*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5610
  • จำนวนผู้ชม : 3366796
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 306 , 18:06:55 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , wullopp โหวตเรื่องนี้

link @: งัดผลงาน‘สหายร่วมรบ’โกยแต้มช่วยคว้า‘ปาร์ตี้ลิสต์’// อนค.ทำผิดกฎหมายจริงหรือ?

สวัสดีครับ

          ก่อนที่จะถึงเวลานั้น ช่วยกันดูเอาไว้ก่อนก็ดีครับ ว่าหากนายกรัฐมนตรีไม่ใช่คนชื่อ 'บิ๊กตู่' แล้ว คุณต้องการใครให้ขี่ม้าขาวมา

แทน  จะเอา 'บิ๊กแดง'ที่เป็นทหารอีกคนหรือเปล่า สายพลเรือนไม่มีใครเหมาะเท่าแล้วใช่ไหม 

 

 
วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2562
 

รายงานพิเศษ / ส่องอนาคต ‘บิ๊กแดง’ ส่องมุมมองการเมือง หลังขึ้นชั้น ‘ว่าที่นายกฯ’ ทายาท ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ กับคนพิเศษ และมิชชั่นพิเศษ

ที่มา มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 25 - 31 ตุลาคม 2562
คอลัมน์ รายงานพิเศษ
เผยแพร่ วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2562

รายงานพิเศษ

ส่องอนาคต ‘บิ๊กแดง’

ส่องมุมมองการเมือง

หลังขึ้นชั้น ‘ว่าที่นายกฯ’

ทายาท ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’

กับคนพิเศษ และมิชชั่นพิเศษ

แม้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่จะเกษียณกันยายน 2563 นี้ จะไม่อาจเป็นนายกรัฐมนตรี หรือร่วมคณะรัฐมนตรีได้ เพราะการเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะต้องเว้นวรรคทางการเมือง 2 ปีเสียก่อนก็ตาม

แต่ พล.อ.อภิรัชต์ก็ยังคงถูกจับตามอง “อนาคต” และยังคงถูกมองว่า อาจจะเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต

แม้ พล.อ.อภิรัชต์จะประกาศว่า “ผมไม่เล่นการเมือง” และ “ผมไม่เล่นกับนักการเมือง” ก็ตาม

แต่บิ๊กทหารหลายคนในอดีตก็พูดแบบนี้มาทั้งนั้น แม้แต่บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยยืนยันหนักแน่นตอนเป็นหัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรีใน 3 ปีแรก

แต่ในที่สุด ก็มีการตั้งพรรคพลังประชารัฐ และส่งนายทหารที่ใกล้ชิดและเพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 เข้าไปช่วยงาน โดยมีบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ เป็นผู้จัดการ สู้ศึกเลือกตั้งจนชนะ ด้วยรัฐธรรมนูญที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ

จนมาถึงวันนี้ ที่ พล.อ.ประวิตรเป็นสมาชิกพรรคและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พลังประชารัฐ มาดูแลพรรคพลังประชารัฐด้วยตนเอง

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม

แต่ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ใช้คำว่า “เล่นการเมือง” แต่ใช้คำว่า “ทำงานการเมือง”

พล.อ.อภิรัชต์ก็กำลังถูกจับจ้องเช่นกัน…

เขากำลังก้าวสู่ทางสองแพร่งในชีวิต ในอีก 11 เดือนข้างหน้า เมื่อเกษียณราชการ แม้ในทางปฏิบัติเชื่อว่าเขาจะไม่ได้เกษียณราชการก็ตาม

โดยเชื่อกันว่า เขาอาจมีตำแหน่งสำคัญรองรับ ในฐานะนายทหารรักษาพระองค์ และเป็นนายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ทม.รอ.)

อีกทั้งยังเป็น ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ผบ.ฉก.ทม.รอ.904) ที่คุมกำลัง “ทหารคอแดง” ในส่วนที่เป็นของกองทัพบกทั้งหมดที่ไปถวายงาน

อาจเรียกได้ว่าเป็น ผบ.ทบ.ที่เป็น “คนพิเศษ” ที่ทำหน้าที่เป็น ผบ.ทบ.ซ้อน ผบ.ทบ.อยู่ด้วย

และต้องไม่ลืมว่า พล.อ.อภิรัชต์เป็นบอร์ดคณะกรรมการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อีกด้วย

ด้วยความที่เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย และถึงขั้นที่ได้เป็นผู้บังคับแถวแซงเสด็จในกระบวนต่างๆ ที่ได้ใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทำให้ถูกคาดเดาอนาคตได้ไม่ยากนัก

แต่ก็ไม่มีใครหยั่งรู้ชะตาฟ้าดิน ว่าในอนาคต ในสถานการณ์หนึ่ง พล.อ.อภิรัชต์ต้องเข้าสู่สนามการเมืองหรือไม่ ไม่ว่าจะมาเป็น รมว.กลาโหม หรือแม้แต่จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีในที่สุด

หากเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ที่รวมถึงบิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในนาม 3 ป. ลงสู่สนามการเมือง ด้วยการตั้งพรรคพลังประชารัฐ และเข้ามาอยู่ในรัฐบาล

หากเป้าหมายของ พล.อ.ประยุทธ์ คือต้องเป็นรัฐบาลคุมอำนาจรัฐให้ได้ยาวนานอย่างน้อย 2 สมัย คือ 4 ปีจากนี้ และอีก 4 ปีในสมัยหน้า

รวมอยู่ยาว 8 ปี อย่างที่หมอดูเคยทำนายทายทักว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นประดุจป๋าเปรม ที่เป็นนายกฯ นาน 8 ปี แต่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ในยุค คสช.มาก่อนแล้ว 5 ปี รวมจะเป็นนายกฯ นานต่อเนื่องถึง 13 ปี

แต่ทว่ากำลังมีข้อถกเถียงกันว่า ตามกฎหมายแล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯ ได้แค่อีก 6 ปีเท่านั้น จริงหรือไม่

แต่เพื่อความไม่ประมาท พล.อ.ประยุทธ์อาจจะต้องมองหา “ทายาท” เพื่อมาคุมอำนาจรัฐต่อไปในอนาคตแทน

เพราะในเวลา 6-8 ปีข้างหน้านั้น พล.อ.ประยุทธ์ก็จะมีอายุกว่า 70 ปีแล้ว แม้จะยังไม่แก่มากนัก และ พล.อ.ประยุทธ์ก็พร้อมนั่งต่อไป แต่ในอีกทางหนึ่ง ก็อาจจะวางมือทางการเมืองได้ หากเห็นว่ามีทายาทที่ไว้วางใจได้อย่าง พล.อ.อภิรัชต์ ที่ถือว่าเป็นน้องรักมายาวนาน

นี่จึงอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ พล.อ.ประวิตรรับลูกกระแส “นายกฯ คนต่อไป คือ ผบ.ทบ.” ของนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ด้วยการบอกว่า “ถ้าเป็นได้ก็ดี”

แม้ในที่สุดจะระบุว่า เป็นการพูดเล่นๆ ก็ตาม

แต่เชื่อได้ว่า เมื่อมีชื่อ พล.อ.อภิรัชต์ถูกจับตามองว่าจะเป็นนายกฯ ในอนาคตนั้น จะเห็นได้ว่า ไม่มีใครติติงเรื่องความไม่เหมาะสม หรือคุณสมบัติ อาจด้วยเพราะเป็นทหาร และเป็นถึง ผบ.ทบ. แต่แค่ว่าจะต้องมาตามระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น ไม่ใช่การปฏิวัติรัฐประหาร เข้ามาแบบ “พี่ตู่”

เสียงเชียร์ของ พล.อ.ประวิตร จึงอาจเป็นความรู้สึกที่เห็นว่า พล.อ.อภิรัชต์เป็นนายกฯ ได้ ตามประสาที่เป็นพี่ใหญ่ และตอนนี้เข้ามาคุมพรรคพลังประชารัฐ และอาจกำลังเป็นแมวมองทางการเมือง

แต่สำหรับ พล.อ.อภิรัชต์แล้วนั้น ยังคงยืนยันที่จะไม่เล่นการเมือง ยิ่งหากจะต้องมาเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ มาสังกัดพรรคการเมืองเช่นพรรคพลังประชารัฐด้วยแล้ว ยิ่งไม่ใช่แนวทาง

แต่อาจจะเป็นนายกฯ คนนอก นายกฯ รับเชิญในอนาคตก็เป็นได้ เพราะวันนี้เมื่อพูดถึงแคนดิเดตนายกฯ แล้ว ก็มีชื่อ พล.อ.อภิรัชต์ขึ้นชั้นอยู่ในลิสต์ด้วยไปแล้ว

ก่อนหน้านี้ เคยมีการจับตามองว่า หลังเกษียณในปลายปีหน้า พล.อ.อภิรัชต์จะรับตำแหน่ง รมว.กลาโหม แทน พล.อ.ประยุทธ์ แต่ตามรัฐธรรมนูญ พล.อ.อภิรัชต์เป็น ส.ว. จะต้องเว้นวรรค 2 ปี

แต่หลังจากนั้น 2 ปี คือในปลายปี 2565 อะไรก็เกิดขึ้นได้ ทั้งการมาร่วม ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์ หรือการเป็นตัวเลือกนายกรัฐมนตรีคนนอก หรือแม้แต่การเข้าร่วมงานทางการเมืองกับ พล.อ.ประยุทธ์

นั่นคืออนาคตที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

แต่โอกาสความเป็นไปได้สูงสุดคือ เมื่อเกษียณแล้ว พล.อ.อภิรัชต์ก็จะทำหน้าที่ในการถวายงานต่อไปในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง

กระนั้น กระแส “บิ๊กแดงว่าที่นายกฯ” ที่เกิดขึ้น กำลังถูกฝ่ายตรงข้ามมองว่าเป็นการโยนหินถามทาง

ทั้งๆ ที่ ส.ส.เพื่อไทยเป็นคนพูดดักคอเองไว้ก่อนว่า “นายกฯ คนต่อไปคือ ผบ.ทบ.” รวมถึงการอภิปรายงบประมาณในสภา เหน็บแนม พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจัดงบประมาณแบบเกรงใจบิ๊กแดง

ก่อนที่นักข่าวจะนำมาถาม พล.อ.ประวิตร ที่ก็รับลูกว่า “ถ้าเป็นได้ก็ดี”

แต่สำหรับ พล.อ.อภิรัชต์แล้วมองว่ากระแสที่เกิดขึ้น เป็นเพราะนักข่าวไปป้อนคำถาม พล.อ.ประวิตรเท่านั้น เพราะฉะนั้น อย่าไปซีเรียส

สำหรับสังคมไทยแล้ว ดูจะกลายเป็นความเคยชินที่ ผบ.ทบ.จะมาเป็นนายกฯ นั่นหมายถึงการรัฐประหาร

จนมีการวิจารณ์เชิงเหน็บแนมว่า โรงเรียนนายร้อย จปร. ไม่ใช่แหล่งผลิตนายทหารหรือผู้นำทหารเท่านั้น แต่กลายเป็นแหล่งผลิตนายกรัฐมนตรีไปแล้วหรือไร

แต่ในอีกนัยหนึ่งก็เหมือนกับว่า ระบบกองทัพได้คัดมาแล้ว จนได้ขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. ก็ถือว่าไม่ธรรมดา

แม้ พล.อ.อภิรัชต์จะปฏิเสธข่าวการจะมาเป็นนายกฯ ในอนาคตและไม่เล่นการเมืองก็ตาม แต่ความหวาดหวั่นว่า พล.อ.อภิรัชต์จะก่อการรัฐประหารก็ยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะปฏิวัติซ้ำ เพื่อช่วยหาทางออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ หรือการรัฐประหารซ้อน หากเกิดความวุ่นวายขึ้น

“ถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุของการจลาจล มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น” คำพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ ตั้งแต่รับตำแหน่ง ผบ.ทบ.วันแรกๆ ที่ไม่การันตีว่าจะไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้น

โดยเฉพาะหลังจากที่ พล.อ.อภิรัชต์ขึ้นเวทีบรรยายพิเศษเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” ที่มีเนื้อหาดุเดือด ด้วยท่าทีที่ดุดัน

สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว แม้จะสนิทสนมกับ พล.อ.อภิรัชต์อย่างมากก็ตาม แต่ในบางครั้งก็อดเหน็บแนมค่อนขอดไม่ได้

โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่สื่อเสนอข่าว พล.อ.อภิรัชต์ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.กันอย่างใหญ่โตครึกโครม ด้วยเพราะเป็นนายทหารคนดัง และมีบทบาทในทางการเมืองมาตลอด ตั้งแต่ยังเป็นนายพัน

“เสนอข่าวกันอย่างกับได้เป็นนายกรัฐมนตรี” บิ๊กตู่ระบุ

ในความสนิทสนมกันมากแค่ไหน แต่ในบางภวังค์ก็เหมือนมีเส้นบางๆ กางกั้นในความเป็นพี่น้องของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อภิรัชต์ ด้วยเพราะ พล.อ.อภิรัชต์มีสถานะพิเศษ ที่บางครั้ง พล.อ.ประยุทธ์อาจจะเดาทางเดาใจไม่ถูก

แม้ว่าที่ผ่านมา พล.อ.อภิรัชต์จะทำหน้าที่ผู้พิทักษ์ปกป้อง ช่วยเหลือ พล.อ.ประยุทธ์ในทางการเมืองมาตลอดก็ตาม

โดยเฉพาะบทบาทการเป็น “หัวหมู่ทะลวงฟัน” กับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและฝ่ายค้าน แบบที่ยอมเอาตัวเข้าแลก ยอมถูกด่า ทุกๆ ครั้งที่ออกมาให้สัมภาษณ์ หรือพูดอะไรที่ส่งผลกระทบทางการเมือง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการบรรยายพิเศษ ประกาศศึกกับพวกคอมมิวนิสต์ฝังชิพ พวกซ้ายจัดดัดจริต และพรรคอนาคตใหม่

จนทำให้ถูกมองว่า งานนี้แตกหักแน่นอน

แต่ พล.อ.อภิรัชต์กลับเล่นได้หลายบทบาท แม้แต่การเดินไปสภา เข้าสู่ดงนักการเมือง ที่ส่วนใหญ่ก็เป็น ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ด้วยการไปพูดคุยกับคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ ที่มี พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นประธาน

แม้จะด้วยความจำเป็น หลังจากที่ พล.ท.พงศกรไม่ยอมให้บิ๊กนัย พล.อ.สุนัย ประภูชเนย์ ผช.ผบ.ทบ. ที่ พล.อ.อภิรัชต์ส่งไปเป็นตัวแทนเข้าไปชี้แจงแทน โดยยืนยันว่าเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล พล.อ.อภิรัชต์ต้องมาด้วยตนเอง โดยจะเลื่อนการประชุมออกไป รอจนกว่า พล.อ.อภิรัชต์จะว่างมา

เพราะในเช้าวันที่ 22 ตุลาคมนั้น พล.อ.อภิรัชต์นั่งเฮลิคอปเตอร์ไป พล.ร.9 กาญจนบุรี แต่เช้าตรู่ เพื่อไปตรวจความพร้อมของหน่วยพร้อมเคลื่อนที่เร็ว และมีกำหนดจะไปชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.สังขละบุรี เพื่อไปตรวจเยี่ยม ฉก.ลาดหญ้า

แต่ในที่สุด พล.อ.อภิรัชต์ก็ยกเลิกกำหนดการที่ 2 ด้วยการนั่ง ฮ.กลับมากรุงเทพฯ และเปลี่ยนเสื้อผ้าจากเครื่องแบบทหารชุดพรางมาเป็นสูท เพื่อมากับคณะกรรมาธิการด้วยตนเอง

ท่ามกลางความเซอร์ไพรส์ของฝ่ายกรรมาธิการ ฝ่ายนักการเมืองเอง ที่ พล.อ.อภิรัชต์ยอมมาด้วยตนเองในที่สุด

ประการหนึ่ง เพราะ พล.อ.อภิรัชต์ต้องการรักษาหน้าตาของกองทัพบก ที่ส่ง ผช.ผบ.ทบ.มาแล้ว แต่กลับไม่ให้เข้าชี้แจง เนื่องจาก พล.อ.อภิรัชต์เองเป็นผู้มอบหมายให้ พล.อ.สุนัยมา

อีกประการหนึ่งคือ มาพบปะพูดคุยกันจะได้จบๆ ไป และเพื่อสยบคำปรามาสที่ว่า ไม่กล้ามาเจอนักการเมือง

ด้วยความเป็นทหาร ความเป็นผู้นำ การเดินเข้ามาครั้งนี้ ไม่ใช่ในฐานะ ส.ว. เช่นที่เคย แต่ทว่าในฐานะ ผบ.ทบ. จึงมีความมาดมั่น รวมถึงลีลาท่าทาง คำพูดในที่ประชุม จนกลายเป็นผู้นำในการประชุมเสียเอง จนถึงขั้นที่จะส่งที่ปรึกษามาร่วมประชุมกับ กมธ.ทุกครั้งตามคำเชิญ

โดยเฉพาะเมื่อประธานคือ พล.ท.พงศกร เตรียมทหารรุ่นพี่ ที่ก็มีความยำเกรง และให้เกียรติ พล.อ.อภิรัชต์ แม้จะเป็นรุ่นน้อง แต่ก็เป็น ผบ.ทบ.

จึงไม่แปลกที่ พล.อ.อภิรัชต์จะเผยว่า ในที่ประชุม ส.ส.หลายคนบอกว่า ผมดุ แต่มาเจอตัวจริง ก็ไม่เห็นเป็นอย่างนั้นเลย

เช่นกัน พล.อ.อภิรัชต์เองเคยเห็น ส.ส.หลายคนในทีวี วิจารณ์ดุเดือด แต่มาเจอวันนี้ คนละรูปแบบเลย

“ผมเป็นเพื่อนกับนักการเมืองดีกว่า” พล.อ.อภิรัชต์จึงตอบเช่นนี้ เมื่อถูกถามว่าจะเล่นการเมืองหรือไม่

ก่อนสำทับว่า “ผมไม่เล่นการเมือง” และประโยคสำคัญที่ว่า “ผมไม่เล่นกับนักการเมือง”

นั่นเป็นเหตุผลที่ พล.อ.อภิรัชต์ตอบเมื่อถูกคนใกล้ชิดถามเรื่องการเล่นการเมือง การเป็นนายกฯ ว่า “No Way”

อาจเป็นเพราะ พล.อ.อภิรัชต์มีทัศนคติต่อนักการเมืองไทยไม่ค่อยดีนัก ตามประสาของทหาร

ก่อนหน้านี้ พล.อ.อภิรัชต์เคยเปรยๆ ถึงนักการเมืองว่า เป็นพวกที่ชอบพูดว่า เราสัญญา ว่าจะทำตามสัญญาในทุกอย่าง “We promise to promise you everything.”

หรือแม้แต่บนเวทีบรรยายพิเศษ พล.อ.อภิรัชต์ก็แสดงออกถึงทัศนคติที่ไม่ดีนักต่อนักการเมือง “นักการเมืองที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง”

จนถึงการให้คำนิยามการเมือง จากที่เคยกล่าวกันว่า “การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร” กลับกลายมาเป็น “การเมืองในยุคนี้ หากเปรียบเทียบกับ ‘สลาก’ การเมืองยุคใหม่ เหมือน ‘สลากกินรวบ’ แต่การเมืองแบบเก่า เหมือน ‘สลากกินแบ่ง’ อาจมีมิตรแท้น้อย แต่ไม่มีศัตรูถาวร”

หลังการไปพูดคุยกับ พล.ท.พงศกร และ กมธ.ความมั่นคงฯ อันเป็นการสะท้อนแนวคิดของ พล.อ.อภิรัชต์ ที่มองนักการเมืองในยุคเก่าดีกว่าในยุคนี้ ที่ทั้งผลประโยชน์และอำนาจ ถูกกินรวบ และทำให้มีศัตรูถาวรมาก

“ผมพูดแบบนี้ เพื่อให้นักการเมืองเข้าใจได้ดี จะได้เลือกได้ว่า ชอบแบบไหน” พล.อ.อภิรัชต์ระบุ

การมองนักการเมืองในแง่ลบ จึงอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ พล.อ.อภิรัชต์ยืนยันว่าจะไม่เล่นการเมือง

            แต่สถานการณ์ในอนาคต และมิชชั่นพิเศษ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของ พล.อ.อภิรัชต์ ที่บางครั้งตัวเขาเองอาจไม่สามารถชี้ชะตาตัวเองได้ เพราะทุกอย่างล้วนเป็นชะตาฟ้าลิขิต

 

ข่าวด่วน

บิ๊กตู่ วอน ปชช. ช่วยแจ้งข่าวปลอม

วันที่ 29 ตุลาคม 2562 - 16:04 น.
บิ๊กตู่,ศูนย์เฟคนิวส์,สืบสวนหาต้นตอ

"บิ๊กตู่" วอน ปชช. ช่วยกันแจ้ง "ศูนย์เฟคนิวส์" สืบสวนหาต้นตอ แก้ตั้งแต่ต้นทาง ยกคำพระ สติมาปัญญาเกิด

ครม.ต่ออายุราชการ ไพสิฐ นั่ง อธิบดีดีเอสไอ อีก 1 ปี

วันที่ 29 ตุลาคม 2562 - 16:24 น.
ครม,เคาะต่ออายุราชการ,ไพสิฐ,อธิบดีดีเอสไอ

ครม. เคาะต่ออายุราชการ พ.ต.อ.ไพสิฐ นั่ง อธิบดี ดีเอสไอ อีก 1 ปี พร้อมแต่งตั้ง ขรก.อีกหลายหน่วยงาน

          เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม. ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอแต่งตั้ง น.ส.กัญญารักษ์ ศรีทองรุ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสาธารณะ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

          ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายกัลยาณะ วิภัติภูมิประเทศ เอกอัครราชทูต (นักบริหารการทูต ระดับสูง) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ไปดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต (นักบริหารการทูต ระดับสูง) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา แคนาดา สำนักงานปลัดกระทรวง สืบแทนนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ซึ่งเกษียณอายุราชการ และ นายสุริยา จินดาวงษ์ อธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมอาเซียน ให้ไปดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต (นักบริหารการทูต ระดับสูง) สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ สำนักงานปลัดกระทรวง สืบแทนนายมานพชัย วงศ์ภักดี ซึ่งเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 
 

          ครม.อนุมัติตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอแต่งตั้ง นางศรีสมร กสิศิลป์ ที่ปรึกษาระบบราชการ (นักทรัพยากรบุคคลทรงคุณวุฒิ) ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการ ก.พ. สำนักงาน ก.พ. สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง 

"จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์" เจ้าพ่อขยะ ขอลุยการเมือง

วันที่ 26 ตุลาคม 2562 - 10:40 น.
คนในข่าว,เลือกตั้งซ่อมนครปฐม,เผดิมชัย สะสมทรัพย์,บ้านใหญ่สะสมทรัพย์,รายงานพิเศษ,จิรวัฒน๋ สะสมทรัพย์

คอลัมน์ 'คนในข่าว' จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 26-27 ต.ค.62

 

วันที่ 23 ตุลาคม 2562 วันเลือกตั้งซ่อมที่จัดขึ้นวันพุธ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปรากฏว่า เผดิมชัย สะสมทรัพย์” พรรคชาติไทยพัฒนา คะแนนนำมาเป็นอันดับที่ 1 ชนะ ไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร จากพรรคอนาคตใหม่ และ สุรชัย อนุตธโต พรรคประชาธิปัตย์ มาที่สาม โดยมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 143,497 คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 90,882 คน คิดเป็นร้อยละ 63.33

ครจะว่ายังไง อนาคตใหม่อาจผิดหวัง และลั่นวาจากลับว่านี่ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่ที่แน่ๆ กับคนบ้านใหญ่ สิ่งนี้ยังหมายรวมถึงพลังแรงใจที่เพิ่มพูน ฮึกเหิมมากขึ้นในศึกเลือกตั้งท้องถิ่นที่ปี่กลองเริ่มระงมมาพักใหญ่

 
 ว่ากันว่าเตรียมไม้เด็ดไว้จัดการเต็มที่ ข่าวคราวที่จะสู้ศึกด้วยลูกชายคนโตของ ไชยา สะสมทรัพย์ อย่าง “จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์” ผู้ที่ไม่เคยลงเล่นการเมืองมาก่อน

ถามว่าคนบ้านนี้จะฝากความหวังไว้ได้ขนาดไหน ลองมาดูโพรไฟล์แน่นๆ ก็จะรู้

ขึ้นชื่อว่าบุตรชายคนโต ย่อมหนีไม่พ้นคำว่า “หัวแก้วหัวแหวน” “หนึ่ง จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์” จึงเป็นหัวแก้วหัวแหวนของ เสี่ยอ้อน ไชยา สะสมทรัพย์”

ไชยา สะสมทรัพย์ และ จิรวัฒน์

ย้อนไปไม่ไกล ช่วงงานฉลองวันเกิด เสี่ยอ้อน” ที่บ้านพักริมถนนมาลัยแมน อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อ 14 กันยายน 2562 นอกจากแขกเหรื่อระดับวีไอพี อย่าง วราวุธ ศิลปอาชา, จองชัย เที่ยงธรรม, ชาดา ไทยเศรษฐ์ และวัน อยู่บำรุง ก็ยังมีกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นในนาม กลุ่มชาวบ้าน” พาเหรดกันมาคึกคัก

งานนี้นอกจากรื่นเริงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ อีกนัยก็เหมือนเป็นการเปิดตัว “กลุ่มชาวบ้าน” อีกด้วย ซึ่งหัวหน้ากลุ่มชาวบ้านก็ไมใช่ใครที่ไหน ก็คือ ลูกชายคนโตของเสี่ยอ้อน คือ “เสี่ยหนึ่ง จิรวัฒน์” 

กลุ่มชาวบ้าน เป็นกลุ่มการเมืองท้องถิ่นระดับจังหวัด (กลุ่ม สจ.) ภาพของเสี่ยหนึ่งในฐานะหัวหน้ากลุ่ม จึงหนีไม้พ้นคอการเมืองฟันธงว่าเขาพร้อมแล้วที่จะเสนอตัวชิงตำแหน่ง “นายก อบจ.นครปฐม”

จะว่าไป แม้ว่าเสี่ยหนึ่งคนนี้จะไม่เคยเล่นการเมืองเองสักครั้ง แต่ความสำเร็จของการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครปฐม ที่ผ่านไปสดๆ ร้อนๆ ที่ได้แรงหนุนจาก “กลุ่มชาวบ้าน” ก็นับเป็นตัวชี้วัดอย่างดีว่า เสี่ยหนึ่งต้องไปได้สวยในชีวิตนักการเมือง

หลังจากที่ดูรุ่นพ่อ รุ่นน้อง เติบโตในเส้นทางนี้มาก่อน ทั้งบิดาเคยสำเร็จเป็นถึง อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ อดีต ส.ส.นครปฐม ฯลฯ  หรือน้องชายอย่าง เสี่ยโหน่ง” พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ จากประธานสโมสรฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด วันนี้่เพิ่งได้เป็น ส.ส.นครปฐม เขต 2 มาหมาดๆ

รากแน่น ฐานดี

ดังที่ทราบว่าตระกูล “สะสมทรัพย์” ในยุค 4 พี่น้องคนใหญ่แห่งเมืองพระปฐมเจดีย์ นั้นมี เผดิมชัย ไชยยศ ไชยา และอนุชา 

แต่ในเส้นทางการเมืองระดับชาติของคนในตระกูลนี้เริ่มจาก ไชยยศ” น้องรอง ที่ตัดสินใจลงชิมลางเป็นคนแรกของบ้าน ตามมาด้วยพี่ใหญ่ “เผดิมชัย” จวบจนยุคหลังๆ จึงเป็นคิวของน้องสองคนคือ ไชยา และ อนุชา

ใน 4 พี่น้อง มีถึง 3 คนที่ไปถึงรัฐมนตรี ขณะที่อนุชาเคยเป็น ส.ส.นครปฐม และ ส.ว. ปี 2549 แต่จะว่าไปในทางการเมือง “ไชยยศ” ก็เหมือนเป็นผู้นำของสะสมทรัพย์ ค่าที่ลงก่อน เรียนจบนอก แถมยังเป็นลูกเขยของ อุเทน เตชะไพบูลย์ มีฐานกำลังที่แน่นหนา

หากที่ผ่านมาตระกูลสะสมทรัพย์ ไม่เคยผูกขาด ส.ส.นครปฐม ไว้ตระกูลเดียว ก็มีสอบได้ สอบตกตามธรรมดา พอมาถึงรุ่นล่าสุดวันนี้ที่หนีความขัดแย้งเลือกเดินสายกลาง มาสวมเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา 

เลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา บ้านใหญ่ได้สะสมทรัพย์รุ่นลูกอย่าง ดร.โหน่ง น้องชายของเสี่ยหนึ่งคนเดียวที่สอบติด แต่การที่เพิ่งได้เผดิมชัย คนบ้านเดียวกันที่สอบซ่อมชนะเข้ามา ก็ถือว่าช่วยเสริมทีมให้แน่นขึ้น

 

 

สจ.กลุ่มชาวบ้าน ถ่ายภาพร่วมกับไชยา

วันนี้ถ้ามองการเมืองท้องถิ่น จึงหนีไม่พ้นหน้าที่ของรุ่นลูกอีกคน อย่าง “เสี่ยหนึ่ง” ที่เข้ามาดูแล “กลุ่มชาวบ้าน” แทนบิดา หลังจากที่ไชยาตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมา ตั้งแต่ที่เล่นการเมืองท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี 2522

ที่ผ่านมาเสี่ยอ้อน ไชยา ก็เคยส่งคนลงสมัคร ส.จ. จนได้ยึดสภา อบจ.นครปฐม และมีตัวแทนเป็นนายก อบจ.นครปฐม มาเกือบทุกสมัย ตอนนั้นตัวแทนของไชยาคือ พะเยาว์ เนียะแก้ว นายก อบจ.นครปฐม สมัย

น่าสนใจว่ารุ่นลูกจะทำได้ขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ ด้วยฐานรากที่ทำไว้แน่นของรุ่นพ่อ ที่ว่ากันว่า ส.จ.นครปฐม 30 คน สังกัดกลุ่มชาวบ้าน อยู่ในเครือข่ายไชยากว่า 90 อบต.

ก็น่าจะทำให้คนไทยเดาคำตอบไม่ยาก

เจ้าพ่อขยะ

จะว่าไป แม้ดูเหมือนใหม่ทางการเมือง แต่สายเลือดเข้มข้น ไม่น่าจะเรียนรู้ยาก ที่สำคัญเรื่องหัวบริหารจัดการ เสี่ยหนึ่งนับเป็นที่ 1

ที่ผ่านมาเสี่ยหนึ่งดูแลบริหารธุรกิจของตระกูลชนิดที่ต้องบอกว่าเก่งกาจไม่เป็นรองใคร ดังที่เรารู้ว่าเขานั้นได้ฉายา เจ้าพ่อขยะ” จากการดูแลธุรกิจการจัดเก็บขยะของตระกูลสะสมทรัพย์ จนประสบความสำเร็จมาเป็นอย่างดี

ดังที่รู้ ตระกูล “สะสมทรัพย์” ก่อร่างสร้างอาณาจักรธุรกิจ โดยประเสริฐ-สุนีย์ สะสมทรัพย์ ในนามบริษัทกลุ่ม 79 เริ่มก่อตั้งด้วยการวิ่งรถสิบล้อ และเปลี่ยนมาทำธุรกิจรถทัวร์สาย 79

ต่อมา สะสมทรัพย์ รุ่นที่ 2 มองเห็นโอกาสของการรับงานกำจัดขยะ จึงได้เริ่มกิจการมาตั้งแต่ปี 2539

ว่ากันว่าธุรกิจกำจัดขยะ ของตระกูลสะสมทรัพย์ทำมานาน และเพิ่งได้ต่อสัญญาสัมปทานจาก กทม. ไปอีก 10 ปี รวมถึงธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ค้าวัสดุก่อสร้าง โกดังข้าว และบริหารสนามกอล์ฟหรูระดับโลก

เสี่ยหนึ่งเจ้าพ่อขยะ และหัวหน้ากลุ่มชาวบ้าน

เรื่องราวของเสี่ยหนึ่ง สำนักข่าวอิศราเคยนำเสนอไว้น่าสนใจ หนึ่ง จิรวัฒน์ นั้นเป็นคนนครปฐมโดยกำเนิด จบโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จากนั้นไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศจนจบปริญญาตรี

กลับมาก็เข้าทำงานกับครอบครัว ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับการกำจัดขยะ ที่ตนเองบอกว่าเห็นมาตั้งแต่ยังเด็ก โดยรับงานจาก กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นหลัก ผ่านยุคผู้ว่าราชการ กทม. มาหลายคน โดยเป็นลักษณะการยื่นประมูลเสนอราคา กทม. เปิดให้เอกชนเข้าไปประมูล 

และตั้งแต่เสี่ยหนึ่งเข้ามาบริหาร ด้วยความเห็นโลกกว้างมาจากต่างประเทศ เขาเข้ามาทำให้การกำจัดขยะมีการพัฒนามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยนำขยะฝังกลบอย่างถูกสุขลักษณะ แตกต่างจากตามที่เห็นในอ่อนนุช หรือหนองแขม ซึ่งกองรวมกันเป็นภูเขา ซึ่งเรียกว่า แบบโอเพ่นดั้มหรือการเทกอง

ขวัญใจ (กลุ่ม)ชาวบ้าน

แน่นอนด้วยความสำเร็จ เขาจึงได้ฉายา “เจ้าพ่อขยะ” ที่เจ้าตัวบอกไว้ว่า ขอให้มองว่าเป็นเจ้าพ่อเพราะทำมาก่อน และมีเทคโนโลยีที่ล้ำกว่าเจ้าอื่น แถมยังใส่ใจสิ่งแวดล้อม

เขาบอกว่าสิ่งที่ทำมีมาตรฐานสูงกว่าข้อกำหนดที่สัญญาระบุไว้ เพื่อต้องการให้ชุมชนที่อยู่โดยรอบสบายใจ และยังอาจเป็นบริษัทเดียวในพื้นที่ ที่ชาวบ้านให้การต้อนรับมาตลอด

เพราะทางหนึ่งเสี่ยหนึ่งเองก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของคนในพื้นที่ บริษัทสนับสนุนงบประมาณปีละประมาณ 1 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนในเขตอำเภอที่บริษัททำงานอยู่ เข้าร่วมแข่งขันกีฬา โดยใช้ชื่อโครงการว่า กีฬาต้านยาเสพติดอีกด้วย

มุ่งสู่ถนนการเมือง

 ะบางทีความเป็นเจ้าพ่อขยะยังอาจน้อยไปด้วยซ้ำ เพราะเอาเข้าจริงๆ ธุรกิจของครอบครัวสะสมทรัพย์เขาดูแลมีเยอะมาก ข้อมูลจากอิศราระบุว่า ในพอร์ตธุรกิจในเครืออย่างน้อย 15 บริษัท แต่เฉพาะเสี่ยหนึ่งเป็นกรรมการ ทั้งสิ้น 12 บริษัท ไหนจะธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ค้าวัสดุก่อสร้าง โกดังข้าว และบริหารสนามกอล์ฟหรูระดับโลก

ดยธุรกิจรับกำจัดขยะ  บริษัท วัสดุภัณฑ์ธุรกิจ จำกัด อยู่ในอันดับต้น เป็นคู่สัญญา กับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543 จนถึงสัญญาล่าสุดปี 2557 อย่างน้อย สัญญา มูลค่ารวม 8.8 พันล้านบาท สัญญาล่าสุดยาวนานถึง 10 ปี จะสิ้นสุดปี 2567 เป็นเงินกว่า 4.4 พันล้านบาท

อย่างที่รู้ เรื่องธุรกิจขณะนี้ สะสมทรัพย์รุ่นที่ 3 เป็นผู้ดูแลทั้งหมด ส่วนรุ่นที่ 2 ก็ยังรับหน้าที่ให้คำปรึกษาหารือ เพราะรุ่นนี้ เป็นผู้บุกเบิกเส้นทางการเมืองของตระกูลมาแต่ปี 2526

แต่ก็อย่างที่รู้อีกเช่นกัน เมื่อเวลาผ่าน ลมเปลี่ยน ในทางการเมืองรุ่นเก่าต้องส่งไม้ต่อให้รุ่นใหม่เป็นปกติวิสัย 

เพียงแต่ว่า  6 เดือนเศษ ที่ เผดิมชัย สมสมทรัพย์” กลับมาเอาชนะคู่แข่งอย่างพรรคอนาคตใหม่ได้ ยังมีปัจจัยแห่งชัยชนะอีกมากมาย เช่นเดียวกับการเมืองท้องถิ่นหลังจากนี้คนบ้านนี้ประมาทไม่ได้ เหมือนกัน

 .........................................................

เก็บตกเกม'หงส์'แซงดับ'ไก่'รั้งฝูง-ไร้พ่าย

วันที่ 29 ตุลาคม 2562 - 17:00 น.
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20,ลิเวอร์พูล,ทอตแนท ฮอทสเปอร์
Shares : 
 
เปิดอ่าน 19 ครั้ง

ผ่านไปแล้ว 10 เกมสำหรับศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20

     โดยเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกมที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นศึกบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ที่ ลิเวอร์พูล จ่าฝูง เปิดสนาม แอนฟิลด์ แซงเอาชนะ ทอตแนม ฮอทสเปอร์ อีกหนึ่งทีมชั้นนำของลีก 2-1 เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา

      สาเหตุที่แมตช์ดังกล่าวได้รับการจับตามองอย่างมากเนื่องจาก 3 คะแนนในเกมนี้ถือว่าสำคัญกับทั้งคู่เป็น เพราะ “หงส์แดง” ก็ต้องการทำแต้มเพื่อหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี ด้วยระยะห่าง 6 คะแนนเท่าเดิม ขณะที่ “ไก่เดือยทอง” ก็หวังเก็บชัยเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมาจนทำให้เกมออกมีครบทุกรสชาติ ซึ่งทางทีมข่าวกีฬา “คม ชัด ลึก” ได้เก็บตกประเด็นสำคัญ รวมถึงสถิติต่างๆที่เกิดขึ้นหลังเกมคู่สำคัญนี้

     ก่อนเกมดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้น ลิเวอร์พูล มีสถิติข่ม สเปอร์ส พอสมควรหลังไม่แพ้ถึง 14 จาก 15 นัดหลังสุดที่พบกัน ทำให้หลายคนมั่นใจว่า “หงส์แดง” จะเอาชนะไปได้แบบไม่ยากเย็น
     ทว่าผ่านไปเพียง 47 วินาที “ไก่เดือยทอง” กลับมาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ ซน เฮือง มิน ยิงไปแฉลบ เดยัน ลอฟเรน และบอลไปเข้าทาง แฮร์รี เคน ที่ยืนอยู่โล่งๆในกรอบเขตโทษโหม่งเข้าประตูไปโดยที่ไม่มีธงล้ำหน้าแต่อย่างใด ส่งทีมเยือนออกนำแบบที่ “เดอะ ค็อป” ไม่ทันตั้งตัว
     โดยจากการยิงดังกล่าวส่งผลให้หัวหอกวัย 26 ปี ยิง ลิเวอร์พูล ได้เป็นลูกที่ 6 จากการเจอกัน 11 นัด พร้อมเป็นแข้งรายที่ 3 ที่สามารถยิง “หงส์แดง” ได้ที่แอนฟิลด์ในพรีเมียร์ลีกในระยะเวลาไม่ถึง 1 นาทีต่อจาก แมตต์ เอเลียตต์ ในปี 1997 และโอลิวิเยต์ ดากูร์ ในปี 1999

‘กาซซานิกา’ระเบิดฟอร์มเซฟ
     แน่นอนว่าหลังจากถูกขึ้นนำเร็ว ลิเวอร์พูล ไม่มีทางเลือกนอกจากการพับสนามบุกเพื่อทวงประตูคืนให้ได้ ซึ่งในช่วงครึ่งแรกพวกเขามีโอกาสตีเสมอมากมาย ทั้งจากลูกยิงของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต ฟีร์มีโน และลูกโหม่งของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ แต่กลับไม่ผ่านมือของ เปาโล กาซซานิกา ผู้รักษาประตูมือ 2 ของ สเปอร์ส ที่ได้โอกาสลงเฝ้าเสาแทน อูโก โยริส นายด่านมือ 1 ที่มีอาการบาดเจ็บข้อศอกเคลื่อน
      โดยถึงแม้ในช่วงครึ่งหลัง “ไก่เดือยทอง” จะเสีย 2 ประตูและเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป ทว่าจากสถิติระบุ กาซซานิกา เซฟไปถึง 12 ครั้งจากการถูกยิงตรงกรอบ 14 ครั้ง พร้อมเป็นสถิติเซฟต่อเกมมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก นับแต่ ดาบิด เด เคอา ทำไว้ 14 ครั้ง ตอน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ อาร์เซนอล เมื่อเดือนธันวาคม 2017 ซึ่งแน่นอนว่าหากไม่มี กาซซานิกา นั้น สเปอร์ส อาจจะแพ้ด้วยสกอร์ที่ขาดลอยกว่านี้

‘คลอปป์’แก้เกมเฉียบขาด

      หลังจากจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ตามหลังทั้งๆที่ครองบอล รวมถึงมีโอกาสจบสกอร์มากกว่าทำให้ ลิเวอร์พูล เจอกับสถานการณ์กดดัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของเฮดโค้ชชาวเยอรมันที่ต้องแก้เกมเพื่อทำให้ทีมเก็บ 3 คะแนนให้ได้
     สิ่งแรกที่ คลอปป์ ทำในช่วงครึ่งหลังคือการเปลี่ยนตำแหน่งการยืนของแผงกองกลาง โดยขยับให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และจอร์จินโย ไวนัลดุม ซึ่งครึ่งแรกไม่มีบทบาทมากนัก ขยับตัวเองเข้าไปในกรอบเขตโทษมากขึ้นเพื่อเปิดช่องในการทำเกมรุกมากขึ้น เพราะ สเปอร์ส ลงไปรับต่ำ และใช้การเล่นบอลสวนกลับตั้งแต่ขึ้นนำได้
     โดยข้อดีของแผนดังกล่าวคือจะทำให้ “หงส์แดง” มีตัวเลือกในการเล่นเกมบุกมากขึ้นหลัง 3 ประสานแดนหน้าถูกประกบติด ทว่าแผนนี้้ก็มีข้อเสียเช่นกันเพราะพื้นที่ตรงกลางของทีมจะว่างขึ้น และทำให้คู่แข่งมีโอกาสบุกสวนกลับได้ง่าย
     และจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมนี้ก็มาถึงในนาทีที่ 47 หลัง กาซซานิกา เปิดบอลยาวให้ ซน เฮือง มิน ที่หาช่องว่างจากแผนบุกเต็มสูบของ ลิเวอร์พูล หลุดไปดวลเดี่ยวกับ อลีสซง เบคเกอร์ ก่อนเจ้าตัวจะล็อคหลบผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิลได้แต่กลับยิงไปชนคานแบบเต็มๆทำให้ สเปอร์ส พลาดได้ประตูที่ 2 อย่างน่าเสียดาย
     ส่วนอีกหนึ่งสิ่งที่ คลอปป์ แก้เกมมาคือการให้ ฟาบินโญ เป็นคนวางบอลจากแดนกลางเข้าไปในกรอบเขตโทษ หรือตัดหลังแนวรับ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะบอลของ ลิเวอร์พูล ในการขึ้นเกมรุกนั้นเร็ว และหลากหลายมากขึ้น จนส่งผลให้แนวรับของ “ไก่เดือยทอง” เกิดความสับสน
     จนกระทั่งในนาทีที่ 52 การแก้เกม 2 จุดของ ลิเวอร์พูล ก็ได้ผลหลัง ฟาบินโญ วางบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่สอดเข้ามาวอลเลย์ด้วยซ้ายเข้าไปอย่างสวยงามให้เจ้าถิ่นตีเสมอ 1-1

‘มาเน’แมน ออฟ เดอะ แมตช์

     แม้เกมนี้แนวรุกทีมชาติเซเนกัลจะไม่ได้มีผลงานโดดเด่นมากนัก เพราะไม่ได้มีทั้งการยิง หรือแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตู ทว่าเขาคือคีย์แมนสำคัญของทีมสำหรับการเก็บ 3 คะแนนเพราะเป็นคนที่ช่วยทีมเรียกจุดโทษจากจังหวะที่วิ่งแซง เซิร์จ ออริเยร์ เข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย ซึ่งถึงแม้ ออริเยร์ จะสามารถเอาบอลคืนมาได้ ทว่า มาเน ไล่บอลต่อ และถูกเตะล้มลงในกรอบเขตโทษ ซึ่ง แอนโธนี เทย์เลอร์ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษทันที
      โดย โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ สังหารเข้าไปไม่พลาดให้ ลิเวอร์พูล ออกนำในนาที 75 พร้อมเป็นประตูชัยให้ทีมเก็บเพิ่มเป็น 28 คะแนนจาก 10 นัด รั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป พร้อมยังไม่แพ้ใครในลีกซีซั่นนี้ (ชนะ 9 นัดเสมอ 1 นัด) นำหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี 6 คะแนนเท่าเดิม นอกจากนั้นพวกเขายังไม่แพ้ใครในการเล่นที่ แอนฟิลด์ มาแล้วถึง 45 นัด (ชนะ 35 นัด เสมอ 10 นัด)
      และจากจังหวะการเรียกจุดโทษดังกล่าวทำให้ มาเน ได้รับตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครองจากการเลือกของ “สกาย สปอร์ตส” สื่อดังของอังกฤษ รวมถึงมีสถิติบ่งชี้เพิ่มเติมว่าหากเวลาดาวเตะวัย 27 ปีลงสนาม ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใครใน แอนฟิลด์ เวลาลงเล่นเกมลีกถึง 52 เกมอีกด้วย

     ทั้งหมดที่กล่าวมาคือประเด็นน่าสนใจที่เกิดขึ้นในศึกซูเปอร์ซันเดย์ที่ผ่านมาซึ่งจากนี้ต้องมาติดตามว่า ลิเวอร์พูล จะยังรักษามาตรฐานของตัวเองต่อไปได้หรือไม่ ขณะที่ สเปอร์ส จะสามารถเกลับมาสู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็นอีกครั้งได้เมื่อใด

  • 'มาติป'เจ็บเข่าส่อพักยาว 6 สัปดาห์
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 - 13:00 น.
  • 'คลอปป์'พอใจฟอร์มลูกทีมเกมเฉือนไก่
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 - 17:00 น.
  • ยังไร้พ่าย!'หงส์'แซงดับ'ไก่' 2-1 รั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 - 01:30 น.
  • 'หงส์'จัดเต็มดวล'ไก่'ศึกพรีเมียร์ลีก
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 - 14:00 น.
  • เปปมั่นใจเรือลุ้นแชมป์ลีกจนโค้งสุดท้าย
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 - 11:30 น.
  • มิลเนอร์ยก'คล็อปป์'บางอย่างคล้าย'เฟอร์กี'
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 - 17:34 น.
กีฬา

'โด้'เหมาสตั๊ดให้ทัพฝอยทองหญิงยู-17ยกทีมวันที่ 29 ตุลาคม 2562 - 16:40 น.
คริสเตียโน โรนัลโด,ฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปยุโรป 2020 รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีหญิง,ฟุตบอลหญิงทีมชาติโปรตุเกสรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี
Shares :
เปิดอ่าน 24 ครั้ง
คริสเตียโน โรนัลโด แนวรุกซูเปอร์สตาร์ของ ยูเวนตุส ส่งรองเท้าสตั๊ดให้กับฟุตบอลหญิงทีมชาติโปรตุเกสรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีแบบยกทีมเพื่อไล่ล่าตั๋วยูโร 2020 รอบสุดท้าย

โดยทัพแม่เนื้ออ่อนของ "ฝอยทอง" ชุดยู-17 เก็บได้ 7 คะแนน จากการลงเล่น 3 นัด คว้ารองแชมป์กลุ่มผ่านเข้าไปเล่นในรอบแบ่งอีลีทเพื่อชิงสิทธิ์ไปเล่นรอบสุดท้ายที่ประเทศสวีเดน ระหว่างวันที่ 9-22 พ.ค.ปีหน้า

สูตรเด็ด! ฝ้า กระ กระเจิง.. หน้าใส เหมือนดารา
เพียงการล้างหน้าที่สาวๆมองข้ามวิธีดูแลผิวหน้าให้ขาวใส มีออร่า

ก่อนการชิงตั๋วของฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปยุโรป 2020 รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีหญิงดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้น "ซีอาร์ เซเว่น" ได้ส่งรองเท้าสตั๊ดiไปให้กับแข้งรุ่นน้องทีมชาติแบบยกทัพ พร้อมยังส่งข้อความให้กำลังใจด้วยว่า "ผมส่งสตั๊ดให้พวกคุณ พร้อมหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยให้ทุกคนบรรลุความฝัน ตอนผมเด็กๆผมก็แบบนี้ มันเป็นความฝันที่เหลือเชื่อมาก ผมต้องการเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก ดังนั้นได้อุทิศทุกอย่างเพื่อฝันนี้ และสิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือทำงานหนักเพื่อบรรลุเป้าหมาย"

"ผมตระหนักถึงความฝันของตนเอง และหวังว่าพวกคุณก็จะเป็นเหมือนกัน ซึ่งผมขอยินดีด้วยที่ผ่านเข้ารอบ โดยขอให้มีสมาธิ และมุ่งมั่นสู่ชัยชนะต่อไปกับใส่สตั๊ดเหล่านี้" แข้งวัย 35 ปีกล่าวทิ้งท้าย

กีฬา

'โด้'เหมาสตั๊ดให้ทัพฝอยทองหญิงยู-17ยกทีม

วันที่ 29 ตุลาคม 2562 - 16:40 น.
คริสเตียโน โรนัลโด,ฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปยุโรป 2020 รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีหญิง,ฟุตบอลหญิงทีมชาติโปรตุเกสรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี

คริสเตียโน โรนัลโด แนวรุกซูเปอร์สตาร์ของ ยูเวนตุส ส่งรองเท้าสตั๊ดให้กับฟุตบอลหญิงทีมชาติโปรตุเกสรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีแบบยกทีมเพื่อไล่ล่าตั๋วยูโร 2020 รอบสุดท้าย

     โดยทัพแม่เนื้ออ่อนของ "ฝอยทอง" ชุดยู-17 เก็บได้ 7 คะแนน จากการลงเล่น 3 นัด คว้ารองแชมป์กลุ่มผ่านเข้าไปเล่นในรอบแบ่งอีลีทเพื่อชิงสิทธิ์ไปเล่นรอบสุดท้ายที่ประเทศสวีเดน ระหว่างวันที่ 9-22 พ.ค.ปีหน้า

     ก่อนการชิงตั๋วของฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปยุโรป 2020 รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีหญิงดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้น "ซีอาร์ เซเว่น" ได้ส่งรองเท้าสตั๊ดiไปให้กับแข้งรุ่นน้องทีมชาติแบบยกทัพ พร้อมยังส่งข้อความให้กำลังใจด้วยว่า "ผมส่งสตั๊ดให้พวกคุณ พร้อมหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยให้ทุกคนบรรลุความฝัน ตอนผมเด็กๆผมก็แบบนี้ มันเป็นความฝันที่เหลือเชื่อมาก ผมต้องการเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก ดังนั้นได้อุทิศทุกอย่างเพื่อฝันนี้ และสิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือทำงานหนักเพื่อบรรลุเป้าหมาย"

 

 .................................................................

29 ตุลาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน