาตรการรองรับทั้งการหาสารทางเลือกที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน การสนับสนุนด้านเครื่องจักรกลกำจัดวัชพืช และแรงงานที่จะใช้จัดการแปลง

ทั้งนี้กลุ่มเกษตรกรจะนำเสนอหลักฐานต่อศาลปกครองว่า การลงมติยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิดของคณะกรรมการวัตถุอันตรายนั้นผิดขั้นตอนกระบวนการ โดยนำมติของคณะทำงาน 4 ฝ่ายซึ่งมีนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมมาพิจารณา ทั้งที่กระบวนการทำงานของคณะทำงานชุดดังกล่าวขัดต่อบัญชานายกรัฐมนตรีที่ให้มีการหารือกันจาก 4 ภาคส่วนคือ รัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ซึ่งให้ แสดงความคิดเห็นถึงปัญหา วิธีการ และผลกระทบเพื่อสร้างความเข้าใจกันและหาวิธีได้ แต่ในการประชุมคณะทำงานดังกล่าวมีองค์ประกอบของผู้เข้าร่วมประชุมไม่ครบคือ ขาดผู้แทนผู้นำเข้า ส่วนผู้แทนเกษตรกรนั้นเป็นเกษตรกรอินทรีย์ แต่ไม่มีเกษตรกรพืชเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องใช้สารเคมี 3 ชนิดร่วมให้ความเห็น นอกจากนี้ยังต้องข้อสังเกตว่า การประชุมใช้เวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมงแล้วคณะทำงานจึงมีมติให้ปรับสารเคมี 3 ชนิดจากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นชนิดที่ 4 ต่อมาคณะกรรมการวัตถุอันตรายใช้ข้อเสนอจากคณะทำงาน 4 ฝ่ายมาลงมติตามข้อเสนอดังกล่าวจึงขัดกับบัญชานายกรัฐมนตรีอย่างชัดเจน ดังนั้นศาลปกครองเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเกษตรกรซึ่งหวังว่า จะมีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินให้ชะลอการยกเลิกออกไป จนกว่าจะมีการนำเสนอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลเชิงประจักษ์อย่างรอบด้าน กำหนดมาตรการรองรับที่เหมาะสม

นายสุกรรณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า จะทำหนังสือขอเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรมว่า หากไม่ให้มีการใช้สารเคมี 3 ชนิดในประเทศไทยก็ต้องห้ามนำเข้าผักผลไม้จากประเทศใช้สารเคมีดังกล่าวด้วยเช่น ผักจากจีนซึ่งยังคงใช้พาราควอตเฉพาะที่ด่านเชียงของ จังหวัดเชียงรายมีการนำเข้ามูลค่า 2,500 ล้านบาท โดยไม่มีห้องปฏิบัติการตรวจสอบสารตกค้าง ผลไม้จากญี่ปุ่นซึ่งใช้พาราควอตเช่นกัน ตลอดจนถั่วเหลืองและข้าวสาลีจากสหรัฐอเมริกาซึ่งใช้ไกลโฟเซต ไม่เช่นนั้นจะเป็นการซ้ำเติมเกษตรกรและเป็นการปฏิบัติ 2 มาตรฐาน

แหล่งข่าวจากกรมวิชาการเกษตรรายงานว่า กรมวิชาการเกษตรได้พิจารณาความเหมาะสมในการบริหารจัดการที่ยังคงเหลืออยู่ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจากการสำรวจปริมาณคงเหลือของสาร 3 ชนิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 62 พบว่า พาราควอตยังมีมีในประเทศไทย 13,063.69 ตัน ไกลโฟเซต 15,110.93 ตัน และคลอร์ไพริฟอส 1,694.86 ตัน รวมทั้งสิ้น 29,869.58 ตัน โดยรัฐต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการทำลายตันละ 100,000 บาท ดังนั้นจะต้องใช้งบประมาณในการทำลายเกือบ 3,000 ล้านบาท

 

พลบค่ำย่ำทะเลบากันใหญ่หา‘หอยลิ่น’หอยหน้าตาประหลาดแต่รสชาตินุ่มหนึบ อร่อยเวอร์!

พลบค่ำย่ำทะเลบากันใหญ่หา‘หอยลิ่น’หอยหน้าตาประหลาดแต่รสชาตินุ่มหนึบ อร่อยเวอร์!

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.35 น.
ที่บ้านบากันใหญ่  หมู่ที่ 2 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ทันทีที่พระอาทิตย์ตกดินจนท้องฟ้ามืด   ถือเป็นเวลาดีที่เหมาะกับการหาหอยลิ่น หรือ หอยลิ้น ที่ชาวบ้านเรียก  โดยเจ้าหอยลิ่นนี้จะอาศัยอยู่ตามโขดหินในทะเลที่มีน้ำขึ้นและน้ำลง  ทันทีน้ำลดท้องฟ้ามืดหอยลิ่นจะออกมาจากซอกหินขึ้นมาหากินทำให้ง่ายในการหอยครั้งนี้

หน้าตาหอยลิ่นจะดูแปลกประหลาด เนื่องจากลำตัวด้านหลังจะมีเกร็ดเรียงเป็นแถว 8 ชิ้น มีขนเล็กๆ รอบตัวสีจะกลมกลืนกับโขดหิน  เกาะติดหนึบไม่สามารถใช้มือแกะออกได้  ต้องใช้เหล็กแหลมที่เป็นตะขอ หรือมีดแซะออกมา

นายอาด ยะระ อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นไกด์ท้องถิ่นของหมู่บ้านบากันใหญ่ บอกว่า การหาหอยลิ่นที่นี่เดินมาไม่ไกลจากหมู่บ้านนักก็จะพบแหล่งหอยลิ่น  และหอยหลากชนิด เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้เป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรท้องทะเล ทำให้สัตว์น้อยใหญ่ ปู ปลา รวมทั้งหอยหลากหลายชนิด อย่างหอยแครงลิง  หอยเข็ม จะมีเยอะที่บ้านบากันใหญ่ ต.เกาะสาหร่าย

โดยหอยลิ่นจะเกาะติดหนึบกับโขดหิน  ทันทีที่ไกด์อาด  ใช้เหล็กปลายแหลมแซะออกมาหอยลิ่นจะม้วนติดนิดหนึ่งแต่ไม่เป็นอันตรายอะไรกับคน  เพียงแค่หน้าตาแปลกประหลาด โดยบางคนเรียกหอยเอเลี่ยน สร้างความตื่นเต้นให้นักท่องเที่ยวที่สนใจหาหอยลิ่น โดยใช้เวลาไม่นานบังอาดและกลุ่มนักท่องเที่ยวก็ได้หอยพอประมาณในการไปปรุงเป็นมื้ออาหารเช้า

นางวรรณา  เบ็นหมัด (จ๊ะเลาะ)  อายุ 56 ปี  เชฟมือหนึ่งของชุมชนบารากันใหญ่  บอกว่า   หอยลิ่นสามารถปรุงได้หลากหลายเมนู อาทิ  ผัดเผ็ดหอยใส่ใบชะพู  ยำหอยลิ่น  แกงพะแนงหอยลิ่น  หรือแกงเนื้อหอยลิ่น โดยเนื้อของหอยจะกินคล้ายๆ กับพุงวัว    แต่สำหรับวันนี้ จ๊ะเลาะ เซฟของบากันใหญ่โฮมสเตย์  จะทำเมนูผัดเผ็ดหอยลิ่นใส่ใบชะพลู กับยำหอยลิ่น ว่าแล้วก็เตรียมเครื่องปรุงกันเลย

โดยเมนูผัดเผ็ดหอยใบชะพลู....ใช้น้ำมันมะพร้าวซึ่งมีในหมู่บ้านตั้งไฟจนร้อนจากนั้นใส่กระเทียมและหัวหอมเจียวจนหอมเหลือง   และใส่เครื่องแกงทั่วไปผัดจนหอยก่อนเติมกะทิและใส่หอยลิ่นที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วลงไป  จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล  ตามใจชอบแล้วใส่ใบชะพลูปิดท้ายรายการเป็นอันสำเร็จ

ส่วนเมนู  ยำหอยลิ่น. ..มีเครื่องปรุงคือ มะพร้าวคั่วแล้ว   ถั่วฟักยาว-ตะไคร้- ข่า-นำมาซอย พริกไทยดำ กะปิตำคลุกเคล้ากัน  หอยที่ผ่านการต้มสุกหั่นเป็นชิ้นพอคำใส่ลงไป  พร้อมหัวหอมซอย มะม่วงซอย พริกป่น ผสมน้ำตาล เกลือปรุงตามใจชอบ จากนั้นก็คลุกเคล้าทั้งหมดเข้าด้วยกัน  ความหอมของมะพร้าวคั่วชวนน้ำลายไหล  จากนั้นใส่กะทินิดนึ่ง  พร้อมเสิร์ฟสำหรับ 2 เมนูออเดิฟวันนี้  และจะไม่พลาดกับปูสด ๆ ที่เป็นอาหารพิเศษที่ใครมาโฮมสเตย์บากันใหญ่ ซึ่งเป็นของชุมชน ก็จะได้ทานอาหารทะเลสดๆ จากหมู่บ้านท่องเที่ยวทางทะเลแห่งนี้  ที่หมุนเวียนไปตามฤดูกาล

ขณะที่เคล็ดไม่ลับของการทำหอยลิ่นของหมู่บ้านบากันใหญ่แห่งนี้  บอกว่า  การทำหอยลิ่นต้องนำไปต้มก่อนจนเนื้อของหอยเปลี่ยนสี จากนั้นนำหอยมาใส่ถุงอวนที่ทำขึ้นเอง ก่อนนำไปฟัดกับต้นไม้ใหญ่เพื่อให้เปลือกหอยที่แข็งและหนาหลุดออกเหลือแต่เนื้อ จากน้ำไปล้างแล้วนำมาต้มอีกครั้งให้เนื้อนิ่ม  (ปกติเนื้อหอยลิ่นจะเหนียว) และนำมาปรุงอาหารได้เลย   งานนี้ไกด์อาด บอกว่าเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันแต่เป็นวิธีพื้นถิ่น 

นางจาริยา สันโด (จ๊ะนะ) อายุ 45 ปี  สมาชิกบากันใหญ่โฮมสเตย์  บอกว่า  เมนูหลายชนิดมีอาหารทะเลสด ๆ โดยเมนูชูโรงของที่นี่คือ  หอยลิ่นผัดเผ็ดใบชะพลู สามารถมาหาทานกันได้นอกจากนี้ยังมีปูม้า ปลาทะเลสด หากนักท่องเที่ยวหรือท่านใดที่สนใจศึกษาดูงาน ชุมชนท่องเที่ยวหรือศึกษาแหล่งเรียนรู้ เชิญได้ที่บากันใหญ่โฮมสเตย์  หมู่ที่ 2  ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ที่นี่มีอาหารทะเลสด ๆ ทุกวันหมุนเวียนให้ชิม และ ช๊อปสินค้าพื้นเมือง อาทิ น้ำมันกาหมาด (น้ำมันปลิงทะเล) กะปิ ผลิตภัณฑ์จากชุมชนในหมู่บ้านมากมาย 

 
 
 
 
...........................................................
 
 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน