*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5610
  • จำนวนผู้ชม : 3366793
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 300 , 12:51:25 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

          ผู้นำหรือหรือผู้ร่วมอยู่ในกลุ่มเคลื่อนไหวบนท้องถนนไม่ว่าจะเป็นสีใดก็ตาม หรือจะเป็นกลุ่มที่เรารักหรือชังก็ตาม เมื่อได้ก่อ

กรรมผิดกฎหมายเอาไว้มาก่อน บัดนี้ถึงเวลาที่จะต้องชดใช้กรรมทั้งทางแพ่งหรืออาญาไปตามกันแล้ว ซึ่งทั้งก่อนหน้าหรือหรือที่จะ

ตามมาแล้ว แกนนำหลายรายเผ่นหนีไปนอกประเทศในฐานะผู้ลี้ภัยบ้าง หลบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายบ้างตกระกำลำบากตามๆกัน.

 

ชะตากรรม'นปช.'! 'จตุพร'โผล่ให้กำลังใจแกนนำฟังคำพิพากษาคดีล้มประชุมอาเซียน

ชะตากรรม'นปช.'! 'จตุพร'โผล่ให้กำลังใจแกนนำฟังคำพิพากษาคดีล้มประชุมอาเซียน

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.52 น.
 
31 ตุลาคม 2562 ที่ศาลพัทยา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. โพสต์ภาพและข้อความขณะไปให้กำลังใจแกนนำนปช.ที่เดินทางมาฟังคำพิพากษาในคดีล้มประชุมอาเซียน ตามหมายเรียกของศาล หลังมีคำพิพากษาลงโทษ 4 ปี โดยไม่รอลงอาญาไปก่อนหน้านี้แล้ว

โดยนายจตุพร ระบุว่า "เป็นโชคชะตาของพวกเราที่ต้องคอยผลัดกันให้กำลังใจ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ชีวิตของพวกเราเหมือนอยู่บนเส้นด้ายอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าวันไหน สลับกันเข้าสลับกันออก กันมาโดยตลอดในเรื่องคุกตาราง"

 

 
 
 
 
 
'อริสมันต์'เผ่นตามคาด! เบี้ยวฟังคำพิพากษา-ศาลจำคุก3นปช.4 ปีล้มอาเซียน

'อริสมันต์'เผ่นตามคาด! เบี้ยวฟังคำพิพากษา-ศาลจำคุก3นปช.4 ปีล้มอาเซียน

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.07 น.
 
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ที่ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษา ศาลฎีกาคดีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำกลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ท เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2552 ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายนพพร นามเชียงใต้, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายสมญศฆ์ พรมภา, นายนิสิต สินธุไพร, นายสำเริง ประจำเรือ, นายศักดา นพสิทธิ์, นายสิงห์ทอง บัวชุม,  นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี, นายวรชัย เหมะ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายวัลลภ ยังตรง และนายพิเชฐ สุขจินดาทอง ทั้งนี้ ได้พักคดี พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ และนายสุรชัย แซ่ด่าน เนื่องจากหลบหนี ขณะที่นายธรชัย ศักดิ์มังกร และ พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ ศาลชั้นต้นยกฟ้อง

กรณีเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 พวกจำเลยนำพากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียน ที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ท ในช่วงที่กลุ่ม นปช.มีการชุมนุมใหญ่ปี 2552 ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี โดยได้แจ้งข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งสั่งให้เลิกการมั่วสุม 2.ข้อหาร่วมกันเดินแถวเป็นขบวน และกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร 3.ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน 4.มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยเป็นหัวหน้า เป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำผิดนั้น และ 5.ร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ โดยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216, 358, 362, 364, 365 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 108, 114, 148 ต่อมาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยจำนวน 13 คน เป็นเวลา 4 ปี ไม่รอลงอาญา คุก 4 ปี 12 แกนนำ นปช.
   
โดยเมื่อวันที่ 11 กันยานที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำพากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ท เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2552 แต่ปรากฎว่าจำเลยทั้ง 13 คน มาเพียงคนเดียว ศาลจึงได้อ่นคำพิพากษาของ นายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 10 ซึ่งชั้นศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น พิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1, 2, 3, 5, 6, 10, 11, 12, 13, 15, 16, 17 คนละ 4 ปีโดยไม่รอการลงโทษ ฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2) (3) ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ขณะที่ชั้นศาลอุทธรณ์ ก็ให้ปรับจำเลยที่ 1, 2, 3, 5, 6, 10, 11, 12, 13, 15, 16, 17 คนละ 200 บาท ฐานร่วมกันเดินแถวเป็นกระบวนและกระทำในลักษณะกีดขวางการจราจร ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาด้วย

 นัดอ่านคำพิพากษาจำเลยที่อ้างว่าไม่ได้รับนัดหมายเรียกศาลมาเป็นวันที่ 31 ตุลาคม 2562 โดยวันนี้มีจำเลย 3 คน ที่เดินทางมารับฟังคำพิพากษา คือ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมะ ทั้ง 3 คน ก่อนหน้านี้ไม่ได้รับหมายเรียกศาล ซึ่งศาลได้มีการอ่านคำพิพากษาไปแล้ว คือจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา และก็ได้เตรียมใจในการรับโทษ เพราะตามกระบวนการยุติธรรม หากมีคำพิพากษาไปแล้วแม้จำเลยจะเดินทางมารับฟังหรือไม่ก็ต้องรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม

สำหรับบรรยากาศในวันนี้พบว่ามีนายจตุพร พรหมพันธุ์ 1 ในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช) ได้เดินทางมาให้กำลังจำเลยทั้ง 3 คนที่มารับฟังคำพิพากษาของศาล

มีรายงานว่า ก่อนหน้าหลังจากที่ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษานัดแรกไปเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2552 ซึ่งมีเพียงนายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 10 เพียงคนเดียวมารับฟังคำพิพากษา และในวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา มีจำเลยอีก 4 คน ได้เข้ามอบตัวต่อศาลจังหวัดพัทยา ประกอบด้วย นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายพิเชฐ สุขจินดาทอง ,นายสิงห์ทอง บัวชุม และนายนพพร นามเชียงใต้ และในวันนี้ยังมีจำเลยอีก 3 คน ที่ไม่ได้เดินทางมารับฟัวคำพิพากษาของศาลฎีกา คือ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง,นายแพทย์ชวัลลภ ยังตรง และนายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย และหากไม่มีก็จะถูกออกหมายจับต่อไป

 
รอไปก่อน‘บิ๊กตู่’ลั่นยังไม่เคาะ! จัดเลือกตั้งท้องถิ่น‘ผู้ว่ากทม.-นายกฯอบจ.’

รอไปก่อน‘บิ๊กตู่’ลั่นยังไม่เคาะ! จัดเลือกตั้งท้องถิ่น‘ผู้ว่ากทม.-นายกฯอบจ.’

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 12.15 น.
 
“นายกฯ” ยันให้ความสำคัญการปกครองท้องถิ่น ย้ำ ไม่ว่าใครได้รับเลือกรัฐบาลพร้อมสนับสนุน จับมือทำงานร่วมกันเพื่อปชช. ระบุยังไม่เคาะเลือกตั้ง “ผู้ว่ากทม.-อบจ.” 
 

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

โดยนายกฯ กล่าวว่า เป็นอีกวันที่ตนมีความยินดีและเป็นเกียรติ ที่ได้มีโอกาสมาเจอกับพวกเราที่มารับรางวัล ซึ่งคำว่าบริหารจัดการที่ดีครอบคลุมหลายอย่าง ทั้งองค์กรบุคลากร แผนงานโครงการเยอะแยะไปหมด เพราะฉะนั้นการได้รับรางวัลก็ขอให้มีความภาคภูมิใจ ตนฟังขั้นตอนการคัดสรรมาแล้วไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วน อปท.ไหนที่ยังไม่ได้รับรางวัล ก็ต้องพยายาม โดยเงินรางวัลที่ได้ไปขอให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด วันนี้ตนพูดวนๆนิดนึง เพราะว่า เมื่อเช้าได้พูดคุยกับนายกฯแคนาดา โดยได้แสดงความเสียใจที่ไม่ได้มาร่วมประชุมอาเซียน เพราะเขากำลังยุ่งเรื่องการตั้งรัฐบาลของเขา ตรงนี้เป็นเรื่องของเขาที่ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน  เขาก็ให้กำลังใจเรา เราก็ให้กำลังใจเขา เป็นเรื่องของความเชื่อมโยง ซึ่งรวมความไปถึงต่างประเทศ ที่ต้องพึ่งพากันทั้งหมด 

“นี่คือประเทศไทย ต้องคิดแบบนี้ คิดให้กว้างไกลออกไป แล้วจึงย้อนกลับมาว่า เราจะได้ประโยชน์จากความร่วมมือกับนานาประเทศอย่างไร ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่ท้องถิ่น ผมคาดหวังว่า จะสร้างความเข้าใจ เพราะท้องถิ่นใกล้ชิดประชาชนที่สุด เมื่อทำได้แล้วก็จะหาวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป เพื่อให้ประชาชนมีผลผลิตที่มีมูลค่าตรงกับความต้องการของประเทศและต่างประเทศ รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการ” นายกฯ กล่าว 

นายกฯ กล่าวว่า การพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคงมั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นเป้าหมายเราอยู่แล้ว การกระจายอำนาจเราก็มีอยู่แล้ว วันนี้ตนคิดว่าเราสามารถกระจายความเข้าใจไปถึงกัน กระจายจิตใจให้ถึงกันว่าเราจะร่วมมือกันได้อย่างไรในการทำงานตรงนี้  รัฐบาลยืนยันเรื่องเหล่านี้จะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นระยะ เนื่องจากตนให้ความสำคัญกับท้องถิ่นมากพอสมควร 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญจะทำอย่างไรให้ทุกคนมีรายได้ดีขึ้น ประชาชนมีความสุขขึ้น มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึ่งการเพิ่มบทบาทการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราพยายามทำให้มากที่สุด เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาระดับพื้นที่ ให้สามารถบริหารจัดการตนเองตามหลักธรรมาภิบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ 

“วันนี้เรามีหลายท้องถิ่นที่ได้รับรางวัล ผมว่า ที่เหลือก็ยังมีอยู่อีก น่าจะปรับปรุงพัฒนาให้ได้เหมือนท่าน  ตามกันมา รัฐบาลพร้อมสนับสนุน ถ้ามีองค์กรปกครองท้องถิ่นได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เราก็ดูแลได้มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าข้างล่างทำดีข้างบนก็ต้องดูแล ผมอยากให้คนที่ได้รับรางวัลในวันนี้ช่วยกันขับเคลื่อนที่เหลืออยู่ได้ไหม ทำอย่างไรเขาถึงจะได้แบบเรา ไม่ต้องกลัวเขามาแย่งรางวัลเราหรอก ผมคิดว่ามันไม่ง่ายนัก” นายกฯ กล่าว 

นายกฯ กล่าวอีกว่า การทำงานของรัฐบาล การใช้งบประมาณจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากหลายส่วนด้วยกัน สิ่งใดก็ตามที่ใช้งบประมาณก็ต้องสอดประสานกับยุทธศาสตร์ชาติซึ่งได้วางไว้แล้ว ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ไปล็อกอะไรท่านมากมาย เป็นเพียงกรอบใหญ่ๆ แต่ถ้าจะไปคิดโครงการก็ขอให้ไปศึกษาตรงนี้ด้วย ถ้าเรารู้ไม่ตรงกันทั้งหมดตั้งแต่ข้างบนลงไปข้างล่าง มันทำงานกันไม่ได้ มันจะขาดวิ่นไปทั้งท่อนไม่ได้ ทั้งนี้ หลายอย่างที่รัฐบาลได้ทำมีการใช้งบประมาณผ่านกระทรวงมหาดไทยที่ลงไปถึงข้างล่าง ซึ่งเป็นการกำหนดความต้องการของประชาชนโดยตรงอย่างแท้จริง แต่ขอเพียงอย่างเดียวทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตามพ.ร.บ.ต่างๆ กฎหมายใหม่ออกมาเยอะ สิ่งที่ต้องเรียนรู้คือตรงนี้ เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินไม่ง่ายนักหรอก แต่ถ้าทำให้ถูกต้องตรงวัตถุประสงค์มันทำได้หมด ในวงเงินที่เรามีอยู่ ขอให้ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน และหวังว่าอปท.ทุกแห่งจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว  ในช่วงนี้เป็นต้นไป และหวังวันหน้าอปท.จะใช้ระบบออนไลน์ให้มากขึ้นเพื่อลดเวลาให้กับประชาชน 

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องเข้าใจว่า บางทีถ้าเรามองเล็กๆ ปัญหามันก็เยอะอยู่แล้ว ถ้าเรามองใหญ่ขึ้นมาอีก ปัญหาจะเยอะกว่าเดิม แต่รัฐบาลต้องดูทั้งหมด รัฐบาลต้องรับปัญหามีเท่าไหร่ ยืนยันรัฐบาลนี้จะทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเราทำยุทธศาสตร์ชาติไว้แล้วเดินหน้าไปอย่างนั้น บางอันอาจจะช้า บางอันอาจจะเร็ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเห็นชอบหรือไม่ สิ่งสำคัญคือความร่วมมือระหว่างกันในทุกภาคส่วน ตนอยากให้ประชาชนเรียนรู้ว่าถ้าเริ่มจะทำแล้วทำไม่ได้ ก็ไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลพยายามดูแลในขณะนี้ ไม่ว่าการประกันราคาข้าวหรืออะไร ต้องระวังว่าผลกระทบจะเกิดมากขึ้นหรือไม่ ถ้าเติมเงินตรงนี้ไปเรื่อยๆจนกระทั่งอย่างอื่นมันจะไม่มีสตางค์ทำหรือไม่ ช่วยกันคิดตรงนี้ด้วย สิ่งสำคัญคือการปรับเปลี่ยนวิธีการและแนวคิด เราต้องคิดใหม่โดยไม่ทิ้งของเดิม หาทางปฏิบัติที่ดีกว่าเดิม และตนหวังว่าท่านจะทำหน้าที่ของท่านให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับรัฐบาลจะทำหน้าที่ของรัฐบาลให้ดีที่สุดและร่วมมือกันให้มากยิ่งขึ้น 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในอนาคตอย่างที่ตนได้ย้ำไปแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งปีหน้า เราต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นที่ตั้ง เมื่อเราได้รับเลือกจากประชาชนมาแล้วก็ทำงานร่วมกัน แต่การทำงานร่วมกันที่จะทำให้ตอบสนองประชาชนได้จำเป็นต้องร่วมบริหารกับรัฐบาล ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น ต้องจับมือเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ไม่เช่นนั้นเดินไปไม่ได้ เราต้องร่วมกัน ตนสัญญาว่ารัฐบาลนี้ยืนยันจะให้การสนับสนุนการทำงานของ อปท.อย่างเต็มที่ ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้เพื่อประเทศและประชาชนของเรา 

จากนั้น นายกฯให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การทำงานของประเทศไทยจำเป็นต้องทำงานร่วมกันทั้งหมด ร่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ซึ่งส่วนท้องถิ่นถือว่ามีความสำคัญ ตนให้ความสำคัญตรงนี้อยู่แล้ว เห็นได้ว่าช่วงที่ผ่านมามีการปรับแผนการใช้งบประมาณต่างๆลงไปมากพอสมควรโดยกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานของเขาต้องมีการบริหารจัดการร่วมกัน การบริหารจัดการที่ดีต้องมีการพัฒนาองค์กร บุคลากร วิธีการทำงานต่างๆให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบัน 

เมื่อถามถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเริ่มจากส่วนไหนก่อน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า คณะกรรมการกำลังหารือกันอยู่ ดูกฎหมายดูความพร้อม วันนี้คงไม่ติดขัดอะไรทำงานกันไปรัฐบาลมีแผนงานที่ชัดเจน งบประมาณก็กำลังออกมาจะเดินหน้าไปได้ ส่วนใครจะเป็นไม่เป็น ถ้าเรายึดมั่นในหลักการว่าเรายึดแนวทางยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปของเราใครจะเป็นก็ได้ แต่ต้องเป็นคนที่ตั้งใจมั่นตั้งใจดี ในเมื่อได้รับความเห็นชอบของประชาชนมาแล้วก็ต้องทำตัวให้ดีที่สุด และการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณเพียงอย่างเดียว มีเรื่องอื่นด้วย เพราะความพร้อมมันมีหลายมีติ ทั้งกฎหมาย ทั้งการเตรียมการเลือกตั้งที่กกต.ต้องกำหนดอีกครั้ง แต่ถึงอย่างไรวันนี้ก็มีคนทำงานอยู่แล้ว 

เมื่อถามย้ำว่า จะจัดการเลือกตั้ง กทม.หรืออบจ.ก่อนกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานขึ้นมา เป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องตัดสินใจไม่ใช่เรื่องที่นายกฯต้องตัดสินใจ เป็นเรื่องของท้องถิ่นเป็นการเลือกตั้งตามกฎหมายอยู่แล้ว

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
‘บิ๊กป้อม’สั่งจัดสรรที่ดินให้ปชช.จชต.ดันเท่าเทียมทุกพื้นที่

‘บิ๊กป้อม’สั่งจัดสรรที่ดินให้ปชช.จชต.ดันเท่าเทียมทุกพื้นที่

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.59 น.
“บิ๊กป้อม”ประชุมยุทธศาสตร์ จชต. กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดสรรที่ดินทำกินให้ปชช. พร้อม เดินหน้าผลักดัน พื้นที่ให้ทัดเทียมภาคต่างๆ สู่การเป็นศูนย์กลางเชื่อมประเทศมุสลิมในภูมิภาค 

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยพล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์  โฆษกประจำรองนายกฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุมร่วมกันพิจารณา ขับเคลื่อนการทำงานด้านต่างๆ ประกอบด้วย ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ในการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบ “ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โดยกำหนดให้ อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ “ เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” และให้ทุกส่วนราชการสนับสนุนแผนเร่งด่วนการลงทุนของภาคเอกชน  นอกจากนี้ มีการเห็นชอบร่วมกันในการเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในที่ดินทำกิน  แผนบริหารจัดการที่ดินในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษนราธิวาส  กรอบแนวทางการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคง ผ่านโครงการ “ตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ผ่านกลไก “สภาสันติสุขตำบล” โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมศักยภาพการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก  รวมทั้งด้านการอำนวยความเป็นธรรมและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและอำนวยการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ทั้งด้านทุนการศึกษาและเงินยังชีพรายเดือน

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำ นโยบายและเป้าหมายของรัฐบาล ในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องการเร่งรัดพัฒนาทุกมิติไปพร้อมกันตามวิถีอัตลักษณ์ท้องถิ่น  ให้มีความสมดุลและเท่าเทียมกับภูมิภาคอื่นของประเทศ โดยมุ่งสู่ความเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการพัฒนาในระดับอนุภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศโลกมุสลิม โดยย้ำ ความจำเป็นที่ทุกส่วนราชการ ต้องทำงานร่วมกันกับภาคประชาชนอย่างใกล้ชิด ร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ด้วยการจัดสรรให้มีที่ดินทำกิน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ปราศจากอิทธิพลกดทับ โดยต้องบังคับใช้กฎหมายที่เท่าเทียมและเป็นธรรม ให้สามารถดำรงอยู่ในสังคมอย่างมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรี   ทั้งนี้ เชื่อว่า การสร้างงาน การสร้างอาชีพและสร้างโอกาสให้กับประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ในพื้น จะเป็นต้นทางนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 

อย่างไรก็ตาม รองนายกฯ ยังได้กำชับ ขอให้ทุกฝ่าย ประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด มี กอ.รมน.ภาค 4 ทำหน้าที่หลัก ด้านงานรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในขณะที่ ศอบต.เป็นเจ้าภาพ กำหนดเป้าหมายและกรอบการพัฒนาที่ชัดเจนตามลำดับ  โดยมี สมช. ทำหน้าที่เชื่อมโยงมิติความมั่นคงและการพัฒนาอย่างประสานสอดคล้องกัน ซึ่งจำเป็นต้องให้น้ำหนักในการสื่อสารทำความเข้าใจและสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

 
 
 
  •  
    ‘เต้ TNT’ฟังไว้!‘ชวน’อบรมชุดใหญ่ ส.ส.ต้องเป็นแบบอย่างเคารพกฎหมาย

    ‘เต้ TNT’ฟังไว้!‘ชวน’อบรมชุดใหญ่ ส.ส.ต้องเป็นแบบอย่างเคารพกฎหมาย

    วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 12.03 น.

    ‘เต้ TNT’ฟังไว้!‘ชวน’อบรมชุดใหญ่ ส.ส.ต้องเป็นแบบอย่างเคารพกฎหมายเมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 31 ตุลาคม 2562 ที่รัฐสภา เกียกกาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร นำสารประกอบวัตถุระเบิดมาแถลงข่าวในบริเวณรัฐสภา ว่า ตนยินดีหากนายมงคลกิตติ์ จะเข้ามาพบ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มา และยังไม่รู้ว่านายมงคลกิตติ์จะมาเข้าพบเรื่องอะไร แต่หากเป็นเรื่องวานนี้ (30 ตุลาคม 2562) ตนให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความเรียบร้อยไปดูว่าการกระทำของนายมงคลกิตติ์ ผิดหรือไม่ ถ้าผิดก็ว่าไปตามถูกตามผิด

    “ผมเคารพสมาชิกทุกคน แต่อยากขอร้องให้ทุกคนอยู่ภายใต้ระเบียบกฎเกณฑ์ ซึ่งสภาต้องเป็นตัวอย่างเพราะเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นฝ่ายออกกฎหมาย บังคับคนทั้งประเทศ เราต้องเป็นตัวอย่างในการเคารพกฎหมายบ้านเมือง เป็นแบบอย่างให้ประชาชน” นายชวน กล่าว

    เมื่อถามว่าจะต้องดำเนินการต่อนายมงคลกิตติ์ ตามกฎหมายหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับฝ่ายกฎหมายที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร

    เมื่อถามว่านายมงคลกิตติ์ ได้กล่าวขอโทษและบอกเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นายชวน ไม่ได้ตอบคำถาม และเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไป

‘ทั่นโรม’ควง‘ช่อ-ปิยบุตร’เลียบค่ายอิงคยุทธฯ จี้คดี‘อีซอมูซอ’-ถามกองทัพเมื่อไร'ไฟใต้'ดับ

‘ทั่นโรมควง‘ช่อ-ปิยบุตร’เลียบค่ายอิงคยุทธฯ จี้คดี‘อีซอมูซอ’-ถามกองทัพเมื่อไร'ไฟใต้'ดับ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 08.24 น.
 

‘ทั่นโรม’ควง‘ช่อ-ปิยบุตร’เลียบค่ายอิงคยุทธฯ จี้คดี‘อีซอมูซอ’-ถามกองทัพเมื่อไร'ไฟใต้'ดับ

31 ตุลาคม 2562 นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน โพสต์เฟซบุ๊ก “Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม” เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562 เกี่ยวกับการลงพื้นที่ศึกษาดูงานและตรวจเยี่ยมการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี มีเนื้อหาดังนี

“เยือนค่ายอิงคยุทธบริหาร”

ผมและคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางมาเยือนค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี เพื่อแนะนำตัวในฐานะกรรมาธิการ และสอบถามถึงการใช้อำนาจหน้าที่ของกองทัพในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ปัจจุบันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยังคงมีการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง 3 ฉบับ ได้แก่

2. พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และ

3. พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

ซึ่งกฎหมายดังกล่าวได้ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่อย่างกว้างขวางเพื่อปฏิบัติการในพื้นที่ในดำเนินการจับกุมและสอบสวนผู้ต้องสงสัย ซึ่งในบางกรณีได้ถูกสังคมตั้งคำถามถึงขอบเขตการใช้อำนาจเหล่านี้ว่ามีมากเกินไปหรือไม่ ยิ่งปรากฏในกระแสข่าวต่อการเสียชีวิตของคุณอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่หมดสติระหว่างควบคุมตัวในค่ายฯ และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์

ในโอกาสนี้คณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามถึงกระบวนการควบคุมตัว และได้ไปเยือนสถานที่เกิดเหตุกรณีของคุณอับดุลเลาะ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ยืนยันว่าไม่มีการซ้อมทรมาน อย่างไรก็ตามได้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อสอบสวนหาสาเหตุต่อกรณีดังกล่าวต่อไป โดยในระหว่างนี้ศูนย์ซักถามเฉพาะกิจหน่วยทหารพรานที่ 43 ที่ใช้ซักถามคุณอับดุลเลาะจะหยุดให้บริการชั่วคราวครับ

นอกจากนี้ ผมมีโอกาสถามถึงกระบวนการกลับสู่สภาวะปรกติว่าจะเริ่มได้เมื่อใด สำหรับคำตอบที่ได้ ช่วงแรกน่าจะเริ่มได้ประมาณปี 2565 โดยจะนำไปสู่การให้อำนาจพลเรือนเข้ามาแก้ปัญหาพื้นที่มากขึ้น อย่างไรก็ดี เรื่องนี้เราคงต้องช่วยกันติดตามต่อไปว่าผลจะเป็นอย่างไร

กฎหมายความมั่นคงหลายฉบับจะมีการทยอยยกเลิกการใช้งานหรือไม่ ปัจจัยเหล่านี้คงต้องช่วยกันติดตามตรวจสอบและให้กำลังใจ เพื่อให้พื้นที่กลับสู่ความสงบและประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปรกติต่อไปครับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางทีมประชาสัมพันธ์พรรคอนาคตใหม่ รายงานว่า คณะของคณะ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่ลงพื้นที่ในครั้งนี้นั้น ประกอบด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานกมธ. , น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคอนาคตใหม่และรองประธานกมธ. , นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกกมธ. โดยจะมีการศึกษาดูงานและตรวจเยี่ยมการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ และบางส่วนของจังหวัดสงขลา ในระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม 2562

 

‘นิพิฏฐ์’กางพรบ.เตือนกมธ.ชุด‘เสรีพิศุทธ์’ระวังติดคุก โทษหนักกว่าคนไม่มาชี้แจง

‘นิพิฏฐ์’กางพรบ.เตือนกมธ.ชุด‘เสรีพิศุทธ์’ระวังติดคุก โทษหนักกว่าคนไม่มาชี้แจง

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 09.56 น.
‘นิพิฏฐ์’กางพรบ.เตือนกมธ.ชุด‘เสรีพิศุทธ์’ระวังติดคุก โทษหนักกว่าคนไม่มาชี้แจง
 

31 ตุลาคม 2562 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาดังนี้

*ระวังกรรมาธิการจะติดคุกเสียเอง

- มีวิวาทะระหว่างกรรมาธิการป.ป.ช.ของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ว่า หากมีการเชิญนายกรัฐมนตรี(พลเอกประยุทธ์) มาชี้แจงแล้วนายกรัฐมนตรีไม่มา ตามมาตรา 13 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนปรับไม่เกิน 5,000 บาท

- แต่..แต่... กรรมาธิการคงอ่าน พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 ไม่ครบ

- ผมดูเหตุผลการเชิญนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงแล้ว ยังไม่มีเหตุผลและน้ำหนักเพียงพอ หากว่ากันจริงๆ ผมว่า รายการนี้ กรรมาธิการจะติดคุกเสียก่อนล่ะมั้ง??

  •  
    ปศุสัตว์บุกโรงฆ่าสัตว์สมุทรปราการ สั่งอายัดสุกรใช้สารเร่งเนื้อแดงลักลอบเชือด

    ปศุสัตว์บุกโรงฆ่าสัตว์สมุทรปราการ สั่งอายัดสุกรใช้สารเร่งเนื้อแดงลักลอบเชือด

    วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 12.05 น.

    กรมปศุสัตว์ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ พบสุกร  มีสารเร่งเนื้อแดง สั่งระงับการฆ่าสุกร 14 ตัว มูลค่ากว่าหนึ่งแสนบาท พร้อมเก็บและส่งตัวอย่างปัสสาวะสุกรและอาหารสัตว์เพื่อตรวจยืนยันผลทางห้องปฏิบัติการ หากผลตรวจยืนยันจะดำเนินคดีทันที

    31 ตุลาคม 2562 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท กรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กองสารวัตรและกักกัน และกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ เข้าตรวจสอบโรงฆ่าสุกรแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ พบมีสุกรรอเข้าฆ่าจำนวน 116 ตัว จึงได้ใช้ชุดทดสอบภาคสนาม (strip test) ตรวจปัสสาวะสุกร ผลการตรวจสอบปัสสาวะ พบผลบวกต่อสารเร่งเนื้อแดง 14 ตัว จึงได้กักสุกรไว้ที่โรงฆ่าสัตว์ โดยปัสสาวะที่ให้ผลบวกได้นำส่งตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ และหากผลตรวจยืนยันว่าพบสารเร่งเนื้อแดงจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 


    "นอกจากการตรวจสอบที่โรงฆ่าสัตว์ กรมปศุสัตว์จะตรวจสอบย้อนกลับที่มาของฟาร์มต้นทางที่ส่งสุกรมายังโรงฆ่าแห่งนี้  เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมายและเกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภค เนื่องจากสัตว์ที่มาจากฟาร์มที่ลักลอบใช้ สารเร่งเนื้อแดง มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ที่บริโภคเนื้อและผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ปัจจุบัน กรมปศุสัตว์ยังคงเร่งดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และคุมเข้มอย่างจริงจังและต่อเนื่องกับผู้ลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงที่โรงฆ่าสัตว์และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ 

    หากกรมปศุสัตว์ตรวจพบลักลอบผลิตหรือใช้สารเร่งเนื้อแดงผสมในอาหารสัตว์ก็จะมีโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และที่โรงฆ่าสัตว์หากฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานตรวจโรคสัตว์ ตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 จะมีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 100,000 บาท" นายสัตวแพทย์สรวิศกล่าว

    อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สารเร่งเนื้อแดงมีหลายชนิดมีความอันตรายมากน้อยต่างกัน แล้วแต่ความไวต่อยาของผู้ได้รับสารนี้ ในอดีตสารที่นิยมใช้กันมากคือ เคลนบิวเทรอล แต่ในปัจจุบันเป็น ซัลบูทามอล และแร็คโตพามีน อีกทั้งยังมีชนิดใหม่ที่เริ่มมีใช้กันคือ ซิปพาเทอรอล โดยนำสารชนิดนี้ไปผสมอาหารสำหรับเลี้ยงสุกรและโคขุน เพื่อกระตุ้นให้มีการใช้พลังงานจากไขมัน ลดการสะสมของไขมัน แต่เพิ่มการสะสมโปรตีนในกล้ามเนื้อ ในซากสุกรและโคขุน เป็นผลให้มีเนื้อแดงเพิ่มขึ้น ไขมันน้อย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่จูงใจให้เกษตรกรใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงสุกรและโคขุน ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค แต่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค และเมื่อรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างอยู่ อาจส่งผลทำให้กล้ามเนื้อสั่น กระตุ้นการเต้นของหัวใจ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กระวนกระวาย วิงเวียนปวดศีรษะ ซึ่งในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ โรคลมชัก โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ตลอดจนหญิง มีครรภ์จะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับอันตรายจากสารเร่งเนื้อแดงที่ตกค้างในเนื้อสัตว์

    หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิด โปรดแจ้งเบาะแสผ่านแอพพลิเคชั่น (Application) "DLD 4.0" ที่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทั้งระบบ iOS ผ่าน App Store และระบบ Android ผ่าน Google play เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที

กีฬา 

เปิดโปรแกรมโหด!“หงส์”ส่อถอนเตะลีกคัพแม้ชนะปืน

เปิดโปรแกรมโหด!“หงส์”ส่อถอนเตะลีกคัพแม้ชนะปืน

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.59 น.
“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ส่อแววมีปัญหาในการเล่นรอบต่อไปของศึกลีกคัพ หรือ คาราวบาว คัพ หลังจากเอาชนะ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล มาได้อย่างมโหฬาร 10-9 ด้วยการเสมอกันในเวลา 5-5 ก่อนจะยิงจุดโทษกำชัย 5-4 เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ด้วยโปรแกรมที่แน่นสุด ๆ ในปีนี้ ทำให้ ลิเวอร์พูล จะมีปัญหาในการเตะรอบต่อไป เนื่องจากโปรแกรมลีกคัพ จะมีขึ้นวันที่ 17 กับ 18 ธันวาคม ซึ่งวันที่ 18 ธันวาคมจะตรงกับที่ ลิเวอร์พูล ต้องเตะรอบรองชนะเลิศ ชิงแชมป์สโมสรโลก ที่กาตาร์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะเตะวันที่ 17 แล้วบินต่อเพื่อไปเล่นวันที่ 18 แม้จะใช้นักเตะแทบจะคนละชุดลงสนามก็ตาม

“มันเป็นปัญหาของคนจัดโปรแกรมที่ไม่ได้วางแผนตั้งแต่แรก” เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือหงส์ กล่าว  “ผมเชื่อว่า ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า มันเป็นเรื่องของคนจัดโปรแกรม ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาแบกรับปัญหา หรือเป็นเหยื่อของเรื่องนี้ หากว่าเขาไม่สามารถจัดโปรแกรมลงตัวได้ เราอาจจะต้องไม่ได้ลงเล่นรายการนี้อีกก็ได้ ผมเชื่อว่าหลายคนในบอร์ดพรีเมียร์ลีก อยากให้เราแพ้เมื่อคืนนี้ เรื่องจะได้จบ ๆ แต่ขอโทษนะ”

สำหรับโปรแกรมทั้งหมดมีดังนี้ ธันวาคม ของ ลิเวอร์พูล มีดังนี้ พุธ 4-12-2019 เอฟเวอร์ตัน(เหย้า), เสาร์ 7-12-2019 บอร์นมัธ(เยือน), อังคาร 10-12-2019 เร้ด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก(แชมเปี้ยนส์ลีก แบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย ที่ออสเตรีย), เสาร์ 14-12-2019 วัตฟอร์ด(เหย้า), พุธ 18-12-2019 รอบรองชนะเลิศ สโมสรโลก ที่กาตาร์, เสาร์ 21-12-2019 รอบชิง หรือ ชิงที่ 3 สโมสรโลก, พฤหัสฯ 26-12-2019 เลสเตอร์(เยือน) และอาทิตย์ 29-12-2019 วูล์ฟส์(เหย้า)

‘ชาก้า’ส่อเป็นกัปตันปืนต่อ  ‘เมสซี่’ยิงฟรีคิกครบ50ตุง

‘ชาก้า’ส่อเป็นกัปตันปืนต่อ ‘เมสซี่’ยิงฟรีคิกครบ50ตุง

อูไน เอเมรี่ กุนซือ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เปรยอาจจะให้กรานิต ชาก้า ได้เป็นกัปตันทีมต่อไปหรือไม่ หลังเกิดเหตุการณ์หัวร้อนใส่แฟนบอลทีมตัวเอง ในเกมที่เสมอกับ คริสตัล พาเลซ 2-2 ในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา“ผมก็ไม่ต้องการคิดถึงเรื่องนี้ มันไม่ง่ายเลยสำหรับเขาและสำหรับทีม ตอนนี้เขาเสียใจมาก เราได้คุยกันเมื่อวานนี้คืนวันอาทิตย์ และเมื่อเช้าด้วย เขาลงซ้อมตามปกติร่วมกับทีมแต่เขาเสียใจจริงๆ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ใช่ เขาควรขอโทษ แต่คนเราทำผิดพลาดกันได้ เราต้องขอโทษ และเราก็แนะนำให้เขาทำเช่นนั้น ตอนนี้เรากำลังจับตามอง เพราะเขากำลังเสียใจอยู่ และอย่างแรกเลยคือการกอบกู้เขากลับมา เราต่างต้องการครอบครัว เพื่อน แฟนบอลสนับสนุนเรา รักเรา แต่เขาไม่รู้สึกเช่นนั้นกับแฟนบอล แต่เรากำลังคุยกับเขา ก่อนอื่นเลย ต้องเยือกเย็นเข้าไว้ การอยู่กับครอบครัว และอยู่กับเรา เพราะเราคือครอบครัวของคุณ

“ความมุ่งมั่นของเขากับสโมสรเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมทุกครั้ง เขาต้องการการสนับสนุน เขายอดเยี่ยมมากในสนามซ้อมร่วมกับทีมและร่วมกับสโมสร จริงๆ แล้วเขารู้ดีว่าเขาทำผิดพลาดไป เขารู้สึกจากข้างในลึกๆ แต่มันก็เป็นเรื่องปกติ เหมือนคนทั่วไป นักเตะทุกคนต่างต้องการให้แฟนบอลสนันสนุนเขาและสนับสนุนทีม”

ขณะที่ ลีโอเนล เมสซี่ ดาวเตะซูเปอร์สตาร์ของ บาร์เซโลน่าสร้างชื่อให้ตัวเองอีกรอบเมื่อยิงฟรีคิกเป็นประตูครบ 50 ประตูในอาชีพค้าแข้งเป็นที่เรียบร้อย

สำหรับ 50 ประตูจากฟรีคิกของ เมสซี่ แบ่งเป็นการยิงให้ บาร์เซโลน่า 46 ประตู และทีมชาติอาร์เจนตินาอีก 6 ประตู

 
 
ไฟไหม้ ‘ปราสาทชุริ’ มรดกโลก อายุกว่า 600 ปี ในโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น

ไฟไหม้ ‘ปราสาทชุริ’ มรดกโลก อายุกว่า 600 ปี ในโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 10.05 น.
 

31 ตุลาคม 2562 เวลา 02.40 น. เวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น หรือเมื่อเวลา 00.40 ตามเวลาในประเทศไทย เกิดเหตุไฟไหม้ “ปราสาทชูริ” ปราสาทที่ใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ในเขตชูริ จังหวัดโอกินาว่า ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” ขององค์กรยูเนสโกในฐานะปราสาทของราชอาณาจักรริวกิว สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 และอาคารบางหลังมีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี โดยหน่วยดับเพลิงเมืองนาฮะ ได้รับแจ้งว่ามีควันไฟพวยพุงออกมาจากอาคารหลังหนึ่งของปราสาท และผ่านไปนานกว่า 2 ชั่วโมงไฟยังคงโหมไหม้อย่างหนัก ไม่มีทีท่าว่าจะควบคุมเพลิงได้

เอ็นเอชเค ระบุว่า ไฟไหม้ท้องพระโรงหลักของปราสาท และลุกลามอาคารใกล้เคียง ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ

สำหรับ “ปราสาทชูริ” สร้างขึ้นครั้งแรกช่วงปลายทศวรรษ 1300 มีบทบาทสำคัญเป็นศูนย์อำนาจการปกครองของเกาะ เคยเป็นพระราชวังในสมัยอาณาจักรริวกิว เมื่อปี 1945 ระหว่างยุทธการที่โอกินาว่า ปราสาทถูกทำลายเกือบทั้งหมด เหลือเพียงกำแพงไม่กี่ส่วนโผล่พ้นเหนือพื้นดินเพียง 20-30 เซนติเมตร จนกระทั่งปี 1992 ได้มีการก่อสร้างปราสาทขึ้นใหม่ให้มีลักษณะเดิมโดยอ้างอิงจากภาพถ่าย บันทึกทางประวัติศาสตร์ และความทรงจำของผู้อาศัยอยู่แถบนั้น และในปี พ.ศ. 2543 ปราสาทนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับโบราณสถานอื่น ๆ ในโอกินาว่า ภายใต้ชื่อ "แหล่งกูซูกุและสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องของอาณาจักรริวกิว อีกด้วย 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
....................................................................
31 ตุลาคม 2562


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน