*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5610
  • จำนวนผู้ชม : 3366791
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 429 , 17:14:50 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ส.ส.พรรคอนาคตใหม่เมื่อได้ห็นอาการของนายธนาธร หน.พรรคแล้ว ก็พอจะทนกล้ำกลืนต่อไปได้ แต่ ส.ต.สอบตกเมื่อถูก

กดดันให้ทำตามคำสั่งของนายธนาธรเพียงอย่างเดียว ห้ามแสดงความเห็นของตัวเองเป็นอันขาด ก็เลยยกพวกลาออกจากพรรค

ตามๆกัน ล่าสุดนับหัวแล้วมีจำนวนถึง 50 รายเลยเทียว

         นอกจากนั้น เสียงจากทุกสาระทิศก็ชี้ว่า พรรคอนาคตใหม่ำลังอยู่ในระยะหมดอนาคต หรือขาลงแล้ว

เมื่อคุณหญิงหน่อยแปลงเป็นเกษตรกร 

         สำหรับเกษตรกรก็เลิกน้อยเนื้อต่ำใจว่าเป็นชาวดินได้แล้ว เพราะขนาด 'คุณหญิง' ก็ยังวางบรรดาศักดิ์มาร่วม

เป็นเกษตรกรชาวไร่ชาวนาด้วยเลย.

 

พาณิชย์เปิด‘กลุ่มสินค้า’กระทบมากที่สุด ชี้‘ข้อดี-ข้อเสีย’สหรัฐตัด‘จีเอสพี’

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.26 น.
 
 
 

 

พาณิชย์เปิด‘กลุ่มสินค้า’กระทบมากที่สุด ชี้‘ข้อดี-ข้อเสีย’สหรัฐตัด‘จีเอสพี’

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.26 น.
พาณิชย์เปิด‘กลุ่มสินค้า’กระทบมากที่สุด ชี้‘ข้อดี-ข้อเสีย’สหรัฐตัด‘จีเอสพี’

27 ตุลาคม 2562 นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐมีประกาศจะตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรทางการค้า (GSP) ที่เคยให้ไทยบางรายการเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ว่า การส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบคิดเป็นประมาณ 0.01% ของการส่งออกรวมของไทยเฉลี่ยรายปี แต่จะมีสินค้าบางรายการที่ใช้สิทธิมากที่อาจได้รับผลกระทบมากกว่ารายการอื่น มีรายละเอียดดังนี้

# วันที่ 25 ต.ค.62 สหรัฐฯ ประกาศตัดสิทธิ GSP ประเทศไทย (Country Review) 573 รายการ (40% จากจำนวนสินค้าที่ไทยใช้สิทธิในปี 61 รวม 1,485 รายการ) มีผลบังคับใช้ 25 เม.ย.63 และมีการคืนสิทธิให้ไทย 7 รายการ

# ปี 61 ไทยมีการใช้สิทธิ GSP เพียง 355 รายการ (จาก 573 รายการ) มูลค่า 1,279.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการใช้สิทธิเฉลี่ย 66.7% อาทิ อาหารทะเลแปรรูป พาสต้า ถั่วชนิดต่างๆ แยมผลไม้ น้ำผลไม้ ซอสถั่วเหลือง เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องครัวและของใช้ในบ้าน มอเตอร์ไฟฟ้า เหล็กแผ่นและสแตนเลส เครื่องดนตรี และอุปกรณ์ตกปลา

# การถูกตัดสิทธิ GSP ทำให้ต้นทุนส่งออกไทยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 50.33 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากสินค้าไทยกลุ่มนี้จะถูกเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 4.5% (อ้างอิงจากอัตรา MFN rate ของสหรัฐฯ ปี 61)

ทั้งนี้ การส่งออกไทยที่มีจุดเด่นในการกระจายตัวของสินค้ากลุ่มใหม่ที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่องในอนาคต อาทิ เครื่องนุ่งห่มรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องครัว และของใช้ในบ้าน จะช่วยยังสนับสนุนการส่งออกของไทยในตลาดสหรัฐฯ ต่อไปได้ แต่การถูกตัด GSP ทำให้ความได้เปรียบด้านต้นทุนภาษีหมดไป และไทยจะเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้นการรักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ส่งออกควรกระชับสัมพันธ์กับผู้นำเข้าพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการส่งเสริมการส่งออกและการตลาดเชิงรุก เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด

สำหรับกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด (มีการพึ่งพาสิทธิ GSP มากกว่าร้อยละ 50 และส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่าร้อยละ 10) ได้แก่ คอนโซล โต๊ะและฐานรองอื่น ๆ ที่ติดตั้งด้วยเครื่องอุปกรณ์ (HS8537) รถจักรยานยนต์ (HS8711) แว่นสายตาหรือแว่นกันลม/กันฝุ่น (HS9004) หลอดหรือท่ออ่อนทำจากยางวัลแคไนซ์ (HS4009) อ่างล้างหน้า (HS6910) เครื่องสูบของเหลว (HS8413) สารเคลือบผิว Epoxy Resin (HS3907) เครื่องสูบลมหรือสูบสูญญากาศ (HS8414) อาหารปรุงแต่งที่ทำจากธัญพืช (HS1904) ยางนอกชนิดอัดลม (HS4011) หากไทยสามารถกระจายความเสี่ยงส่งออกสินค้าที่ถูกตัดสิทธิไปยังตลาดอื่นๆ ได้ จะช่วยลดกระทบต่อการส่งออกไทยได้

27 ตุลาคม 2562 นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐมีประกาศจะตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรทางการค้า (GSP) ที่เคยให้ไทยบางรายการเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ว่า การส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบคิดเป็นประมาณ 0.01% ของการส่งออกรวมของไทยเฉลี่ยรายปี แต่จะมีสินค้าบางรายการที่ใช้สิทธิมากที่อาจได้รับผลกระทบมากกว่ารายการอื่น มีรายละเอียดดังนี้

# วันที่ 25 ต.ค.62 สหรัฐฯ ประกาศตัดสิทธิ GSP ประเทศไทย (Country Review) 573 รายการ (40% จากจำนวนสินค้าที่ไทยใช้สิทธิในปี 61 รวม 1,485 รายการ) มีผลบังคับใช้ 25 เม.ย.63 และมีการคืนสิทธิให้ไทย 7 รายการ

# ปี 61 ไทยมีการใช้สิทธิ GSP เพียง 355 รายการ (จาก 573 รายการ) มูลค่า 1,279.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการใช้สิทธิเฉลี่ย 66.7% อาทิ อาหารทะเลแปรรูป พาสต้า ถั่วชนิดต่างๆ แยมผลไม้ น้ำผลไม้ ซอสถั่วเหลือง เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องครัวและของใช้ในบ้าน มอเตอร์ไฟฟ้า เหล็กแผ่นและสแตนเลส เครื่องดนตรี และอุปกรณ์ตกปลา

# การถูกตัดสิทธิ GSP ทำให้ต้นทุนส่งออกไทยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 50.33 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากสินค้าไทยกลุ่มนี้จะถูกเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 4.5% (อ้างอิงจากอัตรา MFN rate ของสหรัฐฯ ปี 61)

ทั้งนี้ การส่งออกไทยที่มีจุดเด่นในการกระจายตัวของสินค้ากลุ่มใหม่ที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่องในอนาคต อาทิ เครื่องนุ่งห่มรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องครัว และของใช้ในบ้าน จะช่วยยังสนับสนุนการส่งออกของไทยในตลาดสหรัฐฯ ต่อไปได้ แต่การถูกตัด GSP ทำให้ความได้เปรียบด้านต้นทุนภาษีหมดไป และไทยจะเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้นการรักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ส่งออกควรกระชับสัมพันธ์กับผู้นำเข้าพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการส่งเสริมการส่งออกและการตลาดเชิงรุก เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด

สำหรับกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด (มีการพึ่งพาสิทธิ GSP มากกว่าร้อยละ 50 และส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่าร้อยละ 10) ได้แก่ คอนโซล โต๊ะและฐานรองอื่น ๆ ที่ติดตั้งด้วยเครื่องอุปกรณ์ (HS8537) รถจักรยานยนต์ (HS8711) แว่นสายตาหรือแว่นกันลม/กันฝุ่น (HS9004) หลอดหรือท่ออ่อนทำจากยางวัลแคไนซ์ (HS4009) อ่างล้างหน้า (HS6910) เครื่องสูบของเหลว (HS8413) สารเคลือบผิว Epoxy Resin (HS3907) เครื่องสูบลมหรือสูบสูญญากาศ (HS8414) อาหารปรุงแต่งที่ทำจากธัญพืช (HS1904) ยางนอกชนิดอัดลม (HS4011) หากไทยสามารถกระจายความเสี่ยงส่งออกสินค้าที่ถูกตัดสิทธิไปยังตลาดอื่นๆ ได้ จะช่วยลดกระทบต่อการส่งออกไทยได้

พาณิชย์เปิด‘กลุ่มสินค้า’กระทบมากที่สุด ชี้‘ข้อดี-ข้อเสีย’สหรัฐตัด‘จีเอสพี’

27 ตุลาคม 2562 นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐมีประกาศจะตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรทางการค้า (GSP) ที่เคยให้ไทยบางรายการเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ว่า การส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบคิดเป็นประมาณ 0.01% ของการส่งออกรวมของไทยเฉลี่ยรายปี แต่จะมีสินค้าบางรายการที่ใช้สิทธิมากที่อาจได้รับผลกระทบมากกว่ารายการอื่น มีรายละเอียดดังนี้

# วันที่ 25 ต.ค.62 สหรัฐฯ ประกาศตัดสิทธิ GSP ประเทศไทย (Country Review) 573 รายการ (40% จากจำนวนสินค้าที่ไทยใช้สิทธิในปี 61 รวม 1,485 รายการ) มีผลบังคับใช้ 25 เม.ย.63 และมีการคืนสิทธิให้ไทย 7 รายการ

# ปี 61 ไทยมีการใช้สิทธิ GSP เพียง 355 รายการ (จาก 573 รายการ) มูลค่า 1,279.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการใช้สิทธิเฉลี่ย 66.7% อาทิ อาหารทะเลแปรรูป พาสต้า ถั่วชนิดต่างๆ แยมผลไม้ น้ำผลไม้ ซอสถั่วเหลือง เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องครัวและของใช้ในบ้าน มอเตอร์ไฟฟ้า เหล็กแผ่นและสแตนเลส เครื่องดนตรี และอุปกรณ์ตกปลา

# การถูกตัดสิทธิ GSP ทำให้ต้นทุนส่งออกไทยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 50.33 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากสินค้าไทยกลุ่มนี้จะถูกเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 4.5% (อ้างอิงจากอัตรา MFN rate ของสหรัฐฯ ปี 61)

ทั้งนี้ การส่งออกไทยที่มีจุดเด่นในการกระจายตัวของสินค้ากลุ่มใหม่ที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่องในอนาคต อาทิ เครื่องนุ่งห่มรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องครัว และของใช้ในบ้าน จะช่วยยังสนับสนุนการส่งออกของไทยในตลาดสหรัฐฯ ต่อไปได้ แต่การถูกตัด GSP ทำให้ความได้เปรียบด้านต้นทุนภาษีหมดไป และไทยจะเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้นการรักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ส่งออกควรกระชับสัมพันธ์กับผู้นำเข้าพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการส่งเสริมการส่งออกและการตลาดเชิงรุก เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด

สำหรับกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด (มีการพึ่งพาสิทธิ GSP มากกว่าร้อยละ 50 และส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่าร้อยละ 10) ได้แก่ คอนโซล โต๊ะและฐานรองอื่น ๆ ที่ติดตั้งด้วยเครื่องอุปกรณ์ (HS8537) รถจักรยานยนต์ (HS8711) แว่นสายตาหรือแว่นกันลม/กันฝุ่น (HS9004) หลอดหรือท่ออ่อนทำจากยางวัลแคไนซ์ (HS4009) อ่างล้างหน้า (HS6910) เครื่องสูบของเหลว (HS8413) สารเคลือบผิว Epoxy Resin (HS3907) เครื่องสูบลมหรือสูบสูญญากาศ (HS8414) อาหารปรุงแต่งที่ทำจากธัญพืช (HS1904) ยางนอกชนิดอัดลม (HS4011) หากไทยสามารถกระจายความเสี่ยงส่งออกสินค้าที่ถูกตัดสิทธิไปยังตลาดอื่นๆ ได้ จะช่วยลดกระทบต่อการส่งออกไทยได้

‘ส้มหวาน’ยื่นกล้วยแจกเก้าอี้ สกัดอดีตผู้สมัครสส.ลาออก

‘ส้มหวาน’ยื่นกล้วยแจกเก้าอี้ สกัดอดีตผู้สมัครสส.ลาออก

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 16.04 น.
 
 ‘ส้มหวาน’ยื่นกล้วยแจกเก้าอี้ สกัดอดีตผู้สมัครสส.ลาออก
 
27 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลา 10.30 น.วันพรุ่งนี้ (28 ตุลาคม 2562) กลุ่มอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ ประมาณ 25 คน จะเดินทางไปยื่นหนังสือลาออกที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
 
สำหรับกระแสข่าวเดิมที่ระบุว่าจะมีผู้สมัครประมาณ 50 คนเดินทางไปยื่นหนังสือลาออกนั้น (อนค.แตกยับ! 50ผู้สมัครสส.จ่อยื่นลาออกจันทร์นี้ ฉะ‘ทอน’เปลี่ยนไป) รายงานข่าวล่าสุด ระบุว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาได้มีตัวแทนของพรรคติดต่อกับอดีตผู้สมัคร โดยได้มีการเสนอตำแหน่งอนุกรรมาธิการบางชุด , ตำแหน่งผู้ช่วย ส.ส.บางราย เพื่อแลกกับการให้หยุดเคลื่อนไหว โดยมีอดีตผู้สมัครยอมรับในส่วนนี้ประมาณ 10-15 ราย
 
‘อนุดิษฐ์’ชี้ฝ่ายค้านเร่งคุ้ยหลักฐาน พร้อมเมื่อไรยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

‘อนุดิษฐ์’ชี้ฝ่ายค้านเร่งคุ้ยหลักฐาน พร้อมเมื่อไรยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 17.23 น.
‘อนุดิษฐ์’ชี้ฝ่ายค้านเร่งคุ้ยหลักฐาน พร้อมเมื่อไรยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที
 

27 ตุลาคม 2562 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค โดยสิ่งที่หารือส่วนใหญ่เป็นการพูดถึงสิ่งที่ดำเนินการมาแล้ว เช่น การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา รวมถึงมีการหารือถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงเปิดสมัยประชุมสภาฯหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ด้วย ซึ่งเป็นการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม หลักการของการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป้าหลักจะไปอยู่ที่นายกรัฐมนตรี และกระทรวงใหญ่ที่มีงบประมาณ รวมถึงบุคลากรจำนวนมาก ตอนนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านทำหน้าที่ในการตรวจสอบหาหลักฐานที่มีน้ำหนักมากที่สุด โดยมีสมาชิกพรรคบางคนบอกว่ารัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำหน้าที่หากรีบอภิปรายจะเร็วไปหรือไม่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเงื่อนของเวลา ถ้ารัฐบาลทำงานดี บริหารงานมีประสิทธิภาพ ต่อให้เวลาผ่านไปเป็นปีก็อภิปรายไม่ได้ แต่ทางกลับกันหากทำงานผิดพลาด รวมถึงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริต บริหารงานไป 1 หรือ 2 เดือน ก็ต้องอภิปราย 

“ดังนั้นการจะอภิปรายเมื่อไรขึ้นอยู่กับหลักฐานและข้อเท็จจริง เพราะการอภิปรายจะมีผลทั้งบวกทั้งลบ ถ้าหลักฐานเราไม่แน่นพอรัฐบาลชี้แจงได้ ฝ่ายค้านก็จะขาดความน่าเชื่อถือ แต่ถ้าข้อมูลเราดีก็อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ ดังนั้นขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมหลักฐาน หากมีน้ำหนักและข้อมูลเพียงพอเราจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที ไม่ต้องรอให้ไปถึงปลายเดือนธันวาคมก็อภิปรายได้ และหลังจากเปิดสมัยประชุมสามัญวันที่ 1 พฤศจิกายน คงได้มีการหารือร่วมกันพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อไป” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

 

อนค.แตกยับ! 50ผู้สมัครสส.จ่อยื่นลาออกจันทร์นี้ ฉะ‘ทอน’เปลี่ยนไป

อนค.แตกยับ! 50ผู้สมัครสส.จ่อยื่นลาออกจันทร์นี้ ฉะ‘ทอน’เปลี่ยนไป

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.17 น.
อนค.แตกยับ! 50ผู้สมัครสส.จ่อยื่นลาออกจันทร์นี้ ฉะ‘ทอน’เปลี่ยนไป

27 ตุลาคม 2562 รายงานข่าวจากพรรคอนาคตใหม่(อนค.) เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2562 จะมีอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ในหลายพื้นที่ประมาณ 50 คน ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่กับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่งอดีตผู้สมัครและสมาชิกพรรคจำนวนนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะมีแนวโน้มว่าอีกหลายพื้นที่กำลังนัดหารือว่าจะยื่นลาออกเช่นกัน

 รายงานข่าว แจ้งด้วยว่า สาเหตุหลักที่ทำให้กลุ่มอดีตผู้สมัคร และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่เตรียมลาออกนั้น เพราะไม่พอใจการบริหารงานของแกนนำพรรค เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงแกนนำพรรคเพื่อสะท้อนปัญหาในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนที่ลงคะแนนให้พรรคได้ และแกนนำพรรคมีวิธีการทำงานและแนวคิดของพรรคที่เปลี่ยนไป ใครที่สนิทสนมกับแกนนำจะมีโอกาสที่ดีกว่า โดยหลังจบการเลือกตั้งใหญ่ ผู้บริหารพรรคไม่ได้ให้ความสนใจกับอดีตผู้สมัครของพรรคเลย ทั้งที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้เรียกประชุม และสัญญาว่า ส.ส.สอบตกจะได้เข้ามาทำงานตามความถนัด เช่น ตำแหน่งที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ เลขานุการ ส.ส. ฯลฯ

“ช่วงสัมมนาพรรคก่อนการเลือกตั้งเดือนธันวาคม 2561 นายธนาธร และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค กล่าวบนเวทีอย่างชัดเจน ว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน เว้นแต่คนที่ทรยศหักหลังพรรค แต่พอเลือกตั้งจบ นายธนาธร กลับบอกว่า ไม่ได้ตั้งพรรคมาให้ใครหาผลประโยชน์ ไม่ให้กำลังใจ หรือขอโทษใดๆ และยังบอกว่าอย่ามาเรียกร้องอะไรจากพรรค วันนี้ ส.ส.สอบตกที่มีตำแหน่งส่วนใหญ่ ก็เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนิทสนมกับแกนนำพรรค มีไม่ถึง 50 คนที่ได้ตำแหน่ง แล้วอีก 270 คนหายไปไหน หากยึดตามคำพูดที่นายธนาธรบอก” รายงานข่าวระบุ

‘หญิงหน่อย’ได้จังหวะขย่มรบ. โชว์ภูมิ‘แบนสารพิษ’ถ้าสร้างภาระให้เกษตรกร สุดท้ายเหลว

‘หญิงหน่อย’ได้จังหวะขย่มรบ. โชว์ภูมิ‘แบนสารพิษ’ถ้าสร้างภาระให้เกษตรกร สุดท้ายเหลว

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.59 น.
‘หญิงหน่อย’ได้จังหวะขย่มรบ. โชว์ภูมิ‘แบนสารพิษ’ถ้าสร้างภาระให้เกษตรกร สุดท้ายเหลว

27 ตุลาคม 2562 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan” เกี่ยวกับกรณีการยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิดของรัฐบาล มีเนื้อหาดังนี้

“สร้างประเทศไทยให้เป็น “ศูนย์กลางการผลิตอาหารปลอดภัย” เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย และผลิตอาหารปลอดภัยป้อนโลก

โจทย์ใหม่ในเชิงนโยบาย ต้องไม่คิดแค่การทำให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น หรือการยกเลิกสารเคมีที่ใช้การปลูกพืช แต่ควรจะต้องคิดถึงภาพใหญ่ที่สำคัญไปกว่านั้นด้วย นั่นคือการยกระดับประเทศไทยให้เป็น “ศูนย์กลางการผลิตอาหารปลอดภัย”

เราจะเป็น “ศูนย์กลางการผลิตอาหารปลอดภัย” ของโลก เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย และเพื่อผลิตอาหารปลอดภัยป้อนโลก ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนฐานการผลิตสินค้าเกษตรแบบ commodity ที่ต้องผลิตมากๆ แต่ขายได้ราคาต่ำ มาเป็นอาหารปลอดภัย, อาหารออแกนิค ที่ผลิตน้อยแต่ขายได้ราคาดี สร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจากฐานราก สร้างความมั่นคั่งให้กับพี่น้องเกษตรกร

ดิฉันจึงเห็นด้วยกับการที่จะยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคและเกษตรกรเอง แต่ตามที่ดิฉันได้นำเสนอไปแล้วว่า “การยกเลิกการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายทางการเกษตร ต้องทำควบคู่กับมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรด้วย”

รัฐต้องทำให้พี่น้องเกษตรกรมีทางออกในการทำการเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะถ้าห้ามใช้อย่างเดียวโดยไม่มีการแนะนำให้ความรู้แก่เกษตรกร และช่วยเหลือหาทางเลือกใหม่ในการกำจัดศัตรูพืชควบคู่กับการยกเลิกการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ก็จะทำให้มีการลักลอบขายสารเคมีในชื่ออื่นๆ แต่มีพิษเช่นกัน

ท้ายที่สุด จะส่งผลทำให้ไม่เกิดการเลิกใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจริง และเกษตรกรเองอาจจะต้องใช้ต้นทุนซื้อสารเคมีเหล่านี้ในราคาแพงขึ้น เพราะเป็นการลักลอบขาย ลักลอบใช้แบบใต้ดิน

นอกจากพี่น้องเกษตรกรจะไม่สามารถเลิกใช้สารพิษเหล่านี้ได้จริง ก็จะต้องแบกรับต้นทุนทั้งในเรื่องสุขภาพ และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นแล้ว ผู้บริโภคเองก็ยังได้รับผลกระทบต่อสุขภาพต่อไป

“การแบนสารเคมีอันตรายทางการเกษตรอย่างเดียวจะไม่ช่วยให้ผู้บริโภคคนไทยปลอดภัยได้จริง หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้ผลิตอาหารโดยไม่ใช้สารเคมีเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง”

สิ่งที่รัฐต้องเร่งทำในวันนี้ ก็คือ

-การสนับสนุนทุนในการใช้เครื่องมือทางการเกษตรและสารอินทรีย์ในการกำจัดศัตรูพืช

-การให้องค์ความรู้ในการกำจัดศัตรูพืช ทั้งแบบภูมิปัญญาไทยและการให้ความรู้ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ แก่เกษตรกร

-การสนับสนุนการวิจัยของนักวิชาการไทยในการพิจารณาสารอินทรีย์ต่างๆ ในการกำจัดศัตรูพืช รวมทั้งพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร

-ควรให้ความรู้กับเกษตรกรให้เข้าใจการใช้สารเคมีทุกตัว (นอกจาก 3 ตัวที่แบน) ว่าจะต้องใช้อย่างไรจึงถูกต้องและปลอดภัยแก่ผู้บริโภคและตนเองได้อย่างไร

ดิฉันจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการหามาตรการในการช่วยสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถเลิกใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้อย่างแท้จริงควบคู่ไปกับการประกาศแบนสารเคมี

“อย่าปล่อยให้การแบนสารเคมีเหล่านี้ ต้องสร้างภาระหนักให้เกษตรกร โดยเกษตรกรไม่มีทางเลือก และไม่สามารถเลิกการใช้สารเคมีได้จริง สุดท้ายการที่เราหวังให้เกิดผลดีกับสุขภาพของคนไทยก็จะไม่สำเร็จ” #เพื่อไทย #เพื่อเกษตรกรไทย #เลิกใช้สารเคมี #ต้องไม่สร้างภาระใหม่ให้เกษตรกร

โทรโข่งรัฐบาล!!ยัน‘สหรัฐฯ’ตัดสิทธิจีเอสพีไทย ไม่เกี่ยวปมแบนสารเคมีเกษตร

โทรโข่งรัฐบาล!!ยัน‘สหรัฐฯ’ตัดสิทธิจีเอสพีไทย ไม่เกี่ยวปมแบนสารเคมีเกษตร

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.15 น.

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2562 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีทางการสหรัฐฯ มีคำสั่งให้ระงับข้อตกลงตามมาตรการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(จีเอสพี) กับสินค้าบางชนิดที่นำเข้าจากประเทศไทยเป็นการชั่วคราว โดยอ้างเหตุผลว่าทางการไทยไม่สามารถยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล ว่า เรื่องดังกล่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับทราบข้อมูลมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว เมื่อครั้งที่รมว.พาณิชย์ สหรัฐฯ มาร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนที่ไทย 

“มีการหยิบยกประเด็นนี้มาหารือ ขณะเดียวกันนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ก็ได้มีหนังสือรายงานถึงนายกรัฐมนตรีถึงประเด็นดังกล่าวอีกด้วย อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้แถลงชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ในเรื่องนี้เอง นอกจากนี้ ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่ไทยห้ามนำเข้าสารเคมีทางการเกษตรของสหรัฐฯ อย่างแน่นอน แต่เป็นคนละประเด็นกัน” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ

‘นายพลสีกากี’ลื่นล้มศีรษะฟาดพื้น เสียชีวิตแล้ว

‘นายพลสีกากี’ลื่นล้มศีรษะฟาดพื้น เสียชีวิตแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.51 น.
นายพลสีกากี’ลื่นล้มศีรษะฟาดพื้น เสียชีวิตแล้ว

27 ตุลาคม 2562 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สมชัย อินตาพวง ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6(ผบก.อก.บช.ภ.6) หรือ “ผู้การดั้ง” ได้เสียชีวิตลงขณะรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลตำรวจเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยร่างของ พล.ต.ต.สมชัย ถูกนำมาเก็บไว้ภายในห้องดับจิตเพื่อรอการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง และวันพรุ่งนี้(28 ตุลาคม 2562) ทางญาติจะเดินทางมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา พล.ต.ต.สมชัย เกิดอุบัติเหตุลื่นตกบันไดศีรษะฟาดพื้นจนได้รับบาดเจ็บภายในบ้านพักซอยทิพวัล ถนนเทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ และถูกนำตัวส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลสำโรง แล้วต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเนื่องจากยังไม่ได้สติ จากนั้นได้นำตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนจะเสียชีวิตดังกล่าว

สำหรับ พล.ต.ต.สมชัย จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 37 (นรต.37) รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. , พล.ต.อ.นเรศ นันทโชติ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. โดยเคยดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.พระประแดง , รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง , รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ , รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง และขึ้น ผบก. ติดยศ พล.ต.ต. สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6

MEA Volunteer เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็น Ecobrick ใช้สร้างบ้านดิน

MEA Volunteer เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็น Ecobrick ใช้สร้างบ้านดิน

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 18.42 น.
 
MEA Volunteer เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็น Ecobrick รวมพลังอาสาสร้างบ้านดิน ณ Bamboo School จ.กาญจนบุรี

27 ต.ค.62 การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA จัดกิจกรรม “เปลี่ยนพลาสติกเป็นโอกาส” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ MEA Volunteer ที่จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้พนักงาน MEA มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและพัฒนาสังคมในด้านต่าง ๆ โดยในครั้งนี้ พนักงานอาสา MEA ลงพื้นที่นำ Ecobrick ไปใช้เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างบ้านดินแทนการใช้อิฐ ณ Bamboo School ชุมชนบ้องตี้ล่าง อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดย Ecobrick ดังกล่าว ได้จากการร่วมแรงร่วมใจของพนักงาน MEA ที่ร่วมกันนำเศษขยะชิ้นเล็ก ๆ ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น ถุงพลาสติก ซองขนม กระดาษ เชือก มาอัดให้แน่นในขวดพลาสติก ซึ่งจะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นสิ่งของที่ก่อให้ประโยชน์ต่อไป 

ทั้งนี้ โครงการ MEA Volunteer มีเป้าหมายเพื่อให้พนักงานได้ทำความดี ร่วมมีบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคม และส่งเสริมให้พัฒนาศักยภาพของตนเองผ่านกิจกรรมอาสา ตลอดจนเป็นการส่งเสริมภารกิจด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดย MEA จะดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร
Energy for city life, Energize smart living

▶️ Facebook : https://www.facebook.com/497340003626475/posts/3058197994207317?sfns=mo

 
 
 

‘สุริยะ’ย่ำถิ่นร้อยเอ็ด ตรวจเยี่ยมรง.ตัดเย็บเสื้อผ้า

‘สุริยะ’ย่ำถิ่นร้อยเอ็ด ตรวจเยี่ยมรง.ตัดเย็บเสื้อผ้า

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 18.25 น.

‘สุริยะ’ย่ำถิ่นร้อยเอ็ด ตรวจเยี่ยมรง.ตัดเย็บเสื้อผ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ร้อยเอ็ด ว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด(ผวจ.ร้อยเอ็ด) พร้อมด้วย นายสนอง ดลประสิทธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด , นายสมชาย เถื่อนสุวรรณ์ อุตสาหกรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมให้การต้อนรับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะ ที่เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงงานอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้า บริษัท ชิค โมเดลลิ่ง จำกัด ตำบลกลาง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด 

ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดมีโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจำนวนทั้งสิ้น 648 โรงงาน เงินลงทุนรวม 16,767.18 ล้านบาท และมีจำนวนคนงาน 9,380 คน ซึ่งสาขาอุตสาหกรรมที่สำคัญ 5 อันดับแรกของจังหวัด ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมอโลหะที่สำคัญ ได้แก่ ทำผลิตภัณฑ์คอนกรีต อิฐบล็อก เสาปูน ผลิตภัณฑ์อิฐดินเผา ปัจจุบันมีจำนวนโรงงานในสาขานี้ทั้งสิ้น 105 โรงาน เงินลงทุน 946.94 ล้านบาท คนงาน 661 คน

2.อุตสาหกรรมการเกษตรคือผลิตภัณฑ์จากพืชที่สำคัญ ได้แก่ โรงสีข้าว โรงอบข้าว ลานรับซื้อข้าว โดยมี 104 โรงงาน เงินลงทุน 4,512.69 ล้านบาท คนงาน 1,259 คน 3.อุตสาหกรรมแปรูปไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ที่สำคัญ ได้แก่ โรงงานทำเครื่องเรือนจากไม้ การทำเฟอร์นิเจอร์ การผลิตชิ้นไม้สับ การทำเขียง ปัจจุบันมีจำนวนโรงานในสาขานี้ ทั้งสิ้น 87 แห่ง เงินลงทุน 831.03 ล้านบาท คนงาน 820 คน

4.อุตสาหกรรมผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหะและอุปกรณ์ที่สำคัญ

ได้แก่ อู่ซ่อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อู่เคาะพ่นสีรถยนต์ ปัจจุบัน มีจำนวนโรงานในสาขานี้ทั้งสิ้น 68 แห่ง เงินลงทุน 1,277.35 ล้านบาท คนงาน 821คน

5.อุตสาหกรรมอาหารที่สำคัญ ได้แก่ โรงานผลิตน้ำแข็ง น้ำดื่ม จำนวนโรงงานในสาขานี้ทั้งสิ้น 66 แห่ง เงินลงทุน 1,181.96 ล้านบาท คนงาน 835 คน

 
 
 
 
  •  
    ....................................................................
     
    27 ตุลาคม 2562
     
     
     


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน