*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5610
  • จำนวนผู้ชม : 3366786
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 466 , 09:49:32 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

link@: นายกฯขอบคุณมาเลย์ หนุนแก้ไฟใต้ //นายกฯ หารือ เลขาฯยูเอ็น ไทย ต้านค้ามนุษย์

สวัสดีครับ

         สื่อยกอนุทิน มนัญญา อยู่ในความนิยมของคนไทยเท่าๆ 'บิ๊กตู่' เลยทีเดียว ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสื่อ 'เว่อร์'

ไปหรือเปล่า หรือเทียบกันแล้วยังห่างกันหลายช่วงตัวเสียมากกว่า ... มั้ง ...

 

กางลิสต์‘รมต.ขวัญใจประชาชน’ อนุทินตีคู่บิ๊กตู่ ‘มนัญญา’พุ่งแรง

กางลิสต์‘รมต.ขวัญใจประชาชน’ อนุทินตีคู่บิ๊กตู่ ‘มนัญญา’พุ่งแรง

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 09.17 น.

กางลิสต์‘รมต.ขวัญใจประชาชน’ อนุทินตีคู่บิ๊กตู่ ‘มนัญญา’พุ่งแรง

3 พฤศจิกายน 2562 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “รัฐมนตรีคนใดขวัญใจประชาชน” กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,143 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม-2 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา

นายนพดล กล่าวว่า เมื่อถามถึงรัฐมนตรีขวัญใจประชาชนเมื่อนึกถึงรัฐมนตรีทั้งคณะ พบ 5 อันดับแรก ได้แก่

อันดับ 1 ร้อยละ 42.9 ระบุ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะรักลุงตู่ ทำบ้านเมืองสงบ ไม่วุ่นวาย ไม่มีจลาจลเหมือนบางประเทศ เป็นคนจริงจังจริงใจ ไม่หลอกลวง สอนประชาชนทำมาหากินมากกว่าขอกิน เสียสละยอมเหนื่อยแบกปัญหาคนทั้งประเทศ แต่ห่วงคนรอบข้างเป็นพิษและเสียงปริ่มน้ำไม่มั่นคง เป็นต้น

อันดับ 2 คือ ร้อยละ 41.7 ระบุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นรัฐมนตรีที่กล้าคิด กล้าทำ ยึดความถูกต้อง ปกป้องผลประโยชน์ชาติและดูแลรักษาสุขภาพของประชาชน กล้าชนกลุ่มนายทุนที่ทำธุรกิจสารพิษอันตราย ผลงานคือ แบนสารพิษ ทำตามสัญญากฎหมายกัญชาเพื่อการแพทย์และยกระดับ อสม.ที่น่าสนใจ คือ 

อันดับ 3 ได้แก่ ร้อยละ 35.6 ระบุ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นคนเก่ง มือเศรษฐกิจชั้นนำของประเทศ วิสัยทัศน์กว้างไกล ไม่มีประวัติด่างพร้อย พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจอุตสาหกรรม ดึงดูดการลงทุน รถไฟฟ้าความเร็วสูง ทำไทยแข่งขันประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนได้

อันดับ 4 ได้แก่ ร้อยละ 32.4 ระบุ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะมีผลงานช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ ชิมช้อปใช้

อันดับ 5 ได้แก่ ร้อยละ 31.7 ระบุ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพราะเป็นรัฐมนตรีหญิงที่กล้าหาญขัดผลประโยชน์กลุ่มธุรกิจสารพิษ ยึดสุขภาพประชาชนเป็นหลัก แบน 3 สารพิษ ช่วยคนไทยลดเสี่ยงโรคร้าย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึง รัฐมนตรีขวัญใจประชาชนด้านเศรษฐกิจ พบ 5 อันดับแรก ได้แก่

อันดับ 1 ร้อยละ 33.9 ระบุ นายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ

อันดับ 2 ร้อยละ 32.2 ระบุ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง พรรคพลังประชารัฐ

อันดับ 3 ร้อยละ 27.8 ระบุ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว. คมนาคม พรรคภูมิใจไทย

อันดับ 4 ร้อยละ 25.3 ระบุ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ พรรคประชาธิปัตย์

อันดับ 5 ร้อยละ 22.6 ระบุ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม พรรคพลังประชารัฐ

ที่น่าพิจารณา คือ เมื่อถามถึง รัฐมนตรีขวัญใจประชาชนด้านสังคม พบ 5 อันดับแรก ได้แก่

อันดับ 1 ร้อยละ 40.3 ระบุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. สาธารณสุข พรรคภูมิใจไทย

อันดับ 2 ร้อยละ 31.5 ระบุ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช. เกษตรฯ พรรคภูมิใจไทย

อันดับ 3 ร้อยละ 17.1 ระบุ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ พรรคชาติไทยพัฒนา

อันดับ 4 ร้อยละ 15.5 ระบุ นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พรรคพลังประชารัฐ

อันดับ 5 ร้อยละ 15.0 ระบุ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษา พรรคภูมิใจไทย

นายนพดล ระบุว่า เมื่อถามถึงรัฐมนตรีขวัญใจประชาชนด้านภาพลักษณ์ กล้าคิด กล้าทำ กล้าชน ปกป้องผลประโยชน์ชาติคุ้มครองประชาชน กลับพบว่า

อันดับ 1 ได้แก่ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ พรรคภูมิใจไทย นำหน้าแบบสูสี

อันดับ 2 ร้อยละ 39.3 ระบุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข พรรคภูมิใจไทย

อันดับ 3 ร้อยละ 32.1 ระบุ พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

อันดับ 4 ร้อยละ 27.4 ระบุ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พรรคภูมิใจไทย

อันดับ 5 ร้อยละ 18.5 ระบุ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ

“ผลโพลนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้นำจ่าฝูงใน ครม.ชุดนี้ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรี แต่อันดับสำคัญที่น่าจับตามองคือรัฐมนตรีขวัญใจประชาชนด้านภาพลักษณ์ที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าชน ปกป้องผลประโยชน์ชาติและคุ้มครองประชาชน จนได้ใจคนทั้งประเทศ คือ รัฐมนตรีหญิง นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ที่กล้าแบน 3 สารพิษ กล้าขัดผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุนจำนวนมาก จึงเป็นเหตุผลทำให้ฐานสนับสนุนของประชาชนต่อรัฐมนตรีหญิงท่านนี้พุ่งขึ้นแซงหน้ารัฐมนตรีหลายคน ดังนั้นนักการเมืองควรใช้หลัก “เอื้อมมือสุดแขนเข้าหาประชาชน” คือ ทำอะไรทำให้สุดๆ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนแท้จริง ไม่ใช่มัวเงื้อจะฟันลังเลอยู่ตรงนั้นกลัวสูญเสียผลประโยชน์ส่วนตัว ฐานเสียงและพวกพ้อง” นายนพดล กล่าว

 

ประชุมสุดยอดอาเซียนเต็มคณะ 'บิ๊กตู่'แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมผลักดัน 3 ประเด็น

ประชุมสุดยอดอาเซียนเต็มคณะ 'บิ๊กตู่'แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมผลักดัน 3 ประเด็น

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 19.24 น.

ประชุมสุดยอดอาเซียนเต็มคณะ แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ นายกฯ แลกเปลี่ยนมุมมอง3 ประเด็นรักษา-เสริมสร้าง-ส่งเสริม มุ่งพัฒนาภูมิภาคยั่งยืน

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน  เวลา 17.00 น.ที่ห้อง Sapphire 205 – 206 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่า การกระทรวงกลาโหม และผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนได้เข้าร่วม การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 แบบเต็มคณะ

โดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมแบบเต็มคณะ (Plenary) จัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือกับภายนอกของอาเซียน และการกำหนดทิศทางในอนาคต แลกเปลี่ยนทัศนะต่อประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในภูมิภาคและระหว่างประเทศ รวมถึงเพื่อขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนให้ เข้มแข็งยิ่งขึ้น ตามแนวคิดหลักของการเป็นประธาน อาเซียนของไทย “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” (Advancing Partnership for Sustainability) โดยมีประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ เลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมประชุม

นายกฯ กล่าวต้อนรับ และยินดีที่ได้พบทุกท่านอีกครั้ง ย้ำถึงแนวคิดหลักในการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ประเทศไทยประสงค์ใช้โอกาสนี้แลกเปลี่ยนมุมมอง วิสัยทัศน์ เพื่อร่วมกันกำหนดเป้าหมายและทิศทางอาเซียน โดยนายกรัฐมนตรีได้นำผลการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34 ไปหารือกับผู้นำ G20 ที่นครโอซากา และได้นำประเด็นความร่วมมือส่งเสริมความยั่งยืนในมิติต่างๆ ไปหาหรือต่อ ในช่วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ทั้งหมดนี้เพื่อสนับสนุนประชาคมอาเซียน ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมองไปสู่อนาคต นายกรัฐมนตรีเชื่อว่าความเป็นหุ้นส่วนและการเป็นมิตรกับประเทศต่างๆ นอกภูมิภาคจะช่วยประชาคมอาเซียนให้ขับเคลื่อนแนวคิดหลักของอาเซียนเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ นายกฯได้แลกเปลี่ยนมุมมองในสามประเด็นที่อาเซียนควรร่วมกันผลักดัน 1. การส่งเสริมความมั่นคงที่ยังยืน เพื่อรักษาและเพิ่มพูนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค อาเซียนควรเน้นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในระดับยุทธศาสตร์ ควรขยายผลจากสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) ให้แพร่หลายออกไปในวงกว้าง 2. การเสริมสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ความตกลง RCEP คือหัวใจสำคัญจะช่วยรองรับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างคู่ค้าที่สำคัญของอาเซียน เพิ่มประโยชน์ด้านการค้าและการลงทุนของอาเซียนและภูมิภาค 3. การส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นประเด็นสำคัญทางยุทธศาสตร์ของอาเซียนและเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตในอนาคต อาเซียนมีผลการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในหลายเรื่องที่เกี่ยวข้อง อาทิ การจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อแก้ไขปัญหาการประมง IUU การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ครอบคลุมทุกช่วงวัย

ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรี เสนอความเห็นว่า อาเซียนควรมีบทบาทให้ความช่วยเหลือเมียนมาในการแก้ปัญหาด้านมนุษยธรรมในรัฐยะไข่ผ่านเลขาธิการอาเซียนร่วมมือกับมิตรประเทศที่เมียนมามีความสะดวกใจเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นเฉพาะ ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณการสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ส่งผลให้อาเซียนได้ต่อยอด การดำเนินการในด้านต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ต่อประเทศสมาชิก และประขาชนในอาเซียน

 

 
 
 
 
 
 
 
 

การเมือง

 
3 พ.ย. 2562
 
2 พ.ย. 2562
 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป
 
..........................................................
 
 
เปิดรับฟังความเห็น  ร่างคำสั่งเลิก3สารพิษ

เปิดรับฟังความเห็น ร่างคำสั่งเลิก3สารพิษ

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กรมวิชาการเกษตรเปิดรับฟังความคิดเห็นถึง 8 พฤศจิกายนนี้กับร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย(ฉบับที่...) พ.ศ. ... ในเว็บไซต์เพื่อให้มีผลบังคับใช้ยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 นี้ด้านนักวิชาการเกษตรระบุ เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีออนไลน์ รัฐควรตั้งโต๊ะแจกแบบฟอร์มรับฟังความคิดเห็นที่สำนักงานเกษตรอำเภอทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวแจ้งว่าในเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตรได้จัดทำแบบรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่...) พ.ศ. ... หลังจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้ปรับสถานะสารเคมี 3 ชนิดได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จากบัญชีวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นชนิดที่ 4 ซึ่งต้องห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย และครอบครอง ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ซึ่งการยกเลิกดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศกระทรวงแล้ว ตามขั้นตอนของกฎหมายต้องมีกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับร่างประกาศฉบับนี้ โดยกำหนดเปิดรับฟังความคิดเห็นทางออนไลน์ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ได้ที่ http://www.doa.go.th/main/?page_id=7161&fbclid=IwAR0lLspfy4n97c-V-PcnZbjxpbnTojThx-ZPJkzEwxm_MQyAjXSFmA1Lptk

โดยในประเด็นดังกล่าวศาสตราจารย์อดิศักดิ์ บ้วนกียาพันธุ์ อดีตอาจารย์คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กล่าวว่า เกษตรกรจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากมติยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิด แต่มีจำนวนน้อยที่เข้าถึงเทคโนโลยีออนไลน์ ควรส่งเจ้าหน้าที่ไปตั้งโต๊ะที่สำนักงานเกษตรอำเภอทั่วประเทศเพื่อแจกแบบฟอร์มให้เกษตรกรได้แสดงความเห็นอย่างทั่วถึง แต่ยังมีข้อสงสัยว่า หากผลการรับฟังความคิดเห็นปรากฏว่า มีผู้คัดค้านการยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดจำนวนมาก จากนั้นตามขั้นตอนกรมวิชาการเกษตรต้องรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชนแล้วนำร่างประกาศดังกล่าวมาเสนอแก่คณะกรรมการวัตถุอันตรายในการประชุมครั้งต่อไป นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่จะนำเสียงของเกษตรกรมาพิจารณาทบทวนก่อนออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรรมดังกล่าวหรือไม่

ด้านนายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัยกล่าวว่า ได้เสนอให้กรมวิชาการเกษตรออกแบบฟอร์มมาให้เกษตรกรสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างทั่วถึงโดยไม่ใช่ผ่านสื่ออิเลคโทรนิคส์ เกษตรกรจำนวนมากเข้าเว็บไซต์ไม่เป็น เกษตรกรจะได้มีช่องทางแจ้งต่อรัฐว่า เมื่อไม่มีสารป้องกันกำจัดวัชพืชที่มีประสิทธิภาพและราคาถูกใช้แล้วมีความยากลำบากในการประกอบอาชีพอย่างไร อีกทั้งขณะนี้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องคดียกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิดไว้พิจารณาเนื่องจากมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 นั้นยังไม่มีผลทางกฎหมาย จนกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจะออกเป็นประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมการเพื่อเปลี่ยนแปลงชนิดของวัตถุอันตรายไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส และพาราควอต จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 มาตรา 18 วรรคสอง

 

'มนัญญา'ลั่น! จัดตั้งห้องแลปตรวจสารตกค้าง นำเข้าสินค้าเกษตร ชี้ด่านเชียงของไม่มีห้องตรวจสารเคมี

'มนัญญา'ลั่น! จัดตั้งห้องแลปตรวจสารตกค้าง นำเข้าสินค้าเกษตร ชี้ด่านเชียงของไม่มีห้องตรวจสารเคมี

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 16.45 น.
'มนัญญา'ลั่น! ประสานสาธารณสุขจัดตั้งห้องแลปตรวจสารตกค้างในสินค้าเกษตรนำเข้า ชี้ด่านเชียงของไม่มีห้องตรวจสารเคมี ทั้งที่นำเข้าผักผลไม้จำนวนมาก สุ่มเก็บตัวอย่างมาตรวจ กว่าจะได้ผล รถขนส่งถึงตลาดไทและตลาดสี่มุมเมือง พร้อมกระจายไปทั่วประเทศ 1 พฤศจิกายน 2562 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์นำทีมที่ปรึกษาและตณะตรวจขั้นตอนการนำเข้าสินค้าเกษตร บริเวณด่านเชียงของ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่รายงานว่า หน่วยงานที่ทำหน้าที่เก็บตัวอย่างไปตรวจสอบคือ ด่านตรวจพืช กรมวิชาการเกษตร แต่ไม่มีห้องปฏิบัติการตรวจสารเคมี ตรวจได้เฉพาะโรคและแมลงศัตรูพืชเท่านั้น เมื่อสินค้ามาถึงจะต้องเก็บตัวอย่างส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการด่านตรวจพืชเชียงแสนซึ่งอยู่ห่างไป 40 กิโลเมตรทำให้เสียเวลาและไม่ทันกับปริมาณสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ปริมาณนำเข้าผักผลไม้จากจีนนั้นมากขึ้น โดยปี 2561  นำเข้า 300,000-400,000 ตัน มูลค่า 5,000 ล้านบาท ตั้งแต่ต้นปี 2562 จนถึงปัจจุบันนำเข้าแล้ว 170,000 ตัน มูลค่า 3,200 ล้านบาท มีล้งชาวจีน 40-50 ราย ในแต่ละวันมีผักผลไม้นำเข้าจากจีนวันละกว่า 100 ตู้คอนเทนเนอร์เพราะเส้นทางนี้มีความสะดวกในการขนส่งสินค้าจากจีนตอนใต้ซึ่งใช้เวลา 3 ชั่วโมงก็ถึงด่านเชียงของ โดยล้งจีนได้เช่าพื้นที่ตลาดไทและตลาดสี่มุมเมือง ตลอดจนทำห้องเย็นไว้รองรับสินค้าด้วย

 

ทั้งนี้ นางสาวมนัญญากล่าวว่า มีนโยบายให้กรมวิชาการเกษตรเร่งตั้งห้องปฎิบัติการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างที่นำเข้าที่ด่านเชียงของซึ่งจะใช้งบปี 2563 ให้เป็นห้องปฎิบัติการที่ทันสมัย ทราบผลรวดเร็ว สามารถวิเคราะห์สารตกค้างได้มากกว่า 450 ชนิด ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคมีความปลอดภัยมากขึ้น เมื่อตรวจพบสารตกค้างเกินค่ามาตรฐานต้องไม่อนุญาตให้นำเข้าซึ่งจะช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเกษตรกรไทยจากการตีตลาดของผักผลไม้จีน

ทั้งนี้ ตั้งแต่เปิดด่านปี 2556 มีการตรวจพบสารตกค้างผิดกฎหมาย อย. ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ 386 และมาตรฐาน ไอเอสโอ 17025 และมาตรฐาน อย. มีการดำเนินคดีแล้ว 1500คดี โดยส่งเรื่องให้อย. ดำเนินการ บริษัทที่กระทำผิดซ้ำจะถูกขึ้นบัญชีดำ สารตกค้างที่พบมากที่สุดคือ สารคลอร์ไพริฟอส โดยพบในกระหล่ำปลีและบล็อคเคอรี่ และสารคาเบนนาซินหรือสารกันเชื้อราในองุ่น ทั้งนี้หลังจากมีการยกเลิกการใช้ 3 สารได้แก่ พาราควอต ไกลโฟซิเนต และคลอร์ไพริฟอสจะเป็นผลให้สินค้านำเข้าจะต้องไม่มีสารตกค้างในกลุ่มนี้ด้วย ให้มีผลบังคับวันที่ 1 ธันวาคมทันที 

 
 
 

ดึงสหกรณ์ส่งเสริมสมาชิกปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
นายสมศักดิ์ แสนศิริ สหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยหลังประชุมขับเคลื่อนโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ปีการผลิต 2562/2563 จังหวัดพิษณุโลก ว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ มีนโยบายสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการสานพลังประชารัฐฯซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชทางเลือกที่ใช้น้ำน้อย และแนวโน้มตลาดมีความต้องการสูง เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ กรมจึงกำหนดเป้าหมายขับเคลื่อนโครงการ ในสหกรณ์ที่พร้อมตามเกณฑ์วางระบบบริหารจัดการตลาด และเกณฑ์ราคารับซื้อผลผลิตที่แน่นอน ก่อนวางแผนปลูกในเขตพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำไว้ใช้ทำเกษตรเพียงพอ พร้อมทั้งสนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1ต่อปี ให้สหกรณ์ที่สมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อนำไปใช้เป็นทุนจัดหาปัจจัยการผลิตและให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตรให้สมาชิก เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างโอกาสแก่เกษตรกรสมาชิก มีรายได้ที่มั่นคงต่อไป ซึ่งขณะนี้ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลกเปิดรับสมัครสหกรณ์ที่สนใจร่วมโครงการ โดยเตรียมแผนจัดประชุมชี้แจงเกษตรกรสมาชิกร่วมกับสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อเชิญชวนให้เกษตรกรสมาชิก ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาปรัง มาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนระหว่างวันที่ 1-15 พฤศจิกายน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก โทร.0-5598-3567 ต่อ 108
 

รอบโลกวันนี้ : 3 พฤศจิกายน 2562

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เชื่อ39ศพในรถบรรทุกเป็นชาวเวียดนาม

ลอนดอน/ฮานอย - รองหัวหน้าตำรวจเทศมณฑลเอสเซ็กซ์ของอังกฤษทวีตข้อความ เชื่อว่าผู้เสียชีวิต 39 ศพที่พบในรถบรรทุก แคว้นเอสเซ็กซ์ ใกล้กรุงลอนดอนสัปดาห์ก่อน เป็นชาวเวียดนามทั้งหมด และรัฐบาลกำลังประสานเวียดนาม และตำรวจอังกฤษติดต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งที่อยู่ในเวียดนามและในอังกฤษ และเชื่อว่า จะระบุชื่อผู้เสียชีวิตทั้งหมดได้ในเร็วๆ นี้ ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งหมด เดิมตำรวจอังกฤษเชื่อว่าเป็นชาวจีน แต่หลังมีข้อมูลว่าชาวเวียดนามเข้ามาในอังกฤษ และครอบครัวติดต่อไม่ได้อีกเลย ทำให้เริ่มสงสัยว่าร่างทั้งหมดอาจเป็นชาวเวียดนามที่พยายามลักลอบเข้ามาทำงานในอังกฤษ ด้านกระทรวงต่างประเทศเวียดนามแถลงออกแถลงการณ์ที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของกระทรวง ประณามอย่างรุนแรงบรรดาขบวนการค้ามนุษย์และจะถือว่าการค้ามนุษย์เป็นอาชญากรรมรุนแรงและจะต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด รัฐบาลกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับตำรวจอังกฤษในการระบุชื่อผู้เสียชีวิตและขอร้องให้ประเทศอื่นๆ ร่วมมือในการปราบปรามขบวนการค้ามนุษยทรัมป์อยากรู้ตัวผู้นำใหม่ไอเอส

วอชิงตัน - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ว่า สหรัฐทราบว่าใครคือผู้นำคนใหม่ของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ที่เป็นกลุ่มมุสลิมติดอาวุธที่มีแนวคิดสุดโต่ง และระบุว่า สหรัฐจะยังคงกดดันกลุ่มไอเอสต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน ก่อนหน้านี้ไม่ถึง 1 สัปดาห์ อาบู บาการ์ อัล บักห์ดาดี ผู้นำไอเอส ปลิดชีวิตตนเองขณะหน่วยพิเศษของกองทัพสหรัฐได้บุกไปยังสถานที่ซ่อนตัวของเขาในซีเรีย ทางกลุ่มไอเอส ได้ยืนวันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า นายบักห์ดาดี เสียชีวิตแล้วและเปิดเผยชื่อผู้นำคนใหม่ว่า คืออาบู อิบราฮิม อัล-ฮาเชมิ อัล-กูไรชิ อย่างไรก็ตาม ชื่อฮาเชมิ ไม่เป็นที่รู้จักมากนักและแทบจะไม่มีการเอ่ยถึงเขาว่าจะเป็นทางยาทสืบทอดตำแหน่งผู้นำไอเอสในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่มีการรายงานที่คลาดเคลื่อนหลายครั้งว่า นายบักห์ดาดี เสียชีวิตแล้ว ทางด้านนายนาธาน ซาเลสผู้ประสานงานด้านต่อต้านการก่อการร้ายของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กล่าวแต่เพียงว่า สหรัฐกำลังตรวจสอบข้อมูลผู้นำคนใหม่ของไอเอส บทบาทและหน่วยงานเดิมของเขา

โจชัว หว่อง ชวนประท้วง

 
 
คุณตาวัย 79 ปี เลี้ยง ‘กบ’ สร้างรายได้หลังวัยเกษียณ

คุณตาวัย 79 ปี เลี้ยง ‘กบ’ สร้างรายได้หลังวัยเกษียณ

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 09.48 น.
 
คุณตาวัย 79 ปี ในพื้นที่ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เลี้ยงกบที่มีวิธีการเลี้ยงแบบทั้งบ่อปูน และกระชัง ในแต่ละปีสามารถสร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท นอกจากนั้นยังได้รับคัดเลือกเป็นครัวเรือนต้นแบบการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาดูงานให้กับบุคคลทั่วไป

นายแน่น เครือสาร วัย 99 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เปิดเผยถึง การเลี้ยงกบที่ใช้วิธีการเลี้ยงแบบทั้งบ่อปูนและกระชังภายในบริเวณสระน้ำหลังบ้านของตนเอง ที่สามารถที่จะนำออกจำหน่ายได้แล้ว หลังจากที่ตนเองได้ทำการเลี้ยงกบดังกล่าวมาเป็นระยะเวลามากกว่า 10-20  ปี เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ซึ่งปัจจุบันได้ทำการเลี้ยงกบไว้รวมแล้วมากกว่า 10,000 ตัว โดยแต่ละรอบก็จะมีแม่ค้า เดินทางมารับซื้อถึงบ้านของตนเองเพื่อนำไปจำหน่าย

นายแน่น เล่าอีกว่า ตนเองนั้นก่อนหน้าที่จะทำการเลี้ยงกบดังกล่าว ได้เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตุ่น และได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานจาก หลายๆพื้นที่ จึงได้นำความรู้ที่ได้รับกลับมาทำการเลี้ยงด้วยตนเองโดยตอนแรกก็จะทำการเลี้ยงกับบี่อซีเมนต์ จากนั้นก็ได้มีการขยายเลี้ยงในกระชัง ซึ่งจะเป็นการปล่อยให้กบอยู่กับธรรมชาติและหลังจากที่เลี้ยงไปก็พบว่ากบได้มีการเจริญเติบโตเป็นอย่างดีและ เป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากรสชาติกบที่เลี้ยงไว้ดังกล่าวนั้นจะมีเนื้อที่นุ่มและแน่น

โดยจะมีพ่อค้าแม่ค้าเดินทางมารับซื้อถึงบ้าน ซึ่งตนเองนั้นจะใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ 3-4 เดือนก็จะสามารถเก็บผลผลิตกบออกจำหน่ายได้ โดยเฉลี่ยแล้วจะออกจำหน่ายอยู่ที่ ส่งกิโลกรัมละ 80 ถึง 90 บาทและหากเป็นปลีกก็จะเป็น 85 ถึง 90 บาท ซึ่งจะอยู่ที่ความโตของกบ ก็จะมีราคาแตกต่างกันไป โดยในแต่ละปีนั้นก็จะสามารถจำหน่ายกบที่เลี้ยงไว้ได้มากกว่าปีละ 30,000 บาท ซึ่งการเลี้ยงกบของตนเองนั้นจะอาศัยในเรื่องของการเลี้ยงแบบวิธีธรรมชาติให้มากที่สุด ดังนั้นจึงเป็นที่ต้องการของตลาดและจะมีผู้เดินทางมาซื้ออย่างต่อเนื่อง

 
 
 
 
.................................................................
 
3 พฤศจิกายน 2562


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน