*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5610
  • จำนวนผู้ชม : 3366803
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 559 , 11:24:57 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         หากนายธนาธรเป็นดังข่าว : 'หมอวรงค์'สาวไส้'ทอน'ไม่เอาศาสนา ยิ้มสยาม ไหว้ครู ไม่เรียกลุงป้าน้าอา ลัทธิชังชาติ มันบาปไหม

แล้วไซร้ ก็ชัดเจนทีเดียวว่า นานธนาธรก็คือผู้นิยมลัทธิเผด็จการคอมมิวนิส์นั่นเอง แม้ว่าแหล่งกำเนิดลัทธิดังกล่าวซึ่งก็คือจีน  ได้ลดราวาศอกมาก

แล้วก็ตาม.

 

'หมอวรงค์'สาวไส้'ทอน'ไม่เอาศาสนา ยิ้มสยาม ไหว้ครู ไม่เรียกลุงป้าน้าอา ลัทธิชังชาติ มันบาปไหม

    
 

29 ต.ค.62-  นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก  Warong Dechgitvigrom ว่า ลัทธิชังชาติ

นายธนาธรตั้งคำถามกับสังคมว่า การตั้งพรรคการเมืองเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ความเท่าเทียม สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน มันผิดบาปมากหรือ

ผมคิดว่าต้องตีความหมาย คำว่าประชาธิปไตยของนายธนาธร เพราะตั้งแต่หลังเลือกตั้งมา ยังไม่เคยเห็นเขาทำในสิ่งที่ประเทศชาติและประชาชนได้ประโยชน์ นอกจากการแสดงออกปฏิกษัตริย์นิยม ไม่ส่งเสริมศาสนา ไม่เอาวัฒนธรรมประเพณี การยิ้ม การไหว้ครู การเรียกลุงป้าน้าอา รวมทั้งสร้างกระแสดูถูกคนไทย ดูถูกรัฐธรรมนูญ ทำลายความเชื่อถือของศาล และที่สำคัญการชักศึกเขาบ้าน ประจานประเทศ สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เขาไม่เรียกประชาธิปไตย แต่เขาเรียก"ชังชาติ" ซึ่งนับวันกำลังถูกปลูกฝังไปเป็นความเชื่อ ที่จะนำไปสู่"ลัทธิชังชาติ"

เราไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องความเท่าเทียมและอื่น เพราะมีคำตอบจากคนของพรรคอนาคตใหม่ที่มีการแบ่ง เป็นชนชั้นนำและพวกขยะ

#ต่อต้านลัทธิชังชาติ.

 

‘อนุทิน’จ่อพลิกดูแผนสธ.จัดให้‘ศรีนวล’ส.ส.อนค. ย่องของบดูแลรพ.ชม.

‘อนุทิน’จ่อพลิกดูแผนสธ.จัดให้‘ศรีนวล’ส.ส.อนค. ย่องของบดูแลรพ.ชม.

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 09.49 น.

“อนุทิน” เร่งอัดงบช่วยรพ.ขาดแคลนตามความเร่งด่วน ขอดูปม “ส.ส.อนค.” ของบดูแลรพ.พื้นที่เชียงใหม่อยู่ในแผนสธ.หรือไม่ 

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 เวลา 08.20 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีน.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ เดินทางเข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อพูดคุยถึงการจัดสรรงบประมาณให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า ต้องไปดูว่า อยู่ในแผนของกระทรวงสาธารณสุขที่กำลังดำเนินการอยู่หรือไม่

“ในฐานะที่ น.ส.ศรีนวลเป็น ส.ส.เขาก็นำเรื่องร้องเรียนของชาวบ้านเกี่ยวกับสาธารณสุขมาประสาน ส่วนกรณีที่งบดังกล่าวตั้งมาตั้งแต่ปี 61 แล้วหายไปนั้น ตนขอกลับไปดูรายละเอียดแต่การช่วยเหลือแต่ละโรงพยาบาลนั้น ต้องพิจารณาตามความเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างที่ปลัดสาธารณสุขจัดคิวอยู่ และจะมาหารือกันอีกครั้ง” นายอนุทิน กล่าว

‘ท่านใหม่’สร้างความเข้าใจ! การแต่งงานของ‘เจ้านายผู้หญิงกับสามัญชน’

‘ท่านใหม่’สร้างความเข้าใจ! การแต่งงานของ‘เจ้านายผู้หญิงกับสามัญชน’

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 08.17 น.
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562  ม.จ. จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุเนื้อหาว่า การแต่งงานของเจ้านายผู้หญิงกับสามัญชน แต่มโนทัศน์เหล่านี้เป็นเพียงกรอบแนวคิดที่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกรอบของกฎหมาย การแต่งงานระหว่างเจ้านายผู้หญิงกับสามัญชนยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 หลังจากนั้น รัฐบาลคณะราษฎรก็ประกาศแก้ไขกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการเสกสมรสของเจ้านาย 

แต่ก่อนที่คณะราษฎรจะออกประกาศ “กฎมนเทียรบาลว่าด้วยการสมรสพระราชวงศ์แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2475”

ย้อนกลับไปในช่วงก่อนหน้านี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงออกประกาศ “กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการเสกสมรสแห่งเจ้านายในพระราชวงศ์” เมื่อ พ.ศ. 2461 เนื่องจากทรงพระราชดำริว่า การเสกสมรสของเจ้านายในพระราชวงศ์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากนั้น บ้างก็นำความขึ้นกราบบังคมทูล บ้างก็กระทำการเสกสมรสกันเองโดยมิได้กราบบังคมทูล ทรงเกรงว่าจะกระทำไปอย่างไม่สมพระเกียรติยศ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตรากฎมณเฑียรบาลขึ้น โดยมีใจความหลักคือ ....... 

“ให้เจ้านายในพระราชวงศ์ตั้งแต่หม่อมเจ้าขึ้นไป เมื่อจะเสกสมรสกับผู้ใดให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อน เมื่อได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้วจึงจะกระทำการพิธีนั้นได้” (เรียกกันว่าเป็น ”สะใภ้เจ้า” หรือสะใภ้หลวง -ผู้เขียน) 

เมื่อคณะราษฎรออกประกาศ “กฎมนเทียรบาลว่าด้วยการสมรสพระราชวงศ์แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2475″ ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2475 เพียง 1 เดือนครึ่งหลังการประชุมสภาครั้งแรก ใจความสำคัญที่เพิ่มเติมเข้ามาอยู่ในมาตรา 3, 4 และ 5 คือ 

มาตรา 4 เจ้าหญิงองค์ใด ถ้าจะทำการสมรสกับผู้อื่น ซึ่งมิใช่เจ้าในพระราชวงศ์ อันเป็นการไม่ต้องด้วยพระราชประเพณีนิยม ดังนั้นไซร้ ท่านว่าต้องกราบถวายบังคมลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์เสียก่อน 

มาตรา 5 ถ้าพระราชวงศ์องค์ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 3 และมาตรา 4 ไซร้ ท่านว่าให้ถอดเสียจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์” 

“นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เจ้านายผู้หญิงที่แม้ว่า จะเป็นเจ้านายชั้นสูงระดับเจ้าฟ้าก็ดูเหมือนว่าจะมีอิสระในเรื่องความรักความรู้สึกและการเลือกคู่ครองมากขึ้น นอกจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปแล้ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะจำนวนเจ้านายที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ จึงยากที่จะหาคู่ครองเป็นเจ้านายในระดับเดียวกันได้”...........แต่ต้องนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อน เมื่อได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้วจึงจะกระทำการพิธีนั้นได้” 

คัดย่อเนื้อหาจากบทความ “บันทึกรักท่านหญิง : ความรักและการแต่งงานของเจ้านายสตรีหลัง พ.ศ. 2475” โดย วีระยุทธ ปีสาลี.

 

 

 
อดีตผู้สมัครสวนส.ส.อนค. งัดผลงาน‘สหายร่วมรบ’โกยแต้มช่วยคว้า‘ปาร์ตี้ลิสต์’ปากดี

อดีตผู้สมัครสวนส.ส.อนค. งัดผลงาน‘สหายร่วมรบ’โกยแต้มช่วยคว้า‘ปาร์ตี้ลิสต์’ปากดี

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 09.31 น.
อดีตผู้สมัครสวนส.ส.อนค. งัดผลงาน‘สหายร่วมรบ’โกยแต้มช่วยคว้า‘ปาร์ตี้ลิสต์’ปากดี

29 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ทาง ว่าที่ ร.ต. ฉัตรชัย แก้วคำปอด อดีตผู้สมัครส.ส.เขต 4 อุบลราชธานี พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยตอกย้ำถึงปัญหาภายในพรรคจนทำให้อดีตผู้สมัครส.ส.แห่ลาออกเป็นจำนวนมากนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ทิ้งบอมบ์'อนค.'! อดีตผู้สมัครส.ส.ขุดเบื้องหลังแฉชุดใหญ่ ตอนต่อไปขู่ลากไส้ส่อทุจริต)

ล่าสุด ว่าที่ ร.ต.ฉัตรชัย โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้ง โดยแสดงความคิดเห็นภายหลัง พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการลาออกจากพรรคอนาคตใหม่ของกลุ่มอดีตผู้สมัคร ส.ส. และสมาชิกพรรค ว่าเป็นเพียงแค่ 0.2% และพรรคยังมีผู้สมัครเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : แค่0.2%!‘ส.ส.ส้มหวาน’กางยอดสมัครสมาชิกเพิ่ม หยันอดีตผู้สมัครส.ส.ลาออก) โดย ว่าที่ ร.ต.ฉัตรชัย โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้

“จริงๆ ไม่อยากตอบโต้กันเองหรือสาวไส้ให้กากินอะไรหรอกครับ(ด่าเผด็จการมันกว่า) แต่พอเห็นคำดูถูกจาก ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ว่าสหายร่วมรบที่ลาออกเป็นแค่ 0.2% ของสมาชิกพรรค มันน่าเป็นข่าวตรงไหน เหมือนประหนึ่งว่าไม่มีความสำคัญอะไรเลยนั้น ขอชี้แจงตามความเห็นส่วนตัวของผมคนเดียวนะครับ

1. สมาชิกพรรค 60,000 คนนั้น ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกรายปีที่สมัครตอนปีที่แล้ว เพื่อรับรองพรรคและใช้ในการทำไพรมารี่โหวตผู้สมัคร ส.ส.เขต (ค่าสมัคร 100 บาท) ซึ่งจะหมดอายุช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2562 นี้ ลองเช็คอีกครั้งนะครับว่าสิ้นปีนี้จะเหลือสมาชิก 60,000 คน เช่นเดิมหรือไม่ ยิ่งปีนี้เพิ่มค่าสมัครรายปีเป็น 200 บาท ก็พิจารณาดูแล้วกันครับ

2. อดีตผู้สมัครที่ลาออกประมาณ 50 คน ที่คุณบอกว่าเป็นแค่ส่วนน้อยนั้น ตอนช่วงเลือกตั้งพวกเขาช่วยกันรณรงค์หาเสียง พรรคได้คะแนนเสียงทั้งประเทศ 6,265,950 คะแนน เฉลี่ยคะแนนแต่ละเขต 17,902 คะแนน ผู้สมัคร 50 คนก็ประมาณ 895,135 คะแนน ทำให้พรรคได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ปากดีปากเก่งได้ประมาณ 11 คน

ทุกคนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพื่อให้พรรคได้มองเห็นปัญหาต่างๆ และแก้ไขอย่างจริงจังสักที เพราะพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคที่เป็นความหวังของประเทศไทยและคนรุ่นใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีกว่าเดิม”

 

สัมภาษณ์พิเศษ : ‘ศรีวัลลภา อนันทวรรณ’  หญิงแกร่ง ‘กอ.รมน.’ หัวใจรับใช้แผ่นดิน

สัมภาษณ์พิเศษ : ‘ศรีวัลลภา อนันทวรรณ’ หญิงแกร่ง ‘กอ.รมน.’ หัวใจรับใช้แผ่นดิน

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
หลายคนอาจจะทราบว่า “งานด้านความมั่นคง” ส่วนมากเป็นหน้าที่ของสุภาพบุรุษ มีส่วนน้อยมากที่จะมี “สุภาพสตรี” เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ เพราะหลายคนอาจคิดว่าการทำงานจะเป็นอุปสรรค! ในวันนี้ “หนังสือพิมพ์แนวหน้า” จะพาไปรู้จัก “หญิงหัวใจแกร่ง” ที่เข้ามาทำงานด้านความมั่นคงมาแล้วกว่า 8 ปีโดยพูดคุยเกี่ยวกับหน่วยงานที่ชื่อว่า “กอ.รมน.”ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความมั่นคงภายในราชอาณาจักรผ่านมุมมองของหญิงหัวใจแกร่ง “ศรีวัลลภาอนันทวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร”
 

แรกเริ่มจากการพูดคุย “ศรีวัลลภา อนันทวรรณ” สุภาพสตรีผู้มีหัวใจรับใช้แผ่นดิน ได้เล่าถึงการตัดสินใจเข้ามาทำงานด้านความมั่นคงในตำแหน่ง “ผู้ช่วยเลขาธิการ กอ.รมน. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร” ว่า หลังจากจบจากธรรมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ก็ทำงานราชการมาโดยตลอด ตอนแรกบรรจุที่สำนักงาน ก.พ. ซึ่งเป็นองค์กรกลางด้านบริหารงานบุคคลของหน่วยงานภาครัฐจนเมื่อมีพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 และกำหนดให้จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ “กอ.รมน.” เป็นส่วนราชการรูปแบบเฉพาะ และในปี 2554 ได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดให้มีอัตราข้าราชการพลเรือนประจำ กอ.รมน. เป็นข้าราชการสังกัด กอ.รมน. นั้นคือจุดเริ่มต้น

 เรามองว่า กอ.รมน. มีความน่าสนใจตรงที่เป็นหน่วยงานบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนไม่ว่าจะพลเรือน ทหาร ตำรวจ หรือหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ การที่ได้มาทำงานที่อยู่บนพื้นฐานของหลากหลาย คือ ความท้าทาย และประสบการณ์ที่มีจากฝ่ายพลเรือนก็น่าจะเป็นประโยชน์กับ กอ.รมน.จึงตัดสินใจที่จะมาทำงานที่ กอ.รมน.

ศรีวัลลภา ให้เหตุผลถึงการเลือกทำงานด้านความมั่นคงด้วยว่า คงต้องขอบอกตรงๆ ว่าตอนนั้นคิดเพียงว่างานราชการเราทำได้หมด เพราะจุดหมายเดียวของการเป็นข้าราชการ คือ “รับใช้แผ่นดิน” การได้เปลี่ยนลักษณะงานได้มาทำงานกับหลากหลายได้พัฒนาศักยภาพตัวเอง ตรงนั้นคือจุดตัดสินใจมากกว่าบวกกับความลงตัวของชีวิตครอบครัวในการเดินทางไป-กลับในการไปรับไปส่งลูก ซึ่งตอนนั้นลูกก็ยังเล็กๆ อยู่ ก็เป็นความลงตัวที่ตัดสินใจมาทำงานที่นี่

 

ด้วยความที่ครอบครัวก็เป็นครอบครัวข้าราชการกันทั้งบ้าน และการได้มาทำงานรับใช้ชาติ ไม่ว่าจะด้านไหนครอบครัวก็ยินดีสนับสนุน ส่วนที่มองว่าความมั่นคงเป็นเรื่องของผู้ชายนั้น ก็อาจจะไม่ถูกนัก เพราะทุกคนไม่ว่าจะชาย หญิง เด็ก หรือผู้ใหญ่ ทุกคนต่างต้องช่วยกันรักษาความมั่นคงของประเทศปกป้องชาติปกป้องแผ่นดินของเราอยู่แล้ว และโดยพื้นฐานครอบครัวเราเชื่อมั่นและเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ไม่คิดว่าเรื่องใดเป็นเรื่องของชายของหญิงหรือของเพศใดๆ ดังนั้น ตรงนี้จึงไม่เป็นประเด็นในครอบครัว

แต่ที่คุยกันมากๆ เป็นเรื่องของงานที่จะเข้าไปรับผิดชอบมากกว่า และการทำงานด้านความมั่นคงของ กอ.รมน.ต้องขอเน้นว่ามีที่หลัก คือ บูรณาการและประสานการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อให้เกิดวามมั่นคงของรัฐ และความสงบสุขของประชาชนไม่ใช่การออกไปสู้รบ หรือใช้อาวุธ เพราะนั่นคือหน้าที่ของฝ่ายทหาร

 

ผู้ช่วยเลขาธิการ กอ.รมน.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ยังบอกต่อด้วยว่างานของ กอ.รมน. คือ การอำนวยการประสานงานกำกับดูแล และนำนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐไปสู่การปฏิบัติด้วยการบูรณาการสนับสนุนและเสริมการปฏิบัติของส่วนราชการต่างๆ ในการรักษาความมั่นคง ทั้งในภาวะปกติและภาวะไม่ปกติ ทั้งนี้ ต้องติดตามตรวจสอบแจ้งเตือน วิเคราะห์ และประเมินแนวโน้มของสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามด้านความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

หน้าที่สำคัญอีกอย่าง คือ เสริมสร้างและปลูกจิตสำนึกการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเสริมสร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ งานด้านความมั่นคงไม่ใช่การสู้รบไม่ใช่การปราบปราม และเป็นการวางแผนวิเคราะห์ตรวจสอบ มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจ เพื่อไม่ให้นำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง และในความเป็นจริง กำลังพลของ กอ.รมน. นอกจากจะมีข้าราชการประจำที่เป็นข้าราชการพลเรือน แล้ว ยังมีกำลังพลที่ถูกส่งมาช่วยราชการตามโครงสร้าง และภารกิจที่กำหนด ทั้งจากพลเรือน ทหาร ตำรวจ และจากทุกหน่วยงาน มาทำงานบูรณาการกันโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ ผอ.รมน. เป็นหัวหน้าส่วนราชการ

 

ประเทศของเรากำลังเผชิญกับปัญหาความมั่นคงชุดใหญ่ ไม่ใช่จากปัญหาภายในประเทศ ส่วนตัวมองว่าเราต้องเคารพ และทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน นั้นเป็นโจทย์ที่สำคัญมากกว่า จึงจะต้องเตรียมพร้อมและหาวิธีรับมือ ทั้งในด้านความมั่นคงระหว่างในประเทศ ความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านพลังงาน ความมั่นคงภายในประเทศ ความมั่นคงทางการเมือง ความมั่นคงของมนุษย์ ความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาความมั่นคงทางสุขภาพ ยอมรับว่าเรามีจุดอ่อนที่ต้องรีบแก้ไข วางมาตรการเตรียมรับมือให้พร้อม เพราะนับวันยิ่งซับซ้อนมากขึ้น ถ้าไม่เตรียมรับมือในวันนี้ก็จะเป็นปัญหาที่ยากขึ้นในวันข้างหน้า

ผู้ช่วยเลขาธิการ กอ.รมน.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้อธิบายถึงการวางมาตรการด้านความมั่นคงของประเทศให้ฟังด้วยว่า ความมั่นคงของประเทศเรานั้นมีหลายด้าน ทาง กอ.รมน.ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบหลักในแผนการรักษาความมั่นคงฯ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทยกระทรวงกลาโหม และส่วนราชการต่างๆ โดยมีแผนแม่บทในการปฏิบัติที่ชัดเจน มีโครงการที่กำหนดไว้แล้วในการดำเนินการ ประสานงาน อำนวยการ และมีเพียงบางเรื่องที่จำเป็นต้องร่วมปฏิบัติในลักษณะเป็นการเสริมการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องไปด้วย โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข โดยในปัจจุบันการทำงานของ กอ.รมน.ได้แบ่งกลุ่มภารกิจที่ต้องรับผิดชอบในรูปแบบบูรณาการในการวางแผน อำนวยการ และประสานการปฏิบัติ 5 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มการเสริมสร้างความมั่นคงแห่งรัฐ จะเน้นด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงของสถาบันหลักการสร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ

2.กลุ่มการเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคม จะเน้นด้านความมั่นคงทางสังคม อาทิ ปัญหาจากยาเสพติด ปัญหาการจัดระเบียบทางสังคม

3.กลุ่มการสริมสร้างความมั่นคงแบบพิเศษจะเน้นความมั่นคงรูปแบบพิเศษ อาทิ ปัญหาการก่อการร้ายอาชญากรรมข้ามชาติ ภัยคุกคามด้านไซเบอร์ ความมั่นคงระหว่างประเทศ

4.กลุ่มการเสริมสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมฯ จะเน้นความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม พลังงานอาหารและปัญหาอื่นๆ

5.กลุ่มเสริมสร้างความมั่นคงเฉพาะพื้นที่จะเน้นความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ การบริหารและพัฒนาสังคม อาทิ การป้องกันและแก้ไขปัญหาพื้นที่ชายแดนการพัฒนาสังคมในเฉพาะพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีงานของฝ่ายอำนวยการที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างมวลชนให้มีความเข้มแข็ง เป็นกำลังสำคัญในการรักษาความมั่นคง

 

“หากถามว่าเรามีมาตรการหรือดำเนินการอย่างไรกับกลุ่มที่ออกมาก่อกวนนั้นต้องบอกว่าอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน.เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในสภาวะปกติไม่มีอำนาจในการปราบปราม หรือจับกุม ดังนั้น ชื่อกลุ่มที่ว่า “ก่อกวน” คือ “กลุ่มก่อกวน” การปฏิบัติในชั้นต้นการรักษาความสงบภายในก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากเกินเลยก็จะมีการดำเนินการตามบทบาทหน้าที่ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ ซึ่งเกินจากอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน แล้ว” ผู้ช่วยเลขาธิการ กอ.รมน.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าว

 

 

พร้อมกับอธิบายและบทบาทหน้าที่เพื่อให้สังคมเข้าใจการทำงานของ กอ.รมน.ทิ้งท้ายด้วยว่า “กอ.รมน.ไม่ใช่เครื่องมือทางการเมืองของใคร? กอ.รมน. เป็นส่วนราชการรูปแบบเฉพาะมีอำนาจหน้าที่ชัดเจนมุ่งเน้นการบูรณาการ อำนวยการ ประสานงาน และคอยติดตามวิเคราะห์ตรวจสอบ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ ไม่ใช่กองอำนวยการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์เหมือนในอดีต จึงไม่มีหน้าที่ปราบปรามใดๆ มีหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ซึ่งทางกฎหมายไม่มีการกำหนดหรืออำนาจใดๆ ที่จะไปเป็นเครื่องมือทางการเมืองของใคร”

สำหรับในปี 2563 นั้น กอ.รมน.มีแนวรักษาความมั่นคงไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นการทำงานต่อเนื่องตามแผนรักษาความมั่นคงภายในปี 2563-2565 เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ และเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงของประเทศตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด

นี่คือหน้าที่ของสุภาพสตรีที่ชื่อว่า “ศรีวัลลภาอนันทวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการ กอ.รมน.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร” หญิงแกร่งหัวใจรับใช้แผ่นดิน

สุชาดา วันทอง

'ปิยบุตร'โพสต์ถามสังคม!! 'อนาคตใหม่'ทำผิดกฎหมายจริง หรือแค่ขัดใจผู้มีอำนาจ?

'ปิยบุตร'โพสต์ถามสังคม!! 'อนาคตใหม่'ทำผิดกฎหมายจริง หรือแค่ขัดใจผู้มีอำนาจ?

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 22.27 น.

28 ตุลาคม 2562 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก "Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล " โดยมีเนื้อหาระบุว่า

เช้าวันนี้ ผมและ Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการ กรณีของธนาธร ไปพบเพื่อฟังคำสั่งในคดีที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 จากกรณีจัดรายการผ่านเฟซบุคไลฟ์วิจารณ์พลังดูดของรัฐบาล คสช. ซึ่งคดีดังกล่าวพนักงานอัยการได้มีคำสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้พิจารณาทำความเห็นกลับมา ว่าจะยืนยันฟ้องต่อหรือไม่ หากยืนยันสั่งฟ้องตามสำนวน ก็จะต้องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาต่อไป

ส่วนผมไปพบพนักงานอัยการ ในคดีที่กองบังคับการปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ปอท.) ได้ยื่นฟ้องกรณีการแถลงข่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการยุบพรรคไทยรักษาชาติ ข้อกล่าวหาหนึ่งที่มีต่อผมคือ ความผิดฐานดูหมิ่นศาล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198

จากการพบพนักงานอัยการวันนี้ ในส่วนคดีของธนาธร ล่าสุดปรากฏว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงไม่ทำความเห็นกลับมา โดยพนักงานอัยการจะนัดธนาธรมาพบอีกครั้งในวันที่ 2 ธันวาคม 2562 ซึ่งหากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเห็นด้วยกับอัยการก็จบ หากมีความเห็นยืนยันสั่งฟ้อง ก็จะเป็นการพิจารณาของพนักงานอัยการต่อไป

ส่วนคดีของผม วันนี้เป็นวันที่ ปอท. ต้องนำส่งตัวให้สำนักงานอัยการสูงสุด โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเห็นฟ้องเพียงข้อหาดูหมิ่นศาล ตาม ป.อาญา มาตรา 198 แต่ไม่ฟ้องในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งพนักงานอัยการจะขอนัดเพื่อฟังคำสั่งในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 โดยทางทีมทนายความจะยื่นร้องขอความเป็นธรรมในการสอบพยานเพิ่มเติม เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่ได้มีการสอบพยานเพิ่มเติมในส่วนของผู้ถูกร้องตามที่ได้ขอไปตั้งแต่ต้น

ผมอยากถามกลับไปตรงๆ ว่าทุกคนรู้สึกว่าพรรคอนาคตใหม่ทำผิดกฎหมายจริงๆ หรือที่เราถูกกระทำทั้งหมดนี้ เป็นเพียงเพราะเรามีแนวทางที่ทำให้ผู้มีอำนาจไม่สบายใจ

อย่างในกรณีหุ้นสื่อที่ธนาธรโดนอยู่ในตอนนี้ ท้ายที่สุดแล้วรัฐธรรมนูญมาตรานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อมิต้องการให้ ส.ส. หรือรัฐมนตรีมีอิทธิพลในการครอบงำสื่อ นี่คือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นต้องดูว่ากิจการที่ถือหุ้นนั้นเป็นสื่อหรือไม่ และการถือหุ้นนั้นมีมากน้อยเพียงใดถึงขั้นมีอิทธิพลครอบงำสื่อ

บริษัท วี-ลัค มีเดีย ไม่ได้เป็นสื่อมวลชน เป็นเพียงบริษัทที่รับจ้างผลิตรูปเล่ม ไม่ได้กำหนดเนื้อหา และก็ปิดกิจการเรียบร้อย อีกทั้งธนาธรก็ได้โอนหุ้นไปหมดตั้งแต่ 8 มกราคม แต่ธนาธรกลับถูกเล่นงานตามมาตรานี้

เมื่อเปรียบเทียบกับกรณี ส.ส. คนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ถือหุ้นสื่อเลย แต่มีคู่สมรสถือหุ้นสื่อ เป็นเจ้าของสื่อโดยตรง มีอิทธิพลครอบงำสื่อ นำสื่อมาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีฝ่ายตรงข้าม แต่ ส.ส. คนนี้กลับไม่โดนอะไรเลย ตกลงแล้วรัฐธรรมนูญมาตรานี้ ต้องการจัดการนักการเมืองที่ครอบงำสื่อจริงๆ หรือกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้กลั่นแกล้งกันแน่

หรืออย่างคดีของผมเอง หลักฐานที่ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ใช้ในการร้องทุกข์กล่าวโทษก็อ่อนมาก ถอดเทปมาแบบผิดๆ ถูกๆ ไม่ตรงกับที่ผมพูด ผมสอนกฎหมายมา วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญมาทั้งชีวิตไม่เคยโดนคดีอะไรเลย แต่พอมาเป็นนักการเมืองกลับโดนคดีทันที

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อัยการนัดฟังคำสั่ง‘ปิยบุตร’หมิ่นศาลรธน.28พ.ย. โวยถูกแกล้ง หยัน‘บุรินทร์’ข้อกล่าวหาเบาหวิว

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

หน้าแรก / การเมือง

การเมือง

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป

 ...........................................................

'ทรัมป์'เตรียมแพร่คลิปนาทีสังหารผู้นำไอเอส พร้อมเผยโฉมสุนัขทหารในภารกิจ

'ทรัมป์'เตรียมแพร่คลิปนาทีสังหารผู้นำไอเอส พร้อมเผยโฉมสุนัขทหารในภารกิจ

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 09.31 น.
 29 ต.ค.62 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวีตภาพของสุนัขสายพันธุ์เบลเยียมมาลินอยส์ตัวหนึ่ง และบรรยายว่าเป็นสุนัขซึ่งร่วมปฏิบัติการกับหน่วยรบพิเศษของสหรัฐ ในการไล่ล่านายอาบู บาการ์ อัล-บักห์ดาดี จนผู้นำสูงสุดของกลุ่มไอเอส จนมุมที่อุโมงค์ลับภายในบ้านพักของตัวเอง ในจังหวัดอิดลิบ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยทรัมป์ชื่นชมสุนัขตัวดังกล่าวว่าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม
 

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาอาจจะเปิดเผยคลิปวิดีโอบางส่วนในปฏิบัติการสังหารนายอาบู บัคร์ อัล-บักดาดี ผู้นำกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีการคาดการณ์กันว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวจะรวมถึงภาพถ่ายทางอากาศ และภาพจากกล้องที่ติดอยู่บนหมวกของทหารสหรัฐที่เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้

 
Donald J. Trump
 
@realDonaldTrump

We have declassified a picture of the wonderful dog (name not declassified) that did such a GREAT JOB in capturing and killing the Leader of ISIS, Abu Bakr al-Baghdadi!

ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์
 
.......................................................................
ดินทรุด! บัสหาดใหญ่-ภูเก็ตหวิดคว่ำ โชเฟอร์คุมสติพาผู้โดยสาร20ชีวิตรอด

ดินทรุด! บัสหาดใหญ่-ภูเก็ตหวิดคว่ำ โชเฟอร์คุมสติพาผู้โดยสาร20ชีวิตรอด

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.37 น.
 
เกิดอุบัติเหตุรถบัสรถโดยสารสายหาดใหญ่-ภูเก็ต เสียหลักตกถนนสายเอเชีย พื้นที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา คนขับสามารถประคองรถเอาไว้ได้โดยไม่พลิกคว่ำ ผู้โดยสาร 20 คนปลอดภัย สาเหตุดินริมไหล่ทางทรุดตัวทำให้ล้อตกไหล่ทางและรถเสียการควบคุม

29 ตุลาคม 2562 เมื่อเวลา 04.30 น. ร.ต.อ.ธีรวัฒน์ สังเมียน รองสารวัตรสอบสวน สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา รับแจ้งได้เกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารเสียหลักตกถนน บริเวณถนนสายเอเชีย หมู่ 4 บ้านคูหา ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ฝั่งขาเข้า อ.หาดใหญ่

หลังจากลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยเอเชีย พบว่าเป็นรถบัสโดยสารสายหาดใหญ่-ภูเก็ต หมายเลขทะเบียน 10-2031 ตรัง ของบริษัท ศรีตรังทัวร์ โดยรถทั้งคันได้พุ่งลงไปอยู่ในพงหญ้าริมถนนเป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร

แต่คนขับสามารถประคองรถให้ทรงตัวอยู่ได้โดยไม่พลิกคว่ำและผู้โดยสารที่นั่งมาในรถจำนวน 20 คน ปลอดภัยและได้มีการนำรถมาขนถ่ายเดินทางต่อไปยังปลายทางที่ อ.หาดใหญ่ ทันที ในขณะที่ตัวรถเสียหายไม่มากมีเฉพาะบริเวณไฟหน้าและไฟเบอร์ที่แตก

 

 จากการสอบถามคนขับเล่าว่า ขณะเกิดเหตุรับผู้โดยสารมาจาก จ.ภูเก็ต ไปยังปลายทางที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุผิวถนนบริเวณไหล่ทางเกิดทรุดตัวทำให้ล้อรถตกถนนและรถเสียการควบคุมแฉลบลงข้างทาง จึงพยายามประคองรถให้ทรงตัวและหยุดรถเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งจังหวะนั้นหากพยายามหักพวงมาลัยให้รถกลับขึ้นถนนแรงเหวี่ยงอาจทำรถทั้งคันพลิกคว่ำแน่นอน ซึ่งจะเกิดการสูญเสียมากกว่านี้

โดยในช่วงเช้ากำลังเตรียมลากรถขึ้นจากจุดเกิดเหตุเพื่อนำกลับไปตรวจสภาพและซ่อมแซมจุดที่เสียหาย

 
 
 
 
 
 
เกษตรสั่งสศก.ติดตามผลกระทบสหรัฐตัดGSP

เกษตรสั่งสศก.ติดตามผลกระทบสหรัฐตัดGSP

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.30 น.
รมว. เกษตรสั่ง สศก. ติดตามผลกระทบจากการที่สหรัฐตัด GSP ชี้อาจมีผลทำให้สินค้าเกษตรบางรายการของไทยมีราคาขายที่สูงขึ้นเนื่องจากสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น ย้ำพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ให้ทุกหน่วยงานส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและสร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้านรักษาการเลขาธิการ สศก. เร่งหารือผู้แทน USDA และ FAO ด่วน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) วิเคราะห์และติดตามผลกระทบต่อสินค้าเกษตรและอาหารจากกรณีสหรัฐอเมริกาแจ้งระงับสิทธิพิเศษทางภาษีสินค้า(GSP) จากไทย โดย สศก. ยืนยันว่า สินค้าเกษตรและอาหารหลักของไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาจะไม่ได้ผลกระทบมากนัก ทั้งนี้จากการประกาศตัดสิทธิ GSP สินค้า 573 รายการ เป็นสินค้าเกษตร 157 รายการ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้า ผักแปรรูป ผลไม้ตระกูลเบอรี่ ชาเขียว ขิงป่น หูฉลาม เส้นพาสต้า ผลไม้แปรรูป จึงอาจมีผลทำให้สินค้าเกษตรข้างต้นของไทยมีราคาขายสูงขึ้นเช่น สินค้าผลไม้แปรรูปซึ่งมีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐอเมริกาในปี 2561 ประมาณ 45 ล้านเหรียญสหรัฐจะถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นจาก 0% เป็น 4%-14% เส้นพาสต้าซึ่งมีมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐอเมริกาในปี 2561 ประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐจะถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นจาก 0% เป็น 6.4%

สำหรับกลุ่มประมงแปรรูปอื่นที่อาจจะถูกตัดสิทธิ GSP ครั้งนี้ ไม่ใช่กลุ่มพิกัดสินค้าประมงหลักที่ไทยส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาคือ กุ้งและปลาทูน่ากระป๋องซึ่งยังมีการนำเข้าอย่างต่อเนื่องและเป็นจำนวนมากจึงแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นสหรัฐอเมริกาที่มีต่อไทยในการให้ความร่วมมือต่อต้านประมงผิดกฎหมาย (IUU fishing) ระหว่างอาเซียนและแปซิฟิก อีกทั้งจะผลักดันให้จัดทำนโยบายประมงอาเซียนและการจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนในการต่อต้านการประมงผิดกฎหมายในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 35 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 31 ตุลาคมถึง 4 พฤศจิกายนนี้ด้วย 

นายระพีภัทร์  จันทรศรีวงศ์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เผยว่า รมว. เกษตรฯ สั่งการให้หารือกับกับอัครราชทูตฝ่ายการเกษตรไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กรุงโรม ประเทศอิตาลีผ่านระบบประชุมทางไกล อีกทั้งจะเชิญผู้แทนกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา (USDA) และ FAO ประจำประเทศไทยเข้าพบหารือเพื่อแสวงความร่วมมือกันภายในสัปดาห์หน้า  

นายระพีภัทร์กล่าวต่อว่า ในคราวเดียวกันนี้สหรัฐอเมริกาประกาศคืนสิทธิ GSP ให้ไทยบางรายการซึ่งมีสินค้าเกษตรสำคัญได้แก่ ดอกกล้วยไม้ซึ่งเป็นสินค้ามูลค่าสูงที่ไทยมีศักยภาพในการผลิตและเพาะพันธุ์กล้วยไม้ใหม่เข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาได้มากขึ้นและโกโก้ซึ่งเป็นสินค้าเศรษฐกิจใหม่ที่กระทรวงเกษตรฯ มีแผนผลักดันให้เป็นสินค้าสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความต้องการของตลาดสูง และประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกและสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม จึงนับเป็นโอกาสที่ดีในการขยายการผลิตสินค้าดังกล่าว 

“รมว. เกษฯกำชับให้ใช้หลักตลาดนำการเกษตร โดยให้ทุกหน่วยงาน​สังกัด​กระทรวง​เกษตร​ฯ​ ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่ตลาดโลกต้องการ อีกทั้งให้ปรับวิกฤตเป็นโอกาส เกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าเกษตรและอาหารของไทยต้องเร่งปรับตัวเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยให้เป็นที่เชื่อถือของตลาดต่างประเทศ จึงจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับสินค้าเกษตรและอาหารไทยในตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายระพีพัฒนากล่าว

สำหรับหลักสิทธิ GSP ถือเป็น “การให้ฝ่ายเดียว” ของประเทศที่พัฒนาแล้วต่อประเทศกำลังพัฒนา/ประเทศพัฒนาน้อยที่สุด ซึ่งการทบทวนสิทธิ GSP ครั้งนี้เนื่องจากการไทยยกระดับการพัฒนา ซึ่งการทบทวนมีทั้งแบบรายสินค้าโดยพิจารณาจากส่วนแบ่งการตลาดและรายประเทศซึ่งพิจารณาจากระดับการเปิดตลาดให้แก่สหรัฐอเมริกา การปฏิบัติด้านแรงงาน การปฏิบัติด้านทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น

ชู‘พะเยาโมเดล’ ดันราคาหอมมะลิพุ่ง1.8หมื่นบ./ตัน

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร “พะเยาโมเดล” ระหว่างเป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลงการซื้อขายข้าวหอมมะลิราคา 18,000 บาท/ตัน ระหว่างสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ในจ.พะเยา กับบริษัทข้าว ซี.พี. จำกัด ว่า กระทรวงเกษตรฯเริ่มนำร่องดำเนินการในสินค้า “ข้าวหอมมะลิ” ในจ.พะเยา สินค้าที่มีลักษณะเฉพาะอัตลักษณ์พื้นถิ่น เพื่อสร้างต้นแบบการส่งเสริมการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรที่มีคุณค่าเฉพาะและตลาดต้องการ ในเดือนพฤศจิกายนผลผลิตข้าวหอมมะลิในจ.พะเยา จะเริ่มออกผลและเริ่มเก็บเกี่ยว ซึ่งกระทรวงเกษตรฯมีเป้าหมายบริหารจัดการข้าวหอมมะลิประมาณ 151,900 ตัน ให้เกษตรกรจำหน่ายข้าวหอมมะลิ ณ ความชื้น 15% ได้ในราคา 18,000 บาท/ตัน สูงกว่าราคาประกันข้าวหอมมะลิของรัฐบาลที่ประกาศไว้ในปี 2562 ถึง 3,000 บาท/ตัน

“วันนี้เป็นการทำบันทึกข้อตกลงการซื้อขายข้าวหอมมะลิจ.พะเยา ราคา 18,000 บาท/ตัน (ความชื้น 15%) 40,000 ตัน ระหว่างสหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา จำกัด สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. พะเยา จำกัด กับบริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด โดยรับซื้อข้าวหอมมะลิจ.พะเยา ซึ่งมีคุณภาพในราคาสูง โดยภาครัฐไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย เพราะเป็นราคาขายที่สูงกว่าราคาประกันข้าวหอมมะลิ นอกจากนี้ วันที่ 15 พฤศจิกายน บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด กำหนดจัดงาน“วันเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิโลก”ที่อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา และเร็วๆนี้ จ.พะเยาเตรียมจัดเจรจาซื้อขายข้าวหอมมะลิระหว่างคู่ค้าเอกชนรายอื่นกับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในจ.พะเยา และขยายผลไปสู่การส่งเสริมให้เป็นสินค้าอัตลักษณ์ (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ : GI) ของจ.พะเยา โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯกับผู้ประกอบการภาคเอกชน เกษตรกร และสถาบันเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง ตามนโยบาย“การตลาดนำการผลิต ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย” รมช.ธรรมนัส กล่าว

สำหรับแนวทางการดำเนินงาน “พะเยาโมเดล” มีเป้าหมายส่งเสริมคุณภาพชีวิต ยกระดับรายได้เกษตรกรไทยพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาดนำร่องไปสู่จังหวัดอื่น และขยายผลไปในสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าวหอมมะลิ ยางพารา ลำไย ลิ้นจี่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ไข่ไก่ โดยส่งเสริมพัฒนาตลอดห่วงโซ่การผลิต เน้นสร้างแบรนด์สินค้าเกษตรและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และคุณค่าสินค้าที่มุ่งเน้นความเป็นสินค้าอัตลักษณ์ สร้างมูลค่าเพิ่มนำไปสู่ความยั่งยืนในการผลิตสินค้าเกษตร

ขรก.ครูบำนาญรวมตัวทวง300ล้าน ร้องพ่อเมืองลพบุรี'เงินปันผล'ล่าช้า

ขรก.ครูบำนาญรวมตัวทวง300ล้าน ร้องพ่อเมืองลพบุรี'เงินปันผล'ล่าช้า

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.05 น.

จ.ลพบุรี - ข้าราชการครูบำนาญกว่า 300 คนเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กรณีเงินปันผลสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรีกว่า 300 ล้านบาทออกล่าช้า ทำให้สมาชิกได้รับผลกระทบแผนการใช้เงิน

นายสุชาติ ชนะวงศ์ อายุ 66 ปี สมาชิกบำนาญอำเภอบ้านหมี่ หน่วยที่ 8 ได้นำตัวแทนกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ครูลพบุรีกว่า 300 คน รวมตัวที่ศาลากลางลพบุรี เพื่อขอยื่นหนังสื่อถึงผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีและสหกรณ์จังหวัดลพบุรี กรณีไม่ได้รับเงินปันผลตามวันเวลาทำให้เกิดความเดือดร้อนกับผู้ใช้เงิน หลังจากนั้นได้มีการประชุม ที่ห้องทานตะวัน ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดลพบุรี

โดยมี นายทศพร ผลบุตร สหกรณ์จังหวัดลพบุรี และ ผศ.พิพัฒน์ วงศ์เกษม ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัด ร่วมประชุมเจรจา สืบเนื่องด้วย สหกรณ์ออมทรัพย์ที่ได้กำหนดให้มีการประชุมสามัญประจำปี 2561 ในวันที่ 27 ตุลาคม 2562 เพื่ออนุมัติแผนงานและอนุมัติเงินปันผลเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกเป็นประจำเหมือนทุกปีแต่ปรากฏว่าปีนี้มีสมาชิกร้องเรียน การได้ผู้แทนสมาชิกเข้าประชุมใหญ่สามัญประจำปี ซึ่งแต่ละหน่วยได้ดำเนินการเหมือนกันแต่หน่วยที่ 8 มีสมาชิกบางรายร้องเรียนไปที่สหกรณ์จังหวัดลพบุรี และส่งเรื่องไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี โดยมีสหกรณ์จังหวัดลพบุรีมาสืบสวนเฉพาะผู้ร้องเรียนโดยไม่ได้หาข้อมูลรอบด้าน ซึ่งไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริง ซึ่งเป็นผลให้คณะกรรมการสหกรณ์ครูมีมติประกาศเลื่อนการประชุมจากวันที่ 27 ตุลาคม 2562 ไปเป็นวันที่ 10 ธันวาคม 2562 ทำให้สมาชิกทั้งจังหวัดเดือดร้อนไม่ได้รับเงินเฉลี่ยคืนจำนวน 10,327 คน เป็นเงินปันผลและเฉลี่ยคืน จำนวน 347 ล้านบาทเศษทั้งที่จำนวนเงินมีอยู่แล้วแต่ไม่สามารถจ่ายได้เพราะยังไม่มีการประชุมใหญ่สามัญประจำเดือนเพื่ออนุมัติ ดังนั้น จึงขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พิจารณาสั่งการให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรีจำกัด พิจารณาจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิก ในวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ตามกำหนดเดิมเพราะมีข้อมูลการจ่ายเงินให้แต่ละบุคคลเรียบร้อยแล้ว

กลุ่มสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลพบุรี จำกัด ที่มาวันนี้เนื่องมาจากเมื่อวานนี้จะต้องมีการประชุมและมีการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิกในวันนี้ แต่ปรากฏว่า มีหนังสือแจ้งกับสมาชิกก่อนวันประชุมเลื่อนเป็นวันที่ 10 ธันวาคม 2562 และมีหนังสือเลื่อนมาแจ้งสมาชิกอีก 1 ฉบับเลื่อนไปเป็นวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งทำให้สมาชิกไม่แน่ใจว่าจะมีการเลื่อนวันประชุมอีกหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ส่งผลให้กลุ่มสมาชิกกว่า 10,000 คนได้รับความเดือดร้อนเงินปันผลจำนวนกว่า 300 ล้านบาทจ่ายออกไม่ได้ จึงทำให้เราสมาชิกเริ่มมีความสงสัยว่ายังมีเงินอยู่ในสหกรณ์หรือไม่ จึงมาขอความเรียกร้องในวันนี้ ซึ่งเรามาก็ไม่ได้มาเอาความผิด ถูกกับใคร แต่เรามาด้วยความเดือดร้อนที่จะต้องใช้เงิน

ส่วนผลการประชุมเจรจาในวันนี้สรุป จะมีการประชุมวันที่ 3 พฤศจิกา 2562 และในวันที่ 4 พฤศจิกา จะจ่ายเงินให้กับสมาชิกได้ตามปกติ ทำให้กลุ่มสมาชิกรู้สึกพอใจส่วนหนึ่ง แต่หากจะดำเนินการจ่ายให้พวกเราก่อนก็จะยิ่งมีความสุข

 

ข่าว Like สาระ

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป

 

.....................................................................

29 ตุลาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน