*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5852
  • จำนวนผู้ชม : 3467022
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 492 , 13:17:23 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         เพราะความเหี้ยมแล้งน้ำใจของแก๊งค์ค้ามนุษย์ชาวไอร์แลนด์เหนือโดยแท้ ที่ดันเอารถแช่เย็นอาหารที่เย็นจัดมาบรรทุกคนถึง

39 คน แล้วข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงอังกฤษโดยไม่มีการแวะพักเพื่อดูแลคนในตู้คอนเทนเน่อร์แต่อย่างไร จนเมื่อเปิดดูก็พบว่าคนตาย

หมดแล้ว ดังรายงานข่าวท้ายนี้

26 ตุลาคม 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จากกรณีที่เจ้าหน้าที่พบ รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ถูกจอดทิ้งไว้ ที่นิคมอุตสาหกรรมวอเตอร์เกลด ในมณทล เอสเซกซ์ ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยภายในตรวจพบศพจำนวน 39 ศพนั้น

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเป็นอย่างน้อย 4 คน โดย 2 คนเป็นชาวไอร์แลนด์เหนือ หนึ่งในนั้นคือ นายโม โรบินสัน คนขับรถชาวไอร์แลนด์เหนือ วัย 25 ปี ฐานต้องสงสัยมีส่วนพัวพันกับเครือข่ายการค้ามนุษย์ข้ามชาติ และเตรียมดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรม 39 กระทง

‘บิ๊กป้อม’ติดตามขับเคลื่อน เศรษฐกิจฐานราก 3จชต. สร้างโอกาสเท่าเทียม

‘บิ๊กป้อม’ติดตามขับเคลื่อน เศรษฐกิจฐานราก 3จชต. สร้างโอกาสเท่าเทียม

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.19 น.
“บิ๊กป้อม”ลงพื้นที่ 3 จชต. ติดตามขับเคลื่อนยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ย้ำต้องเดินหน้าเสริมสร้างโอกาสและคงสิทธิประชาชนให้เท่าเทียมกัน 

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2562  พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางไปตรวจติดตามการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรับฟังการบรรยายสรุปจาก ศอ.บต. ณ ศูนย์ราชการ จชต. อ.เมือง จ.ยะลา

โดยภาพรวมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและทรัพยากรมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรมอย่างมากในทุกมิติ ทั้งการปรับโครงสร้างพื้นฐาน  การพัฒนาและส่งเสริมอาชีพท้องถิ่นทั้งการประมงและการเกษตร  การพัฒนาพลังงานทดแทน การขับเคลื่อนธุรกิจฮาลาล  การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กและเยาวชน การส่งเสริมเยาวชนสู่นวัตกรรมและการค้าออนไลน์   การพัฒนาสังคม. ที่เน้นสร้างความเข้มแข็งร่วมกันดูแลกลุ่มคนเปราะบางมากขึ้น  การดูแลด้านสาธารณสุขโดยเฉพาะการลดอัตราการเจ็บและตายในเด็ก ด้วยการรับวัคซีนด้วยความเข้าใจ 

รวมทั้งการท่องเที่ยวที่มีการเข้าถึงวิถีและเศรษฐกิจชุมชน ที่มีการเชื่อมโยงกับท้องถิ่นและต่างประเทศมากขึ้น  ทั้งนี้ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนในพื้นที่ มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการผลักดันและส่งเสริมความเข้มแข็งให้เกษตรกรในพื้นที่รวมกลุ่มวิสาหกิจ เพื่อแปรรูปผลิตผลการเกษตรให้เป็นสินค้าที่มีราคาสูงขึ้น โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมต่อช่องทางตลาดจากทั่วโลกกับพื้นที่ รวมทั้งเชื่อมโยงการพัฒนาที่เกิดขึ้นไปยังโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ใน 3 พื้นที่  ซึ่งมีผลให้ความรุนแรงลดลง สถิติเหตุการณ์และการกระทำผิดลดลงตามลำดับ ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมกำหนดวิถีและการพัฒนาชุมชนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ 

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวนำปรารถนาดีและความห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน ส่งกำลังใจมายังพี่น้องประชาชนใน 3 จชต. โดยรองนายกรัฐมนตรี ย้ำขอให้ ศอ.บต. เดินหน้างานพัฒนา ไปพร้อมกับงานความมั่นคง โดยให้ขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ ที่เกิดจากการส่งเสริมความร่วมมือ ร่วมใจจากทุกฝ่าย ร่วมกัน สืบสาน รักษาและต่อยอดให้เป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการให้โอกาสและคงสิทธิของประชาชนในพื้นที่ให้มีเท่าเทียมกัน ไม่ถูกกดทับจากกลุ่มอิทธิพลใดๆ  และให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนในพื้นที่ให้มากที่สุด ควบคู่ไปกับ การขับเคลื่อนศูนย์ประสานงานสตรีและเด็ก จชต. เพื่อเป็นศูนย์กลางการนำองค์กรที่มิใช่ภาครัฐมาร่วมทำงานกันด้วยความเข้าใจ   ทั้งนี้ ขอให้ฝ่ายปกครอง ต้องร่วมดูแลความเป็นธรรมและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่ผ่านมา ที่เน้นประสิทธิภาพและความเข้าใจร่วมกันให้มากขึ้น 

ต่อจากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้ร่วมเป็นสักขีพยาน ในการลงนามความร่วมมือ การส่งเสริมการปลูกกาแฟ(ครบวงจร) ในพื้นที่ ระหว่าง ศอ.บต. สภาเกษตรกรแห่งชาติ และบริษัท ปตท.( ธุรกิจคาเฟ่ อเมซอน) และ เปิดสวนอุตสาหกรรมแห่งแรกใน จชต. (Industrial Park) เพื่อส่งเสริมพัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ ให้ทำงานร่วมกันด้วยเทคโนโลยีการผลิตในการพัฒนาสินค้าฮาลาล. โดยความร่วมมือจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อยอดไปยังสถาบันการศึกษา ให้จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถเชื่อมไทยและเชื่อมโลกได้  พร้อมทั้งได้ร่วมมอบพันธ์ไผ่ให้กับตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่ ในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโครงการปลูกไผ่เศรษฐกิจ “พืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต” ที่มีเกษตรกรเข้าร่วมเกือบ 1,000 คน 

 
 
 
 
 
คนรับซื้อโดนด้วย! ตร.ออกหมายจับเพิ่มแก๊งขโมยปืนหลวง49กระบอก

คนรับซื้อโดนด้วย! ตร.ออกหมายจับเพิ่มแก๊งขโมยปืนหลวง49กระบอก

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 09.54 น.

26 ตุลาคม 2562  ตำรวจ สภ.ท่าหิน จ.ลพบุรี ออกหมายจับเพิ่ม นายประทีป โตพูล อายุ 44 ปี ชาว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ข้อหารับซื้อของโจร หลังจากตำรวจ สภ.ท่าหิน จ.ลพบุรี จับกุม ด.ต.ชรินทร์ บุตรดี ตำรวจ สภ.ท่าหิน พบนำปืนหลวงไปขาย และซัดทอดว่า นายประทีปฯ รับซื้อไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำขยายผลเพิ่มเติมว่ารับซื้อปืนไปกี่กระบอกและมีใครรับซื้ออีก โดยสอบสวนอยู่ที่ ภ.จว.ลพบุรี

สำหรับปืนที่หายไปจากคลังมี 49 กระบอก ประกอบด้วย .38 / ZIX P 320 และ GLOCK และติดตามคืนมาได้ 18 กระบอก จากการตรวจสอบปืนที่ติดตามคืนมาได้ พบมีการลบเลขทะเบียนปืนทั้งหมด ขณะที่ ด.ต.ชรินทร์ฯ ถูกนำตัวส่งศาลคดีทุจริตประพฤติมิชอบ ภาค 1 จ.สระบุรี เพื่อฝากขังเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ส่วนมูลเหตุจูงใจขโมยปืนหลวง ออกจากคลังตำรวจยังไม่มีการเปิดเผย

แหล่งข่าวใน สภ.ท่าหิน ระบุว่า ดาบตำรวจชรินทร์ฯ มีปัญทางด้านการเงิน หลังถูกจับถูกตรวจสอบเงินในบัญชี พบมีเงินหมุนเวียนวันละหลายหมื่นบาท คาดว่าน่าจะเป็นเงินจากการเล่นการพนัน นอกจากนี้ยังพบอีกว่าดาบตำรวจชรินทร์เคยกู้เงินสหกรณ์มา 1 ล้านบาท แต่เพียงวันเดียวก็ใช้เงินหมดแล้ว อีกทั้งดาบตำรวจชรินทร์ไม่ค่อยกลับบ้านหรือบ้านพักเพราะถูกเจ้าหนี้ตามทวงหนี้

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อราว 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบอาวุธปืนของหลวงเป็นประจำทุกเดือน และคณะกรรมการรายงานว่าอาวุธปืนของหลวง สภ.ท่าหิน ตรวจสอบปืนหลวง พบ หายไปจำนวน 49 กระบอก จึงได้ให้ ด.ต.ชรินทร์ บุตรดี ผู้ควบคุมของหลวงประจำ สภ.ท่าหิน ชี้แจง จนกระทั่งทราบว่า ด.ต.ชรินทร์ ได้นำของหลวงไปจำนำกับบุคคลอื่น จากนั้น พ.ต.อ.ณัชภูม วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน ได้สั่งการให้ชุดสืบ ติดตามอาวุธปืนได้กลับมาแล้วจำนวน 18 กระบอก และดำเนินคดีอาญากับ ด.ต.ชรินทร์ฯ ตำรวจ สภ.ท่าหิน 1 นาย และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมให้ออกจากราชการไว้ก่อน

 
‘บุญยอด’ซัด‘ทอน’ยังรับเงินเดือนส.ส.มีผู้ช่วยส.ส.คุณจะเป็นคนนอกได้อย่างไร?

‘บุญยอด’ซัด‘ทอน’ยังรับเงินเดือนส.ส.มีผู้ช่วยส.ส.คุณจะเป็นคนนอกได้อย่างไร?

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 09.27 น.
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม  2562  นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุเนื้อหาว่า ถ้าคุณยังรับเงินเดือน ส.ส.อยู่ ยังมีผู้ช่วย ส.ส. คุณจะเป็นคนนอกได้อย่างไร?เข้าใจยากตรงไหน เสียดายภาษีประชาชน!!!!
  
เดือดจัด! 'เสรีพิศุทธ์'ประกาศเล่นงาน'บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม'ถึงคุก ปมพ.ร.บ.งบประมาณ

เดือดจัด! 'เสรีพิศุทธ์'ประกาศเล่นงาน'บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม'ถึงคุก ปมพ.ร.บ.งบประมาณ

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.30 น.
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้(25 ตุลาคม ) เวลา 20.15 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยได้ไลฟ์สดผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัวเพื่อชี้แจงกรณีการไม่พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยย้ำตอนหนึ่งว่า จนถึงขณะนี้ตนยืนยบยันว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เพราะถวายสัตย์ไม่ถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 61 จนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มีองค์กรใดหรือแม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยลยว่าการถวายสัตย์นั้นชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ดังนั้นเมื่อการถวายสัตย์ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ทางพรรคเสรีรวมไทย จึงไม่สามารถที่จะร่วมพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ เพราะเห็นว่าในเมื่อรัฐบาลยังไมได้ถวายสัตย์ที่ครบถ้วน จึงถือว่ายังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ แล้วจะหน้าด้านเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ให้สภาผู้แทนราษฏรพิจารณาได้อย่างไร และการที่สภาฯรับพิจารณาร่างกฏหมายพิษดังกล่าว จะส่งผลอย่างไร คิดกันบ้างหรือไม่ เพราะเท่ากับสภาฯไปยอมรับว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.)ปฏิบัติหน้าที่ได้ ถามว่าผิดกฏหมายหรือไม่

ส่วนกรณีที่ตนทำหนังสือให้พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงนั้น เป็นไปตามหน้าที่ของประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร       ซึงเป็นมติของที่ประชุมเพื่อต้องการพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร มาแถลงข้อเท็จจริง และแสดงความคิดเห็นเรื่องการนำร่างพ.ร.บ.งบฯปี 63 มาเสนอต่อที่ประชุมสภาฯได้อย่างไร ซึ่งไม่เกี่ยวกับปัญหาการถวายสัตย์ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมากล่าวอ้างแต่อย่างใด

"ผมเพิ่งเซ็นต์หนังสือเพื่อเชิญพล.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ให้มาชี้แจงเรื่องนี้ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ การที่นายวิษณุ ออกมาระบุว่าทั้งสองคนมีสิทธิที่จะมาหรือไม่มา หรือ ส่งตัวแทนมาชี้แจงก็ได้นั้น อยากจะบอกว่า ผมไม่ได้เชิญผู้แแทน แต่ผมระบุชื่อตัวตนชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร เนื่องจากผมอยากทราบข้อเท็จจริง จะส่งนายหมูนายหมามาตอบแทนได้อย่างไร"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

และว่า การทำหนังสือเชิญดังกล่าว     เป็นการทำตามอำนาจของประธานกมธ. ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ติดราชการเพราะมีภาระกิจมาก ก็ไม่มีปัญหา สามารถแจ้งมาเพื่อขอเลื่อนได้ แต่ถ้าไม่ตอบเลย ตนก็จะมีหนังสือเชิญครั้งที่สอง  โดยจะให้โอกาสแค่สองครั้งเท่านั้น ถ้าไม่มีอีก ครั้งต่อไปตนจะทำเป็นหนังสือคำสั่งของประธานกมธ. เพื่อ"เรียก"บุคคลนั้น หรือ เรียกเอกสาร ให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมาธิการ ตามมาตรา 8 ของพ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราฏษรและวุฒิสภา ถ้าฝ่าฝืนไม่มาตามคำสั่งเรียกดังกล่าวถือว่ามีความผิดตามมาตรา 13 ต้องระวางโทษไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

"นี่คือการทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล เพราะการดำเนินการทุกขั้นตอนของ กมธ.ต้องออกเป็นมติ ไม่ใช่ผมมาคิดเองเออเอง หรือเป็นคู่กรณี แต่เป็นการทำหน้าของผม แต่ถ้าพล.ประยุทธ์ หรือพล.อ.ประวิตร ไม่มาเอง ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีกับผม จะได้สรุปข้างเดียวไปเลย ว่าการเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ต่อสภาฯ ไม่ชอบด้วยกฏหมาย และขัดรัฐธรรมนูญ และส่งฟ้องไปเลย ดังนั้นก็ไปตัดสินใจเอาเองว่าจะมาหรือไม่มา"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :'เสรีพิศุทธ์'หงายเงิบ! 'วิษณุ'ชี้เปรี้ยง'บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม'ไม่ใช่ขรก.-'มีสิทธิ'ไม่ไปชี้แจงกมธ.

 
จัดใหญ่ งานมุสลิมไทยแฟร์ครั้งที่ 5 'รวมพลังความดี ซับน้ำตาผู้ลี้ภัย'

จัดใหญ่ งานมุสลิมไทยแฟร์ครั้งที่ 5 'รวมพลังความดี ซับน้ำตาผู้ลี้ภัย'

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 10.33 น.
 
นางสุภัชชา สุทธิพล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกล่าวเปิดงานมุสลิมไทยแฟร์ ครั้งที่ 5 พร้อมมอบโล่และเกียรติบัติแก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ กล่าวต้อนรับโดยนายสามารถ มะลูลีม ประธานมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย โดยมีนายแพทย์อนันต์ชัย ไทยประทาน เป็นประธานจัดงานมุสลิมไทยแฟร์ครั้งที่ 5 ซับน้ำตาผู้ลี้ภัย และนายบัญญัติ ทิพย์หมัด ประธานอำนวยการจัดงาน นายอรุณ บุญชม รองประธานผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรีและประธานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ผู้แทนจุฬาราชมนตรี มอบโล่รางวัล เพชรมือบน ให้แก่องค์กรและบุคคลดีเด่นที่เป็นผู้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

 
งานมุสลิมไทยแฟร์ครั้งที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2562 ณ บริเวณลานพลาซ่า อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ถนนรามคำแหง การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานดังนี้
1. เพื่อหารายได้เข้ากองทุนของสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปช่วยภัยพิบัติทางธรรมชาติภายในประเทศ
2. เพื่อส่งเสริมให้เกิดความรัก ความสามัคคี ของคนทุกหมู่เหล่าโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ และศาสนาซึ่งจัดเป็นงานใหญ่ประจำปีของทุกปี
3. เพื่อส่งเสริมพันธกิจของสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
4. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของการจัดงานให้เป็นงานที่จัดแล้วมีคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติ และอื่นๆ
 
ด้าน นายแพทย์อนันต์ชัย ไทยประทาน ประธานจัดงานมุสลิมไทยแฟร์ และรองประธานสภาเครือข่ายด้านมนุษยธรรมเผยถึงที่มาว่า “สภาเครือข่ายมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี โดยมี ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ เป็นประธาน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัย และได้รับโอกาสจากมุสลิมไทยโพสต์ให้มีส่วนร่วมจัดงานในครั้งนี้ โดยมุ่งหวังที่จะได้รับการตอบรับจากประชาชนในประเทศไทยและนำน้ำใจจากพี่น้องประชาชนสู่ผู้ลี้ภัยที่รอคอยการช่วยเหลือจากทุก ๆ ท่าน”
 
“นับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณปี พ.ศ. 2488 โลกของเราก็เผชิญกับปัญหาผู้ลี้ภัย ครั้งใหญ่อีกครั้งในปี 2558 เท่าที่มีการเก็บข้อมูลของสหประชาชาติพบว่า ปลายปี 2558 มีผู้คนจำนวนกว่า 65 ล้านคนที่ถูกบังคับให้ต้องพลัดพรากจากบ้านของพวกเขาด้วยเหตุแห่งความขัดแย้ง การถูกประหัตประหาร ความรุนแรงที่ทำในวงกว้าง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ จากข้อมูลของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัย แห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Refugees หรือ UNHCR) ระบุว่า ปัจจุบันโลกเรามีผู้ลี้ภัยถึง 21.3 ล้านคน และ 49% ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ซึ่งมีความเปราะบางมากกว่า ผู้ลี้ภัยอื่น ๆ 57% ของผู้ลี้ภัยทั่วโลกมาจาก 5 ประเทศหลัก คือ 1. ผู้ลี้ภัยที่มาจากประเทศซีเรียจำนวน 6.3 ล้านคน 2. ผู้ลี้ภัยที่มาจากประเทศอัฟกานิสถานมีจำนวน 2.6 ล้านคน 3. ผู้ลี้ภัยที่มาจากประเทศซูดานใต้มีจำนวน 2.4 ล้านคน 4. ผู้ลี้ภัยที่มาจากประเทศพม่าจำนวน 1,391,000 คน 5. ผู้ลี้ภัยที่มาจากประเทศโซมาเลียมีจำนวน 1,091,270 คน ซึ่งมากกว่า 80% เป็นมุสลิมในประเทศไทยเองมีผู้ลี้ภัยกว่าหนึ่งแสนคนอาศัยอยู่ในค่ายพักพิง 9 แห่งในจังหวัดชายแดน ระหว่างไทยและพม่า โดยผู้ลี้ภัยเหล่านี้ส่วนมากเป็นชนกลุ่มน้อยที่หนีการสู้รบมาจากประเทศพม่า นอกจากนี้ ยังมีผู้ลี้ภัยในเขตเมืองที่พักพิงอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกกว่า 9,000 คน ซึ่งประกอบด้วยชนชาติต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 30 ประเทศ”
 
ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในภาคีหรืออนุสัญญาว่าด้วยเรื่องผู้ลี้ภัยใด ๆ อีกทั้งยังไม่มีกฎหมายที่จะให้ความคุ้มครองแก่กลุ่มคนดังกล่าว ดังนั้นสถานะของพวกเขาจึงถือว่าเป็น “คนเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย” ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวต่อการโดนจับกุม กักกัน หรือผลักดันกลับไปสู่ประเทศของตน อีกทั้งยังตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากผู้ลี้ภัย จากนโยบายการกวาดล้างจับกุมผู้ลี้ภัยในปีที่ผ่านมายิ่งทำให้มีจำนวนผู้ต้องกักกันในห้องกักตรวจคนเข้าเมืองจำนวนมาก สภาพความเป็นอยู่อย่างแออัด ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้ผู้ต้องกักเจ็บป่วยและล้มตายลง โดยเฉพาะชาวอุยกูร์และชาวโรฮิงยาที่กระจายไปอยู่ในห้องกักตามภูมิภาคต่าง ๆ มานานกว่า 5 ปี
สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ตระหนักในปัญหาดังกล่าว จึงจัดให้มีการดำเนินกิจกรรม การสัมมนาเรื่อง “ชะตากรรมของผู้ลี้ภัยที่ไร้รัฐ” (Stateless People, Nowhere to Go ) ขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ณ มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย และรณรงค์ช่วยเหลือกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนถึงการจัดงานมุสลิมไทยแฟร์ นั้นเอง
 
ด้าน นายบัญญัติ ทิพย์หมัด ประธานอำนวยการจัดงาน และนายกสมาคมสื่อมุสลิมไทย เผยถึงแนวคิดการจัดงานในครั้งนี้ว่า “ด้วยคณะกรรมการจัดงานมุสลิมไทยแฟร์ นำโดย สมาคมสื่อมุสลิมไทย สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ ร่วมกับ องค์กรชั้นนำในสังคมมุสลิม อาทิ สมาคม ชมรม โรงเรียน มูลนิธิ รวมตัวกันจัดให้มีงานนี้ขึ้นเป็นประจำทุก ๆ ปีอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปี การจัดงานเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ในมิติต่าง ๆ ทางด้านข่าวสาร การศึกษา ศาสนา สังคม และวัฒนธรรม โดยมีหน้าที่เผยแผ่ความรู้ ความเข้าใจในสังคมยุคปัจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงการพัฒนาศักยภาพเยาวชน บุคลากร ในมิติต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างและมุ้งเน้น ความเข้าใจอันดีต่อกัน โดยมีการประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรต่าง ๆ ในส่วนของภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมกิจกรรมที่ทำให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ”
 
การจัดงานในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างความตะหนักรู้ในมิติต่าง ๆ แล้ว ยังเห็นถึงความสำคัญของสุขภาพ และการออกกำลังกาย เพื่อให้การจัดงานในครั้งมีความหลากหลายและมีกิจกรรมที่สามารถสร้างความรัก ความสามัคคี และเป็นที่ชื่นชอบของสังคมทั่วไป คณะผู้จัดงานฯ จึงจัดให้มี โครงการมุสลิมไทยแฟร์ ฟุตซอลคัพ (MTF2019 FUTSAL CUP) ชิงถ้วยนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และได้มีกำหนดการแข่งขันรอบคัดเลือกไปแล้วเมื่อวันที่ 14 กันยายน ณ สนามนาซีฮ่าตุดดีน ฟุตซอลคัพ และจะมีการจัดรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 25-27 ตุลาคม ณ สนามกีฬาหัวหมาก กรุงเทพฯ มีการจัดการแข่งขัน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นเยาวชน อายุ 12 ปี มีทั้งหมด 8 ทีม รุ่นเยาวชน อายุ 16 ปี 8 ทีม รุ่นผู้ใหญ่ 32 ทีม โดยรางวัลชนะเลิศ แต่ละรุ่น และรางวัลดาวซัลโว จะได้รับถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรายได้ส่วนหนึ่งจากการแข่งขัน มอบให้โรงเรียนนาซีฮ่าตุดดีน (ทับช้างนาลุ่ม) กรุงเทพฯ เพื่อเป็นทุนบำรุงการศึกษาและกิจการของโรงเรียนต่อไป
 
ภายในงานมุสลิมไทยแฟร์ครั้งที่ 5  “รวมพลังความดี ซับน้ำตาผู้ลี้ภัย” มีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้
1.​ครบรอบ 4 ปี สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
2.​มนุษยธรรม รวมพล คนทำดีทั่วประเทศ
3.​รางวัลเพชรมือบน
4.​ให้ความรู้ผู้สนใจหรือผู้มีจิตใจดีงามที่ต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษยธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
5.​น้ำชาการกุศล เพื่อช่วยภัยพิบัติธรรมชาติ และผู้ลี้ภัย
6.​เสวนานิยามคำว่า “มนุษยธรรม”
7.​โต๊ะจีนการกุศล “ราตรีแห่งมิตรภาพ”
8.​การแสดงชุดแต่งกายมุสลิมผ้าสะระบัน
9.​MTF2019 FUTSAL CUP การแข่งขันฟุตซอลชิงถ้วยนายกรัฐมนตรี
10.​การออกร้านเพื่อจำหน่ายสินค้า ทั้งอาหาร เสื้อผ้า และของใช้

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ปัญหาแรงงานทำพิษ! สหรัฐระงับการค้าปลอดภาษีไทย มูลค่ากว่า4หมื่นล้าน

ปัญหาแรงงานทำพิษ! สหรัฐระงับการค้าปลอดภาษีไทย มูลค่ากว่า4หมื่นล้าน

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.58 น.
26 ตุลาคม 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ตัดสินใจระงับการค้าปลอดภาษีของไทยหลายรายการรวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารทะเล เนื่องจากปัญหาเรื่องแรงงานของไทยที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมควร

อย่างไรก็ตาม คำสั่งดังกล่าวไม่ได้แจกแจงรายการสินค้าว่ามีอะไรบ้าง ระบุแต่เพียงว่า สินค้าดังกล่าวคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 39,650 ล้านบาท และจะครอบคลุมสินค้าของไทยราว 1 ใน 3 ที่ได้รับสิทธิพิเศษนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงอาหารทะเลส่งออกทั้งหมด โดยจะมีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือน

นอกจากไทยแล้วประเทศอาเซอร์ไบจาน โบลิเวีย อิรัก และอุซเบกิสถาน สหรัฐก็ได้ทบทวนนโยบายนี้ใหม่เช่นกัน ขณะที่ประเทศยูเครน สหรัฐได้ตัดสินใจฟื้นการค้าปลอดภาษีกับสินค้า 1 ใน 3 เนื่องจากรัฐบาลเคียฟมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในด้านการปกป้องสิทธิแรงงานให้อยู่ในมาตรฐานระดับสากล ซึ่งเท่ากับเป็นการคืนผลประโยชน์มูลค่า 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,085.8 ล้านบาท ให้แก่ยูเครน

 
'บรรทุก39ศพ'อาจมีชาว'เวียดนาม'ด้วย ตร.ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเพิ่ม

'บรรทุก39ศพ'อาจมีชาว'เวียดนาม'ด้วย ตร.ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเพิ่ม

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.20 น.
  •  
 
 

 

 

26 ตุลาคม 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จากกรณีที่เจ้าหน้าที่พบ รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ถูกจอดทิ้งไว้ ที่นิคมอุตสาหกรรมวอเตอร์เกลด ในมณทล เอสเซกซ์ ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยภายในตรวจพบศพจำนวน 39 ศพนั้น

 

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเป็นอย่างน้อย 4 คน โดย 2 คนเป็นชาวไอร์แลนด์เหนือ หนึ่งในนั้นคือ นายโม โรบินสัน คนขับรถชาวไอร์แลนด์เหนือ วัย 25 ปี ฐานต้องสงสัยมีส่วนพัวพันกับเครือข่ายการค้ามนุษย์ข้ามชาติ และเตรียมดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรม 39 กระทง

ขณะที่กระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเริ่มต้นแล้ว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงลอนดอนส่งทีมสนับสนุนไปยังสถานที่เกิดเหตุ เนื่องจากตำรวจตั้งสมมติฐานในเบื้องต้นว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 39 ศพ แบ่งเป็นชาย 31 ศพ และหญิง 8 ศพซึ่งอัดกันอยู่ภายในตู้แช่แข็งนั้น "เป็นชาวจีน" แต่ต่อมาสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำกรุงลอนดอนเปิดเผยว่า มีครอบครัวของชาวเวียดนามอย่างน้อย 10 คน ระบุว่า ญาติของพวกเขาหายสาบสูญระหว่างเดินทางไปยุโรป หนึ่งในนั้นคือ น.ส.ฝ่าม ติ๋ญ ตรา หมี่ วัย 26 ปี ซึ่งส่งข้อความทางโทรศัพท์ไปยังมารดาที่เวียดนาม และอาจเป็นหนึ่งในเบาะแสสำคัญ ว่าเธอกำลังอยู่ในรถบรรทุกคันหนึ่งและหายใจไม่ออก 

สำนักอัยการเบลเยียม ระบุด้วยว่าตู้คอนเทนเนอร์ถูกส่งมาถึงเมืองซีบรึกก์ เวลา 14.29 น.วันที่ 22 ต.ค. และถูกส่งลงเรือไปที่อังกฤษในช่วงบ่ายวันเดียวกัน จากเมืองเซบรึกเคอ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเบลเยียม ซึ่งการเดินทางใช้เวลาประมาณ 9 ถึง 12 ชั่วโมง มาขึ้นฝั่งที่เมืองเพอร์ฟลีต ริมชายฝั่งทางตอนใต้ของมณฑลเอสเซ็กซ์ หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง มีรถพยาบาลคันหนึ่งเดินทางไปยังที่เกิดเหตุและโทรศัพท์แจ้งตำรวจ แต่ไม่แน่ชัดว่าเหยื่อทั้งหมด ถูกนำเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์เมื่อไหร่หรืออาจมีการจัดแจงพาเหยื่อเขาไปในตู้คอนเทนเนอร์จากอื่นมาก่อนหรือไม่
 

 
{"uid":"1","hostPeerName":"https://www.naewna.com","initialGeometry":"{\"windowCoords_t\":0,\"windowCoords_r\":1024,\"windowCoords_b\":728,\"windowCoords_l\":0,\"frameCoords_t\":1982.03125,\"frameCoords_r\":555.75,\"frameCoords_b\":2262.03125,\"frameCoords_l\":219.75,\"styleZIndex\":\"auto\",\"allowedExpansion_t\":0,\"allowedExpansion_r\":0,\"allowedExpansion_b\":0,\"allowedExpansion_l\":0,\"xInView\":0,\"yInView\":0}","permissions":"{\"expandByOverlay\":false,\"expandByPush\":false,\"readCookie\":false,\"writeCookie\":false}","metadata":"{\"shared\":{\"sf_ver\":\"1-0-36\",\"ck_on\":1,\"flash_ver\":\"0\"}}","reportCreativeGeometry":false,"isDifferentSourceWindow":false,"goog_safeframe_hlt":{},"encryptionMode":null}" src="https://tpc.googlesyndication.com/safeframe/1-0-36/html/container.html" frameborder="0" marginwidth="0" marginheight="0" scrolling="no" width="336" height="280" data-is-safeframe="true" data-google-container-id="1">
 
 
 
  
  • 'บรรทุก39ศพ'อาจมีชาว'เวียดนาม'ด้วย ตร.ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเพิ่ม

    'บรรทุก39ศพ'อาจมีชาว'เวียดนาม'ด้วย ตร.ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเพิ่ม

    วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.20 น.
    26 ตุลาคม 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จากกรณีที่เจ้าหน้าที่พบ รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ถูกจอดทิ้งไว้ ที่นิคมอุตสาหกรรมวอเตอร์เกลด ในมณทล เอสเซกซ์ ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยภายในตรวจพบศพจำนวน 39 ศพนั้น
     
    ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเป็นอย่างน้อย 4 คน โดย 2 คนเป็นชาวไอร์แลนด์เหนือ หนึ่งในนั้นคือ นายโม โรบินสัน คนขับรถชาวไอร์แลนด์เหนือ วัย 25 ปี ฐานต้องสงสัยมีส่วนพัวพันกับเครือข่ายการค้ามนุษย์ข้ามชาติ และเตรียมดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรม 39 กระทง

    ขณะที่กระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเริ่มต้นแล้ว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงลอนดอนส่งทีมสนับสนุนไปยังสถานที่เกิดเหตุ เนื่องจากตำรวจตั้งสมมติฐานในเบื้องต้นว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 39 ศพ แบ่งเป็นชาย 31 ศพ และหญิง 8 ศพซึ่งอัดกันอยู่ภายในตู้แช่แข็งนั้น "เป็นชาวจีน" แต่ต่อมาสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำกรุงลอนดอนเปิดเผยว่า มีครอบครัวของชาวเวียดนามอย่างน้อย 10 คน ระบุว่า ญาติของพวกเขาหายสาบสูญระหว่างเดินทางไปยุโรป หนึ่งในนั้นคือ น.ส.ฝ่าม ติ๋ญ ตรา หมี่ วัย 26 ปี ซึ่งส่งข้อความทางโทรศัพท์ไปยังมารดาที่เวียดนาม และอาจเป็นหนึ่งในเบาะแสสำคัญ ว่าเธอกำลังอยู่ในรถบรรทุกคันหนึ่งและหายใจไม่ออก 

    สำนักอัยการเบลเยียม ระบุด้วยว่าตู้คอนเทนเนอร์ถูกส่งมาถึงเมืองซีบรึกก์ เวลา 14.29 น.วันที่ 22 ต.ค. และถูกส่งลงเรือไปที่อังกฤษในช่วงบ่ายวันเดียวกัน จากเมืองเซบรึกเคอ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเบลเยียม ซึ่งการเดินทางใช้เวลาประมาณ 9 ถึง 12 ชั่วโมง มาขึ้นฝั่งที่เมืองเพอร์ฟลีต ริมชายฝั่งทางตอนใต้ของมณฑลเอสเซ็กซ์ หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง มีรถพยาบาลคันหนึ่งเดินทางไปยังที่เกิดเหตุและโทรศัพท์แจ้งตำรวจ แต่ไม่แน่ชัดว่าเหยื่อทั้งหมด ถูกนำเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์เมื่อไหร่หรืออาจมีการจัดแจงพาเหยื่อเขาไปในตู้คอนเทนเนอร์จากอื่นมาก่อนหรือไม่
     

     
     
     
     
สวนสายใจไทยนำองุ่นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่นำร่องปลูกใน อ.สทิงพระ

สวนสายใจไทยนำองุ่นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่นำร่องปลูกใน อ.สทิงพระ

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 12.25 น.
จ่าหมี อดีตตำรวจ สภ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ที่ประสบความสำเร็จในการปลูกมะละกอฮอลแลนด์มีรายได้เดือนละกว่า 60,000 บาท หันมาจับพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ เป็นองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ ใช้พื้นที่บริเวณหลังบ้านทำแปลงปลูกเป็นโรงคลุม จาก 1 แปลงขยายเป็น 9 แปลง อาศัยการเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์จนสามารถทำได้และมีผลผลิตออกมาให้ได้ชื่นชม และถือเป็นการนำร่องพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของอำเภอสทิงพระ
 

26 ตุลาคม 2562 ที่สวนสายใจไทยของ ร.ต.ท.จรูญ เทพสุริวงค์ หรือ จ่าหมี อดีตตำรวจ สภ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ที่ประสบความสำเร็จในการปลูกมะละกอฮอลแลนด์ในเนื้อที่ 5 ไร่ มาเกือบ 3 ปี และสามารถทำเงินได้สูงถึงเดือนละกว่า 60,000 บาท จากการขายมะละกอฮอลแลนด์เพียงอย่างเดียว

ขณะนี้ ร.ต.ท.จรูญ เทพสุริวงศ์ หรือ จ่าหมี ได้หันมาสนใจปลูกพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของอำเภอสทิงพระ ซึ่งเป็นองุ่นเป็นองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ ใช้พื้นที่บริเวณหลังบ้านทำแปลงปลูกเป็นโรงคลุม จาก 1 แปลงขยายเป็น 9 แปลง อาศัยการเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์จนสามารถทำได้และมีผลผลิตออกมาให้ได้ชื่นชม และถือเป็นการนำร่องพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของอำเภอสทิงพระเป็นองุ่นหลากหลายสายพันธุ์

โดยใช้พื้นที่บริเวณด้านข้างบ้านและหลังบ้านทำแปลงปลูกเป็นโรงคลุม โดยเริ่มในครั้งแรกทดลองปลูกเพียงแปลงเดียว 20 ต้นใช้เวลาประมาณ 1 ปี ผลผลิตออกมาเป็นที่น่าพอใจ อีกทั้งสภาพดินฟ้าอากาศก็มีผลทำให้องุ่นให้ผลผลิตดี จึงได้ขยายแปลงปลูกจาก 1 แปลงขยายเป็น 9 แปลง

อาศัยการเรียนรู้จากยูทูฟและจากผู้ที่มีประสบการณ์ในพื้นที่จังหวัดสงขลาจนสามารถทำได้และมีผลผลิตออกมา รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจาก สหกรณ์การเกษตรสทิงพระ จำกัด  ที่ส่งเสริมเกษตรกรที่มีความขยันขันแข็งและประกอบอาชีพทางด้านเกษตรอย่างจริงจัง

ในขณะเดียวกัน หมวดจรูญ ซึ่งมีความรู้ในเรื่องของการเกษตรเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในการทาบกิ่งขยายพันธุ์พืช จึงใช้ความรู้ตรงนี้นำตอป่ามาทาบกิ่งองุ่นขายต้นพันธุ์ด้วย ในราคาต้นละ 150 บาท เนื่องจากมีผู้สนใจที่เดินทางมาชมสวนองุ่นต้องการนำกิ่งพันธุ์ไปทดลองปลูกจึงได้ทำการชำกิ่งขายเป็นรายได้เสริมเข้ามาอีกทางหนึ่งด้วย ท่านผู้ใดสนใจที่จะซื้อต้นองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ ติดต่อได้ที่หมายเลข 098 -0676681 ร.ต.ท.จรูญ เทพสุริวงศ์

ร.ต.ท.จรูญ เทพสุริวงศ์ หรือ จ่าหมี กล่าวถึงแรงบันดาลใจที่มาปลูกองุ่นว่า ผมปลูกเมล่อนมาก่อน แต่เมล่อนเอาใจยาก ไม่ใช่พืชบ้านเรา เมล่อนมันปลูกขึ้นมันปลูกได้ คราวนี้ทดลองปลูกองุ่น เลยสั่งองุ่นมา 20 ต้น ตอนแรกได้ตอปักตอขุดมาเจริญเติบโตช้า แต่ก่อน 1 ปี จึงจะพรุนกิ่งได้

ครั้งแรกได้ผลผลิตก็พอใช้ได้ ทำให้คนแถวบ้านผมแปลกใจว่าที่นี่องุ่นมีด้วย เพราะคนแถวนี้เคยเห็นแต่ลูกไม่เคยเห็นต้นก็เลยอยากมาดูต้นองุ่น ในส่วนของการเรียนรู้จากในกลุ่มขององุ่นเพื่อนๆในยูทูฟและคนที่เขาทำมาก่อนประสบความสำเร็จที่จังหวัดสงขลาที่ อ.รัตภูมิ และบ้านเขาเขียวสิงหนคร รวมทั้งสอบถามเพื่อนๆและเราก็ทำตามที่เขาแนะนำ ตอนนี้ขยายเป็น 9 โรงประมาณ 2 ร้อยกว่าต้น มีพันธุ์ใหม่ๆจากหลายประเทศ ตอนนี้มี 10 กว่าสายพันธุ์และมีต้นจำหน่ายด้วยต้นละ 150 บาท

 
 
 
 
 .............................................
 
26 ตุลาคม 2562
 
 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน