*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5632
  • จำนวนผู้ชม : 3374850
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 355 , 21:31:27 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

link@: ‘บิ๊กตู่’เมิน‘เสรีพิศุทธ์’เรียกแจงกมธ.// ปิด 3 อ.ยะลาค้นผู้ต 6 ผู้ต้องสงสัย

สวัสดีครับ

         นายกฯพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขันเกลียวความมั่นคงจชต.เพื่อให้สถานการณ์กระเตื้องขึ้น ดังข่าวท้ายนี้

                   เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2562 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 2/2562 โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มีการประชุม 2 เรื่องด้วยกัน ในส่วนของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และก.ต.ช. เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารกิจการภายในของสตช. การดูแลเรื่องกฎระเบียบต่างๆให้สอดคล้อง ทันสมัย และบางอย่างต้องพิจารณาต่อในขั้นของวุฒิสภา (ส.ว.) ก็จำเป็นต้องดำเนินการในช่วงนี้ ส่วนรายละเอียดต่างๆมอบหมายให้สตช.เป็นผู้ชี้แจง

 

 

แบ่งให้ 'ลุงตู่' สักคู่ จะเอาไม๊เนี่ย .....

บิ๊กตู่ วอนทุกภาคส่วนร่วมมือดูแลความปลอดภัย จชต.

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 - 16:18 น.
บิ๊กตู่,ดูแลความปลอดภัย จชต,บริหารจัดการ,สตช,วางกำลังชายแดนใต้

"บิ๊กตู่" นำถก "ก.ต.ช." ปมบริหารจัดการภายใน "สตช." ย้ำมาตรการ รปภ. บูรณาการตลอดปี ชี้กำลังปรับพื้นที่วางกำลังชายแดนใต้ วอนทุกภาคส่วนร่วมมือ

          เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2562 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 2/2562 โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มีการประชุม 2 เรื่องด้วยกัน ในส่วนของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และก.ต.ช. เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารกิจการภายในของสตช. การดูแลเรื่องกฎระเบียบต่างๆให้สอดคล้อง ทันสมัย และบางอย่างต้องพิจารณาต่อในขั้นของวุฒิสภา (ส.ว.) ก็จำเป็นต้องดำเนินการในช่วงนี้ ส่วนรายละเอียดต่างๆมอบหมายให้สตช.เป็นผู้ชี้แจง

          นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยในช่วงปลายปีว่า เรื่องนี้มีการย้ำอยู่เสมอ คงไม่เฉพาะช่วงปลายปี เราต้องดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดทั้งปี วันนี้ได้มีการย้ำเตือนในเรื่องของการปฏิบัติงาน ทั้งในส่วนของสถานการณ์ปกติ ในเขตเมือง ชุมชน ท้องถิ่น ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอยู่จะต้องทำงานแบบบูรณาการ รวมถึงการเน้นย้ำการดำเนินการร่วมในการรักษาความมั่นคงภายใน ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ด้วย รวมถึงการแก้ไขปัญหาภาคใต้ก็ได้มีการเน้นย้ำ ว่าวันนี้อยู่ในขั้นตอนการปรับเปลี่ยนในเรื่องของพื้นที่และการวางกำลัง ซึ่งทางรองเลขาฯกอ.รมน.คือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะลงไปในพื้นที่วันที่ 15 พ.ย.นี้  เพื่อประสานการทำงานร่วมกันระหว่างทหารและตำรวจ รวมทั้งในส่วนของกระทรวงมหาดไทยในการปรับแผนการดำเนินการ ในช่วงต่อจากนี้ เพื่อให้เกิดความสอดคล้อง 

          นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้หลายอย่างเพิ่มแรงกดดันมากยิ่งขึ้น ข้อสำคัญถ้าเราไปขยายเรื่องความรุนแรงมากๆ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่เราไปห้ามกันไม่ได้ เนื่องจากมีการบาดเจ็บและสูญเสีย ก็ต้องแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียและบาดเจ็บ รัฐก็ต้องดูแลเยียวยากันต่อไป ในส่วนของการดำเนินการ ระมัดระวังตัวเอง ก็ได้มีการกำชับให้มีการเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เราต้องเตรียมความพร้อมของเรา ในการดูแลประชาชนและการดูแลความปลอดภัยให้กับตัวเอง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ด้วย บางพื้นที่อาจต้องมีการปรับที่ตั้ง ก็กำลังพูดคุยกันอยู่ วันนี้ตนก็ได้ย้ำไปในทุกเรื่อง เพราะสถานการณ์ไม่เลือกว่าจะเกิดตอนไหน เพียงแต่สถานการณ์ตอนไหนที่มีคนเยอะและเสี่ยงมากๆ เราก็ต้องเข้มงวดมากขึ้น เป็นในส่วนของกติกาที่ทุกคนต้องร่วมกันทำ จึงอยากให้ทุกคนได้ร่วมกันระดมความร่วมมือ จากภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมดูแลรักษาความปลอดภัยด้วย เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีอยู่จำนวนจำกัด ดังนั้น ชุมชน ประชาชน และท้องถิ่น ต้องมีส่วนร่วมตรงนี้เราต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันทุกคน

การเมือง

เด็กเสรีพิศุทธ์ เรียกร้อง สิระ-ปารีณา หยุดป่วนกมธ.ป.ป.ช.

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 - 19:11 น.
เด็กเสรีพิศุทธ์,สิระปารีณา,หยุดป่วนกมธ

"เสรีรวมไทย"เรียกร้อง "สิระ-ปารีณา" หยุดป่วนกมธ.ปปช. ชี้ทุกคนต้องยอมรับการตรวจสอบ

      14 พ.ย.2562-น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อเเละรองเลขาธิการพรรคเสรีรวมไทย เเสดงเห็นว่า การเสนอให้ปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ออกจากประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช. )สภาผู้แทนราษฎร ของนายสิระ เจนจาคะ รวมทั้งการคัดค้านการเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาชี้แจงใน กมธ.ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ซึ่งเป็น 2 กมธ.ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ เป็นเพียงความพยายามสกัดกั้นการทำหน้าที่ตรวจสอบของ กมธ.เท่านั้น

              “ยืนยันว่า พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เพียงทำหน้าที่ตามมติในที่ประชุม กมธ.และไม่ได้มีปัญหาเป็นการส่วนตัวกับใคร ดังนั้นนายสิระและ น.ส.ปารีณา ไม่ควรคิดแต่เพียงการเล่นเกมการเมืองเพื่อหวังสกัดกั้นการตรวจสอบผู้นำของพรรคตัวเองเท่านั้น ต้องเข้าใจด้วยว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยถูกตรวจสอบจากกลไกองค์กรอิสระ เพราะส่วนใหญ่ถูกแต่งตั้งโดย คสช. แม้จะมี สนช.แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นแค่สภาฝักถั่ว  แต่ปัจจุบันมีสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ดังนั้น กระบวนการตรวจสอบจึงมีขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา เพียงแค่ พรรคพปชร.ยอมรับว่า กมธ.สามารถตรวจสอบนายกฯได้ ทุกอย่างก็จบ” น.ส.นภาพรกล่าว
 

              น.ส.นภาพร ยังเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับการทำงานของ กมธ. เช่นเดียวกับนายทหารรุ่นน้องอย่าง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่เคยทำให้เห็นเป็นตัวอย่างมาแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องส่งคนในพรรค พปชร.มาคอยสกัดกั้นการทำงานของ  กมธ.เช่นนี้        

              ส่วนกรณีที่ น.ส.ปารีณาระบุว่าจะนำเรื่องราวในอดีตขึ้นมาตรวจสอบ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์นั้น น.ส.นภาพรเห็นว่า ทุกคนต้องยอมรับการตรวจสอบ หากเราตรวจสอบคนอื่นได้ ก็ต้องพร้อมที่จะถูกคนอื่นตรวจสอบกลับเช่นกัน แต่โดยส่วนตัวไม่อยากให้เกิดปัญหาเช่นนี้ เพียงแต่อยากให้ทุกอย่างเดินไปตามระบบที่ถูกต้องเท่านั้นเอง

              “เราต้องยอมรับว่า ยุคนี้เป็นยุคประชาธิปไตย มีสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นทุกคนควรยอมรับการตรวจสอบ ไม่ควรเล่นเกมการเมืองแบบนี้ เพราะจะเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยทางอ้อม ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของนักการเมืองทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งกับตัวนายสิระและ น.ส.ปารีณาเอง” น.ส.นภาพรกล่าว

 

บิ๊กตู่ เปลี่ยนลายเซ็น คาดเสริมดวง

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 - 20:34 น.
เปลี่ยนลายเซ็น,บิ๊กตู่,เสริมดวง

"บิ๊กตู่" เปลี่ยน "ลายเซ็น" ตัวเอง คาดเป็นการเสริมดวง

          เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2562 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจากที่นายคฑา ชินบัญชร หมอดูชื่อดัง ได้ทำนายดวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แม้มีความโดดเด่นมาก แต่จะมีปัญหาด้านสุขภาพ ในปี 63 เนื่องจากเป็นปีชงของ พล.อ.ประยุทธ์      

          ล่าสุดเป็นที่น่าสังเกตว่าพล.อ.ประยุทธ์ ได้ปรับเปลี่ยนลายเซ็นของตัวเอง โดยอักษรตัวหน้า คือ ป.ปลา มีการตะหวัดให้มีตัวกลมและใหญ่ขึ้น ส่วนนามสกุลตัวหน้า “จันทร์โอชา” ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนให้ จ.จาน มีลักษณะกลมใหญ่และมาชิดกับชื่อ ในลักษณะค้ำยันตัวอักษร ป.ปลา ซึ่งคาดว่าเป็นการเสริมดวงให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

 

ผู้ว่าฯระนองเดือด ลานปูเจ้าฟ้า ถูกทำลาย สั่งล่ามือดีมาลงโทษ

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 - 18:25 น.
ลานปูเจ้าฟ้า,ทุบทำลาย,ทำลายของ,ทำลายของกลาง,แลนด์มาร์กระนอง,ที่เที่ยวระนอง

ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด มือดีทุบทำลาย ลานปูเจ้าฟ้า จนได้รับความเสียหาย พร้อมสั่งล่าตัวมาลงโทษ วอนปชช.ช่วยกันสอดส่องดูแลสาธารณสมบัติ

                วันที่ 14 พ.ย. 2562 นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยถึงกรณี สวนหย่อม "ลานปูเจ้าฟ้า" ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองระนอง ที่ถูกทุบทำลายเสียหายในช่วงที่มีการจัดงานลอยกระทงบริเวณดังกล่าวที่ผ่านมา ว่าขอวอนประชาชนชาวจังหวัดระนองช่วยกันสอดส่องดูแลสาธารณสมบัติ ช่วยกันรักษา ส่วนผู้ที่ทำลายได้ประสานให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งนี้จังหวัดระนองฝนเริ่มลดลงแล้ว จะเตรียมนำดอกไม้มาปลูกเพื่อให้ความสวยงามเพิ่มเติมอีกด้วย (อ่านข่าว เที่ยวเจดีย์ชเวดากองไม่ต้องไปไกลถึงพม่า)

 

                นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวต่ออีกว่า ลานปูเจ้าฟ้า บริเวณสวนหย่อมเฉลิมพระเกียรติ ฝั่งตรงข้ามเยื้องลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองระนอง อำเภอเมือง กับหุ่นปูเจ้าฟ้า 3 ตัว พร้อมกับข้อความ "รักนะระนอง" อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่กำลังรอคอยนักท่องเที่ยวมาเก็บภาพบรรยากาศสวย ๆ ว่าครั้งหนึ่งได้มาเยือนถึง "ระนอง" แล้ว (อ่านข่าว ถ้ำพระขยางค์ มีดีถึงนอกถ้ำ)

งบทหารปี 63 กับภาพสะท้อน...ลัทธิอาวุธนิยม

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 - 13:20 น.
กระทรวงกลาโหม,พรบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563,อาวุธ

งบทหารปี 63 กับภาพสะท้อน...ลัทธิอาวุธนิยม

          แม้การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จะผ่านพ้นไปแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2 หรือชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ก็ตาม แต่ประเด็นเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งครองอำนาจต่อเนื่องมาจากยุค คสช. ยังคงได้รับความสนใจและถูกจับตาจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะงบด้านการทหาร

          ศาสตราจารย์ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนบทความตั้งข้อสังเกต 6 ข้อเกี่ยวกับการจัดงบทหาร ในหัวข้อ “งบประมาณทหาร 2563! ความเห็นบางประการ” ซึ่งสาระสำคัญเป็นการสะท้อนภาพ “ลัทธิอาวุธนิยม” และ “วัฒนธรรมอาวุธ” อย่างแจ่มชัดยิ่งในกองทัพไทย


          หลังจากรัฐประหาร 2557 แล้ว เห็นได้ชัดว่างบประมาณของกระทรวงกลาโหมมีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแนวโน้มเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ที่มีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

 

          สำหรับงบประมาณของกระทรวงกลาโหมปี 2563 มีจำนวน 2.33 แสนล้านบาท (จากงบประมาณทั้งหมดของประเทศ 3.2 ล้านล้านบาท) และเพิ่มจากงบในปี 2562 เป็นจำนวน 6.2 พันล้านบาท

          ข้อสังเกต
          ในงบประมาณของปีใหม่นี้ หากพิจารณาเฉพาะในส่วนของการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ มีประเด็นสำคัญที่อาจตั้งเป็นข้อสังเกตได้ 6 ประการ ดังนี้

          1.จากทิศทางการใช้งบประมาณของรัฐบาลทหาร 2557 จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน (รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2/1) จะเห็นได้ชัดเจนว่า กองทัพไทยให้ความสำคัญกับการจัดหายุทโธปกรณ์เป็นทิศทางหลัก จนอาจตั้งเป็นข้อสังเกตได้ว่าการพัฒนากองทัพไทยปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมเพียงด้านเดียว คือ การนำเอายุทโธปกรณ์ใหม่เข้าประจำการ

          สภาวะเช่นนี้จึงมักทำให้กองทัพถูกวิจารณ์ว่า การพัฒนาทางทหารของไทยมีความหมายเพียงการซื้ออาวุธสมรรถนะสูงเท่านั้น ดังจะเห็นว่ารายการจัดซื้อที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ เรือดำน้ำ รถถัง รถหุ้มเกราะล้อยาง และเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง เป็นต้น ปรากฏการณ์ในการจัดทำงบทหารในปี 2563 จึงเป็นการตอกย้ำทิศทางเดิมที่เป็นมา คือ การดำรงอยู่ของ “ลัทธิอาวุธนิยม” ที่ยังมีความเข้มแข็งอย่างมากในกองทัพ จนหลายครั้งกลายเป็น “ลัทธิบริโภคอาวุธนิยม” ในตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วย

 

 

          2.คงปฏิเสธไม่ได้ว่ารายการอาวุธที่กองทัพจะจัดหาในช่วงที่ผ่านมา และที่เตรียมการจัดซื้อในอนาคตนั้น เป็นอาวุธสมรรถนะสูงที่มีราคาแพง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อจากสหรัฐอเมริกา เช่น รถหุ้มเกราะล้อยางจากสหรัฐเพิ่มเติม ปืนใหญ่ขนาด 155 มม. และจัดซื้อจากจีน ได้แก่ เรือดำน้ำอีก 2 ลำ และการจัดสร้างอู่ต่อเรือเพื่อรองรับเรือดำน้ำที่เข้าประจำการ และอาจมีการจัดหาเรือฟริเกตเพิ่มเติม


          สำหรับกองทัพอากาศมีกระแสข่าวว่า อาจมีการปลดประจำการเครื่องบินรบแบบ เอฟ-16 โดยอาจจะมีการจัดหาเครื่องบินรบแบบ เอฟ-15 ซึ่งเป็นเครื่องบินรบแบบสองเครื่องยนต์เข้ามาทดแทน นอกจากนี้ มีข่าวในอีกส่วนที่มีการกล่าวถึงการจัดหาเครื่องบินรบสมรรถนะสูง เช่น เครื่องแบบ เอฟ-18 หรือแม้กระทั่งเครื่องบินแบบ เอฟ-22 หรือ เอฟ-35 เป็นต้น แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ยาก เพราะราคาแพงมาก และมีค่าใช้จ่ายในการปรนนิบัติบำรุงรักษาที่แพงมากเช่นกันด้วย


          จากตัวอย่างของรายการจัดหาเช่นนี้ ชี้ให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายที่เป็นมูลค่ามหาศาลในการจัดหายุทโธปกรณ์ใหม่ในอนาคต ทั้งที่งบประมาณกองทัพนั้น ร้อยละ 70 เป็นงบกำลังพล (เช่น เงินเดือน และสวัสดิการ) และที่เหลืออีกร้อยละ 30 เป็นส่วนที่เหลือ ซึ่งก็มิได้หมายความว่า กองทัพจะสามารถใช้งบประมาณร้อยละ 30 นี้ในการจัดหายุทโธปกรณ์ได้ทั้งหมด เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่กองทัพต้องแบกรับในแต่ละปีด้วย

 

 

 


          3.การจัดซื้ออาวุธสมรรถนะสูงเหล่านี้อาจจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการทางยุทธศาสตร์ของประเทศได้ทั้งหมด เพราะถ้าแนวโน้มของสงครามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลง หรือในอีกด้านอาจจะต้องยอมรับว่า โอกาสเกิดสงครามตามแบบขนาดใหญ่ในภูมิภาคจนกลายเป็น “สงครามกับเพื่อนบ้าน” ก็ดูจะมีความเป็นไปได้น้อยลงมาก การจัดหายุทโธปกรณ์เหล่านี้อาจจะต้องการคำอธิบายสำหรับสาธารณชนและรัฐสภา


          และในอีกด้านหนึ่งจะเห็นได้จากการประชุมอาเซียนที่เกิดขึ้นที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพล่าสุดนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศในภูมิภาค ซึ่งไม่ได้มีภาพสะท้อนของความขัดแย้งที่ชัดเจนในภูมิภาคแต่ประการใด เว้นแต่นักการทหารไทยสายอนุรักษนิยมจะเชื่อว่า การจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยไม่มีความจำเป็นต้องพิจารณาบริบทของสถานการณ์ในภูมิภาค หรือการจัดซื้อไม่มีความจำเป็นที่จะต้องการวิเคราะห์ทางวิชาการว่าด้วยเรื่องปัญหาภัยคุกคาม กล่าวคือไม่ว่าภัยคุกคามจะมีหรือไม่ หรือภัยคุกคามจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไรก็ตาม แต่กองทัพจะจัดซื้อจัดหาอย่างที่ “อยากได้”


          4.เป็นที่รับรู้กันในทางยุทธศาสตร์ว่า ภัยคุกคามทั้งในบริบทภายในและในบริบทภายนอกนั้น ไม่ว่าจะมองจากมุมของไทย (หรืออาจรวมทั้งในมุมของประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม) จะเห็นได้ว่าโอกาสของการเกิดสงครามตามแบบ จนถึงขั้นต้องใช้กำลังขนาดใหญ่นั้น เป็นสิ่งที่ห่างไกลจากความเป็นจริงอย่างมาก แต่สิ่งที่ดำรงอยู่และเป็นปัญหาภัยคุกคามที่สำคัญกลับมีลักษณะเป็น “สงครามอสมมาตร” (Asymmetric Warfare) ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสงครามก่อความไม่สงบในภาคใต้ ปัญหาการก่อการร้าย ที่มีทิศทางเป็น “การก่อการร้ายในเมือง” (Urban Terrorism) ดังเช่นกรณีการระเบิดที่ศาลพระพรหม หรือการวางระเบิดในกรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมา ทำอย่างไรที่รัฐบาลจะลงทุนเพื่อการรับมือปัญหาภัยคุกคามในมิติเช่นนี้ มิใช่จะเน้นอยู่กับการจัดหาอาวุธสำหรับสงครามตามแบบเท่านั้น


          5.ในอีกด้านหนึ่งของการจัดหายุทโธปกรณ์สมรรถนะสูงนั้น สะท้อนให้เห็นทัศนะของผู้นำระดับสูงของกองทัพที่ให้ความสําคัญกับอาวุธใหม่ๆ จนแทบจะกลายเป็นมิติของชุดความคิดทางทหารว่า การพัฒนากองทัพมีนัยหมายถึงการนำอาวุธใหม่เข้าประจำการ และผลจากการนี้ถูกประกอบสร้างให้กลายเป็นภาพจำลองของ “ความสำเร็จทางทหาร” ที่อาวุธเหล่านี้จะเป็นดังผลงานชิ้น “โบแดง” ที่จะถูกกล่าวขานในกองทัพว่า ยุคของผู้บังคับบัญชาท่านใดมีอาวุธอะไรใหม่ประจำการในกองทัพ


          นัยทางความคิดเช่นนี้ทำให้เราแทบไม่เห็นทิศทางการพัฒนาในส่วนอื่น และขณะเดียวกันทุกอย่างในกองทัพก็ถูกผูกโยงเข้ากับเรื่องหลักประการเดียวคือ ปีงบประมาณนี้กองทัพจะซื้ออะไร


          6.ในอีกส่วนของปัญหาที่เห็นได้ในหลายปีที่ผ่านมาคือ การตรวจสอบในเรื่องการจัดหายุทโธปกรณ์เป็นสิ่งที่มีข้อจำกัดอย่างมาก ไม่ว่าจะในมุมของกระบวนการทางรัฐสภา หรือกระบวนการทางสังคมก็ตาม จนเหมือนว่าการตรวจสอบที่ถ้าจะเกิดขึ้นบ้าง ก็แทบไม่เคยส่งผลกระทบให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด อันทำให้เกิดปัญหาข้อวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นการจัดซื้อของกองทัพเสมอมา โดยเฉพาะในเรื่องของความโปร่งใส จนเป็นดังเรื่อง “อื้อฉาว” (หรือที่เรียกว่าเป็น “arms scandals” ในการเมืองก็ได้)


          ประเด็นนี้ทำให้ต้องคิดต่อมากขึ้นในอนาคตถึง “บทบาทของรัฐสภาในด้านกิจการทหาร” ที่ควรจะต้องยกระดับให้มีขีดความสามารถในการตรวจสอบในเรื่องของการจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ทางทหาร ดังเช่นรัฐสภาของประเทศประชาธิปไตยที่พัฒนาแล้ว


          ท้ายบท
          อย่างไรก็ตาม การจัดทำงบประมาณปี 2563 ยังมีประเด็นสำคัญอื่นๆ ในทางทหารอีก แต่บทความนี้จะขอนำเสนอเฉพาะในส่วนที่เป็นเรื่องของการจัดหายุทโธปกรณ์เป็นหลัก และเป็นการนำเสนอประเด็นในระดับภาคของกองทัพในภาพรวมเท่านั้น เพื่อต้องการเสนอให้เห็นปัญหาหลักบางประการในกรณีนี้ และเพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงปัจจัยที่เรียกว่า อิทธิพลของ “วัฒนธรรมอาวุธ” (arms culture) ที่ดำรงอยู่อย่างมั่นคงทางความคิดในกองทัพไทย...


          โดยเฉพาะในหมู่ผู้บังคับบัญชาระดับสูง !

 
 
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 - 11:00 น.
สมรภูมิซักฟอก,วงในวงนอก,พลตอเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส,สุทิน คลังแสง,ปารีณา ไกรคุปต์,ปิยบุตร แสงกนกกุล

สมรภูมิซักฟอก คอลัมน์...  วงในวงนอก   โดย...  อสนีบาต  aussaneebard @hotmail.com

          สมรภูมิการเมืองบ้านเรากำลังเดินเข้าสู่การใช้เวทีสภาเปิดปะทะคารม ตอบโต้อีกครั้ง นับตั้งแต่ฝ่ายค้านขยับขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

          เมื่อไม่กี่วัน สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านแถลงถึงความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอีกรอบว่าจะยื่นญัตติภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน หรือไม่เกินวันที่ 5 ธันวาคม 62 โดยบอกเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ประชาชนส่งข้อมูลและหลักฐานมามากขึ้น ถือเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างส.ส.และประชาชนเพื่อตรวจสอบรัฐบาล
 

          ฝ่ายรัฐบาลโดย ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ตอบโต้ว่า ฝ่ายค้านยื่นญัตติเร็วเกินไปมั้ย ถึงแม้เป็นสิทธิทำได้ เป็นหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล แต่เนื่องจากรัฐบาลทำงานได้แค่ 4 เดือนเอง ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ก็ยังไม่ออกมาบังคับใช้ อีกอย่างการอ้างว่าสังคมต้องการให้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อยากถามว่าสังคมไหน สังคมของคุณสุทิน แห่งพรรคเพื่อไทยอ๊ะเปล่า?!?

          ประเด็นรัฐบาล "ลุงตู่” ทำงานได้แค่สี่เดือน ตรงนี้อาจทำให้ฝ่ายค้านถูกย้อนถามเหมือนกัน แล้วสี่เดือนของส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง นอกจากเห็นส.ส.สอบตก เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์นั่งยิ้มแป้นถ่ายรูปขณะลงพื้นที่เกี่ยวข้าว โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้องให้รัฐบาลเหลียวแลปัญหาราคาข้าวตกต่ำ
   

          เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเห็นจะมีอยู่แค่เรื่องสองเรื่อง คือ ผลักดันญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันดีคืนดีกระบอกเสียงพรรคเพื่อไทยออกมาแถลงกดดันว่า มีการสมคบคิดระหว่างฝ่ายรัฐบาลและส.ว.ต้องการยื้อการแก้ไขรัฐธรรมนูญบ้างหละ บ้างขอให้เลื่อนญัตติขึ้นมาโดยเร็ว

          กระทั่ง ชวน หลีกภัย ประธานสภา ต้องออกมาแจง เป็นไปตามวาระปกติไม่ใช่ทำตามอำเภอใจของใครบางคน …โดยเฉพาะประโยคหลังคงทราบว่าหมายถึงใคร ฝ่ายไหน อีกอย่าง ชวน บอกชัดเจน ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญจัดลำดับเข้าสู่การพิจารณาของสภาสัปดาห์หน้า ทำให้ตั้งปุจฉาถึงฝ่ายค้านจะไล่บี้อะไรนักหนา หรือเป็นเพราะไม่มีอะไรทำจึงต้องการสร้างประเด็นความเคลื่อนไหวให้เกิดขึ้นบนหน้าสื่อ

             อีกประการอุตส่าห์มีกลไกในสภาผ่านคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ โดยกำหนดสัดส่วนให้ส.ส.ฝ่ายค้านเป็นประธานกมธ. แทนที่จะนำปัญหาเกี่ยวข้องกับความทุกข์ร้อนประชาชนมาเป็นวาระแรกๆ เพื่อเป็นปากเป็นเสียงส่งต่อไปยังผู้มีอำนาจรัฐช่วยแก้ไข ปรากฏว่ากลับใช้ความเป็นกมธ. ดันเรื่องดิสเครดิตรัฐบาลมาเป็นหลัก …ดูดู๊ดูเอาแล้วกัน

          อย่างเมื่อวานคณะกรรมาธิการปราบปรามการทุจริตมิชอบ ซึ่งมี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน เปิดประชุมต้อนรับกมธ.น้องใหม่ ปารีณา ไกรคุปต์ และ สิระ เจนจาคะ ที่เข้ามาแทน ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐที่ขอลาออกเนื่องจากไม่อาจทนต่อประธานกมธ. ต่อการแสดงบทบาทหน้าที่กมธ.ไม่ถูกเรื่องถูกราว

          กมธ.ชุดนี้มีหน้าที่พิจารณาประเด็นการทุจริตคอร์รัปชั่นแต่ตะบี้ตะบันตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กรณีถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนอยู่ท่าเดียว ซึ่งปมปัญหาดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว ในที่สุดเป็นไปตามคาดการณ์ “น้องเอ๋” เปิดศึกปะทะคารมเดือดกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จนได้
  

          ฝ่ายปารีณาเตือน “ส.ส.รุ่นลุง” ที่ยังวนเวียนอยู่กับการเชิญ “ลุงตู่” มาชี้แจงปมถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนอยู่นั่นหละ เธอบอกเสรีพิศุทธ์ “ระวังจะติดคุก” ฝ่ายลุงเสรีพิศุทธ์สวนกลับส.ส.รุ่นหลานว่า “คุณขู่ผมเหรอ จบอะไรมา”


          พฤติกรรมอำนาจนิยมเข้าสิง ประมาณว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นอดีตผบ.ตร. ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน อ่านกฎหมายรู้ดูกฎหมายเป็นกว่าผู้ร่วมกมธ. ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปการทำงานของกมธ.จะราบรื่นหรือไม่ ดูแล้วก็ปวดตับดีแท้
   

          มิใช่แค่ กมธ.ป.ป.ช. ก่อนหน้านั้น กรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่มี ปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นประธาน ซึ่งตอนนั้นก็มี สิระ เจนจาคะ ร่วมด้วย เคยปะทะคารมกับนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เข้ามาชี้แจงต่อกมธ.ชุดนี้มาแล้ว แม้กระทั่งเมื่อครั้งกมธ.ลงพื้นที่ภาคใต้ ติดตามรับฟังปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ จากนั้นออกมาแถลงดิสเครดิตการทำงานของทหาร กระทั่ง โฆษกทัพภาค 4 ต้องออกมาตอบโต้ ปิยบุตรและคณะไม่ควรจะเล่นการเมืองเกินไป แบบว่าเช้ามาชื่นชมตกเย็นด่ายับ


          เมื่อเห็นวิธีการทำงานของส.ส.ฝ่ายค้านช่างน่าละเหี่ยใจจริงๆ ทำให้มองข้ามช็อตไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ยิ่งประธานวิปฝ่ายค้านบอกจะเก็บเกี่ยวข้อมูลจากกมธ.มาอภิปรายด้วย ทำให้พอเห็นภาพลางๆ ของการซักฟอกครั้งนี้หนีไม่พ้นใช้เวทีสภา ย้อนเวลาเล่าเรื่องเก่าฉายหนังซ้ำให้ประชาชนรับชมกันอีกครั้งนั่นหละครับ

 

วันสิ้นโลกแท้จริง โพสต์สุดท้ายลุงออสซีก่อนไฟป่าคร่าชีวิต

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 - 15:01 น.
ไฟป่า,โพสต์สุดท้าย

ผู้เสียชีวิตจากมหันตภัยไฟป่าออสเตรเลียเพิ่มเป็น 4 คน โพสต์สุดท้ายบรรยายบรรยากาศสะเทือนขวัญรอบตัว

 

 
NEW NISSAN X-TRAIL พร้อมมอบทัศนียภาพอย่างเหนือระดับทุกการเดินทาง
NEW NISSAN X-TRAIL มอบมุมมองใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ให้คุณออกค้นหาแรงบันดาลใจอย่างไม่มีสิ้นสุดในทุกการเดินทางด้วย PANORAMIC SUNROOF
อ่านต่อ
 
ชาวบ้านแถบนั้นระบุว่า พาร์สันส์ รักสันโดษ อยู่โดยลำพังในบ้าน ห่างจากเมืองเคมพ์ซีย์ ราว 34 กิโลเมตร 

 

เขาเขียนก่อนหน้านั้น “อากาศร้อน ลมแรง มีควันไปทั่ว”  และแจ้งคืบหน้าอีกครั้งพร้อมรูปด้วยประโยคว่า “วันสิ้นโลกโดยแท้ ไร้เสียงนก มีแต่ลม และท้องฟ้าสีส้ม” 

เพื่อนหลายคนเข้าไปแสดงความห่วงใย ขอให้เขาปลอดภัย และขอให้อพยพออกมา ตลอดจนขอให้โพสต์คืบหน้าเป็นระยะ แต่แล้ว พาร์สันส์ก็เงียบไป ทำให้หลายคนวิตก 

กระทั่งทราบข่าวว่าเขาเสียชีวิต เพจเฟซบุ๊กจึงกลายเป็นที่แสดงความไว้อาลัย

 “ไม่อยากเชื่อว่านายจากไปแล้ว เสียใจจริงๆ เราเพิ่งคุยกันเองเมื่อสองสัปดาห์ก่อน” เพื่อนเฟซบุ๊กแสดงความเห็น 

เช้าวันนี้ ยังมีไฟป่ากว่า 55 จุดทั่วรัฐนิวเซาทเวลส์ จำนวนนี้ 24 จุดยังควบคุมไม่ได้และ 8 จุด อยู่ในระดับเฝ้าระวัง 


วัดใจ "มาร์ค" ถอยหรือสู้

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 - 08:43 น.
มาร์ค อภิสิทธิ์,พรรคประชาธิปัตย์,คนในข่าว

คอลัมน์ 'คนในข่าว' จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับ วันที่ 9-10 พ.ย.62

 

ละครเวทีโรงใหญ่การเมืองไทย หนึ่งในตัวเอกที่มีบทบาททุกฉากทุกตอน เห็นจะหนีไม่พ้นอดีตหัวหน้ามาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

แถมยังนับเป็นตัวละครที่มีสีสันที่สุดตัวหนึ่ง เพราะในขณะที่หลายคนบ่นว่าบทบาทซ้ำซากจำเจ แต่ทำไมหลายคนก็ไม่เคยละสายตาไปจากเขาได้

 

 

วันนี้ “พี่มาร์ค” ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยไดนามิก ต่อให้วันหนึ่งกลับไปเป็นทาสแมว แต่ถัดจากนั้นไม่นานก็ลุกขึ้นมาทำอะไรใหญ่ๆ โตๆ ได้อีก ถ้าเป็นแชมพูก็เหมือนออกสูตรใหม่ สรรพคุณดีกว่าเดิมทุกฤดูกาล

มาหนนี้กับการที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อให้ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าจะนับว่าบทบาทหนนี้คือภาพใหม่ แบรนด์ใหม่ของอดีตหัวหน้าพรรคในการโชว์ศักยภาพอีกด้านก็คงได้

มีดี เพื่อนจึงบอก

หลังฟาดฟันกันในศึกเลือกตั้งแล้วกลุ่มควันไฟสงครามจางไป ภาพนักการเมืองไทยที่ดูเหมือนกำลังสามัคคีชุมนุมอีกครั้งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็คงเพราะต่างมีเป้าหมายร่วมในหนทางเดียวกัน

คุยว่า "นี่คือสัญญากับประชาชนและมองเห็นปัญหาว่ารัฐธรรมนูญเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศร่วมกัน ก็มาร่วมกันแก้"

 

พลพรรคปชป.

มาวันนี้แม้ว่าญัตติในการให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560” มีการคาดว่าจะนำเข้าสู่ที่ประชุมได้ในสัปดาห์หน้า

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าคนไทยได้ประธานชุดดังกล่าวไปแล้ว "อย่างไม่เป็นทางการ" เมื่อกระแสเสียงจากหลายฝ่าย รวมถึง 7 พรรคฝ่ายค้าน ไปในทิศทางเดียวกันว่า คนที่เหมาะสมที่สุดคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ทั้งหมดแน่นอนคงไม่เพียงดีกรีโปรไฟล์ของคนระดับพี่มาร์ค ที่ผ่านฉลุย ทั้งเคยเป็นนายกฯ มาก่อน ประสบการณ์ในทางการเมืองสูงโชกโชนยาว ไม่ต้องพูดเรื่องความรู้ความสามารถ

แต่ที่สำคัญซึ่งดูจะเป็นคุณสมบัติที่เข้าแก๊ปที่สุดก็คือพี่มาร์คของเรานี่แหละคือคนที่ออกมาโชว์เหนือโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งว่าไม่เอาการสืบทอดอำนาจของ คสช. 

ซึ่งนี่ก็คือจุดยืนด้านประชาธิปไตยที่ชัดเจน เข้าตาประชาชน แม้ว่ามันจะทำให้พรรคสีฟ้าพ่ายหมดรูปในศึกเลือกตั้ง 26 มีนาคม ที่ผ่านมา จนตนเองต้องเด้งไปจากเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม

แต่ก็นั่นแหละพอพูดถึงเรือล่มหลังเลือกตั้ง หลายคนอดคิดย้อนไปไม่ได้ว่า มีหรือคนระดับหัวหน้ามาร์ค จะคิดทำอะไรโดยไม่หวังผลยาวๆ

หมากมาร์คเกมนี้

คงจำกันได้ตอนแรกที่เปลี่ยนเกมกลางศึกจนแพ้เลือกตั้ง แล้วตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรักษาคำพูดว่า “ต่ำร้อยข้อยขอลา” ตามมาด้วยการลาออกจาก ส.ส.

เวลานั้นหลายคนคิดว่ามาร์คเดินเกมพลาด เสียของเสียพลัง ต้องมานั่งดูเพื่อนร่วมพรรคขึ้นแท่นหัวหน้าพรรค นั่งเก้าอี้รองนายกฯ ฟาดตำแหน่งรัฐมนตรีกันไปตาปริบๆ 

ส่วนตัวเองก็ลุกขึ้นมาโพสต์ภาพถ่ายกับนายทาสขนปุยชื่อ "มูจิ" แมวสุดรักพันธุ์สกอตติชโฟลด์ ที่เป็นมรดกจาก “ลูกสาว” คอการเมืองฮาร์ดคอร์เกาหัวแกร็กๆ นี่มันอะไรกัน?

ภาพล่าสุดของอดีตหัวหน้ามาร์ค์ บรรยายว่า "ตอนนี้แมวที่บ้านเยอะกว่ารัฐมนตรีใน ครม. แล้ว 555"

 

 

แต่เดี๋ยวก่อน ช่วงนั้นพอไปดูความคิดเห็นจากกระแสโซเชียล ปรากฏว่าคนที่ไม่เคยเป็นแฟนคลับ “อดีตนายกฯ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน” คนนี้ หลายเสียงก็แซ่ซ้องชื่นชมว่ากล้าพูด กล้าทำ กล้ารับผิดชอบ นี่แหละใช่เลย

 

ยิ่งถ้าจะย้อนไปไกลว่านั้นต้องเน้นว่าจุดยืนของอภิสิทธิ์ที่ชูนโยบายหาเสียงเอาไว้แต่ต้น ก็คือ “การแก้รัฐธรรมนูญ” และไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติ ที่ยังมี ม.44 ในขณะนั้นบังคับใช้อยู่

 

จะว่าไปจังหวะย่างก้าวของหัวหน้ามาร์คก็เหมือนทยอยโปรยหัวไว้กลายๆ แล้วว่า รอพบมาร์คมาดใหม่ ไฉไลกว่าเดิมได้เลย

 

ดังนั้นต่อให้ตลอดมาในช่วงหลัง ลีลาการทำการเมืองของเขาขณะยังเป็นหัวหน้ามาร์ค ดูสวนทางกับกลุ่มก๊กในพรรค จนเมื่อแพ้เลือกตั้ง ทั้งหมดจึงมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้พรรคสีฟ้าเปลี่ยนหัว เปลี่ยนขั้วไปในที่สุด

 

แต่มาวันนี้เมื่อเขาได้รับการเสนอชื่อจากพรรคแบบไร้เสียงทัดทานในการเข้าไปทำหน้าที่ประธานกมธ.แก้รัฐธรรมนูญ ก็อาจเป็นหมุดหมายอย่างดีว่า คนชื่อมาร์คถึงไม่เล่นหมากรุก แต่เกมการเมืองบางทีก็เหมือนเกมฟาดแข้งที่เขาสุดโปรดนั่นแหละ งานวางบอล ชิงบอล สับขาหลอก มันต้องมีกันบ้าง

 

ส่วนพลพรรคที่เหลือจะมองเกมนี้ยังไง หวังผลอะไร ทั้งที่ความจริงแล้ว ปชป.ก็คือพรรคที่โหวตหนุนบิ๊กตู่ขึ้นนั่งนายกฯ และร่วมรัฐบาลกับ พปชร. นั่นแหละ

 

ซึ่งแน่นอนรัฐบาลน่าจะไม่(ค่อย)เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะถ้าจะแก้เรื่องประเด็นให้ ส.ว. โหวตผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ งานนี้อาจมีฟัดกันนัว เรื่องนี้คงต้องรอดูกันยาวๆ

 

ฟ้ายังฟ้าอยู่

พอมองดูว่ามติของพรรคประชาธิปัตย์ที่เสนออภิสิทธิ์ขึ้นเป็น “ประธานกมธ.แก้รัฐธรรมนูญ” ชนิดไร้เสียงคัดค้าน มองประสาซื่อ คนพรรคนี้เขาไม่เคยโกรธกันจริง หรือเคืองกันนาน

และอาจเป็นไปตามการวิเคราะห์ของคอการเมืองที่ว่าพรรคปชป.และอภิสิทธิ์ อาจต้องยอมเสี่ยงทำอะไรบางอย่างเพื่อกู้ศรัทธาจาก “อดีตแฟนคลับ” ให้กลับมารักพรรคสีฟ้าอีกครั้ง ซึ่งงานนี้อาจไม่ได้หวังผลแค่เพียงพื้นที่ กทม.และภาคใต้ดังในเก่าก่อนอีกแล้ว

อย่างภาพของอดีตหัวหน้ามาร์คที่ออกพื้นที่ครั้งแรกหลังลาออกจากพรรคไปลุยช่วยผู้สมัคร ส.ส.ประชาธิปัตย์ หาเสียงเลือกตั้งซ่อม จ.นครปฐม ช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมพลพรรคมากมาย

วันนั้นพี่มาร์คลงพื้นที่เคาะประตูขอคะแนนเสียงที่ตลาดสามพราน จ.นครปฐม ให้แก่ สุรชัย อนุตธโต เบอร์ 3 ตั้งแต่หน้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนถึงตลาดสด และตึกแถวทั่วตลาดสามพราน

 

ภาพจากเฟซบุ๊ก สุรชัย อนุตธโต

กระจอกข่าวรายงานว่าตลาดสามพรานแทบแตก พี่มาร์คได้รับเสียงตอบรับและกำลังใจจากพี่น้องประชาชนล้นหลาม เข้ามามอบอาหารและเครื่องดื่ม มาตุ้มมาโฮม ห้อมล้อม ขอถ่ายรูปเซลฟี่กันอย่างสนุกสนาน

ถึงจะไม่มีผลต่อคะแนนที่ออกมาเพราะ เผดิมชัย สะสมทรัพย์ จากพรรคชาติไทยพัฒนา ชนะไปขาดลอย อนาคตใหม่ตกอันดับมาสอง และ ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ได้ที่สามตามหมายเลข

แต่ภาพรวมของการร่วมแรงแข็งขันครั้งนั้นก็ยืนยันได้ดีว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของมาร์คยังเป็นสีฟ้าอยู่ เลือดคนสีฟ้าก็ยังสูบฉีดเป็นจังหวะเดียวกัน

ที่สำคัญการไม่มีบทบาทในการบริหารพรรคของอภิสิทธิ์ ไม่ได้แปลว่า พลังของความเป็นมาร์คจะ ขายไม่ออก!”

โรดโชว์ เรตติ้งไม่ตก

พูดฝ่ายเดียวจะหาว่าคิดเองเออเอง ว่าแล้วงานเช็กเรตติ้งต้องมา ไหนๆ จะออกสูตรใหม่ทั้งที ช่วงนี้เลยพรีเซลล์หนักหน่อย

วันนี้ “มาร์ค" อภิสิทธิ์ กับภาพลักษณ์(เกือบ)ใหม่ ที่คลับคล้ายว่าจะไม่มีคราบไคลนักการเมืองอาชีพ กำลังออกเดินสายเรียกคะแนนหล่อๆ ในสถานะ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นี่แหละ ไม่ใช่ใครที่ไหน

พี่มาร์คท่ามกลางคนรุ่นใหม่ที่ ม.ธรรมศาสตร์ 

เอาแค่เดือนนี้ส่องเฟซบุ๊ก Abhisit Vejjajiva พบว่าไปมาหลายงานมาก ทั้งออกพบกลุ่ม องค์กรและสถาบันต่างๆ มากมาย เข้าถึงหมดทุกแวดวง

เช่นวันที่ 16 ตุลาคม ไปปฐมนิเทศหัวข้อ “คุณลักษณะของนักกฎหมายในศตวรรษที่ 21 : มุมมองและประสบการณ์จากอดีตผู้นำประเทศ” ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หัวหมาก

วันเดียวกันพบคณะผู้แทนสมาคมมิตรภาพระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย Mr.Yi Xian อุปนายกสมาคมเข้าเยี่ยมคารวะ

วันที่ 20 เดือนเดียวกัน ล่องใต้ลงไปเตะฟุตซอลคู่พิเศษและมอบรางวัลการแข่งขันฟุตซอลเดือนสิบ เทพไทคัพ” ครั้งที่ 15 ที่นครศรีธรรมราช บอกว่า “นี่คือสิ่งที่ทำทุกปีครับ”

จากนั้นวันที่ 22 ตุลาคม ไปทำหน้าที่แทนประธานชวน หลีกภัย ในการเป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส งานทำบุญครบรอบคล้ายวันมรณภาพปีที่ 13 หลวงพ่อแกละ ที่วัดลำลูกบัว อ.ดอนตูม จ.นครปฐม

ทั้งบรรยายพิเศษตามมหาวิทยาลัยและยังไปถวายความรู้และบรรยายพิเศษที่วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

ล่าสดวันนี้ 9 พฤศจิกายน ยังจัด Lunch Talk off Record Abhisit Vejjajiva หัวข้อ แผ่นดินของเรา” ในมุม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชวนพูดคุยมื้อเที่ยงแบบกันเอง 80 ที่นั่ง ที่โรงแรมแกรนด์ไชน่า เยาวราช

ที่เด็ดคือคำว่า “ออฟเรคคอร์ด” ไม่มีการอัดเสียงนี่แหละ น่าจะมีอะไรมันๆ ตามสไตล์มาร์คเจ้าของรางวัลเชิดชูเกียรติผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นปี 53 มาฝากเยอะ

แต่ที่แน่ๆ ย่างก้าวนี่ของพี่มาร์คน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

 ............................................................
 
14 พฤศจิกายน 2562
 
 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน