*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5635
  • จำนวนผู้ชม : 3376111
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 358 , 14:10:18 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         การก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ในปัจจุบัน ต้องถือเป็นการบริหารจัดการตั้งแต่เริ่มกันเลยทีเดียว สาเหตุ

อาจเกิดจากความรีบร้อนเสียจนเกิดเป็นปัญหาหลายเรื่องหลายประเด็น ที่เป็นหาใหญ่ๆเป็นระยะตามมาตลอดเวลา

         อ่านเรื่องย้อนหลังท้ายนี้

 

 
หน้าแรก / Headline “รัฐสภาใหม่”สุดฉาว! ภายใต้อุ้งมือ “ซิโน-ไทย”

“รัฐสภาใหม่”สุดฉาว! ภายใต้อุ้งมือ “ซิโน-ไทย”

04 Apr 2018
อ่าน 6497 ครั้ง
 

ปัญหาเริ่มขึ้นนับตั้งแต่การหาสถานที่ตอกเสาเข็มเพื่อก่อสร้างโครงการที่ใช้เวลาถึง 15 ปี จึงได้ข้อสรุป โดยปี 2536 รัฐบาลนายชวน หลีกภัย จุดประกายแนวคิดจะใช้ที่ ราชตฤณมัยสมาคม หรือ สนามม้านางเลิ้ง เป็นสถานที่ก่อสร้าง ต่อมาในรัฐบาลชวน 2 (ปี 2542) กลับลำเปลี่ยนให้ย้ายมาใช้ที่ดินของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หรือ บริเวณสถานีกลางบางซื่อ ในปัจจุบัน หลังจากนั้นอีก 1 ปีก็เสนอให้มาใช้ “ที่ดินราชพัสดุย่านแยกเกียกกาย” ซึ่งเป็นสถานที่ใช้ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ในปัจจุบันแทน

 
อย่างไรก็ดี สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร (ปี 2545-2546) เกิดความคิดจะย้ายเมืองหลวงไปจังหวัดนครนายก จึงเสนอให้ย้ายทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาแห่งใหม่ไปด้วย แต่แนวคิดย้ายเมืองหลวงถูกคัดค้านอย่างหนักจึงต้องมองหาสถานที่ก่อสร้างกันใหม่ โดยมอบหมายให้นายกร ทัพพะรังสี รองนายกฯ ขณะนั้นพิจารณาคัดเลือกหาสถานที่ก่อสร้างรัฐสภาดังกล่าว เบื้องต้นจะใช้พื้นที่ สนามบินดอนเมือง ที่จะว่างลงเป็นที่ตั้งสถานที่ราชการต่างๆ รวมถึงรัฐสภาแห่งใหม่ด้วย ตามนโยบายสนามบินเดียวของรัฐบาลที่ให้ไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียว

ข้อสรุปเรื่องนี้เกิดขึ้นในปี 2551 สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็นประธานการประชุมเพื่อคัดเลือกสถานที่ก่อสร้างรัฐสภาใหม่ด้วยตัวเอง โดยมีมติให้มาใช้ที่ดินราชพัสดุย่านเกียกกาย ซึ่งติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นสถานที่ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ตามเดิม

 
“ซิโน-ไทย” ขอยืดเวลา 3 ครั้ง
โครงการนี้จึงถูกพับเก็บใส่ลิ้นชักไว้ชั่วคราว เนื่องจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายปี กระทั่งในเดือนมีนาคม 2556 สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดประมูลคัดเลือกเอกชนเพื่อก่อสร้างอาคารและอาคารประกอบของรัฐสภาแห่งใหม่โดย บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เสนอราคาต่ำสุดได้สัญญาก่อสร้างมูลค่า 12,280 ล้านบาทไป มีระยะดำเนินการ 900 วัน หรือตั้งแต่ 8 มิถุนายน 2556 - 24 พฤศจิกายน 2558

ระหว่างดำเนินโครงการเกิดปัญหาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างบริเวณโรงเรียนโยธินบูรณะ ชุมชนองค์การทอผ้า และบ้านพักทหาร ที่ส่งมอบได้เพียง 80% นำมาสู่การขอขยายเวลาก่อสร้างให้กับบริษัท ซิโน-ไทยฯ โดยสำนักเลขาธิการสภาฯเห็นชอบให้ขยายเวลาครั้งแรกจำนวน 387 วัน จากสิ้นสุดวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 เป็น 15 ธันวาคม 2559 เมื่อดำเนินการก่อสร้างมาได้ระยะหนึ่งประสบปัญหาการะบายดินที่ขุดขึ้นมาเพื่อสร้างชั้นใต้ดินของอาคารรัฐสภาราว5 แสนลูกบาศก์เมตร จึงขอขยายเวลาครั้งที่ 2 อีกจำนวน 421 วัน เป็นสิ้นสุดในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561อย่างไรก็ดี ในเดือนมิถุนายน 2560 อ้างถึงปัญหาการส่งมอบพื้นที่ในส่วนของโรงเรียนโยธินบูรณะจึงขอขยายเวลาครั้งที่ 3 อีกจำนวน 926 วัน แต่สำนักเลขาธิการสภาฯ เห็นชอบให้ขยายเวลาอีก 689 วัน หรือให้ไปสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2562

สรุป 3 ครั้ง บริษัท ซิโน-ไทยฯ ขอขยายรวม 1,497 วัน หรือกว่า 4 ปี จากกำหนดเดิมต้องแล้วเสร็จภายใน 900 วัน หรือประมาณ 2 ปี 4 เดือน ทั้งนี้ ในสัญญาเดิมนั้นระบุว่า หากการก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่กำหนด ผู้รับเหมาต้องเสียค่าปรับวันละประมาณ 12 ล้านบาท

น่าสนใจว่า กรณีนี้หน่วยงานเจ้าของโครงการได้เห็นชอบขยายเวลาให้ 3 ครั้ง เกือบ 1,500 วัน คิดเป็นค่าปรับเกือบ 18,000 ล้านบาทนี้ จึงเกิดคำถามตามมาว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนหรือไม่ ในขณะที่มีรายงานว่า บริษัทซิโน-ไทยฯ จ่อฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จำนวน 1.6 ล้านบาท

 
งบระบบไอทีบาน
ปมอื้อฉาวยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังเช่น การตั้งข้อสังเกตกรณีการว่าจ้างบริษัท เมอร์ลินส์ โซลูชั่นส์ อินเตอร์เนชั่นนัล จำกัด มาเป็นที่ปรึกษาวางระบบไอทีโดยวิธีพิเศษ ไม่ได้จัดจ้างวิธีการประกวดราคา อ้างว่า มีเวลาจำกัดในการหาผู้ว่าจ้าง ทั้งๆ ที่โครงการนี้เริ่มมาตั้ง 4 ปีแล้ว เหตุใดจึงไม่ประกวดราคาไปตั้งแต่โครงการก่อสร้างรัฐสภาเริ่มต้นขึ้น

นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า มีความพยายามที่จะแก้ไขแบบก่อสร้างบริเวณโถงกลางรัฐสภาแห่งใหม่จากที่เคยกำหนดให้รับลมจากแม่น้ำเจ้าพระยา เป็น ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ แทน รวมถึงกรณีที่นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ และนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบของระบบไอซีทีจากเดิมกำหนดไว้ที่ 3,000 ล้านบาท ปรับเป็น 6,900 ล้านบาท ล่าสุดขยับเป็น 8,640 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1,700 ล้านบาทแล้ว

 
เรื่องนี้ นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการรัฐสภา และนางสาวพรรษมนต์ ไทยวัฒนานุกูล รองเลขาธิการสภาฯ ชี้แจงถึงการของบประมาณเพิ่มเติมว่า เพื่อให้ดำเนินการก่อสร้างและใช้อาคารเป็นไปโดยสมบูรณ์แบบ ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ และความจำเป็นเร่งด่วน จากเดิมจะต้องก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2562 แต่ที่ผ่านมาติดปัญหาการส่งมอบพื้นที่ทำให้เสียเวลาไปมาก และขณะนี้เหลือเวลาไม่ถึง 1 ปี จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการ หากไม่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายในเวลาที่กำหนดอาจเกิดความเสียหายมากขึ้น

“งบประมาณด้านไอทีซึ่งถือว่า จำเป็น เพราะถ้ามีเพียงโครงสร้างหลักแต่ไม่ได้นำระบบมาใส่ไว้ก็จะเกิดความเสียหายจึงควรดำเนินการควบคู่กันไปโดยได้หารือกับสำนักเลขาธิการนายกฯ ขอปรับลดงบประมาณบางส่วนที่ไม่จำเป็นลง ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเสนอเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาโดยเร็ว”

ล่าสุดยังออกมาปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงแบบการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่จากพื้นที่จอดรถ 3,000 คัน เหลือเพียง 2,000 คัน โดยยืนยันว่า ต้องสร้างตามแบบที่กำหนดไว้ การเปลี่ยนแปลงพื้นที่จอดรถใหม่ขัดกับเทศบัญญัติกรุงเทพมหานคร

 
ละเมิด ก.ม. หลายกรณี?
ในขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างรัฐสภาใหม่ว่า มีการละเมิดกฎหมายหลายกรณี ไม่ควบคุมให้เป็นไปตามกฎหมาย อาทิ การก่อสร้างห้ามกระทำในวันเสาร์- อาทิตย์ ก่อสร้างไม่เกิน 16.00 น. และการก่อสร้างต้องมีการเอาผ้าคลุมเพื่อไม่ให้ฝุ่นกระจาย เป็นที่น่าสังเกตว่า ข้อห้ามต่างๆ เหล่านี้ถูกละเมิดทั้งหมด ซึ่งจะมีการแจ้งความที่ สถานีตำรวจนครบาลเขตดุสิต ต่อไปด้วย

 
จับตาทุจริตสารพัดสัญญา

สำหรับปัญหารการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ที่ยืดแล้วยืดอีกนั้น นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีตส.ว.อุทัยธานี ในฐานะที่เคยเป็นกรรมการตัดสินการประกวดแบบและกรรมการควบคุมการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ แสดงความคิดเห็นว่า จะทำอย่างไรให้การก่อสร้างเสร็จตามเป้าหมาย วันนี้เวลายืดมาหลายปีแล้ว ที่น่าเป็นห่วงคือ สถาบันรัฐสภาและข้าราชการรวมถึงผู้รับเหมาที่ตกเป็นจำเลยสังคม การทุจริตเป็นเรื่องของบุคคลบางกลุ่ม รัฐมีหน้าที่ตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิด

 
ขณะที่ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตว่า ระบบไอทีที่มีปัญหาได้จ้าง บริษัท เมอร์ลินส์ โซลูชั่นส์ฯ ให้มาเป็นที่ปรึกษาวางระบบโดยวิธีพิเศษ โดยอ้างว่ามีเวลาจำกัดในการหาผู้ว่าจ้าง มีข้อพิรุธอย่างมาก โดยการจ้างบริษัทเมอร์ลินส์ทำให้ประธานที่พิจารณาเรื่อง ดังกล่าวต้องลาออก เนื่องจากมีการล็อบบี้ให้บริษัทดังกล่าว แถมขณะนั้นยังมีการโฆษณาด้วยว่าบริษัทเมอร์ลินส์ลดราคาให้ด้วย ต่อมาบริษัทได้เขียนโครงการและส่งให้คณะกรรมการพิจารณา สุดท้ายที่ประชุมอนุมัติไมโครโฟน ราคา 120,000 บาท ต่อตัว

 
"การสร้างรัฐสภาใหม่เละตั้งแต่เริ่มสร้าง รวมถึงงบประมาณ คิดจะเสนออะไรก็เสนอ สำนักงบประมาณส่งเอกสารมาให้ผม บอกให้ช่วย อัดหน่อย ถ้าผมได้เป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอีก จะสอบเรื่องนี้เรื่องแรก รับรองสนุกสนานแน่ โครงสร้างก่อสร้างมีความผิดปกติ ถ้าสอบสวนเจอแน่ แต่ผมยังไม่ร้องป.ป.ช.ชุดนี้ ให้เปลี่ยนรัฐบาลแล้วค่อยร้อง และจะตั้งกรรมการสอบ"

 
ขณะที่ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคเดียวกัน ชี้ว่า ปัญหาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีการขอขยายระยะเวลาก่อสร้างที่ดูพิสดารที่สุด ถึง 3 ครั้ง รวมประมาณ 1,400 วัน ซึ่งเป็นการขยายเวลาเกินกำหนดภายใน 900 วัน ตามเงื่อนไขสัญญา ดังนั้นจึงขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเอื้อเอกชนหรือไม่ และขอถามว่าในเมื่อบริษัทซิโน-ไทย ทราบอยู่แล้วว่า ทางสภาจะส่งมอบพื้นที่ไม่พร้อมกันเหตุใดจึงยอมเป็นคู่สัญญา และจริงหรือไม่ที่มีการแก้ไขแบบก่อสร้างบริเวณโถงกลางรัฐสภาแห่งใหม่ จากที่เคยกำหนดให้รับลมจากแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นติดตั้งเครื่องปรับอากาศ

 
ส่วน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในฐานะที่โครงการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบริษัท ซิโน-ไทยฯ ซึ่งเป็นกิจการของบิดา (ชวรัตน์ ชาญวีรกูล) ขอชี้แจงว่าการตรวจสอบเป็นเรื่องดี แต่บางครั้งจะไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากหน่วยงานราชการ จะถูกต้องเฉพาะเพียงตัวเลข ส่วนเรื่องอื่นที่นำมาพูดไม่มี ข้อเท็จจริงเลย ตนอยากจะบอกว่า บริษัทถือคติเอากล่องไม่เอาเงิน เอาศักดิ์ศรี เอาความภาคภูมิใจ จะได้เขียนลงในประวัติบริษัทว่าเคยก่อสร้างรัฐสภา และรับประกันว่าโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่มีความโปร่งใส

นายพีระ นาควิมล ผอ.โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา ฯ บริษัท ซิโน-ไทยฯ ระบุว่า จากผลกระทบต่อบริษัทในการขยายเวลาการก่อสร้างนั้นบริษัทฯ ไม่ได้อยากขยายเพราะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 1 ล้านบาท รวม 1,400 วัน มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท การต่อสัญญาไม่เกิดผลดีทั้งต่อภาครัฐและเอกชน ส่วนจะฟ้องเรียกค่าเสียหายหรือไม่ ต้องรอดูผลอีกครั้ง หากนับการขยายเวลาครั้งที่ 2 ซึ่งแจ้งยอดให้สำนักงานไปอยู่ที่ 1,673 ล้านบาท

 

 

 

แฮปปี้กันหมด!‘บิ๊กตู่’ปลื้ม‘ร้านส้มตำ’ทำเนียบฯขอบคุณ‘ชิม ช้อป ใช้’ดันยอดขายพรวด

แฮปปี้กันหมด!‘บิ๊กตู่’ปลื้ม‘ร้านส้มตำ’ทำเนียบฯขอบคุณ‘ชิม ช้อป ใช้’ดันยอดขายพรวด

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 13.51 น.

แฮปปี้กันหมด!‘บิ๊กตู่’ปลื้ม‘ร้านส้มตำ’ทำเนียบฯขอบคุณ‘ชิม ช้อป ใช้’ดันยอดขายพรวด

11 พฤศจิกายน 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” ระหว่างเดินทางตรวจราชการจังหวัดราชบุรี และกาญจนบุรี และการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2562 ณ จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 11– 12 พฤศจิกายน 2562 ว่า มีทั้งคนชม คนชอบ คนไม่ชอบ ที่จังหวัดราชบุรีมีคนรับไปทั้งหมด 163,551 คน มีร้านค้าเข้าร่วม 1,802 คน ยอดการใช้จ่ายทั้งสิ้น 120 กว่าล้านบาท โครงการนี้กระจายไปทุกจังหวัดทุกพื้นที่ อย่างน้อยก็มีการซื้อขายในพื้นที่ รัฐบาลต้องการให้มีการหมุนเวียนในพื้นที่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่การไปอุดหนุนคนรวย ไม่ใช่ทำเพื่อประโยชน์กับใคร เป็นสิทธิ์ของประชาชนจะไปเลือกซื้อที่ไหน

“ทุกคนแฮปปี้กันหมดกับโครงการนี้ ขนาดร้านส้มตำในทำเนียบรัฐบาลยังขอบคุณนายกฯ ที่ปกติขายไม่ได้เท่าไร แต่ตอนนี้ขายได้วันละเป็นพันๆบาท เพราะใช้ชิม ช้อป ใช้ และนี่คือการดูแลแบบเป็นขั้นเป็นตอนเท่าที่รัฐบาลจะทำได้ในงบประมาณที่มีอยู่ เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ และไม่ได้เลือกว่าเป็นพื้นที่ของใคร เราทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องทำให้กับคนไทย  มากน้อยก็อยู่ที่ความจำเป็นของแต่ละพื้นที่” นายกฯ กล่าว

นายกฯปลุกคนดำเนินสะดวกต่อสู้คนไม่ดี ฮือฮา‘อนุทิน’ชงกาแฟให้

นายกฯปลุกคนดำเนินสะดวกต่อสู้คนไม่ดี ฮือฮา‘อนุทิน’ชงกาแฟให้

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 13.36 น.

นายกฯปลุกคนดำเนินสะดวกต่อสู้คนไม่ดี ฮือฮา‘อนุทิน’ชงกาแฟให้

ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในการเดินทางตรวจราชการจังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี และการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2562 ณ จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 11– 12 พ.ย.62 โดยเมื่อเวลา  11.00 น. นายกฯและคณะเดินทางไปติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาคูคลอง โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำ “วิถีคลอง วิถีไทย” การท่องเที่ยววิถีเกษตร สะท้อนประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตประเพณีของคนในท้องถิ่น ต.ดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

ทันทีที่พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาถึง วัดโชติทายการาม พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าสักการะพระประธานหลวงพ่อลพบุรีราเมศร์ และนมัสการ พระมหาประกอบ โชติปุญโญ เจ้าอาวาสวัดโชติทายการาม และเจ้าคณะอำเภอดำเนินสะดวก ซึ่งพระมหาประกอบ ได้ให้พรให้นายกฯ มีกำลังใจในการทำงาน และมอบรูปหล่อหลวงพ่อลพบุรีราเมศร์ หน้าตัก 5 นิ้วซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในพื้นที่ ก่อนเยี่ยมชมกิจกรรมเกษตรปลอดสารพิษและการผลิตผักผลไม้ไร้สารเคมีตามวิถีธรรมชาติ เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ชุมชนโอทอปและพบปะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ พร้อมกับประชาชนชาวดำเนินสะดวกรอต้อนรับจำนวนมาก 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทักทายประชาชนพร้อมกับระบุว่า ต้องช่วยสู้กับคนไม่ดีเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยนายกฯต้องดูแลคนทั้ง 77 จังหวัด วันนี้เอาอะไรมาให้แต่ขอให้รอบ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ เยี่ยมชมบูธกาแฟของชุมชนวัดโชติทายการาม ที่คอยให้บริการนักท่องเที่ยวตามวิถีคลองวิถีไทย ได้ดื่มฟรี ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ได้ชงกาแฟให้พล.อ.ประยุทธ์ ชิม สร้างเสียงฮือฮา จากนั้นนายกฯลงเรือจากท่าเรือวัดโชติทายการามไปยังตลาดน้ำเหล่าตั๊กลั๊ก และ เยี่ยมชมร้านค้าเก่าแก่ริมคลองดำเนินสะดวก พร้อมพบปะประชาชน

‘ร้อน’ทั้งห้องประชุม!‘ชวน’ลุยตรวจห้องถกงบฯ โดนตัดเงินติดแอร์

‘ร้อน’ทั้งห้องประชุม!‘ชวน’ลุยตรวจห้องถกงบฯ โดนตัดเงินติดแอร์

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 13.42 น.
ชวน หลีกภัย ประชุมสภา ห้องประชุมงบ‘ร้อน’ทั้งห้องประชุม!‘ชวน’ลุยตรวจห้องถกงบฯ โดนตัดเงินติดแอร์

11 พฤศจิกายน 2562 ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะ ได้ตรวจความเรียบร้อยของห้องประชุมงบประมาณ ที่ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ภายหลังได้รับการร้องเรียนว่าบริเวณด้านนอกซึ่งเป็นที่รับรองของผู้มาชี้แจงกรรมาธิการไม่มีเครื่องปรับอากาศ จึงได้สั่งให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯเช่าพัดลมแอร์ขนาดใหญ่ 2 ตัว อีกทั้งได้จัดซื้อเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กบางส่วนมาเสริม เพื่อให้อากาศถ่ายเทบรรเทาความเดือดร้อน

อย่างไรก็ตาม นายชวนได้สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงสาเหตุไม่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศถาวรบริเวณโถงทางเดินชั้น 4 ได้รับคำตอบว่าสำนักงบประมาณได้ตัดงบในส่วนนี้ออก แต่จะติดตั้งเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ จะได้นำข้อบกพร่องของอาคารวุฒิสภาไปปรับปรุงอาคารฝั่งส.ส.ที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง
เกษตรกรลั่น! จะร้องศาลปกครองทันที ที่กม.ยกเลิก3สารมีผลบังคับใช้

เกษตรกรลั่น! จะร้องศาลปกครองทันที ที่กม.ยกเลิก3สารมีผลบังคับใช้

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 14.10 น.

แกนนำเกษตรกรประกาศจะร้องศาลปกครองอีกครั้ง เมื่อประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ยกเลิก 3 สารมีผลบังคับใช้ ชี้กระทรวงเกษตรฯ ยังไม่มีมาตรการใดๆ รองรับเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร หากไล่จับปรับเกษตรกรที่ซื้อสารมาใช้ วุ่นวายแน่ ยันยังไม่เชื่อประสิทธิภาพสารชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืชที่ “อลงกรณ์” มาศึกษาจากแปลงอ้อย จ. สุพรรณบุรีเมื่อวาน ที่ผ่านมาเกษตรกรจำนวนมากถูกหลอกขายเนื่องจากผสมพาราคอวตและไกลโฟเซตทั้งสิ้น

นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย กล่าวว่า เตรียมจะร้องศาลปกครองให้ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองชั่วคราวอีกครั้ง ทันทีที่ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิดมีผลบังคับใช้ เกษตรกรจำนวนมากไม่สบายใจในการปฏิบัติของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เนื่องจากยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ต้นทุนจะสูงขึ้นจากการห้ามใช้สารเคมี 3 ชนิดเลย แต่กรมวิชาการเกษตรออกคำสั่งกำหนดแผนแจ้งการครอบครองและส่งมอบสารเคมีแล้ว จึงเห็นว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเพียงการทำให้ครบตามขั้นตอนเท่านั้น แต่ไม่ได้มีเจตนารมณ์ที่จะนำความคิดเห็นของประชาชนและเกษตรกรไปพิจารณาเพื่อตัดสินใจแต่อย่างใด นอกจากนี้นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยังระบุว่า ค่าทำลายสารเคมีเป็นความรับผิดชอบของผู้ครอบครอง เกษตรกรทั่วประเทศที่ซื้อสารเคมี 3 ชนิดมาไว้ใช้นั้น ต้องจ่ายค่าทำลายที่มีอัตราสูงมากอีก หากสารวัตรเกษตรมาไล่จับเกษตรกรเชื่อว่า จะทำให้เกิดความวุ่นวายแน่นอน

ล่าสุด สมาพันธ์เกษตรปลอดภัยเปิดบัญชีให้เกษตรกรส่งเงินมาสนับสนุนค่าจ้างทนายความเพื่อร้องต่อศาลปกครอง ทนายความที่รับว่าความแจ้งค่าใช้จ่ายมา 800,000 บาท จึงขอให้เกษตรกรร่วมสมทบตามกำลัง อีกทั้งกำลังเตรียมเอกสารให้เกษตรกรที่เดือดร้อนเป็นโจทย์ร่วม

นายสุกรรณ์ยังแสดงความเห็นถึง การที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว. เกษตรฯ มอบหมายให้นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารมว. เกษตรฯ ไปตรวจเยี่ยมแปลงอ้อยของเกษตรกรรายหนึ่งในอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยระบุว่า เป็นแปลงอ้อยอินทรีย์ ใช้สารชีวภัณฑ์ของผู้ผลิตรายหนึ่งเพื่อกำจัดวัชพืชมา 7 ปีซึ่งได้ผลดี ทั้งนี้ต้องการทราบผลการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการว่า จุลินทรีย์ที่กล่าวอ้างว่า กำจัดวัชพืชได้นั้นเป็นชนิดใด หากำจัดวัชพืชได้จริงส่งผลต่อพืชประธานหรือไม่ หากได้ผลดีจริง ตนจะได้นำมาใช้ในแปลงอ้อย 420 ไร่ในอำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรีด้วย จึงขอให้กรมวิชาการเกษตรเร่งทดสอบประสิทธิภาพ แต่ก่อนขึ้นทะเบียนสารชีวภัณฑ์ดังกล่าว ขอให้ตรวจให้แน่ชัดว่า ไม่มีสารเคมีป้องกันกำจัดวัชพืชอื่นใดผสมอยู่เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรจำนวนมากถูกหลอกให้ซื้อสารชีวภัณฑ์หลายยี่ห้อมาใช้ แต่เมื่อตรวจสอบในห้องปฏิบัติการพบว่า ผสมพาราควอตและไกลไฟเซตลงไป แล้วขายในราคาแพงอีกด้วย

 
ตามรวบได้แล้ว! 3โจ๋ก่อเหตุตีกันโรงพยาบาลอ่างทอง

ตามรวบได้แล้ว! 3โจ๋ก่อเหตุตีกันโรงพยาบาลอ่างทอง

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 11.07 น.

11 พฤศจิกายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง และชุดดสืบสวน ภ.จว.อ่างทอง ออกหมายจับและทำการควบคุมตัว นายนันทวัช สร้างเขต หรืออาร์ม อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 33 หมู่ 10 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง และนายบุญประสิทธิ์ วีระพงศ์ หรือต้น อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 80 ถนน อ่างทอง –โพธิ์ทอง ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง และนายธนาธิป มุรินทร์จันทร์ หรือเอ็ม อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 33/2หมู่ 10 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจและร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสถานที่ราชการ 

โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป นำส่งพ.ต.ท.รุ่งเกียรติ นาทัย สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง เพื่อสืบสวนขยายผลตามขั้นตอนของกฎหมาย และในเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบ.ช.ภ.1 พร้อมคณะจะเดินทางมาร่วมประชุมเร่งรัดในคดี กลุ่มวัยรุ่นยกพวกตะลุมบอนในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทองต่อไป

ด่วน!!!ดีเอสไอขอ 4 หมายจับ‘ชัยวัฒน์’และพวกคดีฆ่า‘บิลลี่’

ด่วน!!!ดีเอสไอขอ 4 หมายจับ‘ชัยวัฒน์’และพวกคดีฆ่า‘บิลลี่’

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 11.03 น.

ด่วน!!!ดีเอสไอขอ 4 หมายจับ‘ชัยวัฒน์’และพวกคดีฆ่า‘บิลลี่’

11 พฤศจิกายน 2562 รายงานข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้(11 พฤศจิกายน 2562) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้เรียกประชุมหารือชุดพนักงานสอบสวนคดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยที่ประชุมได้พิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนคดีที่รวบรวมได้ และมีมติมอบหมายพนักงานสอบสวน เดินทางไปยังศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 ราย

 

กีฬา

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป
 
...................................................................
 
11 พฤศจิกายน 2562
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน